พิพาทชายแดน

 

กัมพูชาของนายกรัฐมนตรีฮุนเซนท่าทางในงานแถลงข่าวในสันติภาพวังในกรุงพนมเปญ, กัมพูชา, พฤหัสบดี, 17 กุมภาพันธ์ 2011 ฮุนเซนเมื่อ พฤหัสบดีกล่าวว่าประเทศของเขาจะขอให้ไทยลงนามข้อตกลงหยุดยิงถาวรในข้อพิพาทชายแดนใกล้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นที่รู้จักในระหว่างการประชุมอาเซียน

 

แม่ทัพภาคที่ 2 เผย ประสานกัมพูชาเจรจาหยุดยิง  คาดสุดสัปดาห์หรือหลังวันที่ 22 ก.พ. ได้คำตอบ

พล.ท. ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาค 2  กล่าวว่า กำลังประสานกับ พล.ท. เจียมอน ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา เพื่อเจรจาเรื่องการหยุดยิงถาวร ในรายละเอียดแต่ยังไม่มั่นใจว่า ทางกัมพูชาจะตอบกลับมาในวันใด วันเสาร์ อาทิตย์  หรือว่า จะรอการประชุม อาเซียน ในวันที่ 22 กพ.นี้ก่อน
“ปกติก็คุยกันอยู่บ้างแล้ว แต่ไม่ใช่การเจรจา เพราะการเจรจา จะต้องเป็นคำสั่ง หรือนโยบาย”
พล.ท. ธวัชชัย กล่าวว่า ถึงขั้นนี้ก็ต้องเจรจา แต่เราก็เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อยู่แล้ว  ตอนนี้ทหารก็ช่วยทางจังหวัดในการสร้างหลุมหลบภัยที่แข็งแรงได้มาตรฐาน เพิ่มขึ้นในในหมู่บ้านชายแดนที่เสี่ยง อีก 200-300 จุด

แหล่งที่มา :อัพเดท : 18-02-2554 21:29 น.

สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า เวียดนามส่งรถถังข้ามชายแดนเข้ากัมพูชามุ่งหน้าสู่พื้นที่พิพาทระหว่างกัมพูชาและไทย และกล่าวหาว่าไทยอยากเปิดสงคราม

 

พล.ท. ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาค 2  กล่าวว่า กำลังประสานกับ พล.ท. เจียมอน ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา เพื่อเจรจาเรื่องการหยุดยิงถาวร ในรายละเอียดแต่ยังไม่มั่นใจว่า ทางกัมพูชาจะตอบกลับมาในวันใด วันเสาร์ อาทิตย์  หรือว่า จะรอการประชุม อาเซียน ในวันที่ 22 กพ.นี้ก่อน
“ปกติก็คุยกันอยู่บ้างแล้ว แต่ไม่ใช่การเจรจา เพราะการเจรจา จะต้องเป็นคำสั่ง หรือนโยบาย”
พล.ท. ธวัชชัย กล่าวว่า ถึงขั้นนี้ก็ต้องเจรจา แต่เราก็เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อยู่แล้ว  ตอนนี้ทหารก็ช่วยทางจังหวัดในการสร้างหลุมหลบภัยที่แข็งแรงได้มาตรฐาน เพิ่มขึ้นในในหมู่บ้านชายแดนที่เสี่ยง อีก 200-300 จุด 

ภูมิซรอลยังเจอระเบิดตกค้างกลางทุ่ง พื้นที่เกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง ทหารเร่งเก็บกู้

 

สื่อนอก เผย รถถังเวียดนามเข้าเขมร  วันศุกร์ 18 กุมภาพันธ์ 2554รถถังพีที-76ของเวียดนามเข้าสู่กรุงพนมเปญเมืองหลวงของกัมพูชาได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากชาวกัมพูชาในฐานะผู้ขับไล่เขมรแดง 

           วันนี้(18กพ.2554) สำนักงานข่าวต่างประเทศ อ้างจากสื่อฝรั่งเศสรายงานว่าเวียดนามส่งรถถังข้ามชายแดนเข้ากัมพูชามุ่งหน้าสู่พื้นที่พิพาทกับไทย พร้อมกล่าวหาไทยอยากเปิดสงคราม

            ขณะที่ เว็บไซต์ เค-ไอ มีเดีย รายงานอ้างข้อความที่แปลจากภาษาฝรั่งเศสในหนังสือพิมพ์ เลอ กรองด์วิลยาจว่า รถถังหลายลำของเวียดนาม ได้แล่นข้ามเข้าไปในดินแดนประเทศกัมพูชา เพื่อมุงหน้าสู่พื้นที่บริเวณชายแดนด้านที่ติดกับไทย และในขณะที่สหประชาชาติ กำลังผลักดันให้มีการเจรจาภายใต้กรอบการทำงานขอสมาคมอาเซียนนั้น ก็ดูเหมือนจะมีฝ่ายสนับสนุนที่พร้อมรบเช่นกัน

 รถถังที-54และ55 เป็นหัวหอกหลักของกองทัพ เวียดนาม มาตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนาม

  เค-ไอ มีเดีย ระบุว่า เป็นเรื่องน่าตกใจอย่างยิ่งสำหรับผู้เห็นเหตุการณ์ ที่รถถังเวียดนามหลายคันแล่นเข้าไปในดินแดนของกัมพูชา ซึ่งเมื่อ 20 ปีก่อน ก็มีคนเคยเห็นรถถังเวียดนามแล่นเข้าไปปลดปล่อยกัมพูชาจากการปกครองของเขมรแดงมาแล้ว แต่ในยุคนั้น เวียดนามเข้ายึดพื้นที่และปล้นเอาความมั่งคั่งไปจากกัมพูชา ที่สร้างความเจ็บปวดให้อย่างแสนสาหัส

            ผู้เห็นเหตุการณ์ บอกด้วยว่า เขาเกือบตายเพราะความกลัว ตอนที่เห็นรถถังของเวียดนามแล่นเข้ามาในเส้นทางเดียวกันกับเมื่อ 20 ปีก่อน ด้วยข้ออ้างที่ว่าไปช่วยกัมพูชา และครั้งนี้ก็เช่นกัน รถถังเหล่านี้ ถูกส่งเข้ามาด้วยเจตนาที่จะข่มขวัญประเทศไทย และถ่วงดุลย์การเจรจา แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า เวียดนามก็เหมือนกับจีน ที่จะต้องได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการช่วยเหลือ

   นอกจากความพยายามขยายอิทธิพลเข้าไปในอาเซียน ในช่วงที่ไทยสูญเสียความน่าเชื่อถือแล้ว เวียดนามกับจีน ยังมีเป้าหมายสำคัญในการตักตวงผลประโยชน์จากกัมพูชา ซึ่งก็คือ น้ำมันที่เพิ่งพบเมื่อไม่นานมานี้ ยิ่งไปกว่านั้น เวียดนามยังเสนอจะช่วยเหลือในการจัดหาน้ำมันให้กับกัมพูชา ในช่วงที่กำลังรอการขุดเจาะน้ำมันของตัวเองขึ้นมาใช้ อันเป็นการแลกเปลี่ยนกับสิทธิในการสำรวจแหล่งทรัพยากรน้ำมันของกัมพูชาในอนาคต

              ความรุนแรงที่ขยายขึ้น และการเตรียมพร้อมในการทำสงคราม ได้สร้างความวิตกให้กับกลุ่ม NGO ในกัมพูชา และยังได้เตือนไปยังชาติอื่น ถึงความเสี่ยงที่จะเกิดความยุ่งยากซับซ้อนในภูมิภาคที่มีขนาดเล็กแต่มีความสำคัญอย่างแท้จริง   

 เลอ กรองด์ วิลยาจ ระบุด้วยว่า ชาติบรรดามหาอำนาจทั้งในระดับภูมิภาค และนานาชาติ จะไม่มีวันยอมให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องวุ่นวายจากการสู้รบกันอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ในประเด็นอ่อนไหวนั้น ภูมิภาคแห่งนี้ เป็นแหล่งผลประโยชน์อันมหาศาล และดึงดูดสหรัฐ จีนและอินเดีย ไม่มีมหาอำนาจชาติไหนอยากเห็นสงครามระหว่างไทยกับกัมพูชา หรือแม้แต่สมาชิกในอาเซียนเองก็ไม่อยากเห็นเช่นกัน มีเพียงไทยเท่านั้น ที่ต้องการสงครามเพื่อเรียกคะแนนนิยมที่สูญหายไปในช่วงวิกฤติการประท้วงของคนเสื้อแดง

   เค-ไอ มีเดีย ระบุว่า ไม่อาจยืนยันรายงานของเลอ กรองด์ วิลยาจ ได้ แต่ก็ระบุว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีรถหุ้มเกราะของเวียดนาม ที่ผลิตในยุคโซเวียต ถูกส่งข้ามชายแดนเข้าไปยังกัมพูชา ที่บริเวณจังหวัดกัมปง ธม ที่เป็นเส้นทางไปยังพระวิหาร

สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า เวียดนามส่งรถถังข้ามชายแดนเข้ากัมพูชามุ่งหน้าสู่พื้นที่พิพาทระหว่างกัมพูชาและไทย และกล่าวหาว่าไทยอยากเปิดสงคราม

 ภาพรถไถทหารไทยขับไปเพื่อพังวัดเเก้ว ปลดธงเขมรทำบุญวัด 
 
 
 

22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 18:00 น

 

อาเซียนให้อินโดร่วมสังเกต

มติที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนให้ไทย-เขมรใช้กลไกเจรจาทวิภาคีแก้ปัญหา ขณะที่อินโดฯจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สังเกตการณ์ชายแดนทั้งสองฝั่ง

 

ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่กรุงจาร์ตา ประเทศอินโดนีเซีย มีมติให้มีการดำเนินการโดยใช้กลไกเจรจาทวิภาคีเพื่อแก้ไขข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชา และอินโดนีเซียจะส่งผู้สังเกตการณ์เข้ามาในพื้นที่ของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีการปะทะกันอีก

“ที่ประชุมสนับสนุนการใช้กลไกเจรจาทวิภาคีตามที่ไทยได้เสนอไป ทั้ง เจบีซี จีบีซี และอาร์บีซี ส่วนกรณีที่อาเซียนส่งผู้สังเกตการณ์เข้ามานั้น ไม่ถือว่าเป็นการเปิดให้ประเทศที่สามเข้ามาแทรกแซง แต่เป็นเรื่องดี เพราะเราไมได้เปิดการยิงก่อน เมื่อมีคนมาอยู่ในพื้นที่จะได้รับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร”นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อที่ประชุมมีมติเช่นนี้ กัมพูชาก็คงต้องเข้ามาสู่การเจรจาทวิภาคี เพราะไม่มีทางอื่น ส่วนการเจรจาเจบีซีในวันที่ 27 ก.พ.นี้ ทางกัมพูชายังไม่ตอบรับ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกำลังรอผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในวันนี้

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ คิดว่าขณะนี้ได้คลี่คลายแล้ว และจากการมีผู้สังเกตการณ์เข้ามา คงจะช่วยไม่ให้มีการมาละเมิดกันอีก ขณะที่ยูเนสโกคงจะให้ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นเดินทางมาปลายสัปดาห์นี้ ทั้งที่กรุงเทพฯ และกรุงพนมเปญ เป็นการมาฟังข้อมูลจากทั้ง 2 ฝ่าย ฉะนั้น ยืนยันไม่มีเรื่องการเซ็นสัญญา เป็นเพียงการส่งผู้สังเกตการณ์มาเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเกิดความสงบในพื้นที่

นาอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องพื้นที่รอบปราสาทเขาพระวิหารนั้น จากการที่ได้สนทนากับผอ.ยูเนสโก ก็ได้ระบุว่า ถ้าเรื่องของเขตแดนยังไม่เรียบร้อยก็จะไม่เข้าไปจัดการบริหารในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดยืนที่กัมพูชาต้องยอมรับ เพราะเป็นคนลงนามเอ็มโอยูไว้เอง ทำให้ไม่สามารถเสนอแผนจัดการพื้นที่ได้

ประธานอาเซียนยืนยันส่งตัวแทนลงพื้นที่แค่สังเกตการณ์ไม่มีติดอาวุธ

ด้าน นายมาร์ตี นาเตเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศ อินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน กล่าวว่า อินโดนีเซียจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ชายแดนทั้งสองฝั่ง โดยไทยและกัมพูชาต่างยอมรับการส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้

ทั้งนี้ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ที่ถูกส่งลงพื้นที่เป็นทีมสังเกตการณ์เท่านั้น ไม่ใช่ทีมปฏิบัติการเพื่อสันติ โดยทีมสังเกตการณ์จะไม่มีการติดอาวุธใดๆ ทั้งสิ้น

กษิตเผยอาเซียนให้ส่งผู้แทนลงพื้นที่ฝ่ายละ15คน

ด้าน นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ในภาพรวมที่ประชุมได้เห็นตรงกันที่จะมุ่งมั่นแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี  โดยการใช้การเจรจา  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศอาเซียนอีก 8 ประเทศ 

“ไทยและกัมพูชาได้ให้คำมั่นสัญญาต่อกันว่าจะหยุดยิงไม่ปะทะกันอีก ​ซึ่งได้ยืนยันต่อสมาคมอาเซียน และ ประชาคมโลก โดยยืนยันจะให้มีทหาร  ผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซีย ไทยและ กัมพูชา ฝ่ายละ  15 คน มีหน้าที่สังเกตการณ์ บริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร”นายกษิตกล่าว

อย่างไรก็ตาม ​หลังจากกลับมาจะได้ปรึกษากับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ​รมว.กลาโหม ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยจะนำประสบการณ์จากที่ไทยเคยส่งตัวแทนไปสังเกตการที่อะเจะห์ และ อีสต์ติมอร์ก่อนหน้านี้มาเป็นเทียบเคียง  ส่วนจะมีภาระหน้าที่อย่างไร ขึ้นกับการที่จะได้ปรึกษากับฝ่ายทหารก่อน ไม่สามารถให้รายละเอียดได้  ทั้งนี้ฝ่ายไทยและกัมพูชา อยากที่จะให้ส่งตัวแทนเข้ามาสังเกตการณ์โดยเร็วที่สุด 

)
เร่งประสานเขมรเปิดเจรจาเจบีซี

นายกษิต กล่าวว่า ​ประเด็นที่สอง ​ทั้งไทยและกัมพูชา เห็นพ้องต้องกันให้ใช้ทวิภาคีดำเนินการแก้ปัญหาต่อไป ผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี)​ที่จะสำรวจปักปันเขตแดน ​โดยอยากจะให้มีการเจรจาโดยเร็วที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาไทยเคยเสนอให้เป็นวันที่ 27 ก.พ.  ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับความพร้อม  อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้หลังจากกลับจะได้มีการโทรศัพท์ประสานกันอีกครั้งหนึ่ง

23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 10:11 น.

ผบ.ทบ.ยันไม่ถอนกำลังทหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา

 

ผู้บัญชาการทหารบก ยันไทยไม่ถอนกำลังทหารบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ลั่น หากยิงเข้ามาก็ต้องตอบโต้  ระบุอาเซียนส่งผู้สังเกตการณ์เป็นเรื่องดี

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวยืนยันว่า ไทยไม่ถอนกำลังทหารบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร หากกัมพูชายังตรึงกำลังอยู่ ทั้งนี้หากกัมพูชายิงเข้ามาในพื้นที่ของไทย จำเป็นต้องยิงตอบโต้ เนื่องจากทหารมีหน้าที่รักษาอธิปไตย
         
ส่วนกรณีที่อาเซียนจะส่งผู้สังเกตการณ์มาลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นั้นก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่จะได้ผลหรือไม่ก็ต้องรอดูต่อไป และตนเชื่อว่าการเจรจาจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี

ยูเนสโกบินขอข้อมูลไทย 25 ก.พ.54

องค์การยูเนสโก เดินทางมาประเทศไทย 25 ก.พ. 54 ขอข้อมูลข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร

(24 ก.พ 54

21.40 น. ทหารไทย ออกลาดตระเวนบนภูมะเขือ พลาดเหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บ 2 นาย  

เมื่อเวลา 20.00 น. มีรายงานว่า ส.อ.พรพิบูลย์ เหง้าสุวรรณ และ ส.ท.สุเมธ บุญสาลี ทหารสังกัดพัน ร.1631 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ บน ภูมะเขือ ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.

ทั้งนี้ภูมะเขือถือเป็นสมภูมิหลักที่ทหารไทยและกัมพูชาได้มีเหตุปะทะกันหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา

About these ads
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s