Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed U.S. President Barack Obama

Barack Obama arrives in Thailand for southeast Asia trip

http://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/barackobama/9686088/Barack-Obama-arrives-in-Thailand-for-southeast-Asia-trip.html

18พ.ย2555 ปธสหรัฐอเมริกา บารักโอบาม่า ได้เดินทางมาเยียนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในบ่ายวันนี้ โดยเครื่ิงบินประจำตำแหน่งปธสหรัฐอเมริกา Air Force One โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯแและรมต กระทรวงการคลัง,รมว.คลัง นาย พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ และนางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัคร ราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย พร้อมทั้งองคมนตรี สุรยุทธ จุลนานนท์ให้การต้อนรับ ซึ่งรมต ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา นางฮิลลาลี่ คลินตรัน ซึ่งได้มาถึงก่อนหน้านี้แล้ว หลังจากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมชมวัดพระเชตุพนวรวิหารซึ่งเป็นวัดประจำประองค์ในรัฐกาลที่3โดยมีเจ้าอาวาสให้การต้อนรับ และนำชมบรรยากาศอันร่มรื่นของวัดและศักการะ พระพุทธไสยาสน์ อีกด้วย

รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน (24 พ.ย. 55)

http://news.voicetv.co.th/thailand/56885.html

17.00น นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯแและรมต กระทรวงการคลัง ได้นำปธสหรัฐอเมริกา นาย บารัก โอบาม่า,นาง ฮิลลาลี่ คลินตรัน ,เอกอัครฑูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย นางคริสตี้ เคนนี่ย์ เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพล อดุลย์เดช ณ.โรงพยาบาลศิริราช

19.00 น นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรให้การต้อนรับปธสหรัฐอเมริกา นาย บารักโอบาม่าและคณะ พร้อมกับนำตรวจแถวกองททารเกียรติยศ หลังจากนั้นท่านปธ สหรัฐอเมริกา นาย บารักโอบาม่าได้ลงนามในสมุดเยี่ยม ณ.ทำเนียบรัฐบาลไทย พร้อมกับนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษร์ ชินวัตรได้เป็นเจ้าภาพเลื้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแด่ปธสหรัฐอเมริกา นาย บารักโอบาม่าเพื่อสืบสานสัมพันธ์ไมตรี180ปี ที่มีมาร่วมกัน ให้แน่นแฟ้ยิ่งขึ้น บรรยากาศเต็มไปด้วยมิตรภาพซึ่งปธสหรัฐอเมริกา คาดหวังว่าประชาชนไทยจะช่วยกันผลักดันให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่เเข็งแรงขึ้น

กำหนดการณ์ของปธสหรัฐอเมริกา นาย บารัก โอบาม่า จะเดินทางไปเยี่ยมประเทศเหมียนม่าห์ในวันพรุ่งนี้และเดินทางไปร่วมประชุมอาเซียน +6 ณ.ประเทศเขมร ต่อไป

Obama begins landmark Myanmar visit

http://www.aljazeera.com/news/asia-pacific/2012/11/20121118171250497121.html

US President Barack Obama and Secretary of State Hillary Rodham Clinton wave as they arrive at Yangon International Airport on Monday. Photo: EPA

http://www.euronews.com/2012/11/19/obama-to-praise-progress-but-press-for-further-reforms-in-myanmar

U.S. President Barack Obama (L) shakes hands with Myanmar’s President Thein Sein during their meeting in Yangon November 19, 2012. REUTERS/Jason Reed (MYANMAR – Tags: POLITICS)

http://www.euronews.com/2012/11/19/praise-and-pressure-as-obama-starts-historic-myanmar-visit/

U.S. President Barack Obama speaks with Myanmar opposition leader Aung San Suu Kyi meeting in Myanmar 19 nov 2012

19พ.ย2555 ปธสหรัฐอเมริกา นาย บารัก โอบาม่าและรมตต่างประเทศสหรัฐอเมริกา นาง ฮิลลาลี่ คลินตัน เดินทางถึงประเทศเหมียนม่าห์โดยมีประชาชนประเทศเหมียนม่าห์ให้การต้อนรับ2ข้างทางพร้อมป้ายแสดงข้อความ WE LOVE OBAMA และเข้าพบนางอองซาน ซูจี ก่อนเดินทางเข้าพบปธ เหมียนม่าห์เต็ง เส็ง หลังจากพบกันที่การประชุมอาเซียนณ.บราหลี อินโดนีเซีย 2011ในครั้งนี้ปธสหรัฐอเมริกา นาย บารัก โอบาม่า สนับสนุนประชาธิปไตยในพม่าและการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ

19พ.ย2555 ปธสหรัฐอเมริกา นาย บารัก โอบาม่าและรมตต่างประเทศสหรัฐอเมริกา นาง ฮิลลาลี่ คลินตัน เดินทางถึงประเทศกัมพูชา เพื่อร่วมงาน 21 th asean summit and eart asean+6, 2012

สำหรับหัวข้อการพูดคุยในระดับทวิภาคและภูมิภาคทั้งสองประเทศมีจุดยืนเหมือนกันคือการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน การค้าเสรี และปกป้องประชาธิปไตยคนทั้งชาติ ไปพร้อมๆ สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เชื่อว่าสัมพันธ์ที่ดีของสองประเทศจะส่งผลต่อการลงทุนเพิ่มขึ้นและนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรยังหารือปธ สหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับ ความมั่นคงต่างๆ เพราะไทยถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมต่ออาเซียน และภูมิภาคเอเชียจะเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของโลกที่จะเชื่อมดยงกันในด้านต่างๆๆหลากหลายรูปแบบต่อไปในอนาคต ชนิดเติบโตก้าวหน้าไม่หยุดยั้งเลยทีเดียว ปธสหรัฐอเมริกานาย บารักโอบามากล่าวว่า หลังเลือกตั้งได้ดินทางมาประเทศไทยเป็นประเทศแรก ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะสหรัฐเป็นชาติที่อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกเหมือนไทย ดังนั้น สหรัฐควรมีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาคเอเชีย ไทยถือเป็นประเทศพันธมิตรที่เก่าแก่ของสหรัฐในภูมิภาคนี้ ช่วง 60 ปีที่ผ่านมาทหารไทยและสหรัฐได้ยืนหยัดหลั่งเลือดเคียงข้างกันมาตลอด ฉะนั้นเป้าหมายของสหรัฐคือ การสร้างความมั่นคงในเอเชีย เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

ทั้งนี้จากการเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติและสัญลักษณ์ของการรวมจิตใจ และในขณะนี้ก็ได้ยืนอยู่กับนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นว่าประชาธิปไตยไทยพัฒนาขึ้นมาก มีทั้งนิติรัฐ การพัฒนาเรื่องสิทธิมนุษยชน

นายโอบามากล่าวต่อว่า สหรัฐมีเป้าหมายในภูมิภาคนี้ 4 ประการคือ 1.ความมั่นคง เพราะไทยจะมีบทบาทมากขึ้นในการต่อต้านการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหาโจรสลัด อยากเห็นไทยมีบทบาทเข้าช่วยเหลือภัยพิบัติต่างๆ มากขึ้น 2.ความร่วมมือในภูมิภาค เชื่อว่าจะช่วยสร้างธุรกิจที่ให้ประโยชน์แก่ทั้งสองชาติ รวมถึงมีบทบาทในกลุ่มเอเปก รวมทั้งการลงนาม TPP นั้นเพื่อให้การค้าในภูมิภาคนี้เสรีและเป็นธรรม

Obama promotes Thai relations http://www.dailymotion.com/video/xv6r29_obama-promotes-thai-relations_news#.UKof6OR3brE

3.การพัฒนามนุษย์ เช่น โครงการวัคซีนป้องกันโรคมาลาเรีย ยาต้านเชื้อไวรัสเอดส์ ซึ่งจะช่วยชาติลุ่มแม่น้ำโขงพัฒนาได้มากขึ้น รวมถึงการหยุดการค้ามนุษย์ ที่เปรียบเสมือนการค้าทาสในยุคนี้ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงเรื่องสิทธิสตรีและเด็กด้วย รวมทั้งการปกป้องพันธุ์สัตว์ป่าหายาก

4.ผลักดันให้พม่าเป็นประชาธิปไตย โดยเชื่อว่าประเทศไทยจะมีบทบาทในฐานะผู้ก่อตั้งอาเซียนจะมีบทบาทอย่างมากในการประชุมอาเซียนซัมมิตเวลานี้  เมื่อถามว่าพอใจกับการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยในปัจจุบันหรือไม่ นายโอบามากล่าวว่า ต้องเข้าใจก่อนว่าประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งตายตัว แต่คนในสังคมต้องช่วยกันสร้างทีละนิดตลอดเวลาและสม่ำเสมอ เพราะกระบวนการประชาธิปไตยต้องใช้เวลา ประเทศไทยถือว่ามีผลงานที่ดี ไม่ใช่ไม่มีเลย เพราะยังมีนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันประชาชนไทยต้องมีความตื่นตัวที่จะผลักดันประชาธิปไตย เหมือนกับสหรัฐที่ต้องผลักดันเรื่องประชาธิปไตยตลอดเวลา

U.S. President Barack Obamaa  arrived in Thailand Saturday  a three-country visit to Southeast Asia ( Thailand, Myanmar and Cambodia )that underscores a new US emphasis on the Asia-Pacific region. Asia

To kick off the four-day tour, he arrived in Bangkok, Thailand on Sunday afternoon, local time (a little after 3 a.m. ET Sunday morning), and one of his first stops was to visit ailing King Bhumibol Adulyadej, who turns 85 next month and is in the hospital. He was accompanied by Secretary of State Hillary Clinton, who greeted the king by saying, “Hello again. It’s so good to see you again. And my husband sends you his very best regards.”

Before exchanging gifts, the king and Mr. Obama spoke briefly, to which the president responded, “Elections in the United States are very long but it’s very gratifying to know people still have confidence in me. I thought it was very important that my first trip after the elections was to Thailand, which is such a great ally.”

The president later headed to the Government House there with Clinton. The president was greeted by Thai prime minister Yingluck Shinawatra and the two leaders walked down a red carpet, flanked by dozens of Thai soldiers dressed in various military uniforms representing the different branches of the Thai military. Clinton, the U.S. Ambassador to Thailand and about 20 dignitaries stood behind Mr. Obama and Shinawatra.

Mr. Obama and Shinawatra held a press conference before attending an official dinner.

The visit to Thailand will “underscore our strong alliance and shared priorities and regional issues,” according to Clinton’s office. Monday, the president and Clinton will then travel to Rangoon, Myanmar, for a meeting with the Burmese president, and will finish in Phnom Penh, Cambodia for the East Asia Summit.

Mr. Obama will become the first sitting U.S. president to visit Myanmar – the former pariah state also called Burma – as well as Cambodia. His visit to Myanmar is controversial; it has been criticized by human rights activists who have said that the country should prove it has truly moved on from its years of brutal military rule before it deserves a presidential visit.

The president said in his Bangkok press conference today that his visit to Myanmar “isn’t an endorsement of the Burmese government” but simply “an acknowledgment there’s a process underway” towards democracy that “nobody forsaw.” Saturday, deputy national security adviser Ben Rhodes, told reporters the president will initiate “dialogue with the Burmese government about the need to reduce their relationship with North Korea.”

“We see that as an issue where they’ve been moving in a positive direction,” Rhodes said. “We’d like to reinforce that action and, again, see Burma break its military ties with the North Koreans.”

A visit to Asia – Mr. Obama’s fourth during as many years in the White House – is personal for the Hawaii-born first “Pacific president.” It also stands to send a message that the president’s making good on his promise to turn U.S. attention to the region, something Rhodes noted earlier this week: “Continuing to fill in our pivot to Asia will be a critical part of this president’s second term,” he said, “and ultimately his foreign policy legacy.”

Obama is scheduled to return to Washington early Wednesday morning.

ประมวลภาพปธ.สหรัฐอเมริกา นาย บารัก โอบาม่า เยียนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 18พ.ย 2555

ปธสหรัฐอเมริกาเดินทางมาเยียนประเทศไทยโดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯแและรมต กระทรวงการคลัง,รมว.คลัง นาย พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ และนางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัคร ราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย พร้อมทั้งองคมนตรี สุรยุทธ จุลนานนท์ให้การต้อนรับ

ปธสหรัฐอเมริกา นายบารัก โอบาม่าและรมต.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา นาง ฮิลลาลี่ คลินตันกำลังเดินนำบรรยากาศของวัดพระเชตุพนวรวิหาร โดยมีเจ้าอาวาสให้การต้อนรับ

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้นำปธสหรัฐอเมริกา นาย บารัก โอบาม่า,นาง ฮิลลาลี่ คลินตรัน ,เอกอัครฑูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย นางคริสตี้ เคนนี่ย์ เข้าเฝ้าพระบาทสมเด้จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพล อดุลย์เดช ณ.โรงพยาบาลศิริราช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสัมผัสพระหัตถ์กับนายโอบามา นางฮิลลารี จากนั้นมีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีสหรัฐและคณะ ก่อนที่จะพระราชทานของขวัญแก่ประธานาธิบดี และนายโอบามาทูลเกล้าฯถวายของขวัญแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นนายโอบามาและคณะกราบบังคมทูลลา

โอกาสนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐทูลเกล้าฯถวายของขวัญแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ประกอบด้วยอัลบั้มภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฉายร่วมกับประธา นาธิบดีสหรัฐ นับแต่ประธานาธิบดีดไวต์ ดี.ไอเซน อาวร์, ลินดอน บี. จอห์นสัน, ริชาร์ด นิกสัน, จิมมี คาร์เตอร์, โรนัลด์ เรแกน, จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช, บิล คลินตัน และ จอร์จ ดับเบิลยู.บุช พร้อมกับภาพวาดธงชาติไทยและสหรัฐ โดยจิตรกรร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงของสหรัฐ การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานหนังสือเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 3 เล่ม และพระราช ทานผ้าไหมแพรวาสำหรับนางมิเชล โอบามา ภริยาประธานาธิบดีสหรัฐด้วย

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra  make  tothe  U.S. President Barack Obama Legion of Honour

ปธสหรัฐอเมริกา นาย บารัก โอบาม่า ลงนามในสมุดเยี่ยมทำเนียบรัฐบาลไทย

U.S. President Barack Obama, left, and Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra Joint press conference.

ปธสหรัฐอเมริกา นาย บารักโอบาม่าและนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พบปะหารือทวิภาคและภูมิภาคร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแด่ ปธสหรัฐอเมริกา นายบารัก โอบาม่าและคณะในวาระโอกาสสหรัฐอเมริกา-ประเทศไทย สานสัมพันธ์180ปี และรัฐบาลไทยยังไม่มีการตกลงพันธสัญญาอะไรนอกจาก การขับเคลื่อนทางประชาธิปไตยและขอความมั่นคงแข็งแรงในการปกป้องการขับเคลื่อนประชาธิปไตยให้แข็งแรงและเจิญเติบโจขึ้นและการใช้พยุงวิวัฒนาการการปูพื้นทางเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งในและต่างประเทศอันซึ่งจะพัฒนาการไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนไทยและชาวโลกในอนาคต และรัฐบาลไทย2012ซึ่งมาผ่านการเลือกตั้งอย่างสวยงาม ซึ่งแสดงจุดยืนการขับเคลื่อนประชาธิปไตยผ่านทางสื่อสารมวลชนไปยังชาวโลกตามความจริง ดังปรากฏออกไปแล้วนั้น

ท่านปธสหรัฐอเมริกา ก็เลยคุยเกทับให้ฟังว่า ท่านก็เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาอย่างยากลำบาก และณ.เวลานี้ก็ยืนอยู่เคียงข้างนายกรัฐมนตรีประเทศไทย ซึ่งมาจากการไว้วางใจอย่างท่วมท้นของประชาชนไทย (เฉไฉเล็กๆๆให้งงเล่น) ท่านนายกรัฐมนตรีของเราก็ยิ้มหวานส่งให้ทันใดและท่านปธ สหรัฐอเมริกาก็แซวนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรของเราว่า ภาษาอังกฤษเก่งขึ้นนะ (และโดนสวนกลับว่า…ท่านปธสหรัฐ โอบาม่าก็ไม่เเข็งแรงเหมือนกัน อิอิ  แล้วเกิดอาการนึกถึงอารมย์ร่วมกันตอนหาเสียงเลือกตั้งลำบากลำบนมาเหมือนกัน ก็เลยจ้องหน้ากันหัวเหราะ คริ คริ ฮาๆๆๆๆ  ประชาธิปไตย จงเจริญๆๆๆๆ  For Nice Democracy ,For Us ,For the world +++ ei ei)

สุนทรพจน์ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในพิธีต้อนรับปธสหรัฐอเมริกา นาย บารัก โอบาม่าและคณะ

“Thailand is the oldest ally of US in Asia and a long lasting one because of our shared commitment to democracy, human rights and free market.

I expressed to the President that it is my firm commitment to the people to preserve and protect the democratic system and I appreciated the President’s support for democracy in Thailand.

And I agreed with him that celebrating past successes is not enough. we look to the future and to build an even stronger partnership that benefits both countries and indeed the broader region, ASEAN and Asia Pacific.”

หลังจากงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแด่ ปธ สหรัฐอเมริกา บารัก โอบาม่าและคณะ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้เดินทางไปประชุม 21 THE SEAN SUMMIT 2012ต่อณ.ประเทศกัมพูชา ส่วนปธสหรัฐอเมริกาก็เดินทางไปร่วมประชุมกับนักธุรกิจไทย-สหรัฐอเมริกาเพื่อเสริมสร้างสัมพันธุ์ไมตรีต่อกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ณ.หอประชุมมหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์  ร่งเช้าวันที่19พ.ย 2555ออกเดินทางต่อไปยังประเทศเหมียนม่าห์ และตกเย็นปธ สหรัฐอเมริกาบารัก โอบาม่าและคณะก็ได้ออกเดินทางไปร่วมงาน 21 th  ASEAN SUMMITAND EAST ESEAN SUMMIT 2012 IN PHNOM PENH, CAMBODIA  เช่นกัน

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ชี้แจงกรณีการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (TPP) กับสหรัฐอเมริกา  โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. จากการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ (นายบารัก โอบามา) เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 นี้ และมีกำหนดการหารือทวิภาคีร่วมกับรัฐบาลไทย ซึ่งหลังจากการหารือดังกล่าว ผู้นำทั้งสองจะมีการแถลงข่าวร่วมกัน

2. สาระที่รัฐบาลไทยจะแถลงร่วมในกรณีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาข้อผูกพันทางการค้า TPP นั้น จะเป็นเพียงการแสดงเจตนารมณ์ที่จะเข้าร่วมเจรจา TPP ซึ่งจะต้องมีกระบวนการภายในประเทศ เพื่อศึกษาผลกระทบในทุกมิติกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างจริงจัง

3. ขั้นตอนก่อนการเสนอตามมาตรา 190 ต้องใช้เวลาในการเจรจา ซึ่งมีขั้นตอนรายละเอียด สรุปได้ดังนี้

ก่อนเสนอตามมาตรา 190

3.1 ศึกษาผลประโยชน์และผลกระทบในการเข้าร่วมเจรจา

3.2 รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน

3.3 จัดทำร่างกรอบการเจรจาความตกลงเพื่อเสนอ ครม. และรัฐสภาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญปี 2550

หลังผ่านมาตรา 190

3.4 หลังจากรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว  ไทยต้องแจ้งความจำนงการเช้าร่วมเจรจา และรอฉันทามติจากประเทศสมาชิก TPP 11 ประเทศ

3.5 จึงจะมีการประกาศการเข้าร่วมการเจรจาอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้น ครม. จะแต่งตั้งหัวหน้าคณะเจรจา

3.6 กำหนดกลยุทธ์ท่าทีในการเจรจา และการเตรียมความพร้อมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

สรุปการเจรจาและประกาศใช้ความตกลง

จากนั้นจึงนำผลการเจรจาทั้งหมดเสนอ ครม.และรัฐสภาให้ความเห็นชอบก่อนลงนามและมีผลบังคับใช้

4. กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า การดำเนินการใดๆ ต่อกรณีนี้จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญอย่างครบถ้วน และจะดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็น ประโยชน์สูงสุด ก่อนที่จะสรุปผล เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

19พฤศจิกายน 2555

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Thai’s Prime Minister Yingluck Shinawatra Welcomed The President of the Republic of Uganda Mr.Yoweri Kaguta Museveni

16 พ.ย 2555นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้การต้อนรับนายโยเวรี คากูทา มูเซเวนี ประธานาธิบดีสาธารณรัฐยูกันดาพร้อมภริยาและคณะระหว่างมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล พร้อมกันนี้ทั้งสองผู้นำได้เดินตรวจแถวกองเกียรติยศกองทัพประเทศไทยณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

หลังจากตรวจแถวกองทหารเกียรติยศร่วมกันแล้วนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ทำความรู้จักกับคณะนักธูรกิจสาธารณรัฐยูกันดาซึ่งร่วมคณะเดินทางในครั้งนี้ด้วย หลังจากนั้นประธานาธิบดีสาธารณรัฐยูกันดานายโยเวรี คากูทา มูเซเวนีได้ลงนามในสมุดเยี่ยมทำเนียบรัฐบาลไทย หัวข้อของการสนทนาได้กล่าวถึงทั้งประเด็นทวิภาคีและระดับภูมิภาคโดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าการลงทุนและความร่วมมือทางด้านเทคนิคโดยผู้นำทั้ง2ประเทศได้เป็นพยานในการลงนาม MOUร่วมกันระหว่างรมต.กระทรวงศึกษาธิการ นาย พงศ์เทพ เทพกาญจนาหลังจากนั้น

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีสาธารณรัฐยูกันดานายโยเวรี คากูทา มูเซเวนีและครอบครัวพร้อมคณะผู้ติดตามณ.ตึกสันติไมตรี บรรยากาศของครอบครัวได้อบอุ่นขึ้นมาเพราะความห่วงใยในท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรของเราหลังจากพบกันที่ประชุมUN เมื่อไม่นานมานี้ท่านประธานาธิบดีสาธารณรัฐยูกันดานายโยเวรี คากูทา มูเซเวนีท่านก็ตอบรับคำเชิญและจัดคณะนักลงทุนธุรกิจด้านต่างๆๆมาเยือนประเทศไทยทันที(ใครๆๆก็ห่วงท่านนายกรัฐฒนตรีคนสวย รวย เก่งและฉลาดเป็นกรดของเรา ชิมิ) ส่วนประเทศเปรูท่านฑูตได้มาเชิญท่านนายกรัฐมนตรีของเราซึ่งจะเดินทางไปบุกอเมริกาใต้ในไม่ช้า และประเทศบลาซิล มิตรแท้ของเราซึ่งสานสัมพันธุ์ภาพกันมานานปีได้เดินทางไปรอที่ประเทศเขมรเพื่อร่วมหุ้นส่วน อาเซียน +6 และมิตรรักแฟนคลับอีกหลายๆๆประเทศได้รอพบปะพูดคุยและขอร่วมหุ้นส่วนอาเซียนในประเทศต่างๆๆที่สนใจอีกด้วย

ภารกิจสำเร็จลงด้วยดีจากคณะรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพาณิช กระทรวงอุตสหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนกระทรวงต่างประเทศนั้นได้ไปร่วมงานอาเซียนครั้งที่21ที่ประเทศเขมรซึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรจะติดตามไปในวันที่17พ.ย2555หลังให้การต้อนรับครอบครัวท่านปธสาธารณรัฐยูกันดาและคณะ ปชชติดตามผลงานของทุกกระทรวงได้ที่ข่าวประจำวันทุกสถานีณ.เวลา 7.00นเช้าและ19.00นเย็นและทีวี asia update ทุกรมตของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีข่าวให้ชื่นใจเสมอ หากตกหล่นอย่างไรรับเป็นสมาชิกทางโทรศัพท์ได้ทุกค่ายในประเทศไทย แล้วอย่าหาว่าสื่อของรัฐบาลไม่ทำงาน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรมักทำงานเป้นทีม หากใครยังด่าแบบสะใจ ก็น่าสงารมากสื่อทางเลือกมีเยอะมาก อย่าหมกม่นแต่สื่อพวกตนเองอย่างเดียวไม่มีใครป้อนเข้าปากให้ อั้ม อะเก่งหลอก ชาวเสื้อแดงแฟนพันธุ์แท้ข่าวอัพเดท เสมอนะจ๊ะ

รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน (17พ.ย.55)

http://news.voicetv.co.th/thailand/56252.html

His Excellency Mr. Yoweri Kaguta Museveni, President of the Republic of Uganda, will pay an official visit to the Kingdom of Thailand from 15 to 17 November 2012, to further enhance the cordial relations that exist between Thailand and Uganda.

His Excellency Mr. Yoweri Kaguta Museveni has been President of the Republic of Uganda since 1986, having won 4 presidential elections – in 1996, 2001, 2006 and 2011 respectively. Throughout his 26 years in office, President Museveni has played a leading role in developing Uganda by implementing a forward-looking economic policy, providing primary education nationwide and addressing public health challenges in Uganda.

On 16 November 2012, after the welcoming ceremony at the Government House, His Excellency Mr. Yoweri Kaguta Museveni will meet with Her Excellency Ms. Yingluck Shinawatra, Prime Minister of the Kingdom of Thailand. Topics of discussion will include various bilateral and regional issues, especially trade, investment and technical cooperation. Her Excellency Ms. Yingluck Shinawatra will also host a welcoming dinner in honour of the President and his delegation at the Santi Maitri Building.

During the visit, His Excellency Mr. Yoweri Kaguta Museveni and a group of leading Ugandan businesspersons will meet potential Thai investors from various areas and will visit major Thai industry facilities in order to explore mutual trade and investment opportunities.

His Excellency Mr. Yoweri Kaguta Museveni has visited Thailand twice – in 2003 for a private visit and in 2004 to attend the 15th World AIDS Conference. This is the first official visit of a Head of State and Head of Government of Uganda since the Kingdom of Thailand and the Republic of Uganda first established diplomatic relations in 1985.

The visit is a reflection of the cordial ties that exist between the two countries, as well as the importance that Thailand attaches to strengthening relationship with African countries within the South-South cooperation framework. It provides an excellent opportunity for Thailand and Uganda to expand cooperation in various areas, both at bilateral and multilateral levels, as well as to promote better understanding at the people-to-people level for the mutual benefit of the two countries.

ประะวัติสาธารณรัฐยูกันดา ( Republic of Uganda) เป็นประเทศในแอฟริกาตะวันออก บริเวณเส้นศูนย์สูตร ไม่มีทางออกทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงมีอาณาเขตทางตะวันออกจดประเทศเคนยา ทางเหนือจดประเทศซูดาน ทางตะวันตกจดสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ซาอีร์เดิม) ทางตะวันตกเฉียงใต้จดประเทศรวันดา และทางใต้จดประเทศเเทนซาเนีย ทางใต้ของประเทศรวมถึงบางส่วนของทะเลสาบวิกตอเรีย ซึ่งมีพรมแดนติดกับเคนยาและแทนซาเนียด้วย ยูกันดาได้ชื่อมาจาก อาณาจักรบูกันดาซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมทางใต้ของประเทศ รวมถึงเมืองหลวงกัมปาลา นอกจากนี้ยังมีอาณาจักรอื่นคือ อารษจักรโตโร  อาณาจักรบุนโยโร-กิตารา  อาณาจักรอันโกเร เมืองหลวงเก่าของประเทศนี้คือเอนเทบบี อันเป็นที่ตั้งของสนามบินแห่งชาติยูกันดาด้วย

พื้นที่ 197,000 ตร.กม. (ไทยใหญ่กว่า 2.5 เท่า)

เมืองหลวง กรุงกัมปาลา (Kampala)

ประชากร 34.39 ล้านคน (2553)

วันชาติ 9 ตุลาคม

เชื้อชาติประชากร

บากันดา 16.9% บานยาโคล 9.5% บาโซกา 8.4% บาคีกา 6.9% อิเตโซ 6.4% ลันกี 6.1% อโคลี 4.7% บากิซู 4.6% ลักบารา 4.2% บันโยโร 2.7% และอื่นๆ 29.6% (สัมมะโนประชากร พ.ศ.2545)

ศาสนา

ประชากรยูกันดานับถือศาสนาคริสต์ ประมาณ 84% นับถือศาสนาอิสลาม 12% และศาสนาอื่นๆอีก 4%

ภาษา

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ Luganda, Kiswahili, Luo, Lunyoro -Lutoro และ Bantu เป็นภาษาท้องถิ่น

ระบอบการปกครอง แบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ และหัวหน้ารัฐบาล พลเอกโยเวรี คากูตา มูเซเวนี (Major General Yoweri Kaguta Museveni) ได้รับชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกันเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2554

ประธานาธิบดี นายโยเวรี คากูตา มูเซเวนี (Yoweri Kaguta Museveni)

นายกรัฐมนตรี นายอามามา อึมบาบาซี (Amama Mbabazi)

รมว.กต.
นายแซม คูเตชา (Sam Kutesa) 

ที่ยูกันดามีศักยภาพในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการลงทุน ได้แก่ ภาคการเกษตร อาทิ มันสำปะหลัง ข้าว ผลิตภัณฑ์และเครื่องจักรทางการเกษตร เนื่องจากชาวยูกันดานิยมบริโภคและมีศักยภาพในการปลูกมันสำปะหลัง แต่ปัจจุบันยูกันดานำเข้าแป้งมันสำปะหลังจากต่างประเทศทั้งสิ้น และภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากยูกันดามีภูมิประเทศที่สวยงามและค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ และมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างชาติเพื่อพัฒนาด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยว

การเมืองการปกครอง

รูปแบบการปกครอง : แบบสาธารณรัฐ (Republic) มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐและหัวหน้ารัฐบาล

ฝ่ายบริหาร : ประกอบด้วยประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขของรัฐและผู้นำรัฐบาล ส่วนนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการช่วยเหลือประธานาธิบดีในการดูแลคณะรัฐมนตรี

ฝ่ายนิติบัญญัติ : ระบบรัฐสภาของยูกันดาเป็นระบบสภาเดียว มีสมาชิกรัฐสภา จำนวน 276 คน โดยเป็นสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง 214 คน ที่เหลือ 62 คน มาจากการเสนอชื่อของประธานาธิบดีที่จัดสรรที่นั่งให้แก่บุคคลสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ได้แก่ สตรี 39 คน นายทหาร 10 คน คนพิการ 5 คน เยาวชน 5 คน และผู้แทนจากภาคแรงงาน 5 คน โดยสมาชิกรัฐสภาอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี

ฝ่ายตุลาการ : ประกอบด้วยศาลอุทธรณ์และศาลสูง โดยประธานาธิบดีจะเป็นผู้แต่งตั้งผู้พิพากษาทั้งสองศาล

เมืองหลวง : กรุง Kampala

การแบ่งการปกครอง : แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 69 เขต ได้แก่ Adjumani, Amolatar, Amuria, Apac, Arua, Budaka, Bugiri, Bundibugyo, Bushenyi, Busia, Butaleja, Gulu, Hoima, Ibanda, Iganga, Jinja, Kaabong, Kabale, Kabarole, Kaberamaido, Kabingo, Kalangala, Kaliro, Kampala, Kamuli, Kamwenge, Kanungu, Kapchorwa, Kasese, Katakwi, Kayunga, Kibale, Kiboga, Kiruhura, Kisoro, Kitgum, Koboko, Kotido, Kumi, Kyenjojo, Lira, Luwero, Masaka, Masindi, Mayuge, Mbale, Mbarara, Moroto, Moyo, Mpigi, Mubende, Mukono, Manafwa, Mityana, Nakapiripirit, Nakaseke, Nakasongola, Nebbi, Ntungamo, Pader, Pallisa, Rakai, Rukungiri, Sembabule, Sironko, Soroti, Tororo, Wakiso, Yumbe

ประเทศยูกันดาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 ภูมิภาค โดยแบ่งย่อยออกเป็น 6 อาณาจักร โดยแต่ละอาณาจักรแบ่งย่อยออกเป็น 111 เขต โดยแต่ละเขตแบ่งย่อยออกเป็น 146 มณฑล

วันที่ได้รับเอกราช : 9 ตุลาคม พ.ศ. 2505 จากสหราชอาณาจักร

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ : 8 ตุลาคม พ.ศ. 2538 มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี พ.ศ. 2548

ระบบกฎหมาย : เมื่อปี พ.ศ. 2538 รัฐบาลได้นำระบบกฎหมายที่มีรากฐานมาจากกฎหมายจารีตประเพณีอังกฤษและกฎหมายธรรมเนียมปฏิบัติกลับมาใช้

ยูกันดาตกเป็นดินแดนในอารักขาของอังกฤษตั้งแต่ปี 2436 (ค.ศ. 1893) จากข้อตกลงระหว่างกษัตริย์แห่ง Buganda ซึ่งเป็นเผ่าที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดกับรัฐบาลอังกฤษ หลังจากการเป็นรัฐอารักขาของอังกฤษ อิทธิพลทางเศรษฐกิจของชนผิวขาวจากเคนยาซึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในยูกันดาเริ่มขยายตัวมากขึ้น ทำให้กลุ่มผู้นำ Buganda ไม่พอใจและระแวงว่าคนเหล่านี้จะมีอำนาจครอบงำทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจโดยสิ้นเชิง ดังนั้น เมื่อมีการเสนอแนวความคิดเกี่ยวกับการจัดตั้งสหพันธรัฐแอฟริกาตะวันออก (East African Federation) ซึ่งเป็นรัฐเอกราชใหม่ที่จะรวมอดีตอาณานิคมอังกฤษในแอฟริกาตะวันออกเข้าด้วยกัน ผู้นำ Buganda จึงคัดค้านข้อเสนอนี้ และต้องการที่จะแยกตัวออกเป็นประเทศเอกราชต่างหาก เพราะเกรงว่าชนผิวขาวในเคนยาจะมีอิทธิพลเหนือยูกันดา ข้อเรียกร้องดังกล่าวก่อให้เกิดความขัดแย้งกับนักการเมืองจากเผ่าอื่น ซึ่งต้องการให้ยูกันดาได้รับเอกราชแล้วรวมตัวกันเป็นรัฐเดียว ผู้นำที่สำคัญ ได้แก่ นาย Milton Obote หัวหน้าพรรค Uganda People’s Congress (UPC) ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ทำให้ยูกันดาได้รับเอกราช เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2505 (ค.ศ. 1962) และนาย Obote ได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

รัฐธรรมนูญฉบับแรกกำหนดให้ยูกันดาเป็นสหพันธรัฐ มีลักษณะพิเศษ คือ ประกอบด้วยอาณาจักรต่าง ๆ โดยอาณาจักรที่สำคัญที่สุด คือ Buganda ต่อมาในปี 2510 (ค.ศ. 1967) นาย Obote ได้ยึดอำนาจตั้งตนเป็นประธานาธิบดี พร้อมกับยกเลิกการปกครองแบบสหพันธรัฐ อย่างไรก็ดี นาย Obote เป็นประธานาธิบดีได้เพียง 4 ปีเศษ ก็ถูกพลตรี Idi Amin ทำรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2515 (ค.ศ. 1972) ประธานาธิบดี Amin ปกครองประเทศแบบเผด็จการ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง รวมทั้งได้ประกาศสงครามเศรษฐกิจยึดทรัพย์สินของเอกชนเป็นของรัฐประมาณ 3,500 ธุรกิจ มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขับไล่ชาวเอเชียประมาณ 75,000 คน ทำให้คนงานซึ่งทำงานในสาขาพาณิชย์และอุตสาหกรรมว่างงานจำนวนมาก เศรษฐกิจของยูกันดา (ซึ่งหลังได้รับเอกราช เคยเป็นประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นศูนย์กลางของแอฟริกาตะวันออก) เริ่มตกต่ำ ผลผลิตลดลงร้อยละ 16 เกิดภาวะเงินเฟ้อ ต่อมาในปี 2522 (ค.ศ. 1979)

กลุ่มต่อต้านโดยความช่วยเหลือของกองทหารแทนซาเนียสามารถโค่นล้มอำนาจประธานาธิบดี Amin ได้สำเร็จ นาย Obote กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งโดยชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2523 (ค.ศ. 1980) แต่ความขัดแย้งระหว่างเผ่าที่ดำรงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เผ่า Acholi ซึ่งอยู่ทางเหนือ ไม่พอใจต่อการที่นาย Obote ให้ตำแหน่งสำคัญกับคนในเผ่าอื่นจึงทำให้พลโท Tito Okello ซึ่งเป็นคนเผ่า Acholi ก่อการรัฐประหารเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2528 (ค.ศ. 1985) คณะทหารที่ปกครองประเทศได้กวาดล้างศัตรูทางการเมืองอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนไม่พอใจและหันไปสนับสนุนขบวนการต่อต้านแห่งชาติ (National Resistance Movement – NRM) ซึ่งมีนาย Yoweri Museveni เป็นผู้นำ นาย Museveni เคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของประธานาธิบดี Obote ระหว่างปี 2510-2515 (ค.ศ. 1967-1972) และหลบหนีไปแทนซาเนียในช่วงที่ประธานาธิบดี Amin ก่อการรัฐประหาร และได้ก่อตั้งขบวนการ NRM ขึ้น ขบวนการ NRM สามารถยึดอำนาจจากรัฐบาลของพลโท Okello ได้ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2529 (ค.ศ. 1986) และนาย Museveni เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลจากพรรคต่าง ๆ รัฐบาลประกาศว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 3-5 ปีข้างหน้า และอนุญาตให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ยังคงอยู่ได้แต่ให้ระงับกิจกรรมชั่วคราวรัฐบาลของประธานาธิบดี Museveni มีเป้าหมายอันดับแรก คือ การสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในชาติและฟื้นฟูการปกครองด้วยการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากผู้แทนหลายฝ่าย เนื่องจากยูกันดามีขบวนการหลายกลุ่มและแตกแยกสู้รบกันเป็นเวลา 20 ปี ทำให้บ้านเมืองถูกทำลายและเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะตกต่ำ

รัฐบาลประกอบด้วยสมาชิกจากขบวนการ National Resistance Movement (NRM), Uganda Patriotic Movement, Democratic Party, Uganda People’s Congress, Conservative Party และขบวนการกองโจรเล็ก ๆ 2 องค์การ รัฐบาลทหารชั่วคราวได้ปกครองประเทศตั้งแต่ปี 2529 (ค.ศ. 1986) รับผิดชอบในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ สภา National Resistance Council ประกอบด้วยสมาชิก 268 คน ซึ่งนำโดยประธาน คือ ประธานาธิบดีเดิมขบวนการ NRM ประกาศว่าจะปกครองประเทศเพียง 4 ปี แต่ในเดือนตุลาคม 2532 (ค.ศ. 1989) เนื่องจากสภาวะสงครามทางตอนเหนือและตะวันออกของประเทศ ทำให้รัฐบาลต้องขอเวลาอีก 5 ปี เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และการขอยืดอายุรัฐบาลประธานาธิบดี Museveni เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป เพราะเห็นว่าไม่มีใครที่จะปกครองประเทศแทนประธานาธิบดี Museveni ได้ รัฐบาลได้รับความนิยมจากประชาชนในด้านความปลอดภัย เศรษฐกิจเสรีและนำความสงบสุขสู่ยูกันดา

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2539 (ค.ศ. 1996) ประธานาธิบดี Museveni ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง มีวาระ 5 ปี และสมาชิกของขบวนการ NRM ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนที่นั่ง 276 ที่นั่ง จึงทำให้ขบวนการ NRM มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

ปัจจุบันยูกันดากำลังประสบกับปัญหาความขัดแย้งทางตอนเหนือของประเทศ โดยปัญหาดังกล่าวเริ่มต้นในปี 2530 (ค.ศ. 1987) เนื่องมาจากมีการจัดตั้งกลุ่มกบฏ Lord Resistance Army (LRA) นำโดยนาย Joseph Kony ซึ่งมีเป้าหมายที่จะโค่นล้มรัฐบาลยูกันดาเพื่อก่อตั้งรัฐบาล Theocratic ซึ่งเป็นระบบการปกครองที่ยึดถือพระเจ้าหรือเทพเจ้าเป็นหลัก ถึงแม้ว่า LRA ไม่ได้เป็นภัยคุกคามสำหรับรัฐบาลยูกันดาก็ตาม แต่ก็ได้ก่อความไม่สงบทางตอนเหนือของยูกันดาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ส่งผลให้ปัจจุบันมีชาวยูกันดาซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือจำนวนมากต้องประสบปัญหาความยากจน ขาดแคลนอาหาร มีอัตราการตายของเด็กสูง มีจำนวนผู้พลัดถิ่นสูง นอกจากนี้ เมื่อปลายปี 2547 (ค.ศ. 2004) ได้มีรายงานด้วยว่า LRA ได้ใช้กำลังกดขี่ทางเพศต่อเด็ก รวมทั้งยังมีเด็กอีกจำนวน 16,000 – 26,000 คน ถูกใช้งานเป็นทหาร (Child Soldiers)

ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2549 (ค.ศ. 2006) ประธานาธิบดี Museveni ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัยหนึ่ง ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 59.3 โดยมีวาระในการดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ : ภายหลังได้รับเอกราชในปี 2510 สามประเทศในแอฟริกาตะวันออก ซึ่งเป็นอดีตอาณานิคมของอังกฤษ ได้แก่ ยูกันดา เคนยา และแทนซาเนียได้ร่วมกันจัดตั้ง EAST AFRICAN COMMUNITY (EAC) แต่ก็ต้องล้มเลิกไปในปี 2520 เนื่องจากความขัดแย้งกันทางการเมืองและเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2536 กลุ่ม EAC ได้ถือกำเนิดขึ้นอีกเมื่อทั้ง 3 ประเทศร่วมลงนามในการจัดตั้ง EAC ขึ้นอีกครั้ง

ยูกันดาเป็นสมาชิกสหประชาชาติและองค์กรต่าง ๆ ของสหประชาชาติและเข้าเป็นสมาชิกองค์การเอกภาพแอฟริกา (Organization of African Unity – OAU) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2533 ประธานาธิบดี Museveni ได้รับเลือกเป็นประธาน OAU เป็นเวลาหนึ่ง และสมาชิกในกลุ่ม PTA (Preferential Trade Area for East and Southern Africa) เมื่อเดือนธันวาคม 2530 มีการประชุมประเทศในกลุ่ม PTA ที่กรุงกัมปาลา มีมติให้ประเทศสมาชิกลดภาษีศุลกากรลงร้อยละ 10 ทุก ๆ 2 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2530 ถึงเดือนตุลาคม 2539 นอกจากนี้ ยูกันดายังเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) ด้วย

ยูกันดาได้ประโยชน์ทางการค้าระหว่างประเทศภายใต้ LOME CONVENTION ซึ่งเป็นข้อตกลงทางการค้าและความช่วยเหลือระหว่าง EU และแอฟริกา แคริบเบียน และแปซิฟิก โดยสินค้าเข้าบางชนิดในประเทศกลุ่ม EU จะได้รับการยกเว้นภาษี นอกจากนี้ ยังได้รับความช่วยเหลือด้านการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การสูญเสียจากการที่ราคาสินค้าตกต่ำและเพื่อกิจการด้านเหมืองแร่ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2536 ยูกันดาและประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกและได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาตลาดร่วมแห่งภูมิภาครัฐแอฟริกาตะวันออกและใต้ (Common Market for Eastern and Southern African States : COMESA)

ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ : เนื่องจากเป็นประเทศที่ประสบภาวะสงครามกลางเมืองเป็นเวลานาน ยูกันดาจึงต้องการความช่วยเหลือจากต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดี Museveni แถลงว่า รัฐบาลยูกันดายินดีที่จะยอมรับความช่วยเหลือจากต่างชาติในด้านที่จำเป็นและสำคัญทางเศรษฐกิจเท่านั้น เช่น ในด้านการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2530 ประเทศผู้ให้ต่าง ๆ ได้ให้เงินช่วยเหลือแก่ยูกันดามากขึ้น โดยประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือแก่ยูกันดาที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐฯ สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ออสเตรีย เป็นต้น นอกจากนี้ ยูกันดายังได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) 76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการนำเข้าสินค้าจำเป็นจำนวน 20.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือแก่ยูกันดามากที่สุดในภูมิภาค SUB-SAHARA เดนมาร์ก (12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ญี่ปุ่นได้ให้เงินช่วยเหลือ 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจ ยูกันดาในการลดภาระหนี้สินในการนำเข้าสินค้าจำเป็น อาทิ ปิโตรเลียม เครื่องมือก่อสร้างถนน อุปกรณ์ไฟฟ้า รถประจำทาง เครื่องจักรกล เครื่องรับโทรทัศน์ วิทยุ อุปกรณ์โทรคมนาคม ฯลฯ จากการเยือนยูกันดาของประธานาธิบดี Clinton ระหว่างวันที่ 24-25 มีนาคม 2541 นั้นประธานาธิบดี Clinton ได้ประกาศให้ความช่วยเหลือแก่ยูกันดาในด้านการศึกษา โภชนาการ สาธารณสุขและด้านแรงงานแก่ประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกา รวมมูลค่า 198.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ การประกาศให้ความช่วยเหลือดังกล่าวที่ประเทศยูกันดา นับว่าสหรัฐฯ ได้ให้ความสำคัญแก่ยูกันดามากขึ้น

นอกจากนี้ ยูกันดายังมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในภูมิภาค (Great Lakes) รวมถึงการส่งเสริมการค้า การลงทุนระหว่างกัน และได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Entebbe Summit for Peace and Prosperity ขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 โดยประธานาธิบดี Clinton ได้เข้าร่วมการประชุมพร้อมกับผู้นำสูงสุดและผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ได้แก่ ประธานาธิบดี Museveni แห่งยูกันดา ประธานาธิบดี Danial arap Moi แห่งเคนยา ประธานาธิบดี Benjamin W. Mkapa แห่งแทนซาเนีย ประธานาธิบดี Pasteur Bizimungu แห่งรวันดา ประธานาธิบดี Laurent Kabila แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก นายกรัฐมนตรี Meles Zenawi แห่งเอธิโอเปีย นาย Murerwa รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของซิมบับเว ซึ่งผู้นำและผู้แทนประเทศต่าง ๆ ได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์การประชุม Kampala Summit Communigue ด้วย

3. นโยบายต่างประเทศ

3.1 ความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาค
ยูกันดาดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในหลากหลายมิติ ดังนี้

เคนยาและแทนซาเนีย ยูกันดามีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอันดีกับเคนยาและแทนซาเนีย เนื่องจากทั้งสามประเทศอยู่ภายใต้อาณานิคมของสหราชอาณาจักร และยังคงรักษาสัมพันธภาพอันดีหลังจากได้รับเอกราช ความสัมพันธ์อันยาวนานส่งผลให้ทั้ง 3 ประเทศ มีนโยบายกระชับความร่วมมือระหว่างกัน นำไปสู่การจัดตั้ง EAC เมื่อปี 2543 และหลังจากนั้นได้มีการลงนามความตกลงสหภาพศุลกากรร่วมกัน (Custom Union Agreement) ในเดือนมกราคม 2548 ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดการค้า การลงทุนในอนุภูมิภาคนี้

รวันดา ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างยูกันดาและรวันดาไม่ราบรื่นนัก เนื่องจากทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทอันเกิดจากการแทรกแซงการเมืองภายในของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก จนทำให้เกิดการปะทะกับระหว่างสองประเทศในปี 2542 และ 2543 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ระหว่างสองประเทศเริ่มคลี่คลายลงเพราะปัจจุบันชาวรวันดาเชื้อสาย Tutsi เริ่มมีความเกี่ยวพันและเชื่อมโยงกับชาวยูกันดาเชื้อสาย Banyarwanda ที่อาศัยอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูกันดามากขึ้น และผู้อพยพชาวรวันดาเชื้อสาย Tutsi ที่อาศัยในยูกันดาหลายคนเริ่มเข้าเป็นสมาชิกของ National Resistance Army ซึ่งอยู่ภายใต้การบัญชาการของประธานาธิบดี Museveni นอกจากนี้ ยูกันดายังเป็นผู้สนับสนุนให้รวันดาเข้าเป็นสมาชิก EAC ด้วย ดังนั้น จะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ อย่างไรก็ตาม หากปัญหาภายในประเทศของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกยังไม่คลี่คลาย ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศยังมีโอกาสกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง

สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก - ยูกันดาพยายามพัฒนาและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับคองโกตั้งแต่ยูกันดาถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ในปี 2544 และเริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2546 อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้ยังคงคลุมเครือ เนื่องจากคองโกยังเชื่อว่ายูกันดาเป็นผู้จัดหาอาวุธให้แก่กลุ่มติดอาวุธต่างๆ ในคองโกเพื่อต่อต้านกลุ่ม Lord’s Resistance Army (LRA) ที่นำโดย Joseph Kony ซึ่งเป็นศัตรูกับยูกันดา ความขัดแย้งระหว่างยูกันดาและ LRA นี้ สืบเนื่องมาจากการที่ LRA ได้ทำสงครามกลางเมืองกับกองกำลังของยูกันดา (Uganda People’s Defence Forces – UPDF)[1] และกลายเป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายมายาวนานกว่า 20 ปี อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองรัฐบาลยังอยู่ในเกณฑ์ดี และทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมมือกันต่อต้านกลุ่มกบฏและได้ทำปฏิญญาว่าด้วยการสำรวจน้ำมันบริเวณชายแดนร่วมกัน ดังนั้นถึงแม้ว่าสถานการณ์ในคองโกยังไม่มีเถียรภาพมากนัก แต่ก็ไม่กระทบต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศแต่อย่างใด

ซูดาน เดิมความสัมพันธ์ระหว่างยูกันดาและซูดานมีความตึงเครียด เนื่องจากยูกันดาสนับสนุนกลุ่ม Sudan People’s Liberation Army (SPLA) ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนในซูดาน ในขณะที่ซูดานสนับสนุน LRA ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ต่อมา ในปี 2546 (ค.ศ. 2003) ทั้งสองฝ่ายทำการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน เนื่องจากยูกันดาและซูดานมีพรมแดนเชื่อมต่อกันมากกว่า 400 กิโลเมตร และประชาชนมีการเดินทางข้ามพรมแดนเป็นประจำ โดยรัฐบาลซูดานได้ให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือในการต่อต้าน LRA ในขณะเดียวกันรัฐบาลยูกันดาจะผลักดันให้กลุ่ม SPLA ถอยร่นกลับเข้าไปในซูดาน อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศมีทีท่าว่าจะซับซ้อนยิ่งขึ้นหลังจากกลุ่ม SPLA ได้แปรสภาพเป็นรัฐบาลซูดานใต้ (Government of Southern Sudan – GOSS) ตามข้อตกลง CPA ในปี 2548 (ค.ศ. 2005) เนื่องจากรัฐบาลซูดานใต้ พยายามทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่าง LRA และยูกันดา รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพื่อต่อต้าน LRA ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างซูดานและยูกันดายังไม่มีเสถียรภาพ เนื่องจากขึ้นอยู่กับขั้วอำนาจของผู้นำทางการเมืองของรัฐบาลซูดานที่จะนำไปสู่การกำหนดท่าทีของทั้งสองฝ่ายต่อไป

3.2 ความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก แม้ว่าในปัจจุบันรัฐบาลนาย Museveni ใช้ความรุนแรงในการปราบปรามฝ่ายค้าน แต่รัฐบาลชาติตะวันตกยังมีความเกรงอกเกรงใจในตัวนาย Mueseveni เนื่องจากนาย Museveni ผลงานโดดเด่นในระดับประเทศ และระดับภูมิภาคหลายประการ อาทิ การลดอัตราการติดเชื้อ HIV ในยูกันดา และการส่งทหารไปช่วยรักษาสันติภาพในโซมาเลีย

3.3 ความสัมพันธ์กับชาติเอเชีย ยูกันดาได้ดำเนินนโยบาย Look East Policy เช่นเดียวกับประเทศแอฟริกาส่วนใหญ่ โดยจากเดิมที่ขยายความสัมพันธ์กับจีน อินเดีย และเกาหลีใต้เป็นหลัก ได้เริ่มสนใจสินค้า และวิทยาการจากเวียดนาม มาเลเซีย และไทยมากขึ้น ในขณะนี้ มาเลเซียได้เริ่มเข้ามาตั้งโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมของยูกันดาแล้ว

3.4 บทบาทของยูกันดาในภูมิภาคแอฟริกา
ยูกันดาเป็นประเทศแอฟริกาไม่กี่ประเทศประสบความสำเร็จในลดอัตราผู้ติดเชื้อเอดส์ใหม่ จนได้รับคำชมเชยจากสหประชาชาติในนโยบายการป้องกันโรคเอดส์เช่นเดียวกับไทย โดยอัตราผู้ติดเชื้อเอดส์ในยูกันดาลดลงจากร้อยละ 20 ในปี 2538 (ค.ศ.1995) เหลือร้อยละ 6.4 ในปี 2548 (ค.ศ.2005) ด้วยนโยบายส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย และพยายามรณรงค์ไม่ให้ประชาชนมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส

ยูกันดาให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจของแอฟริกาหลังจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นอย่างมาก โดยกระตุ้นให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนในแอฟริกา เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้จากประเทศร่ำรวยไปสู่ประเทศที่ยากจน ซึ่งจะเป็นการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมภายในประชาคมโลก และจะทำให้ประชากรในประเทศยากจนสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึง

ยูกันดามีส่วนในการสร้างเสริมสันติภาพในภูมิภาคแอฟริกา โดยส่งกองกำลังทหารเข้าร่วมส่งทหารไปช่วยรัฐบาลโซมาเลียรักษาสันติภาพ ในภารกิจของสหภาพแอฟริกาในโซมาเลีย (African Union Mission in Somalia: AMISOM) ร่วมกับบุรุนดี อย่างไรก็ดี การที่ยูกันดาเข้าไปมีส่วนร่วมในโซมาเลียส่งผลให้ยูกันดาตกเป็นเป้าหมายการก่อการร้ายจากกลุ่ม al-Shabaab ซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลโซมาเลีย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 (ค.ศ. 2010) เกิดเหตุระเบิดในร้านอาหารกลางกรุงกัมปาลาในช่วงที่ประชาชนออกมาชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกช่วงฟุตบอลโลก ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 74 คน

ประมวลภาพนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรให้การต้อนรับประธานาธิบดี สาธารณรัฐยูกันดานายโยเวรี คากูตา มูเซเวนี (Yoweri Kaguta Museveni)

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

ประชาชนไทย15 พ.ย2555

Thailand War Return of the jedi ending

เป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างช่วงรอยต่อร.9สู่ร.10ของมกุฏราชกุมารแห่งราชวงค์ไทยซึ่่งช่วงชิงบัลลังก์กับเหล่าอำมาตย์องค์มนตรีขององค์พระบิดามือมองไม่เห็นรึมาเฟียประเทศไทยนอกรัฐธรรมนูญร่วมกับthailand redshirtsซึ่งประชาชนไทยทุกหมู่เหล่าต่างลุกขึ้นมาทวงคืนอำนาจประชาธิปไตยซึ่งถูกปิด­บังซ่อนรูปจากเผด็จการทหารไทยมากว่า60ปี….ทำให้บาดเจ็บล้มตายเป็นอันมากโดยUNและคน­ไทยสมาชิกพรรคประชาธิปปัตย์พันธมิตรเสื้อเหลืองและคนกรุงเทพมหานครต่างวางเฉยต่อคนไท­ยด้วยกันเอง…โดยละเลยหน้าที่พลเมืองไทยไปหมดสิ้น…2012นี้จึงเป็นหน้าที่ของคนไทย­รุ่นหลังต้องสานต่อทวงคืนอำนาจประชาธิปไตยผ่านทางพรรคเพื่อไทยโดยมีนายกหญิง ยิ่งลักษณ์ ชืนวัตรและพี่ชาย ทักษิณ ชินวัตรและคณะจัดระเบียบโลกร่วมกันมาสะสางปัญหาเมืองไทยให้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยต­ามกรอบสากลที่ถูกต้อง…โดยมีแฟนคลับประเทศไทยจากทั่วโลกมาร่วมด้วยช่วยกันกันจัดระเ­บียบสังคมไทยให้เข้าที่โดยประชาร่วมใจนะเอง.ยุคเการพ-อรชุน…รึยุคThe Prince Of Egypt รีรันร่วมกัน ซึ่งต้องใช้ศาสตร์การสู้รบในอดีตมาช่วยแก้ปัญหาบ้านเมืองซึ่งยากแสนยากและไม่รู้จะจบ­อย่างไร..แต่ปชชก็ร่วมใจสู้ๆๆๆไม่ว่าจะนานแค่ไหนค่อยทำค่อยไป…นะพี่น้อง

อมตะหนังไทย บุญชู ภาค 7 ตอนซื้อข้าวและเพื่อนผู้รับซื้อของเก่า…หมู่บ้านฉันเป็นชาวไร่ชาวนาฐานะยากจนไปกดราคาเขาฉันไม่อยู่ก็ไม่เป็นไรหรอกแต่นี่ ฉันรู้ฉันเห็นฉันเสียความรุ้สึกหมู่บ้านฉัน…สันติสุข พรหมศิริ

รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน (24 พ.ย. 55)

http://news.voicetv.co.th/thailand/56885.html

เสื้อแดงตัวพ่อ

เจ้าชายปีวอกผ้าคลุมแดง

ผู้กำเนิดจากอุรังคตัง(อก)ของพระพุทธองค์ตามตำนานผู้ขับเคลื่อนสู่ ยุคชาวศิวิไลท์ แห่งรัชกาลที่10แห่งราชวงค์จักรีซึ่งในยุคนี้คนมีเงินจะหมดอำนาจชาวประชาจะเชื่อถือในคุณธรรมความดีเป็นที่ตั้ง เมื่อมนุษย์ทำชั่วมากจะเกิดภัยพิบัติ รึกาลียุค10อย่างดังนี้พายุลมแรงแผ่นดินไหว,อัคคีภัย,อุทุกภัย,ฟ้าผ่า,ร้อนเกินไป หนาวเกินไป,สารพิษต่างๆๆ,กาฬโรค-โรคต่างๆๆในอดีตเช่น คอตีบ ฝีดาษ ท้องร่วง โรคเรื้อนย้อนมาใหม่,ข้าวยากหมากเเพงและเกิดพยาบาทเบียดเบียนกันเอง

จารึกอนาคตของพระเจ้าอโศกมหาราช จากศิลาจารึกหินศิลาแรงซึ่งคณะฑุตไทยได้อัญเชิญพระสารีกธาตุจากวัดพระเจตมหาเชตวันณ.สวนมฤคทายวัน ประเทศอินเดีย พ.ศ2485กล่าวเกี่ยวกับประเทศไทยซึ่งเป็นแผ่นดินซึ่งราชวงค์จักรีได้ถวายเป็นพุทธบูชาไว้ให้ชาวพุทธมาต่อยอดบารมีรุ่นต่อรุ่น ย้อนไปย้อนมากำเนิดในแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองนี้ เมื่อเจ้าแผ่นดินโลกีย์หมดบารมีจากการเสวยบาป แล้วพระธรรมมิกราชผู้สถิตอยู่ทางทิศตะวันออกจะครองบัลลังค์ธรรมแห่งผู้ครอบครองทิศบูรพา บิดาแห่งกวนอิมพุทธเทวีจะแก้ไขปัญหา ขับเคลื่อนเพศภัยให้เบาบางลงและส่งต่ออำนาจแด่ผู้สืบสายโลหิตพุทธวงค์อดีตะองค์อโศกมหาราชผู้ซึ่งจะถือกำเนิดจากอุรังคตัง(อก)ของพระพุทธองค์มาเป็นรัชกาลที่10 ซึ่งถือว่าเป็นชาวศิวิไลท์ ของชาวพุทธและจะลงมา ต่อยอดบารมีจากยุคสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชเดิมพร้อมราชาแห่งลังกาวงค์(ทักษิณ ชินวัตร) มิตรผู้ทำบุญโดยไม่เห็นหน้ากันมาก่อน …

บันทึกภาษาอิสานมีไว้ดังนี้ปัญหาที่จะเกิดจากมนุษย์ทุศีลให้คนชั่วมาร ซาตานครองเมืองดังนี้

1.ทุกข์ยากฮ้อนย้อนศึกสงคราม(พระธรมมิกราชและกวนอิมพุทธเทวี(กษิติครรภ์โพธิ์สตว์)ได้ทำงานช่วยมนุษย์ในศัตวรรตที่20โดย ห้ามศึกสงครามตำหนิติเตียนคนทำให้สำนึกในบาปการจักฉากสงครามค้ามนุษย์สะสมศพ การหากินกับศพ ให้รัฐทำหน้าที่รักษาบ้านเมืองชี้คนไหนผิดคนไหนถูก…ผ่านจากชาวอิสานทับหลวงแห่งพระธรรมมิกราช)

2.ทุกข์ยากฮ้อนย้อนน้ำ-ไฟ (แนะนำการสู้กับน้ำการเตรียมตนให้อยู่กับน้ำ น้ำลดฟื้นบูรณะบ้านเมือง แนะนำวิธีป้องกันแก้ไข แนะนำให้พลเมืองช่วยกันและกันไม่ทอดทิ้งคนดี แต่ช่วยกำจัดคนชั่วให้หมดไปจากแผ่นดินหาไม่แล้วสังคมจะไม่สงบสุขจนเป้นชาวศิวิไลท์ อะไรเป็นเสี้ยนหนามตำใจก็ทำเถอะ)

3.ทุกข์ยากฮ้อนย้อน บ่มีไผ่ซิเบ่งไผ(นำศาสนาพุทธมาใช้ให้ประชาเอื้อเฟื้อกันแบบชาวไทยแท้มีน้ำใจงาม)

4.ทุกข์ยากฮ้อนย้อน อึดข้าวปลาอาหาร(สอนการทำนา รักษาการทำนา แก้ไขปัญหาการทำนาต่างๆๆน้ำมาก น้ำน้อย แก้ปัญหาศัตรูพืชสวนไร่นา ให้ปชชหัดทำนาเช่าที่มีรายได้เลี้ยงจุนเจือครอบครัว)

5.ทุกข์ยากฮ้อนย้อน  ผัว-บ่เห็นหน้ากัน(ยุคนเรศวรทำสงครามมากเกินไป ให้สังคมสงบไม่มีสงครามพ่อเเม่ลูกเมียผัวแยกทางกันจนเกิดปัญหาครอบครัวยาเสพติด พ่องานมากก็แบ่งเวลาอบรมลูก พยายามสร้างครอบครัวให้อบอุ่นเข้าใจกันโดยนำหลักศาสนาพุทธมาใช้)

6.ทุกข์ยากฮ้อนย้อน มีคนตายตามทุ่งนา(แจ้งบ้านเมืองให้ติดตามคดี ทำบุญฝังศพให้เขาแม้ไม่รู้จัก)

7.ทุกข์ยากฮ้อนย้อน บ่มีผู้เฒ่า(ส่งเสริมให้สสภาคอิสานให้เงินสวัสดิ์การแก่ผู้สูงอายุเคารพท่าน 60ปีทุกคนควรค่าแก่การเป็นพลเมืองไทย ลูกหลานเอาใจเลี้นงดูบิดามรรดา สังคมดูแลคนชราไม่มีญาติให้อยู่ดีมีสุข ให้ลูกๆๆผู้ทำมาหากินเบี้ยน้อยให้ไม่ห่วงกองหลังจากทีมสาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต สว สส สขสท นายกเทศมนตรี นายอำเภอ ผู้ว่า)

8.ทุกข์ยากฮ้อนย้อน ไปต่างประเทศบ่สะดวก(ผลักดันให้มีการคมนาคมสดวก ไปมาหาสู่กันได้โดยถนนได้มาตราฐาน ซ่อมถนนให้ราบเรียบยางรถยนต์เกาะถนนไม่เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย พยายามวิจัยสิ่งใหม่ๆๆให้ยกระดับคุณภาพจราจร รวมทั้งรถไฟฟ้าความเร็วสูงกั้นที่ทางให้พ้นจากอันตรายในรูปแบบต่างๆๆ)

9.ทุกข์ยากฮ้อนย้อน นอนบ่หลับ(พยายามให้สังคมสงบสุข ไม่มีขโมยจากคุณธรรมของคนดีให้มีอัตราส่วนประชากรมากเทียบเท่ายุโรป ฝันให้ไกลไปให้ถึง)

บันทึกหลังพุทธกาลได้ดำเนินมาถึงตอนนี้…

ปึ2550จะยิ่งทวีปัญหา มนุษย์นอกศาสนาจะรบราฆ่าฟันกันจนเลือดเต็มพื้นดิน พื้นน้ำจะลุกลามมนุษย์เป็นระยะๆๆ แผ่นดินลุกเป็นไฟ ตายไปครั้งละครึ่งหนึ่ง จึงจะเลิกล้ม ต่างฝ่ยต่างหมดกำลัง สมณชีพราหมณ์จะอดยากยากเข็ญ ลูกไฟจะตกจากฟ้า เหล็กกล้าจะผุดจากน้ำ สงครามจะเกิดทั่วทิศ พญานาคจะผ่นพิษเป็นเพลง(ลูกไฟ) แล้วทหารจะเป็นเจ้า,ข้าวสารจะขาดแคลนทุกแคว้นจะอดอยาก พลูหมากจะหมดเปลือง สีเหลืองจะชนะ (เสื้อแดงใส่มาก่อนตอน60ปี 2555ต้องทวงคืนมาโดยจัดใหม่เหมือนครองราช60ปี)พระยังอยู่คู่เมืองต่อไป สีขาวจะแพ้ภัย(คนทุศีล โหร(ทายไม่ถูก) พราหมณ์ คนหากินกับศาสนา) ในที่สุดครุฑจะบินกลับถิ่นฐาน(ตรารัชกาลที่9ร่ำรวยมหาศาล)คนจะกลับมาบำรุงศาสนาฟื้นคืนดังเดิม ภัยพิบัติจากมนุษย์ผิดกฏโลกนี้ประเทศไทยจะเหลือแค่30% ทั่วโลกเหลือประชากร10%คัดเลือกจากผู้นำหลักศาสนาพุทธมาใช้ปฏิบัติ ฉะนั้นท่านในอดีตเตือนว่าอย่าหลงใหลในทรัพย์สินของตนให้มากนักเพราะเมื่อเข้าสู่ยุค ชาวศิวิไลท์ เงิน ทอง จะไม่มีค่าเลย เพราะมนุษย์ยุคนี้วัดกันที่ความดีมีรัศมีอาร่าอาทิตยาในกลางวันมี แสงจันทราเมื่อมืดมิด เด่นสง่าด้วยธรรมะจากภายในตนทรัพย์ส่วนตัว ซึ่งไม่มีใครแย่งชิงไปได้ อิจฉาริษยาจึงหมดค่าไปในสมัยนี้ในปีมะโรง2555,ปีมะเส็ง2556,ปีระกา2560,ปีกุนพ.ศ2562

คำทำนายจากสมเด็จพระพุทธจารย์โต พรหมรังสี(พระมหาลำไย คันฉ่อง)

รัชกาลที่1 ทายว่า มหากาฬ(ทำลายเพื่อน พี่น้อง)

รัชกาลที่2 ทายว่า ณาฌยักษ์ (ชำนาญเวชมนต์)

รัชกาลที่3 ทายว่ารักมิตร (มีการค้าขายกับต่างชาติมากมาย)

รัชกาลที่4 ทายว่า สนิทคำ (ออกบวช)

รัชกาลที่5 ทายว่า จำแขนขาด (ยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่โขง,เขมร,มาเลเซีย เพื่อป้องกันอธิปไตยแผ่นดินส่วนใหย่ไว้ให้ลูกหลาน)

รัชกาลที่6 ทายว่า ราชโจร (เกิดสงครามโลกครั้งที่1เกิดกลุ่มโจรมากมาย มีการตั้งกองเสือป่าครั้งแรกในไทย)

รัชกาลที่7 ทายว่า ชนร้อนทุกข์ (เกิดการเดินขบวนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย)

รัชกาลที่8 ทายว่า ยุคทมิฬ (พระเจ้าแผ่นดินถูกลอบปลงพระชนม์)

รัชกาลที่9 ทายว่า ถิ่นกาขาว (มีฝรั่งเข้ามามากมาย นำเงินมาซื้อประเทศไทยเกิดวิกฤตการเงิน)

รัชกาลที่10 ทายว่า ชาวศิวไลซ์ (จะมีเหลือเฉพาะผู้มีบุญเท่านั้นที่รอด เพื่อสะสมบารมีต่อยอดไปสู่ยุคพระศรีอาริย์เมตตรัยอีก2500ปีมนุษย์รึ25วันของสวรรด์ชั้นดาวดึงว์ )พรรคปชปและสาวกคงโดนธรณีสูบไปสู่นรกอเวจีโดยนิบิรุตรึง2จักวาลให้ลงนรกได้สดวก นะเอง หากไม่กำจัดคนชั่วให้น้อยลง ยุคชาวศิวิไลท์ก็จะไม่เกิดรึยืดเวลาออกไป นะอยากทำอะไรทำได้เลย แม่อุ้มช่วยอยู่นะ…ลูกๆๆทั้งหลาย อิอิ

ส่วนพุทธทำนาย16ข้อ เหลือข้อเดียวคือพยายามให้ศาลยึดหลักยุติธรรมนักกฤหมายดีๆๆต้องท้าชนกับอธรรมหากไม่อยากตกนรกตามๆๆกันไป กรรมใดใครก่อกรรมนั้นตามสนอง ม้าสองปาก ส่วนท่านปเสนธิโกศลเจ้าของความฝันนั้นคือ ท่านเชาวลิต ยงใจยุทธซึ่งท่านก็ควรเฝ้ามองผลแห่งความฝันนั้นท่านก็ได้เห้นในชาตินี้ และแก้ไขซะหากมีอำนาจอย่าทำตาม16ข้อ พระธรรมมิกราชได้ทำงานแก้ไขบ้านเมืองให้ดูแล้วต้องปกครองบ้านเมืองแบบธรรมราชา ใช้เศษฐกิจต่อสู้กันแทนอาวุธ

หากใครสักแต่ชมภาพยนต์ มณีจันทร์นั่นคือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชายาผู้เป็นที่รักของพระนเรศวร คนนี้แหละบุตรีบุเรงนองและพระนางจันทราเทวี ซึ่งพระมหาลำไยรึหลวงปู่โต พรหมรังษีของเรานำมาให้พระนางสุพรรณษาราชเทวี เลี้ยงไว้คู่กับพระนเรศวรมหาราช ส่วนท่านทักษิณ ชินวัตรคือลูกชายพระมหาจักรพรรดิ์ (ร.9 ตายจากอำมาย์และนักรบศรีวิชัยทุกสมัย หากคบอำมาตย์เปรมต่อก็จะเกิดมาทำแบบเดิมๆๆพร้อมบริวาร )และพระศรีสุริโยทัย (พระราชินี)ซึ่งบุเรงนองนำตัวไปเป็นเชลยที่พม่าและสวรรตคตที่นั่นและได้ฝากแผ่นดินให้พระนเรศวรปกครองแทน ส่วนร.4นั้นคือพระธรรมราชารึพระธรรมมิกราชบิดาของพระนเรศวร เจ้าผู้ครอบครองอโยธยาอันเรื่องลือ และพระนารายณ์มหาราชอีกสมัย ส่วนเจ้าจอมมารดาเปรี่ยมคือ พระวิสุทธิกษัตริย์น้องนางเธอของท่านทักษิณ ชินวัตรในอดีตรึบุตรีของพระเจ้าจักรพรรดิ์และพระศรีสุริโยทัย ร.4ยังเป็นกษัตริย์ไทจงบิดากวนอิมเมี่ยวซ่าน กษัตริย์โนบุแห่งญี่ปุ่นและเจ้าของดาบสายฟ้าเจงกิสข่าน รวมพระยามิลินท์ยุตพระอุปคุต อีกท้้งยังเป็นเจ้ากรุงดาหลารึดาหา(อินเดีย)บิดาบุษบาในตำนานอิเหนา และท้าวทักษปชาบดีเจ้าแห่งพระจันทร์ของชาวจีนและอินเดียอีกด้วย เก่าเเก่มากพระโพธิสัตว์แต่ละองค์ล้วนต้องวิจัยธรรมทั้งนั้น เทพเทวาต้องช่วยเหล่าโพธิ์สัตว์ที่มาต่อยอดบารมี ในโลกมนุษย์กันทั้งนั้นจึงเกินอำนาจมนุษย์ศาสนาอื่นจะล่วงรู้ได้ จึงให้ควรศึกษาธรรมศาสนา กันจะได้อยู่ดีมีสุขของแท้และแน่นอน นะเอง หากในชาตินี้ทั้งมณีจันทร์(จากภาคเหนือ)และสุพรรณษาราชเทวี (จากภาคอิสานศรีโคตรบรูณ์)ช่วยชาติบ้านเมืองได้สงบสุข อาเซียนแข็งแรง เมื่อนั้นพระจันทร์จะเป็นแวนเพชรประดับด้วยหัวแหวนมณีจันทร์(ซึ่งขณะนี้มณีจันทร์กำลังทำงานเพื่อชาวโลกอยู่นะเองส่วนกวนอิมกษิติทำงานภาคสวรรค์))

15พ.ย2555 ประชาชนไทยวันนี้เกิดอาการตาสว่างกันทั่วหน้าและกำลังต่อสู้กับแก็งส์อำมาตย์พรรคประชาธิปปัตย์ซึ่งเต็มไปด้วยนักค้ายาเสพติด บ่อนเถื่อน ซ่องโสเภณีนักค้ามนุษย์ทั่วโลก ค้าน้ำมันเถื่อนค้าอากาศสมชคลื่นวิทยุโทรทัศน์ สื่อมวลชนเถื่อน รวมคนไทยกำมะลอเช่นนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งมีบทบาทตัวเด็ดในการทำให้ผู้สนับสนุนเขา อึ้งหลงกินขี้มานานก็กินต่อไปฮาๆๆๆๆๆๆ ทั้งสำนักราชวัง กกต ศอฉ สมช ปปช สตงและองค์กรมนุษย์เก๋ๆๆเช่นนาง อมรา ล้วนหลอกแดกเงินภาษีปชชไทย โกงเชิงนโยบายองค์กรอิสระรับใช้พรรคประชาธิปปัตย์ มาช้านาน

รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน (17พ.ย.55)

http://news.voicetv.co.th/thailand/56252.html

ด้านการเมืองเละตุ็มเปะ จากประธานสภาผู้เสื่อมเสียที่สุดที่เคยมีมา ซึ่งก็คือ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ซึ่งเร่ไปหาศาลรธนทันที ร่วมคอมมิวต์เก๋ของสุรยุทธ์ จุลนานนท์ องคมนตรีไทย แทนที่ปธรัฐสภา นาย สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ จะจัดการตักเตือนลงโทษพรรคประชาธิปปัตย์ทางวินัย แบบง่ายๆๆกับเมิณเฉย ประเทศชาตินะท่านมิใช่โรงลิเกธรรมศาสตร์ ซึ่งตอนนี้ก็คงโขนเฉลิมไทย  ซึ่งเอาศิลปะมาเปลื้ยนการเมืองทำร้ายปชชไทยจากทอมมี่ เพิ่งไปดูผลงานอันล้ำเลิศของเธอ เธอและแก็งส์ไม่หยุดพี่ชายเธอก็ยึดทรัพย์เธอแทนละกัน ยกให้ประเทศใดก็ได้ นอมินีจะได้เฮๆๆๆกันครานี้ เหมือนสหราชอาณาจักรตอนถอนทุนกลับประเทศตนเอง ก็ให้นอมินีทาสอังกฤษดูแลต่อไปจนบัดนี้ คนไม่รุ้จักหน้าที่บทบาทตนเองแบบนี้ก็ไปไม่รอดสักราย แต่พยายามสร้างฉากว่าตนชนะแพ้เพราะอารมณ์สไนเปอร์แบบเคยไปสอยมนุษย์ชาติอื่นๆๆทั่วโลก ตอนนี้เหิมเกริมมาทำกับผู้ให้ข้าวให้น้ำเสียภาษีเข้ารัฐVAT7% โดมิโน่ดอกมะลิจึงจะมาสู่ประเทศไทยในไม่ช้าเพราะศาลอยุติธรรม พังบ้านเองไม่ดูแลบ้านเองนะ ไทยเหนือใต้อิสาน ออก ตกคงมาในไม่ช้างานนี้ ปชชภาคอื่นๆๆทน กทม.และภาคใต้เอาเปรียบภาคอื่นๆๆเขาแบบบนี้ ปชตไม่ก้าวหน้า ดีชั่วอย่างไรลงคะแนนให้พรรคประชาธิปปัตย์แบบนี้ แต่ครั้งนี้ปชชต้องได้อำนาจแน่นอนเพราะตาสว่างกันทั่วแล้วนอมินีสหรัฐอเมริกาในนามทหารไทยนั้นหยุดตบตาประชาชนไทยซะที มหาอำนาจแทรกแซงทั้งลิเบีย ตูนีเซีย อียิปต์ แต่ปชชประเทศเหล่านี้ก็โดนหลอกเพราะยังไม่ชนะเด็ดขาด ทหารยังได้อำนาจเต็มแบบประเทศอื่นๆๆ เป็นปชตแต่ยังอยู่ใต้ทอปบูท(รัฐทหาร) แบบนี้จะทำอย่างไรต่อไปละ

นักปชตและผู้ชื่มชอบระบอบปชตจะต้องมาช่วยกันพัฒนาคุณภาพประชากร ให้เข้าใจประชาธิปไตยอย่างถ่องแท้ หนุ่มๆๆวัยแรงงานจะได้ไม่มาป่วนประเทศตามแบบฉบับสหรัฐอเมริกาและชาติตระวันตกฝังชิปไว้ให้ เมื่อมีปชตแล้วได้พรรคที่ชื่นชอบควรจะหยุดให้เขาทำงาน ติดขัดอะไรหารือกันไม่พูดผ่านไมด์ แกนนำหมดวาระการต่อสู้เเล้วควรหลบฉากปั้นนักต่อสู้รุ่นใหม่ๆๆขึ้นมา ไม่อมเงินอมดาวเด่นกูคนเดียวอีกต่อไป เมื่อถึงเวลาหนึ่งจะต้องใช้คนที่เก่งกว่ามีบารมีกว่าขึ้นมาทดแทน คนที่ทำไม่ได้ก็ควรยอมรับ บางจุดการเข้าหาศาลรึนักกฤหมายจักต้องเป็นคนคุ้นเคย ใกล้ชิดจึงจะชนะได้ง่ายไม่ต้องเปลื้องทรัพยากรเลย ระบบศาลทั่วโลกมักชอบคนอ่อนน้อมถ่อมตน ถกเถียงข้อมูลกันด้วยความจริงมีคลิปมีภาพมีข้อความที่เป้นจริงมายืนยันไม่ใช่ใช้ปากพ่นบ่นไปวันๆๆ แน่นและชกตรงๆๆแบบนี้ชนะเด็ด…ขาดลอย!!!เหมือน แก้วนักชก มีเสธอ้ายนักอมเงิน แถมแก้วเป็นทหารภาค3มีเรื่องการฆ่าปชชไทยโดยทหารบกไทยและ13ศพพ่อค้าชาวจีน ชาวโลกก็ให้แพ้ แน่นอน ช่วยไม่ได้นะไม่เลือกคนดูแลที่มีคุณธรรมเขาไม่ยอมปล่อยแม้เล็กๆๆน้อย อย่ามาอ้างชาวจีนซื้อตำแหน่งเลย อายเขา เสธอ้ายล้มมวยรึเปล่าละ เหมือนล้มบอลรุ่น ปิยะพงษ์ เปรียบเลย ชิมิ

เพื่อนๆๆมุสลิมปชตจ๋า จะสลัดคราบทหารออกไปได้ไหมตามหลักการทหารCIAต้องแช่แข็งประเทศที่ตีแตกแล้วโดยโดมิโน่ปชตนี้ประมาณ 5-7ปีเพื่อวางคนของเขาเข้ามาในรูปแบบพรรคการเมืองนอมินีเช่นพรรคปชปของไทย  ปชชประเทศประชาธิปไตยตามพัฒนาการการปรับคุณภาพชีวิตนั้นต้องรวย  ซึ่งคนไทยทุกวันนี้จึงอยู่ในขั้นตอนต่อสู้กับอำมาตย์ เพื่อพัฒนาการไปเป็นแบบเคนาดาหรือแบบสวีเดน อังกฤษ ญี่ปุ่น เป็นต้น ตอนนี้ปชชรากหญ้าชาวนาไทยข้าวราคาดีก็ไม่ได้พลพรรคนอมินีอำมาตย์จะออกมาต่อต้านสลับหน้าตากันมากลุ่มเดิมๆๆคือคณะปฎิวัติ19ก.ย2549 พวกเขาอ้างว่ารัฐจะต้องใช้หนี้เยอะเพราะปชชที่เป็นชาวนามีจำนวนมาก โหปชชก็ซื้อสินค้า VAT7% ไงค่ะเข้ารัฐเต็มๆๆ แถมให้เงินนอกระบบไปสู่วงการต่างๆๆแบบคล่องมือในรูปการบริจาค ให้เงินบุตรหลานแบบมี ตรุษจีนทุกวัน ทำให้รัฐบาลไม่ต้องให้งบประมาณไปให้ข้าราชการคอรัปชั่นทำให้การพัฒนาประเทศไม่เติบโต เพราะปชชจะจี้การทำงานให้ ไหนบริจาคไปสร้างตึก กลุ่มผู้ปกครองและศิษท์สถาบันการศึกษาบริจาคเงินช่วยเป้นค่าเงินเดือนจัดจ้างงานพิเศษนอกระบบเพื่อให้การศึกษาลื่นไหลบริจาคให้มูนิธิการกุศล เป็นต้น ครูบาอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ได้เงินไปสดๆๆทันใจด้วย วินาทีนี้รัฐต้องให้เงินสดทันใจ จำนำข้าวทันใดได้เงินทันที ต้องทำแบบนี้ เอกชนทำแบบไหนรัฐฐาลต้องทำตามบริการให้รวดเร็วทันใจ อย่าผ่านข้าราชการอำมาตย์ให้มีปัญหาปวดหัว นอกจากนี้ปชชก็ยกระดับการส่งลูกหลานเล่าเรียนในที่มีชื่อเสียง ซื้อสินค้าจับจ่ายใช้สอย สร้างบ้าน ซื้อรถ ,บ้าน คอนโดมิเนียม ต่อเติมบ้าน ตกแต่งบ้าน ท่องเที่ยว คืนการเงินสู่สังคม สังคมช่วยกันในประเทศทุกคนเป็นที่พึ่งพาอาศัยได้ ขยายไปอาเซียน และระดับโลก ทุกทวีปไปมาหาสุ่กัน แล้วแบบนี้เพื่อไทยจึงหลักเเหลมที่สุด กลุ่มทุนทั้งในประเทศ นอกประเทศรวมประเทศไทยเองก็มีเงินหมุนเวียนไม่ได้ขาด คนต้านจำนำข้าวนะโง่เอ้ย…ปชชไทยด่า ควายเอ้ย!!!!

ด้านการบันเทิง มีตั๊ก บงกช มาโชว์หอยเน่าแล้วได้ผัวเสี่ย แถมนังอมรา มนุษย์เก้องค์กรกำมะลอคมชตั้งมาให้สรรหาอะไรทำลายชาติ เธอเป็นต้องทำไม่ยั้งตามออร์เดอร์ นังตั๊ก บงกชเข็นออกมาโชว์ด่าเสื้อแดงแล้วได้ดี เเถมลูกกตัญู(แบบไหนหอมผ้าไปนอนอยู่กินกับเจ มลฑล จนแม่เะอร้องห่มร้องให้ มาแล้ว ล้างน้ำแบบไหนตระกร้าหอยก็ยังเหม็น) หากมีลูกคงอายเพื่อนที่ใครๆๆก็เห้นหอยแม่ ตั๊ก บงกชมาแล้ว อูมดี นะฮา สงสารเด็กจริงๆๆ ตอนนี้เธอกำลังสร้างภาพเล่นและเป็นผู้จัดละครเอง เธอใช้ชีวิตเปลืองมากในอดีต  แบบนี้คุณปูดำ สรารัตน์10ปีที่แล้วผ่านมาก่อน ทั้งผู้จัดละคร และอื่นๆๆ ตอนนี้ดีใจที่เธอไม่สนผู้ชายห่วยๆๆแบบนี้ ไม่พูดไม่คุยไม่แคร์ไม่ต้องโทรมา…คริ คริ สรุปแล้วทั้งจันดารา(เอากันให้เด็กดูอุบาทว์ ช่างไม่ละอายแบบนี้จะเป็นแม่ได้เหรอ จะเป็นแบบอภิสิทธ์และลูกๆๆรึเปล่า            รึเป็นแบบน้องษาดี หัดมีจิตอาสาไปรับเลี้ยงลูกของน้องเขาดูนะซ้อมไว้ก่อน นมปลอมก็ไปเอาออกซะนะหากจะมีลูกน่ะหล่อน)และANGEL2ปชชก็จะไม่สนับสนุนเช่นกัน เละเทะดาราทั้งภาพยนต์และปกหนังสือมีแต่ดาราหน้าซ้ำๆๆ ข่าวเน่าจนยี้ๆๆ ไม่มีหน้าใหม่ๆๆสดใส เเบบเกาหลีเขาเลย คนเน่าใส่ชุดไทย ผ้าไหมไทยก็ไม่สวยไม่งามไปด้วยแววตาเธอเเข็งกร้าวอันนี้โปรดรู้..คนมีคุณภาพต้องงามจากภายในมิใช่สร้างภาพ เอาชุดไทยมาใส่แล้วคนจะยกย่อง ผัวเสี่ยคนนี้ของเธอจะไปกันถึงปีไหม คริ คริ เจ มฑฑลแสนหล่อของเรายังเอาไม่อยู่ แม่กีดกัน..กูมันจน ชิมิ น้องชายที่รัก!!!!ว่าแต่ตอนมาถ่ายหนังแถวบ้าน เธอขึ้นลวดสลิงโหนตัวฉากบู้..เด็กๆๆก็ว่าดาวโป้..เหม็นหอย ฮาๆๆเล่นมาถ่ายที่โรงเรียนคุณหนู ชิชะเเก้งค์กำมะลอ!!!!

ด้านศาสนา พระสงฆ์ก็ยังไม่ทำหน้าที่ศึกษาเล่าเรียนสวดมนต์ดูแลปชช ฝนแล้ง น้ำท่วม ราชาภัยไม่รู้ โจรภัยหนีบใกล้ต้ว ประชาชนประเทศไทยให้พระสงฆ์มีอาชีพศึกษาจดจำพระไตรปิฏก หากมายุ่งการบ้านการเมืองไม่ต่างจากฮินดูรึมุสลิม มีที่ประเทศไทยที่ยังรักษาธรรมเนียมสมัยพุทธกาลไว้ได้เพราะมีพระมหากษัตริย์ทรงดูแลปกป้องไว้เป็นผู้ทำนุบำรุงศาสนามาช้านาน ปชตระดับสีฟ้ารักษามาตั้งนานจะปรับเป็นสีน้ำเงินปชต100%ต้องทำตนเป้นแบบหลวงพ่อวิริยัง ที่ไปประจำอยู่ที่นั่น ชาวฮ่องกง คนจีน สิงคโปร์ เกาหลีสุดยอดชาวเอเชียก็ไปรรวมกันอยู่ที่นั่น เคนาดาดูแลพระสงฆ์อย่างไร ประเทศไทยก็ควรจะแบบนั้น พระศาสนดาท่านปฏบัติอย่างไร เราก็ทำแบบนั้นประเทศไทยถวายไว้ให้ศาสนาพุทธทั้งวัจนะวาจาของพระเจ้าตากและรัฐกาลที่1 จะมีอดีตบุพกษัตริย์มาเวียนเกิดต่อยอดบารมี หากพระสงฆ์ยากลงคะแนนเลือกตั้งต้องไปตั้งวัดอยู่ประเทศศรีลังกา รึไปทิเบต ถูกต้องแล้วที่ปชชไทยปกป้องให้ท่านห่างไกลอบาย ขนาดตนเองยังสลัดไม่ขาด อยตนะภายในต้องทำให้ได้หมดก่อนติดค้างคาใจใครอะไรที่ไหนก็ลดละแก้ไข ขอโทษคนที่เราล่วงเกิน การจดจำพระไตรปิฏกคือหน้าที่สงฆ์ อย่าลืมว่ามีพุทธบริษัท4ทำงานตนเองอย่างเข็มแข็ง หากปลวกขึ้นเรือนสงฆ์ฆารวาสต้องทำให้จ้างคนมากำจัดปลวกเป็นต้น ต้องรู้หน้าที่ใครทำอะไรแบบไหน ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีหลายนิกาย หลายศาสนาให้ยกระดับขึ้นมาจนยอดปลายแหลมปิรมิดคือการศึกษาพระพุทธศาสนาแล้วนำไปปฏิบัติ ปลีกวิเวกแบบพระอนุรุจธะ รึพระเรวตะ แล้วเข้าสมาธิเช้าเย็นตรวจการโลกและจักรวาลไปช่วยคนที่เจตสิกจูนถึงกันคนที่ควรค่าแก่ธรรมพร้อมที่จะบรรลุธรรม พระสงฆ์ต้องฝึกแค่นึกคิดอยากได้อะไร ไม่นานมีคนมาถวายที่บันไดกุฏิอาจเป็นเทวดานางฟ้าแปลงร่างมา รึเทวดาซึ่งระลึกชาติได้แล้วเป็นมนุษย์มาต่อยอด ก็จะมาทำให้พระสงฆ์ในสิ่งซึ่งขัดพระวินัย อันนี้คือสุดยอดศาสนาละที่ใช้จิตสื่อสายกันได้ หากสกปรกในสังคมมากไปคลุกคลีทหารนักฆ่ามากไป ทั้งพระสงฆ์และฆารวาส พระเสขะก้จะไปอบายแทนสวรรค์นั้นเอง จุดนี้พระสงฆ์ทุกคนจะต้องเจอ3นางโลภะ โมหะ ราคะมาร่ายนำสาวกมาเปลือย คนแปลงร่างในรูปแบบต่างๆๆมาทดสอบรวมทั้งพญานาคมาทำสอบความโลภสมบัติ การสำรวมในศึล เป้นต้น เหนื่อยแต่มีความสุข มีปัญหาหลวงปู่โต อาราธนัง หลวงปู่โลกอุดรอารธนัง ทางอันรกชัจมีแต่บัญฑิตที่ผ่านทางมาแล้วจึงบอกได้ เหมือนคุ้นเคยทางดีเชี่ยวชาญงานราษฏร์(โลกีย์ไม่แปดเปลี้ยน)งานหลวง (โลกุตระก้ฝึกฝนตนเองมิได้ขาด)

พระเวสสันดรชาดก มีที่ประเทศไทยแห่งเดียวที่เทศน์มหาชาติ บารมี10ชาติเล่าเรื่องราวให้พระโพธิสัตว์อนาคตวงค์ได้เป็นเครื่องหมาย…เป้าหมายตรัสรุ้พระสงฆ์ไทยจึงควรค่าแค่การบูชาทั่วโลกเพราะบริสุทธิ์ธรรม อันนี้รักษาเอกลักษณ์พุทธวงค์ทางสายตรงไว้ให้เหนียวแน่น พระพุทธองค์สายสุตะพุทธเจ้าก็มี อนุพุทธเจ้า ปัจเจกก็มี อย่าหลงลืมไปสิ!!!เสน่ห์ชาวพุทธคือบอกทางที่ถูกต้อง!!!!ต้องเก็บทรัพย์ไว้ให้เพื่อนยามตกยาก บริจาคให้ ช่วยเหลือคนดีให้พ้นอันตราย เศรษฐีร่ำรวยช่วยคนจน รับคนดีมีศีลธรรมเป็นบุตรหลานบุญธรรมให้การศึกษาให้ยกระดับตนเอง ให้มีฐานะปกครองบริวารขยายเผ่าพันธุ์คนดีออกไปยังที่แล้งกันดารน้ำใจ  หากอมเงินเพื่อน,ทำสังฆเพศก็คือสายสาวกพระเทวฑ้ต หากเมายศ อำนาจ เหล้า นารีแล้วทำร้ายพุทธวงค์ก็คือ ช้างนาฬาคีรีตรัสรุ้อันดับที่9ในภัทรกัลป์หน้าโดยมีพระศรีอาริย์เมตตรัยเป็นองค์ที่1.

คนภาคใต้โดยเฉพาะชายแดนใต้เค้าเล่าให้ฟังว่า…คนฆ่าพระก็คนใกล้พระนะเเหละเล่นเอาปืนและอาวุธมาเข้าวัด มันฆ่ากูมานานแล้วร่วมพวกไม่มีศาสนา พรรคปชปและพรรคการเมืองอื่นๆๆอาชีพการเมือง เทิดทูลเทิดไท้คนไทยเหล่านี้ก็ยิ่งเเค้น มันฆ่ากูมึงยังไม่รู้อีกเหรอ ทหารภาคเหนือใต้ อิสานนำมาตาย…กล่อมหัวทหารว่า..ตายเลือดทาเพื่อเเผ่นดินไทยให้ไทยแท้รักษาไว้  ทางมุสลิมพรรคการเมืองต่างๆๆในภาคใต้ก็เอาบ้าง ให้มุสลิมก็ตายแข่งยอดศพกัน คงเป็นกรรมเวรของพวกเขามันยากที่จะประสาน หากไม่เอาเเนวคิดของท่าน เนลสัน เมดุลลาแห่งประเทศแอฟริกาใต้มาใช้ แบบเหมียนม่าร์ยังเอาด้วย ต่อไปท่าน อองซาน วูจีได้รับชัยชนะ ต้องรักประเทศตนเองแบบชาวพุทธทั่วๆๆไป ต่างชาติแค่มาค้าขายห้ามมาเสือก โรฮิงญาต้องอย่าไปสนับสนุนเพราะคนเหมียนม่าร์เองยังลำบากอยู่ต้องเอาคนของเรายืนให้ได้ก่อน โรฮิงญานั้น UN ควรถมที่กลางทะเลให้เขาแบบสิงค์โปร์ทำ มุสลิมพรรคพวกคงจะช่วยเช่นธนาคารอิสลามไทยของสุเทพ เทือกสุบรรณเค้า แบบนี้น่าจะลงตัว ไม่เบียดเบียนคนอื่น ต่างคนต่างอยู่ หากมาอยู่ดันทุรังก้ฆ่ากันไปมาไม่จบไม่สิ้น ทหารต่างถิ่นมาตายรัฐอำมาตย์ก็จะเอาที่ดินของคนตายต่างหากหากไม่มีทายาทรึแบบชาว3ชายแดนใต้ตายไปคนฆ่าครอบครองที่ดิน ไร่ นาสวน พวกโง่ เอ้ย!!!เขาด่าให้ฟัง คนอีสานน้ำมันเยอะ คนเหนือก็มีป่าไม้เยอะ พวกเขาอำมาตย์สบาย ฮาๆๆๆๆๆได้ที่ดิน!!!! ด้วยเหตุนี้จึงมีม็อบโดบยึดบัตรปชช..โรฮิงญาของUNจะได้สวมรอยโดยพรรคปชปสมุนข้าราชการอำมาตย์พวกของเขาจัดให้คนไทยปลอมร้องเพลงชาติไทยไม่เป็น และต้องเอาโรฮิงญามารอโอบาม่า ให้คนไทยรับนะจ๊ะ…แต่ปชชไม่เอาโอบาม่าเพราะเธอเฉยตอนคนไทยร้องให้ช่วยพร้อมประเทศอังกฤษและ14ประเทศซึ่งไม่ให้พลเมืองมาไทย แทนที่จะมาช่วยไม่ให้เขาฆ่าคนไทยกลับมาตอนนี้ มาร์คก็ไปพบพระราชินีอลิซเบทที่2มาแล้วตอนรับตำแหน่งใหม่ๆๆไปประชุมG20พร้อมโอบาม่า และโอบาม่ายังเชิญไปสหรัฐอีก …ไม่ต้องมามีปชตในประเทศอื่นใช่ใหม มีแต่ประเทศตนเองแบบนี้ เราก็ไม่ค้าขายด้วย เพื่อนแบบนี้ผลประโยชน์เท่านั้น ไม่ไหวเลย

ประเทศจีนแผ่นดินติดกันปชชไทยไปมาหาสู่กันมาช้านานตั้งแต่สมัยพระรามคำแหงมหาราช กุบไปข่าน ดินก็ไหลมาที่นี่ อากาศ พายุ รวมไฟป่า แสงแดด สรุปดิน น้ำ ลม ไฟ ไทย-จีน ใช้ร่วมกันมานานคนเกิดสหรัฐอเมริกาทำไมจะปิดประเทศละเออ แบนี้สัมมาทิฐไม่ตรง ทหารไทยเข้าหาพระว่ารัฐบาลไม่ดีงั้นงี้ ต้องมีศาสนาพุทธบรรจุในรธนทั้งที่องค์ศสดาของเรามีแค่ขอบพันธสีมาทำกิจกรรมศาสนา ทั้งพระเจ้าพิมพิศาล ประเสนธิโกศล อุเทน ล้วนเป็นฮินดู เป้นพุทธตอนตายแล้วจากเส้นพระศาสดา มีแค่วัดของอทุกเศรษฐีและอาณาบริเวณข้าบริวารของท่านกับนาง วิสาขาเท่านั้นที่เป็นพุทธ ขนาดครอบครัวสามีแม่วิสาขายังเอามาพุทธยากเลย สมัยนี้เขาเป้นศาสดาเองรึอย่างไร หากมีวิชา3แล้วจะช่วยปชชได้ 18วิชาโหราศาสตร์ต้องเชี่ยวชาญ ทำได้คลุกคลีได้หากเราใช้ช่วยปชช ต้องรู้ตนเอง อันที่จริงเข้าศาสนาพุทธนั้นมีกรรมการตรวจสอบ มิใช่บวชเป็นเณร พระสงฆ์ ห่มผ้าเหลืองแล้วจะนิพพานได้เลย ปชชไทยเค้าไหว้พระอยู่แล้ว…อันนี้ให้ใส่ใจในหน้าที่เล่าเรียน ดูทีวี เล่นอินเตอร์เน็ต พบสตรีโป๊ได้ เห็นเงินล้าน ทอง เพชรได้แต่เราไม่เอาของใคร อันนี้ละโลภ โมหะ โทสะ มานะ ราคะ เป็นหน้าที่เลย มิใช่บวชมาเรียนดอกเตอร์ ปริมาณมากแต่ไม่ได้คุณภาพ แล้วปชชไทยจะพึงพาได้ไหม พระติดคุกเป็นโจรก็ให้บวชได้ สนธิ ลิ้มก็บวชได้ เเละปลอมลายเซนต์พระสังฆราชเอาเงินไปใช้ได้ พัดยศสมณะศักดิ์สงฆ์ก็ซื้อได้ แบบนี้

ด้านการศึกษา อำมาตย์ก็ให้หนอนบ่อนไส้ คนเกรดไม่ถึงเข้าเรียนได้ ยกพวกตีกันในโรงเรียน เมายาบ้าแทงลูกคนอื่นตายไม่ผิด แถมพ่อค้ายาเสพติดมาขายหน้าโรงเรียนได้ พรรคปชปกทม ซ่อมถนนท่อระบายน้ำไม่ยกขึ้นสูงตามถนน ไม่นานน้ำท่วมโรงเรียนสะใจอำมาตย์ จุฬา -ธรรมศาสตร์ ก็เละสมใจอำมาตย์มีอ.เสื่อมเสียเเสดงความเห็นเฮ่ยๆๆบ่อยๆๆเขาไม่รู้ระเบียบการเป้นอ.มหาวิทยาลัยดีๆๆเขารักษาภาพลักษณ์ มหาวิทยาลัยกันอย่างไร มิใช่ตามใจใครก้ได้ เละเทะอีกเเล้ว โอ้ว!!!!

ด้านสื่อมวลชนก็ยังเพื่อพรรคปชป…ที่ขำมากก็คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีใบสด9ซึ่งชายไทยทุกคนต้องไปรายงานตัวเมื่อมีการเกรณ์ทหาร สื่อมวลชั่วยังตะเเบง ..เป็นการดิสเครดิตอภิสิทธิ์ ฮาๆๆๆๆๆๆๆควายอีกเเล้ว อิอิ โชว์โง่ไม่หยุดเลยนิ พอจำนำข้าวแทนที่จะไม่ไว้วางใจรมต.กระทรวงพาณิชย์ ดันไปให้นายกยิ่งลักษณ์ตอบ ฮาๆๆๆๆๆๆพรรคปชปควายอีก2ตัว กลัวประกันข้าวการคอรัปชั่นของพรรคปชป-เขมรเวียดนามเขาช่วยให้ข้อมูลมาชิมิ ฮาๆๆๆๆๆข้าวกูโว้ยชักรอกข้ามฝั่งทหารไทยยุคอภิสิทธิ์ก็ทำมาแล้วทหารไทยเสือกทุกเรื่องเลย รับใช้กันเข้าไป แถมช่วงจัดให้ทหารตายบาดเจ็บฟรีๆๆเเบบหาเรื่องเพื่อนบ้านแบบเติมๆๆจัดคลิปบ้านปชชโดนระเบิดให้ด่าเขมรโดยทหารไทยถ่ายทำคลิปก็ทำมาเเล้ว นายสุเทพ เทือกสุบรรณก็เสนอหน้าว่า จะสร้างบ้านให้ปชชเอง เเล้วสร้างให้เขารึยังละ งานนี้มีนักข่าวเยอะนะอัดคลิปไว้ โกหกจนเคยตัวกับเพื่อนบ้าน เราจะเสียดินแดนง่ายๆๆนะ จุดนี้อะไรที่ไทยจะจมดินก็สารพัดทำทันทีเลย พรรคปชป กองทัพไทยมีทีมเสือกแบบนี้ทหารดีๆๆไปตายเพื่อใคร ตายฟรีแถมโดนอมเงินค่าศพอีก หากไม่อมก็นานกว่าจะตกเบิกได้ ด้วยเหตุนี้นักหากินจุดนี้รวยมากว่า60ปี โกงแบบเปรมๆๆ ประกันข้าวของพรรตปชปคอรับชั่นยิ่งกว่า ฮาๆๆ ขนาดเงินบริจาคช่วงน้ำท่วมก็ยังโกง จึงต้องมีมอบป่วนเรื่อยๆๆ ตอนทหารไทยยิงปชชเสื้อแดงตาย สื่อมวลชั่ว ชายชุดดำ อิอิ โง่รึควายตัวที่3ดี คริ คริ

เสธอ้าย…ก็จัดม็อบขนยาเสพติด แต่ก่อนน้ำท่วมก็ขนย้ายคนคุกคนค้าพร้อมคลังเก้บคลังผลิตยาเสพติด นักโทษค้าขายยาเสพติดพรรคปชปเอามาป่วนยิงดะปชชตาย บาดเจ็บซ้ำแล้วซ่ำเล่าจับไม่ได้เพราะเป็นคนคุก ขนาดนิรโทษกรรมนักโทษชุมพร12พ.ค53มาฆ่าเสื้อแดงราชประสงค์ ก็ทำมาแล้ว ชุดดำคือพธมและคนของพรรคปชปร่วมทหารไทยและ ผู้คุมทุกจังหวัดของอำมาตส์ อ้อมีตำรวจเนวินด้วยนะ พวกเขาเข้า-ออกคุกได้ตามแบบCIA ศิริโชค โสภา คนลาวนั้นยอมรับเถอะมาทำลายชาติไทย นายกเล็กสงขลามีเอี่ยวรึเปล่าพรรคปชป ศิริโชค …เขาไม่ตามใจมึงชิมิ เห็นไหมองค์กรมาเฟียออกมะได้ ตายลูกเดียว

ด้านอินเตอร์เน็ต บล๊อคยูทูปแกมมี่และเพลงนักร้องไม่เอาเสื้อแดง ปชชก็แบนต่อต้านกลับคืนโดยการไม่ซื้อ ไม่ดูภาพยนต์คุณ สภากาชาดใส่ร้ายป้ายสีปชชไทย ปชชก็ไม่บริจาคเลือดและกิจกรรมกาชาดไทย จุฬาลงกรณ์มีแต่มุสลิมของเปรมก็สมควรฉิบหายเขาทำเองไม่ดูแลมรดกของราชวงค์ทำให้เสื่อมเสีย ปชชไทยมีดาวเทียม,ทีวีดิจิตอลทุกบ้าน ดันประมูลบอลแบบใช้เสาไดโนเสาร์ หมุนไปหมุนมา หากไม่รีดเงินปชชซื้อกล่องสารพัดค่าย จะว่าอย่างไร หากินบนหยาดเหงื่อปชชยันเต มีจานดาวเทียมแต่ดูไม่ได้เนี่ยน่าเกลียดมากปชชเขามาพฤติกรรมบริโภคแบบไหนน่าจะวางยุทธศาสตร์ตาม แต่นี้ลูกอีชั่งขัด..ปชชก็ส้นตีนใส่ งานนี้ดารา นักร้องด่าปชชไทยป่านนี้ก็ยังไม่ได้ขอโทษปชชเลย แม้ว่ามีเจ็ดัน ดาราชาย น้องพลอยมาช่วย อั้มมาเเจม แต่ว่าปชชใจสลายเสียแล้วแม่คุณ…แม่ด่าคนอื่นโกงลูกสาวดันโกงมากว่า  สนับสนุนพรรคปชปด่าทักษิณโกง แต่พรรคปชปโกงมากกว่า อินเตอร์เนตมี2.4ที่เป็นพรรคปชป สื่อเนชั่ว ผู้จัดการ ทหารไทยและมุสลิม น่าแปลกแม้นครศรีในคุกก็มีมาร่วมด่า…แต่มันไม่รู้ทุกคำด่าประจานอำมาตย์และประเทศไทยสายพรรคปชปและพวก ..วางไวรัสเวปทั้งโลกก็โดนด้วย สาเหตุมาจากพรรคปชปและพวก ที่พูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง เรื่องจริงมันเอาไปเท็จ ทักษิณไม่โกงมันว่าโกง อ้อท่านยงยุทธุ์ วิชัยดิษฐ์ ท่านก็ไม่ผิด คุณยายให้ที่ดินแก่พระแล้วท่านไม่มีเวลาดูแล เพราะมันไกลมาก จึงปรึกษาทางราชการจะทำอย่างไรก็ต้องขายแม้กฏหมายมีแต่ให้นำทรัพย์มาบำรุงศาสนา  พอเอามาสร้างบ้านและโครงการต่างๆๆ คุณยายก็ได้บุญเพิ่มทำให้ปชชหมู่มากมีบ้านอยู่ ภาคภูมิใจใน สัมมาอาชีพ ปรับคุณภาพชีวิตของปชกไทยได้ส่วนหนึ่ง แถมนายทุนก็มีรายได้มากการกีฬาและมีการเชื่องโยงของปชกไปทั่วโลก เป็นที่ผักผ่อนได้เมื่อวันหยุด เป็นวิถีพุทธที่คุณยาย เนื่องให้แล้วให้เลยแบบนี้ เป็นไปตามตำนานในพระไตรปิฏก แล้วพรรคปชปเคยให้เงินซ่อมบำรุงวัดไหม ไม่มีเลยนะโครงการบำรงสงฆ์ สวัสดิการต่างๆๆให้ท่าน แม้ผ้าไหมไทย ทั้งสสพรรคปชป ครอบครัวไม่เห็น ซื้อช่วยปชชไทยเลย สูทอังกฤษราคาเท่าไหร่นะมาร์ค หัดช่วยปชชบ้างนะอย่าด่าไม่หยุด ว่าแต่ไปบาห์เรนกะใครเอ่ย…แล้วคนเซ็นส์MOUต้องเป็น รมตต่างประเทศนะมิใช่มาร์คเซนต์ ด้านหลังควงใครไม่ใช่เมีย อันนี้อาหรับถือน่ะมาร์ค…ทำอะไรขายหน้าไปหมด

เสธอ้ายกับองค์กรการพนันและอะไรเถื่อนๆๆคู่กัน อันนี้ปชชรู้ แต่ว่าต่อไปข้าวหายากกว่าทอง อันนี้มีในพุทธทำนายในหลักศิลาสมัยพระเจ้าอดศกมหาราชนะ กับสีขาวจะแพ้คือพระสงฆ์ที่มิใช่บวชให้พระศาสดาบวชเทดไท้ บวชเอาปริมาณความคิดไม่ตรงกับสังคมพาไปทางดี ทางเจริญ คนพุทธไม่พาไปเสียหลอก ว่าแต่พระไปอินเดียนั้นมีแต่ฮินดูกับมุสลิม เนปาลล้มกษัตริย์ฮินดู มุสลิมปชตได้อำนาจ คนพุทธคือจีน อินเดีย เกาหลี ภูฐาน ญี่ปุ่น เนปาล รวมกันก้ไม่มาก เราไม่ควรแยกตนโดดเด่นควรทำแบบสหรัฐอเมริกา คริตส์แต่ปกครองทุกศาสนาให้อยู่ดีมีสุข อย่าแยกตัวแช่แข็งอาเซียต้องรวมกัน แล้วอำมาตย์จะไม่ให้มี3G”ได้ไง ในเมือ ปชชไทยผลิต4G 5Gเอง ฮาๆๆๆๆๆ คนวงการitคนหนึ่งตอนมาโต้ข่าวรั่วแอปเปิ้ล เราก็เถียงว่าพวกเราใช้มานานแล้ว สงสัยว่าเธอซื้อของคนจีนไต้หวันเพื่อนเราแน่ๆๆ ตอนต่อสู้ปชตในไทย ทั้งคนจีน รัสเซีย ให้ข่าวตรง แต่อังกฤษ สหรัฐอเมริกากลับทำร้ายเรา เด็กๆๆประเทศไทยใช้โทรศัพท์เล่นเกมส์และถ่ายภาพ และอื่นๆๆมาก่อน ฮาๆๆๆๆๆๆ สรุปว่าซื้อลิขสิทธิ์มา สู้ๆไปมันก็ด่าไปเพราะตอนหลัง สู้กับมุสลิมซึ่งข้อมูลไม่ตรงกับชาวโลก เลยถามคนวงการitที่ชอบมาข้องเเวะกะเราว่า นายเป็นมุสลิมใช่ใหม ในที่สุดก็ยอมรับ นั่นแน่จะครองโลกละซิแบบในภาพยนต์ เราก็เล่าให้เค้าฟังว่า…ก่อนตายพระสันตปาปาท่านยังมาไทยตื่นเต้นที่เห็นท่านทักษิณ ชินวัตรทำแบบพระศาสดา คือมีป้ายแดง(ฮู้)ติดหน้าบ้านคนไทย ใช้ผ้าแดงจนได้พบท่านทักษิณ เป็นๆๆ ทายาทในอนาคต ท่านก็สอบจิตตนเองทำสมาธิคือเราต้องให้อภัยตนเอง พ่อแม่เป็นใครเราด่าท่านไม่ได้ เเม้เป็นมุสลิมก็ไม่ได้หมายความว่า..เกิดจากท้องของแม่และมีเชื้อของพ่อ แลัวได้ดีจะทอดทิ้งท่านหยามท่าน เราต้องยอมรับและขอโทษตนเองผิดไปแล้ว หากไปขอโทษก่อนตายได้ก็จะดี สุดท้ายร่างกายเพื่อนไม่ไหวเป็นมะเร็งตาย(โรคคนรวยแต่พอเพียง ฮาาๆๆๆๆ)แต่ก็ได้รู้วิธีปรับจิตก่อนตาย เราจึงว่ามาเกิดที่ไทยรึอาเซียนนะ และมีพ่อแม่ที่รักเธอมีครอบครัวที่แนะนำทางถูกให้เธอ เขาก็กรี๊ดๆๆเวลาเราไม่เห็นด้วย เอ๊ะ เธอเป็นตุ๊ดรึเกย์ไหม เขาว่าใช่ เราก็ว่ามิน่าเเต๋วแตก คริ คริ อันนี้เป็นการคุยกันไปมาในเวปอินเตอร์เนตข้ามทวีปและได้เเชร์ความรู้กันจนพัฒนาการictรุดหน้าที่ตะวันออกเนี่ย รู้ไหมที่อุซเบกิสสถานก็มีแต่ซัมซุง ฮาๆๆๆๆๆๆ ใครๆๆก็มีปชตเลือกซื้อสินค้าชิมิ

ตอนสินค้าพืชผักเยรมันวิกฤติแตงกวาก็แก้ได้ทันจากกลุ่มเพื่อนที่จริงใจ น้ำท่วมแผ่นดินไหวรายงาน จนเกรงใจเวปมาสเตอร์เขา ตอนนี้พรรคเพื่อไทยและรัฐบาล ผู้ว่าราชการเค้าพร้อมนะพี่น้อง ว่าแต่รมตคมนาคม ซ่อมถนนให้ปชชด้วย 2ปีอภิสิทธิ์ กินหินดินทราย ซีเมนต์ ยางมะตอย ถนนรื่นอุบัติเหตุล้มตายจำนวนมาก รวมโรยตะปูทำร้ายเสื้อแดงช่วงเดินทางมาต่อต้านเขาด้วย

ทางด้านประชากรวัยทำงานมีปัญหาการกู้ยืมเงินนอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ20 มาเล่าเรียนต่อปริญญาตรีเพื่อให้ได้เงินเดือนๆๆละ10,000บาทขึ้นไป ทำให้มีหนี้สิ้น รัฐบาลควรจะตั้งโต๊ะแนะนำน้องๆๆวัยทำงานให้ธนาคารรัฐช่วยดูแลประนอมหนี้กับเจ้าหนี้นอกระบบ จะได้ไม่มีการโดดตึกตาย รับ-ส่งยาเสพติด เล่นพนัน จับมาอบรมการบริหารเงินโดยรัฐเเนะเเนวทางฉันครอบครัว จุดนี้จะช่วยได้เยอะสังคมจะได้สงบสุข พี่น้องครอบครัวควรให้เงินบุตรหลานใช้ตามกำลัง มีตรุษจีนทุกวัน จะทำให้ครอบครัวอบอุ่นขึ้นต้องมีใครสักคนพยายามปีนขึ้นสูงเป็นหลักครอบครัวสักคน อย่าผลักไสโลภพอเพียงแต่ผู้เดียวมันแล้งน้ำใจเกินไป

สรุปว่าปชชไทยหากอยากตายเพื่อนักหากินกับศพ ให้คนไทยตายทาแผ่นดิน สุดท้ายเป้นอินเดีย2ชิมิอำมาตย์ มัสยิดคมช…นั้นแก้ไม่ได้พระสงฆ์ต้องช่วยอย่าให้เพื่มขึ้นมา ที่อยุธยาอ่างทองมัสนิดโดดเด่นกลางนาข้าวโด่เด่ ต้นไม้ไม่มียังกะบ้านร้างกลางป่าเลยอะ นะ…ที่ประเทศไทยมีแต่ดิน น้ำ ลม ไฟ ชาวพุทธ จะไปชนะครองแผ่นดินโดยฆ่าหมดประเทศได้ไงอะ สงสัยเจอธรณีสูบก่อนเหลือครึ่งหนึ่งแบบ2012ชิมิ จึงให้อภิสิทธิ์ ไม่หยุด ม๊อบแก้งค์รธน50 จึงปกป้องนักหนา ขนาดพ่อแม่เอ๋อ ไปเเล้วแบบนี้อย่าตาบอดไม่เห็นนะ เอาตำรวจอ้างแม่เเก่ไม่มีสติ อัลไซเมอร์หวังตีกินด่ามงกุฏราชกุมารไทย ชิมิแต่เขาแก้เกมเอาพ่อมาให้ชม ตามจริงอิอิ งานนี้ยังโง่อีกเหรอพวกหากินกับม็อบได้ทีเป็นร้อยเป็นพันล้าน มิน่ามีบ่อยๆๆ ทีคนดีๆๆมีผัวรวยก็ไม่เท่าตั๊ก บงกช จัดด่าแดง..เห็นไหมอยากมีผัวรวยต้องเเบบตัีก บงกชคนดีที่เว่อร์จนคนไทยส่วนใหญ่อ๊วกจะเเตก  ทรงผมทรงบุญ- บงกช โว้ว             อ็วก…ขอมีผัวจนๆๆดีกว่าด่ากันไป หอมแก้มกันไป จุ๊บๆๆ บางครั้งก็งงนะมาหอมแก้มอะจุ๊บ…เอ๊ะ..เมื่อเช้าโทรมาด่าอยู่เลยนะ ฮาๆๆๆๆๆ เปรี้ยวหวาน มันดีเนอะ!! คริ คริ คนจนที่มีฟามสุข ภูมิใจที่มีผัวจน เหอ เหอ!!!!!!

รายชื่อเสี้ยนหนามประชาชน กบฏประชาธิปไตยประเทศไทย ตัวละครที่อำมาตย์จะนำมาใช้งานวนเวียนกันไม่เกินรายชื่อต่อไปนี้(ศตรูของประชาชนไทย)

รายนามผู้ร่วมขบวนการปฎิวัติ19 ก.ย 49 ต้นเหตุทำร้ายประเทศไทย

โปรดจดจำชื่อคนเหล่านี้ไว้บอกลูกบอกหลานว่า

พวกคนเหล่านี้คือพวกที่ทำลายประเทศไทยในการปฏิวัติเมื่อ 19 กันยายน 2549

และหลอนประเทศไทยจนบัดนี้ 11 ต.ค 53…คาดว่าทำงานป่วนประเทศไทยจนครบ 9ปี(2549-2558เพื่อสกัดกั้นการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน)

...ทิศทางพังทุกระบ(เพื่อชิงอำนาจการปกครองประเทศ เพราะเมื่อฝ่ายอำมาตย์พังทุกระบบแล้วเมื่อเข้าสู่อาเซียนอำมาตย์จะปกครองประเทศในนามเจ้าของประเทศและครอบครองอาเซียนทั้งหมด ดังนั้น ปชชไทยจึงต้องกำจัดตัวป่วนประเทศไทยให้ราบคาบช่วงชิงอำนาจอธิปไตยประเทศไทยคืนมา)

1อัษฎา ชัยนาม

2สุรพงษ์ ชัยนาม

3 กษิต ภิรมย์

4สุกฤษ อุดมเดชวัฒน์ พย.49แสดงตน / ประชาไท

5กชวรรณ ชัยบุตร

6กล้าณรงค์ จันทิก

7กัลยา โสภณพานิช

8การุณ ใสงาม
9แก้วสรร อติโพธิ

10ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ

11คำนูญ สิทธิสมาน

12จำลอง ศรีเมือง

13จุลจักร จักรพงษ์

14เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

15ชัยอนันต์ สมุทวณิช
16ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์

17เดช พุ่มคชา

18ต่อพงษ์ เศวตามร์

19 ธีระยุทธ บุญมี(นักวิชาการสับสน)

20นายอัมรินทร์ คอมันต์(นักทุจริตอัปรีย์)

21นิติภูมิ นวรัตน์(สื่อเฮงซวย)กลับตัวแล้วจ้า2555-ตาสว่าง

22บุญยอด สุขถิ่นไทย(สื่อขายตัวและวิญญาณ)
23ประชัย เลี่ยวไพรัตน์(ตอแหล ขี้โกง)

24ประทิน สันติประภพ(นักการเมืองไร้ค่า)

25ประสงค์ สุ่นศิริ(นักการเมืองไร้ค่า)

26ประสาร มฤคพิทักษ์(ตอแหล ขี้โกง)
27ปริญญา เทวานฤมิตร(สันดานเลวชั่วเกลือกลั้เผด็จการ)

28พงษ์สิทธิ์ คำภีร์(ศิลปินขายตัววิญญาณ)

29พิเชษฐ์ พันธ์วิชาติกุล(นักการเมืองไร้ค่า)

30พิภพ ธงไชย(นักประชาธิปไตยจอมปลอมและลวงโลก)
31รสนา โตสิตระกูล

32วสันต์ สิทธิเขตต์

33วัลลภ ตังคณานุรักษ์(นักการเมืองไร้ค่า)
34วินัย คงสมพงษ์

35วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์

36ศรัญญู วงศ์กระจ่าง

37ศุภกร ศรีสวัสดิ์ (ดี๋ ดอกมะดัน)- สิ้นชีวิตเเล้ว

38สนธิ ลิ้มทองกุล(จอมลวงโลก)

39สมศักดิ์ โกศัยสุข(นักประชาธิปไตยจอมปลอมและลวงโลก)
40สโรชา เขตพรอุดมศักดิ์(ลูกหาบสนธิและสื่อตอแหล)

41สาธิต วงค์หนองเตย(นักการเมืองไร้ค่า)
42สำราญ ยอดเพชร(สื่อขายตัวและวิญญาณ)

43สุนทรี เวชานนท์(ศิลปินขายตัววิญญาณ)
44สุรชัย จันทิมาธร(ศิลปินขายตัววิญญาณ)

45สุรพล นิติไกรพจน์
46สุริยใส กตะศิลา(นักประชาธิปไตยจอมปลอมและลวงโลก)

47สุลักษณ์ ศิวรักษ์-สำนักสันติอโศก
48สุวโรจน์ พะลัง
49เสรี วงศ์มณฑา
50โสภณ สุภาพงษ์
51อลงกรณ์ พลบุตร
52อวยชัย วะทา

53อัญชลี ไพรีรักษ์
54อาคม คันธนู
55อาคม เอ่งฉ้วน
56อุทัย พิมพ์ใจชน

57เอกยุทธ์ อัญชันบุตร
58พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ
59โพธิรักษ์นักพรตตัณหากลับ
60ธีระ ธัญญไพบูลย์(สื่อชั่ว)
61ไชยยันต์ ไชยาพร       คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำโดยฉีกบัตรเลือกตั้ง(เห็บประชาธิปไตย)
62พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง

63 นาย ปีย์ มาลากุลฯ คุมบังเหียนสื่อประเทศไทย(สืบตำแหน่งแทน คึกฤทธิ์ ปราโมช )

64 นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ  อดีตประธานศาลฎีกา และปัจจุบัน องค์มนตรี

65 อักขราทร จุฬารัตน์   อดีตประธานศาลปกครองสูงสุด

66 นายจรัญ ภักดีธนากุล  อดีตเลขาธิการประธานศาลฎีกา ปัจจุบัน ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

67 นาย สัก กอแสงเรือง     ปัจจุบัน ประธาน สภาทนายความแห่งประเทศไทย

68 พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา   ผบทบและทีม พยัคย์บูรพาที่มา ทหารฆ่าประชาชน  เม.ษ52 10, เม.ษ 53 และ 19พ.ค 53

69 ประชา มหาคุณ ปปช

70ผู้ตรวจการแผ่นดินนายศรีราชา เจริญพานิช (แปลงร่างจากการร่วมลงชื่อขอมาร์ค ม.7)

71 กกต(คณะกรรมการเลือกตั้ง)

80พรรคประชาธิปัตย์ สสและสมาชิกพรรค

81 องค์มนตรีทีมเปรม,สุรยุทธ,.พิจิตร เป็นต้น

82สำนักราชวัง

83ศาลรัฐธรรมนูญ,ปกครอง,อาญา,ฏีกา

84 40สว+นำทีมโดยรสนา โตสิตระกุล เจ็กกบฎผืนดินประเทศไทยและสมเจตน์ บุญถนอมพี่ชาย สมคิด บุญถนอมคดีขโมยเพชรซาอุ(ปี2555เก็บสวเพิ่มเป็น 70+ทาสอำมาตย์)

85 องค์กรสิทธิมนุษยชน นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

86 สื่อมวลชนทีวี3 5 7 9 11 tpbs astv สายล่อฟ้าของพรรคปชป  นสพผู้จัดการ แนวหน้า เดลินิวส์ ไทยโพสต์ บางกอกโพสต์ เนชั่น โพสต์ทูเดย์ แกรมมี่ กรุงเทพธุรกิจ ประชาชาติธุรกิจ เป็นต้น

87นายทหารบกจปร รุ่นต่างๆๆตามแต่ทอมมี่จะใช้งาน

88 พระจุลน์ คนสนิทพลเอก เปรม ติญสูรานนท์ ผู้แกล้งออกจากบ้านแต่แอบประสานงานจัดจ้างม็อบป่วนประเทศไทยเป็นระยะๆๆ

89พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณและพรรคพวก

90 โรงเรียนนานร้อยตำรวจสามพรานลูกศิษท์ของ ศ..ร.ต.อ.ดร.ปุรชัย เอื่อมสมบรูณ์( โรงเรียนเซนต์คาเบรียล), พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส,ตำรวจสาย เนวิน ชิตชอบ(ศิทย์เก่าสวนกุหลาบ วิทยาลัย)

91นาย เนวิน ชิตชอบและพรรคภูมิใจไทยร่วมกับตำรวจ ผู้ว่าราชการสายสีน้ำเงินคนของชัย ชิตชอบ เนวิน ชิตชอบ สสและสมาชิกพรรคภูมิใจไทย

92สื่ออินเตอร์เน๊ตผู้ดูแลอินเตอร์เน๊ตไทยและICTสายอำมาตย์ 2.4ทีมด่าและลบคลิปภาพที่สายอำมาตย์ทำชั่วผิดกฏหมายต่างๆๆรวมการรายงานแผ่นดินไหว 2012 วางไวรัสทำลายข้อมูลตัวจริงข่าวและเอาข็อมูลไปเป็นของตนเอง เพื่อหลอกให้ปชชไทยให้ข้อมูลแต่พวกเขาขายข่าวแล้วรวยๆๆๆๆ(ถีบหัวคนเพื่ออำนาจ ,หากินบนหลังคนอื่น)

93 นายแพทย์ ประเวศ วะศรี

94 นาย อานันท์ ปัณยารชุน สหยูเยี่ยน

95 นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

96 นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมคมผู้ส่งออกข้าวไทย คนของอำมาตย์

97นักวิชาการมหาวิทยาลัยต่างๆๆตามออร์เดอร์สั่งสลับกันมารับจ็อบ รวมกลุ่ม NGOสายต่างๆๆสลับหน้าที่กันรับจ๋๊อบ องค์กรอิสระในนามชื่อต่างๆๆตามแต่เรื่องราวที่จะโจมตีรัฐบาลปชต

98 นายแพทย์ ตุลย์  สิทธิสมวงศ์ สูตินารีแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และสภากาชาดไทยศิทย์เก่า มัธยมต้นโรงเรียนเซนต์คาเบรียล  ศึกษามัธยมปลายเพียงปีเดียวที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และสอบเทียบเข้าคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย

รายชื่อผู้มีชื่อเสียงที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนการถวายฎีกา Article 7 (มาร์ค ม.7)เมื่อวันที่ 5 มีนาคม มีดังนี้

1.ศจ.ดร.ระพี สาคริก           อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2.ดร.เสนาะ อูนากูล              อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
3.นายวีระวัฒน์ ชลายน       อดีตผู้ว่าการ กฟผ.
4.ศจ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช      ผู้บัญชาการโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
5.นายแพทย์ไพโรจน์ นิงสานนท์      อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
6.ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ              อดีตตุลาการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2517
7.คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา          ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
8.รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค               ประธานกองทุนสื่อประชาสังคมต้านคอร์รัปชั่น
9.นายกล้านรงค์ จันทิก                      อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
10.นายอัษฎา ชัยนาม                        อดีตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ
11.ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์        กรรมการผู้อำนวยการสถาบันสหัสวรรษ
12.รศ.ดร.ธีรภัทร เสรีรังสรรค์           นายกสมาคมรัฐศาสตร์แห่งประเทศไทย
13.นายสังศิต พิริยะรังสรรค์             ประธานกรรมการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
14.นายกษิต ภิรมย์                            อดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำสหรัฐอเมริกา
15.นายสุเทพ วงค์กำแหง                  ศิลปินแห่งชาติ
16.พล.ท.ทวีสิทธิ์ หนูนิมิตร               อดีตที่ปรึกษากองทัพบก
17.นายแพทย์ปัญญา สอนคม             อดีตอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
18.นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช             อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
19.นายแพทย์สวัสดิ์ ศรีสกุลเมฆี         อดีตนายแพทย์ใหญ่จังหวัดนครศรีธรรมราช
20.นายแพทย์มรกต กรเกษม               อดีตเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
21.นายแพทย์อุลิต ลียะวณิช                อดีตอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
22.แพทย์หญิงจุรี นิงสานนท์               อดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษสาขากุมารเวช
23.นางดวงใจ สอนคม                          หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลแม่และเด็กบางเขน กรมอนามัย
24.นายแพทย์จำลอง                             แจ่มไพบูลย์ อดีตสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช
25.แพทย์หญิงองุ่น แจ่มไพบูลย์          อดีตแพทย์อาวุโส
26.พันโทแพทย์หญิง กมลพรรณ ชีวพันธศรี              ประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา
27.นายเชื้อพรหม มหาผล                                 วิศวกร
28.นางนิตยา จันทร์เรือง มหาผล                       อดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิศวกรรมการแพทย์
29.นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ                                 สมาชิกวุฒิสภา
30.นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง                                     สมาชิกวุฒิสภา
31.นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ                    สมาชิกวุฒิสภา
32.พล.ต.อ.มีชัย นุกูลกิจ                                     สมาชิกวุฒิสภา
33.แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชวรกิจ                     สมาชิกวุฒิสภา
34.พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร                                สมาชิกวุฒิสภา
35.พล.ต.ต.เสกสรร อุ่นสำราญ                          สมาชิกวุฒิสภา
36.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า                                   สมาชิกวุฒิสภา
37.นางเตือนใจ ดีเทศน์                                   สมาชิกวุฒิสภา
38.นายพิเชฐ พัฒนโชติ                                  สมาชิกวุฒิสภา
39.นายสมบูรณ์ ทองบุราณ                             สมาชิกวุฒิสภา
40.นายการุณ ใสงาม                                       สมาชิกวุฒิสภา
41.นายวงศ์พันธ์ ณ ตะกั่วทุ่ง                        สมาชิกวุฒิสภา
42.นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี                           สมาชิกวุฒิสภา
43.ร้อยตรี อนุกูล สุภาไชยกิจ                        สมาชิกวุฒิสภา
44.นายวิญญู อุฬารกูล                                  สมาชิกวุฒิสภา
45.ม.ร.ว.นฤมล เกษมสันต์ >>>>>(ภายหลังออกมาระบุว่าเปนการโดนปลอมชื่อ)
46.ม.ร.ว.สุวนันท์ วัลยะเสวี
47.ม.ร.ว.วุฒิศักดิ์ สวัสดิวัตน์
48.ม.ร.ว.สุดานนท์ สินธวานนท์
49.ม.ร.ว.รำพิอาภา เกษมศรี
50.ม.ร.ว.วิริยาภา กิติยากร (ช่างเรียน)
51.ม.ร.ว.สายสิงห์ ศิริบุตร
52.ม.ร.ว.สายสวัสดิ์ ทอมป์สัน
53.ศาสตราจารย์ ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ            อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
54.ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์              คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
55.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทวี สุรฤทธิกุล                       ประธานกรรมการประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
56.รองศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์         คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
57.รองศาสตราจารย์สมบัติ วอทอง                        คณบดีคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
58.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ            ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
59.อาจารย์เจริญ คัมภีรภาพ                                       กรรมการเครือข่ายสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง
60.รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช                 อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
61.อาจารย์คมสัน โพธิ์คง                                          อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
62.รองศาสตราจารย์พิพัฒน์ ไทยอารี                      หัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
63.รองศาสตราจารย์ ดร.พิทยา บวรวัฒนา              อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
64.รองศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา วัฒนสุนทร          อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
65.รองศาสตราจารย์ ดร.ศศิกาญจน์ ทวิสุวรรณ         อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
66.รองศาสตราจารย์ ดร.อรุณี หรดาล                         อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
67.รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ตันธสุรเศรษฐ์           อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
68.รองศาสตราจารย์ ดร.นิธิพัฒน์ เมฆขจร                อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
69.นายนราธิป ศรีราม                                                  อาจารย์ประจำสาขาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
70.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชนินาฏ ลีดส์                            อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
71.รองศาสตราจารย์ ดร.เรืองเดช ศรีวรรธนะ            อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
72.รองศาสตราจารย์วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ       รองประธานกรรมการประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รองศาสตราจารย์
73.ดร.เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ                                          คณบดีวิทยาลัยรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
74.อาจารย์ณัฐพงศ์ บุญเหลือ                                         คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
75.ท่านผู้หญิงปรียา เกษมสันต์ ณ อยุธยา
76.นางปราศรัย รัชไชยบุญ
77.นางเนาวรัตน์ กรรณสูต
78.นายณรงค์ โชควัฒนา
79.คุณหญิงวนิดา พูลศิริวงค์
80.คุณหญิงวิจันทรา บุนนาค
81.คุณทอศรี สวัสดิชูโต
82.คุณหญิงโฉมศรี กำภู ณ อยุธยา
83.นางพิยดา สุวรรณรัตน์
84.รองศาสตราจารย์ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ
85.พลโท เจริญศักดิ์ เที่ยงธรรม
86.นางศรีเทพ กุสุมา ณ อยุธยา
87.นางชมภูนุช โทสินธิติ
88.นางบุญวรรณ จันทรวิโรจน์
89.นายอภิเนตร อูนากูล กคุณ : ลุงอ่ำ
90.นางดวงแก้ว ไตรตระกูล
91.นางดวงมณี สุขุม
92.นางอรทัย จิตบุตร
93.นางสุนทรา เอี่ยมสุรีย์
94.นางกอบสุข เอี่ยมสุรีย์
95.นางสาวตรัสวิน จิตติเดชารัตน์
96.นายแพทย์สุรเทพ บุณยะสุขานนท์ อดีตสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ
จากคุณ : หนุ่มบางปะกง คุณปุถุชน

รายชื่อคณะที่ปรึกษา คณะปฎิวัติ 19 ก.ย2549(คมชรึฉายานามรัฐบาลขิงแก่)แต่เขาตั้งซะสวยหรูว่าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย(จอมปลอมของเผด็จการทหารซ่อนรูปการเมืองอ้างประชาธิปไตย(ดอกกุหลาบบนปลายปืน)
คณะที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ(คมช19 ก.ย2549)

1.ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นประธานที่ปรึกษา

2.นายเกริกไกร จีระแพทย์ เป็นที่ปรึกษา

3.นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เป็นที่ปรึกษา

4.นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ เป็นที่ปรึกษา

5.คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เป็นที่ปรึกษา

6.นายไชย ไชยวรรณ เป็นที่ปรึกษา

7.นายณรงค์ชัย อัครเศรณี เป็นที่ปรึกษา

8.ศ.เทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นที่ปรึกษา

9.ศ.ปราณี ทินกร เป็นที่ปรึกษา

10.นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นที่ปรึกษา

11.ศ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร เป็นที่ปรึกษา

12.ศ.มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด เป็นที่ปรึกษา

13.รศ.วรพล โสคติยานุรักษ์ เป็นที่ปรึกษา

14.นายวิรไท สันติประภพ เป็นที่ปรึกษา

15. นายสันติ วิลาสศักดานนท์ เป็นที่ปรึกษา

16.นายศิวะพร ทรรทรานนท์ เป็นที่ปรึกษา

17.นายอาชว์ เตาลานนท์ เป็นที่ปรึกษา

18.ศ.อัมมาร สยามวาลา เป็นที่ปรึกษา

19. น.ส.พจนีย์ ธนวรานิช เป็นที่ปรึกษา
คณะที่ปรึกษาฝ่ายการต่างประเทศ

1.นายวิทยา เวชชาชีวะ เป็นประธานที่ปรึกษา

2.นายกฤษณ์ กาญจนกุญชร เป็นที่ปรึกษา

3.นายกำธร อุดมฤทธิรุจน์ เป็นที่ปรึกษา

4.นายเตช บุนนาค เป็นที่ปรึกษา

5.นายนิตย์ พิบูลสงคราม เป็นที่ปรึกษา

6.นายพิศาล มาณวพัฒน์ เป็นที่ปรึกษา

7.นายวิทย์ รายนานนท์ เป็นที่ปรึกษา

8.นายสาโรจน์ ชวนะวิรัช เป็นที่ปรึกษา
คณะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างจริยธรรม ธรรมาภิบาลและการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ

1.รศ.จุรี วิจิตรวาทการ เป็นประธานที่ปรึกษา

2.รศ.กำชัย จงจักรพันธุ์ เป็นที่ปรึกษา

3.รศ.จรัล เล็งวิทยา เป็นที่ปรึกษา

4.นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ เป็นที่ปรึกษา

5.รศ.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นที่ปรึกษา

6.ผศ.ธิติพันธ์ เชื้อบุญชัย เป็นที่ปรึกษา

7.รศ.บุญสม ศิริบำรุงสุข เป็นที่ปรึกษา

8.รศ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร เป็นที่ปรึกษา

9.รศ.พงษศักดิ์ อังกะสิทธิ์ เป็นที่ปรึกษา

10.รศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์ เป็นที่ปรึกษา

11.รศ.ลาวัลย์ หอนพรัตน์ เป็นที่ปรึกษา

12.ศ.วันชัย ศิริชนะ เป็นที่ปรึกษา

13.ศ.สุรพล นิติไกรพจน์ เป็นที่ปรึกษา
คณะที่ปรึกษาฝ่ายการเสริมสร้างสมานฉันท์และความเป็นธรรมในสังคม

1.นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นประธานที่ปรึกษา

2.นายโคทม อารียา เป็นที่ปรึกษา

3.รศ.จรัส สุวรรณมาลา เป็นที่ปรึกษา 4.นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เป็นที่ปรึกษา

5.นางเตือนใจ ดีเทศน์ เป็นที่ปรึกษา

6.ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล เป็นที่ปรึกษา

7.รศ.ธีรภัทร เสรีรังสรรค์ เป็นที่ปรึกษา

8.รศ.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นที่ปรึกษา

9.รศ.นรนิติ เศรษฐบุตร เป็นที่ปรึกษา

10.ศ.พรชัย มาตังคสมบัติ เป็นที่ปรึกษา

11.นายพิภพ ธงไชย เป็นที่ปรึกษา

12.ภราดาประทีป โกมลมาศ เป็นที่ปรึกษา

13.นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ เป็นที่ปรึกษา

14.นายประยงค์ รณรงค์ เป็นที่ปรึกษา

15.นายวรวิทย์ บารู เป็นที่ปรึกษา

16.นายวิบูลย์ เข็มเฉลิม เป็นที่ปรึกษา

17.รศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ เป็นที่ปรึกษา

18.ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ เป็นที่ปรึกษา

19.ศ.วันชัย วัฒนศัพท์ เป็นที่ปรึกษา

20.รศ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม เป็นที่ปรึกษา

21.ศ.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ เป็นที่ปรึกษา

22.รศ.สุริชัย หวันแก้ว เป็นที่ปรึกษา

23.ศ.สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ เป็นที่ปรึกษา

24.คุณหญิงแสงดาว สยามวาลา เป็นที่ปรึกษา

25.นายโสภณ สุภาพงษ์ เป็นที่ปรึกษา ผู้ดูแลปั้มน้ำมันบางจาก

26.รศ.มาณี ไชยธีรานุวัฒศิริ เป็นที่ปรึกษา
จากคุณ : หนุ่มบางปะกง
ปล โปรดสลักชื่อเหล่านี้ไว้ในบัญชีหนังหมา จารึกชั่วลูกชั่วหลาน

 สุดท้ายขอไว้อาลัยแด่…ทหารไพร่ ที่ตายอนาจในภาคใต้…

จาก19 ก.ย 49 ทหารไพร่ ไร้ค่า เพราะใคร…ทำให้ตกต่ำ

ใครส่งเสริมการฆ่าต่อเหนื่อง จนบัดนี้ลามมาที่ภาคกลาง 

ใคร????หยุดวงจรนี้ได้ มีไหม รึภาค40สวมารและพรรครัฐบาลจะสืบสานต่อ โดยอนุมัติศาลที่ดินมุสลิม(ที่ซื้อไว้ทั่วประเทศแล้ว) จนในที่สุด ประเทศไทยมุสลิมครองสมใจ เช่นนั้นรึ เงียบและเนียน…

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

12-15 nov 2012Thai’s Prime Minister Yingluck Shinawatra visit london,United Kingdom

Thai’s Prime Minister Yingluck Shinawatra Welcomed The Right Honourable William Hague,MP,UK

7 พ.ย2555 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรให้การต้อนรับ  นายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ณ.ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ซึ่งภารกิจการมาเยียนประเทศไทยในครั้งนี้ของ นายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรเพื่อเชื้อเชิญนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเดินทางไปเยี่ยมเยียนสหราชอาณาจักรในฐานะเป็นแขกคนสำคัญของคณะรัฐบาลสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่12-15พ.ย2555 และมีกำหนดการณ์เข้าเยี่ยมคาระวะสมเด็จพระราชินีอลิซเบทที่2แห่ง สหราชอาณาจักรอีกด้วย

ในครั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ให้การตอบรับการเชื้อเชิญของคณะรัฐบาลสหราชอาณาจักรพร้อมทั้งเตรียมข้าวไทยไปบุกสหราชอาณาจักรพร้อมกันนี้ได้นำนักลงทุนธุรกิจไทยร่วมคณะเดินทางไปในครั้งนี้ด้วย

12-15 nov 2012Thai PM Yingluck Shinawatra visit london

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรเดินทางจากประเทศไทยถึงสหราชอาราจักรโดยมีคณะรัฐบาลสหราชอาณษจักรให้การต้อนรับ

london red shirts มารอรับนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยความรักและห่วงใยกัน

13 nov 2012 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรประชุมปรึกษาหารือกับทีมนักธุรกิจจากประเทศไทยและสหราชอาราจักรถึงเป้าหมายการค้าและการลงทุน

13 nov 2012At Afternoon, Thai Prime Minister,Yingluck Shinawatra, to MeetThe Queen Elizabeth II at Buckingham Palace,london

นายกรัฐมนตรีรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรให้สัมภาษร์ถึงการได้เข้าเฝ้าส่วนพระองค์กับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2  ว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นความภูมิใจสูงสุด ซึ่งในฐานะตัวแทนพสกนิกรชาวไทยนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษร์ ชินวัตรได้กล่าวแสดงความยินดีที่พระองค์เฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษา และพระองค์ได้สอบถามถึงพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วย อีกทั้งถือเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 400 ปี ทั้งในระดับราชวงศ์ และประชาชนต่อประชาชน วึ่งควรจะส่งเสริมให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นพร้อมกับความร่วมมือกันใน ด้านต่างๆๆมากยิ่งขึ้น

นายกฯเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

http://news.voicetv.co.th/thailand/55921.html

นายกรัฐมนตรีรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรให้ความเชื่อมั่นภาคเอกชนไทยและอังกฤษ ย้ำปี 2556 เป็นปีแห่งโอกาสในการขยายการค้าการลงทุน

รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน (17พ.ย.55)

http://news.voicetv.co.th/thailand/56252.html

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร  กล่าวสุนทรพจน์และร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนักธุรกิจ สหราชอาณาจักรและนักธุรกิจไทย ซึ่งร่วมคณะเยือนสหราชอาณาจักร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพ ประเทศไทย ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และศูนย์กลางการเชื่อมต่อในภูมิภาค ยืนยันจะสร้างความมั่นคงทางการเมือง และพื้นฐานประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง สำหรับการลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื้อเป้าหมายสู่การนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนไทย เดินหน้าส่งเสริมการปกครองบนพื้นฐานนิติรัฐ และการเจรจากับทุกภาคส่วน ขณะที่มูลค่าทางการค้าระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักรเติบโตสูงขึ้น การจัดทำ เขตการค้าเสรี ไทย-ยุโรป จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มและขยายการค้าการลงทุน คาดจะเริ่มเจรจาในต้นปีหน้า รัฐบาลไทยจะเริ่มการลงทุนสาธารณูปโภค และโครงการบริหารจัดการน้ำในปี 2556 ซึ่งจะช่วยให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่ง และโลจิสติกส์ในภูมิภาค.-สำนักข่าวไทย http://englishnews.mcot.net/site/content?id=50a31ad4150ba0fa52000007#.UKJ4leR3brE

14 nov 2012 นายกรัฐมนตรีจะหารือกับ ผู้จัดการกองทุนชั้นนำของสหราชอาณาจักร  ณ ภัตตาคาร chamberlain

เยี่ยมชมตลาด leadenhall  กรุงลอนดอน

นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมชมรถไฟฟ้าความเร็วสูง สหราชอาราจักรเพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้างทางรถไฟฟ้าอาเซียนในอนาคต เพื่อโรจิสติกขยายการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนและขนส่งสินค้าระหว่างกันให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ไทยเตรียมพัฒนารถไฟความเร็วสูง  http://englishnews.mcot.net/site/content?id=50a383dd150ba04d6000008b#.UKKF6eR3brE

นายกรัฐมนตีรยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยี่ยมชม Thames flood risk to London เพื่อนำมาใช้ในการป้องกันน้ำท่วมประเทสไทยในอนาคต

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะปรึกษาหารือกับนักธุรกิจด้านการท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร-ไทย

13 พ.ย.55( 10.00 น) นายสุรพล  เศวตเศรนี ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำผู้แทนท่องเที่ยว (Travel agent) แห่งสหราชอาณาจักร เข้าเยี่ยมคารวะนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรีโดยมีการหารือแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร สรุปดังนี้

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความขอบคุณผู้แทนท่องเที่ยวแห่งสหราชอาณาจักรสำหรับการสนับสนุนและการส่งเสริมนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรเดินทางท่องเที่ยวในไทย โดยขณะนี้รัฐบาลได้เร่งดำเนินการพัฒนสาธารณูปโภคเพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับการบิการด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย พร้อมทั้งการดูแลด้านความปลอดภัย และความรวดเร็วในด้านการให้บริการต่างๆ อีกทั้ง มีการรณรงค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้ครอบคลุมพื้นที่และตอบสนองต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

ในโอกาสนี้ ผู้แทนท่องเที่ยว ฯ ได้ย้ำถึงศักยภาพการท่องเที่ยวของไทยว่ายังเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง นักท่องเที่ยวอังกฤษในกลุ่มต่างๆต่างสนใจเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมขอบคุณรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสนใจต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว และพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ขณะนี้ มีการเดินทางในลักษณะเครื่องบินเหมาลำ หรือ Charter Flight ไปท่องเที่ยวไทยมากขึ้น จึงขอให้รัฐบาลได้ดูแลและอำนวยความสะดวกในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับว่ารัฐบาลเร่งพัฒนาการรองรับในด้านต่างๆและเร่งแก้ปัญหาที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

 

โดยปีนี้ (ม.ค.-ส.ค. 55) มีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยแล้วเป็นจำนวน 570,000 คน ซึ่งมากเป็นอันดับหนึ่งในประเทศสมาชิกกลุ่มอียู มีการใช้จ่ายสูง และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ ยังมีชาวอังกฤษที่เข้ามาพำนักระยะยาว รวมทั้งมาซื้อ/เช่าอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยจำนวนมาก ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเที่ยวสหราชอาณาจักรเฉลี่ยปีละ 1 แสนคน

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยี่ยมชมงานKitchen to the World,london ณ.ห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขา  Kennington เพื่อเยี่ยมชมสินค้าไทยการนำเสนอข้าวไทยและผลิตภัฑณ์ไทยที่วางจำหน่ายในประเทศอังกฤษเยี่ยมชมกิจการของห้างสรรพสินค้าและเยี่ยมชมซุ้มผู้ประกอบการร้านอาหารไทยที่ได้รับรางวัล Thai Select พร้อมกับถ่ายภาพร่วมกันกับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยณ.สหราชอาณาจักร

12.00นนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรเข้าเยี่ยมคาระวะ นายกรัฐมนตรี สหราชอาราจักร Mr. David Cameronและนายกรัฐมนตรีอังกฤษเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะด้วย

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับประธาน Premier League,สหราชอาณาจักร ซึ่งท่านแสดงความยินดีที่จะสนับสนุนเด็กไทยทางด้านการศึกษาและฟุตบอล

12-15พ.ย2555ประมวลภาพนายกรัฐมนตรีเยืยนสหราชอาณาจักร

13 nov 2012 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรประชุมปรึกษาหารือกับทีมนักธุรกิจจากประเทศไทยและสหราชอาราจักรถึงเป้าหมายการค้าและการลงทุน

นายกรัฐมนตรีรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรให้ความเชื่อมั่นภาคเอกชนไทยและอังกฤษ

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยี่ยมชมรถไฟฟ้าความเร็วสูง สหราชอาราจักร

นายกรัฐมนตีรยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยี่ยมชม Thames flood risk to London

14พ.ย2555  เยี่ยมชมงานKitchen to the World,london ณ.ห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขา  Kennington

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับประธาน Premier League,สหราชอาราจักร

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรเข้าเยี่ยมคาระวะ นายกรัฐมนตรี สหราชอาราจักร Mr. David Cameronเพื่อพบปะพูดคุยทั้งระดับทวิภาคและภูมิภาคเพื่อการลงทุนและการเป็นหุ้นส่วนร่วมกันพร้อมกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะด้วย

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะกับนักเรียนทุนประเทศไทยในสหราชอาณาจักร ณ.Imperial College

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Thai’s Prime Minister Yingluck Shinawatra Welcomed President of the Republic of South Korea Mr.Lee Myung-bak

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลีกษณ์ ชินวัตรนำคณะให้การต้อนรับนายอี มยอง-บัก ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีใต้ณ.ทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับนำตรวจเเถวกองทหารเกียรติยศ พร้อมทั้งหารือร่วมกันแบบทวิภาคร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามMOU การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-เกาหลี และงานเลี้ยงอาหารกลางวันร่วมกันในบรรยากาศฉันท์มิตรภาพซึ่งปธสาธารณรัฐเกาหลีใต้ นายอี มยอง-บักตื่นเต้นอย่างมากในการเดินทางมาเยี่ยมเยียนประเทศไทยของเราในครั้งนี้เพราะท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรงดงามจนทำให้ตาลาย คริ คริ

BANGKOK, Nov 10 — Thailand and South Korea agreed on Saturday to work closely together to expand bilateral trade volume to US$30 billion by 2016 as their leaders pledged to upgrade relations between the two countries to a “strategic partnership.”

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra and visiting South Korean President Lee Myung-bak reached the agreement during bilateral talks in Bangkok.

Mr Lee, who arrived in Bangkok on Friday, is the first South Korean president to make an official bilateral visit to Thailand in 31 years.

According to the joint statement after the talks, the leaders also agreed to “serious efforts” to conclude a trade and economic cooperation “action plan” for 2013-2017 at an early date to further energise trade and minimise trade barriers. They asked the joint trade committee of both sides to start negotiations as soon as possible.

Trade between South Korea and Thailand reached an all-time high of $13.9 billion last year.

Bangkok and Seoul have agreed to seek preliminary discussions and a joint study about forging a comprehensive economic partnership agreement in order to strengthen economic links between the two countries, said the joint statement.

Ms Yingluck and Mr Lee have welcomed cooperation in various Thai infrastructure projects, especially its water management system, high-speed train line, power plant development projects and the Dawei deep sea port project.

During her visit to South Korea in March, Ms Yingluck expressed keen interest in South Korea’s project to revive its four major rivers in a way that prevents floods, preserves water resources and promotes tourism along the waterways.

South Korea has expressed interest in importing rice from Thailand in response to higher demand while many Thais fruits including mango, longan and pomelo are also favourite choices for South Koreans.

Both leaders also called for launching aviation talks at an early date to facilitate people-to-people exchanges and transfers of goods and services at a time when the number of people visiting each other’s nation topped 1.3 million last year.

After the meeting at Government House, Mr Lee toured the Chao Praya River and the Lad Pho canal, a move seen as underlining South Korea’s willingness to share its water management experience and know-how. Thailand is working on a massive $11.3 billion project to build a large-scale water management system.

Mr Lee is scheduled to return home on Sunday. (MCOT online news)

ประมวลภาพนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรต้อนรับปธสาธารณรัฐเกาหลีใต้นายอี มยอง-บัก

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำปธสาธารณรัฐเกาหลีใต้นายอี มยอง-บักนำตรวจกองทหารเกียรติยศ ประเทศไทย

ปธสาธารณรัฐเกาหลีใต้นายอี มยอง-บักทำความรู้จักกับนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและผู้นำนายทหารกองทัพไทย5เหล่าทัพ พร้อมนักลงทุนธุรกิจไทย-เกาหลี

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรทำความรู้จักคุ้นเคยกับนักลงทุนจากสาธารณรัฐเกาหลีใต้

ปธสาธารณรัฐเกาหลีใต้นายอี มยอง-บัก ลงนามในสมุดเยี่ยม ทำเนียบรัฐบาลประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและปธสาธารณรัฐเกาหลีใต้นายอี มยอง-บัก ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามMOUร่วมกันเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่าง 2ประเทศ

พบปะพูดคุยปรึกษาหารือร่วมกันระหว่าง 2ประเทศ

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและปธสาธารณรัฐเกาหลีใต้นายอี มยอง-บัก แถลงข่าวร่วมกันเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างแน่นแฟ้นระหว่าง 2ประเทศไทย-เกาหลี

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร   เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวันแด่ปธสาธารณรัฐเกาหลีใต้นายอี มยอง-บัก บรรยากาศอบอุ่นและเต็มไปด้วยความห่วงใยจนในที่สุดก็มีรอยยิ้มและพร้อมสำหรับการเป็นหุ้นส่วนร่วมกันนะเอิงเอย!!!

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

8-9 nov 2012 Thai Prime Minsiter Yingluck Shinawatra AttendedThe Bali Democracy Forum V ( BDF )at nusa dua ,Bali ,indonesia

BANGKOK, Nov 7 2012 — Thai Prime Minsiter Yingluck Shinawatra left Bangkok on Wednesday for a regional democracy forum in Indonesia where she will reiterate her government’s understanding that real democracy comprise both freedom and the rule of law, equally. นายกฯประชุม Bali Democracy Forum  http://news.voicetv.co.th/thailand/55379.html

Ms Yingluck will join world leaders, ministers and other high-level officials from 54 countries across the Asia-Pacific region to participate in the 5th Bali Democracy Forum (BDF) to discussing better promotion of democratic principles and values Nov 8-9 in Nusa Dua, Bali. She said the BDF is a brainschild of Indonesian President Susilo Bambang Yudhoyono who wanted the annual event to be an arena for government representatives to share their respective countries’ latest democratic developments

The meeting this year is co-chaired by President Yudhoyono, Australian Prime Minister Julia Gillard and South Korean President Lee Myung-bak. Ms Yingluck said that during the meeting, she would address Thailand’s stance in promoting democracy. She would stress that democracy has diversity. Sustained democracy needs public cooperation to remove inequality and create opportunity.

The Thai premier said she will also focus on the meaning of real democracy comprising equal freedom and adherence to the rule of law for fairness and equality. Launched in 2008, BDF has gained increasing support and recognition from the Asia-Pacific region and beyond as a prime regional forum to promote practical political cooperation and to share views and experiences, with the aim of advancing democratic principles. In the past the forum explored and identified common principles on promoting democracy at the national level in the region. (MCOT online news)

Kamis, 8 November lalu, presiden RI, Susilo Bambang Yudoyono (SBY) membuka Bali Demokrasi Forum V di Bali Internasional Convention Center (BICC), Hotel Westin NusaDua, Bali. Forum ini berlangsung selama dua hari hingga 9 November 2012, yang dihadiri oleh 11 kepala negara. Dalam pidato pembukaannya, presiden SBY sangat berterima kasih kepada para kepala negara yang telah hadir untuk berpartisipasi. Menurutnya, selama berlangsungnya acara tahunan ini telah memperoleh hasil-hasil kongkrit.

[Susilo Bambang Yudhoyono, Presiden RI] “Setiap tahun sejak 2008 BDF telah meningkatkan hasil kongkrit, tidak hanya hasil diatas kertas mereka juga adalah saksi meningkatnya berbagi komitmen negara-negara di Asia Pasifik pada demokrasi. Setiap tahun kami mempercepat …” Hadir dalam acara ini PM Australia Julia Gillard, Presiden Iran Mahmud Ahmadinejad, PM Thailand Yingluck Shinawatra, Sultan Brunei Darussalam Hassanal Bolkiah, Presiden Afghanistan Hamid Karzai, PM Timor Leste Xanana Gusmao, PM Singapura Lee Hsien Loong, PM Papua New Guinea Peter O’neill dan Presiden Korea Selatan Lee Myung-bak.

Dalam forum ini Presiden Afganistan Hamid Karzai mengungkapkan makna demokrasi. [Hamid Karzai, Presiden Afganistan] “Demokrasi saat ini tidak hanya sebuah manifestasi pencarian kebebasan, persamaan dan pengakuan diri, tapi juga hasil dari tuntutan masyarakat global, aktivitas sosial, dan evolusi didalam teknologi komunikasi” Bali Democracy Forum (BDF) pertama kali diselenggarakan pada 2008 atas prakarsa Pemerintah Indonesia sebagai upaya membangun demokrasi di kawasan Asia Pasifik. BDF sendiri bertujuan mendorong kerjasama regional dan internasional dalam menegakkan perdamaian dan demokrasi melalui penyelenggaraan dialog dan berbagi pengalaman antar negara-negara peserta.

Image processing Thai Prime Minsiter Yingluck Shinawatra Attended The Bali Democracy Forum V ( BDF )at nusa dua ,Bali ,indonesia 8-9 nov 2012

Thai Prime Minsiter Yingluck Shinawatra meet toIndonesia Presiden Mr.Susilo Bambang Yudhoyono พบปะพุดคุยเกี่ยวกับการประมงและปตทพลังงาน

Thai Prime Minsiter Yingluck Shinawatra meet to Presiden AfganistanMr. Hamid Karzai

พบประพูดคุยเกี่ยวกับ ชนเผ่าน้อยที่เคยปลูกฝื่นให้หันมาการปลูกพืชสุจริตพืชในเมืองหนาวชนิดต่างๆๆที่สามารถเลี้ยงชีพได้ ,การศึกษาด้านการแพทย์และวิศวะกรสนใจที่จะส่งนักศึกษาประเทศอัฟกานิสถานมาเรียนที่ประเทศไทย

Thai Prime Minsiter Yingluck Shinawatra meet to Prime Minister of TurkeyMr. Recep Tayyip Erdogan พบปะพุดคุยเกี่ยวกับวิกฤตการเงินการแก้ปัญหาประเทศ,ความมั่นคงทางอาหาร,ทางด้านระบอบประชาธิปไตย,ความสนับสนุนซึ่งกันทางด้านการท่องเที่ยวร่วมกันระหว่าง2ประเทศซึ่งมีมาอย่างยาวนาน,การผึ่งพากันในยามยากและเมื่อการเกิดภัยพิบัติต่างๆๆ

ซึ่ง54ประเทศที่ได้พบปะกันและกันในครั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้รับความเอื้อเอ็นดูจากนานาประเทศซึ่งเห็นพ้องต้องกันในระบอบประชาธิปไตยและความร่วมมือกันและกันในด้านต่างๆๆฉันมิตรภาพที่แน่นแฟ้นยิ่งๆๆขึ้นไป

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

5-6 Nov, 2012 Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra Attended The Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in Laos

 

5 พฤศจิกายน 255 (8.00น.)นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะ  ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังท่าอากาศยานนานาชาติวัดไต(Wattay International Airport) เวียงจันทน์ นครหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) (The Lao People’s Democratic Republic of Lao PDR)เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเชีย – ยุโรป ครั้งที่ 9  (Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in Laos) ระหว่างวันที่ 5-6 พฤศจิกายน2555  

นายกฯ ประชุม อาเซ็ม ครั้งที่ 9 ที่ลาว 5-6 พ.ย2555.  http://news.voicetv.co.th/thailand/55104.html

นายกฯประชุมอาเซ็ม http://news.voicetv.co.th/thailand/55170.html

เมื่อเดินทางไปถึงที่พักของเหล่าผู้นำการประชุมในครั้งนี้ณ.ดอนจัน วิลลา ซึ่งรัฐบาลสปป.ลาวจัดให้เป็นที่พัก นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ก็พบปะและหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ และนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์  ก่อนเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 9 อย่างเป็นทางการในช่วงบ่าย และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นเจ้าภาพ

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับนายโดนัลด์ ทุสค์ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐโปแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศขนาดใหญ่ในสหภาพยุโรป และเริ่มมีบทบาทนำทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของกลุ่ม EU 10 อีกทั้งมีค่าแรงที่ค่อนข้างต่ำ แต่มีเสถียรภาพการเมืองสูง และฐานเศรษฐกิจที่มั่นคง ทั้งนี้ โปแลนด์ถือเป็นตลาดใหม่ในยุโรปที่มีศักยภาพ และเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มยุโรปกลางและตะวันออก โดยไทยสามารถใช้โปแลนด์เป็นฐานการผลิตสินค้าของไทยในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก รวมทั้งเป็นประตูสู่ภูมิภาคระหว่างกัน โดยในการหารือทั้งสองฝ่ายต่างมีความยินดีที่ได้พบหารือกันเป็นครั้งแรก พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์ในภาพรวมที่เป็นไปอย่างราบรื่น และเห็นพ้องให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำให้มากขึ้นต่อไปเพื่อจะได้พัฒนาความสัมพันธ์นี้ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น พร้อมได้มีการเจรจาตกลงที่จะขยายการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว รวมถึงความร่วมมือด้านการศึกษาและวิชาการ และการทหารด้วย อีกทั้ง นายกรัฐมนตรีทั้งสอง ยังตกลงที่จะใช้กันและกันเป็นฐานการลงทุน และเป็นประตูสู่ภูมิภาคทั้งนี้ โดยที่โปแลนด์มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ไทยและโปแลนด์จะแลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญในสาขานี้ด้วย

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับ นายเจนส์ สโตลเตนเบิร์ก นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรนอร์เวย์ ที่ไทยและนอร์เวย์ว่างเว้นมายาวนาน โยไทยและนอร์เวย์ต่างประสงค์ที่จะกลับมามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดให้มากขึ้น โดยประเทศไทยต้องการเชิญชวนให้นอร์ย์เข้ามาลงทุนในไทยให้มากขึ้น ในขณะที่ไทยมีเสถียรภาพทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง โยในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ทราบถึงสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทยที่มีความมั่นคงรวมถึงแผนการวางระบบบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลพร้อมสร้างความมั่นใจต่อประเทศไทย เพื่อเชิญชวนให้ทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากนอร์เวย์เข้ามาท่องเที่ยวและลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ตกลงที่จะให้มีการเจรจารอบใหม่ความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ Thailand – EFTA ที่ชะงักไปตั้งแต่ปี 2549 จากนั้มีการแลกเปลี่ยนทัศนะคติเกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พลังงานทดแทน และด้านสาธารณสุขของทั้งสองประเทศ เพื่อการพัฒนาไปพร้อมกัน และยังหารือเพิ่มเติม เกี่ยวกับการเพิ่มพูนความร่วมมือไตรภาคี ไทย-นอร์เวย์-เมียนมาร์ ด้วยทั้งนี้ จากการที่นอร์เวย์มั่นใจต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย กองทุน Government Pension Fund Global ของนอร์เวย์ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดทุนไทย และจะรักษาการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับนายมาริโอ มอนติ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง แห่งสาธารณรัฐอิตาลี โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำถึงเสถียรภาพทางการเมือง และยโยบายด้านเศรษฐกิจของไทยที่เอื้อต่อการขยายการค้าและการลงทุนกับอิตาลี โดยไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ซึ่งในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีอิตาลีได้แสดงความชื่นชมต่ออัตราการโตของเศรษฐกิจของไทยที่สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในท่ามกลางที่ยุโรปประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ไทยและอิตาลี จะร่วมมือกันส่งเสริมการเติบโตร่วมกันและการจ้างงาน ผ่านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to  President of Mongolia Mr. Elbegdorj Tsakhia

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to  Bangladesh’s Prime Minister Sheikh Hasina

Three beautiful women leaders of the world Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra  talks with  her Danish counterpart Helle Thorning Shmidt  (L)and Australian Prime Minister Julia Gillard (R) in Vientiane , Laos November 5, 2012.

6พ.ย2555 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เข้าร่วมประชุมร่วมกับผู้นำเอเชีย-ยุโรปแบบเต็มคณะ ตามวาระการประชุมทั้ง 5 วาระ รวมทั้งหารือทวิภาคีกับผู้นำที่เข้าร่วมจากภูมิภาคเอเชียและยุโรป ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงค่ำ

ในการประชุมอาเซมครั้งที่9และเอเซีย-ยุโรปครั้งที่13ณ.นครเวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วันที่2

ผู้นำประเทศต่างๆๆได้เเลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสถาณการณ์โลก,ความร่วมมือทางด้านสังคม+วัฒนธรรมและทิศทางของอาเซม นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เสนอให้ยุโรป-เอเซียสร้างความแข็งแรงทางด้านเศรษฐกิจในแต่ละประเทศและหาโอกาศลงทุนร่วมกัน,การเตรียมพร้อมภัยพิบัติ,การลดความเสี่ยงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง, และจัดการแก้ปัญหาสังคมจากการเชื่อมโยงระดับโลกและภูมิภาคโดยเฉพาะการค้ามนุษย์

ภารกิจนายกรัฐมนตรีประชุมอาเซมที่ลาว  http://www.mcot.net/site/content?id=509905cd150ba09f04000145#.UJkYg293YeM

ประมวลภาพพบปะหารือทวิภาคกับผู้นำประเทศต่างๆๆ 6พ.ย2555

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น Mr.Yoshihiko Noda

เพื่อติดตามความร่วมมือต่างๆๆที่จะมีการประชุมร่วม3ด้าน ทั้งพัฒนโครงสร้างพื้นฐานทั่วๆๆไป,การจัดการภัยพิบัติ,การลงทุนโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสหกรรมทวายพม่า-ไทยเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าไปยังอาหรับและทวีปต่างๆๆทางฝากฝั่งตะวันตก

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีแอสโทเนีย Mr. Andrus Ansipในด้านการเงินการท่องเที่ยวและเชิญชวนให้มาลงทุนที่ประเทศไทย นะคะ

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีฟินแลนด์Mr. Jyrki Katainen

ในด้านความมั่นคงทางการเงินและเชิญชวนมาท่องเที่ยวและการลงทุนที่ประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับประธานาธิบดีบัลเเกเรีย  Mr. Rossen Plevnelievในด้านความมั่นคงทางการเงินและการท่องเที่ยวและการลงทุนในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับประธาน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)นาย จุมมะลี ไชยะสอนได้หารือการประชุมร่วมไทย-ลาวในปีหน้าและการเปิดสะพานไทย-ลาวแห่งที่4ในอนาคต

การประชุมผู้นำเอเชีย – ยุโรป ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 9 และเป็นครั้งที่13ระหว่างเอเชียและยุโรป BUSINESS FORUMโดยมีการแสวงหาความร่วมมือกันใน 3 เสาหลัก ได้แก่ ได้แก่ การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรม และประเทศไทยนับเป็นสมาชิกที่มีบทบาทสำคัญ ที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำ ASEM ครั้งแรกที่ กรุงเทพฯ เมื่อปี 2539ปัจจุบัน ASEM มีสมาชิก 46 ประเทศ และ 2 องค์กร แบ่งเป็นสมาชิกจากยุโรป 27 ประเทศ คือ ออสเตรีย เบลเยียม บัลแกเรีย ไซปรัส   สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี อิตาลี ไอร์แลนด์ ลัตเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย สเปน สาธารณรัฐสโลวัก สโลวีเนีย สวีเดน และอังกฤษ

ส่วนเอเชียมี 19 ประเทศ คือสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ (ไทย ลาว เขมร เหมียนมาร์ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์)+จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มองโกเลีย อินเดีย ปากีสถาน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และรัสเซีย ในการประชุมครั้งนี้ณ.นครเวียงจันทน์จะมีประเทศต่างๆๆมาเข้าร่วมประชุมทั้งหมดรวม 51 ราย รวมสมาชิกใหม่3ประเทศคือสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และบังกลาเทศ เข้าเป็นสมาชิกใหม่ในการประชุมผู้นำอาเซมครั้งที่9นี้ ส่วนอีก 2 องค์กรที่ว่าคือสำนักเลขาธิการอาเซียน และคณะกรรมาธิการยุโรป

สำหรับการประชุมครั้งนี้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในฐานะประเทศเจ้าภาพ ได้กำหนดหัวข้อการประชุม คือ “Friends for Peace, Partners for Prosperity” และจะมีการรับสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการอีก 3 ประเทศ คือ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ และบังกลาเทศ

โดยวาระการหารือกันมี 5 วาระ ประกอบด้วย เศรษฐกิจและการเงิน ,ประเด็นระดับประเทศ, ประเด็นระดับภูมิภาค ,ประเด็นด้านสังคมและวัฒนธรรม และทิศทางในอนาคตของอาเซม ซึ่งผู้นำแต่ละประเทศสามารถพบปะหารือกันพูดคุยซักถามปัญหากันและกันอย่างใกล้ชิดในประเด็นที่ค้างคาใจ

ในการประชุมครั้งนี้เหล่าผู้นำ51ประเทศต่างให้ความสำคัญมากันอย่างพร้อมเพียงและกระตือรือล้นต่อทิศทางอันเเข็งแกร่งของอาเซียนฐานอำนาจใหม่ของโลกซึ่งละเลยนอกสายตารึตกขบวนไปไม่ได้เลย นับเป็นมิติใหม่เขย่าโลกเลยทีเดียว บรรยากาศของการประชุมณ.เวียงจันทร์แห่งนี้อบอุ่นฉันท์มิตรภาพอันนุ่มนวลได้บังเกิดขึ้นดุจบ้านหลังที่2หลังคาโลกใหม่ของทุกคนในโลกได้ผุดขึ้นมาโอบอุ้ม ทำให้ทุกคนต้องตะหนักในการพึ่งพาอาศัยและร่วมเเชร์กันในทุกปัญหาของตนมีเพื่อนร่วมแบ่งปันและให้ความช่วยเหลือนั้นได้บังเกิดขึ้นเเล้ว ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรีเยรมันนีจะไม่ได้มาด้วยตนเองแต่ก็ได้ส่งผู้แทนรมต.กระทรวงต่างประเทศGerman Foreign  Affairs  )Mr.Guido Westerwelle มาแทนเช่นกันกับนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ก็ส่งผู้แทนคนสำคัญมาร่วมประชุมด้วยถึงแม้ว่าไม่ได้มาด้วยตนเองก็ไม่ตกข่าวสารเพราะเหล่าผู้นำประเทศต่างๆๆระดับมหาอำนาจโลกก็ได้พบปะพูดคุยซักถามปัญหาค้างคาใจในเวทีต่างๆๆมาแล้วเช่นกัน และได้มีการเชื่อมโยงข่าวสารซึ่งกันและกันอย่างแน่นแฟ้นด้วยความเป็นจริง(สื่อสารตรงไม่ผ่านนายหน้าค้าข่าว)ฉันท์มิตรภาพ ฉันท์เพื่อนแท้อย่างStrong partnersไม่ตกเป็นเหยื่อต่อข่าวสารเท็จของสื่อมวลชั่ว อันเป็นผลทำให้ยุโรปและสหรัฐอเมริกาแทบเอาตัวไม่รอดมาแล้ว

จากบทเรียนของประเทศไทยซึ่งประชาชนแย่งชิงต่อสู้อำนาจอธิปไตยคืนมาจากการทำข่าวที่แท้จริงส่งให้พรรคเพื่อไทย ให้บริหารประเทศให้พ้นจากการครอบงำของมือมองไม่เห็นองค์กรลับของโลก ที่ชักรอกเหล่าผู้นำปั่นจิ้งหรีดทำให้โลกเฉไฉไปบ้างก็จะได้ปรับเข้าหากันจัดระเบียบโลกด้วยมือเราใหม่ตามความเป็นจริง เมื่อทุกประเทศต่างตะหนักในหน้าที่และบทบาทที่แท้จริงตนเองซึ่งเห็นคุณค่าของมนุษย์ชาติ เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่จะต้องคงเอกลักษณ์ไว้สืบสานโลกไว้ให้คงความศิวิไลท์แต่มีหัวใจมนุษย์ที่มีแต่เมตตาปราณีจิตให้ผ่องแผ้วนพคุณดั่งเดิม ทองแท้ไม่แพ้ไฟแล้ว โลกก็จะเต็มไปด้วยสันติภาพ และสามารถใช้ทรัพยากรในโลกแบ่งปันกันใช้ได้อีกยาวนาน  ดุจASEN WAY SONGซึ่งอาจหาญประกาศไปแล้วว่า เรากล้าที่จะฝัน,เรากล้าที่จะแบ่งปันWe dare to dream,We care to share.วันนี้เราขยายวิถีอาเซียน ออกไปเชื่อมสภายุโรปแล้วไม่Together for ASEANแบบเดิมๆๆ นับเป็นการก้าวหน้าของอาเซียนที่รวดเร็วมากอันนำมาซึ่งความปลื้มปิติต่อชาวโลกอย่างนะจังงังเลยทีเดียว จากความเป็นไปของโลกในอดีตนั้นทุกประเทศต่างก็เจ็บปวดในสงครามและการทำลายชีวิตมนุษย์มาแล้วทั้งได้ดูได้เห็นได้ประสบพบเจอมีในทุกฐานะตามบทบาทการแสดงของเเต่ละประเทศที่ได้กระทำไปแล้วนั้น ในการประชุมร่วมAsia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in Laos ระหว่างวันที่ 5-6 พฤศจิกายน2555ครั้งนี้คงจะเป็นจุดร่วมที่ดีที่จะเชื่อมสันติภาพแชร์แผ่นดินใช้ร่วมกันระหว่างยุโรป-เอเซียนที่จะมีขึ้นในอนาคต งานนี้คนต่อต้านคงจะหนาวไปตามๆๆกันแน่นอน

6พ.ย2555 หลังจากประเทศต่างๆๆได้พบปะพูดคุยกันแล้วก็ได้มีการปิดการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่13หรือ อาเซม ครั้งที่ 9 สรุปได้ว่า เศรษฐกิจสมาชิกอาเซมมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ทรัพยากรล้วนมีครบในปัจจัย4ของโลกที่ต้องการ และแข็งแกร่งในการแบ่งปัน ห่วงใยกันดุจเมืองพี่เมืองน้อง อันเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลกที่จะเจริญเติบโตอย่างสมดุลและแข็งแกร่งอย่างมากอีกภูมิภาคหนึ่ง พร้อมกับเล่าปัญหาของสหภาพยุโรปที่เกิดวิกฤตการณ์ประเภทต่างๆๆ(จากมือมองไม่เห็น)ทำให้เศษฐกิจซวนเซ  เซทำให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกชะลอลง และต้องช่วยเหลือประเทศสมาชิกที่อ่อนแอให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ประเทศเเล้วประเทศเล่า ทำให้การการขยายตัวของสภายุโรปมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น ปัญหาที่เกิดจากความเสี่ยงเหล่านี้ของสภายุโรปได้ประสพมานี้หวังว่าต่อสมาชิกอาเซม จะนำไปแก้ไขและวิเคราะห์ปัญหาให้ตรงจุด ทำให้ดีกว่าสภายุโรปซึ่งนำล่องผนึกกำลังกันขึ้นมาแชร์ร่วมกัน จนเกิดปัญหาต่างๆๆระหว่างทางขึ้นและตอนนี้ยังคงไม่จบสิ้น

ที่ประชุมAsia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in Laosในครั้งนี้คาดหวังว่า เศรษฐกิจของสภายุโรปที่กำลังแบกรับปัญหาหนี้สินของประเทศสมาชิกร่วมนั้น จะเริ่มฟื้นขึ้นจากภาวะซบเซาในปัจจุบัน และขอสนับสนุนมาตรการต่างๆ ที่สหภาพยุโรปและสมาชิก ได้ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาแถลงการณ์ปิดการประชุมในครั้งนี้ระบุด้วยว่า เอเชียและยุโรป ต้องส่งเสริมและผูกพันกันอย่างใกล้ชิด เพื่อความเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็งในการแก้ไขวิกฤติโลกในปัจจุบันร่วมกัน และปูทางไปสู่การทำให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและสมดุล  ในอนาคต.

nov,6 2012Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra on Monday reaffirmed Asia’s support for European economic recovery by promoting mutual trade and investment to nurture Asia’s and Europe’s growth in the form of Partners for Prosperity   in Laos

Ms Yingluck, in Lao to attend the 9th summit of Asia-Europe Meeting (ASEM), addressed the plenary session on economic and financial issues saying that with the ongoing challenges the entire world is facing, the Asian region very much wants to see and support the quick rebounding of the European economy since both regions share a common future and goal of economic prosperity, and their people’s welfare.

Moreover, Ms Yingluck reemphasised her government’s measures to mitigate the impact of the Eurozone financial crisis and to sustain economic growth during this time of global recession.

She said the Thai government will also promote trade and investment with European countries in order for the two regions to grow together as “Partners for Prosperity”.

ASEAN connectivity will be pushed forward as well for the genuine integration of the ASEAN Community in 2015, which will bring great benefits to the economies of both Asia and Europe.

In addition, Thailand expressed its support of policies beneficial to both regions such as cooperation in disaster management; enhancement of regional connectivity (in physical and human aspects); and cooperation in solving problems resulting from such connectivity, for example, human trafficking, and transnational crime

ประมวลภาพAsia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit,laos 5 nov 2012

Russian Prime Minister Dmitri Medvedev (top R) stands next to Chinese Prime Minister Wen Jiabao (bottom R), Lao President Choummaly Sayasone (bottom L) and Norwegian Prime Minister Jens Stoltenberg (top L)in in Vientiane , Laos November 5, 2012.

French President Francois Hollande (L), Bulgarian President Rosen Asenov Plevneliev (C) and Vietnam’s Prime Minister Nguyen Tan Dung join other leaders for the opening ceremony of the ASEM Summit in Vientiane , Laos November 5, 2012.

Prime Minister of Slovenia Mr. Jansa Tells (R)Russian Prime Minister Dmitri Medvedev (L)ASEM Debate EU in in Vientiane , Laos November 5, 2012

Australian Prime Minister Julia Gillard (R) talks with her Danish counterpart Helle Thorning Shmidt  in Vientiane , Laos November 5, 2012.


Russian Prime Minister Dmitri Medvedev ( R) talks with Polish Prime Minister Donalk Tusk (C)  in Vientiane , Laos November 5, 2012.

Japanese Prime Minister Yoshihiko Noda (front R) stands next to Luxembourg’s Prime Minister Jean-Claude Juncker (front L), French Foreign Minister Laurent Fabius (top L) in Vientiane , Laos November 5, 2012.

BritishForeign Secretary William Hague (2nd L), his German counterpart Guido Westerwelle (L) and Brunei’s Sultan Bolkhiah (3rd L) move to the meeting room for the opening ceremony of the ninth Asia-Europe (ASEM 9) summit in Vientiane on November 5, 2012. The two-day bi-annual summit in Vientiane , Laos November 5, 2012.

Hungarian Foreign Minister Janos Martonyi, left, Ireland’s Minister of Training and Skills Ciaran Cannon, centre, and Bangladesh’s Prime Minister Sheikh Hasina after a group photo session at the 9th Asia-Europe (ASEM) Summit in the Laos capital of Vientiane 

Laos’ President Choummaly Sayasone (L) welcomes France’s President Francois Hollande prior to a meeting as part of the ninth Asia-Europe (ASEM 9) summit in Vientiane, on November 5. The debt-laden European nations will lobby Asia’s economic dynamos for help to calm the crisis raging in the eurozone.</p>

Chinese Prime Minister Wen Jiabao in Vientiane , Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in Laos  ,5-6 nov 2012.

Myanmar’s President Thein Sein

Brunei’s Sultan Bolkhiah in ASEM 9 Summit,laos 5 nov 2012 

Vietnam’s Minister Nguyen Tan Dung  in ASEM 9 Summit,laos 5 nov 2012 


Pakistan’s Prime Minister Raja Pervez Ashraf (C) gestures as he walks together with Thai Prime Minister Shinawatra Yingluck (L), Cambodian Prime Minister Hun Sen (R) and Russian Prime Minister Dmitri Medvedev towards a meeting room for the opening ceremony of the ninth Asia-Europe in Vientiane , Laos November 5, 2012.

Philippine President Benigno Aquino III (L) reviews Laotian honor guards upon arrival for the ninth Asia Europe (ASEM) Summit in Vientiane , Laos November 5, 2012.

Thai Prime Minister Shinawatra Yingluck (R)meet to ItalyPrime Minister Mr.Mario Monti

Thai Prime Minister Shinawatra Yingluck (L)meet to Prime Minister of the Kingdom of Norway, Mr. Jens Bristol Bern.

Thai Prime Minister Shinawatra Yingluck (L)meet to Prime Minister of the Republic of Poland.Donald Franciszek Tusk

Thai Prime Minister Shinawatra Yingluck(R)meet toPresident of Mongolia Mr. Tsakhia Elbegdorj

51 Leaderships  Photo at The Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in laos 5 nov 2012

Top left-Thai’s Prime Minister Yingluck Shinawatra (topL) ,Singapore ’s Prime Minister  Mr.Lee Hsien-Loong,Prime Minister of the Republic of Poland.Donald Franciszek Tusk

Bottom left-The President European Commission  -Mr.Jose Manuel  Barroso ,President of the European Council Mr. Herman Van Rompuy , Laos ’s Prime Minister Thongsing Thammavong

51 Leaderships  Photo at The Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in laos 5 nov 2012

งานเลี้ยงอาหารค่ำ(gala dinner)  Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra (L) Singapore ’s Prime Minister  Mr.Lee Hsien-Loong(R) at The Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in laos 5 nov 2012 

ประมวลภาพ The  Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit,laos 6 nov 2012

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra and  President of Mongolia Mr.  Tsakhia  Elbegdorj

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra and Lao President Choummaly Sayasone

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra meet toPresident of Bulgaria Mr. Rossen Plevneliev

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to Prime Minister of Finland  Mr. Jyrki Katainen

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to  Prime MinisterEstonia Mr. Andrus Ansip

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กล่าวอำลาLao President Choummaly Sayasoneก่อนเดินทางกลับประเทศไทยค่ำวันที่ 6พ.ย 2555

ภารกิจ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรณ.asem9 in laos 5-6 nov 2012เสร์จสิ้นสมบรูณ์ ว่าแต่…งานนี้ผู้นำ51ประเทศ ผู้นำสตรีก็สวย ท่านผู้นำชายก็ล้วนหล่อขึ้นมาทันใด กระชุ่มกระชวยมีแสงออร่ารอบตัว รัศมีจับไปตามๆๆกันละครานี้ คริ คริ สันติภาพจงเจริญ…ไชโย ไชโย วิ้ว!!!!!!!!!!!

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง