5-6 Nov, 2012 Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra Attended The Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in Laos

 

5 พฤศจิกายน 255 (8.00น.)นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะ  ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังท่าอากาศยานนานาชาติวัดไต(Wattay International Airport) เวียงจันทน์ นครหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) (The Lao People’s Democratic Republic of Lao PDR)เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเชีย – ยุโรป ครั้งที่ 9  (Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in Laos) ระหว่างวันที่ 5-6 พฤศจิกายน2555  

นายกฯ ประชุม อาเซ็ม ครั้งที่ 9 ที่ลาว 5-6 พ.ย2555.  http://news.voicetv.co.th/thailand/55104.html

นายกฯประชุมอาเซ็ม http://news.voicetv.co.th/thailand/55170.html

เมื่อเดินทางไปถึงที่พักของเหล่าผู้นำการประชุมในครั้งนี้ณ.ดอนจัน วิลลา ซึ่งรัฐบาลสปป.ลาวจัดให้เป็นที่พัก นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ก็พบปะและหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ และนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์  ก่อนเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 9 อย่างเป็นทางการในช่วงบ่าย และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นเจ้าภาพ

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับนายโดนัลด์ ทุสค์ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐโปแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศขนาดใหญ่ในสหภาพยุโรป และเริ่มมีบทบาทนำทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของกลุ่ม EU 10 อีกทั้งมีค่าแรงที่ค่อนข้างต่ำ แต่มีเสถียรภาพการเมืองสูง และฐานเศรษฐกิจที่มั่นคง ทั้งนี้ โปแลนด์ถือเป็นตลาดใหม่ในยุโรปที่มีศักยภาพ และเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มยุโรปกลางและตะวันออก โดยไทยสามารถใช้โปแลนด์เป็นฐานการผลิตสินค้าของไทยในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก รวมทั้งเป็นประตูสู่ภูมิภาคระหว่างกัน โดยในการหารือทั้งสองฝ่ายต่างมีความยินดีที่ได้พบหารือกันเป็นครั้งแรก พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์ในภาพรวมที่เป็นไปอย่างราบรื่น และเห็นพ้องให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำให้มากขึ้นต่อไปเพื่อจะได้พัฒนาความสัมพันธ์นี้ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น พร้อมได้มีการเจรจาตกลงที่จะขยายการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว รวมถึงความร่วมมือด้านการศึกษาและวิชาการ และการทหารด้วย อีกทั้ง นายกรัฐมนตรีทั้งสอง ยังตกลงที่จะใช้กันและกันเป็นฐานการลงทุน และเป็นประตูสู่ภูมิภาคทั้งนี้ โดยที่โปแลนด์มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ไทยและโปแลนด์จะแลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญในสาขานี้ด้วย

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับ นายเจนส์ สโตลเตนเบิร์ก นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรนอร์เวย์ ที่ไทยและนอร์เวย์ว่างเว้นมายาวนาน โยไทยและนอร์เวย์ต่างประสงค์ที่จะกลับมามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดให้มากขึ้น โดยประเทศไทยต้องการเชิญชวนให้นอร์ย์เข้ามาลงทุนในไทยให้มากขึ้น ในขณะที่ไทยมีเสถียรภาพทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง โยในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ทราบถึงสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทยที่มีความมั่นคงรวมถึงแผนการวางระบบบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลพร้อมสร้างความมั่นใจต่อประเทศไทย เพื่อเชิญชวนให้ทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากนอร์เวย์เข้ามาท่องเที่ยวและลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ตกลงที่จะให้มีการเจรจารอบใหม่ความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ Thailand – EFTA ที่ชะงักไปตั้งแต่ปี 2549 จากนั้มีการแลกเปลี่ยนทัศนะคติเกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พลังงานทดแทน และด้านสาธารณสุขของทั้งสองประเทศ เพื่อการพัฒนาไปพร้อมกัน และยังหารือเพิ่มเติม เกี่ยวกับการเพิ่มพูนความร่วมมือไตรภาคี ไทย-นอร์เวย์-เมียนมาร์ ด้วยทั้งนี้ จากการที่นอร์เวย์มั่นใจต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย กองทุน Government Pension Fund Global ของนอร์เวย์ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดทุนไทย และจะรักษาการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับนายมาริโอ มอนติ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง แห่งสาธารณรัฐอิตาลี โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำถึงเสถียรภาพทางการเมือง และยโยบายด้านเศรษฐกิจของไทยที่เอื้อต่อการขยายการค้าและการลงทุนกับอิตาลี โดยไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ซึ่งในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีอิตาลีได้แสดงความชื่นชมต่ออัตราการโตของเศรษฐกิจของไทยที่สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในท่ามกลางที่ยุโรปประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ไทยและอิตาลี จะร่วมมือกันส่งเสริมการเติบโตร่วมกันและการจ้างงาน ผ่านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to  President of Mongolia Mr. Elbegdorj Tsakhia

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to  Bangladesh’s Prime Minister Sheikh Hasina

Three beautiful women leaders of the world Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra  talks with  her Danish counterpart Helle Thorning Shmidt  (L)and Australian Prime Minister Julia Gillard (R) in Vientiane , Laos November 5, 2012.

6พ.ย2555 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เข้าร่วมประชุมร่วมกับผู้นำเอเชีย-ยุโรปแบบเต็มคณะ ตามวาระการประชุมทั้ง 5 วาระ รวมทั้งหารือทวิภาคีกับผู้นำที่เข้าร่วมจากภูมิภาคเอเชียและยุโรป ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงค่ำ

ในการประชุมอาเซมครั้งที่9และเอเซีย-ยุโรปครั้งที่13ณ.นครเวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วันที่2

ผู้นำประเทศต่างๆๆได้เเลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสถาณการณ์โลก,ความร่วมมือทางด้านสังคม+วัฒนธรรมและทิศทางของอาเซม นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เสนอให้ยุโรป-เอเซียสร้างความแข็งแรงทางด้านเศรษฐกิจในแต่ละประเทศและหาโอกาศลงทุนร่วมกัน,การเตรียมพร้อมภัยพิบัติ,การลดความเสี่ยงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง, และจัดการแก้ปัญหาสังคมจากการเชื่อมโยงระดับโลกและภูมิภาคโดยเฉพาะการค้ามนุษย์

ภารกิจนายกรัฐมนตรีประชุมอาเซมที่ลาว  http://www.mcot.net/site/content?id=509905cd150ba09f04000145#.UJkYg293YeM

ประมวลภาพพบปะหารือทวิภาคกับผู้นำประเทศต่างๆๆ 6พ.ย2555

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น Mr.Yoshihiko Noda

เพื่อติดตามความร่วมมือต่างๆๆที่จะมีการประชุมร่วม3ด้าน ทั้งพัฒนโครงสร้างพื้นฐานทั่วๆๆไป,การจัดการภัยพิบัติ,การลงทุนโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสหกรรมทวายพม่า-ไทยเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าไปยังอาหรับและทวีปต่างๆๆทางฝากฝั่งตะวันตก

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีแอสโทเนีย Mr. Andrus Ansipในด้านการเงินการท่องเที่ยวและเชิญชวนให้มาลงทุนที่ประเทศไทย นะคะ

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีฟินแลนด์Mr. Jyrki Katainen

ในด้านความมั่นคงทางการเงินและเชิญชวนมาท่องเที่ยวและการลงทุนที่ประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับประธานาธิบดีบัลเเกเรีย  Mr. Rossen Plevnelievในด้านความมั่นคงทางการเงินและการท่องเที่ยวและการลงทุนในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับประธาน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)นาย จุมมะลี ไชยะสอนได้หารือการประชุมร่วมไทย-ลาวในปีหน้าและการเปิดสะพานไทย-ลาวแห่งที่4ในอนาคต

การประชุมผู้นำเอเชีย – ยุโรป ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 9 และเป็นครั้งที่13ระหว่างเอเชียและยุโรป BUSINESS FORUMโดยมีการแสวงหาความร่วมมือกันใน 3 เสาหลัก ได้แก่ ได้แก่ การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรม และประเทศไทยนับเป็นสมาชิกที่มีบทบาทสำคัญ ที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำ ASEM ครั้งแรกที่ กรุงเทพฯ เมื่อปี 2539ปัจจุบัน ASEM มีสมาชิก 46 ประเทศ และ 2 องค์กร แบ่งเป็นสมาชิกจากยุโรป 27 ประเทศ คือ ออสเตรีย เบลเยียม บัลแกเรีย ไซปรัส   สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี อิตาลี ไอร์แลนด์ ลัตเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย สเปน สาธารณรัฐสโลวัก สโลวีเนีย สวีเดน และอังกฤษ

ส่วนเอเชียมี 19 ประเทศ คือสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ (ไทย ลาว เขมร เหมียนมาร์ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์)+จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มองโกเลีย อินเดีย ปากีสถาน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และรัสเซีย ในการประชุมครั้งนี้ณ.นครเวียงจันทน์จะมีประเทศต่างๆๆมาเข้าร่วมประชุมทั้งหมดรวม 51 ราย รวมสมาชิกใหม่3ประเทศคือสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และบังกลาเทศ เข้าเป็นสมาชิกใหม่ในการประชุมผู้นำอาเซมครั้งที่9นี้ ส่วนอีก 2 องค์กรที่ว่าคือสำนักเลขาธิการอาเซียน และคณะกรรมาธิการยุโรป

สำหรับการประชุมครั้งนี้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในฐานะประเทศเจ้าภาพ ได้กำหนดหัวข้อการประชุม คือ “Friends for Peace, Partners for Prosperity” และจะมีการรับสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการอีก 3 ประเทศ คือ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ และบังกลาเทศ

โดยวาระการหารือกันมี 5 วาระ ประกอบด้วย เศรษฐกิจและการเงิน ,ประเด็นระดับประเทศ, ประเด็นระดับภูมิภาค ,ประเด็นด้านสังคมและวัฒนธรรม และทิศทางในอนาคตของอาเซม ซึ่งผู้นำแต่ละประเทศสามารถพบปะหารือกันพูดคุยซักถามปัญหากันและกันอย่างใกล้ชิดในประเด็นที่ค้างคาใจ

ในการประชุมครั้งนี้เหล่าผู้นำ51ประเทศต่างให้ความสำคัญมากันอย่างพร้อมเพียงและกระตือรือล้นต่อทิศทางอันเเข็งแกร่งของอาเซียนฐานอำนาจใหม่ของโลกซึ่งละเลยนอกสายตารึตกขบวนไปไม่ได้เลย นับเป็นมิติใหม่เขย่าโลกเลยทีเดียว บรรยากาศของการประชุมณ.เวียงจันทร์แห่งนี้อบอุ่นฉันท์มิตรภาพอันนุ่มนวลได้บังเกิดขึ้นดุจบ้านหลังที่2หลังคาโลกใหม่ของทุกคนในโลกได้ผุดขึ้นมาโอบอุ้ม ทำให้ทุกคนต้องตะหนักในการพึ่งพาอาศัยและร่วมเเชร์กันในทุกปัญหาของตนมีเพื่อนร่วมแบ่งปันและให้ความช่วยเหลือนั้นได้บังเกิดขึ้นเเล้ว ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรีเยรมันนีจะไม่ได้มาด้วยตนเองแต่ก็ได้ส่งผู้แทนรมต.กระทรวงต่างประเทศGerman Foreign  Affairs  )Mr.Guido Westerwelle มาแทนเช่นกันกับนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ก็ส่งผู้แทนคนสำคัญมาร่วมประชุมด้วยถึงแม้ว่าไม่ได้มาด้วยตนเองก็ไม่ตกข่าวสารเพราะเหล่าผู้นำประเทศต่างๆๆระดับมหาอำนาจโลกก็ได้พบปะพูดคุยซักถามปัญหาค้างคาใจในเวทีต่างๆๆมาแล้วเช่นกัน และได้มีการเชื่อมโยงข่าวสารซึ่งกันและกันอย่างแน่นแฟ้นด้วยความเป็นจริง(สื่อสารตรงไม่ผ่านนายหน้าค้าข่าว)ฉันท์มิตรภาพ ฉันท์เพื่อนแท้อย่างStrong partnersไม่ตกเป็นเหยื่อต่อข่าวสารเท็จของสื่อมวลชั่ว อันเป็นผลทำให้ยุโรปและสหรัฐอเมริกาแทบเอาตัวไม่รอดมาแล้ว

จากบทเรียนของประเทศไทยซึ่งประชาชนแย่งชิงต่อสู้อำนาจอธิปไตยคืนมาจากการทำข่าวที่แท้จริงส่งให้พรรคเพื่อไทย ให้บริหารประเทศให้พ้นจากการครอบงำของมือมองไม่เห็นองค์กรลับของโลก ที่ชักรอกเหล่าผู้นำปั่นจิ้งหรีดทำให้โลกเฉไฉไปบ้างก็จะได้ปรับเข้าหากันจัดระเบียบโลกด้วยมือเราใหม่ตามความเป็นจริง เมื่อทุกประเทศต่างตะหนักในหน้าที่และบทบาทที่แท้จริงตนเองซึ่งเห็นคุณค่าของมนุษย์ชาติ เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่จะต้องคงเอกลักษณ์ไว้สืบสานโลกไว้ให้คงความศิวิไลท์แต่มีหัวใจมนุษย์ที่มีแต่เมตตาปราณีจิตให้ผ่องแผ้วนพคุณดั่งเดิม ทองแท้ไม่แพ้ไฟแล้ว โลกก็จะเต็มไปด้วยสันติภาพ และสามารถใช้ทรัพยากรในโลกแบ่งปันกันใช้ได้อีกยาวนาน  ดุจASEN WAY SONGซึ่งอาจหาญประกาศไปแล้วว่า เรากล้าที่จะฝัน,เรากล้าที่จะแบ่งปันWe dare to dream,We care to share.วันนี้เราขยายวิถีอาเซียน ออกไปเชื่อมสภายุโรปแล้วไม่Together for ASEANแบบเดิมๆๆ นับเป็นการก้าวหน้าของอาเซียนที่รวดเร็วมากอันนำมาซึ่งความปลื้มปิติต่อชาวโลกอย่างนะจังงังเลยทีเดียว จากความเป็นไปของโลกในอดีตนั้นทุกประเทศต่างก็เจ็บปวดในสงครามและการทำลายชีวิตมนุษย์มาแล้วทั้งได้ดูได้เห็นได้ประสบพบเจอมีในทุกฐานะตามบทบาทการแสดงของเเต่ละประเทศที่ได้กระทำไปแล้วนั้น ในการประชุมร่วมAsia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in Laos ระหว่างวันที่ 5-6 พฤศจิกายน2555ครั้งนี้คงจะเป็นจุดร่วมที่ดีที่จะเชื่อมสันติภาพแชร์แผ่นดินใช้ร่วมกันระหว่างยุโรป-เอเซียนที่จะมีขึ้นในอนาคต งานนี้คนต่อต้านคงจะหนาวไปตามๆๆกันแน่นอน

6พ.ย2555 หลังจากประเทศต่างๆๆได้พบปะพูดคุยกันแล้วก็ได้มีการปิดการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่13หรือ อาเซม ครั้งที่ 9 สรุปได้ว่า เศรษฐกิจสมาชิกอาเซมมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ทรัพยากรล้วนมีครบในปัจจัย4ของโลกที่ต้องการ และแข็งแกร่งในการแบ่งปัน ห่วงใยกันดุจเมืองพี่เมืองน้อง อันเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลกที่จะเจริญเติบโตอย่างสมดุลและแข็งแกร่งอย่างมากอีกภูมิภาคหนึ่ง พร้อมกับเล่าปัญหาของสหภาพยุโรปที่เกิดวิกฤตการณ์ประเภทต่างๆๆ(จากมือมองไม่เห็น)ทำให้เศษฐกิจซวนเซ  เซทำให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกชะลอลง และต้องช่วยเหลือประเทศสมาชิกที่อ่อนแอให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ประเทศเเล้วประเทศเล่า ทำให้การการขยายตัวของสภายุโรปมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น ปัญหาที่เกิดจากความเสี่ยงเหล่านี้ของสภายุโรปได้ประสพมานี้หวังว่าต่อสมาชิกอาเซม จะนำไปแก้ไขและวิเคราะห์ปัญหาให้ตรงจุด ทำให้ดีกว่าสภายุโรปซึ่งนำล่องผนึกกำลังกันขึ้นมาแชร์ร่วมกัน จนเกิดปัญหาต่างๆๆระหว่างทางขึ้นและตอนนี้ยังคงไม่จบสิ้น

ที่ประชุมAsia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in Laosในครั้งนี้คาดหวังว่า เศรษฐกิจของสภายุโรปที่กำลังแบกรับปัญหาหนี้สินของประเทศสมาชิกร่วมนั้น จะเริ่มฟื้นขึ้นจากภาวะซบเซาในปัจจุบัน และขอสนับสนุนมาตรการต่างๆ ที่สหภาพยุโรปและสมาชิก ได้ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาแถลงการณ์ปิดการประชุมในครั้งนี้ระบุด้วยว่า เอเชียและยุโรป ต้องส่งเสริมและผูกพันกันอย่างใกล้ชิด เพื่อความเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็งในการแก้ไขวิกฤติโลกในปัจจุบันร่วมกัน และปูทางไปสู่การทำให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและสมดุล  ในอนาคต.

nov,6 2012Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra on Monday reaffirmed Asia’s support for European economic recovery by promoting mutual trade and investment to nurture Asia’s and Europe’s growth in the form of Partners for Prosperity   in Laos

Ms Yingluck, in Lao to attend the 9th summit of Asia-Europe Meeting (ASEM), addressed the plenary session on economic and financial issues saying that with the ongoing challenges the entire world is facing, the Asian region very much wants to see and support the quick rebounding of the European economy since both regions share a common future and goal of economic prosperity, and their people’s welfare.

Moreover, Ms Yingluck reemphasised her government’s measures to mitigate the impact of the Eurozone financial crisis and to sustain economic growth during this time of global recession.

She said the Thai government will also promote trade and investment with European countries in order for the two regions to grow together as “Partners for Prosperity”.

ASEAN connectivity will be pushed forward as well for the genuine integration of the ASEAN Community in 2015, which will bring great benefits to the economies of both Asia and Europe.

In addition, Thailand expressed its support of policies beneficial to both regions such as cooperation in disaster management; enhancement of regional connectivity (in physical and human aspects); and cooperation in solving problems resulting from such connectivity, for example, human trafficking, and transnational crime

ประมวลภาพAsia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit,laos 5 nov 2012

Russian Prime Minister Dmitri Medvedev (top R) stands next to Chinese Prime Minister Wen Jiabao (bottom R), Lao President Choummaly Sayasone (bottom L) and Norwegian Prime Minister Jens Stoltenberg (top L)in in Vientiane , Laos November 5, 2012.

French President Francois Hollande (L), Bulgarian President Rosen Asenov Plevneliev (C) and Vietnam’s Prime Minister Nguyen Tan Dung join other leaders for the opening ceremony of the ASEM Summit in Vientiane , Laos November 5, 2012.

Prime Minister of Slovenia Mr. Jansa Tells (R)Russian Prime Minister Dmitri Medvedev (L)ASEM Debate EU in in Vientiane , Laos November 5, 2012

Australian Prime Minister Julia Gillard (R) talks with her Danish counterpart Helle Thorning Shmidt  in Vientiane , Laos November 5, 2012.


Russian Prime Minister Dmitri Medvedev ( R) talks with Polish Prime Minister Donalk Tusk (C)  in Vientiane , Laos November 5, 2012.

Japanese Prime Minister Yoshihiko Noda (front R) stands next to Luxembourg’s Prime Minister Jean-Claude Juncker (front L), French Foreign Minister Laurent Fabius (top L) in Vientiane , Laos November 5, 2012.

BritishForeign Secretary William Hague (2nd L), his German counterpart Guido Westerwelle (L) and Brunei’s Sultan Bolkhiah (3rd L) move to the meeting room for the opening ceremony of the ninth Asia-Europe (ASEM 9) summit in Vientiane on November 5, 2012. The two-day bi-annual summit in Vientiane , Laos November 5, 2012.

Hungarian Foreign Minister Janos Martonyi, left, Ireland’s Minister of Training and Skills Ciaran Cannon, centre, and Bangladesh’s Prime Minister Sheikh Hasina after a group photo session at the 9th Asia-Europe (ASEM) Summit in the Laos capital of Vientiane 

Laos’ President Choummaly Sayasone (L) welcomes France’s President Francois Hollande prior to a meeting as part of the ninth Asia-Europe (ASEM 9) summit in Vientiane, on November 5. The debt-laden European nations will lobby Asia’s economic dynamos for help to calm the crisis raging in the eurozone.</p>

Chinese Prime Minister Wen Jiabao in Vientiane , Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in Laos  ,5-6 nov 2012.

Myanmar’s President Thein Sein

Brunei’s Sultan Bolkhiah in ASEM 9 Summit,laos 5 nov 2012 

Vietnam’s Minister Nguyen Tan Dung  in ASEM 9 Summit,laos 5 nov 2012 


Pakistan’s Prime Minister Raja Pervez Ashraf (C) gestures as he walks together with Thai Prime Minister Shinawatra Yingluck (L), Cambodian Prime Minister Hun Sen (R) and Russian Prime Minister Dmitri Medvedev towards a meeting room for the opening ceremony of the ninth Asia-Europe in Vientiane , Laos November 5, 2012.

Philippine President Benigno Aquino III (L) reviews Laotian honor guards upon arrival for the ninth Asia Europe (ASEM) Summit in Vientiane , Laos November 5, 2012.

Thai Prime Minister Shinawatra Yingluck (R)meet to ItalyPrime Minister Mr.Mario Monti

Thai Prime Minister Shinawatra Yingluck (L)meet to Prime Minister of the Kingdom of Norway, Mr. Jens Bristol Bern.

Thai Prime Minister Shinawatra Yingluck (L)meet to Prime Minister of the Republic of Poland.Donald Franciszek Tusk

Thai Prime Minister Shinawatra Yingluck(R)meet toPresident of Mongolia Mr. Tsakhia Elbegdorj

51 Leaderships  Photo at The Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in laos 5 nov 2012

Top left-Thai’s Prime Minister Yingluck Shinawatra (topL) ,Singapore ’s Prime Minister  Mr.Lee Hsien-Loong,Prime Minister of the Republic of Poland.Donald Franciszek Tusk

Bottom left-The President European Commission  -Mr.Jose Manuel  Barroso ,President of the European Council Mr. Herman Van Rompuy , Laos ’s Prime Minister Thongsing Thammavong

51 Leaderships  Photo at The Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in laos 5 nov 2012

งานเลี้ยงอาหารค่ำ(gala dinner)  Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra (L) Singapore ’s Prime Minister  Mr.Lee Hsien-Loong(R) at The Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in laos 5 nov 2012 

ประมวลภาพ The  Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit,laos 6 nov 2012

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra and  President of Mongolia Mr.  Tsakhia  Elbegdorj

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra and Lao President Choummaly Sayasone

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra meet toPresident of Bulgaria Mr. Rossen Plevneliev

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to Prime Minister of Finland  Mr. Jyrki Katainen

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to  Prime MinisterEstonia Mr. Andrus Ansip

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กล่าวอำลาLao President Choummaly Sayasoneก่อนเดินทางกลับประเทศไทยค่ำวันที่ 6พ.ย 2555

ภารกิจ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรณ.asem9 in laos 5-6 nov 2012เสร์จสิ้นสมบรูณ์ ว่าแต่…งานนี้ผู้นำ51ประเทศ ผู้นำสตรีก็สวย ท่านผู้นำชายก็ล้วนหล่อขึ้นมาทันใด กระชุ่มกระชวยมีแสงออร่ารอบตัว รัศมีจับไปตามๆๆกันละครานี้ คริ คริ สันติภาพจงเจริญ…ไชโย ไชโย วิ้ว!!!!!!!!!!!

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Thai’s Prime Minister Yingluck Shinawatra Welcomed Pesident of the European Commission incombent2012

28 Aug 2012 Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra Welcomed  European Parliament for relations with ASEAN

28 ส.ค2555 (14.00น)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้การต้อนรับแก่คณะสมาชิกสภายุโรป กลุ่มดูแลความสัมพันธ์กับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมเยือนประเทศไทย เพื่อกระชับความสัมพันธุ์ ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

Thai’s Prime Minister Yingluck Shinawatra Welcomed Pesident of the European Commission incombent2012

4 พ.ย255518.00น ณ.ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล,นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ให้การต้อนรับประธานกรรมมาธิการยุโรปThe President European Commission -Mr.Jose Manuel  Barroso หลังจากได้เดินทางไปเยื่ยมเยียนประเทศเหมียนมาร์มาแล้ว The President European Commission -Mr.Jose Manuel  Barrosoได้รับเลือกให้ดำรงตำเเหน่งจากสมาชิกสหภาพยุโรปของสภายุโรปตามรัฐธรรมนูญยุโรปของสนธิสัญญาลิสบอนส์ด์2009 ซึ่งการมาเยียนครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดเจตนารมณ์ร่วมกันในแถลงการณ์ร่วมเป็นหุ้นส่วนที่มั่นคงทั่งทางด้านการส่งเสริมสันติภาพ,ความมั่นคงและมั่งคั่งในด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยในภูมิภาคอาเซียนต่อไป

อียูทุ่ม 3 พันล้านช่วยเมียนมาร์พัฒนาประเทศ  http://news.voicetv.co.th/global/55057.html

ผู้นำสหภาพยุโรปประกาศให้เงินช่วยเหลือเมียนมาร์กว่า 78 ล้านยูโร หรือประมาณ 3,120 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ และสร้างความปรองดองของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในเมียนมาร์

นายโฆเซ่ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป หรืออียูได้เข้าพบกับพลเอกเต็งเส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ ในกรุงเนปีดอ เมืองหลวงของเมียนมาร์ พร้อมกับประกาศให้เงินช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมาร์เป็นจำนวนกว่า 78 ล้านยูโร หรือประมาณ 3,120 ล้านบาท โดยเงินช่วยเหลือดังกล่าวจะเริ่มมอบให้แก่เมียนมาร์ในปีหน้า

Barroso Offers EU Development Aid To Myanmar  http://www.dailymotion.com/video/xutdq4_barroso-offers-eu-development-aid-to-myanmar_news

นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองยังได้มีการหารือเรื่องการเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างอียูกับเมียนมาร์ หลังจากที่เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการการคว่ำบาตรเมียนมาร์ นับตั้งแต่รัฐบาลทหารเมียนมาร์ ส่งมอบอำนาจบริหารประเทศให้กับฝ่ายพลเรือน ขณะเดียวกัน การให้เงินทุนช่วยเหลือเมียนมาร์ครั้งนี้ ยังรวมถึงการนำไปใช้จัดตั้งศูนย์สันติภาพแห่งใหม่ในเมียนมาร์ เพื่อศึกษาหาแนวทางแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศดังกล่าว


The President European Commission -Mr.Jose Manuel  Barrosoกับผู้นำฝ่ายค้านแสนสวย นางอองซานซูจี

โดยนอกจากการพบปะหารือกับพลเอกเต็งเส่งแล้ว นายบาร์โรโซยังได้เข้าพบกับนางออง ซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านเมียนมาร์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบในรัฐยะไข่ ทางภาคตะวันตกของเมียนมาร์ รวมถึงปัญหาสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย

European Commission President Jose Manuel Barroso (L) and Myanmar Presidential office’s minister Aung Min (R) toss during the opening of a EU peace centre in Yangon on November 3, 2012.  AFP PHOTO        (Photo credit should read -/AFP/Getty Images)

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเดินทางเยือนเอเชียเป็นเวลา 1 สัปดาห์ของผู้นำสหภาพยุโรป โดยนอกจากการเดินทางเยือนเมียนมาร์แล้ว นายบาร์โรโซยังมีแผนเดินทางเยือนประเทศไทย อินโดนีเซีย รวมถึงเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชีย-ยุโรป หรือ ASEM ที่ประเทศลาว ในช่วงต้นสัปดาห์นี้

ปธโปรตุเกสจูเซ มานูเอล บาร์โรซู  ซึ่งดำรงตำเเหน่งประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ซึ่งสภายุโรปเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปและนายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีที่มีได้มีโอกากาสต้อนรับThe President European Commission -Mr. Jose Manuel  Barrosoเป็นครั้งแรก หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เคยพบกับผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปมาแล้วหลายท่าน ซึ่งล่าสุดก็คือ นายรอมเปย ประธานคณะมนตรียุโรป เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ นครนิวยอร์ก ในการมาเยียนครั้งนี้นับเป็นความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายที่จะขยายหุ้นส่วนบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันในการส่งเสริมสันติภาพ ,การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับสหภาพยุโรปหลังจากนี้The President European Commission -Mr.Jose Manuel  Barrosoจะเดินทางต่อไปยังนครเวียงจันทน์ เพื่อกระชับความเป็นหุ้นส่วนระหว่างเอเชีย – ยุโรป ในการประชุมเอเชีย-ยุโรปครั้งที่13 หรืออาเซมครั้งที่ 9 ในระหว่างวันที่5-6พ.ย2555

ประมวลภาพนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรให้การต้อนรับ The President European Commission  – Mr.Jose Manuel  Barroso

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนำ The President European Commission  -Mr.Jose Manuel  Barrosoตรวจเเถวกองทหารเกียรติยศ

แถลงการณ์ร่วมกันระหว่างประเทศไทยและสภายุโรป

งานเลี้ยงสังสรรค์ต้อนรับระหว่าง2ผู้นำอันโดดเด่นของโลก(Asia – Europe)อันเป็นการส่งต่อการเปลี่ยนฐานขั้วอำนาจใหม่เพื่อกระชับความสัมพันธ์ร่วมกันในทิศทางใหม่ของโลกให้ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น(ไม่ตกขบวน มาช้าดีกว่าไม่มาคริ คริ)

การพบปะหารือกันระหว่างนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรกับThe President European Commission  -Mr.Jose Manuel  Barroso

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พบปะหารือกับ The President European Commission  -Mr.Jose Manuel  Barroso ฉันท์มิตรภาพซึ่งมีมิตรภาพเก่าแก่ระหว่าง strong partnerอย่างเหนียวแน่นและยาวนาน

ร่วมงานเลี้ยงรับรองเชื่อมสัมพันธ์ภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสภายุโรปและประเทศไทย

พาเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์โอทอปประเทศไทย

51 Leaderships  Photo at The Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in laos 5 nov 2012

Top left-Thai’s Prime Minister Yingluck Shinawatra (topL) ,Singapore ’s Prime Minister  Mr.Lee Hsien-Loong,Prime Minister of the Republic of Poland.Donald Franciszek Tusk

Bottom left-The President European Commission  -Mr.Jose Manuel  Barroso ,President of the European Council Mr. Herman Van Rompuy ,Thongsing Laos ’s Prime MinisterThammavong

51ผู้นำถ่ายภาพร่วมกันณ.The Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in Laos 5-6 Nov, 2012

 

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra Attended the 2nd Vietnam – Thailand cabinet meeting in Hanoi

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมระหว่างรัฐบาลไทย-เวียดนามอย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 2 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 27 -28ตุลาคม 2555 เพื่อวางแนวทางร่วมกันในการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ร่วมกันทั้งทางการต่อสู้การค้ายาเสพติด การแลกเปลี่ยนข่าวสารร่วมกัน การต่อสู้ภัยภิบัติธรรมชาติร่วมกัน การเจริญเติบโตทางด้านเทคโนโลยี่,การวางแนวทางการค้าขายร่วมกัน การต่อสู้ภัยแล้ง น้ำท่วม การส่งเสริมทางการค้าข้าวและยางพารากับสาธารณรัฐประชาชนลาวและเหมียนมาร์รวมกันเป็น5ประเทศ อันเป็นครัวของโลกซึ่งเป็นจุดเด่นของภูมิภาคแห่งนี้ในด้านความมั่นคงทางด้านอาหาร และเป้นการเชิญเหล่าผู่้นำร่วมค้าให้เดินทางมาร่วมประชุมกันที่เมืองไทยซึ่งจะมีขึ้นในเดือนธันวาคม2555ร่วมกับประเทศมาเลเซีย เพื่อรายงานถึงความคืบหน้าของโครงการเชื่อมโยงตะวันตกและตะวันออกจากเวียดนามไปพม่า ลาวไปเวียดนามและเชี่ยมโยงไปยังโลจิสติกเเหลมฉบังและก้าวไปสู่ดินแดนตะวันตก และการประชุมที่เวียดนามในครั้งนี้เป็นการยกระดับกระชับหุ้นส่วนในด้านต่างๆๆเพื่อแสวงหาจุดร่วมเจรจาการค้ากับภาคพื้นยุโรปที่จะมีขึ้นณสาธารณรัฐประชาชนลาวซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพ.ย2555ไม่กี่วันข้างหน้านี้

28 oct2012Vietnam and Thailand held their second joint cabinet meeting in Hanoi on Saturday withPrime Minister Nguyen Tan Dung and his Thai counterpart, Yingluck Shinawatra co-chairing the event. In his address

Prime Minister Nguyen Tan Dung highlighted the development of the bilateral ties, which has met aspirations of both countries and peoples. Prime Minister Nguyen Tan Dung says: “At this important meeting, we need to focus on measures and practical ways to boost bilateral cooperation in all fields including in building an ASEAN community, regional and international forums, and in contributing to peace, cooperation and prosperity in Southeast Asia and the world. I believe that with that spirit, our meeting will be a success, marking a new milestone in the multi-faceted cooperation between Vietnam and Thailand”.

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra reiterated that the Thailand-Vietnam relationship has developed comprehensively. She expressed her hope that discussions at this meeting will help raise the bilateral ties to a new height. During the meeting, Vietnamese and Thai cabinet members held joint meetings on politics, security, economics, culture and society. They reviewed the implementation of agreements reached at the first meeting in 2004, discussing measures to strengthen friendly and cooperative ties between Viet Nam and Thailand, and exchanging views about international and regional issues of common interest.

HANOI, Oct 27 — Thailand and Vietnam on Saturday is holding their second joint Cabinet meeting in Hanoi, Vietnam on October 27, where both sides were expected to discuss economic cooperation, particularly the rice trade, and measures to increase total value of two-way trade by 20 percent by 2015.
Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra led eight cabinet ministers to attend the second joint cabinet meeting, including Deputy Prime Minister/Finance Minister Kittirat Na-Ranong, Deputy Prime Minister Yuthasak Sasiprapha, Deputy Prime Minister/Tourism and Sports Minister Chumpol Silapa-archa, Minister Attached to the Prime Minister’s Office Niwattumrong Boonsongpaisan, Minister of Commerce Boonsong Teriyapirom, Foreign Minister Surapong Tovichakchaikul, Defence Minister Air Chief Marshal Sukumpol Suwanatat, Labour Minister Phadermchai Sasomsub and Social Development and Human Security Minister Santi Promphat.
Prime Minister Yingluck and her Vietnamese counterpart, Nguyen Tan Dung, delivered speeches to mark the opening of the meeting.
In her speech, Ms Yingluck said that she was pleased that the Vietnamese Prime Minister agreed to host the meeting which was regarded as strong determination to foster bilateral ties.
The two prime ministers then held talks on bilateral issues, while Cabinet members of the two countries were divided into three groups to discuss political-security, economic, and socio-cultural and education issues.
Both leaders exchanged views on the possibility of upgrading Thai-Vietnamese relations into strategic partnerships.
Discussions in the political-security session would cover increased cooperation in tackling problems concerning transnational crime, illicit drugs, human trafficking, and illegal fishing in Thai territorial waters by Vietnamese fishing boats.
The economic session would touch the efforts to achieve an increase in bilateral trade by 20 percent between 2012 and 2015. It would also discuss cooperation in rice exports between five ASEAN countries, namely Cambodia, Laos, Myanmar, Vietnam, and Thailand.
The joint meeting would explore possibilities for technical cooperation to set up a joint ASEAN Federation for Rice Millers and Rice Traders in a bid to increase bargaining power for ASEAN countries and stabilise rice prices.
In the socio-cultural and education session, both sides will touch on the issues of labor cooperation, cultural exchange, the establishment of two more Thai study centers in Vietnam, and the teaching of the Vietnamese language in Thailand.
On this occasion, the Thai and Vietnamese Prime Ministers will witness the signing of three documents, namely, the Joint Statement between the Thai and Vietnamese Foreign Ministers, the Thailand-Vietnam Security Outlook, and the memorandum of understanding on the establishment of the Thai-Vietnamese Business Council. (MCOT online news)
ประมวลภาพนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษร์ ชินวัตร เยื่ยนเวียดนาม 27-28ต.ค 2555
ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศเวียดนาม
นายกรัฐมนตรีไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และPrime Minister Nguyen Tan Dungเป็นพยานการลงนามMOU 3ฉบับร่วมหุ้นส่วนด้านการค้า ,ความมั่นคงปลอดภัยในภูมิภาค,และด้านการต่างประเทศ
นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลไทยรัปประทานอาหารกลางวันร่วมกันกับปธเวียดนามและคณะ
เยี่ยมชมบ้านลุงโฮจิมินทร์
 ประชุมร่วมกันระหว่างนักธุรกิจไทยและเวียดนาม
โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

27 ต.ค2555ความจริงวันนี้…ตอน StepLove… StepThaiDemocracy

ประเทศไทยวันนี้ ฝ่ายเผด็จการทหารไทยดิ้นกันสุดแรงเกิดออกอาการของ..มะเร็งขั้นสุดท้ายมองเห็นยางเหนียวกำลังออกจากร่างกายก่อนคนไข้จะตาย…เห็นลักษณะขี้แตกขี้แตนของเหลวในร่างกายไหลออกมาเละเทะเปราะเปื้อนเตียงนอนคนไข้ICUเลยทีเดียวเชียวแหละ… ต่อไปนี้ประชาธิปไตยไทยสดใสอย่างแน่นอนเพราะประชาชนปล่อยให้ตัวละครทุกตัวแสดงอาการออกมาโดยเสรี จะได้มองเห็นว่าใครดีเลวอย่างไรตัดสินเอาเอง เพื่อเปิดตาสว่างแล้วเห้นอำมาตย์แก้ผ้าโชว์ให้ดูต่อไปก็ดูเขาเต้นโคโยตี้สักหน่อยนะ คริ คริ ตอนนี้ก็รอตัวป่วนของประเทศไทยที่แท้จริงแสดงละครซ้ำซากให้ดู หากินกับประชาธิปไตยมาช้านานจนร่ำรวยเเบบนี้…พวกเปรตพระเจ้าพิมพิศาลกลับชาติมาให้ดูว่า…พฤติกรรมแบบนี้เเหละพวกเปรตละนะเอง อะไรไม่เคยเห็นก็จะได้เห็นก็คือพฤติกรรมทำชั่วของมนุษย์ไงละ มิใช่ผีสางที่ไหนคนเป็นๆๆที่ทำชั่วนี้เเหละต่อไปไปไหนเหมือนอีโบว์กับจ๊าปซีโฟร์อยู่นรกนะไปหาได้นะใครต้องการทัวว์บอกพยายมท่านได้เลย นักข่าวสาวปากหมานินทานายซึ่งตามนายกรัฐมนตรีก็หาช่องทางนินทาจับผิดนายกหญืง ยิ่งลักษณ์ พยายามหาจุดโจมตีออกสื่อไม่ละอายใจเลยว่าแบบนี้เเหละจันฑาลในอนาคต หากลงนรกก็จะโดนตบปากเจ่อนะเอง มาเกิดใหม่ก้ปากเหวอปากแว่ง น่าจะร้องหาพยายมท่านให้ช่วยนำนักข่าวไทยไปดูงานสักหน่อยนะจุดนี้ สาธุ จะได้หลาบจำบ้าง ประเทศไทยนั้นมักมีสปอนเซอร์สร้างภาพยนต์เสมอด้วยเหตุนี้วงการภาพยนต์ไทยจึงไม่พัฒนาสักทีเพราะต้องตามใจผู้จ้าง ตบจูบข่มขื่นตามคาเร็คเตอร์นายชอบ…โดยไม่สนคนดูอยู่แล้ว…

การดำนาของชาวญี่ปุ่น

อย่าลืมนะยังไงประชาชนไทยต้องคงอยู่เสมอ…ที่ผ่านมาฝ่ายอำมาตย์ต่างหากที่ต้องโดนเนรเทศออกไป เเถมโดนยึดทรัพย์เข้าคลังหลวง บิ๊กโอ๋กลาโหมก็ควรจัดให้เหล่าศาลและพวกกวนโอ๊ย..ไปบินชมวิวบ้างนะค่ะ อีกอย่างชายไทยควรให้ฝึกขับเครื่องบินเตรียมอพยพหากเกิดแผ่นดินไหวโลกดับ2012อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าต้องเตรียมพร้อมไว้ ซ้อมน้ำท่วมตามสากลมาแล้วทั่งโลกชื่นชมมาก แต่คนไทยกลุ่มโง่ดักดานยังไม่รู้อะไรสนใจแต่ชื่อเสียงการเก่งในเรื่องไร้สาระ ส่งข้าวออกที่1ทั้งที่เรารวมอาเซียนร่วมค้ามาช้านาน โดยเฉพาะอภิสิทธิ์ ไปเวียดนามเรื่องค้าข้าวมาแล้วยังทำเป็นลืมมาด่าพรรคเพื่อไทยจุดนี้อีก..แย่มากเลยอัลไซล์เมอร์ไปเเล้วนะมาร์ค หลายเรื่องพุดอะไรไว้ไม่จดไม่จำดีแต่พูด…นะสมฉายาจริงๆๆ บอกแล้วในเมื่อสื่อเล่นไม่เลิกจ้องแต่ด่ารัฐบาลอะไรเกิดขึ้นบ้างใน1วันไม่รายงานทุกเรื่องเอาที่ตนชอบใจเหยียดประเทศไทยให้จมธรณี สงค์ฟันดำจำลองสันติอโศก ป่วนชาติไทยกลุ่มนี้อีกเเล้วหน้าเดิมๆๆ

รวมกับกลุ่มก่อการร้ายยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ชายชุดดำกลุ่มบุกหอบังคับการบิน nbt เเละอื่นๆๆ รัฐไม่ทำอะไรใจดีเกินไปในหลายๆๆกลุ่มที่ทำผิดกฏหมายไทย รัฐสนับสนุนให้ป่วนชาติไทยไม่หยุด กฎหมายอ่อนแอแบบนี้น่าเป็นห่วงมาก เจริญยากแบบนี้ งานนี้ใครชอบลงขันป่วนทำร้ายประเทศไทยโทรมรณะสั่งตาย…งานนี้เตรียมรับกรรม รวมศาลและแก็งค์งานนี้ปชชไม่ให้อภัยพวกท่านหรอกนะ..ประเทศไทยควรจะหยุดเกียร์ว่างจัดระเบียบประเทศไทยใหม่สักระยะดีไหม อ้อบ้านไอ้ไสที่โคราชเป็นค่ายลูกเสือน่าจะไปเตรียมยึดรวมที่เลี้ยงหมาเมืองกาญจน์ของจำลองด้วยดีไหมพีน้อง ไม่เนรเทศตัวป่วนคงจะไม่ได้หรอก..ทนไม่ไหวกันแล้วนะ..คันตีนกันเป็นแถวแล้ว… โคราชก็มีสนามม้านะมีแต่ทหารทั้งน้านเล่นกันแบบนี้รับจ้างมาเฟียมาเสียพนันนายส่งเสริมแบบนี้ ไม่เจริญสักทีประเทศไทยเงินหมดก็ไล่ฆ่าปชช อ้างล้มสถาบันยันเต…แถมแจกที่ดินพอเพียงให้มุสลิมจนมีประชากรอันดับ2รองจากกรุงเทพมหานครซึ่งมุสลิมมีมากกว่าไทยพุทธตามแผนสุรยุทธ์ให้พรรคปชปได้ผู้ว่าและนักการเมืองของอำมาตย์มาแล้ว  เหมือนพรรคปชปภาคใต้เสาไฟฟ้าปชชก็ผูกขาดพรรคปชปมาเสมอๆๆ จุดนี้ข้าราชการอำมาตย์ยังรับใช้พรรคปชปเข็มแข็งเช่นกัน

ส่วนประชาชนผู้ต่อสู้ประชาธิปไตยอย่างยาวนานนั้น…ท่านถามใจตนเองก่อนนะว่ามาสู้เพื่ออะไร ณ.เวลานี้…ประชาธิปไตยไทยจะต้องใช้ตามระเบียบสากล และธรรมชาติของประเพณีไทยซึ่งมีเอกลักษณ์ดั้งเดิมคือการเป็นประชาชนไทยที่มีความสุข ใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปันกันและช่วยเหลือกันและกัน ดุจญาติเป็นลักษณะของครอบครัวเดียวกัน คุณสมบัติท่านรมต.ตรงตามประเทศมหาอำนาจเขาทำกันรึยัง ท่านผู้ว่าและคุณนายจะไหว้ท่านได้ไหมหากดำรงตำแหน่งมหาดไทย เจ็เบียบหน่วยสิทธิสตรีของเราจะว่าไงนะเอาให้เป็นธรรมชาติแบบสบายใจกันทุกฝ่าย ไม่มีช่องให้ข้าศึกโจมตี อย่าเอาแต่ใจตนเองประเทศชาติมิใช่ของเล่นใครให้จับจองเหมือนหนังกลางแปลงนะคะ ครอบครัวผัวเดียวเมียเดียว ครอบครัวญาติรักสามัคคีสนับสนุนไหม พ่อเเม่ไปเยี่ยมท่าน ภรรยารักครอบครัวดูแลแม่สามีและญาติไหม รึหากมีหลายบ้านก็ยกย่องภรรยาน้อยให้สังคมเขารับรู้บริหารครอบครัวให้เข้าใจกันให้ได้เสียก่อน เด็กๆๆจะได้ไม่มีปมด้อยเอาให้เข้าใจกัน แม่ไม่เข้าใจก็กลับไปให้ท่านเห็นหน้าบ้าง หยุดซ่อมแซมชีวิตตนเองจัดระเบียบให้สอดคล้องกับสังคมซะก่อน เมื่อนั้นสังคมก็พร้อมจะก้าวไปพร้อมกันได้ไม่ยาก หากโปร่งใสในตนเองแล้วและเมื่อมาต่อสู้ปชตหากท่านขี้เหนียวอมเงินบริจาค หาผลประโยชน์จากคนใจดีเช่นปชชหน้าดำๆๆผู้ทุกข์ยากอันนี้ก็ละซะแก้งส์หากินกับปชตป่วนไทย หากเราไม่หยุดขบวนการหากินกับปชตอันเป็นลักษณะ18มงกุฏปชตในตอนนี้ ก็มีกลุ่มหากินกับปชตขึ้นมาอีกชุมนุมทีไรปชชไม่ถึงบ้านถึงช่องหายไปบ่อยๆๆแบบนี้ ไม่ไหวนะ ม็อบป่วนเดี๋ยวยางพารา สัปะรด น้ำมันปลาม์ภาคใต้ ไร่อำมาตย์พรรคปชป ทั้งน้าน อีกอย่างหากเป็นผู้นำแล้วไม่รู้จักดูแลบริวารรึงูเห่า5แบบให้อิ่มหนำสำราญรึรู้จักแบ่งบันผู้ด้อยโอกาส ตรวจสอบตนเองว่า…ท่านได้ข่าวเองรึจากคนใจดีให้มาแล้วมาสร้างตัวเองให้โด่งดังรึไม่ หากไม่มีบริวารพี่น้องเองก็ต่อไปนี้ต้องทำเองหาข่าวเองให้คนศรัทธาและรู้จักเเบ่งปันทรัพย์บ้างจะได้ไม่ค้างคาใจ ติดบุญคนอื่นเขาให้บาปกรรมตามทันในวันหน้า…เคารพคนให้ข่าวไหมท่านไม่สนใจครู(ที่ดีมีคุณธรรม).เนรคุณผู้ให้ไหม นินทาว่าร้ายไม่ให้เกียรติเขารึทำร้ายเขาลับหลังรึเปล่า น้ำท่วมท่านคักเงินออกช่วยปชชเองบ้างไหม เหมือนณัฐวุฒิและครอบครัวภรรยาคักจ่าย…อันนี้มีให้เห็นมาแล้ว

จากปี52ปชชร้องไห้หาคนช่วยเมื่อเห็นทหารฆ่าคนตายและเอาศพไปแถมล้างถนนเสร็จสรรพ…ตอนนี้ปชชยืนด้วยขาตนเองไม่ร้องหาใครช่วยอีกแล้ว ตอนเเรกเริ่มอาจจะมาจากเห็นทักษิณโดนรังแก และช่วยเหลือ ตอนนี้วินาทีนี้…สู้เพื่อกูเองและลูกหลานในอนาคตแล้ว…อ.ธิดาและหมอเหวงมีส่วนอย่างมากในจุดนี้เพราะเห็นหน้าเห็นหนวดกัน ตอนนี้ปรับรมตใหม่แล้วมีคนที่เห็นเหตุการณ์แถมพิสูจน์ศพปชชที่ตายเองกับมือมาร่วมขบวนด้วย หนาวแน่งานนี้พรรคปชป ส่วนสื่อมีเจ็ติ๋ว ศันสนีย์ นาคพงษ์…น้องๆๆบดินทร์เดชาช่วยพี่ติ๋วสาวบดินทร์เดชาของเราด้วยนะ ศิษท์เก่าทุกนายทุกนางน่ะ ช่วยกันด้วย  ตอนนี้ปชชนิ่งมาก มิใด้เพ้อหาแต่คนไกลลมๆๆแล้งๆๆอีกแล้ว อย่าลืมสัจจะพุดอะไรไว้ต้องทบทวนให้ดีนะ ไม่ว่าใครก็ตามมิเช่นนั้นเสื่อมเร็ว!!!!! ที่ผ่านมาปชชมาสู่ทวงคืนปชตนั้นทองหายไปตั้งหลายเส้นต้องขายที่ขายนามาสุ้ทุกอาชีพล้วนหมดตัวรวมข้าพเจ้าเอง..อิอิ สาหัสมากในการสู้รบเพื่อประชาธิปไตยไทยจนถึงจุดนี้ได้…ฉันไม่มีใครนะเวลามาสู้น่ะมีแต่ตัวของเราเองและครอบครัว จริงไหม      ท่านที่มีอำนาจมีเงินนั้นไปเยี่ยมผู้ต้องขังรึเปล่าเหมือนอ.ธิดาของหมอเหวงเคยทำเยี่ยมแกนนำทุกเช้า ซึ่งทำให้มีการขยายกว้างไปสู่กลุ่มวิชาชีพชนชั้นปัญญาชนเพิ่มขึ้นจากการยึดมั่นในหลักปชตสากล รวมเราเองและเพื่อนทั่วโลกก็ล้วนเป็นนักเรียนนปชจากไซเบอร์ อินเตอร์เนต์ทุกประเทศต่างสละเวลาฟังร่วมกัน จุดนี้มีใครได้ทำตามท่านไหม แล้วห้ามบ่นนะจุดนี้ต้องสมัครใจทำ มีอะไรไปพรรคเพื่อไทยอย่าให้ปชชต้องมาฟังการโทรด่า โทรขู่…ไม่ชอบก็ไม่ต้องลงคะแนนให้นะเอาตามนี้ มีพรรคเพื่อไทยไว้ทำไมหากไม่รับใช้ปชช ชิมิ

อย่าเป็นแบบพธมอะไรๆๆก็หาแต่ยิ่งลักษณ์แบบเด็กๆๆ พรรคปชปอะไรก็หาแม่ๆๆๆๆยิ่งลักษณ์ ๆไปไหนเเงๆๆ และก็กวนสภาร่ำไปแบบนี้นะปธ.รัฐสภาทำงานบริหารแค่สภาไม่ได้ก็ลาออกไปซะนะไม่รู้จักอะไรเลยหน้าที่ใครอันไหนอย่างไรก็ทำซิค่ะทำไมต้องให้สั่งให้สอนอีก อันนี้ต้องรู้นะอย่าเอ๋อเหรอให้กวนส้นตีนปชชนัก ขนาดคุณแม่ดิฉันยังมาเยี่ยมผู้ต้องขังจากอิสานสับเปลี่ยนกันมา ตอนนี้ท้อใจที่รัฐบาลละเลยจุดนี้ไปควรจะแบ่งหน้าที่กัน คนรวยต้องออกช่วยเหลือคนจน สัปเปลี่ยนกันหาทางช่วย ศาลไม่ปล่อยก็ปล้นคุกเลยจุดนี้ ..ต้องทำทั้งทำการบุญให้วีระชนและสร้างองค์ความรู้ให้กับปชช…ชอบเขย่าข่าวรัฐประหารให้ปชชหวาดผวารึไม่…ตอบแทนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ให้เงินค่ารถกลับบ้านเหมือนปชชชาวอิสานทำให้ชมมาแล้วโดยการให้เสบียงให้เงินให้กำลังใจและให้การดูแลตามกำลัง…คอยช่วยเหลือเมื่อเพื่อนลำบากรึไม่…อันนี้หากใครไม่มีในตัวก็ฝึกหัดไว้นะค่ะ…จะได้ทำเองและมีบารมีเอง…จากการทำบุญทุกรูปแบบ อีกทั้งต้องไปไหว้พระเสริมบารมีตามที่ต่างๆๆอีกด้วย เสริมองค์ความรู้เพิ่มเติมจากปชช…ที่ผ่านการสู้กับอำมาตย์ยุคผกค…เฟื่องฟูจนมีการเลือกตั้งปชต…ทุกวันนี้เขาผ่านมันมาได้อย่างไรนะถามใจตนเองสกหน่อย…เเล้วค่อยมาสู้ปชตให้สดใสยิ่งขึ้น ตามแนวมหาอำนาจโลกเขาทำกัน

ท้องทุ่งนาข้าวญี่ปุ่น

ด้านศาสนาทุกศาสนาเวลานี้ต้องเคารพสิทธิเสรีภาพของปชช…ที่ผ่านมามันเป็นศาสนาจักรทั้งพุทธ คริตส์ อิสลาม บังคับข่มเหงปชช ควรให้ปชชเขารู้จักควบคุมตนเองฝึกลดละกิเลสโดยด้านศาสนาชื้ทางไหนผิดทางถูกต้อง ฝ่ายศาสนาพยายามให้มีวิชาช่วยปชช มีฝนแล้ง น้ำท่วม ศัตรูพืชสิ่งเหล่านี้ด้านศาสนาควรหาทางช่วยปชชดุจพระอาริยะสงฆ์หลวงปุ่ต่างๆๆท่านออกช่วยเหลือปชช รึพระอรหันต์ท่านไม่เคยวางเฉยในสังคม แต่มิใช่ไปครอบงำการตั้งรมต ด่านายกรัฐมนตรีอันนี้เกินหน้าที่ไป อันที่จริงศาสนาควรไม่ให้พ้นเขตพันธสีมาในการทำกิจกรรมใดๆๆ เราเป็นแค่คนแนะแนวทางที่ถูกต้องบวชด้วยความสมัครใจ อันไหนสงฆ์ทำไม่ได้ก็มีฆารวาสทำให้ได้ในแบบของพุทธบริษัท4ไม่ควรนำศาสนามามั่วกับการบริหารบ้านเมือง ต้องลดทิฐิมานะลงทุกฝ่าย โดยเฉพาะด้านศาสนาพุทธที่ผ่านมาตั้ง9รัชกาลแห่งราชวงค์จักรี ศาสนาพุทธก็มีปชชกว่า95%ไม่มีตกหล่น เพราะอะไรโดยลักษณะชาวพื้นเมืองตั้งเดิมของประเทศไทยแห่งนี้นับถือธรรมชาติเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตของเกษตรกรมาช้านาน ต่อมามีพระมีวัด มีโบสถ์ มีมัสยิด ปชชก็ไม่เห็นฆ่ากันเองมาก่อนเหมือนสมัยนี้ปชตจ๋าจนทำร้ายกันเอง   เพระอะไรละเพราะราชาภัยรึเปล่ากับโจรภัย…เพราะเงินและการเมืองความโลภของคน แค่คิดต่างก็ทำร้ายกันรวมยาเสพติดในอาหารบ้างในน้ำดื่มบ้าง โดยเฉพาะชาวเสื้อแดงเจอหนักกว่าใคร โดนยาพิษยาเบื่อในน้ำดื่ม ในกาแฟมาหลอกปชชหวังฆ่าให้ตาย แม้กระทั่งน้ำอาบยังมีหมามุ่ยให้คันสารพัดที่ทหารไทย…จะสาระแนนำมาทำร้ายปชชไทย จนป่านนี้พรรคปชปยังปากเเข็งที่ทั้งเป็นพรรคสั่งฆ่าปชช…การเห็นปชชผู้รักปชตเป็นศัตรูไม่เคยลดน้อยถอยลงเลยของฝ่ายอำมาตย์แบบนี้ จะให้ปชชอภัย..นั้นคงยาก นอกจากล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้าแล้ว ยังทำร้ายปชชจับขังให้ต้องคดี..ฟ้องโดยรัฐมากมายไม่ลดลาวาศอก ไม่สำนึกผิดแต่ดันทุลังทำผิดต่อไปแบบนี้ งานนี้ไม่ต้องสงสัยเลย…เละเเน่อีกครั้งแต่ครังนี้…คุณ มิตต์ รอมนีย์ แคนดิเดตปธสหรัฐคนใหม่.ควรจะส่งอาวุธให้ปชชไทยบ้างนะค่ะ…ท่าน…อย่าให้แต่ซีเรียซิค่ะ…คริ คริ

ท้องทุ่งนาและบ้านของชาวนาญี่ปุ่น

เอาละไหลเรือไฟเเล้วต่อไป….ลอยกระทงอย่าลืมไปลอยอำมาตย์…นะพี่น้อง ไม่ชอบใครก็ให้พระเเม่คงคาท่านช่วยนำส่งให้พ้นหน้าพ้นตากันไป…รับรองขลังมากข้าพเจ้าทำมาแล้ว พ้นจากคนใจร้ายใจดำและอย่าลืมเราจะต้องมีความสุขทุกขณะจิตด้วยนะค่ะ ต้องพยายามการฝึกคิดดีทำดีสะสมบารมีเพิ่มเติมยิ่งๆขึ้นหนีคนไม่ดีไปเรื่อยๆๆด้วยนะจ๊ะ…..อันนี้สำคัญอย่ากลับดึกๆๆรึไปที่เปลี่ยวๆๆนะ ให้รอบคอบไว้ไปไหนมาไหนให้บอกกล่าวคนใกล้ชิดรวมพกโทรศัพท์ พกกล้องถ่ายภาพเสมอ ต้องรู้จักห่วงตนเองด้วยเดียวหายตัวไปแบบไร้ร่องรอย…เป็นสินค้าสเต็มเซลภาคใต้ก็แบบเดียวกัน บลึ้มบาดเจ็บล้มตายแบบไร้เหตุผล จัดให้เกิดการขัดแย้งขึ้นเพ่อหากินจากศพ7.5ล้านของผู้ทำร้ายชาติไทยต้องการ วิธีการหากินกับศพนี้นำมาใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบศรีธนนชวนต้องการให้เป้นเรื่องใดและหลอกเยาวชนมอมเมาด้วยยาเสพติดใช้ให้ไปทำผิดแทนผู้สั่งการ ไม่ว่าใครให้ระวังด้วยนักหากินกับศพรวยจนแบบนี้..สมัยพระศาสดาในศาสนาพุทธ…ทรงอุทานว่า…อำมาตย์ตายไม่เป็นเล้อ!!!! ชิมิ

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Thai PM Yingluck Shinawatra Attended the First Asia Cooperation Dialogue (ACD) Summit in Kuwait

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra  attend the first leaders summit of the Asia Cooperation Dialogue (ACD) at Bayan palace in Kuwait City 15-17,oct,2012. the importance of the summit that it would help boost cooperation between the Asian countries. ACD was inaugurated in June 2002 in Cha-Am, Thailand, where 18 Asian Foreign Ministers met together for the first time. A continent-wide forum, ACD aims build links in Asia incorporating every Asian country, building an Asian community without duplicating other organisations or creating a bloc against others.

AGENDA The First ACD Summit. State of Kuwait. 15 – 17 October 2012

http://www.kuwaitacd.com/index.php/en/agenda/11-pages

H.H KUWAIT PM RECEIVES ACD CHIEF DELAGATES

http://www.kuna.net.kw/ArticleDetails.aspx?id=2268821&language=en

Asia Cooperation Dialogue (ACD) Summit in Kuwait2012

http://www.kuna.net.kw/ArticleDetails.aspx?id=2268768&language=en

Kuwait’s Ambassador toSaudi Arabia 

The grouping currently comprises 30 countries from East to West Asia, including Bahrain, Bangladesh, Brunei, Bhutan, Cambodia, China, India, Indonesia, Iran, Japan, Kazakhstan, Republic of Korea, Kuwait, Lao PDR, Malaysia, Mongolia, Myanmar, Pakistan, Philippines, Oman, Qatar, Russia, Saudi Arabia, Singapore, Sri Lanka, Thailand, United Arab Emirates and Vietnam, Tajikistan and Uzbekistan. KUWAIT: Asian leaders, attending the First Asia Cooperation Dialogue (ACD) Summit in Kuwait, asserted oct,16 2012the importance of the summit that it would help boost cooperation between the Asian countries

Sultan Hassanal Bolkiah of Brunei, addressing the ACD Summit which was inaugurated by His Highness the Amir of Kuwait Sheikh Sabah Al-Ahmad Al- Jaber Al-Sabah, said the ACD Forum has many achievements over the past decade. He called on Asian countries to join hands to achieve comprehensive security and honor aspirations of the Asian people. The Sultan said the best way to address challenges was through education and encouragement of youth as well as the development of school curricula. “We seek to attract opportunity for our youth and to join hands with our partners in the Asian continent for the development of education,” he said.

He praised endeavors of Kuwait and His Highness the Amir to boosting dialogue and cooperation between the Asian countries. Representative of Sultan Qaboos bin Saeed of Oman, Shehab bin Tareq Al-Saeed, said the two-day ACD Summit would discuss a number of constructive ideas all aimed at upgrading joint collaboration. He said the Asian continent has diverse natural and human resources which emphasized importance of investment to ultimately achieve prosperity and development. Al-Saeed wished success for the summit.

He praised endeavors of Kuwait and His Highness the Amir to boosting dialogue and cooperation between the Asian countries. Representative of Sultan Qaboos bin Saeed of Oman, Shehab bin Tareq Al-Saeed, said the two-day ACD Summit would discuss a number of constructive ideas all aimed at upgrading joint collaboration. He said the Asian continent has diverse natural and human resources which emphasized importance of investment to ultimately achieve prosperity and development. Al-Saeed wished success for the summit.

The President of Sri Lanka Mahinda Rajapakse, in his speech before the summit, underscored importance of cooperation between the Asian countries. He said the Asian countries enjoyed a diversity of civilizations, cultures and religions coupled with rich natural resources. The majority of the population of the world live in Asia, said Rajapakse, which should be properly utilized. The President said “our countries which combine the poor and rich should develop. We should all work to solve these problems (gap between rich and poor).” The Asian people were facing many challenges primarily food and natural disasters, terrorism and environment, he said. Asian countries should improve living conditions of people, invest and infrastructure and energy and create jobs for the youth, in addition to addressing poverty.

The First Asia Cooperation Dialogue (ACD) Summit, celebrating its 10th anniversary, will be a prominent milestone for achieving the goal of having a future of common good, Bangladeshi President Zillur Rahman said. In a speech before the Summit’s first session, Rahman stressed that the ACD gathering would contribute to promoting and consolidating common Asian identity on political, economic levels, in addition to facing climate change challenges, as Asia is the world’s largest and most populous Continent, covering 30 percent of land area and hosting 60 percent of world population.

He pointed out that ACD, with its vast natural and human resources and huge markets, diversity in culture, landscape and climate, all contribute in supporting dialogue among Members. The President elaborated that cooperation among Asian countries should be built on contradictions, as many countries are rich in energy, when many are energy-hungry. “Also, many Asian countries are major exporters of food, when others are totally dependent on food import. “Many Asian countries have made impressive progress in modern technology. It would be beneficial to share the technology among Asian countries,” he said.

Thai Premier Yingluck Shinawatra said the ACD Summit was an opportunity to maintain growth and contribute to sustainable growth for the world. Addressing the First ACD Summit, Shinawatra  Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to The His Highness Prime Minister Sheikh Sabah Al-Ahmed Al-Jaber Al-Sabah  the Amir of Kuwait Sheikh Jaber Al-Mubarak Al-Hamad Al-Sabah.tasked about to  trade and investment between the two countries, particularly on the energy, industrial and construction sectors that the two countries extend trade cooperation to cover the agro-food industry, as well as medical tourism and spas. and the trip  took the a group of businesspersons from construction, jewellery, agro-food and public health industries to negotiate possible trade and investment expansion.

Shinawatrasaid the Asian countries should ensure greater distribution of wealth to help address important issues of poverty. “To achieve this, we must continue to trade and invest with each other as well as with the developed economies. In particular, the recovery of the Eurozone is in our interests. So we need to sustain our economic links with them to ensure growth and create jobs for all,” added Shinawatra, whose country is the ACD Coordinator. She said the ACD summit was crucially important because it would trigger member countries to show commitment to enhanced cooperation to promote trade and investment within Asia and rest of the world. Shinawatra said the Asian countries should work together to have better network of transport and infrastructure, supported by similar regulations on cross-border transport, all will promote better flows for trade and investment. “Pan-Asian connectivity can create a ‘New Silk Route’ for Asia that can bring greater prosperity to all of us. To realize this, we will also need to explore how we can together mobilize the funds to finance infrastructure development,” she added. She encouraged the Asian ministers and officials to come up with what the prime miniser called a “blueprint for ACD Regional Connectivity.”

Food security is another cooperation domain, she noted through exchanging ideas on technologies and practices that improve post-harvest management and logistics in order to reduce food waste. Shinawatra also called on Asian countries to explore energy cooperation. “Affordable and stable energy supply affects all stages of food production …, “ she added. Meanwhile, she said that a ministerial meeting would be held in 2013 to discuss recommendations regarding the establishment of an ACD Secretariat. Shinawatra said Thailand was ready to host the ACD Summit in 2015.

On the other hand, Secretary General of the South Asian Association for Regional Cooperation (SAARC) Ahmad Saleem underlined importance of economic and and trade cooperation between the Asian countries. Addressing the ACD Summit, Saleem said one of SAARC’s priorities was cooperation with regional organizations to ultimatley improve living conditions of the Asian people. Population of SAARC countries represent one-fifth of the world, he noted, and realized social, economic, education and energy achievements since the organization was established 27 years ago. SAARC, added Saleem, encouraged cooperation between the Asian people through mutual respect and common interest particularly in energy security and proper investment of natural resources

ประวัติ ประเทศคูเวต นั้นตั้งอยู่ในคาบสมุทรอาหรับพื้นที่ 90 %เป็นทะเลทราย มีพรมแดนด้านทิศเหนือและทิศตะวันตกติดกับประเทศอิรัก ทิศตะวันตกและทิศใต้ติดกับประเทศซาอุดิอาระเบีย ส่วนทิศตะวันออกติดกับอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งทำให้ชาวคูเวตมีความชำนาญในการเดินเรืออย่างยิ่งก่อให้เกิดการเชี่ยวชาญทางการค้าอันเป็นมรดกอันล่ำค่าของบรรพบุรุษและการทำประมงที่เก่งกว่าที่ใดในแถบประเทศทะเลทรายแห่งนี้อีกด้วย ต่อไปมาชมกันว่ามาประเทศคูเวตแล้วต้องไปท่องเที่ยวที่ไหนกันบ้าง     

  คูเวตทาวเวอร์ ( Kuwait Tower) หอคอยสูงรูปทรงโดดเด่นสะดุดตา ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของประเทศคูเวต ตั้งอยู่ติดกับอ่าวอาระเบียน ( Arabian gulf) ซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองคูเวตซิติ้ หอคอยแห่งนี้ ประกอบไปด้วยอาคารทรงสูงจำนวน 3 อาคาร โดยมีอาคารหลังแรกสูงที่สุด ลักษณะเป็นแท่งสูง มีทรงกลมขนาดใหญ่อยู่ตรงปลายด้านบน โดยทรงกลมดังกล่าวนั้นทำหน้าที่เป็นถังเก็บน้ำประปา ซึ่งนำขึ้นมาจากพื้นที่ครึ่งล่างของทรงกลมพื้นที่ด้านบนเป็นร้านอาหาร และหอชมเมือง คูเวตทาวเวอร์มี ความสูง 187 เมตร ซึ่งใช้บริการนักท่องเทียว  ส่วนหอคอยซึ่งมีลักษณะคล้ายกันนั้นมีความสูง 147 เมตร ไม่อนุญาตให้เข้าชมเพราะใช้เป็นถังเก็บน้ำเหมือนกับหอคอยหลังแรก  และอีกหอคอยหลังสุดเป้นลักษณ์แหลมทรงสูง ภายในหอคอยเป็นอุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้าและน้ำประปา คูเวตทาวเวอร์แห่งนี้เคยถูกทำลายเสียหาย เมื่อครั้งที่โดนอิรักบุก แต่หลังจากเสร็จสิ้นสงครามก็ได้รับการบูรณะซ่อม แซมให้กลับมามีสภาพดังเดิม ด้านบนของโถงทรงกลมนั้นเป็นจุดชมวิว และมีนิทรรศการภาพถ่ายความเสียหายของอาคารเมื่อครั้งเกิดสงครามกับอิรัก อ้อห้ามถ่ายภาพนะจ๊ะ…

ลิเบอเรชั่น ทาวเวอร์ (Liberation Tower) เป็นหอคอยที่สูงที่สุดในตะวันออกกลาง และติดอันดับ 5 ของ หอคอยที่สูงติดอันดับโลก มีความสูง  372 เมตรเป็นศูนย์กลางระบบโทรคมนาคมของประเทศ ซึ่งหอคอยแห่งนี้นับเป็นงานศิลปะแห่งโลกโทรคมนาคม ของโลกเลยทีเดียว    หอคอยนี้ก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 แต่การก็สร้างก็ต้องมาหยุดชะงักลง ด้วยการบุกเข้ายึดครองประเทศของ อิรักใน ค.ศ. 1990 เริ่มสร้างต่อเมื่อ ค.ศ. 1993 แล้วเสร็จใน ค.ศ. 1996 จึงเป็นตำนานของความพยายามสร้างประเทศให้สู่ความสงบสุขให้กับคืนมาร่วมกันของชาวคูเวต  ชื่ออาคารแห่งนี้จึงชื่อว่า ลิเบอเรชั่น ทาวเวอร์ หรือ “ หอคอยแห่งเสรีภาพ ”  จุดชมวิวบนหอคอยแห่งนี้จะมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้ทั่งถึงกว่าหอคอยคูเวต ทาวเวอร์ หอคอยแห่งนี้ตั้งอยู่ ใจกลางเมืองคูเวตซิตี้ด้านบนหอคอยมีร้านอาหารลอยฟ้าให้เพลิดเพลินอาหารเลิศรสและชมวิวทิวทัศน์ของเมืองได้ทั่วถึงอีกด้วย

ไซทิฟิก เซ็นเตอร์ ( Kuwait Scientific center) ศูนย์กลางการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจรของคูเวต ที่ศูนย์แห่งนี้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงปลาขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีสัตว์กว่า 100 ชนิด ในตู้ปลาให้ชมกันพร้อมด้วยโรงภาพยนตร์ 3 มิติ มีร้านค้าและร้านอาหารเพื่อบริการนักท่องเที่ยวด้วยอีกด้วย

   

  พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคูเวต ( Kuwait National Museum ) ซึ่งเป็นแหล่งจัดแสดงโบราณวัตถุ และนิทรรศการทางประวัติศาสตร์ของประเทศคูเวต ซึ่งเล่าเรื่องเกี่ยวกับสงครามเป็นส่วนใหญ่ทำให้ไม่ค่อยจะสนุกนัก  ถัดจากรั้วของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จะมี ซาดู เฮาส์ (Al Sadu house ) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสิ่งทอแบบอาหรับ และจำลองความเป็นอยู่ของชาวคูเวตโบราณยุคก่อนที่ จะมีการค้นพบน้ำมัน รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวเบดูอิน ซึ่งเป็นชนเผ่าอาหรับที่ท่องไปในทะเลทราย รูปแบบของนิทรรศการจะมีการปั้นรูปจำลองของ คนและแบ่งแยกเป็นล็อค ตามเรื่องราว ของยุคสมัย และสาขาอาชีพ

พิพิธภัณฑ์ ทาเร็ค ราจ๊าป ( Tareq Rajab) เป็นพิพิธภัณฑ์ของเอกชนซึ่งจัดแสดงสิ่งของจากทุกมุมโลกก่อตั้งขึ้นโดยคหบดีชาวคูเวต ผู้มีใจรักในงานประวัติศาสตร์และศิลปะวัฒนธรรม จึงได้เริ่มสะสมและเสาะหาข้าวของจากหลายๆประเทศมารวบรวม และนำมาจัดแสดงไว้ที่นี่ แม้ว่าครั้งหนึ่งจะได้รับความเสียหายอย่างมากโดยอิรัก แต่ก็ปรับปรุงซ่อมแซมจนคืนสภาพได้ดังเดิม ล้วนแต่เป็นของหายากที่มีคุณค่าทั้งสิ้น

 

สวนสัตว์คูเวต ( Zoological park) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเล๋็กน้อยไม่ใหญ่มากนัก เพียงพอให้ประชากรในเมืองคูเวตได้พักผ่อนหย่อนใจบ้างสำหรับประเทศที่อยู่กลางทะเลทรายแห่งนี้

และชายหาดอ่าวอาระเบียนให้ปูเสื่อบิกนิกกันได้ สำหรับครอบครัวสุขสันต์นะจ๊ะนายจ๋า…     

ประมวลภาพภารกิจของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเข้าร่วมประชุม the First Asia Cooperation Dialogue (ACD) Summit in Kuwait oct,16-17,2012 16,ต.ค2555

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to The His Highness Sheikh Sabah Al-Ahmed Al-Jaber Al-Sabah  the Amir of Kuwait at Bayan palace in Kuwait City oct,16,2012

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to Sultan Hassanal Bolkiah of Brunei

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra informed Bahrain’s head of state King Hamad bin Isa Al Khalifa that two regional bodies—the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) and the Gulf Cooperative Council (GCC) at Bayan palace in Kuwait City

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to The President of Sri Lanka Mahinda

Rajapakse

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra and  Pakistan Prime Minister Raja Pervaiz Ashraf In a separate bilateral talk with her Pakistani counterpart, Ms Yingluck and Raja Pervej Ashraf agreed to Thai-Pakistan committee meeting in January to discuss closer investment cooperation and exchanges of visits among officials at different levels.

The Thai premier expressed her appreciation on Pakistan’s support of Thailand’s resolution of its southern problems in the recent meeting of the Organisation of the Islamic Conference (OIC).

oct,16,2012

17 ต.ค2555

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to pmTajikistan.

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to the president Islamic Republic of Iran,Mahmoud Ahmadinejad

และแล้วการประชุมthe First Asia Cooperation Dialogue (ACD) Summit in Kuwait2012 ก็จบลงด้วยบรรยากาศฉันครอบครัว ซึ่งเหมือนพรากจากกันไปนานตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวชของเราได้สานสัมพันธุ์ไมตรี ไทย-คูเวตไว้ในหลายๆๆด้านในครั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะได้ทำหน้าที่สานต่อ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีผู้ซึ่งเป็นดวงใจของประชาชนไทยนิจนิรันดร์ ผู้ซึ่งยืนยันและยึดหมั่นในระบอบประชาธิปไตยฟื้นฟูและแก้ไขทุ่มเททำงานรับใช้ให้ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยการเชื่อมโยงครัวไทยสู่ครัวโลก ศิลปวัฒนธรรมไทย ผ้าไหมไทย สาวไทย ดนตรีไทย รักชาวนาไทย ข้าวไทยก้าวสู่ครัวโลก…ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราเพิ่งพระราชทานนามพันธุ์ข้าวชื่อล่าสุดว่า…ข้าวอร่อยและพี่ชายใหญ่ของประเทศไทย Sultan Hassanal Bolkiah of Bruneiได้ช่วยนำพาน้องสาวประเทศไทยสู่เวทีโลกอย่างสวยงาม ทำให้ได้พบครอบครัวเอเชียของเรา ซึ่งอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและต่อไปประเทศไทยจะบุกอเมริกาใต้พบเปรู อาเจนติน่า บราซิล แม็กซิโกซึ่งเป็นญาติๆๆของพวกเราเหล่าเกษตรกรของโลก เร็วๆๆนี้นะเอิงเอย…ลั๊าล้า…พวกรักพ่อรึทำลายประเทศไทย..ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย กูมาเหนือเมฆโว้ย..เนอะ!!! บุญเก่าของวิยะดารึมณีจันทร์ในตำนานบังเกิด โลกและจักรวาลเป็นของเธอ ชิมิ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คริ คริ

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง