มิตรแท้ แพ้ศัตรู

ภาพเพื่อนมิตร คอเนอร์ เดวิด เพอเซลโดนใส่ร้าย ขังลืมแต่
  สถานฑูตออสเตเรียทอดทิ้งประชากร ไม่สนใจใยดี ไม่มีข่าวห่วงใย และเพราะออสเตเรียเป็นเครือจักรภพ อังกฤษรึอย่างไร ทอดทิ้งๆๆๆรึช่างมันฉันไม่แคร์ ตรวจสอบปชตของออสเตเรีย ด่วน
 — – รักชนะทุกอย่าง– อัสนี วสันต์
21สค2010 ศาลสั่งปล่อย  คอเนอร์ เดวิด เพอเซล แล้ว . 
.
วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7164 ข่าวสดรายวัน

สลาย”แดง” เกมปฏิรูป-ปรองดอง
มหกรรมฟุตบอลโลกจะสิ้นสุดลงในคืนวันที่ 11 กรกฎาคมนี้
32 ทีมจากทุกทวีป ใช้เวลาเดือนเศษๆ วาดลวดลายสะกดโลกทั้งใบไว้ด้วยมนต์ลูกหนังได้ตื่นตาไปกับแท็กติกยิงประตู, เรียกลูกโทษ, เกมรุก- เกมรับและเทคนิคถ่วงเวลานาทีท้ายๆ เปลี่ยนตัวผู้เล่น ครองบอล ลากบอลไปกักไว้ที่มุมธง ฯลฯสารพัด เพื่อรักษาผลการแข่งขันที่ตัวเองต้องการสถานการณ์ของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็คล้ายๆกัน

เวลาใกล้หมดเต็มที แรงกดดันมหาศาลจากฝ่ายตรงข้าม และผลจากการสลายม็อบ เทคนิค-แท็กติกในการถ่วงเวลามีเท่าไหร่ งัดขึ้นมาใช้หมด

เดิมพันคือ “อำนาจรัฐ” ดังนั้น เล่นกันแบบเอาเป็นเอา ตาย

แม้จะเป็นต่อสารพัด กรรม การก็เข้าข้าง เป่าแหลก แจกใบเหลืองใบแดงฝ่ายตรงข้ามไม่อั้น แต่ก็ยังนอนใจไม่ได้ว่า หมดเวลาเข้าจริงๆ เลือกตั้งใหม่ จะได้ชูถ้วยหรือไม่

ขนาดเลือกตั้งซ่อมเขต 6 กรุงเทพฯ ก็ยังไม่แน่ใจว่าผู้สมัครปชป.จะชนะ

ยิ่งไม่แน่ใจ ยุทธศาสตร์ก็คือการเร่งสร้างความได้เปรียบให้ตัวเอง

และถอนรากถอนโคนคู่ต่อสู้ไปพร้อมกัน

รัฐบาลสลายม็อบที่ราชประสงค์เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม จับแกนนำไปควบคุม ไล่ล่าการ์ดเสื้อแดง และเรียกตัวท่อน้ำเลี้ยงมาสอบสวน

ดูเผินๆ เหมือนกับจับเสื้อแดงขึงพืดไว้แล้ว

แต่ก็รู้กันว่า สถานการณ์ยังไม่กลับสู่ปกติ

แม้จะเปิดเกมเรียกความสามัคคี ระดมศิลปิน-ดารา มาร้องเพลง

เปิดแคมเปญ 6 วัน 63 ล้านความคิด ให้ประชาชนโทรศัพท์เข้ามาแสดงความคิดเห็น ระบายทุกข์ร้อนที่ทำเนียบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงทุนมารับสายด้วยตนเอง

และกิจกรรมเก๋ๆ สารพัด มีกองเชียร์และแม่ยกตามอวยไม่หยุดยั้ง

แม้จะสรุปผลแบบหน้าชื่นตาบานว่า ประสบความสำเร็จ

แต่ทั้งหมดนี้ ยังเป็นแค่กิจกรรมสร้างภาพเท่านั้นเอง

ถ่ายรูปเป็นข่าว หรือนำไปออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อาจจะดูดี

แต่ไม่มีผลในทางสร้างความเข้าใจระหว่างที่มีความเห็นแตกต่างเลย

สนุกกันอยู่กลุ่มเดียว แถมได้ใช้งบประมาณแบบเนียนๆ อีก

ตราบใดที่รัฐบาล ยังไม่เลิกแนวคิด หรือยุทธศาสตร์ถอนรากถอนโคนเสื้อแดง

จงใจละเว้นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากการสลายม็อบ จงใจละเว้นคนที่คิดต่าง ไม่เข้าไปเยียวยาคนเสื้อแดงอย่างจริงจัง

นอกจากละเว้นแล้ว ยังไล่ล่า พยายามจับกุมคุมขัง

ไฟเขียวให้ขบวนการล่าแม่มดในอินเตอร์เน็ต ไล่ประณาม จองเวรคนที่คิดต่างจากรัฐบาล

ลูกเล็กเด็กแดง แสดงความคิดเห็นอย่างบริสุทธิ์ใจ กลายเป็นโจรผู้ร้าย ต้องขับไล่จากสังคม ล่าสุดคือเหตุการณ์ที่เกิดกับ”มาร์ค วี 11″

กลายเป็นเงื่อนไขขยายแผลความขัดแย้งในสังคมให้ถ่างกว้างขึ้นไปอีก

ส่วนคนเสื้อแดงจำนวนมากสูญเสียอาชีพ เพราะบาดเจ็บ บ้างเสียชีวิต บ้างสูญเสียสมาชิกครอบครัวที่เคยเป็นตัวหลักในการทำมาหากิน

จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครเหลียวแล

แน่นอนว่า ความสูญเสียส่วนหนึ่งมาจากความดื้อดึงของแกนนำเสื้อแดงที่ไม่ยอมยุติการชุมนุมในจังหวะที่ควรจะยุติ

แต่ชี้ขาดที่การตัดสินใจของรัฐบาลว่า ไม่ควรตัดสินใจสลายการชุมนุม ซึ่งไป”เข้าทาง”แกนนำบางส่วนเข้าเต็มๆ

แค่การสร้างความเป็นธรรมในเบื้องต้นยังล้มเหลว

แล้วจะมีความหวังกับความเป็นธรรมในระดับรากฐานหรือระดับโครงสร้างได้หรือ

สถานการณ์ที่ยังไม่ปกติ รวมถึงการที่รัฐบาลยังยืนยันใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถาน การณ์ฉุกเฉินเอาไว้

และออกข่าวร้ายเพื่อสนับสนุนการใช้พ.ร.ก. อย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นข่าวลอบสังหารผู้นำรัฐบาล ข่าวเสื้อแดงฝึกอาวุธ ที่ชายแดนไทยพม่า อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี, ที่ป่าลึกต้องเดินเท้าเข้าไป 10 ก.ม. ที่อ.ปักธงชัย นครราชสีมา

และที่แฟลตการเคหะ 55 ถนนคู้บอน ในกรุงเทพฯ เมืองหลวงประเทศไทยนี่เอง

เดือดร้อนให้ผู้เกี่ยวข้องต้องออกมาปฏิเสธข่าวแบบเซ็งๆ

ที่ชวนฮาไม่แพ้กัน คือข่าวรถเงาะบึ้มข้างพรรคภูมิใจไทย ที่ตำรวจโชวฝีมือจับกุมตัวมาได้

แต่เปิดรายละเอียดออกมา กลับมีกลิ่นทะแม่งๆ ของคนกันเอง

แถมสมเด็จฮุนเซนยังใจดี จับ 2 ผู้ต้องหาที่หนีไปเขมร ส่งคืนมาให้

เพราะทั้ง 2 คนขยันผิดปกติ แทนที่จะซุ่มซ่อนนิ่งๆ กลับไปวุ่นวายตามตัวแกนนำเสื้อแดงที่ลี้ภัยที่นั่น

เลยต้องส่งคืนเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพราะขี้เกียจจับข้อหาสปายให้ทะเลาะเบาะแว้งกันอีก

ข่าวฮาๆ แบบนี้ ชั่งน้ำหนักว่าใครได้ประโยชน์

คำตอบง่ายๆ คงไม่ใช่คนเสื้อแดงแน่นอน

ที่ดูเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา ได้แก่การดึงเอาผู้อาวุโสอย่าง นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี, น.พ. ประเวศ วะสี นักกิจกรรมสังคม และนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด

เพื่อจัดทีมปฏิรูปประเทศไทย, สอบสวนหาข้อเท็จจริง การสลายม็อบเสื้อแเดง

กรอบเวลาในการทำงานสบายๆ ไม่ต้องเร่งรัดรีบร้อน

งบประมาณมีให้เต็มที่ ด้วยเหตุผลที่นายสุเทพบอกว่า เผาบ้านเผาเมืองยังมากกว่านี้เยอะ

เปิดโฉมคณะกรรมการออกมาแล้ว มีทั้งเสื้อเหลือง คนรัฐบาล และนักวิชาการอิสระ ผสมๆ กันไป

เป็นอีกเกมที่ช่วยสร้างความชอบธรรมให้เวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล

หลายคนไม่เป็นที่เชื่อถือ เพราะมีประวัติรับใช้การเมืองมาตลอด

แต่นักวิชาการอิสระหลายคน ตอบรับทำงานด้วยความจริงใจ และหวังดีต่อบ้านเมือง

ส่วนจะทำงานบรรลุเป้าหมายแค่ไหนยังน่าสงสัย

เพราะทิศทางของผู้สนับสนุนรายใหญ่ เห็นชัดว่ามุ่งแต่ผลทางการเมืองของรัฐบาล บั่นทอนขบวนการเสื้อแดง โดยชูคำว่าปฏิรูปและปรองดองอำพรางไว้

“ตอ”ที่นักปฏิรูปอาจเดินสะดุดในอนาคตอันใกล้ อาจไม่ใช่ใครที่ไหน

แต่คือเจ้าของโครงการปฏิรูปนั่นเอง

                         –  – – – – – – – – – – – –  —  –  – –    –  – – – — – – – – – – – – –   – –  –  –

 

    
     ประชาชนผู้ตกเป็นเหยื่อจากเหตุการณ์สลายม็อบเสื้อแดงเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ยังคงทยอยเปิดตัวเรียกร้องความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคือนายภัสพล ไชยพงษ์ อายุ 42 ปี เจ้าของร้านขนมเปี๊ยะหอมภัสพล ภายในซอยวัดเปาโรหิตย์ จรัญสนิทวงศ์ 62 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. หนึ่งในผู้บาดเจ็บถูกยิงในเหตุการณ์สลายม็อบบริเวณแยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา 
    นายภัสพล เผยว่า ช่วงการชุมนุมของนปช.และคนเสื้อแดงบริเวณแยกราชประสงค์ ตนนำขนมเปี๊ยะที่ผลิตขึ้นเองที่บ้านพัก ย่านจรัญสนิทวงศ์ มาขายเนื่องจากเห็นว่ามีคนมาชุมนุมจำนวนมาก โดยตนจะขับรถกระบะตระเวนส่งลูกน้องไปนั่งขายอยู่ในพื้นที่ชุมนุมทั้งที่แยกราชประสงค์และสีลม ที่แยกราชประสงค์ ตนเองมีแผงอยู่ด้านข้างเวทีใหญ่ ขายมาตั้งแต่วันแรกคือวันที่ 3 เม.ย. จนถึงวันที่รัฐบาลและศอฉ. ประกาศทางทีวี ให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมรีบกลับบ้าน ตอนนั้นคิดว่าผู้ที่เข้ามาค้าขายในพื้นที่ราชประสงค์ รัฐบาลคงไม่ทําอะไรรุนแรง จึงบอกให้ลูกน้องเปิดแผงขายไปเรื่อยๆ พอมาถึงช่วง 3 วันสุดท้าย ศอฉ.โปรยใบปลิวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์แจ้งให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่อีก ตนคิดว่าครั้งนี้รัฐบาลน่าจะเอาจริง จึงสั่งให้ลูกน้องหยุดขาย แต่ยังไม่ต้องนำแผงกลับเพื่อรอดูท่าที จากนั้นก็ติดตามข่าวสารอยู่ที่บ้าน
   นายภัสพล กล่าวต่อว่า เช้ามืดวันที่ 19 พ.ค. เปิดทีวีดู เห็นทหารจำนวนมากและรถหุ้มเกราะมาจอดอยู่ใกล้แนวยางรถยนต์ของผู้ชุมนุมบริเวณแยกศาลาแดง น่าจะสลายการชุมนุมแน่นอน ตนจึงขับรถจักรยาน ยนต์ออกจากบ้านเพื่อที่จะไปเก็บแผงขายของกลับ เมื่อไปถึงเห็นสถานการณ์เริ่มตึงเครียด ทหารเตรียมพร้อมบุกยึดคืนพื้นที่ ตนจึงขออนุญาตทหารและทําบัตรผ่านเพื่อเข้าไปเก็บแผง แต่พอเข้าไปแล้วก็ติดอยู่ข้างในพื้นที่ออกมาไม่ได้ จนถึง 7 โมงเช้าก็ได้ยินเสียงปืนดังชุดใหญ่ มาจากทางแยกศาลาแดง ตอนนั้นตนเองอยู่หลังเวทีราชประสงค์ เห็นการ์ดนปช. เริ่มทยอยนำคนที่ถูกยิงจากศาลาแดง มายังโรงพยาบาลตำรวจ ตนจึงช่วยเป็นจราจรคอยเปิดทางให้ผู้บาดเจ็บเข้าไปในโรงพยาบาลได้สะดวก โดยใช้รถจักรยานยนต์ขับนำทาง หลังจากช่วยนําทางได้ 2-3 รอบ ก็นำรถจักรยานยนต์ไปจอดคุยกับผู้ชุมนุมที่อยู่ใต้รางรถไฟฟ้าบีทีเอส สาขาราชดําริ โดยนํารถไปจอดบนเกาะกลาง
“ตอนนั้นประมาณ 8 โมงเช้า กำลังยืนคุยกับผู้ชุมนุมอยู่ ก็ได้ยินเสียงปืนดังมาจากไกลๆ ไม่รู้ว่ามาจากทางไหน พอสิ้นเสียงปืนก็รู้สึกว่าตัวเองถูกยิงที่คอด้านซ้าย ตอนนั้นคอเริ่มแข็ง เนื้อตัวชาไปหมด มีผู้ชุมนุมตะโกนบอกว่าให้หลบ มีคนซุ่มยิงอยู่ข้างบน ทราบว่ามีผู้ถูกยิงอีก 2-3 ราย ถูกนําตัวส่งโรงพยาบาลตํารวจเช่นกัน ก่อนจะส่งต่อไปที่โรงพยาบาลวชิระ ยืนยันว่าผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุม แค่เข้ามาค้าขายเท่านั้น” นายภัสพล กล่าวและว่า ส่วนอาการบาดเจ็บขณะนี้ยังมีกระสุนฝังอยู่บริเวณต้นคอ หมอไม่สามารถผ่าตัดออกได้เนื่องจากหัวกระสุนทับเส้นประสาท ต้องปล่อยไว้แบบนี้ และช่วงนี้สายตาก็มองเห็นไม่ค่อยชัด เบลอๆ ตลอดเวลา อ่านหนังสือไม่ค่อยได้
  – – – – – – –  — – –  – – – –  – – – – – – – – – – – –
พรรคปชปกำจัดศัตรูการเมืองนำมาจากภาคใต้ที่สสปชปได้อำนาจจากการฆ่าตอนนี้เริ่มที่เวทีกทม ท้องถิ่น ต่อไประดับชาติ สสพรรคปชปได้ที่นั่งกทมตลอดกาลแบบภาคใต้…
วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7164 ข่าวสดรายวัน
ยิงสข.เพื่อไทย ดับสยองคาวัดยิงคาวัด– กองพิสูจน์หลักฐานตรวจดูจุดเกิดเหตุมือปืนดักยิงนายสุรัตน์ สถิธางกูร อดีตส.ข.เขตจอมทอง พรรคเพื่อไทย เสียชีวิตภายในวัดไทร ซอยเอกชัย 23 มุ่งปมการเมืองท้องถิ่น เพราะลงสมัครซ่อมส.ข. ซึ่งจะเลือกตั้งในเดือนหน้านี้
มือปืนบุกยิงถึงในวัด “หั่ง วัดไทร” อดีตส.ข.เขตจอมทอง ขณะเป็นพิธีกรงานบวชในวัด ลงมือกลางวันแสกๆ ขณะเหยื่อเดินออกจากงาน มือปืนดักซุ่มรอใต้ต้นไม้ก่อนจ่อยิง 3 นัดซ้อนร่วงไปกองกับพื้น ชาวบ้านมาเจอหามส่งร.พ. ก่อนจะไปสิ้นใจที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ตร.มุ่งปมการลอบสังหารการเมืองท้องถิ่น ที่คนตายอยู่ระหว่างหาเสียงเตรียมเลือกซ่อมส.ข.เดือนหน้า เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 10 ก.ค. พ.ต.ท.สุรวุฒิ กุมภีพงษ์ พงส.(สบ 3) สน.บางขุนเทียน รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในวัดไทร ซอยเอกชัย 23 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กทม. หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรนิตย์ พรหมบุตร รอง ผบก.น.9 พ.ต.ท.วัลลภ ณ นคร รอง ผกก.สส.น.9 พ.ต.ท.วรวิทย์ จันทร์วรศิริ สว.กก.สส.น.9 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุห่างจากประตูทางเข้าวัดประมาณ 30 เมตร ด้านหน้าอุโบสถ พบเพียงกองเลือดกองใหญ่ 1 กองใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 ม.ม. ตกอยู่ 3 ปลอก หัวกระสุนขนาด 11 ม.ม. 3 หัว ทั้งนี้ ยังพบหมวกกันน็อกสีดำแบบครึ่งใบตกอยู่ใกล้ต้นไม้ คาดว่าเป็นของคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงเก็บเป็นหลักฐานส่งตรวจพิสูจน์ส่วนผู้บาดเจ็บชาวบ้านได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลนครธนไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อนายสุรัตน์ สถิธางกูร อายุ 46 ปี หรือหั่ง วัดไทร อดีตส.ข.เขตจอมทอง พรรคเพื่อไทย และยังเป็นผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ข.เขตจอมทอง ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนส.ค.ที่จะถึงนี้ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่หน้าท้อง 2 นัด มือขวาทะลุหน้าอกขวาอีก 1 นัด อาการสาหัสก่อนสิ้นใจในเวลาต่อมาสอบถามด.ช.อธิทัด สถิธางกูร อายุ 14 ปี หลานชาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุภายในวัดไทรได้มีการจัดงานเลี้ยงฉลองงานบวช เจ้าภาพได้เชิญคุณอาเป็นพิธีกรในงาน เพราะเป็นที่รู้จักของชาวบ้านและพระในวัด อีกทั้งยังมาช่วยงานวัดอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งช่วงบ่ายงานใกล้เลิกคาดว่าคุณอาขอตัวกลับก่อน ในระหว่างที่เดินออกจากวัดเพื่อจะกลับบ้าน ได้มีคนร้ายที่ดักซุ่มรอตรงเข้าไปยิงแล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่มีคนร้าย อีกคนจอดรอพาหลบหนีไป

ด้านนายสุรินทร์ พี่ชายคนถูกยิงกล่าวว่า ปกติตนกับน้อยชายพักอยู่คนละบ้าน โดยบ้านจะอยู่ห่างจากวัดไม่ไกลมากนัก เบื้องต้นคาดว่ามาจากเรื่องการเมืองท้องถิ่น เพราะน้องชายลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ข.ในเดือนส.ค.ที่จะถึงนี้

ทางด้านพ.ต.ท.วัลลภเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำลูกชายของคนเจ็บ และญาติๆ ไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งเร่งติดตามคนที่เห็นเหตุการณ์ขณะคนร้ายขี่จักรยานยนต์หลบหนีไปมาสอบปากคำด้วย ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่น

พ.ต.ท.วัลลภกล่าวต่อว่า จากการสอบถามชาวบ้านและญาติๆ เบื้องต้นก็บอกเจ้าตัวเป็นคนดีชอบช่วยเหลือสังคม ไม่เคยเล่นการพนัน ปัญหาหนี้สินก็ไม่มี ปัจจุบันพักอยู่กับเมียและลูกอีก 3 คน และช่วยงานญาติซึ่งทำธุรกิจค้าขายปลาทู รวมถึงการออกหาเสียงในพื้นที่อีกด้วย

“จากการสอบสวนถึงเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดรออยู่ในวัดใกล้กับศาลตายาย โดยมือปืนได้ลงมายืนรออยู่ใต้ต้นไม้ใกล้กับจุดที่นายสุรัตน์ถูกยิง และหลังจากมือปืนลงมือแล้วได้ขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางปากซอยเอกชัย 23 อย่างรวดเร็ว ขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้ที่เสาไฟฟ้าหน้าวัด และตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีด้วย” รองผกก.สส.น.9 กล่าว

ล่าสุดเวลา 19.00 น. ภายหลังที่นายสุรัตน์ สถิธางกูร ถูกนำตัวส่งรักษายังห้องไอซียูโรงพยาบาลนครธน ได้ไม่นานในที่สุดทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนายสุรัตน์ สถิธางกูร หรือหั่ง วัดไทร เคยเป็นอดีตส.ข. เขตจอมทอง 3 สมัย แต่สอบตกเมื่อปีที่ผ่านมา ในปีนี้ได้ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม โดยการเลือกตั้งจะมีขึ้นในเดือนส.ค.ที่จะถึงนี้ แต่มาถูกดักยิงเสียก่อน

— ภาพกิจกรรมหาเสียงซ่อม สีแดง อ.กอแก้ว                                  
 
— เปิดใจน้องเดียร์ ทายาทเสธแดง 
 —ฉันรักเธอ        
 
– – – — – – – – – – –  –   – –   –     –  –   –
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s