น้ำทิพย์ประโลมใจ พุทธรูปมีให้มองส่องตน…รู้ แก้ ปรับ เปลี่ยนทุกข์ให้สุขเกษมเเล…

กาลครั้งหนึ่ง  ในยุคพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสปะ พระองค์มาจากเชื้อสายพราหมณ์ ในยุคนั้นมีพระราชาห้ามมิให้ปชชทำบุญกับพระพุทธเจ้าและพระสาวก ปชชยุคนั้นถูกพระราชานามว่า กิงกิ  เอารัดเอาเปรียบเป็นอันมาก พระกัสปะพุทธเจ้าจึงทรงเป็นที่รักของเหล่าเทวดาซะส่วนมากและจะทรงไปในนิมิตร(พุทธฉาย)ให้ปชชที่ศรัทธาพระองค์เห็นและสอนธรรม  เพราะไปกายเนื้อค่อนข้างยาก เพราะ ราชาภัย .

ในยุคสมัยนี้มีอำมาตย์เอกที่ศรัทธาในพระกัสปะพุทธเจ้าอย่างยิ่ง  มีอุปนิสัยศรัทธาในการทำบุญพระพุทธศาสนาอย่างยิ่งยวด จึงขัดคำสั่งของพระราชาโดยให้บริวารเตรียมข้าวปลาอาหารสำหรับใส่บาตรกับพระกัสปะพุทธเจ้าและพระสาวกในวันที่พระองค์ออกจากนิโรธสมาบัติ อำมาตย์เอกจึงพระราชาสั่งประหารชีวิต อำมาตย์ผู้นั้นคือรัชกาลที่5 และพระกัสปะพุทธเจ้า ได้เสด็จไปด้วยนิมิตร(พุทธฉาย)ไปโปรดอำมาตย์ก่อนโดนเพชรฆาตสังหาร และอำมาตย์เอกเมื่อทรงเห็นพระกัสปะพุทธเจ้ามาโปรดด้วยนิมิตร จึงได้อธิฐานจิตก่อนดับชีวิตลงขอเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในอนาคต.หลังจากเพชรฆาตได้ประหารอำมาตย์ เมื่อเลือดของคนดีทาแผ่นดิน อาณาจักรพระเจ้ากิงกิก็ล่มลงด้วยธรณีดูด และเจ้าแม่กวนอิมได้เป็นต้นกัลประพฤษ์(ซากุระ) โอบล้อมนำประชาชนที่เคารพรักอำมาตย์และบริวารให้อยู่ในต้นไม้เเห่งเทพ นานนับหลายอสงไขย จึงได้ออกมาใช้ชีวิตปกติเมื่อแผ่นดินและโลกได้สร้างใหม่แล้ว..เพื่อรองรับโอปาติกะเหล่านี้…

พอมาเกิดใหม่คนรุ่นที่เคยเกิดร่วมในยุคสมัยนั้นจึงได้สร้างพระพุทธรูปแทนพระองค์เพื่อดับทุกข์จากพระราชา ที่ใจยังติดค้างในอดีตให้หมดไป ซึ่งณ.ปัจจุบันคือพระชินราชที่จ.พิษณุโลก ซึ่งสร้อยสังวาลพระองค์จะเป็นทองสำริดเท่านั้น ไม่ใช่ นพเก้า เช่นทุกวันนี้

ดังนั้น ปัญหาณ.ขณะนั้นใกล้เคียงกับปัญหาปัจจุบันที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เหล่าพุทธศานิกชนควรจะได้รับรู้ว่าชาวยุคสมัยอดีตพระกัสปะพุทธเจ้านั้น เขาหากลยุทธุ์ดับทุกข์ได้อย่างไร.

===============================================================

การใช้พระพุทธรูปส่องใจให้พ้นทุกข์

พระพุทธลักษณะที่ควรทราบ

พระพุทธรูปนั้นเป็นรูปเปรียบหมายแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คนไทยนิยมสร้างไว้ให้คนเคารพบูชารำลึกถึงพระพุทธคุณของพระองค์ พระพุทธรูปจึงมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากรูปปั้นหรือรูปหล่ออื่นๆๆ เพราะผู้สร้างมีเจตนาที่จะให้ผู้เลื่อมใสศรัทธา นำเอาพระพุทธลักษณะมาพิจารณาเพื่อใช้ในการดับทุกข์ ดังได้กล่าวต่อไปนี้

1. พระเศรียรเป็นก้นหอย คือ นิมิตรหมายถึงปัญหาทั้งหลายนั้น เราเป็นผู้ขมวดปม(เป็นก้นหอย) ปัญหาเกิดขึ้นด้วย(หัว) คิด คือเราเป็นผู้สร้างความรู้สึกว่าตัวของเรา ขึ้นเอง ถ้าเราไม่ขมวดปม ความทุกข์ไม่มี

2. เปลวไฟบนพระเศียร คือ นิมิตรหมายว่า เมื่อเราขมวดปมปัญหาขึ้นแล้ว เราจะต้องร้อนใจ(ดังไฟสุมหัว) ซึ่งปุถุชนยังมีกิเลสนิมิตรหมาย เตือนใจตนว่า ถ้าสร้างปมปัญหา จะต้องร้อนใจ

3. ยอดเเหลมของพระเศียร ที่เหนือเปลวไฟ คือ นิมิตรหมายว่า เมื่อเราเป็นทุกข์ จะต้องใช้ปัญญาเป็นอาวุธดังยอดเเหลมคมดุจปลายหอกของยอดเศียร แทงทะลุปมปัญหา และความร้อนรุ่มดุจเปลวไฟนั้นไปให้ได้ จึงจะมีความสงบปกติ

4.พระเนตรที่หลบต่ำ คือนิมิตรหมายเตือนใจว่า ให้หลุบตาลงต่ำมองตนเองเสียบ้าง อย่ามัวเพ่งโทษผู้อื่น

5. พระนาสิก(จมูก)โด่ง -เตือนใจของเราว่า ต้องเข็มแข็งอดทน (ดุจจมูกที่โด่ง) อย่าเบื่อหน่ายท้อแท้ในชีวิต พระพุทธองค์ทรงมีพุทธลักษณะความเอาจริงเด็ดเดี่ยว อดทนเป็นเลิศ จึงได้พบทางอันวิเศษที่จะดับทุกข์ได้ ความเซ็งรึท้อแท้ ช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ ดังมีคำกล่าวว่า”ความสำเร็จย่อมบำเรอแก่คนใจเด็ดเท่านั้น”

6.พระโอษฐ์ยิ้มละมัย หมายถึง น้ำพระทัยอันบริสุทธุ์ มีความรักและเมตตาเพื่อมนุษย์และสัตว์ว่าเป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน เราจะเมตตาและยิ้มได้ดุจพระองค์

7. พระกรรณ(หู)ยาว หูยิ่งยาวก็ยิ่งหนัก จึงเป็นนิมิตรเตือนใจให้เป็นคนหูหนัก อย่าหูเบาเชื่ออะไรง่ายๆๆ

8. พระหัตถ์(มือ) แบ พระพุทธรูปเกือบทุกปางจะแบพระหัตถ์ ไม่ว่าปางสมาธิ ปางห้ามญาติ ห้ามสมุทร ปางประทานพร ปางรำพึง หรือปางสดุ้งมาร พระหัตถ์จะแบไม่กำพระหัตถ์ เป็นนิมิตรเตือนใจเราให้ปล่อย สละวางเสียบ้าง เพราะยิ่งกำเข้ามาหาตัวมาก ก็ยิ่งทุกข์มาก ถ้าปล่อยวางได้เท่าใดทุกข์ก็จะน้อยลงเท่านั้น

9. นิ้วพระบาทเสมอกัน เราใช้เท้าก้าวเดิน จะเดินเข้าวัดก็ได้ เข้าคุกก็ได้ เท้าจะเป็นผู้พาตัวเราไป เปรียบเสมือนการก้าวเดินของจิต จะต้องค่อยประคองจิตให้สม่ำเสมอดุจนิ้วพระบาทที่เสมอกัน อย่าหวั่นไหวด้วยรัก ด้วยชัง ใช้จิตนำกายให้ก้าวไปสู่แต่สิ่งที่ดีงามเถิด

ฉะนั้น  ถ้ามีเวลาว่าง  ลองนั่งดูพระพุทธลักษณะ โดยวิธีนี้บ่อยๆๆ เวลาไม่สบายใจ จะช่วยให้รู้เท่าทันชีวิต ถ้ามีความทุกข์ก็จะสามารถปล่อยวางจางคลายได้ มากน้อยตามสมควรบารมีของตน

===============================================================

 รัตน7ของพระพุทธศาสนา
1.มึพระพุทธเจ้า
2.มีผู้สอนธรรมะ
3.มีผู้ปฎิบัติตาม
4. ปฏิบัติเเลัวบรรลุธรรม
5. บรรลุธรรมแล้วครองตนดี ,อยู่รอด
6. บรรลุธรรมแล้วช่วยสอนผู้คน
7. ทำให้เทวดาและมนุษย์มีความสุข
=======================================================================
ใจงดงามตามพระพุทธองค์แล้ว ชำระกายให้สะอาด กิจวัตรงามงด ด้วย
มงคลชีวิตที่เลือกได้
วันอาทิตย์  

สระผม ,ตัดผม-สุขภาพแข็งแรง
ตัดเล็บ-ได้ลาภ
ใส่เสื้อใหม่-มีอำนาจชนะอุปสรรค
=============================================
วันจันทร์      
ห้ามสระผม -ทำให้ป่วย
ห้ามตัดผม-เดือดร้อนถึงแก่ชีวิต
ตัดเล็บ-ได้ลาภใหญ่
ใส่เสื้อใหม่-มีเสน่ห์(เจ้าชู้)
 =============================================
วันอังคาร  
สระผม,ตัดผม -ได้ลาภ
ห้ามตัดเล็บ-หมดราศรี
ห้ามใส่เสื้อใหม่- มีอุปสรรค
==============================================
วันพุธ        
ห้ามสระผม-ทำให้ป่วย
ห้ามตัดผม -ทำให้อัปลักษณ์
ตัดเล็บ-ชีวิตเจริญ
ใส่เสื้อใหม่-สดชื่นงานสำเร็จ
 ==============================================
วันพฤหัสบดี
สระผม-มีสง่า
ตัดผม-มีสง่า
ห้ามตัดเล็บ-มีอุปสรรค ชีวิตยุ่งยาก
ใส่เสื้อใหม่-มีความสุขชนะอุปสรรค
 ===============================================
วันศุกร์
สระผม-มีวาสนาดี
ตัดผม-ปัญญาดี อาหารอุดมสมบรูณ์
ตัดเล็บ-อาหารสมบรูณ์
ใส่เสื้อใหม่-ได้โชคมรดก
 ================================================
วันเสาร์
ห้ามสระผม-มากชู้หลายเมีย
ตัดผม- มาเสน่ห์(เจ้าชู้)
ห้ามตัดเล็บ-ล้มป่วย
ห้ามใส่เสื้อใหม่-เดือดร้อนเสียทรัพย์
==================================================
ห้ามสระผมวันสิ้นเดือน ,สิ้นปี -ทำให้เสื่อมราศรี ล้มป่วย
 ห้ามตัดผมวันพระ-ไม่เป็นมงคล
ห้ามตัดเล็บวันพระ-ทำให้ป่วย ,อุบัติเหตุ,อายุสั้น
 ===================================================
 
วันโกน วันพระสวดมนต์ไหว้พระ ถือศีลเคร่งครัด รักษาวินัยด้วยตนเอง  เช้าอาบน้ำ หน้าตาผ่องใสเสื้อผ้าแยกเช้าเย็น ไม่ปะปนกัน มือเท้าสะอาด หลับรึตื่นก็เป็นสุข
ด้วยใจไม่ไหลหลง ในรูปรสกลิ่นเสียง แม้ช้ำใจแค่ไหน ให้มันตกในไป พร้อมด้วยธรรมะบำบัด ดนตรีบำบัด ทุกอย่างไหลลงแม่น้ำธรรมรส แล สาธุๆๆๆ
=======================================================
ดำรงไตรลักษณ์
1.อนิจจัง- ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไม่จีรังยั่งยืน ดังคำกล่าว- เราไม่สามารถจุ่มเท้าซ้ำลงในแม่น้ำสายเดียวกัน(เฮราคลีตัส -นักปราญ์ชาวกรีก)
2. ทุกขัง- เพราะสิ่งต่างๆๆไม่จีรังยั่งยืน ชีวิตจึงเป็นสิ่งที่ไม่น่าพึงใจ  มีผู้คนมีความปรารถนาและผูกพันกับสิ่งที่ไม่ยั่งยืน แม้บางคนจะมีความพึงพอใจในระดับใดก็ตาม สิ่งนั้นก็ไม่ยั่งยืน  การที่ได้รู้ว่าความพึงพอใจใดๆๆสุดท้ายก็ต้องจบสิ้นลง  นั้นคือสาเหตุเเห่งทุกข์  
สำหรับพุทธศาสนิกชนนั้น ความทุกข์อาจไม่เป็นเพียงแต่ความเจ็บปวดหรือ โศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังหมายถึงสิ่งต่างๆๆที่ทำให้ชีวิตไม่ครบถ้วน ด้วย
3.อนัตตา- ไม่มีจิตวิญญานที่ยั่งยืน รวมทั้งสิ่งที่เรียกว่าอัตตา นั้นเป็นเพียงการมารวมกันของสิ่งต่างๆๆที่เปลี่ยนแปลงได้ พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบอัตตากับรถม้า และเป็นการรวมชิ้นส่วนต่างๆๆรวมเข้าด้วยกันและสามารถแยกออกจากกันได้ 
 ====================================================================
    

      
—- รัก นภ พรชำนิ feat. ปุ๊ อัญชลี.wmv  
 
เนื้อเพลง: รัก

 เหมือนฝนตกตอนหน้าแล้ง   เหมือนเห็นสายรุ้งขึ้นกลางแจ้ง

เหมือนลมหนาวเดือนเมษา   เหมือนหัวใจอ่อนล้ากลับแข็งแกร่ง

เหมือนคนกำลังมีรัก      เหมือนคนหลงทางพบคนรู้จัก

เหมือนเจอของสำคัญที่หล่นหาย  เหมือนร้ายนั้นกลายเป็นดีมากมาย

ที่ฉันนั้นได้ มาพบกับเธอ ชีวิตฉันจึงได้เจอ

(*)แต่ไม่รู้จะขอบคุณ ไม่รู้ทำอย่างไร ไม่รู้ว่าสิ่งไหน จะยิ่งใหญ่ควรค่าพอ ที่ฉันได้เจอะเธอ ได้รักโดยไม่ต้องขอ ได้รู้โดยไม่ต้องรอ ว่ารักคืออะไร

โอ้เธอ… ทำให้ฉันรู้จัก ความรัก  ที่ไม่มีเงื่อนไขใด ได้มา มีเธอนั้นเป็นคนให้ หัวใจให้เธอรู้ ซ้ำ (*) ว่ารักคืออะไร ฮือ….

ได้รู้โดยไม่ต้องรอ ว่า รัก คือ ..อะไร….

=============================================================

เพลงนี้ คุณปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ ร้องได้เพราะพริ้งมาก ทราบว่าเธอผิดหวังในชีวิต และได้พบเพื่อน คริตส์จักร และได้พบกลุ่มนักดนตรีกลุ่มหนึ่งจึงได้มีความสุข แต่พระศาสดาเรานั้นเคยเป็น พระเยซู มาก่อนแล้ว(หลังพระพุทธเจ้านามพระกัสปะปรินิพาน ซึ่งณ.ขณะนี้พระเยซูองค์ปัจจุบัน คือพระศรีอาริย์ หรือ พระนเรศวรล่าสุด ส่วนชื่อ พระสมณโคดม คือชื่อพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน)

เมื่อได้ทราบการกำเนิดของมนุษย์ และการเวียนเกิด    มนุษย์จึงควรแสวงหาหนทางดับทุกข์ด้วยตนเอง โดยใช้หลักพระพุทธศาสนาทุกเเขนงวิชารวมกัน ศึกษาด้วยตนเอง ปฏิบัติเอง แล้ว เมื่อนั้น… โลกและจักรวาลคือเพื่อนเรา

เอาใจช่วยทุกคนพร้อมเมื่อไหร่ ก็รักตนเอง ทำเพื่อตนเอง และเอื้อเฟื้อ มนุษย์โลกด้วยนะค่ะ

 
                          – —————————————-
ข้อความนี้ถูกเขียนใน หนังสือ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร