เชื่อมไฟใต้

เปิดเอกสาร”ลับ”สมช.ยันขบวนยาเสพติดชายแดน เชื่อมโยงไฟใต้ พบเครือข่ายใหญ่ นักการเมืองท้องถิ่น-ครูสอนศาสนา-จนท.รัฐร่วมวง

กรุงเทพธุรกิจ“ผ่าธุรกิจใต้ดินชายแดนใต้”ภาคแรก“ยาเสพติดระบาดหนักชายแดนใต้ เปิดเอกสาร”ลับ” สมช.ยันเชื่อมโยงสถานการณ์ความไม่สงบ โดยมี 2 เครือข่ายยักษ์พัวพัน จนท.รัฐ-นักการเมืองท้องถิ่น  “กรุงเทพธุรกิจ” เจาะลึกขบวนการ ธุรกิจใต้ดินชายแดน(ตอนแรก) เปิดเอกสารตีตรา “ลับ” สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พบว่าปัญหายาเสพติดระบาดหนัก เป็นอีกสาเหตุที่ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ยังครุกกรุ่นในวันนี้ ส่วนหนึ่งเพราะมีนักการเมืองท้องถิ่น ครูสอนศาสนา เจ้าหน้าที่รัฐร่วมวงอยู่ด้วย 
 ทั้งนี้การจับกุมยาเสพติด 2 ล็อตในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงเวลาไม่ถึง 20 วัน คือเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. จับกุมกลุ่มวัยรุ่น 7 คน พร้อมของกลางใบกระท่อมสดจำนวนถึง 66 กิโลกรัม ที่บ้านแห่งหนึ่งในเขต อ.เมือง จ.ยะลา และเมื่อปลายเดือนพ.ย. จับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ 6 ราย ซึ่งมี ส.ต.อ.อาซมี ดามาแร ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี รวมอยู่ด้วย พร้อมของกลางยาบ้า 16,162 เม็ด เงินสด และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าถึง 2.7 ล้านบาท คือสิ่งยืนยันถึงสภาพปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างรุนแรงในพื้นที่นี้ได้เป็นอย่างดี
 แต่ตลอดมาข่าวคราวเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดถูกบดบังด้วยปัญหาการก่อความไม่สงบรูปแบบต่างๆ ที่ถูกระบุว่าเป็นการกระทำของกลุ่มขบวนการต่อต้านรัฐไทย ทั้งๆ ที่มีข้อมูลจากหลายแหล่งยืนยันว่าปัญหายาเสพติดซ้อนทับอย่างแยกไม่ออกกับปัญหาความไม่สงบ ทั้งในแง่ที่เกี่ยวกับความมั่นคงโดยตรง และในแง่ที่กลุ่มผู้ค้าใช้ประโยชน์จากสถานการณ์วุ่นวายในพื้นที่ เอื้อให้ธุรกิจค้ายาเสพติดเฟื่องฟูอย่างมากในห้วงเวลาเกือบ 7 ปีที่มีสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มเกี่ยวข้องอยู่ในขบวนการด้วย
 และนั่นได้กลายเป็นคำถามของสังคมโดยเฉพาะผู้คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ย้อนกลับไปที่ฝ่ายความมั่นคงว่า เพราะเหตุนี้หรือไม่ “ไฟใต้” จึงคุโชนยืดเยื้อ และยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ทั้งๆ ที่ทุ่มเทงบประมาณของชาติลงไปจัดการปัญหามากกว่า 1.44 แสนล้านบาทแล้ว

สมช.-กอ.รมน.ชี้แก๊งค้ายาโยงไฟใต้
 ในเอกสารตีตรา “ลับ” ซึ่ง สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปลายปี 2552 เรื่อง “สรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคง ปัญหาการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์จริงในพื้นที่ โดยระบุตอนหนึ่งว่า ยาเสพติดยังคงเป็นปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขบวนการค้ายาเสพติดจากพื้นที่อื่นและประเทศเพื่อนบ้านยังมีความสามารถในการผลิตยาเสพติดหรือลักลอบลำเลียงเข้ามาจำหน่าย โดยผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงกับผู้ค้าในภูมิภาคอื่น ยาเสพติดหลักที่แพร่ระบาดมาก คือ ยาบ้า เฮโรอีน ยาไอซ์ และใบกระท่อม
 เอกสารฉบับเดียวกันยังระบุอีกว่า กลุ่มผู้เสพที่เป็นเยาวชนมักถูกชักจูงให้กระทำความผิดได้ง่าย ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง (หมายถึงกลุ่มก่อความไม่สงบ) ยังคงใช้ยาเสพติดเป็นสิ่งดึงดูดมวลชนและกลุ่มเยาวชนให้เข้ามาร่วมมือ รวมถึงใช้เป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบยาเสพติดจากบุคคลที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น และครูสอนศาสนา ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่งที่มีผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ด้วย
 รายงานของ สมช. สอดรับกับเอกสารตีตรา “ลับ” ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้รายงานหน่วยเหนือเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยได้อธิบายถึงสภาพสถานการณ์ความไม่สงบว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ในระดับน่าเป็นห่วง เนื่องจากพบแนวโน้มสูงขึ้นทั้งผู้ค้าและผู้เสพ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน
 ทั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงกับขบวนการยาเสพติดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้การติดต่อซื้อขายยาเสพติดและการจัดส่งยาเสพติดไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทำได้สะดวก
 นอกจากนั้น ยังพบว่ากลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล โดยมีนักการเมืองและข้าราชการบางส่วนคอยอำนวยความสะดวกในการขนย้ายลำเลียงยาเสพติดด้วย ทำให้การปราบปรามกระทำได้ยากมากขึ้นไปอีก

แฉเส้นทางลำเลียงยาเสพติด
 ข้อมูลจาก กอ.รมน. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 9 (ปปส.ภาค 9) รับผิดชอบพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ระบุว่า กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในภาคใต้เป็นเครือข่ายใหญ่ โดยจะลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาจากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และ ภาคตะวันออก เพื่อจำหน่ายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน โดยมีแหล่งพักอยู่ที่ อ.เมือง และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนส่งจำหน่ายตามจังหวัดต่างๆ รวมถึงส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์
 ขณะที่ ยาเสพติดประเภท Club Drug หรือ ยาเสพติดที่นิยมใช้ในสถานบันเทิง ได้แก่ ยาอี ไอซ์ โคเคน และยาเค จะนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย โดยขบวนการยาเสพติดข้ามชาติชาวมาเลเซีย หรือลำเลียงมาจากเมืองท่องเที่ยวในภาคตะวันออก เช่น พัทยา จ.ชลบุรี เพื่อส่งให้ผู้ค้ายาเสพติดชาวไทยนำไปจำหน่ายต่อให้กับนักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิง
 การนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน จะผ่านมาทางด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร ด่านพรมแดน และเส้นทางธรรมชาติที่เป็นรอยต่อกับประเทศมาเลเซีย อาทิ ในท้องที่ อ.สะเดา จ.สงขลา อ.สุไหงโก-ลก อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และ อ.เบตง จ.ยะลา
 ข้อมูลของ กอ.รมน.ระบุอีกว่า จากการจัดกำลังเข้าควบคุมเส้นทางโดยการตั้งด่านตรวจด่านสกัดบริเวณเขตรอยต่อทั้งเส้นทางสายหลักและสายรองที่ติดต่อกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงเส้นทางรอยต่อระหว่างอำเภอ ทำให้ผู้ค้ายาเสพติดส่วนใหญ่เลี่ยงใช้เส้นทางในตำบลและชุมชนแทน โดยเส้นทางลำเลียงยาเสพติดแบ่งตามประเภทของยาเสพติดได้ดังนี้
 – ยาบ้า มีแหล่งที่มาจากภาคเหนือ ส่งมายังพื้นที่ภาคกลางรวมถึงกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแหล่งพักยาเสพติดก่อนส่งต่อยังภาคใต้ โดยใช้เส้นทางรถยนต์เป็นหลัก
 – กัญชา มีแหล่งที่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านพื้นที่ภาคกลางต่อไปยังภาคใต้ สาเหตุที่กัญชาเป็นที่ต้องการ เพราะเป็นยาเสพติดที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมเสพ โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวอย่าง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส อ.เบตง จ.ยะลา
 – ยาเสพติดประเภท Club Drug ได้แก่ ไอซ์ ยาอี ยาเค และโคเคน ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากมาเลเซียและสิงคโปร์ ขณะที่บางส่วนนำมาจากภาคกลางและภาคตะวันออก กลุ่มผู้เสพเป็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แต่จำกัดกลุ่มเฉพาะลูกค้าระดับบน เนื่องจากราคาสูง
 – ยาเสพติดชนิดอื่นที่มีส่วนผสมของใบกระท่อมและยาแก้ไอ เช่น “สี่คูณร้อย” ซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในส่วนของใบกระท่อมและยาแก้ไอส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย ด้าน อ.สะเดา จ.สงขลา และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ขณะที่อีกจำนวนมากส่งตรงจากกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ ทางภาคใต้ตอนบน ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช โดยใช้วิธีส่งทางไปรษณีย์ หรือไม่ก็ลำเลียงโดยรถยนต์

สองเครือข่ายใหญ่พัวพัน”จนท.รัฐ”
 ข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 9 ยังระบุอีกว่า กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ที่เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ มีเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาล และมีฐานที่มั่นอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอยู่ 2 เครือข่ายด้วยกัน ประกอบด้วย
 1.เครือข่ายของ นายมะยากี ยะโก๊ะ มีฐานอยู่ใน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เคยถูกเจ้าหน้าที่ค้นบ้านและพบเงินสดจำนวน 30 ล้านบาท ซุกอยู่ในท่อพีวีซี เมื่อเดือนต.ค. 2550 จนเป็นข่าวครึกโครม และภายหลังนายมะยากีถูกเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของมาเลเซียจับกุมส่งทางการไทย แต่แม้จะถูกจับกุมแล้ว เครือข่ายและลูกน้องของนายมะยากีก็ยังคงเดินหน้าธุรกิจค้ายาต่อไป
 2.เครือข่ายของ นายอุสมาน สาแลแมง มีฐานใหญ่อยู่ใน จ.นราธิวาส ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมกวาดล้างเครือข่ายระดับต่างๆ ของนายอุสมานได้บ่อยครั้ง แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถจับกุมตัวนายอุสมานได้ มีเพียงการยึดทรัพย์หลายรายการ โดยหนึ่งในนั้นคือ รถยนต์โตโย้ต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน ศส 9187 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบธนบัตรจำนวน 9,998,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในรถจนตกเป็นข่าวครึกโครมเมื่อไม่นานมานี้เอง
 จากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ยังพบว่า มีนักการเมืองท้องถิ่นทั้งระดับต่างๆ ทั้งใน อ.สุไหงโก-ลก และอำเภอใกล้เคียง เช่น อ.แว้ง อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ร่วมอยู่ในขบวนการค้ายาเสพติดดังกล่าวด้วย โดยหลายคนมีชื่ออยู่ในบัญชีการข่าวว่าเป็นแกนนำหรือผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับกลุ่มก่อความไม่สงบ
 แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 9 ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ของรัฐและฝ่ายความมั่นคงบางกลุ่มเข้าไปเกี่ยวข้องในธุรกิจยาเสพติดด้วยเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ มีพฤติกรรมในลักษณะอำนวยความสะดวกในการขนส่งหรือจำหน่ายแลกกับผลประโยชน์ที่ได้รับจากเครือข่ายผู้ค้าในรูปของ “ส่วย” และผลประโยชน์ตอบแทนรายเดือน

สถิติจับกุมยาเสพติดสูงขึ้นทุกปี
 จากข้อมูลเชิงสถิติที่เก็บรวบรวมโดยสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 9 พบว่าการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่มีแนวโน้มน่าวิตก โดยสถิติจับกุมคดียาเสพติดในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และสี่อำเภอของ จ.สงขลา มีสูงขึ้นทุกปี กล่าวคือ
 ปี 2548 จับกุมได้ 2,425 คดี ปี 2549 จับกุมได้ 3,342 คดี ปี 2550 จับกุมได้ 4,344 คดี ปี 2551 จับกุมได้ 5,297 คดี ปี 2552 จับกุมได้ 5,886 คดี ปี 2553 เพียง 4 เดือน (ตั้งแต่เดือนม.ค. ถึงเดือนเม.ย.) จับกุมได้ 2,172 คดี (ดูตารางประกอบ)
 สำหรับจังหวัดที่มีสถิติการจับกุมสูงที่สุดคือ จ.ยะลา รองลงมาคือ จ.นราธิวาส และอำเภอที่มีสถิติคดียาเสพติดสูงเป็นลำดับต้นๆ คือ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

ที่มา:  กรุงเทพธุรกิจ

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน หนังสือ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s