‘สิทธิเอเชีย’ชี้ไทย จับขังแดง ราวกับรัฐทหาร

  วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7320 ข่าวสดรายวัน
‘สิทธิเอเชีย’ชี้ไทย จับขังแดง ราวกับรัฐทหาร
ยัน’นปช.’ไม่ใช่ภัยต่อชาติ รายงานประจำปีตีแผ่โลก สับ’กก.สิทธิไทย’ล้มเหลว คดีนักข่าวยุ่นถึงสถานทูต

ฟ้องญี่ปุ่น –ตัวแทนกลุ่มเสื้อแดง แห่รูปถ่ายของนายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพ ชาวญี่ปุ่นในเหตุการณ์ที่ถูกยิงตายในวันที่ 10 เม.ย. ระหว่างนำหลักฐานในคดีส่งมอบให้แก่สถานทูตญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.53 

กมธ.สิทธิเอเชีย’ เปิดรายงานตีแสกหน้าไทย ชี้เป็น ‘รัฐทหาร’ ให้อำนาจ ‘ศอฉ.’ ปราบ ม็อบแดงไม่ต่างกับ 3 จังหวัดภาคใต้ จนท.รัฐอยู่เหนือกฎหมาย จะเรียกใครไปสอบก็ได้ตามต้องการ ทั้งที่ขัดแย้งกติการะหว่างประเทศชัดเจน เชื่อ ‘นปช.’ ไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงชาติ แต่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงรัฐบาล สับ ‘กก.สิทธิมนุษยชนไทย’ ล้มเหลวที่จะปกป้องเสรีภาพในช่วงวุ่นวายเดือนเม.ย.-พ.ค. ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงยื่นหลักฐานถึงสถานทูตญี่ปุ่นแล้ว คดีฆ่านักข่าวรอยเตอร์ ระบุมี 4 พยานเห็นชัดนาทียิง ด้าน ‘ธิดา’ ถก ‘คณิต’ ปธ.ปรองดอง จี้ปล่อยนัก โทษการเมือง ส่วน ‘ธาริต’ แถลงชี้แจงพัลวัน คดี 91 ศพ อ้างหลักฐานไม่เพียงพอ ต้องโยนให้ตำรวจทำ

ยื่นสถานทูตแล้ว-คดีนักข่าวยุ่น

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ธ.ค.53 ที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย กลุ่มเสื้อแดงกว่า 100 คน นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และเครือข่ายประชาชนผู้ประสบเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.2553 ตั้งขบวนเดินเท้าชูภาพถ่ายนาย ฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพชาวญี่ปุ่นของสำนักข่าวรอยเตอร์ ที่ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์สลายม็อบเมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย. และภาพผู้เสียชีวิตคนอื่น พร้อมทั้งชูป้ายเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น และภาษาไทย มีเนื้อหาเกี่ยวกับกรณีที่รัฐบาลสั่งให้ทหารเข้าสลายการชุมนุม จนเป็นเหตุให้นาย ฮิโรยูกิ และผู้ชุมนุมเสียชีวิตจำนวนมาก

จากนั้นนายสมยศ นำรูปถ่ายขนาดใหญ่ของนายฮิโรยูกิ มาวางที่ทางเข้าสถานทูต วางช่อดอกกุหลาบสีแดงไว้อาลัยนายฮิโรยูกิ ก่อนที่นายสมยศจะอ่านแถลงการณ์ว่า ตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมา การสอบสวนสาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ยังไม่มีความคืบหน้า แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการเตะถ่วง และโอนคดีไปมา ตั้งแต่การโอนคดีไปสน. นางเลิ้ง สน.ชนะสงคราม บช.น. และล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม

มี 4 พยานเห็นชัดนาทียิง

นายสมยศ กล่าวต่อว่า การตายดังกล่าวไม่เฉพาะพี่น้องคนเสื้อแดงเท่านั้น แต่มีนายนาย ฮิโรยูกิ ช่างภาพชาวญี่ปุ่นรวมอยู่ในนั้นด้วย ถือเป็นเหยื่อความโหดเหี้ยมจากภาครัฐ เช่นเดียวกับพี่น้องเสื้อแดงที่เสียชีวิต จากการพิสูจน์ทางนิติ วิทยาศาสตร์ก็ปรากฏชัดว่า นายฮิโรยูกิ ถูกยิงหน้าอกทะลุหลัง ด้วยอาวุธความเร็วสูง และอาวุธที่ว่าคือ เอ็ม 16 และทาโวร์ ที่ใช้สลายการชุมนุม โดยขณะนั้นนายฮิโรยูกิ กำลังบันทึกภาพอยู่ฝั่งคนเสื้อแดง หันหน้าไปทางทหาร เพื่อ เป็นการพิสูจน์ และเกรงว่ารัฐบาลไทยจะบิดเบือน ข้อมูล ทางเราจึงส่งมอบหลักฐานต่างๆ ที่สอบ สวนและตรวจสอบโดยภาคประชาชน มีทั้งภาพ ถ่าย วีซีดี โดยเฉพาะภาพนายฮิโรยูกิ ที่ถูกยิงล้มลง รวมถึงรายชื่อ รูปถ่ายพยานที่เห็นและอยู่ในเหตุการณ์ 4 คน ประกอบด้วยประชาชนที่อยู่ใน เหตุการณ์ พ่อค้าแม่ค้า และหน่วยกู้ภัยมามอบให้สถานทูตญี่ปุ่น

“ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า อย่ามีการข่มขู่พยาน หรือโยกย้ายหลักฐาน และหากนายอภิสิทธิ์ ยังมีความเป็นมนุษย์ ยังมีจริยธรรม ก็ควรเปิดเผยความจริง ไม่ใช่มัวแต่พูดโกหก หากทำไม่ได้ก็ควรลาออก หรือยุบสภาไป หรือถ้าทำไม่ได้จริงๆ ก็ควรยิงตัวตายตามประชาชนผู้ถูกสังหาร” แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กล่าว

อีกส่วนมอบให้ทนาย’แม้ว’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายสมยศอ่านแถลงการณ์จบ นายสมยศมอบรูปถ่ายนายฮิโรยูกิ และกล่องแดงที่ภายในมีหลักฐานเป็นเอกสารภาษาไทย และภาษาอังกฤษ จำนวน 10 หน้ากระดาษ พร้อมทั้งภาพนิ่ง วีซีดี รูปถ่ายพยานยืนยัน มามอบให้เจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่น โดยมีนายมาซาโตะ นากานิชิ เลขานุการโท และกงสุล สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย เป็นตัวแทนรับมอบ จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงร่วมกันยืนอาลัย และร้องเพลงนักสู้ธุลีดิน ก่อนแยกย้ายกันกลับ

นายสมยศ ให้สัมภาษณ์ว่า การยื่นหลักฐานในครั้งนี้ เป็นของภาคประชาชน ที่เก็บรวบรวมกันมาให้สถานทูต เป็นคนละส่วนกับหลักฐานของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และข้อมูลหลักฐานของเรา เมื่อคืนวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มอบให้นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ ดัม ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็เป็นในส่วนของประชาคมโลก ที่ต้องกดดันและประณามการกระทำของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ต่อไป

‘ธิดา’ถก’คณิต’ปล่อยนักโทษแดง

ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ นางธิดา โตจิราการ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วยคณะกรรมการนปช.ชุดใหม่ เดินทางเข้าพบนายคณิต ณ นคร ประธานคอป. เพื่อยื่นแถลงการณ์ นปช. และพูดคุยหาแนวทางการค้นหาความจริงในเหตุ การณ์สลายการชุมนุมม็อบเสื้อแดง รวมถึงหาแนวทางปล่อยนักโทษทางการเมืองให้ออกมาต่อสู้คดีในชั้นศาลได้ โดยใช้เวลาพูคคุยกันประ มาณชั่วโมงครึ่ง

นางธิดา กล่าวว่า เดินทางมาขอบคุณคอป. ที่ทำงานด้วยความจริงใจที่จะแก้ปัญหาเรื่องต่างๆ เช่น เรียกร้องให้ปลดโซ่ตรวนนักโทษนปช. ปล่อยตัวออกมาต่อสู้คดีได้ เรื่องต่อมาคือขอให้คอป.ค้นหาความจริงต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อ หาทางออกของประเทศไทยให้ได้ เนื่องจากในขณะนี้นปช.บางกลุ่มยังคงแคลงใจเกี่ยวกับความจริงที่เกิดขึ้น และการนำเสนอกระบวนการปรองดองจากฝั่งนปช. ที่ต้องชี้แจงว่ากลุ่มคนเสื้อแดงยอมรับความจริงทั้ง 2 ฝั่ง ถ้าคนเสื้อแดงผิดก็ยอมรับผิด แต่ต้องเป็นการยอมรับความจริงทั้ง 2 ด้าน และต้องรวดเร็ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และสมานฉันท์ในประเทศ เพราะคอป.เป็นความหวังของประเทศ เหมือนอย่างในต่างประเทศที่เคยได้ผลมา เป็นการแก้ปัญหาของประเทศด้วยความจริง

ตอก’มาร์ค’พูดจริงครึ่งเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้นายกฯ กล่าวว่า ได้เคยยื่นความช่วยเหลือไปแล้ว แต่ถูกปฏิเสธ นายธิดากล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ พูดถูกเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะที่ผ่านมารัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือเพียงการไถ่ถามความเป็นอยู่เท่านั้น ไม่เคยถามถึงเรื่องคดีหรือทางการเมืองแม้แต่ครั้งเดียว จึงมีเพียงกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยกันเองที่ช่วยเหลือกันเรื่องคดี เพราะถ้ารัฐบาลจริงใจช่วยเหลือประสานงานเรื่องคดีจริง ก็สามารถเรียกกลุ่มคนเหล่านั้นมาพบได้ พวกเขาพร้อมเสมอ และหาก ที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ ไม่เคยทำ ก็ไม่เป็นไร สามารถทำใหม่ได้ สามารถพบพูดคุยกับแกนนำนปช.ได้ทันที เพราะแกนนำนปช.มีข้อมูลต่างๆ จากนปช.ที่อยู่ในเรือนจำอยู่แล้ว ยินดีให้ข้อมูลหากรัฐบาลต้องการ เพื่อนำไปสู่ความปรองดองอย่างยั่งยืน

พบ”คณิต” – นางธิดา โตจิราการ รักษาการประธานนปช. เข้าพบกับนายคณิต ณ นครประธานคอป. เพื่อยื่นแถลงการณ์นปช. รวมถึงหาแนวทางปล่อยนักโทษทางการเมืองให้ออกมาต่อสู้คดีในชั้นศาล ที่สำนักงานคอป. เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.53

ด้านนายคณิต กล่าวว่า เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างคอป. และแกนนำนปช.ชุดใหม่ เพื่อช่วยกันตรวจสอบและค้นหาความจริง ส่วนการทำหนังสือไปยังรัฐบาล เพื่อขอให้ปล่อย ตัวนักโทษนปช. แล้วไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลนั้น ต้องไปถามรัฐบาลเองว่าเพราะอะไร
สับเละ’กก.สิทธิไทย’ล้มเหลว

รายงานระบุอีกว่า เอเอชอาร์ซีเคยเรียกร้องให้ยูเอ็นลดความน่าเชื่อถือ และเพิกถอนสิทธิการเป็นสมาชิกในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของไทยมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2540 เนื่องจากไม่ปฏิบัติสอดคล้องกับหลักการกรุงปารีสของยูเอ็น โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของไทยขาดความเหมาะสม ทั้งในเชิงองค์ประกอบและกระบวนการสรรหาบุคลากร โดยคณะกรรมการ ที่เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ 1 คน นักการเมือง 2 คน และนักธุรกิจที่ติดบัญชีดำละเมิดสิทธิมนุษยชน ของคณะกรรมการชุดก่อนหน้า ทั้ง หมดไม่เคยมีประวัติอันเป็นสาธารณประโยชน์ทางด้านสิทธิมนุษยชนแม้แต่คนเดียว ด้วยเหตุข้างต้นไม่น่าแปลกใจที่คณะกรรมการดังกล่าวจะ ล้มเหลวในการปกป้องเสรีภาพของชาวไทย ดั่งในเหตุการณ์วุ่นวายช่วยเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา

เอเอชอาร์ซีระบุในตอนท้ายว่า ท่ามกลางความแตกแยกที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น หน่วยงานของภาครัฐไม่เพียงแต่ติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นภัยคุกคาม แต่ยังเลยเถิดถึงขั้นจับกุมกลุ่มบุคคลที่เป็นกลาง อันจะเห็นได้จากการพุ่งเป้าไปที่นักเคลื่อนไหวอิสระ และกิจกรรมทางด้านสังคม ที่พบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยข้อหาที่ไร้สาระ ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออก และผลักดันกระบวนการยุติธรรม เข้าสู่วังวนของความวุ่นวายทางการเมือง ด้วยการอ้างกฎหมายเป็นฉากบังหน้า เพื่อใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้าม

ที่มา:ข่าวสด

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง, หนังสือ, Books คั่นหน้า ลิงก์ถาวร