แผนอำมาตย์ทำลายล้างเสื้อแดงไทย

แผนนี้ต่อจาก2ฉบับยึดประเทศไทยหลังจากคมชยึดอำนาจ19ก.ย49 ได้มีการดำเนินตามแผนมุสลิมครองไทยต่อๆๆกันมา จากพธมยึดสนามบินขับไล่ท่านสมัคร ด้วยศาล ท่านนายก สมชายออกไป แม่อุ้มอภิสิทธ์ โฆฆะนายก โดยไม่สนใจประเทศชาติ จนมีเขาวิหารที่เสี่ยงต่อการเสียดินแดน และภัยจากรอบประเทศ อาวุธจดทะเบียนโลกที่มีมากกว่้าไทย ปชชไทยเห็นภัยร้ายแรง มาชุมนุมให้นายกอภิสิทธ์มหาภัย ยุบสภา แต่ดื้อดึงลงจากหลังเสือไม่เป็น ฆ่าปชชไทยผู้หวังดีมาซ้อมรบภาคปชช ป้องกันประเทศไทยในหลายๆๆรูปแบบและหลายๆๆเรื่องเป็นการปรึกษาหารือวิธีป้องกันภัยประเทศภาคปชช แต่รัฐบาลไทยยุคอภิสิทธ์ เห็นไม่ดีคิดต่าง ยัดข้อหาก่อการร้ายจัดฉากอาวุธ กลบความชั่วใส่ร้ายป้ายสีปชชไทย จึงมีแผนฉบับนี้ออกมา กลบความผิดตนเอง และทำให้เสื้อแดงลดตัดทอนกำลังใจลง  ขณะเดียวกันก็ผ่านเงินเดือนเอาใจข้าราชการทุกส่วนให้เงินเฟ้อ แต่ปชชไทยจน โง่ เจ็บ เพื่อปกครองง่าย

วิเคราะห์สังคมไทย ปชตนั้นมีเรียนในหลักสูตรปริญญาตรี อันเดียวกับนานาชาติไม่มีแบบใหม่ กฎหมายด้วยก็จากนานาชาติ ประวัติศาสตร์จากการขุดพบวัตถุโบราณ และท้องถิ่นไทยได้บันทึกไว้ตามตำบล อำเภอ จังหวัดตั้งแต่สมัย ท่าน ทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี และแต่เดิม มาเลเซียเป้นของไทยตั้งแต่สมัยพระเจ้าตาก ทวาราวดี ศรีวิชัย ศาสนาฮินดูอยู่มาก่อน4000 ปี ต่อมาศาสนาพุทธ2553ปี มีคริตส์นิดหน่อยเผยเเพร่ได้ปชกไม่มาก แต่มีต่างชาติในไทย ก็อยู่อย่างสงบ ต่อมาเพิ่งมีมุสลิมขาลง และแยกดินแดนไทยออกไปในสมัยรัฐกาลที่5ที่ไทยเสียดินแดนให้ และมาเลเซียเป้นมุสลิม

สรุปแต่ก่อนมาเลเซียต้องส่งส่วยให้ไทย และไทยมีโรงเรียนคุณหนูที่ปีนัง เป็นโรงเรียนประจำ ร.5ก็เคยเสด็จไป มาแล้ว และทรงประพาสยุโรป เพื่อพบท่านอแอนนา ช่วยด้านต่างประเทศ ซึ่งก็ได้รับเมตตา จนท่าน หลุยมาช่วยด้านค้าขายเป็นขุนคลังให้อีกแรง การเมืองการเจริญรุดหน้าต่างชาติมาช่วยงานเยอะ ซึ่งก็รักใคร่กันดี ไม่มีข้อครหา ยุคหลังๆๆแต่งประวัติศาสตร์เองจนเพื้ยน หม่อมดารารัสมีณ.เชียงใหม่ก็มีแต่จะกบฏ คุณไสเวชก็เล่น คนเหนือมักบูชาผีเช่นปล่อยโคมไฝยี่เป็ง นั้นบูชาวิญญานต่างๆๆเหมือนผีตาโขนของจังหวัดเลย   ซึ่งเรียกมนต์ดำ  เลยไม่ได้กลับบ้าน ยิ่งร.6นั้นหลังจากเกิดสังหารพระนาง สุนันทา มีการสืบคดีชั้นความลับราชวงค์ พระองค์ก็ขังคนร่วมขบวนการไว้ในเวียงวังมิให้ราชวงค์มัวหมองใช้กลยุทธ์รบกับแม่ๆๆอดีตเมียพ่อหลายๆๆด้าน

ก็เขียนประวัติตนเองสวยหรู หลักฐานแท้จริงยังมีอยู่ ออกมาจะหงายหลังไปใหญ่ ดอกชู้ ดอกทองก็มาก จึงควรสงบดีที่สุดเจ้าๆทั้งหลาย อย่าทำไรปกป้องชูตนเองจนเกินฐานะจริง  ในไทยมีเทวดารักษาปกป้องและเป็นพยานอยู่มาก เพศภัยธรรมชาติจะโดนเล่นงาน เพราะโลกนี้อยู่แบบลอยๆๆด้วยธรรม ดิน น้ำ ลม ไฟ หากผิดหลักความจริง บรรลัยมาเยือน พีธีการต่างๆๆอย่าเพี้ยนไปหมดให้ยึดทางธรรม อย่าไผ่ผีมากนัก  ใส่บาตรกลางคืนเที่ยงคืนก็เพื้ยน  พระอุปครุตนั้นมีเฉพาะพระยามิลินทร์ก็ไปทำใหม่ ก็เพี้ยน

พม่าองค์สีปอท่านแม่คือลูกสาวเจ้าพระยาบดินทร์มีเมียเชียงใหม่ก็ใส่คุณไสศาสตร์ให้ผัวรักหลงจน ทำบาปฆ่าคนอันมากจนล่มจมเอง  ทหารทนไม่ได้ครองประเทศจนศาสนาพุทธคงอยู่ เพราะตระกุลนี้เชื่อผีเล่นคุณไสยเวช เหมือนโหรวารินทร์ คมช สรุปแล้วประวัติศาสตร์ เรียนจากปากคนต้องการให้เป้น และก็เชื่องมงาย หากวิปัสสนาสักนิด เทวดาคงบอกกำกับและหลักฐานมาโชว์เอง เป็นวิทยาศาสตร์   แผ่นดินเหนือคงไม่แยกน้ำไม่ท่วมมากขนาดนี้ เล่นไปบูชาผีเปรต กรรม

ทาสรับใช้อำมาตย์ก็…นรกรออยู่ปชตลงละกัน หุ หุ หุ(ปชชบอก กูรู้แล้ว พวกลูกหลาน โหลนผีเปรต กู้ๆๆๆๆๆ กับปอบหยิบ อะลุงผีกระหัง แถม ฮาๆๆๆๆๆๆ )

แผนอำมาตย์

  1. ใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง ล่อลวง และ ทำลายเยาวชนเสื้อแดงอย่างสุดความสามารถ โดยการปลุกปั่นพวกเค้าให้ดูหมิ่นเหยียดหยามสถาบันเบื้องสูง และก้าวต่อไปอีกก้าวหนึ่ง ถึงขึ้นคัดค้านความคิดและการศึกษา ที่พวกเค้าได้รับมาแต่เดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเคารพนักถือสถาบันหลัก ช่วยและกระตุ้นพวกเค้า สร้างอารมณ์ และโอกาส
  2.  จะต้องทำงานการโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) ทุกอย่าง เท่าที่จะทำได้อย่างสุดความสามารถ รวมทั้งภาพยนต์ หนังสือ โทรทัศ วิทยุกระจายเสียง และการเผยแพร่ ศาสนา ในรูปแบบใหม่ ขอแต่เพียงให้พวกเค้าใฝ่ฝันในรูปแบบ เสื้อผ้า อาหาร การอยู่อาศัย การสัญจร การบันเทิง และการศึกษาแบบเรา ก็ถือว่า สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว
  3. จะต้องชักนำความสนใจ ของเยาวชน ของเค้า ให้หันเหไปจากการเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยและความถูกต้อง ด้วยการสร้างภาพจริยธรรมและค่านิยมแบบใหม่ๆ ให้ความคิดอ่านของเค้าไปร่วมศูนย์อยู่ที่ การแสดง การกีฬา หนังสือ กามตัญหา การแสวงหาความสุข การละเล่น ภาพยนต์ และ อาชญากรรม ความเชื่องมงายในไสยศาสตร์
  4. จะต้องให้ก่อเกิดกระแสคลื่นกวนน้ำให้ขุ่นอยู่เสมอ แม้จะไม่มีเหตุการณ์ อะไรก็ตาม ร่วมถึงจะต้องโกหกก็ตาม แล้วให้ประชาชนพวกเค้าแสดงการวิภาควิจารย์อย่างเปิดเผย… ดังนี้ จะเป็นการปลูกฝั่งพืชแห่ง ความแตกแยกในความคิดของพวกเค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะต้องหาโอกาศดี ในชนชาติส่วนน้อยของพวกเค้า สร้างความอาฆาตใหม
  5. จะต้องสร้างข่าวขึ้นมาไม่ขาดระยะ สร้างความอัปลักษณ์ แก่ผู้นำ คนที่นับถือและยกย่องของเค้า ผู้สื่อข่าวของเราควรจะฉวยโอกาศเข้าสัมภาษณ์พวกเค้า หลังจากนั้นก็จัดเรียงถ้อยคำของพวกเค้า ไปโจมตีพวกเค้าเอง การถ่ายรูปและถ่ายคลิปต่างๆ จะต้องสนใจเป็นพิเศษ มันเป็นโอกาศที่ดีที่สุด ในการสร้างความอัปลักษณ์
  6. ไม่ว่าจะอยู่ภายสภาวะใด เราจะต้องป่าวร้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย (ระบอบการปกครองประเทศในรูปแบบที่เราต้องการ) เมื่อมีโอกาส ก็จะต้องรีบปลุกระดมการเคลื่อนไหวให้ประชาชนออกมาสนับสนุนในทันที ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือ ขนาดใหญ่ จะมีรูปแบบหรือไม่มีรูปแบบ ก็ตาม ไม่ว่าจะอยู่ในกาละเทศะใด ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะใด
  7. หากพรรคการเมืองของพวกเขาได้เป็นรัฐบาล เราจะต้องยุยงส่งเสริมให้รัฐบาลของพวกเค้า ใช้จ่ายสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่งเสริมให้พวกเค้ากู้หนียืมสินจากพวกเรา ดังนั้นเราก็จะมีความมันใจเต็มที่ ในการทำลายล้างเครดิตของพวกเค้าได้ เราให้เงินตราของพวกเค้ามีราคาถูก ก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ
  8. เราจะต้องใช้ความได้เปรียบทาง ศก.และ ทางเทคโนโลยี โจมตีอุตสาหกรรมของพวกเค้า ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น เพียงแต่อุสาหกรรมของพวกเค้าเป็นอัมพาต ไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เราก็จะสามารถปลุกระดมความปั่นป่วนของสังคมขึ้นมาได้ แต่ทว่าภายนอกแล้ว เราจะต้องแสดงให้เห็นว่า ได้ช่วยเหลือเกื้อหนุ่นพวกเค้า
  9. เราจะต้องทำลายจิตใจแห่งศิลธรรมตามวิสัยของพวกเค้าให้พินาศ ทำลายหัวกุญแจแห่งความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นในตัวเองให้สิ้นเชิง
  10. จัดส่งข่าวสาร คลิปลับ เอกสารแฉพฤติกรรม และเอกสารโจมตีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้นำของพวกเค้า และบุคคลที่เค้าเคารพนับถือ ส่งอย่างลับๆ ทั้งด้วยการแจกจ่ายเป็นใบปลิว หรือส่งผ่านเครื่องมือสื่อสารต่างๆ ให้กับผู้ที่หัวอ่อนเชื่ออะไรง่ายๆ ผู้ที่เป็นศัตรูของพวกเค้าอยู่แล้ว
Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร