จักกวัติสูตร สูตรว่าด้วยพระเจ้าจักรพรรดิ์ รัตน7

พระผู้มีพระภาคประทับ ณ นครมาตุลา แคว้นมคธตรัสสอนภิกษุทั้งหลายให้พึ่งตนพึ่งธรรมและเจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้วตรัสเล่าเรื่อง รัตนะ๗ประการของพระเจ้าจักรพรรดิ์พระนามว่า ทัฬหเนมิ คือ :-๑. จักร (ลูกล้อรถ) แก้ว(จักกรัตนะ)

. ช้างแก้ว (หัตถิรัตนะ)

๓. ม้าแก้ว (อัสสรัตนะ)

๔. แก้วมณี (มณีรัตนะ)

๕. นางแก้ว (อิตถีรัตนะ)

๖.ขุนคลังแก้ว (คหปติรัตนะ)
๗. ขุนพลแก้ว (ปริณายกรัตนะ)
 
พระเจ้าทัฬหเนมิตรัสสั่งบุรุษคนหนึ่งให้คอยดูว่าจักรแก้วเคลื่อนจากฐานเมื่อไรให้มาบอก จำเนียรกาลล่วงมา เมื่อจักรแก้วเคลื่อนจากที่บุรุษนั้นก็ไปกราบทูล พระองค์จึงตรัสเรียกพระราชบุตรองค์ใหญ่มอบราชสมบัติให้แล้วปลงพระเกสาและพระมัสสุ ทรงผ้ากาสายะ (ผ้าย้อมฝาด)ออกผนวชเป็นบรรพชิต

เมื่อออกผนวชเป็นราชฤษีได้ ๗ วันจักรแก้วก็อันตรธานหายไป
พระราชา (พระองค์ใหม่) ก็ทรงเสียพระราชหฤทัยเข้าไปเฝ้าพระราชฤษี เล่าความถวาย พระราชฤษีก็ตรัสปลอบว่าจักรแก้วเป็นของให้กันไม่ได้และทรงแนะนำให้บำเพ็ญจักกวัตติวัตรคือข้อปฏิบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ์มีฐานะอยู่ที่เมื่อปฏิบัติแล้วจักรแก้วอันเป็นทิพย์ มีกำตั้งพันมีกงดุมสมบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวงจักปรากฏขึ้นแก่พระราชา ผู้รักษาอุโบสถ ในวันอุโบสถ๑๕ ค่ำ

ผู้ขึ้นสู่ชั้นบนปราสาท กราบทูลถามว่าวัตรอันประเสริฐของพระเจ้าจักรพรรดิ์เป็นอย่างไร ตรัสตอบว่ารักษา๑0อย่าง ดังนี้

๑.พลกายหรือ  (กองทหารที่อยู่ใกล้ชิด) อยู่ดีมีสุข กายใจครอบครัว 

 ๒. กษัตริย์ ใต้อาณัติของพระองค์ดูแลบ้านเมืองและปชชอยู่ดีมีสุขไหม

 ๓. ผู้ติดตามอำมาตย์และผู้รับใช้ ดูแลบ้านเมืองเข็มแข็งและซื่อสัตย์ สุจริต

๔. พราหมณ์คฤหบดีคหบดี มีศีลธรรมและช่วยปชช

๕.ชาวนิคมชนบท อยู่ดีมีสุข

๖. สมณพราหมณ์อยู่ในศีลธรรม 

๗. เนื้อและนก ให้อุดมสมบรูณ์

๘. ขัดขวางผู้ทำการที่ไม่เป็นธรรม 

๙.เพิ่มให้ทรัพย์แก่ผู้ไม่มีทรัพย์

๑๐. เข้าไปหาสมณพราหมณ์แล้วถามปัญหา

แยกเป็น๓ ประเด็น คือ เคารพธรรม,คุ้มครองธรรม และปราบอธรรม
เมื่อพระราชา (ผู้เป็นราชบุตร) กระทำตามจักรแก้วก็ปรากฏขึ้นตามที่พระราชฤษีทรงกล่าวไว้พระราชาจึงทรงถือเต้าน้ำด้วยพระหัตถ์ซ้าย ทรงหมุนจักรแก้วไปด้วยพระหัตถ์เบื้องขวารับสั่งว่า จักรแก้วอันเจริญจงหมุนไปเถิดจงมีชัยเถิดแล้วยกกองทัพมีองค์สี่ติดตามไปทั้งสี่ทิศจนจดสมุทรสั่งสอนพระราชาในทิศนั้นให้ตั้งอยู่ในศีลห้า แล้วมอบให้ครอบครองสมบัติต่อไปตามเดิม (เพียงให้ยอมแพ้เท่านั้นเมื่อได้ชัยชนะทั้งสี่ทิศแล้วก็เสด็จกลับสู่ราชธานีตามเดิม
พระเจ้าจักรพรรดิ์พระองค์ที่ ๒-๓-๔-๕-๖ และที่ ๗ ก็เป็นอย่างนี้พระเจ้าจักรพรรดิ์ที่ ๗ เมื่อออกผนวชและมอบพระราชสมบัติแก่พระราชโอรสแล้ว จักรแก้วก็อันตรธานหายไปพระอำมาตย์ราชบริพารก็ถวายคำแนะนำเรื่องวัตรของพระเจ้าจักรพรรดิ์ความผิดพลาดในพระราชาองค์ที่ ๘ พระราชาสดับแล้ว ก็ทรงจัดการรักษาคุ้มครองอันเป็นธรรมแต่ไม่พระราชทานทรัพย์แก่ผู้ไม่มีทรัพย์ (ในข้อนี้เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในปัจจุบันก็คือไม่จัดการด้านสังคมสงเคราะห์ไม่มีการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก) ความยากจนก็ไพบูลย์ เมื่อความยากจนไพบูลย์คนก็ลักทรัพย์ของผู้อื่น ราชบุรุษจับได้ก็นำมาถวายให้ทรงจัดการเมื่อทรงไต่สวนได้ความเป็นสัตย์ และทราบว่าเพราะไม่มีอาชีพก็พระราชทานทรัพย์ให้ไปเลี้ยงตนเลี้ยงมารดาบิดาบุตรภรรยาประกอบการงานและบำรุงสมณพราหมณ์ต่อมามีคนลักทรัพย์ของผู้อื่นและถูกจับได้อีก ทรงไต่สวนได้ความเป็นสัตย์อย่างเดิมก็พระราชทานทรัพย์อีกข่าวก็ลือกันไปว่า ถ้าใครลักทรัพย์ก็จะได้พระราชทานทรัพย์คนก็ปรารถนาจะลักทรัพย์มากขึ้น
 
ต่อมา ราชบุรุษจับคนลักทรัพย์ได้อีกแต่คราวขึ้นพระราชาทรงเกรงว่า ถ้าพระราชทานทรัพย์การลักทรัพย์ก็จักเพิ่มขึ้นจึงตรัสสั่งให้มัด โกนศรีษะ พาตระเวนไปตามถนนหนทาง ด้วยบัณเฑาะว์เสียงกร้าวนำออกทางประตูพระนครด้านใต้ ปราบกันอย่างถอนราก ตัดศรีษะเสีย
 
เมื่อมนุษย์ได้ทราบข่าว ก็พากันสร้างศัสตราอันคมขึ้นและคิดว่าถ้าลักทรัพย์ใครก็จะต้องตัดศรีษะเจ้าทรัพย์บ้างจึงเกิดการปล้นหมู่บ้านนิคมนครและการปล้นในหนทางอายุลด อธรรมเพิ่ม จากการที่ไม่ให้ทรัพย์แก่ผู้ไร้ทรัพย์ ก็มากด้วยความยากจน มากด้วยการลักทรัพย์มากด้วยการใช้ศัสตรา มากด้วยการพูดปด อายุและผิวพรรณของสัตว์ทั้งหลายก็เสื่อมลงคือ

มนุษย์มีอายุ ๘ หมื่นปี บุตรมีอายุเพียง ๔ หมื่นปีและลดลงเรื่อยๆในเมื่อความชั่วเกิดมากขึ้น เช่น การพูดเท็จอย่างจงใจ การพูดส่อเสียดและการพูดเพ้อเจ้อ

เมื่ออายุลดลงมาถึง ๒,๕๐๐ มากไปด้วยธรรม ๒ อย่าง คือโลภอยากได้ของเขา และพยาบาทปองร้ายเขา

เมื่ออายุลดลงมาถึง ๑ พันปีมากไปด้วยมิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิดจากคลองธรรม เมื่ออายุลดลงมาถึง ๕๐๐ ปีมากไปด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ ๑. ความกำหนัดที่ผิดธรรม (อธมมราค)

๒. ความโลภรุนแรง (วิสมโลภ)

๓. ธรรมะที่ผิด(อรรถกถาอธิบายว่า ความกำหนัดพอใจผิดปกติ เช่น ชายในชายหญิงในหญิง)เมื่ออายุลดลงมาถึง ๒๕๐ ปี มากไปด้วยธรรม คือการไม่ปฏิบัติในมารดา, บิดา,ในสมณะ, ในพราหมณ์, การไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุลเมื่อเสื่อมลงอย่างนี้ทั้งอายุและผิวพรรณ มนุษย์มีอายุ ๒๕๐ ปี บุตรก็มีอายุเพียง๑๐๐ ปีเหลืออายุ ๑๐ ปี เกิดมิคสัญญี จักมีสมัยที่บุตรของมนุษย์มีอายุ ๑๐ ปี หญิงสาวอายุ ๕ ปีก็มีสามีได้รสเหล่านี้จะอันตรธานไป คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อยรสเค็ม;เมล็ดพืช ชื่อกุทรุสกะ (ไทยแปลกันว่าข้าวหญ้ากับแก้)จะเป็นโภชนะอันเลิศเสมือนหนึ่งข้าวสุกแห่งข้าวสาลีและเนื้อสัตว์เป็นโภชนะอันเลิศในสมัยนี้ (คือของเลวสมัยนี้กลายเป็นของดีในสมัยที่เสื่อม)

 กุสลกัมมบถ (ทางแห่งกุศล) ๑๐ ประการจะอันตรธาน อกุสลกัมมบถ (ทางแห่งอกุศล) ๑๐ ประการจะรุ่งเรืองยิ่ง;

แม้คำว่ากุศลก็ไม่มี ผู้ทำกุศลจะมีแต่ที่ไหน; การไม่ปฏิบัติชอบในมารดาบิดาในสมณะในพราหมณ์ การไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุล จะได้รับการบูชา สรรเสริญซึ่งตรงกันข้ามกับปัจจุบันนี้; จะไม่มีคำว่า มารดา, น้า, บิดา, ป้า, อา, ภริยาของอาจารย์, ภริยาของครู. โลกจะเจือปนกันเหมือนสัตว์ เช่น แพะ ไก่ สุกร; จักมีอาฆาต, พยาบาท, มุ่งร้ายกัน, คิดฆ่ากันอย่างรุนแรง, แม่คิดต่อลูกลูกคิดต่อแม่,พ่อคิดต่อลูก ลูกคิดต่อพ่อ, พี่ชายคิดต่อน้องหญิงน้องหญิงคิดต่อพี่ชาย.
จะเกิดมีสัตถันตรกัปป์๒ คือ

กัปป์ที่อยู่ในระหว่างศัสตรา ๗ วัน
๒ คำว่า สัตถันตรกัปป์นี้อรรถกถาอธิบายว่า อันตรกัปป์ที่พินาศในระหว่าง คือโลกยังไม่ถึง
 
สังวัฏฏกัปป์ ก็พินาศด้วยศัสตราเสียในระหว่างอันตรกัปป์มี ๓ อย่าง คือทุพภิกขันตรกัปป์ กัป
 
พินาศในระหว่างเพราะอดอาหาร โรคันตรกัปป์กัปป์พินาศในระหว่างเพราะโรค สัตถันตรกัปป์
 
กัปป์พินาศ ในระหว่างศัสตราเป็นผลแห่งกรรมชั่วของมนุษย์คือถ้าโลภจัด ก็พินาศเพราะอดอาหาร  หลงจัดก็พินาศเพราะโรค ถ้าโทสะจัดก็พินาศเพราะศัสตรา
คนทั้งหลายจะมีความสำคัญในกันและกันว่าเป็นเนื้อ (มิคสัญญา๓)จะมีศัสตราอันคมเกิดขึ้นในมือ ฆ่ากันและกันด้วยสำคัญว่าเนื้อ.กลับเจริญขึ้นอีก มีบุคคลบางคนหลบไปอยู่ในป่าดง พงชัฏ กินเหง้าไม้ ผลไม้ในป่าเมื่อพ้น ๗ วันแล้วออกมาก็ดีใจร่าเริงที่รอดชีวิต จึงตั้งใจทำกุศลกรรม ละเว้นการฆ่าสัตว์และบำเพ็ญกุศลกรรม ละเว้นอกุศลกรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อายุก็ยืนขึ้นเรื่อยๆ จนถึง ๘หมื่นปี.

พระเจ้าจักรพรรดิ์อีกพระองค์หนึ่ง เมื่อมนุษย์มีอายุยืน ๘ หมื่นปีนั้น หญิงสาวอายุ ๕ พันปี จึงมีสามีได้.

มนุษย์จะมีโรคเพียง ๓ อย่าง คือ

๑. ความปรารถนา (อยากอาหาร)

๒. ความไม่อยากกินอาหาร (เกียจคร้านอยากนอน)

๓. ความแก่.

ชมพูทวีปนี้จะมั่งคั่งรุ่งเรืองมีคามนิคมราชธานีแบบไก่บินถึง (ใกล้เคียงกัน) ยัดเยียดไปด้วยมนุษย์. กรุงพาราณสีจะเป็นราชธานีนามว่า เกตุมตี อันมั่งคั่ง มีคนมากอาหารหาง่าย.จักมีพระเจ้าจักรพรรดิ์พระนามว่าสังขะ เป็นพระราชาผู้ปกครองโดยธรรม มีชัยชนะจบ ทิศ ปกครองชนบทถาวรสมบูรณ์ด้วยรัตนะทั้งเจ็ด.พระเมตไตรยพุทธเจ้า 

เมื่อมนุษย์มีอายุยืน๘ หมื่นปีนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเมตไตรยจักบังเกิดในโลกเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชา (ความรู้) จรณะ (ความประพฤติ) เป็นต้น แสดงธรรมไพเราะในเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลายพร้อมทั้งอรรถะพยัญชนะบริหารภิกษุสงฆ์มีพันเป็นอเนกเช่นเดียวกับที่เราบริหารภิกษุสงฆ์มีร้อยเป็นอเนก.พระเจ้าสังขะ มิคสัญญี แปลว่า ผู้มีความสำคัญกว่าเนื้อจักรพรรดิ์

จักให้ยกปราสาทที่พระเจ้ามหาปนาทะให้สร้างขึ้น ครอบครองแจกจ่ายทาน และออกผนวชในสำนักพระเมตไตรยพุทธเจ้าในไม่ช้าก็จะทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยมด้วยความรู้ยิ่งด้วยพระองค์เอง (คือสำเร็จเป็นพระอรหันต์).
 
ครั้นแล้วตรัสสอนให้ภิกษุทั้งหลายพึ่งตนพึ่งธรรม เจริญสติปัฏฐาน๔ และสอนให้ท่องเที่ยวไปในโคจรของบิดา (ดำเนินตามพระองค์)ก็จักเจริญด้วยอายุ วรรณะ (ผิวพรรณ) สุข โภคะ (ทรัพย์สมบัติ) และพละ (กำลัง).
๑. ทรงแสดงการเจริญอิทธิบาท ๔(คุณให้บรรลุความสำเร็จ) ๔ปราการว่าเป็นเหตุให้ดำรงอยู่ได้ตลอดกัปป์หรือว่ากัปป์.
๒. ทรงแสดงการมีศีลสำรวมในปาฏิโมกข์ (ศีลที่เป็นประธาน) ว่าเป็นเหตุให้มีวรรณะ.
๓.ทรงแสดงการเจริญฌานทั้งสี่ ว่าเป็นเหตุให้มีสุข.
๔.ทรงแสดงการเจริญพรหมวิหาร ๔ ว่าเป็นเหตุให้มีโภคะ (ทรัพย์สมบัติ).
๕.ทรงแสดงการทำให้แจ้งเจโตวิมุติ (ความหลุดพ้นเพราะสมาธิ)ปัญญาวิมุติ (ความหลุดพ้นเพราะปัญญา) อันไม่มีอาสวะอยู่ในปัจจุบันว่าเป็นเหตุให้มีพละ (กำลัง)
 
ตรัสในที่สุดว่าไม่ทรงเห็นกำลังอย่างอื่นสักอย่างหนึ่งที่ครอบงำได้ยากเท่ากำลังของมาร.เพราะสมาทานกุศลธรรม บุญก็จะเจริญยิ่ง.

ที่มา:thai.mindcyber

การฝึกมี รัตนะ7 ตามรอยพระพุทธบาทของเหล่าอนาคตวงค์

1)จักรเเก้ว(พรหมณ์ญาน การปกครองบ้านเมืองแบบกษัตริย์ ในบ้านเมืองไม่มีคนเจ็บ แก่ เเขนขาดขาขาด แม้คนหนึ่งเดือดร้อนกษัตริย์ต้องไปดูแล เอาทรัพย์ บริวาร ไปเยี่ยมเยื่อน เหมือนอาณาจักร นารายณ์ไม่มีคนไม่จน โง่ เจ็บ เป้นกษัตริย์เเบบฮินดู)

2)ช้างแก้ว คือเกิดเป็นช้างมาก่อน เป็นผู้นำหัวหน้า จนเจ้าช้างรุ่นต่อๆๆมาให้การเคารพ แบบผู้นำธรรม แม้สัตว์แต่ใช้หลักปกครองเเบบเทวดา

3)ม้าแก้ว คือ ม้าทรงศึกคู่บารมีตามลักษณะซึ่งก็เคยเกิดมาก่อนนะเองจึงมีบริวารตามลักษณะม้าทรงกษัตริย์

4)แก้วมณี คือ การเรียกเทวดาชั้นดุสิตมาทำมณีต่างๆๆ คือมาตายด้วยกษิณ ในร่างกายทุกส่วนจะเป้นสีต่างๆๆตามกสิณ  ซึ่งสีน้ำเงินต้องกษัตริย์เท่านั้นจึงสำคัญ มีในราชวงค์อิเหนา ตอนนี้แบ่ง3ส่วน ในอเมริกา ไทย ก้ควรจบเพราะอเมริกาควรได้เพราะเจ้าหญิงโพคาฮอนทัส นั้นคือพระนางสุนันทา ราชเทวีไทยรึกวนอิมรึบุษบาต้นราชวงค์อิเหนา มาก่อน ไทยควรได้เพราะ พระศรีสุริโยทัยคือ สมเด้จย่าของพระนางสุพรรษากัลยาณีรึสุนันทา กวนอิม โพคาฮอนทัส องค์เดียวกัน ย่าพระนเรศวรด้วย ซึ่ง เทวดาชั้นดุสิตเท่านั้นที่จะเป้นอัญมณีได้ คือมายกระดับอัพเกรต ซึ่งท่านทักษิณตอนจัดงาน60ปี นั้นได้พลิกตำรา การทำเพชรัตน์บรวงสรวงขอ10อย่าง…ในพระที่นั่งอนัตสมาคม นั้นคือการขอเทวดา เป้นระหัส.. เพชรบลูไดมอนด์ไม่มีบารมีก็ล่มจม..ต้องมีศีล เช่นกันเทวทัณฑ์

5)นางแก้ว คือ ราชินีคู่บัลลังค์ คู่ทุกข์คู่ยาก ยอมทำทุกอย่างเพื่อสวามี มี4คน ยุคศาสดาเลือกพระนางพิมพารึจินตรา จะเหมือนสุชาดา ทำผิดพลาด ออเซาะสามี เหมือนตำนานนกกระยาง ขัดขวางเมียอื่นๆๆ หากแบบบุษบารักสามีไม่ทำผิด ศรีทนได้ว่านอนสอนง่าย 10ไฟควรเว้น เป้นลูกสาวพระทักษประชาบดี มีเดชอำนาจมีกองทัพ ซึ่งกองทัพเรือ นั้นคือกองทัพพระปิ่นเกล้าของพระนางสุนันทาและร.4 จึงต้องเคารพนายมิใช้เปรมๆๆคือศัตรู  ซึ่งยุคพระศาสดาเลือกนางแก้วพิมพา นั้นพระสุเมธสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เลือกนางทำบารมี30ทัส ตรัสรู้แล้วจึงเจอกวนอิม ตอนในถ้ำคิชกูฏพระองค์ตรึกท้อเรื่องสงฆ์ และได้สูตรปาริตา นั้นคือของเจ้าแม่กวนอิม กะพระศาสดา คุยธรรมกันเป็นแบบศิวราตรีปฏิสันธานธรรม เเลกเปลี่ยนทัศนะธรรมแก้ปัญหาปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวโลกด้วยพุทธธรรม  เหมือนพระกกุสันธะ(ไพรีพินาศ)คุยกะเจ้าเเม่กวนอิมที่วัดบวรนิเวศ ร.4เห้นนึกว่าเป็นหญิงสาวจึงห้ามมิให้มีคนสาวเข้าวัดยามวิกาล6โมงเย็น(18.00 น pm.)ปิดวัด…ด้วยเหตุนี้ แต่คุยราชกิจบ้านเมืองธรรมกัน ด้วยมีธรรม..ไม่มีเพศ แต่พระวิปัสสนาตามจนพระองค์สรรเสริญนั้นพระองค์เปิดเผยสูตรนี้ จึงมีพระทำตาม..พระองค์ก็ชื่นชมที่ทำได้ตาม อันนี้คงถูกต้อง แต่วิชานี้สูตรรนี้เป็นของเจ้าแม่กวนอิมยุคที่คิดเรื่องอิเหนาคือพระองค์แล้วเกิดนิวรณ์หาคนที่รักที่สุด   ทำร้ายเค้าที่สุด  มีรึไม่เพราะจะละสังขารแล้ว และตัดด้วยสูตรปาริตา รักมากมายขนาดนั้นก็ตามหาคนที่รักที่สุดอยู่ไหนหนอก็หาทั่วทั้งจักรวาลจนเจอ เจอเเล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่โพธิสัตว์เหมือนกัน ก็ไม่ท้อ สู้ๆๆรักธรรมเป็นแฟน มีคู่หูย่อมการันตีอนาคตสบายแน่นอน ไม่ลำบากลำบนอีกเพราะหลังพุทธกาลต้องใช้กวนอิม ทำต่อไปธรรมทายาท

ยุคพระศรีอาริยะ จึงเลือกผู้หญิงแบบบุษบาพระพี่นางก็เลือกมณีจัทรบุตรแม่จันทรา หลานหญิงพระวรรณรัตน์  มีทั้งกำลังพลอุณากรรณเป็นกองทัพของตนเอง รักเดียวใจเดียวตามหาสามีเจ้าชู้ไก่แจ้อิเหนา  มีธรรมะปกครองบริวารด้วยเทวดาธรรม ไม่ผิดศีลธรรมบุตรีนางวิสาขา นะเองลงมา ต้องเข้าหลักสูตรอบรม ร.4เลือกเจ้าจอมมารดาเปลี่ยม ร.5เลือกพระนางสุนันทา พระราหูเลือกพระนางอัญญานี(สุนันทา รีเทริน์) ประเจ้าประเสนธิโกศลรึท่านเชวลิต เลือก คุณหญิงหลุย  ยุคอัพเดท นางแก้วแบบพระเเม่อุมาราชเทวี การเลือกคู่รจนานั้นต้องผัวเดียวเมียเดียว เข้าสู่โลกุตระธรรม รจนาเลือกคู่ระหัสลับ ใครละใครหนอรักเราเท่าชีวี …มั่นใจตรวจสอบแล้ว คนไม่ใช่พรหมณ์จะกันออกไปเอง

6)ขุนคลังแก้ว  พระศาสดา มีพระอานนท์  หากพระบรมโอรส…ปัจเจกก็มีท่านทักษิณชินวัตร ต้องรักกันขนาดนี้ จึงเรียกขุนคลังแก้วได้ ต้องเรียนการเรียกเนื้อ สัตว์แบบเจ้าเงาะซึ่งได้วิชาไปแล้วทดลองได้ผลรึเปล่าไปใช้ที่มอนตาริโก ดูของๆๆเราจะต้องฝึกวิชาจักรพรรดิ์ เพื่อปกครองบ้านเมือง ให้พระนเรศวรมาตรัสรู้ และเชื่อฟังนำวิชาไปใช้  เพชรนั้นเทวดา หินสีนั้นพญานาคทำกษิณตายให้ ทองคือพระในศาสนาพุทธ จึงต้องมีเหมือนกับราชวงค์อิเหนาจึงร่วมกัน อเมริกาหากไม่บ้าควรร่วมด้วยกัลยาณมิตร หากแยกก็จมธรณี เทวทัณฑ์มีให้ตัดสินตามนั้น มนุษย์ผิดชั่วก็เลือกเอง

7)ขุนพลแก้ว คือกำลังทหารร.1มีท่านตาวังหน้าบุญมา บิดาปู่โตพรหมรังสี(รูปปั้นวัดมหาธาตุ วัดชนะสงคราม)ร.2มีท่านเอง ร.3มีเจ้าพระยาบดินทร์เดชา พระเจ้าชายดูแลธรรมเป้นสังฆราช  ร.4มีท่านตาปิ่นเกล้า  มีพระเจ้าชายราชสกุลดูแลธรรมเป็นสังฆราช  ร.5ก็มีพระชิโนรส ต่อมาจนร.6 ก็มีจึงปารถนาไม่ตกวงค์ ฝึกนอนตายใต้บุษบก พระบรมโอรส…มีท่านเชวลิต ขุนพลแก้ว คือต้องเรียนต้องมี 7อย่าง นี้

============================================================

เทวทัณฑ์ใช้หลักจักรพรรดิ์ธรรมมะของพระจักรพรรดิ์ (ในพระไตรปิฏก) ตัดสิน โดยมีว่า..ให้อารักขาธรรมแด่

1)พลกาย (กองทหารที่อยู่ใกล้ชิด) ว่าอยู่ดีมีสุข กายใจครอบครัว และดูแลบ้านเมืองให้สงบสุขดีรึไม่

2)กษัตริย์ (ผู้ว่าราชการ) ดูแลปชชใช้อยู่ดีมีสุข เดือดร้อนอะไรไหม

3)ผู้ติดตาม อำมาตย์และผู้รับใช้ 3อำนาจทำให้ประเทศเป็นสุขไหม

4)พราหมณ์ คหบดี อยู่ในศีลธรรมช่วยปชชบ้างรึไม่

5)ชาวนิคมชนบท เดือดร้อนอะไรไหม

6)สมณพราหมณ์(พระสงฆ์) และในศาสนาอื่น อยู่ในศีลธรรม การเป็นอยู่เป็นอย่างไร โดนรังแกเดือดร้อนปัจจัยทั้ง5รึไม่

7)เนื้อ นก ยังมีอยู่อุดมสมบูรณ์ไหม มีลำบากการใช้ชีวิต มนุษย์รังเเก รึไม่ พร้อมเป้นอาหารอุดมสมบูรณ์รึเปล่า

8)ขัดขวางผู้ทำการไม่เป็นธรรม …ได้ทำตามทุกหมู่เหล่าตามหน้าที่กันรึไม่

9)เพิ่มทรัพย์แก่ผู้ไม่มีทรัพย์ ให้การศึกษา การดูแลปัจจัย4 การให้สัมมาอาชีพ การดำรงอยู่ได้ด้วยศักดิ์ศรีทรนงในสัมมาอาชีพและมีเกียรติปัจจัย5ในสังคม รึไม่

10)เข้าหาสมณพราหมณ์ สอบถามปัญหาบ้านเมือง และเเก้ไข ปัญหา ให้อาณาประชาราษฏร์มีสงบ สันติ และสุข

แยกเป็น๓ ประเด็น คือ เคารพธรรม,คุ้มครองธรรม และปราบอธรรม

============================================================

รัตนะ7 ประการของพระพุทธศาสนา

1) มีพระพุทธเจ้า

2)มีผู้สอน ,ชี้แนะ 

3)มีผู้ปฎิบัติตาม

4)บรรลุธรรม

5)บรรลุธรรมแล้ว ครองตนดีอยู่รอดปลอดภัย

6)ช่วยฝึกผู้คน

7)ทำให้เทวดาและมนุษย์มีความสุข

==============================================================

รายชื่อ อนาคตวงค์ จากชั้นดุสิต ลำดับการตรัสรู้จากการสะสมบารมี

1.พระนเรศวร(พระศรีอาริย์),

2.ร.4(พระราม จาตุครามรามเทพ),

3. ท่านเชาวลิต พระประเสนธิโกศล(พระธรรมราชา)

4.ร.5(พระธรรมสมี)

5.พระราหู(พระนารทะ)

6.พระรังสีมุนีนาถ(โสณพราหมณ์)

7.พระเทวเทพ(สุภพราหมณ์)

8, พระนรสีหะ(โตไทยพราหมณ์)

9.ร.9 (พระติสสะ)

10.พระเจ้าตาก(ร.3  ทักษิณ พระสุมงคล)

พระบรมโอรสาราช (ปัจเจก) ร.8 ปัจเจก ลูกหลานปู่โต พรหรมรังสี ทั้งน้น ท่านจะไปไหนๆๆได้ไง ห่วงหลานๆๆ

(เปิดเผยมากว่า5ปีแล้วให้เหล่าเทวดาได้ศึกษา บรรลุธรรมตามเป็นระยะๆๆ รู้ไรเทวดารู้ตาม และบันทึกเรื่องช่วยจำเพื่ออนาคตตนเองและบริวารข้ามฝั่งนิพพานและปกป้องอนาคตวงค์ลำดับที่1และไม่ให้ลำดับท้ายๆๆรังแกทำบาปทำร้ายผู้มาตรัสรู้ตามองค์พระศาสดารุ่นต่อๆๆมาให้ยกระดับชั้นจากโสดาบันเป็นลำดับอื่นๆๆ จากวิชาพุทธวงค์ที่เจ้าแม่กวนอิมได้ทรงตร้สรู้แล้ว ซึ่งได้เผยเเพร่มากว่า5ปี ใครทำร้ายมุนีที่ตรัสรูธรรมใช้กรรมตาม เทวบัญญัติ  จากกวนอิมมัญชุศรีวิปัสสนาญานทบทวนพศ.2549)

ข้อความนี้ถูกเขียนใน หนังสือ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s