ประเทศศรีลังกา

 

ภาพที่ 1: แผนที่ศรีลังกา ประชากรประมาณ 20.24 ล้านคน มีชาวทมิฬประมาณ 13.9% ส่วนใหญ่จะอยู่ริมทะเล แต้มด้วยแถบสีเขียว สูตรง่ายๆ ของชนกลุ่มน้อยคือ ถ้าคนกลุ่มน้อยเกิน 10% มักจะมีปัญหาชนกลุ่มน้อยในประเทศ

หลายปีก่อน LTTE ถูกซึนามิถล่มไปตั้งทางเหนือและตะวันออก ทำให้อ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว  

 แสดงร้อยละของประชากรในแต่ละเขตที่เป็นชาวทมิฬ โปรดสังเกตว่า พื้นที่ที่เป็นเขตอิทธิพล 

กบฏพยัคฆ์ทมิฬอีแลมเป็นพื้นที่ที่มีชาวทมิฬอยู่เกิน 10%

 ยุค LTTE รุ่งเรืองเฟื่องฟู มีการออกแสตมป์ใช้เองในปี 1983 หรือ พ.ศ. 2426 > 

 2549 กองเรือของ LTTE ทำลายเรือรบฝ่ายรัฐบาลได้ประมาณ 35-50% แต่ยุคนี้กองทัพเรือมักจะแพ้กองทัพอากาศ ซึ่งเมื่อรัฐบาลพัฒนากองทัพอากาศให้ดีขึ้นก็ถล่มกองเรือ 

 กองทหารหญิงเหล็ก LTTE 

 ชาวศรีลังกามีลูกดก ทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นเร็ว

.(รักษาเผ่าพันธ์)..

 ฝ่ายรัฐบาลยึดพื้นที่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา คนศรีลังกามีนิสัยคล้ายๆ คนไทยคือ ชอบถ่ายรูปหมู่ 

 เรือดำน้ำทำเองของ.

 ด้านในเรือดำน้ำ

 ตอปิโดทำเองของ LTTE… ดูเหมือนจะออกแบบเป็นแบบมีพลขับพลีชีพด้วย 

 อู่ต่อเรือของ LTTE หลังโดนยึด 

3 ปีก่อนกองทัพศรีลังกาประกาศว่า จะถล่มกบฏ LTTE หรือที่เรียกกันว่า “เสือทมิฬ (Tamil Tigers)” ให้ได้ภายใน 3 ปี

ช่วงนั้น (ต้นปี 2550) ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปศรีลังกาพอดี… ปัจจัยที่ผู้เขียนมองว่า ทหารศรีลังกาชนะได้ยากคือ การขาดระเบียบวินัยที่ดี เช่น ตั้งด่านตรวจเต็มถนนไปหมด แต่พอถึงเวลาพักเที่ยงก็หยุดตรวจพร้อมๆ กันหมด ฯลฯ

…ตอนนั้นฐานะทางการเงินของศรีลังกาไม่ค่อยดี แม้แต่รั้วกั้นตรวจกลางถนนก็ต้องขอสปอนเซอร์จากร้านค้ามาทำแท่นกั้น ที่เห็นมากที่สุดคือ ป้ายของบริษัท ‘Singer’

ทว่า… ช่วงเดียวกันมีปัจจัยที่ทำให้ฝ่ายกบฏอ่อนแอลง 2 ประการได้แก่

  • (1). ซึนามิซัดเข้าทางชายฝั่งด้านตะวันออกที่ชาวทมิฬ ซึ่งเป็นกองหนุนของกบฏ ทำให้ชาวทมิฬยากจนลงไปมาก (ชาวทมิฬอยู่ตามชายฝั่งทางเหนือและตะวันออก) และมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงขึ้นมาก (ศรีลังกาเป็นประเทศพิเศษในเขตร้อน คือ มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงมาก)
  • (2). รัฐบาลอินเดียเริ่มสร้างโครงข่ายถนนรูป 4 เหลี่ยมขนมเปียกปูนรอบๆ ประเทศ ทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นเร็ว ซึ่งอาจทำให้คนเชื้อสายทมิฬทางตอนใต้ของอินเดียอยากลงทุนการค้ามากกว่าสนับสนุนการรบ 

… ตอนที่ท่านโกตาบายา ราจาปักษาประกาศจะถล่ม LTTE (Liberation Tigers of Tamil Eelam) ให้ได้ภายใน 3 ปีนั้น…

LTTE ครอบครองพื้นที่ได้เกือบ 1/3 ของประเทศ มีการจัดองค์กรดี มีหน่วยฆ่าที่เหี้ยม รวมทั้งมีกองระเบิดพลีชีพพร้อม มีอาวุธหนักเพียบ มีกองเรือรบขนาดเล็ก และมีเครื่องบินฝูงเล็ก

…”น้ำเลี้ยง” ก็ไหลลื่นดี ทั้งเงินจากชาวทมิฬในต่างประเทศ การลงทุนทำการค้าอีกต่างหาก

วันนี้… ศรีลังกากลับเป็นประเทศเพียง 2-3 ชาติที่ประกาศชัยชนะต่อฝ่ายกบฏที่ต่อสู้กันมายาวนานนับ 3 ทศวรรษ (30 ปี) ได้แล้ว…

ท่านโกตาบายาให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่กองทัพศรีลังกาชนะ LTTE ได้เป็นผลมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

(1). No ambiguity = ไม่มีความลังเล หรือใช้ความหนักแน่น

  • รัฐบาลและกองทัพมีความเห็นตรงกันว่า ไม่ว่าจะต้องลงทุนสักเท่าไรก็ต้องทำ
  • แนวคิดในการกวาดล้างนี้อาจได้รับอิทธิพลจากพม่าในการปราบกบฏ ซึ่งเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือศรีลังกา โดยเฉพาะการขายข้าวราคาถูกให้ คือ ให้ใช้ทฤษฎีเกมส์ (game theory = ใช้วิธีอะไรก็ได้ที่จะชนะ โหดไม่โหดไม่เกี่ยง)
  • พี่ชายของท่านคือ ท่านมฮินดา(มหินท์) ราจาปักษา(ราชาปักษา) ขึ้นเป็นประธานาธิบดีในปี 2005 หรือ พ.ศ. 2548 ได้ให้ความเห็นว่า การเจรจาต่อรองไม่ได้ผล(อีกต่อไป)

(2). ลงทุน

  • นายพลสาราธ ฟอนเซกาประกาศเกณฑ์หารเพิ่มจาก 80,000 เป็นมากกว่า 160,000 นาย จัดหาอาวุธใหม่ โดยเฉพาะเครื่องบินขับไล่เจ็ต ปืนใหญ่ เครื่องยิงจรวดแบบหลายท่อ(ใส่รถ ยิงได้ทีเดียวหลายลูกเกือบจะพร้อมกันทันที)
  • แนวคิดของศรีลังกาตอนนั้นคือ เมื่อจนก็ต้องหาอาวุธราคาถูกที่ใช้การได้จริง และเน้นซื้อจากจีน ปากีสถาน รัสเซีย และจะต้องใช้วิธีการรบแบบใหม่ที่ไม่เคยใช้กับ LTTE มาก่อนด้วย

(3). แนวร่วม

  • การที่กบฏ LTTE ไม่ให้ความร่วมมือในการเจรจาทำให้รัฐบาลนานาชาติผิดหวัง ทำให้อินเดียและสหรัฐฯ ได้ช่อง เลยให้ความร่วมมือแบบเงียบๆ (ความเห็นของอาจารย์ DBS Jeyaraj นักวิเคราะห์สถานการณ์ศรีลังกา)
  • ถ้าอินเดียให้ความร่วมมือ… การส่งเงิน ความช่วยเหลือจากชาวทมิฬทางใต้ของอินเดีย และการค้าขายของกองเรือ LTTE ก็จะทำได้ยากขึ้นมาก
  • ทางอินเดียเองมองว่า ถ้ากบฏ LTTE สงบลง… ศรีลังกาจะเป็นตลาดใหม่ที่อินเดียได้เปรียบชาติอื่นๆ ทั้งหมด แถมยังพัฒนาท่าเรือหรือแหล่งท่องเที่ยวทางใต้ได้ดีขึ้นด้วย

สิงหาคม 2549 รัฐบาลถล่มจังหวัดแถบตะวันออกสำเร็จ (ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้… ซึนามิถล่มไปรอบหนึ่งแล้ว)

ปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้คือ นายพลกรุณา (Karuna – โปรดสังเกตว่า คนชื่อ “กรุณา” ก็ฆ่าคนได้ทั้งๆ ที่ชื่อนี้แปลว่า ทำความทุกข์ยากให้บรรเทาลงไป) แยกก๊กออกไป เนื่องจากแย่งชิงความเป็นใหญ่กันเอง

…ตอนที่นายพลกรุณาแยกตัวออกไป… มีทหารตามไปด้วยหลายพันคน และ LTTE ก็หาคนรุ่นใหม่มากเป็นทหารได้ไม่มากพอ

ฝ่าย LTTE มีกองกำลังสำคัญ 2 แนวรบได้แก่ ด้านเหนือกับตะวันออก… เมื่อถล่มด้านตะวันออกแล้ว ขั้นต่อไปคือ การถล่มด้านเหนือ

…ภารกิจต่อไปของกองทัพเรือศรีลังกา คือ ยิงเรือที่ต้องสงสัยว่า เป็นกองเรือ LTTE ทิ้งให้หมดนานน้ำทางเหนือ

การยิงทุกอย่างที่ขวางหน้าส่งผลทั้งด้านการทำลายกองเรือรบ, กองเรือพาณิชย์ของ LTTE, และตัดกำลังตัดเงินสนับสนุน เนื่องจาก “น้ำเลี้ยง” ของ LTTE มาทางทะเล ไม่นานก็ยึดน่านน้ำรอบเกาะได้หมด

…กองทัพศรีลังกาที่เคยมาเป็นกองใหญ่ๆ ลุยไปเรื่อยแบบเดียวได้เปลี่ยนเป็นบุกเข้าไปหลายรูปแบบ รวมทั้งการทำสงครามกองโจรกับ LTTE ด้วย

ต่อไปเป็นทางอากาศ… ทำแผ่นดินให้กลายเป็นหลุมขนมครก โดยใช้เครื่องบินเจ็ตถล่ม และแน่นอนว่า ถ้ามีเครื่องบินต้องสงสัยก็จะใช้วิธียิงทิ้งให้หมดคล้ายๆ กับทางทะเลเช่นกัน..

ขั้นต่อไปเป็นการประกาศให้คนออกจากเมืองปารานธานที่เป็นเมืองน้ำเลี้ยงของ LTTE ให้หมด… ใครไม่ออกถือว่า เป็นฝ่ายกบฏ เพื่อผลักดันให้ฝ่ายกบฏต้องหนีไปตามทางแคบๆ เรียกว่า “ทางช้าง (Elephant Pass)” ซึ่งกองทัพอากาศเตรียมถล่มจากข้างบนอยู่แล้ว

แน่นอนว่า การทำแบบนี้ทำให้เกิดการสูญเสียมาก เช่น องค์การสหประชาชาติ (UN) ประมาณการณ์ว่า พลเรือนที่ฝ่าย LTTE ใช้เป็นโล่มนุษย์ตายไปเกือบ 7,000 คน บาดเจ็บอีก 13,000 คน…

ประชาชนต้องผลัดถิ่นอีก 275,000 คน ถนนหนทาง บ้านเรือนพังพินาศ

เรื่องนี้สหประชาชาติ (UN) ลำเอียงเข้าข้างฝ่ายกบฏ LTTE โดยโจมตีแต่ฝ่ายรัฐบาล จริงๆ แล้วฝ่ายกบฏเองก็ทำอะไรผิดพลาดหลายอย่างด้วย เช่น ใช้คนที่ให้ข้าวให้น้ำตัวเองมาหลายสิบปีเป็นโล่มนุษย์ ฯลฯ

…LTTE ทำแบบนี้เหมือนคนที่กินข้าวกินน้ำบ้านคนอื่นหลายสิบปี แล้วจับเจ้าของบ้านเป็นตัวประกัน

ความผิดพลาดของฝ่ายกบฏมีอีกหลายเรื่อง เช่น ใช้ความรุนแรงมากเกินไป เอะอะอะไรก็เอาแต่ระเบิดพลีชีพ ใช่แต่ความรุนแรง ไม่ยอมเจรจาหยุดยิง ฯลฯ ซึ่งการกระทำเหล่านี้บางทีคนส่วนใหญ่ที่ดูเงียบๆ (silent majority) ก็ทนเฉยต่อไปไม่ไหว

…ถึงแม้ปัจจัยที่ทำให้ฝ่ายรัฐบาลศรีลังกาชนะจะมีหลายปัจจัย ทว่า… ทาง BBC ก็ฟันธงว่า ปัจจัยหลักคือ ความเหนือกว่าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะกองกำลังทางอากาศ

อาจารย์อัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ (Alvin Toffler) ผู้เขียนหนังสือ “คลื่นลูกที่สาม (The Third Wave)” กล่าวว่า

… โลกเราแบ่งเป็น 3 ยุคได้แก่ ยุคเกษตร ยุคอุตสาหกรรม และยุคหลังอุตสาหกรรมหรือสังคมข้อมูลข่าวสาร

ประเทศตะวันตกล่าอาณานิคมไปทั่วโลกได้เพราะก้าวเข้าสู่ยุคที่ 2 ได้ก่อน ใช้ปืนยิงอีกฝ่ายที่มีแต่หอก ดาบแพ้ไปทั่วโลก (ยกเว้นอังกฤษแพ้กองทหารกูรข่า)

…ยุคอุตสาหกรรมนั้น… ใครครอบครองน่านน้ำ (ทัพเรือ) ได้มักจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ

ยุคหลังอุตสาหกรรมหรือยุคใหม่… ใครครอบครองท้องฟ้า (ทัพอากาศ) ได้มักจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ

… ถ้าฝ่ายรัฐบาลศรีลังกาจะมีเมตากรุณา ใช้โอกาสนี้ขอความช่วยเหลือจากนานาชาติเข้าไปช่วยชาวทมิฬในช่วงนี้ น่าจะทำให้ความแตกแยกร้าวฉานในบ้านเมืองลดลงไปได้มาก

ชาวศรีลังการรบกับชาวทมิฬมาหลายพันปีแล้ว ส่วนใหญ่ชาวสิงหลหรือคนกลุ่มใหญ่ของศรีลังกาจะชนะ แต่เมื่ออังกฤษยึดศรีลังกาได้… อังกฤษนำเข้าแรงงานอินเดีย โดยเฉพาะชาวทมิฬเข้าไปมาก

… หลังสงครามก็ไม่ขนกลับ ปล่อยให้เป็นระเบิดเวลาทางสังคม และทำให้สมดุลระหว่างคนกลุ่มใหญ่กับคนกลุ่มน้อยเสียศูนย์ คือ

ประเทศใดที่มีคนกลุ่มน้อยเกิน 10% จะเริ่มเสี่ยงต่อความไม่สงบภายใน เช่น การเกิดกบฏ ฯลฯ กรณีของศรีลังกาก็คล้ายๆ กัน

… สังคม ครอบครัว ชุมชน เศรษฐกิจ

ที่มา:gotoknow

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร