ทหารเรือไทยกับภาระกิจปราบโจรสลัดโซมาเลีย

ข่าว: จบภาระกิจ ชุดปราบโจรสลัดโซมาเลีย อ่าวเอเดน ทะเลอาระเบียน น่านน้ำประเทศ โซมาเลีย/เยเมน

ทัพเรือไทย กลับถึงไทยแล้ววันนี้ 20ม.ค53

// // — ที่มา:news.mthai.com

— หมู่เรือปราบสลัดกับกองกำลังสันติภาพดาร์ฟูร์   ติดตามต่อที่กรุงเทพธุรกิจ   

จบภาระกิจ ชุดปราบโจรสลัดโซมาเลีย ทัพเรือไทย กลับถึงไทยแล้ววันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ เวลา 08.00 น. พลเรือเอกกำธร  พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีต้อนรับ เรือหลวงสิมิลัน เรือหลวงปัตตานี พร้อมกำลังพลของ หมู่เรือปราบปรามโจรสลัดที่เดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อ่าวเอเดนและชายฝั่งโซมาเลีย เมืองซาลาล่าห์รัฐสุลต่านโอมาน   ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี     ตามที่กองทัพเรือได้จัดเรือหลวงสิมิลัน เรือหลวงปัตตานี พร้อมเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบเบลล์ 212 จำนวน 2 เครื่อง และชุดปฏิบัติการพิเศษของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ประกอบกำลังเป็นหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดกองทัพเรือ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เอเดน และชายฝั่งโซมาเลีย

โดยออกเดินทางจากสัตหีบเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2553 ระหว่างเดินทางเข้าพื้นที่ปฏิบัติการในอ่าวเอเดน หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ได้แวะเยี่ยมท่าเรือฐานทัพเรือชางงี สาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2553 เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย และออกเดินทางจากสาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2553 ในเวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นหรือตรงกับเวลา 08.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด เดินทางถึงเมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2553 เวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 14.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเป็นเมืองท่าสุดท้าย  ที่หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด จะแวะพักเรือและกำลังพล ซึ่งได้ออกเรือเดินทางจากเมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา วันที่ 21 กันยายน 2553 เวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 14.30 น. ตามเวลาประเทศไทย 

หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด เดินทางถึงท่าเรือเมืองซาลาล่าห์ ณ รัฐสุลต่านโอมาน ในวันที่  27 กันยายน 2553 เวลา 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 11.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ภายหลังที่ได้ออกเดินทางจาก ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2553         รวมระยะเวลา 17 วัน เป็นระยะทาง 4,256 ไมล์ทะเล หรือ ประมาณ 7,840 กิโลเมตร และเริ่มออกปฏิบัติการกับกองกำลังผสมทางเรือนานาชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 โดยมีวงรอบการปฏิบัติการดังนี้

ช่วงที่ 1 ระหว่าง 1-13 ตุลาคม 2553 พักจอดเรือที่ท่าเรือเมืองซาลาล่าห์ 3 วัน

ช่วงที่ 2 ระหว่าง 16-30 ตุลาคม 2553 พักจอดเรือที่ท่าเรือเมืองซาลาล่าห์ 3 วัน

ช่วงที่ 3 ระหว่าง 3-15 พฤศจิกายน 2553 พักจอดเรือที่ท่าเรือเมืองซาลาล่าห์ 3 วัน

ช่วงที่ 4 ระหว่าง 18-27 พฤศจิกายน 2553 พักจอดเรือที่ท่าเรือ Mina Salman กรุงมานามาราชอาณาจักรบาห์เรน

ช่วงที่ 5 ระหว่าง 10 ธันวาคม 2553 – 2 มกราคม 2554 พักจอดเรือที่ท่าเรือเมืองซาลาล่าห์ เดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 4 มกราคม 2554

ซึ่งการปฏิบัติภารกิจในช่วงที่กล่าวมานั้น สรุปการปฏิบัติ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2553 – 2 มกราคม 2554ได้ดังนี้

1.   หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายจากกองทัพเรือ และภารกิจในการปฏิบัติร่วมกับกองกำลังผสมทางเรือนานาชาติ Combined Maritime Forces (CMF)

1.1 คุ้มครองเรือสินค้า และ เรือประมงไทย

1.2 คุ้มครองเรือสินค้านานาชาติ

1.3 ป้องกันและขัดขวางการกระทำอันเป็นโจรสลัด

2.   การปฏิบัติงานในพื้นที่ แบ่งการปฏิบัติงาน เป็น 4 แบบ ดังนี้

2.1  คุ้มกันกระบวนคอนวอย (CONVOY) เรือสินค้าไทยและนานาชาติ ในช่องทางแนะนำสำหรับการเดินเรือ (Internationally Recommended Transit Corridor-IRTC) โดยการจัดเรือคุ้มกันเดินทางผ่านอ่าวเอเดน

2.2 ปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังผสมทางเรือ นานาชาติ (CMF) โดยการจัดเรือลาดตระเวน ในพื้นที่รับผิดชอบ ในช่องทางแนะนำสำหรับการเดินเรือ (Internationally Recommended Transit Corridor-IRTC) ในอ่าวเอเดน และพื้นที่ตามแนวชายฝั่งโซมาเลีย

2.3 คุ้มครองและช่วยเหลือเรือประมงไทย โดยการเยี่ยมเรือประมงไทยที่ได้รับสัมปทานการทำประมงกับประเทศต่าง ๆ คุ้มกันเรือประมงไทยที่เดินทางผ่าน ช่วยเหลือเรือประมงไทยจาก   การกระทำอันเป็นโจรสลัดและช่วยเหลือลูกเรือประมงที่ประสบภัยในทะเล

2.4 สกัดกั้น และขัดขวางการปฏิบัติการของโจรสลัด

ขณะที่ ผลของการปฏิบัติงานของ หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด มีการปฏิบัติที่สำคัญในห้วงที่ผ่านมาดังนี้

1. คุ้มกันกระบวนคอนวอย จำนวน 12 เที่ยว รวมเรือสินค้า 61 ลำ ในจำนวนนี้เป็นเรือไทย 5 ลำ คิดเป็นระวางบรรทุก 160,680 ตัน เรือสินค้านานาชาติ 56 ลำ จาก 23 ประเทศ คิดเป็นระวางบรรทุก 3,115,800 ตัน รวมระวางบรรทุกทั้งสิ้น 3,276,480 ตัน

2. คุ้มกันเรือสินค้าที่เดินทางผ่านพื้นที่ขณะลาดตระเวนใน IRTC จำนวน 1,703 ลำ

3. คุ้มกันเรือลำเลียงยุทโธปกรณ์ ชื่อ MV Kapitan Danilkin ของ กองกำลังเฉพาะกิจที่ 980 ไทย ดาร์ฟู ซึ่งเดินทางไปส่งยุทโธปกรณ์ ที่ ท่าเรือประเทศซูดาน โดยให้การคุ้มกันอย่างใกล้ชิด เป็นกรณีพิเศษและเฝ้าติดตามจนถึงที่หมายโดยปลอดภัย ตามที่ บก.กองทัพไทย สั่งการ

4. เยี่ยมเรือ Thor Achiever ซึ่งเป็นเรือสินค้าไทย และทำการคุ้มกัน รวมทั้งให้คำแนะนำการปฏิบัติในการนำเรือผ่านเส้นทาง IRTC ขึ้นเยี่ยมเรือประมงไทย บริเวณนอกชายฝั่งประเทศเยเมน จำนวน 2 ลำ ชื่อเรือ อ.ศิริชัยนาวา 4 และ อ.ศิริชัยนาวา 12 และได้ให้ความช่วยเหลือรักษาพยาบาลผู้ที่เจ็บป่วยบนเรือ และคุ้มกันเรือประมงไทย 3 ลำ เดินทางผ่านพื้นที่ปฏิบัติการโจรสลัดจากทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย สู่พื้นที่ทำการประมง ในประเทศอิหร่าน ระหว่าง 22 – 25 พฤศจิกายน 2553

5. เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2553 ช่วยเหลือลูกเรือประมง อ.ศิริชัยนาวา 11 จำนวน 23 คน     ที่ประสบภัยในทะเลจากเรืออับปาง จากการถูกเรือรบไม่ทราบสัญชาติยิงจม หลังจากถูกโจรสลัดขึ้นยึดเรือบริเวณชายฝั่งเยเมน

6. สกัดกั้นและขัดขวางการกระทำอันเป็นโจรสลัด จำนวน 2 ครั้ง ในวันที่ 23 ตุลาคม 2553 และ 28 ตุลาคม 2553 เป็นผลสำเร็จ เรือสินค้าในกระบวนคอนวอยปลอดภัย

7. ช่วยเหลือในการเก็บกู้วัตถุระเบิด บนเรือสินค้าไทยที่ถูกโจรสลัดโจมตี ใน 23 ธันวาคม 2553

8. การเข้าช่วยเหลือลูกเรือสินค้า HANIBAL II สัญชาติปานามา ชื่อ นาย ATEB NIZAR สัญชาติตูนิเซีย อายุ 35 ปี ตำแหน่ง พ่อครัวประจำเรือ ที่ป่วยเป็นไส้ติ่งอักเสบ ต้องการการรักษาพยาบาลโดยเร่งด่วน โดยนายแพทย์ประจำเรือได้ให้การตรวจรักษาในเบื้องต้น ก่อนที่จะลำเลียงผู้ป่วยด้วยอากาศยาน ไปส่งยัง เรือรบเยอรมัน ชื่อ FGS HAMBURG เพื่อรักษาต่อไป

9. การช่วยเหลือเรือสินค้าไทย ชื่อ MV THOR NAUTILUS ซึ่งถูกโจรสลัดพยายามปล้น และถูกยิงด้วยอาวุธ ใน 23 ธันวาคม 2553

10. ติดตามเรือสินค้าไทยชื่อ MV THOR NEXUS ที่ถูกโจรสลัดจับยึด พร้อมลูกเรือ 27 คน และการพยายามเข้าขัดขวางการส่งกำลังบำรุงของโจรสลัด ระหว่าง 25 – 31 ธันวาคม 2553

ส่วนการสร้างความภาคภูมิใจของคนไทยในต่างแดนนั้น ระหว่างการเดินทางเข้าพื้นที่ปฏิบัติการและระหว่างอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการ ของหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับคนไทยในต่างประเทศ ที่ หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ได้เดินทางไปเพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศนั้น ๆ ประกอบด้วย

1. การนำธงชาติและกำลังรบของไทย ไปปรากฏตามสถานที่ต่าง ๆ ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศศรีลังกา รัฐสุลต่านโอมาน สาธารณรัฐจิบูตี ราชอาณาจักรบาห์เรน และ สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์

2. การเปิดให้ประชาชนชาวไทยในต่างแดน เยี่ยมชมเรือ ในระหว่าง 5 – 7 ธันวาคม 2553 หมู่เรือปราบปรามโจรสลัดได้เปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยในบาห์เรนขึ้นเยี่ยมชม เรือหลวงสิมิลัน และ เรือหลวงปัตตานี ซึ่งได้รับความสนใจจากคนไทยในบาห์เรน เป็นจำนวนมาก ตลอดทั้ง 2 วัน ประชาชนที่มาเยี่ยมชมได้กล่าวแสดงความภาคภูมิใจที่เรือรบไทยได้เดินทางมาถึงราชอาณาจักรบาห์เรน นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

3. การเข้าร่วมกิจกรรมกับคนไทยในต่างแดน โดย ผู้บัญชาการหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด  พร้อมด้วยข้าราชการ จำนวน 60 นาย เข้าร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมายุ ครบ 84 พรรษา ร่วมกับ ข้าราชการสถานทูตไทย ประจำราชอาณาจักรบาห์เรน และประชาชนชาวไทยในราชอาณาจักรบาห์เรน กว่า 400 คน  ณ โรงแรมคราวน์ พลาซ่า กรุงมานามา ราชอาณาจักรบาห์เรน โดยในงาน ผู้บัญชาการหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ได้รับเชิญขึ้นกล่าวถึงการมาเยี่ยมของ หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ภารกิจ การปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนชาวไทยในบาห์เรนได้รับทราบ

ขณะเดียวกันผลที่ได้รับ

1. เป็นการแสดงถึงเอกราชและอธิปไตยของประเทศไทย และชาวไทย ให้ชาวโลกในน่านน้ำต่างแดนเห็น เนื่องจากการนำเรือรบที่ชักธงไทยไปต่างแดน เรือรบนั้นเปรียบเสมือนอธิปไตยของประเทศไทย

2. แสดงออกถึงความร่วมมือกับนานาชาติ ในการคุ้มครอง และรักษาผลประโยชน์ทางทะเลให้กับชาวไทย และมวลมนุษยชาติ

3. เป็นการแสดงแสนยานุภาพและขีดความสามารถของกองทัพเรือไทยให้นานาชาติได้เห็น

4. เป็นการป้องปรามให้ชาติอื่น ๆ เห็นถึงความสามารถของกองทัพเรือและประเทศไทย

5. ก้าวเข้าสู่เวทีโลก และก้าวเข้าสู่การเป็นกองทัพเรือชั้นนำในภูมิภาค เป็น Wold Class Navy

6. เป็นการทดสอบและแสดงขีดความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาระยะไกล จาก ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ไปยัง หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ซึ่งห่างไกลถึง 7,000 กิโลเมตร ได้ทันที หรือ Realtime อย่างมีประสิทธิภาพ

7. สามารถประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศ และกองทัพเรือให้พี่น้องชาวไทยและต่างประเทศทราบโดยทันที โดยผ่านเครือข่ายสื่อสารกองทัพเรือมายังสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3

นอกจากนี้บทสรุป กองทัพเรือ ภายใต้การนำของ พลเรือเอก กำธร   พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย และรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ รวมทั้งปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ และมีประสิทธิภาพ สมกับที่พี่น้องประชาชนชาวไทย รัฐบาล และกระทรวงกลาโหม มอบความไว้วางใจให้

อย่างไรก็ตาม กรณี 27 คนไทยที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียบุกยึดเรือและเข้าจับกุมลูกเรือชาวไทยไว้ที่โซมาเลียนั้น ทางบริษัทฯ เรือ รวมทั้งทางกระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งเจรจาดำเนินการในการขอประกันตัวทั้งหมดแล้ว ซึ่งกองทัพเรือเชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นาน

โดย เอมไทย นิวส์

—Thai navy SEAL โชว์จับโจรสลัดโซมาเลีย 6 คน    ติดตามต่อที่ -topicstock    

—  11ก.ย 53 ประมวลภาพ ทัพเรือ ถอนสมอ ทหารไทยลุยโซมาเลีย ล่าโจรสลัดอ่าวเอเดน   นิวเอมไทย

— กองทัพเรือ ส่งเรือหลวงสิมิลัน-ปัตตานี ร่วมปราบโจรสลัดโซมาเลีย   -พัทยาเดลินิวส์

—  7 ลูกเรือที่รอดชีวิตจากโจรสลัดโซมาเลีย ถึงไทยแล้ว  -อีไทยแลนด์

— ทัพเรือช่วยตัวประกันถูกสลัดโซมาเลียจับ   -นิวสนุก

  

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s