ประเทศที่ควรหลีกเลี่ยง รัฐไทยภารกิจ- อิสลามเชื่อมโลก

FCO   เป็นเวปไซด์ที่มี “คำแนะนำสำหรับการท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ .ให้ข้อมูลว่า…

สองประเทศที่ทาง FCO แนะนำว่าไม่ควรเดินทางไป ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดๆ คือ ชาดและโซมาเลีย ทั้งสองประเทศนี้มีปัญหาด้านการเมืองและสถานการณ์ความปลอดภัย ซึ่งคุณควรเปลี่ยนจุดหมายทันที เพราะทั้่งสองประเทศยังมีพวกก่อจลาจลที่มีอาวุธครบมือกำลังต่อสู้กับกองกำลังทหารของรัฐบาล

สาธารณรัฐชาด เมืองหลวง เอ็นจาเมนา (N’ DJAMENA)

นักรบของกลุ่มอัลกออิดะห์ในโซมาเลีย ซึ่งเข้าร่วมกับกลุ่มกบฏ อัล ชาบาบ (Al Shabab) ในกรุงโมกาดิชชู กำลังเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศโซมาเลีย

กลุ่มอัลกออิดะห์ ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดของโอซามา บิน ลาเดน ชาวซาอุดิอารเบียผู้ซึ่งเป็นบุตรคนที่ 17 จากทั้งหมด 51 คนของคหบดีที่มั่งคั่ง ในช่วงแรกนั้นอัลกออิดะห์มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อขับไล่ทหารโซเวียตออกจากอัฟกานิสถาน และมีสถานะเป็น “นักสู้เพื่ออิสรภาพ (Freedom Fighter)” มากกว่าการเป็น “กลุ่มก่อการร้าย (Terrorist)”

จนกระทั่งเมื่อโซเวียตถอนทหารออกไปจากอัฟกานิสถานแล้ว โอซามา บิน ลาเดน ก็ยกระดับการต่อสู้ของเขาขึ้นเป็นการต่อสู้เพื่อสถาปนา “รัฐอิสลามบริสุทธิ์” รวมทั้งประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาในปี 1996 โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การขับไล่สหรัฐอเมริกาออกจากซาอุดิอารเบียและดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ในตะวันออกกลาง อันนำมาซึ่งการโจมตีสถานฑูตสหรัฐอเมริกา 2 แห่งในแอฟริกาตะวันออกในปี 1998 และการโจมตีเรือพิฆาต “โคลด์” ด้วยระเบิดพลีชีพในอ่าวเอเดนในปี 2000 ซึ่งผลงานดังกล่าวทำให้โอซามา บิน ลาเดน กลายเป็นบุคคลที่ทางการสหรัฐอเมริกาต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่งด้วยค่าหัวสูงถึง 5 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา

ในขณะเดียวกันเขาก็กลายเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้และท้าทายมหาอำนาจตะวันตกไปโดยปริยาย ส่งผลให้คำว่า “นักสู้เพื่ออิสรภาพ” ของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็น “ผู้ก่อการร้าย” ในสายตาโลกตะวันตกชัดเจนมากยิ่งขึ้น
———————————————————————————–

สำหรับประเทศที่แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงที่มีบางส่วนคือ

อัฟกานิสถาน, แอลเบเนีย , อาเซอร์ไบจัน, บูรันดิ i, คาเมรูน,   โคลัมเบีย,โคโทโรส, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก , เอริเทเรีย, เอธิโอเปีย,, จอร์เจีย,  อินเดียมอินโดนีเซีย,อิหร่าน, อิรัก,  อิสราเอล และดินแดนปาเลสไตน์ (OPTs), ไอวอรีโคสต์, เลบานอน, มาลี, ไนเจอร์, ไนจีเรีย,  ปากีส ถาน, ปากีสถาน, สหพันธรัฐรัสเซีย, ศรีลังกา, ซูดาน และอูกันดา

นอกจากนี้ยังมีบางประเทศที่ FCO แนะนำว่าเพียงการท่องเที่ยงในจุดที่สำคัญ คือ Burundi, อาฟริกากลาง, โคโมโรส

สุดท้ายคือกลุ่มประเทศที่บางส่วนที่ไม่ไป

อัฟกานิสถาน,แอลจีเรีย, อังโกลา, อาร์เมเนีย, บังกลาเทศ, คองโก,   สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก.กีนี, กายอานา, อินเดีย, อิรัก,  อิสราเอล และดินแดนปาเลสไตน์ (OPTs), เคนยา, ลิเบีย, มอริตาเนีย, ไนเจอร์, ไนจีเรีย,ปากีสถาน , สหพันธรัฐรัสเซีย, รวันดา, ซูดาน,  ไทย, อูกันดา,อุซเบกิสถาน, เยเมน และ แซมเบีย

แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้ยังใช้ได้จนถึงวันนี้ บางสถานการณ์อาจจะดีขึ้น หรือแย่ลงในแต่ละประเทศ

27/09/2010

นายกรัฐมนตรีไทยว่ากับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเข้าพบหารือกับประธานาธิบดีอิสราเอล

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2553 นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมในคณะผู้แทนไทย นำโดยนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในพิธีเปิดการอภิปรายทั่วไปของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ สมัยที่ 65 ระหว่างนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าพบหารือกับนาย Shimon Peres ประธานาธิบดีรัฐอิสราเอล เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยประธานาธิบดีอิสราเอลได้สอบถามถึงพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และชื่มชมในพระราชกรณียกิจที่มีคุณานุประโยชน์จากโครงการพระราชดำริที่มากมาย และกล่าวถึงความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสอง ที่มีมายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตร ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า มีศักยภาพที่จะขยายความร่วมมือกันอีกมาก ไทยสามารถเรียนรู้วิทยาการจากอิสราเอล ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศได้อธิบายถึงสถานะล่าสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขยายตัวทางเศรษฐกิจ แม้ว่า ประเทศไทยจะมีปัญหาการเมือง แต่ความมั่นใจของนักธุรกิจและนักลงทุนสะท้อนให้เห็นถึงรากฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและมั่นคงของไทย นอกจากนี้ ประธานธิบดีอิสราเอลได้กล่าวถึงพัฒนาการล่าสุดของการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย

27/09/2010

นาย_Emomali_Rahmon_ประธานาธิปดีสาธารณรัฐทาจิกิสถาน

นายกรัฐมนตรีไทยได้เข้าพบหารือกับประธานาธิปดีสาธารณรัฐทาจิกิสถาน

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2553 ระหว่างพิธีเปิดการอภิปรายทั่วไปของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ สมัยที่ 65 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้เข้าพบหารือกับนาย Emomali Rahmon ประธานาธิปดีสาธารณรัฐทาจิกิสถาน โดยในการพบหารือดังกล่าวทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยฝ่ายทาจิกิสถานได้ขอให้ไทยให้ความช่วยเหลือในการแบ่งปันองค์ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และเชิญชวนให้ไทยพิจารณาไปลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเกษตรของทาจิกิสถาน เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือในเรื่องการสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ รวมถึงได้ตกลงที่จะจัดตั้งคณะกรรมการร่วม (Joint Commission) และจัดให้มีการหารือทางการเมือง (political consultation) เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นกลไกในการผลักดันความร่วมมือระหว่างกันต่อไป อนึ่ง นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณประธานาธิปดีทาจิกิสถานในฐานะประธานองค์การการประชุมอิสลาม (Organization of the Islamic Conference – OIC) ที่ให้การสนับสนุนไทยในการสร้างความเข้าใจต่อประเทศมุสลิมอื่น ๆ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับสถานการณ์ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

23/09/2010

การประชุม ASEAN- GCC ที่ UNGA

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2553 ในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 65 ณ นครนิวยอร์ก นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ปฏิบัติภารกิจเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ 1) กิจกรรม Side Event Discussion ภายใต้หัวข้อ 1000 Days: Change a Life, Change a Future – Partnership to Reduce Child Undernutrition 2) การประชุมอาเซียน-กลุ่มความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (ASEAN-GCC) และ 3) งานเลี้ยงอาหารกลางวันโดยมีนาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเป็นเจ้าภาพแก่หัวหน้าคณะผู้แทนประเทศ สมาชิกกลุ่มเอเชียที่เข้าร่วมการประชุม Millennium Development Goals (MDGs) Summit รวมถึงทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม MDGs Summit Side Event (Ministerial Level) ภายใต้หัวข้อ Achieving MDGs through Partnership – Sharing the experience, achievements and challenges on MDGs in Asia-Pacific นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการฯ ยังได้พบหารือกับนาย Peter Maurer ปลัดกระทรวงการต่างประเทศสมาพันธรัฐสวิสด้วย

ในการประชุม 1000 Days: Change a Life, Change a Future – Partnership to Reduce Child Undernutrition ซึ่งริเริ่มโดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศไอร์แลนด์และสหรัฐฯ เพื่อเน้นการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสารอาหารในเด็ก โดยเน้นโครงการที่ส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ซึ่ง MDGs ได้กำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการได้รับสารอาหารของเด็กเป็นหนึ่งในเป้า หมายหลัก อีกทั้งเพื่อขจัดความยากจนและลดความหิวโหยในประชากรของแต่ละปะเทศ นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการดำเนินโครงการด้วย รัฐมนตรีว่าการฯ ได้เน้นถึงนโยบายของรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการมารดาและผ่าน ยุทธศาสตร์โครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญสุขภาพของมารดาและเด็กตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ตลอดจนการเจริญ เติบโตของเด็ก ซึ่งนโยบายดังกล่าวเป็นพันธกรณีของไทยภายใต้เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) ด้วย

ในการประชุมอาเซียน-กลุ่มความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (ASEAN-GCC) รัฐมนตรีว่าการฯ ได้เสนอแนวทางการสร้างเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกจากสองกรอบความ ร่วมมือ โดยเน้นที่การต่อยอดการเชื่อมโยง (Connectivity) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงการเชื่อมโยงด้านพลังงาน โดยเข้ามามีบทบาทในการลงทุนระบบการผลิตไฟฟ้าในภูมิภาค การเชื่อมโยงด้านประชาชน โดยเน้นที่การดูแลด้านการท่องเที่ยวระหว่างผู้คนจากสองภูมิภาค การเชื่อมโยงด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยเสนอให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตร และการเชื่อมโยงด้านการขนส่ง โดยเน้นประเด็นการขนส่งสินค้าและความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ

17/09/2010

รศ.ดร.ฉัตรชัย รัตนชัยเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2553 รอง ศจ. ดร. ฉัตรชัย รัตนชัย รองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เข้าเยี่ยมคารวะนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอบคุณและรายงานผลการดำเนินโครงการเครือข่ายอิสลามศึกษานานาชาติ (International Islamic Studies – Networking: IISN)

รัฐมนตรีว่า การฯ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศยินดีให้การสนับสนุนโครงการฯ ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะโครงการให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษา และเห็นว่า การเรียนรู้รูปแบบการเรียนการสอนในประเทศมุสลิมสายกลาง อาทิ บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้

กระทรวงการต่างประเทศได้สนับสนุนงบประมาณโครงการ IISN มาตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ได้มีการจัดส่งนักศึกษาจำนวน 18 คน ไปศึกษาที่สหรัฐอเมริกา จอร์แดน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

2/10/2010

นายกรัฐมนตรีบรรยาย ประเทศไทยและโลกมุสลิม ความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2553 เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยาย ในหัวข้อ ประเทศไทยและโลกมุสลิม : ความเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนา (Thailand and the Muslim World : Partnership in Progress) ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานสัมมนาวิชาการมุสลิมศึกษา ประจำปี 2553 โดยหัวข้อหลักของงาน คือ “มุสลิมในแผ่นดินไทย : บทบาทชาวไทยมุสลิมในการสร้างสรรค์สังคมไทย”ซึ่งจัดโดยศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มูลนิธิร็อกกี้ เฟลเลอร์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เครื่อข่ายจุฬาฯ นานาชาติ และมูลนิธิเจมส์ เอช ดับเบิลยู ทอมป์สัน
01/10/2010

กระทรวงการต่างประเทศมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาไทยมุสลิมจากจังหวัดภาคใต้

เมื่อ วันที่ 29 กันยายน 2553 นายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้เป็นประธาน ในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาไทยมุสลิมจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ศึกษา อยู่ในรัฐกลันตันและตรังกานูจำนวน 16 ราย ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู จัดขึ้น นักศึกษาเหล่านี้มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกำลังศึกษาวิชาศาสนศาสตร์ กฎหมายอิสลาม และจริยธรรม

โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้ให้โอวาทแก่นักศึกษาเหล่านี้ โดยได้ขอให้ปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสร้างประโยชน์ทั้งส่วนตัวและประโยชน์ส่วนรวม และขอให้ช่วยพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการกลับมาเผยแผ่หลักคำสอนอิสลามที่ถูกต้องและไม่บิดเบือน ทั้งนี้ ทุนการศึกษาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระทรวงการต่างประเทศในส่งเสริม ความเป็นอยู่ที่ดีของชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้

01/10/2010

นายกษิต ภิรมย์พบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐชาด

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2553 ในระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ สมัยที่ 65 นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือทวิภาคีกับนาย Moussa Faki Mahamat รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐชาด
ในการพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐชาด ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของสองประเทศ โดยฝ่ายชาดแสดงความประสงค์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร โดยเฉพาะการปลูกข้าว ข้าวฟ่าง และข้าวโพด ซึ่งไทยยินดีจะส่งผู้เชี่ยวชาญไปเยือนเพื่อแบ่งปันประสบการณ์และถ่ายทอด เทคโนโลยีการเกษตรให้ฝ่ายชาด ทั้งนี้ ก่อนการหารือรัฐมนตรีต่างประเทศได้เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยในการมอบเงินช่วย เหลือชาดกรณีอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศด้วย          

ข้อความนี้ถูกเขียนใน หนังสือ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s