“คริสตี้ เคนนีย์” ท่านทูตอเมริกาคนใหม่ แนะไทยใช้ “วิถีอารยะ” แก้ปัญหาการเมือง

วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 17:00:00 น.มติชน 


ทูตใหม่ – เปิดให้คณะสื่อมวลชนไทยเข้าพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นกันเอง ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยนางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยคนใหม่  ถนนวิทยุ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 
(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 27 มกราคม 2554)

 

 

    

  

  

  

  

เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยคนใหม่เปิดใจสื่อ รับเป็นงานท้าทายในสถานการณ์การเมืองที่ซับซ้อน เชื่อถึงที่สุดจะหาทางออกได้ด้วยวิถีอารยะ ติงวนเวียนอยู่แต่ปัญหาการเมืองบดบังโอกาสการพัฒนาด้านอื่นของสังคมไทย ทูตหญิงสหรัฐเผยชอบดูฟุตบอล ฟังเพลงร็อค ยันข้อมูลการทูตหลุดผ่านวิกิลีกส์ มิได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อไทย 

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 26 มกราคม นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยคนใหม่ เปิดให้คณะสื่อมวลชนจากหนังสือพิมพ์มติชน-ข่าวสด, เดลินิวส์, บางกอกโพสต์ และเดอะ เนชั่น เข้าพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างไม่เป็นทางการที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ

เมื่อถามว่า ด้วยเหตุผลใด นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ จึงคัดเลือกให้มาดำรงตำแหน่งนี้ นางเคนนีย์กล่าวว่า อาจเป็นเพราะตนเป็นผู้ที่ชอบพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนทั่วไป ซึ่งนับเป็นงานที่ท้าทาย เพราะสถานการณ์การเมืองไทยปัจจุบันมีความซับซ้อนอยู่มากพอสมควร

นางเคนนีย์กล่าวว่า อย่างไรก็ดี ในความเห็นส่วนตัวแล้ว ตนเห็นว่าชีวิตและสังคมยังมีแง่มุมอื่นๆ อีกมากมายที่จะต้องให้ความสนใจ เช่น สถานภาพทางการทูตของไทยบนเวทีโลกซึ่งได้รับการยอมรับอย่างสูง อาทิ การเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสากล หรือการเคยร่วมเป็นคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ ไปจนกระทั่งถึงเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยว การลงทุนจากต่างประเทศ และการปรับปรุงฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชนส่วนใหญ่ การวนเวียนอยู่แต่เฉพาะปัญหาการเมืองจะเป็นการลดทอนโอกาสในด้านอื่นๆ ของสังคมไทย

เอกอัครราชทูตสหรัฐกล่าวอีกว่า ในอีกแง่หนึ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็เป็นความท้าทายสำหรับสังคมไทย ว่าจะมีความสามารถในการจัดการอย่างไรมิให้ปัญหาการเมืองบดบังโอกาสในการพัฒนาด้านอื่นๆ และในฐานะที่เป็นมิตรประเทศกันมาเป็นเวลายาวนาน สหรัฐก็หวังว่าถึงที่สุดแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม มิตรภาพระหว่างทั้งสองประเทศก็ยังงดงามราบรื่น

“ดิฉันเชื่อว่า ในที่สุดแล้วการเมืองไทยจะสามารถหาทางออกได้ด้วยวิถีทางอารยะ” นางเคนนีย์กล่าว

ต่อข้อถามเรื่องข้อมูลของสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยที่รายงานกลับไปยังกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ หลุดออกมาเผยแพร่ในวิกิลีกส์ นางเคนนีย์กล่าวว่า อาจจะเป็นเรื่องยากในการอธิบายให้กับบุคคลที่อยู่นอกแวดวงอาชีพการทำงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเข้าใจถึงวิธีการปฏิบัติตามแบบแผนเช่นนี้ แต่สิ่งที่สามารถยืนยันได้ก็คือการกระทำที่ดำเนินไปตามปกติดังกล่าวมิได้มีเจตนามุ่งร้ายใดๆ ต่อสังคมไทย

“เหมือนกับคุณมีโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์แล้วเขียนอะไรที่เป็นส่วนตัวเอาไว้ในนั้น แล้ววันหนึ่งมีคนมาขโมยโน้ตบุ๊กของคุณไป เอาเรื่องที่ คุณเขียนเป็นส่วนตัวไปเผยแพร่นั่นแหละ” นางเคนนีย์กล่าว

เอกอัครราชทูตสหรัฐกล่าวด้วยว่า ปกติแล้วตนเป็นคนชอบเล่นกีฬาหลายชนิด เช่น เทนนิส ว่ายน้ำ แบดมินตัน หรืออื่นๆ เท่าที่โอกาสอำนวย ในช่วงเช้าและช่วงดึกของทุกวัน นอกจากนั้นยังติดตามรับชมกีฬาหลายประเภท อาทิ บาสเกต บอล เทนนิส และซอคเกอร์ (ฟุตบอล)

“การชอบซอคเกอร์อาจจะดูแปลกสำหรับคนสหรัฐโดยทั่วไป แต่ดิฉันก็ชมและติดตามผลการแข่งขันซอคเกอร์ในสหรัฐมานานแล้ว สำหรับบาสเกตบอล ดิฉันเล่นอยู่เป็นประจำตั้งแต่พ่อซื้อแป้นและลูกบาสให้ตอนเด็ก จนกระทั่งอายุ 15 ปีเมื่อฟันหักเพราะเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อน แม่ของดิฉันไปยื่นคำขาดกับพ่อว่า ฉันต้องเลิกเล่นบาสเกตบอลเด็ดขาด ทักษะบาสเกตบอลของฉันเลยหยุดอยู่แค่อายุเท่านั้น (หัวเราะ) แต่ก็ยังติดตามการแข่งขันเอ็นบีเอ (บาสเกตบอลอาชีพของสหรัฐ) อยู่เป็นประจำนะคะ ทีมโปรดของดิฉันก็คือวอชิงตัน วิซาร์ด แต่ถ้าจะมีให้เลือกทีมสำรองก็ต้องเป็นแอลเอ เลกเกอร์ส เพราะดิฉันเป็นแฟนตัวยงของโคบี้ ไบรอันต์” เอกอัครราชทูตหญิงของสหรัฐกล่าว

นางเคนนีย์กล่าวอีกว่า ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศฟิลิปปินส์ ตนมีโอกาสพบปะพูดคุยกับแมนนี่ ปาเกียว ยอดนักมวยแชมป์โลก 8 รุ่น ซึ่งปัจจุบันเป็น ส.ส.ฟิลิปปินส์ และรู้สึกประทับใจในความถ่อมตัวและความมุมานะพยายามของปาเกียวมาก เพราะนอกจากจะมุ่งมั่นฝึกซ้อมมวยแล้ว ปาเกียวยังขยันขันแข็งในการศึกษาหาความรู้อื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กที่เติบโตมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย

ในตอนท้ายของการพบปะกัน นางเคนนีย์พาคณะสื่อมวลชนเดินเยี่ยมชมทำเนียบเอกอัครราชทูต โดยระบุว่าการตกแต่งภายในส่วนหนึ่งเป็นเรื่องที่สถานทูตดำเนินการอยู่แล้ว แต่มีบางส่วนที่ทางกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐให้สิทธิแก่ทูต เช่น ภาพเขียนประดับทำเนียบ ซึ่งตนเลือกภาพที่เป็นแนวเกี่ยวข้องกับน้ำและทะเลทั้งหมด เนื่องจากเป็นภาพที่ให้ความรู้สึกสดชื่น เพราะน้ำเป็นต้นกำเนิดของชีวิตทั้งหมด

ในห้องพักผ่อนส่วนตัว นางเคนนีย์ระบุว่า ตนจะใช้เวลาหย่อนใจในห้องนี้บ้างบางเวลา เช่น บางวันอาจจะนั่งอยู่กับพื้นแทนที่จะนั่งบนเก้าอี้แล้วก็ดูโทรทัศน์ หรือฟังเพลงที่ชอบในช่วงเช้า เพลงที่ฟังก็มีหลายประเภท เช่นบางวันอาจฟังเพลงบรรเลงเพื่อหย่อนอารมณ์ หรือบางวันฟังเพลงร็อคเพื่อความคึกคัก เช่น เพลงของบรูซ สปริงทีน และโคลด์เพลย์

“เพลงที่เราฟังนี่บางทีก็บอกอายุเรานะคะ เพราะเวลาที่ดิฉันทวีตว่าเมื่อเช้านี้ฟังเพลงอะไร ก็จะมีคนทวีตตอบมาว่าแก่” นางเคนนีย์กล่าวพร้อมหัวเราะ

สำหรับเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยคนปัจจุบัน นอกจากได้รับฉายาว่าเป็น “ท่านทูตนักกีฬา” เพราะความชอบกีฬาในช่วงที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในฟิลิปปินส์แล้ว ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในการติดต่อกับประชาชนหรือเพื่อนญาติมิตรอยู่เป็นประจำ อาทิ เฟซบุ๊กหรือการจัดทำวิดีโอผ่านยูทูบทักทายประชาชนคนไทยก่อนเข้ารับตำแหน่ง และจะทวีตในทวิตเตอร์ทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง โดยในวันที่พบปะกับผู้สื่อข่าวจากช่วงสายจนถึงช่วงเที่ยง ถึงเวลาประมาณ 13.00 น. นางเคนนีย์ก็ทวีตข้อความว่า

“อะไรเกิดขึ้นกับช่วงกินข้าวเที่ยง ฉันมีนัดหมายแน่นเสียจนวันนี้ไม่ได้กินข้าวเที่ยง”

 
Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s