4-2-54 ไทย-เขมรปะทะ บริเวณภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ด่วน “มาร์คยอมเขมร” ไทยถอนทหาร ๑,๐๐๐ นายจากพระวิหาร!

ทหารกัมพูชาและทหารไทยถ่ายภาพร่วมกับ สังฆราชเขมร หลังรับประทานอาหารร่วมกันในงานบุญเดือนสิบ ‘พะจุม เป็น’ ที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๓

ฟิฟทีนมูฟ — วิทยุเอเชียเสรีรายงานข่าวตั้งแต่เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่ทางการทหารและกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้ยืนยันว่าไทยได้ถอนทหาร ๑,๐๐๐ นายออกจากแนวป้องกันที่สองในพื้นที่พิพาทใกล้ปราสาทพระวิหาร เมื่อวันอังคาร ที่ ๕ ตุลาคม หลังการพูดคุยของนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศเป็นเวลา ๑๕ นาที ในการพบปะนอกรอบระหว่างการประชุมเอเชีย-ยุโรปที่กรุงบรัสเซล เพียงหนึ่งวัน

พลเอก เจีย ดารา (Gen. Chea Dara) รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดในฐานะผู้รับผิดชอบปฏิบัติการพระวิหาร ได้ยืนยันว่าทหารไทย ๑,๐๐๐ นาย ได้ถอนออกจากพื้นที่พิพาท โดยระบุว่าหลังนายกรัฐมนตรีทั้งสองพบกันที่นิวยอร์คเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน และที่บรัสเซลเมื่อ ๔ ตุลาคม สถานการณ์ทางทหารตลอดแนวชายแดนใกล้พื้นที่พิพาทปราสาทพระวิหารคลี่คลายลง และทหารของทั้งสองฝ่ายมีการพบปะและรับประทานอาการร่วมกันเป็นปกติ

ทหารไทยได้มีการถอนกำลังออกจากวัดแก้วสิกขาคีรีสวารา เชิงปราสาทเขาพระวิหาร ตั้งแต่เมื่อ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ทหารกัมพูชาได้สลักข้อความบนก้อนหินใหญ่ และทำป้ายสลักข้อความฉาบด้วยสีทองเป็นภาษากัมพูชา ที่หน้าวัดแก้วสิกขาคีรีสวาราและทางขึ้น ประณามคนไทยและทหารไทยว่าเป็น “ผู้รุกราน ผู้รุกล้ำดินแดนเขมร”

อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงทหารจำนวน ๑๐ นาย ในพื้นที่ขัดแย้งวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ (Wat Keo Sekha Kirisvarak) ซึ่งทหารไทยหลายร้อยนายเคยรุกล้ำเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ พลเอก เจีย ดารา ระบุว่าสถานการณ์ทางการทหารคลี่คลายขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยกล่าวว่า “เราสังเกตว่าทหารไทยมีทัศนคติที่ดีขึ้นมาก ปัจจุบันความตึงเครียดคลี่คคลายลงอย่างสำคัญ ไทยได้ถอนทหารออกจากแนวป้องกันที่สอง และเมื่อไม่กี่วันมานี้ได้มีการพบปะกันในทุกจุดที่มีการวางกำลังระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา”

การสลักและติดป้ายดังกล่าวเป็นการอ้างถึง พล.ท.กนก เนตรคเวสนะ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก เมื่อครั้งเป็นผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี และผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 (ผบ.พล.ร.6) ว่า เป็นผู้นำทหารไทย 20 คน บุกขึ้นไปอยู่บนวัดแก้วฯ เมื่อ 15 กรกฎาคม 2551 จากนั้นนำกำลังทหารจำนวนมากมาวางกำลังโดยรอบ ถือเป็นการรุกรานเพราะเป็นผืนแผ่นดินกัมพูชา

นายกอย เกือง (Koy Kuong) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ระบุว่าการถอนทหารไทยจากพื้นที่พิพาทจะทำให้การเจรจาทวิภาคีของไทยและกัมพูชาดำเนินต่อเนื่องไปได้เพื่อยุติความขัดแย้ง อย่างไรก็ตามกัมพูชาได้ยืนยันการหาทางออกแบบพหุพาคีในช่วงก่อนหน้านี้ นายกอยกล่าวว่า “นี่เป็นสัญญาณของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดทางทหาร ซึ่งทำให้การเจรจาในอนาคตคืบหน้าต่อไปได้”

 

ทางการกัมพูชาได้ทำการรื้อเอาป้ายหินแกะสลักข้อความภาษาเขมรโจมตีทหารไทยว่ารุกรานพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ใกล้กับวัดแก้วสิขาคีรีสวาระ

ระหว่างปาฐกถากับบัณฑิตจบใหม่ที่สถาบันการศึกษาแห่งชาติเมื่อ ๒๙ กันยายน นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ระบุว่ากัมพูชาไม่ได้ละทิ้งความพยายามที่จะให้เกิดการแก้ความขัดแย้งแบบพหุภาคี แต่เขาระบุว่าการเริ่มต้นการเจรจาสองฝ่ายอีกครั้งเนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและการปะทะกันของทหาร

30ม.ค 54

เว็บไซต์ http://www.dap-news.com หนังสือพิมพ์เดิมอัมปรึลของกัมพูชา รายงานข่าวการให้สัมภาษณ์ของนายเขียว กัณหฤทธิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง โฆษณา-ข่าวสารกัมพูชา และโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ว่า เรารู้ว่าไทยอยากรุกรานหลายแห่ง แต่สำหรับกัมพูชา หากพูดโดยรวมตลอดแนวพรมแดน 800 กิโลเมตร ทหารเราพร้อมรบหากไทยอยากทำสงคราม อย่างไรก็ตาม เรายังจะอดทนต่อไป แม้ว่าฝ่ายไทยกำลังมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ย้ำว่าหากไทยอยากทำสงครามตามแนวชายแดน กองทัพของกัมพูชาก็เตรียมพร้อมในการรักษาบูรณภาพเขตแดน ไม่ให้สูญเสียแม้แต่หนึ่งมิลลิเมตร

          เขาบอกว่า ขณะนี้สถานการณ์ตามแนวชายที่ปราสาทพระวิหารกำลังตึงเครียด เพราะทหารไทยต้อง การเข้ามาในพื้นที่วัดแก้วสิขาคีรีสวาระ ซึ่งฝ่ายไทยเคยถอนกำลังทหารออกจาก พื้นที่ดังกล่าวไปแล้ว กัมพูชามีเป้าหมายไม่ให้ทหารไทยเข้ามาในเขตแดน กัมพูชาได้อีก และอยู่ระหว่างรอคำสั่งจากผู้นำรัฐบาล ทั้งรถถัง รถหุ้มเกราะ จรวด และกำลังทหาร เตรียมพร้อมเพื่อตอบโต้การรุกรานของไทย
          
          “ดังนั้น ถ้ารัฐบาลไทยยังอยากส่งทหารเข้ามาในพื้นที่วัดแก้วสิขาฯ อีก กัมพูชาจะใช้สิทธิ์ในการป้องกันตัว เพื่อไม่ให้ฝ่ายไทยสามารถกระทำตามความประสงค์ที่ไม่ดีได้สำเร็จ ขณะนี้เราได้สั่งเคลื่อนรถถังและอาวุธหนักหลายชนิด ที่ประจำการอยู่บริเวณ ชายแดนด้าน จ.พระตะบอง จ.ไพลิน และทางทิศใต้ของ จ.บันเตียเมียนเจย ขึ้นไปเตรียมพร้อมรับสถานการณ์บริเวณชายแดนด้านตรงข้าม จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ” โฆษกรัฐบาลกัมพูชาระบุ

 

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

      

 15.00 น. ที่ชายบริเวณทางด้านทิศตะวันตกของภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีเสียงปืนดังติดต่อกันประมาณ 10 นัด ขณะที่เวลาประมาณ

 15.45 น. ก็มีเสียงปืนใหญ่ดังขึ้นอีกครั้งเป็นระยะ ๆ จำนวนอีกหลายสิบนัดในจุดเดิม โดยคาดว่าน่าจะเป็นเสียงปืนใหญ่

          เกิดเหตุอยู่ใกล้กับที่ตั้งของทหารไทย ที่ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ กระสุนปืนไร้แรงสะท้อนตกลงมาฝั่งไทยประมาณ 10 นัด โดยมีทหารไทยบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน หลังจากนั้นมีเสียงปืนกลและปืนยาว

พล.ต.ชวลิต ชุนประสาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี กำลังติดต่อประสานกับผู้บังคับหน่วยทหารกัมพูชาในพื้นที่ 
          สื่อกัมพูชา รายงานว่า กัมพูชาได้จับทหารไทย 5 คน พร้อมยิงใส่รถถังไทย เหตุเข้าไปรุกล้ำเขตแดนกัมพูชาหลายจุด 

 จุดที่ทหารไทยโดนจับไปอยู่ในพื้นที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระซึ่งเป็นพื้นที่พิพาท 
           นายวีระยุทธ ดวงแก้ว กำนันตำบลเขาธงชัย จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เกิดเสียงปืนดังขึ้นบริเวณภูมะเขือ ใกล้กับวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ชายแดนไทย – กัมพูชา ใกล้ผามออีแดง อำเภอกันทรลักษ์ จากการตรวจสอบพบว่า จุดที่เสียงปืนดังขึ้นนั้น อยู่ช่วงพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยรักษาพยาบาล ได้เตรียมกำลังพร้อมประจำจุดที่โรงเรียนบ้านซำเม็ง

   ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ย่านดังกล่าว ต่างพากันวิ่งหลบหนีเข้าหลุมหลบภัยที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ ทั้งนี้พบว่า กระสุนตกลงยังในพื้นที่ ตำบลเขาธงชัย ซึ่งยังไม่สามารถตรวจสอบความเสียหายได้ ขณะที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ออกประกาศให้ชาวบ้าน เตรียมหลบในหลุมหลบภัย และคอยเฝ้าฟังการประกาศจากเจ้าหน้าที่

           ด้านทางผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านภูซรอล ได้กล่าวว่า ถ้าหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ตนมั่นใจว่าจะสามารถพานักเรียนทั้งหมด เข้าจุดกำบังที่มีทั้ง 5 จุดได้ภาย 2 นาที ขณะที่ จ.ส.ต.นิธิรันดร์ พิมาทัย ตำรวจประจำสภ.บึงมะลู อำเภอกันทรลักษณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เวลา 15.30 น.ที่ผ่านมา ตนนับลูกปืนใหญ่ได้ประมาณ 20 ลูกแล้ว โดยเสียงปืนใหญ่ดังขึ้นทีไร โรงพักสะเทือนตลอดเวลา  ขณะที่บริเวณรอบเขาพระวิหารเกิดเหตุไฟไหม้ โดยมีทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 ทางด้านกันทรลักษณ์ สั่งอพยพ 4 หมู่บ้านด่วน
           ชายแดน ด่านถาวร ช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ปืนตกใส่ประมาณ 100 กิโลเมตร  แม่ค้าต่างทยอยปิดร้านพร้อมจับเข่าวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น        

การตอบโต้ด้วยปืนใหญ่ยุติลงแล้ว โดยมีกระสุนปืนใหญ่ตกใส่บ้านภูมิซรอล ซึ่งชาวบ้านได้ช่วยดับไฟหลังลูกปืนใหญ่ตกใส่บ้าน และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย ชื่อ นายเจริญ ผาหอม อายุ 50 ปี ส่วนทางด้านกัมพูชา มีรายงานว่า มีชาวกัมพูชาเสียชีวิตแล้ว 2 ราย ขณะที่ โฆษก ทบ. ออกมาระบุกรณีข่าว 5 หทารไทยถูกเขมรจับว่า ทหารไทยยังอยู่ที่วัดแก้วฯ และยังปลอดภัยดี

   

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s