ตามนัด

แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน วิวัฒนการต่อสู้ปชตของประเทศไทย ได้เปลี่ยนผู้นำตามสถาณะการณ์ ณ.ขณะนั้นๆๆ สอดคล้องกันและกันแต่ไม่ขัดการนำมาซึ่งปชชโดยปชช จากระบอบเผด็จการนับแต่2475 เพื่อปชชจะได้มีปชตโดยบริสุทธิ์ที่แท้จริง  ขณะนี้มีแกนนำ นปช. ชุดที่ 3แล้ว2554

มวลชน ‘เสื้อแดง’ หลายหมื่นคนมาตามนัด แสดงพลังพรึ่บเต็มพื้นที่ทั้งหน้าศาลอาญาและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ยาวเหยียดตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าฯ ยันแยกคอกวัว ชูธงต่อต้านการรัฐประหาร-ต้านสงคราม-ทวงคืนความยุติธรรม พร้อมอ่านจดหมายปรับทุกข์ของ 7 แกนนำนปช.ที่ยังถูกคุมขังว่าได้รับการปฏิบัติ 2 มาตรฐานไม่เหมือนคดีพันธมิตร   —รวมคริปเสื้อแดง13 ก.พ 54 หน้าศาลอาญาทวงเศษความยุติธรรมจากคณะศาลทั้งหมดในประเทศไทย ตุลาการภิวัฒน์ ละเลยการพิทักษ์วิชาชีพทำลายตนด้อยค่าของศาลไทยให้ตกต่ำไร้เกียรติยศ ศักดิ์ศรี แถมนานาชาติพร้อมบอยคอตไทย..ตามก้นระบอบคอมมิวนิตย์ มาร์คซีส นาซี เผด็จการศาล…ล้าหลัง ด้อยค่าทำลายเกียรติภูมิชุดครุยควรมามอบคืนแด่..ปชชไทย 

—เครดิตภาพเสื้อแดง 13ก.พ 54จากคุณกุ้งอินเตอร์  ขอบพระคุณค่ะ

— ภาพคนเสื้อแดงชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 13 ก.พ. 54

วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ภาพ เสื้อแดง13กพ54

 
 
 

 ภาพคนเสื้อแดงชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 13 ก.พ. 54

เปิดข้อความที่แกนนำ นปช. ทั้ง 8 คน

  เสื้อแดงหน้าศาลอาญา 13 ก.พ. 54ตุลาการอย่า 2 มาตรฐาน ขัง 8 แกนนำ ขณะที่นางธิดาเปิดข้อความแกนนำ นปช. ทั้ง 8 คน 

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในการชุมนุม นปช. ชั้น 5 ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ รักษาการโฆษก นปช. กล่าวถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงว่า ขอเปลี่ยนสถานที่การชุมนุมในวันที่ 13 ก.พ. จากเดิมเวลา 15.00 น. นัดหมายที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาเป็นเวลา 13.00 น.ที่หน้าศาลอาญารัชดา โดยจะนำจดหมายเปิดผนึกของแกนนำ นปช.ที่เขียนระบายความรู้สึกไปอ่านที่หน้าศาล เวลา 15.00 น. จะเคลื่อนขบวนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย          ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธาน นปช. อ่านหนังสือที่แกนนำ นปช.ทั้ง 8 คนเขียนและเตรียมส่งให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศ
  
ซึ่งเนื้อหา  กล่าวถึงกระบวนการยุติธรรม ที่เลือกปฏิบัติระหว่างคน 2 กลุ่ม โดยสรุปเป็น 5 ประเด็น คือ

         1. การตั้งข้อกล่าวหา ที่ระบุว่าหลังยุติการชุมนุม รัฐบาลใช้วาทกรรมผู้ก่อการร้ายเป็นเครื่องมือในการจับกุม คุมขัง และลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดข้อสงสัยว่าข้อหาก่อการร้ายตั้งขึ้นอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักกฎหมายหรือไม่
         2. การสั่งฟ้องคดีนั้น หากยึดตามประมวลกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะมาตรา 129 วรรคท้าย “ถ้าการชันสูตรพลิกศพยังไม่เสร็จห้ามมิให้ฟ้องผู้ต้องหายังศาล” การมิได้ชันสูตรพลิกศพอย่างถูกต้องและครบถ้วน จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่แล้วเสร็จนั้น ส่งผลให้การสั่งฟ้องพวกในคดีนี้ชอบด้วยกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ และหลักฐานที่มีอยู่ขณะนั้นเพียงพอต่อการสั่งฟ้องในคดีก่อการร้ายหรือไม่          3. กระบวนการพิจารณาคดีนั้น คดีนี้มีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต และอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ แต่จำเลยกลับไม่มีโอกาสเข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดี ประชาชนผู้สนใจซึ่งแน่นอนว่าจะเพิ่มมากขึ้นในขั้นตอนนำสืบพยานโจทก์ และจำเลยก็มีแนวโน้มถูกจำกัดสิทธิ์ในการติดตามการพิจารณาคดีเช่นเดียวกัน หากเป็นเช่นนั้นการตัดสินคดีไปเลยจะรวบรัดกว่าหรือไม่ นอกจากนี้ นับจากวันนัดตรวจพยานหลักฐานวันแรก 27 ก.ย.53 ถึงวันกำหนดนัดวันที่ 28 ก.พ.54 รวมเวลากว่า 5 เดือน การพิจารณาคดียังไม่มีอะไรคืบหน้า แล้วชะตากรรมของพวกกระผมจะเป็นอย่างไรต่อไป

         4. สิทธิการประกันตัวนั้น พวกกระผมเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ โดยทราบชัดเจนว่าถูกออกหมายจับในคดีก่อการร้าย จนถึงปัจจุบันก็ไม่เคยปรากฏพฤติการณ์หลบหนี หากพิจารณาเหตุผลตามข้อกฎหมายว่าด้วยการปล่อยตัวชั่วคราว ก็ไม่น่าเป็นอุปสรรคใดๆ ในการได้รับสิทธิ์ประกันตัว  แต่พวกกระผมก็ยังคงถูกจำขัง ทั้งที่ยื่นขอประกันตัวไปแล้ว ทั้งศาลชั้นต้นและอุทธรณ์รวมหลายครั้ง

           ในขณะที่นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. ได้รับสิทธิ์ประกันตัวจากการไต่สวนและลงมติของที่ประชุมใหญ่ศาลอุทธรณ์ โดยศาลกำหนดเงื่อนไขการประกันตัวไว้หลายข้อ และนายวีระปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นายวีระได้รับการประกันตัวด้วยเหตุผลใด และทำไมจำเลยคนอื่นซึ่งมีสถานะรองจากนายวีระในองค์กร นปช. จึงไม่ได้รับโอกาสจากกระบวนการยุติธรรมแบบเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นคือ กรณีนายสมชาย ไพบูลย์ แกนนำ นปช. อีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีปลุกปั่นยุยงให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี ก็ยื่นประกันตัวไปแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับอนุญาตเช่นเดียวกัน พวกกระผมควรทำความเข้าใจกรณีเหล่านี้อย่างไร

         5. สิ่งที่เรียกว่า 2 มาตรฐาน แกนนำ นปช.ถูกตั้งข้อหาก่อการร้าย มีการจำขังทันทีจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการประกันตัว แต่แกนนำพันธมิตรฯ ถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายมากว่า 2 ปี คดียังอยู่ในชั้นตำรวจ ทุกคนได้ประกันตัวและสามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองชุมนุมขับไล่รัฐบาลได้โดยสะดวก  

          จากตัวอย่างเพียงเล็กน้อยที่หยิบยกมา ท่านผู้พิพากษาเห็นว่า 2 มาตรฐานที่ประชาชนพูดกันโดยทั่วไปมีจริงหรือไม่ หากมีจริงเราจะนำพาสังคมไทยออกจากภาวะตกต่ำเช่นนี้ได้อย่างไร มีเสียงเรียกร้องสันติภาพจากทุกมุมของประเทศ แต่ถ้าไม่มีความยุติธรรมเป็นพื้นฐาน สันติภาพนั้นจะเกิดได้อย่างไร การเอาตัวอาชญากรมาจำขังไว้ย่อมได้ผลในการลดอาชญากรรม แต่การเอาตัวผู้ต้องหาทางการเมืองมาจำขังจะได้ผลตรงกันข้าม นั่นคือเป็นการเพิ่มความขัดแย้งให้ขยายตัวมากขึ้น สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้มิได้ส่งผลให้ประชาชนหมดทางสู้ หากแต่จะทำให้ประชาชนไม่มีทางเลือก ท่านผู้พิพากษาคิดว่าท่านจะมีส่วนผลักดันให้เกิดประชาธิปไตยแท้จริงในประเทศไทย และมีความเท่าเทียมกันภายใต้กรอบแห่งกฎหมายเพื่อคลี่คลายวิกฤติแห่งความขัดแย้งนี้ได้หรือไม่ พวกกระผมมั่นใจว่าท่านทำได้ จึงเขียนจดหมายมาปรับทุกข์ในวันนี้

 
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s