ข่าวคืบหน้า

— Villages at Thai-Cambodian border deserted after clashes  

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 เวลา 16:49 น.  ข่าวสดออนไลน์
12:27 ฮุนเซนเป็นปธ.เปิดถนนปอยเปตอยากให้2ปท.หยุดปะทะ-จับมือฟื้นสัมพันธ์การค้า

  15:21 เดือดอีก!ไทย-เขมรยิงปืนเล็กปะทะที่ภูมะเขือทหารไทยเจ็บ1-ส่งรพ.ค่ายฯอุบล

ทหารไทย-เขมรปะทะอีกครั้งที่‘ภูมะเขือ’

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่  15 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ที่บริเวณสามแยกกลางหมู่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ   ปรากฏว่าบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา  เนื่องจากว่าชาวบ้านอพยพหนีภัยสงครามออกจากบ้านเรือนไปอยู่ที่อื่นเพื่อหนีวิถีกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชา  โดยปิดบ้านเรือน มีเพียงผู้ชายเท่านั้นที่เฝ้าบ้าน ส่วนผู้หญิง คนชราและเด็ก พากันอพยพไปอยู่ที่อื่นในเขต อ.กันทรลักษ์แล้วเป็นบางส่วนเหลือชาวบ้านอยู่เฝ้าบ้านจำนวนไม่มากนัก  ขณะที่ร้านค้าหลายแห่งเปิดขายสินค้าให้กับชาวบ้านและทหารที่มาเฝ้ารักษาการอยู่ภายในหมู่บ้าน   
  
 นายโชคชัย   สายแก้ว  นายกอบต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  เมื่อช่วงเวลาประมาณ  23.00 น.วันที่  14 ก.พ.มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารด้วยอาวุธปืนอาก้าและเอ็ม 16 รวมทั้งเครื่องยิงระเบิดอาร์พีจี  ที่บริเวณช่องตาเฒ่าและที่บริเวณภูมะเขือ  ด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร ปะทะกันนานประมาณ 2 ชั่วโมงและต่อมาเวลา 05.00 น.วันที่ 15 ก.พ. ปะทะกันอีกครั้งที่บริเวณภูมะเขือ

ผลการปะทะกันปรากฏว่า  มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บ จำนวน  5 นาย  โดยทหารไทย 4 นายที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยได้พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.กันทรลักษ์ ส่วนอีก 1 คน  อาการสาหัสแพทย์ได้ส่งตัวไปรักษาต่อไป ที่  ร.พ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ขณะนี้เสียงปืนของทหารทั้ง 2 ฝ่ายได้สงบลงแล้ว 
 

 
สำหรับทหารไทยที่บาดเจ็บทราบชื่อเพียง 1 รายคือส.อ.รัชพล   ยศปัญญา  แพทย์ได้ทำการรักษาพยาบาลดูแลเป็นอย่างดี   

วันนี้(15ก.พ.2554) สัมพันธ์ไทย-เขมรชายแดน จ.สระแก้วเริ่มดีขึ้น หลังกัมพูชาส่งหนังสือเชิญ รองผวจ.สระแก้วร่วมเปิดการก่อสร้างถนน สาย 59 “สมเด็จฮุน เซน” เดินทางมาเป็นประธานท่ามกลางการอารักษ์ขาขั้นสูงสุด มารยาทดีส่งรองผวจ.บันเตียฯ และ ทหารชั้นนายพล มารับถึงด่านพรมแดนอรัญประเทศ 

มีรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น.ที่บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จนท.ฝ่ายไทยและกัมพูชา ได้ทำการเปิดด่านพรมแดนฯตามปกติโดยมีพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนชาวกัมพูชา หลายพันคนยังคงแห่เดินทางข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาค้าขายและเป็นกรรมกรรับจ้างในตลาดโรงเกลือ ซึ่งบรรยากาศในทั่วไปเป็นไปอย่างคึกคักมากขึ้นโดยเฉพาะขาเข้า มีชาวกัมพูชาเข้ามาค้าขายในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ผิดกับบริเวณช่องทางขาออกไปกัมพูชา ยังคงเงียบเหงานักท่องเที่ยวและนักพนันชาวไทย ที่จะเดินทางออกไปกัมพูชา ยังคงลดลงไม่คึกคักเหมือนเดิม 

จีนเจ้าภาพสร้างถนนในเขมร

แต่หลังจากเปิดด่านฯได้เพียง 5 นาที นายชัช กิตตินภดล รอง ผวจ.สระแก้ว ในฐานะตัวแทน ผวจ.สระแก้ว และ พ.อ.บุญชู กลิ่นสาคร หน.ส่วนปฏิบัติการสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ตัวแทนฝ่ายทหารของไทย ได้เดินทางมาเพื่อไปเข้าร่วมในพิธีเปิดการก่อสร้างถนนหมายเลข 59 ตามคำเชิญของ ฝ่ายกัมพูชา โดยมี นายอึมพร เซาะพง รอง ผวจ.บันเตียเมียนเจย และ พล.ต.ดี เพ็ญ หัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย เดินทางมารอรับคณะของ จ.สระแก้ว ที่หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ท่ามกลางความสบายใจของพ่อค้า แม่ค้า ชาวไทยและชาวเขมร ที่เห็นความสัมพันธ์ของ จ.สระแก้ว และ จ.บันเตียเมียนเจย ที่ยังแน่นแฟ้น 

สำหรับการเปิดการก่อสร้างถนนหมายเลข 59 ได้มีการเปิดงานอย่างเป็นทางการในเมื่อเวลา 07.30 น. โดย สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธี ที่บริเวณสามแยกบ้านนิมิต อ.โอวจโรว จ.บันเตียเมียนเจย ฝั่งประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ห่างด่านพรมแดนอรัญประเทศ ประมาณ 13 กม.เป็นถนนยุทธศาสตร์สำคัญเชื่อมต่อ อ.โอวจโรว จ.บันเตียเมียนเจย ไป จ.พระตะบอง จนถึง จ.ไพลิน รวมระยะทางยาวกว่า 144 กม.ซึ่งเป็นถนนเลียบขนานกับชายแดนของไทย ด้าน อ.อรัญประเทศ ไปจนถึง จ.จันทบุรี โดยใช้งบประมาณสนับสนุนจากประเทศจีน โดย รัฐบาลกัมพูชา ได้เชิญทูตทุกประเทศที่มีสถานทูตอยู่ในกรุงพนมเปญ เข้ามาร่วมในพิธีฯ โดยทางรัฐบาลกัมพูชาได้จัดการรักษาความปลอดภัยให้กับสมเด็จฮุน เซนฯขั้นสูงสุดด้วย

 ส้นทางรถไฟสายใหม่ที่กัมพูชาต้องการให้จีนช่วยสร้างนั้นจะเริ่มตั้งแต่นครโฮจิมินห์ไปจนถึงชายแดนเวียดนามที่จ.สวายเรียง เป็นระยะทางกว่า 240 กม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการทางรถไฟสายทรานส์เอเชีย จากสิงคโปร์ถึงมณฑลหยุนหนัน

กรุงเทพฯ- ผู้ว่การธนาคารแห่งชาติจีนได้รับปากจะให้การสนับสนุนแก่กัมพูชาอย่างเต็มที่ ในหลายโครงการพัฒนารวมทั้งการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 8 อีก 1 สาย ขณะที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเรียกร้องให้ฝ่ายจีนช่วยสร้างทางรถไฟความยาวกว่า 200 กิโลเมตรเพื่อเชื่อมกับเวียดนาม อันเป็นส่วนที่ยังขาดหายไปของโครงการทางรถไฟสายทรานส์เอเชีย จากสิงคโปร์ถึงมณฑลหยุนหนัน

 

ฝ่ายจีนยังยืนยันจะให้การสนับสนุนนักลงทุนจีนที่เข้าไปลงทันในประเทศนี้ และการให้เงินกู้ระยะยาวดอกเบี้ยต่ำให้แก่โครงการพัฒนาของรัฐบาลกัมพูชา ตามคำเรียกร้องของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายฮุนเซน ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวเอเคพี (Agence Kampuchea Presse) ของทางการกัมพูชา

 

หากทั้งหมดเป็นความจริง ก็นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของทางการจีน ซึ่งในไม่กี่ปีมานี้ได้เข้าไปมีบทบาทอย่างสูงในการพัฒนาเศรษฐกิจในกัมพูชา ทั้งในด้านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การลงทุนของภาคเอกชนในด้านการเกษตร อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ตลอดจนการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ

นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา นายฮุนเซน ได้เรียกขอให้ธนาคารเพื่อการพัฒนาของประเทศจีนมอบเงินกู้ยืมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาภาคส่วนที่สำคัญต่างๆของประเทศ ระหว่างที่นายเฉินหยวน (Chen Yuan) ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติจีนเข้าพบหารือในวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีฮุนเซนได้ร้องขอต่อผู้ว่าการธนาคารกลางของจีน เรื่องการกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการพัฒนาส่วนต่างๆ ของประเทศทั้งหมด 6 โครงการ ทั้งนี้เป็นการเปิดเผยของนายเอียง สุพันเลต (Eang Sophallete) ผู้ช่วยนายกรัฐมนตรี

โครงการพัฒนาทั้ง 6 ประกอบด้วย การฟื้นฟูและก่อสร้างระบบชลประทานเพื่อการพัฒนาภาคการเกษตร การก่อสร้างถนนและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับท่าเรือ การก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมเวียดนามระยะทาง 240 กม. การลงทุนด้านการผลิตไฟฟ้า ด้านทรัพยากรมนุษย์ ด้านการเงินและประกันภัย และการส่งเสริมให้ประชาชนชาวจีนเดินทางไปท่องเที่ยวกัมพูชา

นายหยวนได้ตอบรับคำร้องขอของนายกฯ ฮุนเซน โดยมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการสร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นในกัมพูชา โดยการให้ทุนกู้ยืมเพื่อใช้ในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยจะมอบเงินกู้ยืมเพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆผ่านบริษัทลงทุนของจีน และยังสนับสนุนนักลงทุนชาวจีนทุกคนที่เข้ามาลงทุนในกัมพูชาด้วย

ในวันที่ 27 ก.ค. นายเจียง จื่อกว้าน (Jiang Zhiquan) ประธานบริษัทเซี่ยงไฮ้คอนสตรักชัน ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ได้เข้าพบหารือกับนายฮุนเซน ขอบคุณรัฐบาลกัมพูชา รวมถึงกระทรวงโยธาธิการและคมนาคม ในการเตรียมความพร้อมต่างๆ ในการดำเนินการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 7 และสะพานอีกหลายแห่ง จนสำเร็จไปได้ด้วยดี

นายจื่อกว้านกล่าวอีกว่า บริษัทเซี่ยงไฮ้ฯ ไม่ได้เข้าไปหาผลประโยชน์ในประเทศกัมพูชา แต่เข้าไปช่วยดำเนินการลดปัญหาความยากจนให้แก่ชาวกัมพูชา และพัฒนาประเทศกัมพูชา รวมไปถึงขยายความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้แสดงความยินดีกับความสำเร็จของบริษัทในการดำเนินการก่อสร้าง พร้อมยังได้เสนอให้บริษัทจากจีนแห่งนี้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 8 และสะพานที่เมืองแปร๊กกะดัม (Prek Kdam) และแปร๊กตาเมียก (Prek Tameak) ในต้นปี 2550 ซึ่งฝ่ายจีนได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าวและยืนยันที่จะดำเนินการศึกษาโครงการดังกล่าวต่อไป

 

ปัจจุบันจีนให้เงินกู้ระยะยาวปลอดดอกเบี้ยแก่กัมพูชาเป็นมูลค่าราว 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการก่อสร้างสะพานเซกอง (Se Kong) ใน ค.ศ.ตึงแครง ( Stung Trang) ที่เชื่อมต่อหลวงหมายเลข 7 ของกัมพูชากับชายแดนลาว มีความยาวทั้งสิ้น 1,057 เมตร คาดว่าจะเสร็จในเดือนธ.ค. 2550

หลายฝ่ายเชื่อว่า จ.สตรึงเตรง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งรวมถึง จ.รัตตะนะคีรี (Rattanakiri) จ.มณฑลคีรี (Mondolkiri) และ จ.พระวิหาร (Preah Vihear) จะกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศแห่งใหม่ในระหว่างปี 2563-2573

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐสภากัมพูชาเพิ่งจะผ่านร่างกฎหมายรับรองการลงทุนของ บริษัทซิโน-ไฮโดรพาวเวอร์ (Sino-Hydropower) จากจีนที่ได้รับสัมปทานเป็นเวลา 44 ปี โครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าใน จ.กัมโป้ต ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของกัมพูชา.

30 ชาติประชุมเข็นรถไฟทรานส์-เอเชีย 

แผนที่ทางรถไฟสายทรานส์-เอเชียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

กรุงเทพฯ – บรรดานักวางแผน และวิศวกรฝีมือดีระดับโลกได้คาดหวังที่จะร่วมกันขยายเส้นทางรถไฟข้ามทวีเอเชียและยุโรปให้กลายเป็นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกให้สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างขึ้นให้จงได้ หลังจากเวลาผ่านไปเกือบ 50 ปี โครงการดังกล่าวก็ยังเป็นเพียงแบบร่างพิมพ์เขียวเท่านั้น เพราะความล้มเหลวของบางฝ่าย ทั้งทางกระบวนด้านเทคนิค และขั้นตอนความร่วมมือเกี่ยวกับการข้ามแดนระหว่างประเทศ

แต่มาถึงปัจจุบันนี้แรงกระตุ้นต่างๆ ได้ผลักดันให้มีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป ในวันที่ 10 พ.ย.2549 ที่จะถึงนี้รัฐมนตรีการขนส่งจากเกือบ 30 ประเทศ จะมาร่วมลงนามในข้อตกลงกำหนดขอบเขตการทำงานในโครงการทางรถไฟสายทรานส์-เอเชียนี้ ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Economic and Social Commission-ESCAP) คาดว่าข้อตกลงที่จะมีขึ้นนี้ จะนำประโยชน์มหาศาลสู่การพัฒนาด้านการขนส่ง

นายไนเจล ซี.เรย์เนอร์ (Nigel C. Rayner) กล่าวว่า แผนงานที่กำหนดขึ้นนี้ จะช่วยให้โครงการทางรถไฟทรานส์-เอเชียได้ดำเนินก้าวไปข้างหน้าให้บรรลุจุดประสงค์ที่ต้องการให้เป็นเส้นทางขนส่งผู้โดยสาร และลำเลียงสินค้าจากเอเชีย ไปยุโรปจนถึงเทือกเขาคอเคซัส (Caucasus) ทั้งไปและกลับได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

ขั้นตอนที่สำคัญก็คือทำอย่างไรถึงจะสามารถจัดการกับปัญหาเอกสารการข้ามแดน และด้านเทคนิคเพื่อให้การขนส่งรถไฟดำเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขก็คือทำอย่างไรจึงจะสามารถเชื่อมโยงรางรถไฟที่มีหลากหลายขนาด หรือความกว้างของรางที่แตกต่างกันให้ติดต่อถึงกันได้

โนเนยะ ชาวญี่ปุ่นไปลุยทางรถไฟเขมร ได้ถ่ายภาพสถานี

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง, หนังสือ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s