ประท้วงผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7385 ข่าวสดรายวัน

โรเบิร์ตค้าน “เปา”ศาลโลก

คนช่อง11 รุดให้การ รัฐบีบสื่อ

แดงนัดใหญ่ – นางธิดา โตจิราการ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. แถลงชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดงวันเสาร์ที่ 19 ก.พ.นี้ โดยนัดรวมตัวที่ราชประสงค์จากนั้นเคลื่อนขบวนไปศาลฎีกา สนามหลวง

ทนาย “โร เบิร์ต อัมสเตอร์ดัม”ประท้วงผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ ทำหนังสือร้องถึงอัยการระบุผู้พิพากษา ‘ฮันส์-ปี เตอร์ คาอูล’ ออกมาแสดงความเห็นคนเดียวว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศ ไม่มีอำนาจรับคดี 91 ศพ จนกว่าประเทศไทยจะลงสัตยาบันต่อสนธิสัญญากรุงโรม จึงขอให้ห้ามผู้พิพากษาดังกล่าวมายุ่งเกี่ยวกับคดี ทางด้านแกนนำนปช. ประกาศชุมนุมใหญ่ 19 ก.พ. เริ่มต้นที่แยกราชประสงค์ สุดท้ายเคลื่อนไปชุมนุมหน้าศาลฎีกา ‘จตุพร’กร้าวหากศาลยังไม่ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกจับอีก จะชุมนุมซ้ำหน้าศาลอาญา 12 มี.ค.

 

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. นายโรเบิร์ต อัมส เตอร์ดัม ทนายความกลุ่มนปช. จากสำนักกฎหมายคนูป แอนด์ พาร์ทเนอร์ ทำจดหมายถึงนายลูอิส โมเรโน-โอแคมโป อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่าด้วยคดีระหว่างแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และคำร้องต่ออัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ ให้สอบสวนสถานการณ์ในราชอาณาจักรไทย กรณีการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งยื่นเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2011 เพื่อขอให้ศาลอาญาระหว่างประเทศมีคำสั่งห้ามผู้พิพากษาฮันส์-ปีเตอร์ คาอูล (Hans-Peter Kaul) มิให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาคดีที่ระบุข้างต้น เนื่องจากมีพฤติการณ์ที่อาจทำให้มีข้อสงสัยในความเป็นกลางของผู้พิพากษาท่านดังกล่าว (มาตรา 41.2 (60) ของสนธิสัญญากรุงโรม) ด้วยเหตุผลที่ว่า “มีการแสดงความเห็นผ่านทางสื่อมวลชน หรือโดยการเขียนบทความใดๆ หรือโดยการแสดง ออกในที่สาธารณะ ซึ่งหากพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของการแสดงออกดังกล่าวแล้ว อาจมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อหน้าที่ในการวางตนเป็นกลางในการพิจารณาพิพากษาคดี”
นายอัมสเตอร์ดัมอ้างบทสัมภาษณ์ของผู้ พิพากษาคาอูล ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และคำพูดให้สัมภาษณ์กับนักข่าวของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่ระบุว่า “ศาลไอซีซีไม่สามารถมีอำนาจในการพิจารณาคดีที่มีการฟ้องว่ามีการกระทำผิดกฎหมายในประเทศไทยได้ จนกว่าประเทศไทยจะให้สัตยาบันต่อสนธิ สัญญากรุงโรม” ซึ่งผู้พิพากษาคาอูลกล่าวว่า ขอชี้แจงให้ชัดเจนว่า ศาลไม่มีอำนาจพิจารณาคดีทำผิดกฎหมายอาญาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แม้ว่าการกระทำผิดดังกล่าวจะถึงขั้นที่เรียกได้ว่า เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติตามมาตรา 7 ของสนธิสัญญาดังกล่าวก็ตาม 

 

“คำพูดของผู้พิพากษาคาอูล ได้ก่อให้เกิดอคติต่อความเข้าใจของสาธารณชนในการยื่นคำร้องเรียนนี้แล้ว รัฐบาลและสื่อที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลยังได้อ้างอิงถึงคำพูดของผู้พิพากษาคาอูลมากมายหลายครั้ง โดยมีวัตถุ ประสงค์ที่จะดิสเครดิตกระบวนการของ นปช.” นายอัมสเตอร์ดัมกล่าว และว่า ไม่เคยมีการแถลงการณ์ใดๆ จากผู้พิพากษาท่านอื่นหรือบุคลากรท่านอื่นๆ ของศาลไอซีซีเกี่ยวกับคำฟ้องของ นปช. ทางสำนักงานกฎหมายของตนจึงทำจดหมายร้องเรียนให้ห้ามผู้พิพากษาท่านนี้เข้ามายุ่งเกี่ยวในการพิจารณาคดี

นายนที สรวารี นายกสมาคมสร้างสรรค์อิสรชน แกนนำกลุ่มอาทิตย์ซาบซึ้ง กล่าวถึงกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.พ. นี้ว่า ในวันดังกล่าว ตนจะนำสมาชิกกลุ่มอาทิตย์ซาบซึ้ง ไปร่วมจัดกิจกรรมกับกลุ่มแดงสยาม บริเวณภายในวัดปทุมวนาราม โดยกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. โดยเวลา 10.00 น. จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชนที่เสียชีวิต และวางดอกไม้เพื่อไว้อาลัยให้กับน.ส. กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงตาย พร้อมเพื่อนอาสาและคนเสื้อแดง รวม 6 ศพ บริเวณจุดเกิดเหตุหน้าวัดปทุมวนาราม โดยมีนายวสันต์ สายรัศมี หรือเก่ง กู้ภัย มาร่วมงานด้วย จากนั้นในภาคบ่าย จะมีการปราศรัยของสมาชิกกลุ่มต่างๆ ที่มาร่วม อาทิ กลุ่มเสรีปัญญาชน กลุ่มแดงสยาม กลุ่มอาทิตย์ซาบซึ้ง ซึ่งเนื้อหาในการปราศรัยครั้งนี้ จะพูดประเด็นให้มีการปล่อยประชาชนที่ถูกจับกุมคุมขังทั่วประเทศ ออกมาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

นายนที กล่าวว่า กิจกรรมในวันที่ 19 ก.พ. นี้ จะจัดตั้งแต่วัดปทุมวนาราม ไปจนถึงสี่แยกราชประสงค์ โดยช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป จะมีการปล่อยนกกระดาษแดงให้ทั่วบริเวณพื้นที่จำนวน 1 ล้านตัว ซึ่งวันนั้นจะทำให้พื้นที่ราชประสงค์และวัดปทุมฯ เต็มไปด้วยนกกระดาษแดง เพื่อสื่อความหมายว่าสีแดงทุกกลุ่มที่อยู่บริเวณนั้น ถึงแม้จะมีความคิดแตกต่างกันบ้าง แต่ก็ยังมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือประชา ธิปไตย

นายนที กล่าวต่อว่า ในวันที่ 7 มี.ค. กลุ่มอาทิตย์ซาบซึ้ง จะจัดกิจกรรม “2 ขาประชา ธิปไตย” ครั้งที่ 3 โดยครั้งนี้จะปั่นขึ้นทางภาคเหนือ ซึ่งวันนี้ตนจะเรียกประชุมทีมงานนักปั่นจักรยานอีกครั้งเพื่อสรุปว่าจะใช้เส้นทางใดบ้าง ที่ผ่านมา 2 ครั้งถือว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี

ส่วนนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวว่า กิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มอาทิตย์สีแดงของตนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างระดมรองเท้าเก่าจํานวนหลายพันคู่ เพื่อนํามาสร้างเป็นอนุสาวรีย์หอสันติภาพ ซึ่งความหมายของการที่นํารองเท้าเหล่านี้มาทําหอสันติภาพครั้งนี้ อย่างในสหรัฐอเมริกา เคยมีการนํารองเท้าบู๊ตมาทําเป็นสัญลักษณ์ เพื่อต่อต้านสงคราม ซึ่งรูปแบบของตนนี้ก็จะมีความ หมายเหมือนกัน เพื่อต่อต้านสงครามที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้ ทั้งนี้ หากประชาชนมีรองเท้าเก่าๆ ไม่ใช้แล้ว สามารถนํามาบริจาคได้ที่บริเวณราชประสงค์ในวันที่ 19 ก.พ.

เวลา 13.00 น. ที่ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกอบด้วย นางธิดา โตจิราการ รักษาการประธาน นปช. นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษก นปช. และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ร่วมกันแถลงข่าวการชุมนุม นปช. วันที่ 19 ก.พ.

นายวรวุฒิ แถลงว่า การชุมนุมวันที่ 19 ก.พ. ปรับเปลี่ยนจากเดิม เนื่องจากที่ศาลพระพรหม สี่แยกราชประสงค์นั้น ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จะเสด็จไปทรงประกอบพิธีในสถานที่ดังกล่าวในช่วงค่ำ นปช. จึงปรับเปลี่ยนสถานที่ชุมนุม โดยเวลา 13.00 น. กลุ่มนปช.นัดกันที่สี่แยกราชประสงค์ และทำพิธีรำลึก จากนั้น 15.00 น. จะเคลื่อนขบวนไปยังศาลฎีกา ใช้เส้นทางประตูน้ำ ถึง ถ.เพชรบุรี ถ.ยมราช ถ.หลานหลวง และไปที่ศาลฎีกา สนามหลวง โดยการไปครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจศาล ให้ดอกไม้เหมือนที่เคยให้แล้วที่ศาลอาญา จากนั้นจะไปชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชา ธิปไตยเพื่อรำลึกถึงวีรชน 10 เม.ย. การชุมนุมจะเลิกในเวลา 24.00 น.

นางธิดา กล่าวว่า การชุมนุมวันที่ 19 ก.พ. แสดงให้เห็นพลังประชาชน เนื่องจากยังมีบรรยากาศการทำรัฐประหารอยู่ รวมทั้งให้กำลังใจแกนนำที่ถูกคุมขังที่จะได้รับการไต่สวนในวันที่ 21 ก.พ. เป็นการทวงความยุติธรรมให้คนเสื้อแดง ส่วนการเลือกตั้งแกนนำในต่างจังหวัดขอให้ทำอย่างรวดเร็ว เพราะวันที่ 20 มี.ค. จะมีการประชุมแกนนำทั่วประเทศ สัปดาห์หน้าจะมีการประกาศรายชื่อประเทศที่มีการเลือกตั้งแกนนำคนเสื้อแดงในต่างประเทศด้วย

นายจตุพร กล่าวว่า รัฐบาลพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม มีดีเอสไอเป็นเครื่องมือ ส่วนข่าวคนที่จะได้รับการประกันตัวต่อไปไม่ใช่พวกฮาร์ดคอร์ คือ น.พ.เหวง โตจิราการ และนายก่อแก้ว พิกุลทองนั้น ถ้าปล่อยแค่ 2 คน ขณะที่แกนนำคนอื่นๆ ยังอยู่ในคุกก็ไม่ต้องปล่อยตัว และขอให้จับตนไปเข้าคุกด้วย เพราะการปล่อยแค่ 2 คน เป็นการทำลายองค์กรประชาชน ถ้าให้ 2 คนนั้นออกมาเดินถนน จะมองหน้าคนอื่นๆ ได้อย่างไร การดำเนินคดีระหว่างคนเสื้อแดงกับคนเสื้อเหลืองที่มีโทษประหารชีวิตเช่นกัน แต่คนเสื้อเหลืองกลับได้รับการประกันตัวทั้งหมด ไม่มีการแบ่งแยก รัฐบาลกำลังใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ ขอตั้งข้อสังเกตว่าการกักขังแกนนำคนเสื้อแดง เป็นการกักขังเพื่อสืบสวนพยาน ไม่ใช่การกักขังเพื่อลงโทษ ทำไมถึงไม่ให้ประกันตัว

“คดีที่ระบุว่าคนเสื้อแดงกระทำความผิด ดีเอสไอจึงมีอำนาจพิจารณาคดีและส่งไปให้ศาลฎีกาได้ แต่ทำไมคดีที่ทหารฆ่าประชาชน ดีเอสไอจึงบอกไม่มีอำนาจ และส่งกลับไปให้ตำรวจ ทั้งที่เป็นการฆ่าประชาชนเหมือนกัน เหตุผลทั้งหมดจึงเป็นการชุมนุมที่หน้าศาลฎีกาและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขอเรียกร้องให้คนมาร่วมชุมนุมกันมากๆ เพื่อแสดงพลัง วันที่ 21 ก.พ. หากการไต่สวนเพื่อปล่อยตัวชั่วคราวแกนนำคนเสื้อแดงไม่บรรลุผล วันที่ 12 มี.ค. จะไปศาลอาญาอีกครั้ง” นายจตุพร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง เพื่อหาข้อสรุปและตรวจสอบหาความจริงจากเหตุ การณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 โดยยกกรณีเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. 2553 ในวันที่เจ้าหน้าที่ขอคืนพื้นที่ถนนราชดำเนิน จนเหตุการณ์รุนแรงลุกลามทำให้ทั้งสองฝ่าย คือ พลเรือนและทหาร เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

โดยครั้งนี้ ทางคอป.ได้เชิญตัวแทนจากสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที มาแสดงความคิดเห็นในฐานะสื่อที่ทำหน้าที่รายงานสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น มีรายการวิพากษ์วิจารณ์ มีการออกแถลงการณ์ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และภาพเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น นับว่าเป็นสื่อหลักที่ประชาชนคอยติดตามข่าวในช่วงเวลานั้น

นายปริย นวมาลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัม พันธ์สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กล่าวในการประชุมสะท้อนภาพการทำงานของสื่อเอ็นบีทีว่า รัฐบาลพยายามที่จะใช้สื่อ คือ เอ็นบีที ไม่ว่าจะเป็นข้อความตัววิ่งหน้าจอหรือการจัดเวทีสนทนา จะต้องเชิญวิทยากรที่คิดเหมือนกับรัฐบาลมาแสดงความเห็นผ่านโทรทัศน์ โดยที่ผู้จัดไม่สามารถหาคนที่เป็นกลางหรือฝ่ายที่คิดเห็นแบบเดียวกับเสื้อแดงมาออกรายการได้ เพื่อที่จะโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนเป็นการราดน้ำมันลงในกองไฟ ซึ่งเอ็นบีทีกลายเป็นสื่อที่จุดชนวนความรุนแรงให้เกิดขึ้น

“รัฐบาลพยายามใช้องค์กรของผม ถ้าสังเกตจากตัววิ่งที่ขึ้นหน้าจอ จะเห็นว่ามีข้อความด่าคนไทยอีกกลุ่มหนึ่ง ที่คิดไม่เหมือนกับรัฐบาล ในรายการสนทนาทางผู้จัดทำรายการที่จะเชิญวิทยากรมาพูดถึงความรุนแรงในช่วงนั้น ไม่สามารถที่จะเชิญนักวิชาการที่มีความเป็นกลางหรือความคิดเห็นทางฝ่ายเสื้อแดงได้ คือพูดง่ายๆ ระบุมาแล้วว่า จะต้องเอาคนที่คิดเหมือนรัฐบาลเท่านั้น เพื่อมาแสดงความคิดเห็นโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มประชาชนที่เห็นแตกต่างจากรัฐบาล ตรงนั้นเป็นส่วนที่เหมือนกับการราดน้ำมันลงไปในกองไฟ รัฐบาลเองก็ไม่ได้ใช้สมอง ในการเลือกหนทางที่จะแก้ปัญหาให้ถูกต้อง” นายปริยกล่าว

“ทำไมผมถึงพูดแบบนี้ เพราะว่าองค์กรของผมได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นระเบิดเอ็ม 79 ก็ยอมรับว่า บางรายการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่สร้างสรรค์ เจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายยอมรับว่า บุคลากรและเจ้าหน้าที่ก็เป็นบุคคลที่น่าเห็นใจ ไม่ว่ารัฐบาลใดจะมา ก็ต้องทำไปตามเนื้อหาที่รัฐบาลต้องการ เพราะว่าสื่อที่ผมทำงานอยู่ก็เป็นตัวจุดชนวนให้เกิดความรุนแรง มีมุมตรงนี้ในเบื้องต้น” นายปริยกล่าวและว่า ความรุนแรงมาจากตรงนี้ส่วนหนึ่งรัฐบาลหลีกเลี่ยงได้ แต่เลือกที่จะมองประชาชนกลุ่มหนึ่งเป็นศัตรูของตัวเอง ทำให้นำพาเหตุการณ์ไปสู่ความรุนแรง ถ้าคอป. จะไปเจาะข้อมูลจากบุคลากรในสถานี เชื่อว่า 90 เปอร์เซ็นต์ไม่มีใครกล้าพูด เหตุผลก็น่าจะทราบว่าพวกตนรับเงินเดือนจากรัฐบาล แต่ส่วนตัวเห็นใจประชาชน จึงกล้าออกมาพูดเช่นนี้

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s