ลิเบีย 8มี.ค54

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

กองกำลังของพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย เริ่มพลิกสถานการณ์มาเป็นฝ่ายได้เปรียบ หลังบุกชิงเมืองหลายแห่งคืนจากฝ่ายกบฏสำเร็จ

กองกำลังฝ่ายรัฐบาล สามารถยึดเมืองสำคัญคืนจากฝ่ายกบฏได้หลายเมือง ได้แก่ บิน จาวัด และเซอร์เต ทำให้ฝ่ายกบฏต้องถอยร่นออกไปทางตะวันออก อย่างไรก็ตาม สงครามกลางเมืองครั้งนี้ยังคงยืดเยื้อและไม่อาจตัดสินได้ว่าใครจะแพ้ชนะ

มีรายงานว่ากองกำลังของกัดดาฟีได้ส่งเครื่องบินขับไล่เปิดฉากทิ้งระเบิดใส่ฝ่ายกบฏที่บริเวณเขตชานเมืองด้านตะวันออกของราส ลานุฟด้วย ทำให้ฝ่ายกบฏต้องตอบโต้ด้วยการยิงปืนต่อสู้อากาศยาน ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มควันพวยพุ่งเต็มท้องฟ้า ส่วนที่เมืองเซียร์เต ซึ่งเป็นบ้านเกิดของกัดดาฟี มีรายงานว่ากองกำลังของกัดดาฟีได้สกัดกั้นการรุกคืบของฝ่ายกบฏไว้ได้

นักรบฝ่ายกบฏคนหนึ่งกล่าวว่า ไม่ต้องการการแทรกแซงทางทหารต่างชาติ แต่อยากให้มีการกำหนดเขตห้ามบิน โดยฝ่ายกบฏสามารถรับมือกับจรวดและรถถัง แต่ไม่สามารถรับมือกับกองทัพอากาศของกัดดาฟีได้ อย่างไรก็ตาม การกำหนดเขตห้ามบินอาจต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์ในการจัดการ

ยังมีกระแสข่าวด้วยว่า กัดดาฟี่ ใช้ทหารรับจ้างต่างชาติมาต่อสู้กับฝ่ายกบฏ ซึ่งผู้อพยพที่หนีมาได้เปิดเผยว่า ทหารลิเบียได้กวาดต้อนผู้อพยพชาวแอฟริกัน โดยจะบุกเข้าไปในบ้านพัก ทำร้ายร่างกาย ขโมยเงินและเอกสารประจำตัวทั้งหมด ก่อนนำตัวไปกักขังและเสนอเงินจ้างให้มารบกับกองกำลังฝ่ายกบฏ ผู้ที่ตกลงจะได้รับการฝึกเป็นทหารและได้เงินค่าจ้าง 200 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนคนที่ไม่ทำตามจะถูกขัง

ด้านนายบัน คีมูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ระบุว่ารัฐมนตรีการต่างประเทศของลิเบียได้อนุญาตให้คณะทำงานด้านมนุษยธรรมของยูเอ็นเข้าไปดำเนินการตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในกรุงตริโปลีได้

ทั้งนี้ สหประชาชาติระบุว่าต้องการเงิน 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้รับมือกับวิกฤตในช่วง 3 เดือนข้างหน้า โดยวาเลอรี อามอส รองเลขาธิการสหประชาชาติด้านกิจการมนุษยธรรม และผู้ประสานงานการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่าเงินดังกล่าวจะนำไปใช้ในการประสานงานและจัดการค่ายผู้อพยพ ความมั่นคงด้านอาหาร โภชนาการ การดูแลสุขภาพ น้ำ การสุขาภิบาล และหลักสุขอนามัย

นอกจากนี้ยูเอ็นยังได้แต่งตั้งให้ อับเดลิละห์ อัล-คอทีบ อดีตรัฐมนตรีการต่างประเทศของจอร์แดน เป็นทูตพิเศษ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจายุติความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลลิเบียกับฝ่ายต่อต้าน

ฝรั่งเศสโหด ปรับ 2.5ล้านบาท หากใครบังครับให้หญิงปิดหน้า
 
สำนักข่าวมุสลิมไทย  ฝรั่งเศสโหด ปรับ 2.5ล้านบาท หากใครบังครับให้หญิงปิดหน้าฝรั่งเศส – หลังจากร่างกฎหมายห้ามคลุมบุรก้าผ่านการอนุมัติ และผ่านขั้นตอนต่างๆ มาเกือบ 1 ปี บัดนี้ฝรั่งเศสจะเริ่มกำหนดบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างเป็นทางการในวันที่ 11 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้
โดยสตรีที่ปกปิดใบหน้าจะถูกเชิญมาที่สถานีตำรวจ และร้องขอให้ถอดผ้าคลุมหน้าออก หากไม่ยินยอมทำตามโดยดี ก็ต้องเลือกระหว่างการเสียค่าปรับ 190 ดอลล่าร์ หรือการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมฮิญาบ
อย่างไรก็ตาม อิหม่ามมูซา นิอัมเบเล แห่งมัสยิดกรุงปารีสแสดงความกังวลว่า การทำเช่นนี้อาจเป็นการไม่สมควรกับสตรีมุสลิม และผู้นำมุสลิมท่านอื่นๆ ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน
กฎหมายดังกล่าวจะห้ามสตรีแต่งกายแบบปกปิดใบหน้าในที่สาธารณะ เช่น รถโดยสาร ร้านค้า โรงเรียน โรงพยาบาล ศาล และอาคารที่ทำการราชการ
ผู้ที่บังคับให้ผู้หญิง หรือผู้เยาว์ปกปิดใบหน้า จะถูกตั้งข้อหาหนัก โดยต้องจ่ายค่าปรับ 41,904 ดอลล่าร์ และจำคุก 1 ปี และหากยังคงกระทำอีก โทษครั้งต่อไปจะต้องถูกปรับ 83,818 ดอลล่าร์ (2.5ล้านบาท) และจำคุก 2 ปี 
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s