Chernobyl Nuclear Power Plant

ถีงประเทศที่มีวิถีแห่งลมจากโรงไฟฟ้านิวเครียร์ญี่ปุ่นระเบิดรัศมี-30เมตร และอเมริกา แตนาดา ยุโรป จนถีงเอเชีย อย่าดื่มน้ำที่นำมาจากลางแจ้ง หากมีข้อมูลดื่มน้ำแล้วสลบ ตายเกลี่ยน ให้รู้ว่ามาจากกัมมันตรังสี โปรดเฝ้าระวัง ดื่มน้ำตายเป็นใบไม้ร่วง ขอบคุณ..ขอให้ทุกคนปลอดภัยการป้องกันดีที่สุด

26 เมษายน พ.ศ. 2529 โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เชอร์โนบิล (Chernobyl Nuclear Power Plant) ที่เมืองเชอร์โนบิล ประเทศยูเครน (สมัยนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต) เกิดการระเบิด หลังจากที่ทีมวิศวกรตรวจสอบการทำงานของระบบทำความเย็น โดยปิดระบบรักษาความปลอดภัย เมื่อแรงดันไอน้ำภายในสูงขึ้นอย่างฉับพลันแต่ระบบตัดการทำงานอัตโนมัติกลับไม่ทำงาน ส่งผลให้ให้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ระเบิด สารกัมมันตรังสีเกือบทั้งหมดแพร่กระจายสู่บรรยากาศ ในรัศมี 30 กิโลเมตรมีการเปรอะเปื้อนรังสีสูง ถูกประกาศเป็นเขตอันตราย (Zone of alienation)

สารกัมมันตภาพรังสีลอยออกไปปนเปื้อนทั้งในอากาศ แม่น้ำ ผืนดิน ทั่วทวีปยุโรปกว่า 3.9 ล้านตารางกิโลเมตร ต้องอพยพประชาชนประมาณ 336,000 คน หลังอุบัติเหตุ รัฐบาลยูเครนพยายามปิดข่าว แจ้งเพียงแค่ว่ามีเจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้าและเจ้าหน้าที่ดับเพลงเสียชีวิตจำนวน 31 คน มีผู้บาดเจ็บจากกัมมันตรังสี 203 คน แต่ด้วยความต้องการไฟฟ้าจำนวนมาก รัฐบาลยูเครนก็สั่งเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่เหลือในปี 2534 ก่อนที่โรงงานแห่งนี้จะปิดตัวเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2543 ในปี 2545

องค์กรอนามัยโลก (WHO) ได้สรุปผลความเสียหายว่า มีผู้เสียชีวิตจากแรงระเบิดโดยตรง 47 ราย และคาดการณ์ว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีก 9,000 คน จากจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดประมาณ 6.6 ล้านคน ซึ่ง 4,000 คนมีสาเหตุจากโรคมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ ที่เหลือจากโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ และโรคอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจอีกจำนวนมาก นับว่าเป็นหายนะภัยจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่รุนแรงที่สุดในโลก นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า หายนะภัยเชอร์โนเบลทำให้สารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลมากกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่ถล่มฮิโรชิมาและนางาซากิถึง 200 เท่า

 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เชอร์โนบิล ระเบิดครั้งนี้ร้ายแรงสุดของโลก -npcse

 

 The Chernobyl Meltdown happened on this day in 1986

 – cienceblogs

ผลกระทบกัมตภาพรังสีต่อมนุษย์และสัตว์

กากกัมมันตรังสี ที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ของแท่งเชื้อเพลิงยูเรเนียม-235 เมื่อมาทำให้แตกตัว จะได้ พลังงานความร้อน ไปต้มน้ำเป็นไอ มาหมุนมอเตอร์ไฟฟ้า และอนุภาคนิวเคลียร์ ที่สามารถนำกลับมาทำปฏิกิริยาได้อีกเป็นลูกโซ่(Chain Reaction) เมื่อใช้แล้วเหลือ 1 ใน 3 จะไม่นำมาใช้อีก กลายเป็น กากกัมมันตรังสีระดับสูง ส่วน น้ำที่ได้ รวมทั้ง อุปกรณ์ของเครื่องปฏิกรณ์ เสื้อผ้า เครื่องใช้ ในโรงงานนิวเคลียร์ ก็มีรังสีเจือปน แม้จะต่ำกว่า แต่ก็ต้องบำบัด 


      ยิ่งกว่านั้น ยังมีกิจกรรมอื่นที่ก่อให้เกิดรังสีได้ เช่น ขบวนการทางเคมี ฟิสิกส์ และชีวะ ในห้องทดลอง ซึ่งมีปริมาณตั้งแต่น้อยๆจนถึงปานกลาง และที่มากขึ้นได้ ก็คือ การใช้ในกิจกรรมการแพทย์ การฉายรังสี รักษามะเร็ง การฆ่าเชื้อโรค ในเครื่องมือแพทย์ ฯลฯ
      การนำแร่มาแปรสภาพ ในอุตสาหกรรม เช่น การถลุงแร่ การกลั่นน้ำมัน การผลิตปุ๋ยฟอสเฟต ก็เกิดรังสีได้ แม้จะมีปริมาณที่ไม่สูงนัก แต่ก็ต้องดูแลบ้าง แม้จะไม่ต้องรายงานต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก็ตาม 

      แม้กากกัมมันตรังสี…มีวันสูญสลาย แต่ก็มีช่วงอายุการสลายตัวแตกต่างกัน ตั้งแต่เสี้ยววินาที กระทั่ง นับล้านปี พิษของสารรังสีย่อมเจือจางไปตามกาลเวลา
      ซึ่งเราคงเคยได้ยินคำว่า “ครึ่งชีวิต” มาแล้ว นั่นคือช่วงเวลาที่ปริมาณรังสีตั้งต้นสลายตัวไปครึ่งหนึ่ง โดยทั่วไปเมื่อทิ้งไว้ 10 ช่วงครึ่งชีวิต สารกัมมันตรังสีนั้นๆ ก็จะมีปริมาณรังสีเหลือเพียง 1 ใน 1,000 เท่าของปริมาณตั้งต้น และใน 20 ช่วงครึ่งชีวิต จะเหลือความแรงของรังสีเพียง 1 ใน 1,000,000 เท่า 

      ประโยชน์ จากการรู้ช่วงครึ่งชีวิตของสารต่างๆ ทำให้เราสามารถคะเนช่วงเวลา หรืออายุตั้งต้นของวัตถุนั้นได้ เช่น อายุไดโนเสาร์, อายุโลก, อายุเครื่องปั้นดินเผา หรือ อายุของซากอารยธรรมต่างๆ ได้ เป็นต้น
      ดังนั้น วิธีกำจัดกากกัมมันตรังสี โดยหลักๆ ก็คือ การนำไปให้พ้นๆสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการ ฝังดิน ในที่มั่นคง หรือ ทิ้งทะเล ลึกสุดกู่ เพื่อให้สูญสลายไปเองตามธรรมชาติ และไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม นั่นเอง 
     

 ส่วนอันตรายที่เกิดขึ้นเมื่อถูกรังสี แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1. ผลที่เกิดขึ้นกับร่างกาย (Somatic effact) และ 2. ผลที่เกิดขึ้นกับทางพันธุกรรม
– angelfire

      อาการป่วยของประเภทแรก แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะเตือนร่วงหน้า ได้แก่ อาการคลื่นเหียน อาเจียร หายใจไม่สะดวก เพลีย หมดแรงที่จะทรงตัว ผิวหนังแดง หายใจไม่สะดวก

      ระยะแอบแฝง เป็นระยะที่สงบไม่แสดงออก ขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีที่ได้รับ และ ระยะปานจริง เป็นอาการต่อจากระยะแอบแฝง ได้แก่ มีไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด โลหิตออก ผมร่วง ช็อค จำอะไรไม่ได้ หมดความรู้สึก และอาจเสียชีวิตได้ ส่วนใครที่ได้รับรังสีทีละน้อยๆ แต่นานๆ แบบสะสม อาการจะไม่แสดงในทันที แต่จะทำให้ชีวิตในระยะยาวสั้นลง เพราะโรคลูคีเมีย, มะเร็ง หรือ ต้อกระจกเป็นต้น 

      สำหรับผลกระทบในทางพันธุกรรม จะเกิดขึ้นในเซลล์สืบพันธุ์ โดยจะทำให้เป็นหมัน หรือแตกเหล่า ซึ่งความผิดปกติ ส่วนใหญ่จะปรากฎในรุ่นลูก หลาน เหลนได้ อย่างหลังนี้น่ากลัวที่สุด เพราะไม่สามารถคาดเดาผล และรักษาให้หายได้
    

  จึงต้องมีการร่วมมือระหว่างประเทศ ประเทศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ขึ้น โดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ  เพื่อการควบคุมที่ได้มาตรฐาน เมื่อเกิดปัญหาจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที – iaea


      เมื่อมีโทษถึงเพียงนี้ แล้วทำไม มนุษย์จึงยังใช้กันอยู่ได้ คงไม่สามารถหาคำตอบที่ถูกใจมาอธิบายได้ ตราบใดที่ มนุษย์ยังอุปโภคและบริโภคกันไม่หยุดหย่อน ซึ่งทุกสิ่งต้องมีพลังงานมาทำให้เกิดกระบวนการทั้งสิ้น

      สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นในไทยนั้น เราอาจพูดได้ว่า เป็นวัวหายแล้วล้อมคอก แต่ก็ยังถือว่าโชคดี ที่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก และทำให้ประชาชนตื่นตัว(ตื่นกลัว) มากยิ่งขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราคงปฏิเสธมันไปได้ยาก นอกจาก การกระตุ้นให้มีมาตรการควบคุมอย่างสม่ำเสมอ รัดกุม และมีบทลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเห็นภาพชัดเจน 
      ถ้ากลัววัวหายจริง ก็ฉายรังสีใส่วัวซะเลย คนเอาไป กินก็ไม่ได้ ขยายพันธุ์ก็ไม่ได้ ให้รู้ไปว่า วัวฉายรังสีจะมีใครต้องการ และเราก็ไม่ต้องเสียเวลาล้อมคอก  -9.brinkster 

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s