พุทธทำนาย 16ประการ

ในสมัยพุทธกาล ณ ราตรีหนึ่งพระยาปัตเวน หรือพระเจ้าปเสนทิโกศล จอมกษัตริย์ แห่งกรุงสาวัตถีได้ทรงพระสุบินนิมิต (ฝัน)ถึงเหตุประหลาด ๑๖ ประการ  จนสะดุ้งตื่นจากพระบรรทม ทรงหวาดหวั่นเป็นกำลัง  เมื่อไต่ถามพราหมณ์ปุโรหิตให้พยากรณ์ก็มีคำพยากรณ์ออกมาว่าจะเกิดอันตรายขึ้น ๓ประการ คือ  ๑. อันตรายแก่ราชสมบัติ   ๒. อันตรายแก่พระมเหสี  ๓. อันตรายแก่พระชนม์ชีพของพระองค์ ”   ผลคำพยากรณ์พระสุบินนิมิตนี้เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ พราหมณ์ได้กราบทูลให้จับสัตว์มาอย่างละ ๔ ตัวเพื่อทำพิธีบูชายัญ

 เรื่องนี้พระนางมัลลิกา (พระมเหสี) ได้ไปทูลถามพระพุทธองค์ พร้อมกับพระเจ้าปเสนทิโกศล ถึงพระสุบินนิมิตอันแปลกประหลาด    จึงได้รู้ความจริงจากพระบรมศาสดาว่ามหาสุบินนิมิต๑๖ ประการนั้น  จะไม่บังเกิดในขณะนั้น  และมิได้บังเกิดในรัชกาลของพระองค์ ”   จึงทำให้พระเจ้าปเสนทิโกศลเลิกพิธีจับสัตว์มาบูชายัญเสีย  ด้วยจะเป็นกรรมเวรสืบกันไป และไม่บังเกิดผลดีอย่างไร

การที่พระเจ้าปเสนทิโกศลได้ทรงพระสุบินนิมิตเหตุประหลาดถึง  ๑๖ ประการนั้นเป็นเพราะเทวดาคงจะต้องการบอกเหตุ โดยอาศัยพระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นสื่อ    และยังได้ดลใจให้ไปทูลถามพระพุทธองค์จึงได้เกิดคำพยากรณ์ขึ้นเป็นวิสามัญเหตุและอุบัติการณ์ที่อยู่ในข่ายพระบารมีของสมเด็จพระบรมศาสดาจะได้ทรงตรัสคำพยากรณ์อันเป็นอมตะนี้  ซึ่งรายละเอียดของพระสุบิน และคำพยากรณ์ เป็นอย่างไรก็ขอเชิญท่านผู้อ่านได้สดับ และวินิจฉัยเป็นข้อ ๆ ดังนี้

ข้อ ๑.ในสุบินว่าได้เห็นโคอุสุภราชสีดำ ๔ ตัว มาแต่ทิศทั้ง๔ ทำอาการเหมือนจะชนกันที่หน้าพระลานหลวง ครั้นมหาชนมามุงดู   โคอุสุภราชทั้ง ๔ ทำเหมือนจะชนกันจริง ๆ ส่งเสียงคำรามร้องกึกก้อง แล้วต่างตัวต่างก็ถอยหลังไปไม่ชนกันอย่างที่คิด

มีพุทธพยากรณ์ว่าจะมีเมฆดำตั้งขึ้นในทิศทั้ง๔ เสียงฟ้าลั่นอยู่ครืน ๆ ทำทีเหมือนฝนจะตก แต่ก็มิตก ทำให้เกิดการเสียหายแก่พืชผล เกิดข้าวยากหมากแพงในประเทศ

ข้อ ๒.  สุบินว่า  “เห็นต้นไม้และกอเล็กๆ ผุดขึ้นจากดินแล้วเจริญขึ้นโดยลำดับ ผลิตดอกออกผลในขณะที่เล็กๆอยู่นั้น

ทรงพระพุทธทำนายว่า   “โลกสมัยต่อไปจะเสื่อม อายุผู้คนจะสั้น แต่กิเลสกลับร้อนแรงขึ้น จะสมสู่กันแต่เล็ก ๆ จนเกิดลูกหลานเมื่ออายุยังน้อย เหมือนต้นไม้เล็กมีดอกผลฉะนั้น

ข้อ ๓.สุบินว่าแม่โคดูดนมลูกโค ซึ่งเกิดในวันนั้นทรงพระพุทธทำนายว่าต่อไปการเคารพนบนอบต่อผู้ใหญ่ เช่น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ จะเสื่อมถอยลง และในทางตรงกันข้าม ผู้ใหญ่ต่างหากจะต้องประจบเด็ก เหมือนแม่โคดูดนมลูกโคฉะนั้น

ข้อ๔.สุบินว่าเห็นคนเอาโคกำลังเอกหรือมีพละกำลังแข็งแรง     ปล่อยปละเอาไว้ไม่นำเข้าเทียมแอกแต่กลับนำเอาโครุ่นที่ปราศจากกำลัง มาใช้เทียมแอกแทน       ซึ่งเจ้าโครุ่นเมื่อไม่สามารนำเกวียนแล่นได้ ก็สลัดแอกนั้นเสีย” (โครุ่นเปรียบเหมือนเด็กวัยรุ่น ๑๕-๑๖, โคกำลังเอก เหมือนผู้ใหญ่วัยฉกรรจ์)

ทรงพุทธพยากรณ์ว่า  “ต่อไปผู้มีปัญญาจะไม่ได้รับการยกย่องในหน้าที่ราชการ แต่ยศศักดิ์จะถูกนำไปให้แก่หนุ่มโง่ๆ ซึ่งไม่สามารจะปฏิบัติราชการให้ดีได้ เหมือนคนปล่อยโคมีกำลังออก แล้วนำโครุ่นมาเทียมแทนนั้น

หมู2ปาก2จมูก

ข้อ ๕.สุบินว่า  “เห็นม้าตัวหนึ่งมีปากสองข้าง คนสองคนยื่นข้าวให้ม้าคนละปากม้าเคี้ยวข้าวกล้าด้วยปาก ๒ข้างนั้น ทรงมีพุทธทำนายว่า ต่อไปผู้ใหญ่ในประเทศจักโลเล ไม่ยุติธรรม รับสินบนจากคู่ความทั้งสองฝ่าย แล้วตัดสินตามใจชอบของตน เอาแต่สินบนเป็นประมาณ  เหมือนม้าเคี้ยวข้าวกล้าด้วยปากทั้งสองข้างฉะนั้น

ข้อ ๖.สุบินว่า   “คนเอาถาดทองคำราคาแสนตำลึง เอาไปให้สุนัขจิ้งจอกแล้วสุนัขนั้นก็ถ่ายปัสสาวะในถาดทองคำนั้น ทรงมีพระพุทธทำนายว่า ต่อไปคนดีมีตระกูลจะยากไร้สิ้นอำนาจวาสนา คนตระกูลต่ำจะได้เป็นใหญ่ ผู้มีตระกูลจะยกลูกสาวให้แก่ผู้ไม่มีตระกูล เหมือนสุนัขจิ้งจอกถ่ายปัสสาวะลงในถาดทองคำนั้น 

ข้อ๗.สุบินว่าเห็นบุรุษหนึ่งนั่งฟั่นเชือกอยู่บนตั่ง    หย่อนปลายเชือกที่ฟั่นแล้วห้อยไปใต้ตั่งสุนัขจิ้งจอกตัวเมียนอนอยู่ใต้ตั่งหิวจัด ได้กัดกินเชือกที่บุรุษฟั่นนั้นเรื่อย ๆ ไป ยิ่งฟั่น ก็ยิ่งหมดลงไปทุกทีแต่บุรุษนั้นหารู้ไม่ ทรงมีพระพุทธทำนายว่าต่อไปหญิงทั้งหลายจะเหลาะแหละกับผู้ชาย และชอบเสพสุรา ชอบซื้อแต่เครื่องประดับตกแต่งตนชอบทำเสน่ห์ยาแฝด มิได้เหลียวแลการบ้าน ชอบคบชู้  จะผลาญทรัพย์ที่สามีหามาได้ด้วยความลำบากให้หมดสิ้นไป  เหมือนนางสุนัขจิ้งจอก หิวจัด เคี้ยวเชือกที่บุรุษฟั่นนั้นให้หมดไป

ข้อ ๘. สุบินว่า ” ได้เห็นกระออมใหญ่ใบหนึ่งมีน้ำเต็ม และมีโอ่งเปล่าล้อมกระออมใหญ่อยู่หลายใบ  มีคนมาตักน้ำจาก ๘ ทิศ  เทลงในกระออมที่มีน้ำเต็มอยู่แล้ว  แทนที่จะเทลงในโอ่งเปล่าที่ไม่มีน้ำ ดังนั้นน้ำในกระออมจึงไหลล้นออกมา ” ทรงพระพุทธทำนายว่า ” คนที่รวยอยู่แล้วยิ่งมีคนยากจนมาหารายได้ให้หรือส่งเสริมให้รวยมากขึ้น   การที่คนจนมาทำงานส่งเสริมให้คนรวยแทนที่จะสร้างฐานะให้ตนเองร่ำรวยก็เหมือนคนที่มาตักน้ำใส่กระออมอันมีน้ำเต็มอยู่นั่นเอง””

ข้อ๙.สุบินว่า  สระใหญ่แห่งหนึ่งมีบัวนานาชนิดขึ้นอยู่เต็ม มีท่าขึ้นลงอยู่รอบสระ สัตว์ต่างๆ พากันลงมาดื่มน้ำในสระ แต่แทนที่ริมสระน้ำจะขุ่น เพราะสัตว์ลงมาดื่มกินน้ำกลับใส   ส่วนที่กลางสระที่สัตว์ต่าง ๆ พากันไปไม่ถึงนั้นแทนที่น้ำจะใสกลับขุ่นคลั่ก ทรงพระพุทธทำนายว่าต่อไปผู้เป็นใหญ่ในประเทศจะไม่ตั้งอยู่ในธรรม มักรีดนาทาเร้นราษฏรในเมืองหลวง ทำให้ราษฏรทนไม่ได้ก็เลยอพยพไปอยู่ยังชายแดนหมด เมืองหลวงก็ว่างเปล่าไม่มีคนส่วนชายแดนหนาแน่นด้วผู้คน เหมือนกลางสระน้ำขุ่นริมสระน้ำใสนั้น

ข้อ ๑๐.  สุบินว่าเห็นข้าวหุงในหม้อใบหนึ่ง มี ๓ อย่าง คือข้างหนึ่งดิบ ข้างหนึ่งเปียก อีกข้างหนึ่งเป็นท้องเลน ทรงพระพุทธทำนายว่าต่อไปเมื่อคนไม่อยู่ในศีลธรรมแล้ว ฝนก็จะไม่ตกโดยทั่วถึง ส่วนที่ไม่ตกเลยข้าวกล้าก็เหี่ยวแห้ง ส่วนตกพอดีข้าวกล้าก็งอกงาม เหมือนข้าวสุกในหม้อเดียวกันมีเป็น ๓ อย่าง

ข้อ ๑๑ .สุบินว่าเห็นคนเอาแก่นจันทน์ ราคาแสนตำลึง  ไปแลกกับนมโคที่เสีย
ทรงพระพุทธทำนายว่า   “ต่อไปภิกษุอลัชชีไม่มียางอาย  จะนำธรรมที่ตถาคตกล่าวติเตียนความโลภ  ไปแสดงให้คนอื่นละความโลภแล้วพากันบริจาคจตุปัจจัยให้แก่ตน   ภิกษุอลัชชีเหล่านั้นจะเที่ยวไปนั่งแสดงธรรมในที่ต่างๆ เพื่อหวังลาภ   เหมือนคนเอาแก่นจันทน์อันมีค่า (ธรรมของพระพุทธองค์)ไปแลกกับนมโคเสียฉะนั้น(ทรัพย์สินเงินทองที่คนพากันมาบริจาค)


๑๒.สุบินว่า   ” ได้เห็นน้ำเต้าที่เขาคว้านไส้ออก  เหลือแต่เปลือกเปล่า  ซึ่งควรจะลอยน้ำแต่กลับจมดิ่งลงในน้ำ ” ทรงพระพุทธทำนายว่า  “ต่อไปถ้อยคำของคนชั่ว ไม่มีศีล ไม่มีธรรม จะมั่นคง  ส่วนถ้อยคำของคนดีมีศีลธรรม จะอับเฉา  เหมือนน้ำเต้าเปล่า แต่จมน้ำฉะนั้น

หินลาวา ภูเขาไฟ ลอยน้ำได้

 ข้อ ๑๓.สุบินว่าได้เห็นหินก้อนใหญ่ ประมาณเท่าเรือน ลอยอยู่บนผืนน้ำเหมือนสำเภาหรือเรือใหญ่ ๆ ฉะนั้นทรงพระพุทธทำนายว่าต่อไปคนดีมีศีลธรรมจะไม่มีใครเคารพนับถือ จะเคารพนับถือแต่คนชั่วไร้ศีลไร้ธรรม เหมือนหินลอยน้ำฉะนั้น

ข้อ๑๔.สุบินว่า เห็นนางเขียดเล็กตัวหนึ่ง วิ่งไล่งูเห่าตัวใหญ่ไปโดยกำลังเร็ว แล้วกัดงูเห่ากลืนกิน” ทรงพระพุทธทำนายว่า ต่อไปสามีจะอยู่ในอำนาจของภรรยา จะถูกภรรยาด่าว่าเช่นคนรับใช้เหมือนนางเขียดกินงูเห่าฉะนั้น

ข้อ ๑๕. สุบินว่า  ได้เห็นหงส์ทองแวดล้อมด้วยกาในที่ต่างๆ   ทรงมีพระพุทธทำนายว่า  ต่อไปผู้มีตระกูลจะต้องเที่ยวประจบสวามิภักดิ์ผู้ไม่มีตระกูล เหมือนหงส์ทองแวดล้อมด้วยกาฉะนั้น

ข้อ๑๖.สุบินว่า   “ได้เห็นแพะไล่ติดตามเสือเหลือง แล้วกินเสือเหลืองเสีย  ภายหลังเสืออื่นๆ เห็นแพะแต่ไกลก็เกิดความหวาดกลัว พากันวิ่งหนีหลบซ่อนไปในที่ต่างๆทรงมีพระพุทธทำนายว่า “ต่อไปศิษย์จะสู้ครูผู้น้อยจะข่มเหงผู้ใหญ่ คนดีจะถูกคนชั่วเบียดเบียนและจะต้องหลบหลีกซ่อนเร้นไปเพราะกลัวเหมือนเสือหนีแพะฉะนั้น


ข้อความนี้ถูกเขียนใน หนังสือ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร