Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra visit China

เปิดต้วด้วยครอบครัวชัดเจน(ภาพจากกล้องของปชชไทย นอกจากจะทำงานหาเงินหัวเป็นน็อต,ดูแลครอบครัวแล้ว red shirtยังปกป้องปชตของไทยโดยการทำข่าวท่านนายกรัฐมนตรีของไทยyingluck Shinawatra เองอีกด้วย เพราะสื่อไทย ไม่รายงานข่าวที่ดีๆๆแก่เธอเลย ปชชไทยส่วนหนึ่งจึงต้องเสียสละสับเปลี่ยนกันเป็นผู้สื่อข่าวเอง ภาพจริง เหตุการณ์จริง ตามหน้าที่พลเมืองไทยที่ดี นอกจากลงคะแนนในคูหาแล้วยังต้องมีภาระหน้าที่ปกป้องรัฐบาลของตนเองอย่างหนักหน่วง ให้เข้าระบบปชตที่แท้จริงตามหลักปชตสากล เพื่อกระชากหน้ากากนอมินีของจักรวรรดิ์ตะวันตกในคราบของสื่อมวลชนไทย นักขายชาติไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่าไม่หลาบไม่จำ อีกด้วย)

17-18April , 2012. Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra visit China

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรกับครอบครัวซึ่งเป็นกำลังใจอันยิ่งใหญ่คุณ อนุสรณ์ อมรฉัตร สามีและ น้องไบค์ ดช ศุภเสกข์ อมรฉัตร.

บันทึกความเข้าใจ(MOU)ของประชาคมอาเซี่ยน ที่คนภายนอกกรอบจะต้องเข้าใจร่วมกันว่า…ชาวอาเซียนทั้งหมดต่างก็มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกันมานาน วัฒนธรรมของอาเซียนจะไปร่วมงานไหนๆๆมักจะไปเป็นครอบครัว ยิ่งในตำแหน่งระดับผู้นำประเทศ จะต้องแสดงฐานะให้ชัดเจน เช่นแต่งงานมีครอบครัวแล้ว มีสามี บุตรกี่คนไปไหนๆๆหากมีลูกเล็กๆๆแล้วต้องเอาไปด้วย พร้อมครอบครัว ยิ่งคนจีนในประเทศไทย และในประเทศจีนเองก็มีวัฒนธรรมเดียวกัน .

Asean summit

การเชิญของประเทศอาเซียนผู้นำในแต่ละประเทศจะทำงานตามหน้าที่ หลังบ้านผู้นำก็จะเป็นเจ้าบ้านที่ดีพาชมสถานที่สำคัญต่างๆๆในประเทศ เมื่อมีการประชุมอาเซียนซัมมิทที่บราหลี President Susilo Bambang Yudhoyono welcomed Brunei Darussalam head of state Sultan Haji Hassanal Bolkiah :ซึ่งในครั้งนี้กษัตริย์บรูไนได้พาครอบครัวไปที่บราหลี ด้วยท่านปธ.อินโดนีเซียและผู้นำในประเทศต่างก็เรียงแถวต้อนรับอย่างอบอุ่นฉันครอบครัวเดียวกัน กอด จุ๊บแก้ม2ข้าง บางคนก็จุ๊บมือของพระองค์และเมื่อนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ๋ไปเวียดนาม เกาหลี ก็ไปกับบุตรชายเช่นกัน  ไปเขมรก็ไปกับสามีซึ่งjiont กันไม่มีนอกมีในโปร่งใส ไร้ข้อกังขา บังเกิดความสุขสดชื่นมีพละกำลังขึ้นมาทันใด

ปรากฏการทางวัฒนธรรมอาเซียน เช่นนี้ มีแต่ประเทศไทยนักข่าวปากไม่สิ้นกลิ้นน้ำนม ปากหมาไม่เลิก การรดน้ำดำหัวคนที่รักและไปช่วยคืนกำไรให้กับเพื่อนบ้าน เช่นthailand red shirts กระทำนั้นเป็นการรักษาวัฒนธรรมอาเซียนที่ทุกคนต้องโชว์ศักดิ์ยภาพ เอกลักษณ์ของตนให้โดดเด่น

รวมทั้งการเป็นตัวตนของตนเอง ที่ท่าน นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับบ้านเกิดทำบุญให้บรรพบุรุษและร่วมฉลองปีใหม่ไทย ด้วยการเล่นสงกานต์ที่ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมไทยนั้น คนที่มไม่มีครอบครัวให้กลับไปเล่นสงกรานต์และรดน้ำพ่อแม่และผู้ชรานั้น ควรอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับรู้ไว้เช่นกัน   คนที่สักแต่ว่าอาศัยแผ่นดินไทยอยู่ อาศัยสื่อเสียงดัง ของอีตุ๊ด แต๋ว เกย์ รึเมียน้อย กิ๊ก เสี่ยเลี้ยงของสื่อต่ำจริยธรรมไทย นั้นกระโหลกมันอย่างหนา ตราช้าง จึงพ่นแต่สิ่งเน่าๆๆออกมาทางสื่อ ไม่อยากเปรียกน้ำก็ไม่ต้องออกไปไหน หากออกจากบ้านก็ให้เข้าใจในเทศกาลครายร้อน แบบกลยุทธุ์ดั้งเดิมของบรรพบุรุษไทยได้ใช้น้ำมาลด ภาวะตรึงเครียดจากความร้อนของสังคม

ให้ครอบครัวสังคมมีปฎิสัมพันธุ์กัน แบบง่ายๆๆๆนะเอง การขับรถช่วงเทศกาลน้ำลดโลกร้อนนี้คนขับจะต้องขับช้าๆๆชลอให้ชาวบ้านให้พรกับสิ่งแวดล้อมบ้าง เด็กๆๆได้ปลดปล่อยจากพันธนาการ  ได้ออกกำลังกาย ไม่อ้วน ได้ยิ้มไม่แก่ ได้สังคมที่เมตตา ข้ามถนนก็ต้องระมัดระวัง ให้เล่นเฉพาะจุดไม่ต้องขับรถไปมาและดื่มน้ำเมาแล้วก่อเรื่องต้องมีสติ …มันยากไปที่จะร่วมไปด้วยกันในชาติ มากนักรึไง พวกต่อต้านสังคมไทย แม้ใส่ผ้าไทยก็ยังกรีดปากเยียดหยาม ใส่แต่สูท แต่งสากล กระเป๋าแบนเนม ซะจนนึกว่าตนเลิศหรูเหนือใคร แถมเปิดแอร์ให้เปลี้ยงไฟ ให้ปชชเสียภาษีไปจ่ายให้อีก….สื่อไทยใจขายแผ่นดินไทยเนี่ย!!! ยังว่าตนเองถูกอีก…ชิชะ ..

Thailand PM Yingluck shinawatra, husband anusorn amornchat meet China’s Premier Wen Jiabao in People’s Pavillion.,Beijing  .

ได้โปรดสำนึกตนเองว่า..ตนเองบกพร่องต่อภาระหน้าที่ของครอบครัว สตรีสมรสแล้วมีลูกมีสามีก็ต้องไปไหนร่วมกัน ปธ สหรัฐอเมริกา รึท่านฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศจีนก็ทำเช่นเดียวกันกับ นายก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นวัฒนธรรมสากลของผู้มีวุฒิภาวะทางครอบครัวและประเทศชาติ อีกทั้งคนเชื้อสายจีน…ที่กลับแผ่นดินแม่ ก็มักจะพาหลานๆๆไปเยี่ยนเยียนบรรพบุรุษกันเป็นวัฒนธรรมที่ฝังใน เลือดมังกรทอง หากมังกรสายฟ้าก็ต้องภูฐานซึ่งต่างก็มีวัฒนธรรมเฉพาะด้วยกันทั้งนั้น.

ไม่ใช่ซุกสามี เมียน้อย ไปหยามประเทศตะวันตกา เขาก็รังเกียด ไม่อยากจะต้อนรับ การแนะนำชื่อ -นามสกุล สามี บุตร เพื่อน และตำเเหน่งอื่นๆๆ ต้องชัดเจน และครอบครัวชินวัตรก็ทำการค้า-ขายได้มีมิตรไมตรีสัมพันธุ์ทางการค้าแน่นแฟ้นมายาวนาน ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เลิศ ชินวัตร พี่น้องในตระกูล ลุง ป้าน้าอา แม้กระทั่งสามี คุณ อนุสรณ์ อมรฉัตร เองก็ทำการค้าเป็นผู้บริหารระดับชาติมาก่อนสละตำแหน่ง มาดูแลครอบครัวลูกชายและภรรยา   ที่เป็นหน้าที่หนักยิ่งยวดของผู้ชายคนหนึ่ง  อีกอย่าง..คนจีนทุกคนในโลกก็มีวัฒนธรรมเดียวกัน ไม่ว่าอาศัยณ.ที่แห่งใดในโลก…  และการไปเยียนประเทศต่างๆๆระยะหลังๆๆนี้นายกรัฐมนตรีไทยก็ได้เช่าเหมาลำบ.การบินไทย พร้อมกับนำนักธุรกิจไทย ร่วมไปหาทางทำการค้า  ซึ่งค.ศ2012ต่อจากนี้ไป  จะเป็นการยกประเทศไทยไปตั้งยังมิตรนานาประเทศ และจะต้องมีอำนาจเต็มในการตัดสินใจ…ได้ทันที

เเกรี่ ล็อค (gary locke )เอกรัฐฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศจีนคนใหม่2011

มิใช่ต้องรอสภาสว สส ไทยที่เสียเอกราชแห่งประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว รึกรณีเขาพระวิหาร สภาไทยได้ตกต่ำอย่างมากในการแทรกแซงหน้าที่ของรัฐบาล  วินาทีนี้ทั้งโลกและเพื่อนบ้านต่างต้องรวดเร็วในการตัดสินใจ ที่แม่นยำ แต่ไทยกลับย้อนไปสมัยอยุธยา …พธม และ40สวมาร ngoสหรัฐกับแสดงภาพยนต์ ฉันต้องการเสียเอกราชโดยพฤตินัยซะเอง เนียนนักนะ นังรสนาสวกทม…ในสมัยท่านสมัคร สุนมรเวช ชิมไปบ่นไป ก็ทำไปด้าย…ตัดสินตามพจนานุกรมเพื่อกู มีประเทศใดในโลกเขาทำกัน แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยช่วงนี้รัฐสภาไทยประกอบไปด้วยคนบ้า คนวิกลจริตไปเเล้วนั้นเอง  หมดสภาพหน้ากากหลุดไม่มีใครเชื่อถือ มีเมียกี่คนลูก สามีชื่ออะไร…ต้องชัดเจน มีลูกเล็กคุณแม่ต้องเลี้ยงลูกไป,ทำงานไปด้วย …พวกคนไทยหัวใจตะวันตกโปรดทราบ สวิ้งกิ้งเปลี่ยนผัวเมีย !! พ่อแม่ก็สับสน คงไม่ชินผ้วเดียวเมียเดียวของผู้นำระดับโลกเขามั้ง ซุกผัว ซุกเมียไม่เลี้ยงดูลูก ให้คนใช้เลี้ยงลูก พ่อไปทาง แม่ไปทาง กลับบ้านมาก็ฟันคนใช้เป็นเมียอีกคน …ตื่นๆๆๆ กลุ่มอินทราเทพเขายึดพื้นที่คืนแล้ว …อสูรจงหลีกไปอยู่หลังเขาไป …นักข่าวไทย…สันดานหมาไม่เลิก…เฮ้ย…การเป็นคนของมึงคงจะยากไป ชิมิ

17,April , 2012.

Thai Prime Minister  Yingluck Shinawatra and 100- Thai busines delegation to upgrade strategic partnership. go to visit her Chinese stronger ties  ,a meeting  to China’s Premier Wen Jiabao in People’s Pavillion.,Beijing  . After reviewing the honor guard at the Great Hall of the People inBeijing ,China’s Premier Wen Jiabao  told her the visit would boost trust and understanding between the sides.

“We strongly appreciate your deep concern for relations between our countries,” China’s Premier Wen Jiabao said before reporters were ushered from the room.

Following talks, the two leaders oversaw the signing of several agreements, including a five-year action plan for developing their strategic relations through 2016 and a five-year economic and trade development blueprint. No details were released.

Shinawatra was due to meet with President  Hu Jintao on Wednesday.

The Thai premier then met with her Chinese counterpart, and both leaders witnessed the signing of agreements by officials of their countries.

they agreed to elevate their countries’ strategic partnership in all areas, particularly sustainable development in four fields including the provision of tablet computers for Thai elementary school students, cooperation in building a high speed railway, water management and clean energy.

Both leaders also agreed to target development of Sino-Thai economic cooperation, including increasing trade by 20 per cent annually, raising investment by 15 per cent in the next five years and tourism by 20 per cent in the next five years.

The Thai premier invited Chinese investors to invest in the kingdom in natural rubber, auto parts, biofuel and wind energy, as well as proposing that both countries develop the ecotourism industry.

China is Thailand’s largest export market and second-largest source of imports. Bilateral trade hit $64.7 billion last year, according to Chinese statistics.

Political ties are cordial. Thailand joined with  Chaina, Myanmar, and Laos last year in conducting joint security patrols on the Mekong River following attacks on shipping.

BEIJING, CHINA – APRIL 17: Thailand ‘s Prime Minister Yingluck Shinawatra (3rd R) holds talks with Chinese Prime Minister Wen Jiabao (2nd L) at the Great Hall of the People on April 17, 2012 in Beijing,April. 17, 2012. Yingluck Shinawatra is on a four day visit to China during which the focus in discussions will be on the strengthening of trade relations.

การเยือนจีนครั้งนี้เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการ และนายกรัฐมนตรีได้หารือข้อราชการแบบเต็มคณะกับทางการจีน ซึ่งนำโดยนายเวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน

ผู้แทนของฝ่ายไทยประกอบด้วยรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ ดังนี้

  • นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • ม.ร.ว. พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

หารือเต็มคณะ แท็บเล็ต-รถไฟ-พลังงาน-น้ำ

สำหรับประเด็นการหารือแบบทวิภาคีเต็มคณะ มีเรื่องที่น่าสนใจดังนี้

  • โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในสาขาที่ยั่งยืนของไทย 4 สาขา ได้แก่ การจัดหาคอมพิวเตอร์แบบพกพา (แท็บเล็ต) แก่นักเรียนไทย ความร่วมมือด้านรถไฟ พลังงานสะอาด และการบริหารจัดการน้ำ
  • กำหนดทิศทางและตั้งเป้าความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย- จีน ใน 3 สาขาหลัก ดังนี้ การเพิ่มการค้าร้อยละ 20 ต่อปี การลงทุนให้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15 ในอีก 5 ปีข้างหน้า และการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ในอีก 5 ปีข้างหน้า
  • ความร่วมมือเป็นรายมณฑลของจีนกับไทย โดยไทยได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกับ 3 มณฑลของจีนแล้ว คือ ยูนนาน กวางตุ้ง และเซียะเหมิน ซึ่งไทยจะตั้งคณะทำงานร่วมกับมณฑลเสฉวนต่อไป
  • นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้จีนจัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือ SMEs ที่เข้าไปลงทุนในจีนแบบครบวงจรในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งเป็นประตูสู่อาเซียนของจีน
  • ขอให้รัฐบาลจีนอนุมัติการตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่นครกวางโจว
  • เชิญนายเวิน เจียเป่า เข้าร่วมการประชุม WEF ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2555 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ที่กรุงเทพฯ

ภายหลังการหารือข้อราชการเต็มคณะ ในเวลา 17.15 น.
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
และนายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน
ร่วมการเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่าง
รัฐบาลไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 8 ฉบับ
ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1) แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-จีน ระหว่างปี 2555-2559
(Joint Action Plan on Thailand-China Strategic Cooperation Between the Government
of the People’s Republic of China 2012-2016)
ซึ่งถือเป็นแผนปฏิบัติการร่วมฯ ฉบับที่ 2 สำหรับการดำเนินความร่วมมือระหว่างไทย-จีน
ในสาขาต่างๆ กว่า 17 สาขา ที่จัดทำโดยกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่าย ได้แก่
การเมือง การทหาร ความมั่นคง การค้า การลงทุน การเงินและธนาคาร เกษตรกรรม
อุตสาหกรรม คมนาคม พลังงาน การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษาและการอบรม
สาธารณสุขและวิทยาศาสตร์-การแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ความร่วมมือในระดับภูมิภาคและพหุภาคี
โดยมีผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
และฝ่ายจีน คือ นายหยาง เจี๋ยฉือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน

2) แผนพัฒนาระยะ 5 ปี ไทย-จีน ระหว่างปี 2555-2559
ภายใต้ความตกลงการขยายความร่วมมือทวิภาคีทางเศรษฐกิจและการค้าเชิงกว้างและเชิงลึก
(Five-Year Development Plan on Trade and Economic Cooperation between
the People’s Republic of China and the Kingdom of Thailand)
ที่มุ่งเน้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับจีนในระยะ 5 ปี
ระหว่างปี 2555 – 2559 ภายใต้ความตกลงการขยายความร่วมมือ
ทวิภาคีทางเศรษฐกิจและการค้าในเชิงกว้างและเชิงลึกไทย-จีน อาทิ
การอำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคทางการค้า นวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียว
และโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น
มีผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
และฝ่ายจีน คือ นายเฉิน เต๋อหมิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน


Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra (L) and China’s Premier Wen Jiabao attend the signing ceremony in the Great Hall of the People in Beijing, April 17, 2012.

3) บันทึกความเข้าใจร่วมว่าด้วยความร่วมมือเรื่องการค้าสินค้าเกษตรระหว่าง
กระทรวงพาณิชย์ไทยและจีน
(Memorandum of Understanding Between the Ministry of Commerce of the
People’s Republic of China and the Ministry of Commerce of the Kingdom of
Thailand on Agricultural Trade Cooperation)
ซึ่งเป็นข้อเสนอของฝ่ายจีนที่จะจัดตั้งคณะทำงานเรื่องการค้าสินค้าเกษตร
เพื่อหารือประดฺนที่ไทยและจีนมีผลประโยชน์ร่วมกัน
รวมถึงการพัฒนา ส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร
และการแก้ไขปัญหาและป้องกันหรือกำจัดอุปสรรคทางด้านสินค้าเกษตร
มีผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
และฝ่ายจีน คือ นายเฉิน เต๋อหมิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน

4) บันทึกความเข้าใจร่วมว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ไทย
และ State Administration for Industry and Commerce ของจีน
(Memorandum of Understanding for Cooperation Between the Ministry of
Commerce of the Kingdom of Thailand and the State Administration for
Industry and Commerce of the People’s Republic of China)
เป็นบันทึกความเข้าใจที่เน้นึความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายและกฎหมาย
เกี่ยวกับการแข่งขันทางธุรกิจ การคุ้มครองผู้บริโภค
การลงทะเบียนกิจการบริษัท และเครื่องหมายการค้า
มีผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
และฝ่ายจีน คือ นายเฉิน เต๋อหมิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน


Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra (L) and  China’s Premier  Wen Jiabaoattend the signing ceremony in the Great Hall of the People in  Beijing ,April 17, 2012.

5) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านรถไฟ
(Memorandum of Understanding Concerning Feasibility Study for
Cooperation on railway Development Between the Government of the
Kingdom of Thailand and the Government of the People’s Republic of China)
ที่ทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระดับรัฐมนตรี
เพื่อเป็นกลไกในการประสานงานสำหรับการขยายผลความร่วมมือด้านรถไฟ
โดยเฉพาะ สาย กทม. – เชียงใหม่
มีผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
และฝ่ายจีน คือ นายเซิ่ง กวางจู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรถไฟจีน

6) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจัดการน้ำ
(Memorandum of Understanding Concerning Feasibility Study for
Cooperation on railway Development Between the Government of
the Kingdom of Thailand and the Government of the People’s Republic of China)
ที่ทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมระดับรัฐมนตรี
เพื่อประสานงานให้เกิดความร่วมมือด้านนี้ต่อไป
โดยฝ่ายจีนจะมีการจัดทำรายงานด้านต่างๆ อาทิ
ความร่วมมือด้านระบบการจัดการน้ำแบบบูรณาดการ
ระบบการบัญชาการเดี่ยว
โครงสร้างพื้นฐานของการป้องกันอุทกภัย เป็นต้น

7) ข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศน์ทางทะเล (Agreement on Establishment of Thailand – China Joint Laboratory for Climate and Marine
Ecosystem between Ministry of Natural Resource and Environment, Kingdom of
Thailand and State Oceanic Administration, People’s Republic of China)
เป็นข้อตกลงย่อยของบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางด้านทะเล
ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับทบวงกิจการมหาสมุทรแห่งชาติจีน
เพื่อร่วมมือกันในด้านต่างๆ อาทิ
การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างนักเทดนิคและนักวิทยาศาสตร์
การประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างกัน และการค้นคว้าวิจัย
มีผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
และฝ่ายจีน คือ นายหลิวชื่อกุ้ย ผู้บริหารทบวงกิจการมหาสมุทร (ระดับ รมช.)

แถลงร่วมระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย
เพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน
(Joint Statement Between the People’s Republic of China and the Kingdom of
Thailand on Establishing a Comprehensive Strategic Cooperative Partnership)
เป็นเอกสารผลลัพธ์การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรี
ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือไทย-จีนที่มีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง
ทั้งในด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การศึกษาและวัฒนธรรม
รวมถึงความพร้อมในการร่วมมือกันทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคีอย่างรอบด้านในอนาคต

ภายหลังการร่วมเป็นสักขีพยาน นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า
ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ ณ ห้องโถงตะวันตก ชั้น 1 ศาลามหาประชาชน(Great Hall of the People)

18-4-2012

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to Chinese President Hu Jintao, in the Great Hall of the People in Beijing. During a visit to the People’s Republic of China is the second thanks the Chinese government to help Thailand on the Thai experience flooding.

Thai PM Yingluck Shinawatra meet to The  chairman of China’s National People’s Congress, Wu Bangguo , Mr Xi Jinping, Vice President of china. And  China’s leading private sector

In addition to the seminars on the topic. “Investment Opportunities in Thailand” and the Thai – Chinese Prime Minister, will lecture on the topic. “Creating the Future of Thailand”, which will allow entrepreneurs to China. The music direction and policy of promoting investment opportunities and potential investment in Thailand

The Prime Minister  jionted with the leaders of China’s top 14 companies to discuss investment plans in Thailand. Policies and measures to promote investment. As well as to facilitate and help to invest in a high-speed rail project. Industrial machinery, automotive and renewable energy policy to promote tourism between Thailand – China.

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra and Chinese President Hu Jintao , Great Hall of the People in Beijing

Thai’s Prime Minister  Yingluck  Shinawatra meet toChina’s leading private sector

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra and chairman of China’s National People’s Congress, Wu Bangguo , Great Hall of the People in Beijing

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra and Mr Xi Jinping, Vice President of china.

นายกฯยิ่งลักษณ์และนักธุรกิจประเทศจีนหารือเกี่ยวกับทิศทางการลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะการลงทุนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงและโครงการด้านพลังไฟฟ้า

พบผู้บริหารบ.scope senjen พร้อมชมตัวอย่างเทบเล็ตที่จะเเจกให้ ป.1ทุกคนในปีการศึกษาพ.ศ2555ที่จะถึงนี้

ตัวอย่างต่างๆๆของ เทปเล็ตscope ที่เด็กๆๆประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนได้นำร่องทดลองใช้..มาก่อนแล้ว…

การสัมนาสัมมนาในหัวข้อ “โอกาสการลงทุนในไทย” และการประชุมธุรกิจไทย-จีน โดย นายกรัฐมนตรี จะร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การสร้างอนาคตของประเทศไทย”

การเลี้ยงรับรองหลังการสัมนา…

19เม.ษ54

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์และคณะเข้ารับฟังการบรรยายแผนป้องกันภัยพิบัติทั้งมาตราป้องกันน้ำท่วมและปัญหาภัยแล้ง ณ.กระทรวงทรัพยากรน้ำ

Thai Prime Minister  Yingluck Shinawatra  and Chinese stronger ties

มกราคม 18, 2012

เวลา  09.30 น. น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมงานเปิดบ้านรับแขกฉลองเทศกาลตรุษจีน “สุขสันต์วันตรุษจีน” ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยจัดขึ้น โดยมีนายก่วน มู่ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยพร้อมประชาชนชาวไทยและจีนที่มาร่วมงานให้การต้อนรับ

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ร่วมชมการแสดงเชิดสิงโตและการแสดงศิลปะจีน รวมทั้งการแสดงวัฒนธรรมจีน อาทิ การปั้นดินโคลนเป็นประติกรรมรูปปั้นต่างๆ การแสดงงิ้วจีน การเขียนพู่กันจีน การแสดงดนตรีกู่เจิงประกอบกับดนตรีไทยทั้งขิมและซอด้วง  ซึ่งถือเป็นการผสมผสานศิลปวัฒนธรรมอย่างลงตัวและงดงามของทั้ง 2 ประเทศ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้ใช้พู่กันจีนเขียนตาสิงโต ซึ่งมีความหมายว่าเป็นการเปิดตาเพื่อที่จะนำพาไปสู่ความโชคดี นำแสงสว่างมาสู่ประชาชน มั่งมี ศรีสุข แก่คนไทยและคนจีนทั่วประเทศ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศในฐานะเป็นบ้านพี่เมืองน้องและมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นมายาวนาน จึงถือโอกาสนี้อวยพรตรุษจีนให้กับประชาชนชาวจีนผ่านสถานีโทรทัศน์ของประเทศจีน หรือ CCTV ซึ่งบรรยากาศภายในงาน

นอกจากจะมีชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวจีนที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเข้าร่วมงานแล้ว ยังมีบุคคลในวงการธุรกิจต่างๆ เข้าอวยพรและร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก

Thailand Prime Minister  Yingluck Shinawatra  welcomed  to Mr Xi Jinping, Vice President of china.

22 ธันวาคม 2o12

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้มีโอกาสต้อนรับ รองประธานาธิบดี ประเทศจีน นาย สี่ จิ้นผิง ในโอกาสมาเยี่ยมเยียน ประเทศไทย ตามคำเชิญของรัฐบาลไทย ในระหว่างวันที่ 22-24 ธ.ค2554 ซึ่งประเทศไทย-จีนเป็นมิตรที่ดีและมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกันมาช้านาน  โดยในวาระการต้อนรับครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีการลงนาม MOUร่วมกัน 6 ฉบับ เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศไทย ในด้านต่างๆๆให้ยกระดับคุณภาพชีวิต ปชกไทยให้มีการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น อธิเช่น การร่วมลงทุนสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ-เชียงใหม่ การค้าขายเข้าผัก -ผลไม้ ยางพาราและด้านอื่นๆ

17.00 น. ณ.ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ได้นำนายสี่ จิ้น ผิง รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินตรวจแถวกองเกียรติยศ เนื่องในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งนายสี่ จิ้น ผิง ถือเป็นผู้แทนประเทศจีนสูงสุดคนแรกที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยนับตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์  ชินวัตรได้เข้ารับตำแหน่ง

การเยือนประเทศไทยครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของผู้นำจีน หลังรัฐบาลใหม่ของไทยได้จัดตั้งขึ้น ซึ่งการมาเยือนครั้งนี้จะได้ส่งเสริมความสัมพันธ์แห่งความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีน-ไทยที่ได้พัฒนาอย่างลุ่มลึกไปอย่างแน่นอน และจะช่วยให้การแลกเปลี่ยนและความร่วมมืออย่างไมตรีจิตที่อำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกันในปริมณฑลต่างๆระหว่างสองประเทศ ให้พัฒนาก้าวไปอีกระดับหนึ่ง

รัฐบาลไทยและวงการต่างๆของสังคมไทยได้ให้ความสำคัญอย่างมากต่อการมาเยือนของรองประธานาธิบดีจีนในครั้งนี้ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะพบหารือกับรองประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และจัดพิธีต้อนรับรวมทั้งจัดงานเลี้ยงรับรอง ขณะเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ พระราชทานพระราชวโรกาสให้รองประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าฯ และได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเลี้ยงอาหารด้วย

นอกจากนี้ รองประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังจะเข้าเยี่ยมคารวะบุคคลสำคัญของไทย อาทิเช่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษอาวุโส และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เป็นต้น รองประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเข้าร่วมงานเลี้ยงที่องค์กรชาวจีนจัดขึ้น รวมถึงการเดินทางไปเยี่ยมโครงการฟื้นฟูหลังเกิดอุทกภัยของไทย เพื่อฝากความห่วงใยและความปรารถนาอันดีงามมายังผู้ประสบภัยในพื้นที่เกิดภัยน้ำท่วมอันร้ายแรงในช่วงไม่นานมานี้

รองประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังจะได้ไปสัมผัสกับตัวแทนต่างๆทั้งจากวงการการเมือง วงการธุรกิจ และนักศึกษาอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นการพบปะสังสรรค์สานสัมพันธ์มิตรภาพที่สืบทอดตั้งแต่โบราณกาลอย่างคำขวัญที่ว่า “จีนไทยไม่ใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกัน” นอกจากนี้ทั้งสองประเทศจะลงนามในข้อตกลงต่างๆว่าด้วยการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้วย
จีน-ไทยมีความใกล้เคียงกันทางภูมิศาสตร์ ความคล้ายคลึงกันทางด้านวัฒนธรรม และประชาชนมีสายเลือดเดียวกัน ประชาชนของสองประเทศเหมือนพี่น้องกันและในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้ สองประเทศได้สร้างมิตรภาพอันแนบแน่น 36 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ภายใต้ความห่วงใยและการผลักดันของผู้นำทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์จีน-ไทยนั้น ได้รักษาแนวโน้มการพัฒนาอันรวดเร็ว และเป็นไปด้วยดี ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจและความไว้เนื้อเชื่อใจกันทางการเมือง ผู้นำระดับสูงของสองประเทศไปมาหาสู่กันบ่อยครั้งเหมือนญาติพี่น้องกัน

จีน-ไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรที่ดีและหุ้นส่วนที่ดี สองประเทศได้รับผลอย่างน่าพอใจในความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการค้า ประเทศจีนเป็นประเทศเป้าหมายการส่งออกอันดับหนึ่งและประเทศแหล่งนำเข้าอันดับสองของไทย ไทยเป็นหุ้นส่วนการค้าอันดับสองในอาเซียนของจีน ในปีพ.ศ.2553 ยอดมูลค่าการค้าทวิภาคีสูงถึง 5.29 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราเพิ่ม 38.6% จากเดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ยอดการค้าทวิภาคีมีมูลค่า 4.952 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ปีนี้มีความเป็นไปได้ที่จะทะลุ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ การลงทุนระหว่างสองประเทศก็เพิ่มขึ้นทุกวัน จนถึงปลายปี 2553 ฝ่ายจีนได้ใช้เงินทุนสัญญาจากฝ่ายไทย 9.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ใช้จริง 3.29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมปีนี้ จีนได้ลงทุนในไทยประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ขยับขึ้นเป็นประเทศการลงทุนอันดับสองของไทย

การไปมาหาสู่ระหว่างสองฝ่ายนั้นเป็นไปอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันเที่ยวบินสายตรงระหว่างสองประเทศมีมากกว่า 7,700 เที่ยวต่อปี นักท่องเที่ยวจีนมาไทยและนักท่องเที่ยวไทยไปจีนมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี 9 เดือนแรกของปีนี้มีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยประมาณ 1.15 ล้านคน การแลกเปลี่ยนและความร่วมมือทางด้านการศึกษาระหว่างจีน-ไทยนั้นก็ดำเนินไปอย่างใกล้ชิด สองฝ่ายได้สถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัย 10 กว่าแห่ง นักศึกษาไทยที่จีนและนักศึกษาจีนที่ไทยต่างมีจำนวนมากว่า 10,000 คน

ในฐานะที่เป็นประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน ไทยได้แสดงบทบาทอย่างแข็งขันในการผลักดันความร่วมมือจีน-อาเซียนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้ ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ได้สร้างความสัมพันธ์แห่งความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับจีนในบรรดาประเทศอาเซียน ไทยได้ลงนามในข้อตกลงเก็บเกี่ยวก่อนกำหนดด้านการค้าผักและผลไม้ก่อนประเทศอื่นในอาเซียน นอกจากนั้นในกระบวนการสร้างเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน ไทยยังเป็นประเทศแรกที่ได้ส่งหน่วยรบพิเศษซ้อมรบกับฝ่ายจีน ไทยจะเป็นประเทศประสานงานระหว่างจีนกับอาเซียน เชื่อว่าไทยจะแสดงบทบาทอันสำคัญในการส่งเสริมให้ความสัมพันธ์จีน-อาเซียนพัฒนาก้าวหน้าสู่อีกระดับหนึ่ง
ปัจจุบัน ฝ่ายจีนและฝ่ายไทยกำลังเตรียมงานต่างๆเกี่ยวกับการเยือนของรองประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เชื่อว่าการเยือนครั้งนี้จะได้รับความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ และจะผลักดันความสัมพันธ์แห่งความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีน-ไทยนั้น มีความคืบหน้าใหม่ๆเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน      

โดยความตกลงระหว่างไทย-จีน ทั้ง 6 ฉบับ ประกอบด้วย
1.หนังสือรับมอบความช่วยเหลืออุทกภัย

2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาอย่างยั่งยืนไทย-จีน แบ่งเป็น 4 ด้าน คือ

2.1) ความร่วมมือในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เส้นทาง กรุงเทพ-เชียงใหม่ และระบบรางอื่น ๆ
2. 2) การพัฒนาระบบบริหารการจัดการน้ำอย่างครบวงจร
2. 3) การวิจัยพัฒนาพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน พลังงานทดแทน
2. 4) การพัฒนาด้านการศึกษา และพัฒนาด้านทรัพยากรณ์บุคคลในประเทศไทย

3.สนธิสัญญาว่าด้วยการโอนตัวผู้ต้องหาตามคำพิพากษา เป็นการขอโอนและการรับโอนตัวผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาระหว่างไทยกับจีน

4.แผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างปี 2554- 2556 ครอบคลุมถึงกิจกรรมและทางวัฒนธรรมระหว่างไทยกับจีน ที่จะทำงานในช่วง 3 ปีข้างหน้า

5.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางทะเล เป็นความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัยด้านสมุทรศาสตร์ และระบบนิเวศวิทยา 

6.ความตกลงว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงิน ตราแบบทวิภาคี ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยกับธนาคารกลางจีน เป็นสัญญาที่แลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวน และเงินบาท ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารกลางของประเทศจีน เพื่อช่วยส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน และการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ มีอายุเวลา 3 ปี และมีวงเงินในการจัดทำ 7 หมื่นล้านหยวน หรือ 3.2 แสนล้านบาท

สำหรับนายสี จิ้นผิง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

ได้รับการวางตัวเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานาธิบดีจีนคนต่อไป
เมื่อนายหู จิ่นเทา ก้าวลงจากตำแหน่ง

วันศุกร์ ที่ 23 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2554เวลา 9.00 น.


นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ นายสี จิ้นผิง รองประธานาธิบดี แห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เยี่ยมชมโรงเรียน.รัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา ในพระสังฆราชูปถัมภ์

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร