ม.112 …ใพ่ใบสุดท้ายของพรรคประชาธิปปัตย์ game over

แด่ คดีอากง ..Pray for uncle SMS

พรรคประชาธิปัตย์ พรรคของคนใจดำ

นายสมเกียรติ ครองวัฒนสุขเลขาส่วนตัว นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ผู้แจ้งความอากง)

ในที่สุดม.112ของพรรคปชปที่ใช้มั่วๆๆกับคนแก่คนหนึ่ง..แค่โกรธของขบวนการแต๋วแตกพรรคปชป…โดยการใช้ใครก็ได้มาเชือดไก่ ให้ลิงดู..ของม.112 ทำให้การจะใช้กระแสของปชชกระทำการ 9 พ.ค2555 นั้น game over อันที่จริงทหารพร้อมอาวุธที่ลงไปกะ..จะจัดการหมู่บ้านคนเสื้อแดงพร้อมอาวุธครบมือนั้น..ก็โดนปชชเชิญให้กลับและ..กระซิบให้ปชชเค้ารู้ว่า… 9 พ.ค 55 ครับคุณ อะ!!!ตื่นเต้นๆๆก็เฝ้าจับตามองอย่างระทึกใจ…แต่ไม่นึกว่า..จะฆ่าคน1ศพ หวังอีก1000ศพ งานนี้ กู(พรรคปชป)มาแน่ เพราะ…เสื้อแดงมันเคยบอก รัฐประหารเจอกัน นิ...

อากงกับหลานๆๆ

อะแต่ อะอะอะอ้า …เดชาบุญ…คนตกหลุมพรางหน้าสลอนนั้น ก็ได้เจอกับงานศพอากง ซึ่งจัดขึ้นที่หน้าศาลอาญา รัชดา…นั้น.ปชชที่มาร่วมงานศพอากงกลับใส่ชุดดำมางานศพกัน  ทำไมไม่ใส่แดงละพวกอีเนียนก็งงละที่นี้  (เพราะมันใส่แดง)ก็เลยนะเกิดอาการ ณ. จังงัง  งงและงวย…รวมช็อกเล็กๆๆในใจว่า…งานศพอะไรว่ะ..สนุกสนานมีร้องรำทำเพลง พวกมันบ่นอุบๆๆในใจ เก็บอาการคลั่งจนจุกอก…คริ คริ ไอ้พวกเนียนแอบแฟง ตะโกนใส่คนในงานศพอย่างมีอารมย์ …เผาตะเองไปเลย …ปชชก็เฉย …แถมกะจะด่าเจ้ารวมแอบอัดคลิป พร้อมมหา1000กล้อง ก็บ่มี… รวมพวกอีเนียนใส่เสื้อแดงมางานศพโดยไม่รู้มารยาทสังคมไทย  ปชชก็ใส่ชุดดำมาซะงั้น ก็มันไม่รู้นิว่า…อากง บ่จ่ายคนเสื้อแดงนะเจ้า 5555…..ก็เลยเเป็กกันหมด คริ คริ มาเจอ ไอ้เสื้อแดงมันร้องเพลงกับอ่านกลอนไว้อาลัย ก็เกิดอาการทำอะไรมะด้ายๆๆๆๆ…ได้ยินเสียงมันอุทานว่า..ไอ้พวกเสื่อแดง มันสติดีรึเปล่าวะ..5555555(เจอยุทธการ…เต้นไปสู้ไปเลยเเป็ก คริ คริ)

เพราะที่ผ่านมาสันติบาลจับคนหมิ่นนั้น..มีแต่เสื้อเหลืองทั้งน้านเลย พร้อมหลักฐานในคอมพิวเตอร์ ภาพตัดต่อต่างๆๆ รวมคลิปด่าราชวงค์ที่เสด็จต่างประเทศแล้วฝรั่งด่าสมาชิกราชวงค์…ต่างๆๆ พวกเขาทำจริงต้ังแต่คมช 19ก.ย49เป็นต้นมา ม๊อบพันธมิตรที่รักพ่อ..นักหนานั้นเอาภาพพ่อมาเหยียบ มาเช็ดขี้เช็ดเยียว ผ้าพันคอสีฟ้า ประทานให้ของสนธิ ลิ้มก็มาเช็ดน้ำ…ในม็อบสกปรกแห่งประเทศไทย คุณตั๊ก บงกช กองทัพบก สมัยป็อก หัวเถิก ไม่เห็น เเจ้งหมิ่น เลยนะค่ะ รธน50เหมือนกันเลยนะค่ะคุณ

อากง ชายชราผู้เลี้ยงหลาน.

กรณีอากงนั้น…คนแก่ขนาดนี้จะส่งsmsได้ไงค่ะ เบอร์อะไรใครเลขาตุ๊ด สมเกียรติของนายอภิสิทธิ์ เบอร์อะไรไม่มีใครรู้หรอกค่ะ เหมือนจ่าเพียร มาทำเนียบร้องเรียนก็ตาย…. กรณีอากง กะเล่นงานเสื้อแดงเค้า…โดยการไปจับคนแก่ ใครก็ได้มาติดคุก ออกข่าวเอาใจ…คนสนับสนุนๆๆก็บ้าจี้ตาม รวมทั้งศาลสมุนพรรคปชป ผู้คุมคุกคลองเปรม- บางขวาง เหมือนคดีสั่งยิงสั่งฆ่าเสื้อแดง 91ศพ รวมการจับดะของพรรคปชปเสื้อแดงรวบไปหมด ไม่สนเลยว่า ครอบครัวคนจนๆๆจะขาดพ่อ ปู่ ย่า ตายาย ภรรยา ลูก เสาหลักของครอบครัว ป่านนี้ก็ยังดันทุลังของศาลไทย…ขาลง..

การฉีกบัตรเลือกตั้งของพรรคปชปทั้งม.สงขลา ชายชุดดำหมออะไรน่ะและอ.จุฬา..แต่คนแก่ภาคกลาง โดยขังแต่เส้นใหญ่พรรคปชปไม่โดน.. สนธิ ลิ้มไม่โดน คุณดา ตอปิโด โดน..สมยศ -สุรชัยก็โดน แต่ พลเอก เปรม, อานันท์ ,สิทธ เศวตศิลา ไม่โดน…2มาตราฐาน ชัดเจน เนอะ!!!

อากงแค่คนแก่คนหนึ่ง สาวกพันธมิตรด้วยซ้ำนะค่ะ เพียงแต่คนเสื้อแดงรักความเป็นธรรม จัดงานศพให้ มีผู้ใหญ่คนแก่ คนเฒ่า หลังเกีษณ์ราชการ รัฐวิสาหกิจ และปชชไทยไปงานศพสวมชุด ดำ เป็นการให้เกียรติและเเสดงความเห็นใจ ต่อเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ที่ตายทั้งๆๆที่เขาไม่ได้ทำผิดจากการส่ง sms นรก. ปชชใจดีเหล่านี้ ทุกเพศทุกวัย ไปงานศพ อากง มากมายนะค่ะ ตั๊ก ด่ามั่วๆๆไปเจอตอพ่อ แม่ของทนายความ อัยการ เเพทย์ วิศวะ รวมทั้งผู้พิพากษาที่รักความเป็นธรรม…เข้าให้เเล้วไงละ..ปากเน่าเลย..โดน…ด่าเละ ไม่มีความรู้ สติแตกสงสัย ยาอี อาไอด์ เเพงทั้งเเผ่นดิน ตั๊กแลยออกอาการ..เมา ด่าเละไม่มีสติสตังที่จะคิด อะไร

เพลงหัวใจสลาย…นี้ขอมอบให้แด่อากง..ขอให้ท่านและจ่าเพียร สูสวรรค์คาลัย…เเดนศิวิไลท์ที่สุขทั้งภพนี้และภพหน้า…เทอญ…อยู่พร้อมลูกหลานที่บ้านแม้จนแต่ก็อบอุ่นใจของครอบครัวที่สัญญามั่น.เราจะไม่พรากจากกัน..นิรันดร์.My Grandpapa this is your home.

คือว่า..การล้มสถาบันอะไรต่างๆๆนั้น ทหารไทยกับพรรคปชปนั้นนำมาใช้กำจัดศัตรูที่ตนไม่ชอบ ตั๊ก บงกชและทุกคนในประเทศไทย อาจจะโดนเข้าสักวัน ทั้งๆๆที่ไม่ได้ทำแบบอากง..ด้วยเหตุนี้คณาจรรย์มหาวิทยาลัยเช่น อ.วรเจตน์ จึงอยากให้แก้รธน50 นี้ โดยให้สำนักราชวังเป็นคนแจ้งความ แทนใครก็ได้แบบเลขานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะทำนั้นไม่ถูกต้อง เป็นการใช้โทสะ ขาดสติ  ไม่มีวุฒิภาวะ…ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่พอที่จะดูแลประเทศ รึแต่ก่อน กรณี จักรภพ เพ็ญเเข ก็คนของพันธมิตรของสนธิ ลิ้ม ไปแจ้งความ ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ไม่มีสิทธิ์ไม่แจ้งความตามต่อมใต้สำนึกของคนดี เพราะไม่ได้เป็นลูกนอกสมรสพ่อสักหน่อย อ้อ..รึเเอบไปมีอะไรกะ…แล้วซิ จึงแสดงออกนอกหน้า เสร็จแล้วรึ คริ คริ ..นังหอยดอง!!!   ซึ่งการไปแจ้งความมั่วๆๆของขบวนการ ม.112รักรึทำลายกันแน่ แต่ละตัวที่รัก…นักหนานั้นหน้าตายังกะเปรต กองทัพบกก็เช่นกันก็มั่วเพราะ โลภงบลับ..งบปกป้องสถาบัน..ซึ่งความจริงแล้วไม่มีทางล้มสถาบันได้เพราะลมปากหรอกค่ะ…ขนาดนังจริญญามารยังด่าพระพุทธเจ้าและกลุ่มอื่นๆๆก็ยังไม่เห็นมีใครไปแจ้งความนะค่ะ อาศัยการชี้เเจงด้วยเหตุ ด้วยผล จนศัตรูปราชัย แพ้ภัยตนเอง ความจริงจึงปรากฏออกมา ใครอยู่เบี้ยงหลัง…รัฐไม่ลงโทษ แต่ธรรมชาติเอาแน่ค่ะ กรรมย่อมทำงานในสักวัน..ส่งศรัทธามาสิ

คดีอากง SMS

5 เม.ษ 2012UNขอไทยแก้ม.112

ส่วนคนใส่ร้ายป้ายสีคนดีมีคุณธรรมนั้นก็จะโดน ธรรมชาติ รึสังคมลงโทษเอง หลังจากทำงานไม่สำเร็จขบวนการใส่ร้ายป้ายสีคนดีก็ฆ่านังจริญญามารแล้วหมกไว้ในคูคลองของวัด..ใส่ร้ายพระพุทธองค์ศาสดาของศาสนาพุทธ แต่ในที่สุด ผู้มีอำนาจในประเทศนั้นก็ลงสืบความจริง และคนทำผิดก็โดนลงโทษในที่สุด นี้คือวิธีรบด้วยธรรมอย่างถูกต้อง มิใช่ขบวนการอีตุ๊ดอีแต๋วอย่างพรรคประชาธิเปรตทำ อาศัยกฏหมาย อาวุธ สังหาร ซึ่งมันง่ายเกินไป ไม่มีกึ๋น…ดังปัญญาชน รึวิถีทางของบัญฑิตเค้าทำกัน คือคุณรักพ่อของคุณอย่างกับว่า พวกคุณทั้งขบวนการอนุรักษ์ พิทักษ์รธน50 ซึ่งปล้นชาติไทยโดยปชชไทยส่วนใหญ่ ลงมติ15ล้านเสียงเลือกพรรคเพื่อไทย มอบอำนาจให้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปแก้รธน50ในสภาผู้แทนราษฏรของประเทศไทย ถึงแม้ว่าฝ่ายค้านและสวมาร..ทาสรับใช้คมช 19ก.ย49 จะร่วมกันคัดค้านตีรวนมาหลายวัน แต่เมื่อครบกำหนดที่จะต้องหยุด..หุบปากและเริ่มลงมติ จบลงในสภาในที่สุด แม้จะลากยาวสักเท่าใดก็ตาม

ต้านม.112 Around the world.

ขณะเดียวกัน สื่อไทยกับพันธมิตร พรรคปชปก็เล่นเกม ขยายการขัดแย้งกรณีอากง นำวิถีการต่อสู้พลังบริสุทธิ์ของเสื้อแดงมาเกี่ยวกับม.112ซึ่งการลุแก่อำนาจนี้ของพรรคปชปเป็นการยกคนธรรมดาคนหนึ่ง…ให้ทำตนเด่นกว่าพระพุทธองค์..งั้นเชียว….no no no นรกนะใครจะตกกันแน่ละ..ตั๊ก เอ๋ย…ฆาตกรต่อเหนื่องแม้คนไม่เห็น คนทั้งโลกก็เห็น ..จนเค้าส่ายหน้ากันหมดแล้ว…เธอจ๋า!!!

สื่อนอกโหมกระหน่ำม.112

ดร วรเจตน์ ภาคีรัตน์ นิติราษฏร์

ตอบโจทย์

อีกอย่างทั้งโลกก็ต้านม.112ของไทยอยู่นะค่ะคุณ  เขาไม่ชอบเอามากๆๆยิ่งกรณีอากง ทั้งสื่ออังกฤษ อเมริกาที่ไม่เคยสนอะไรมาก่อน แต่เรื่องนี้เขากลับงับ..จนเง็ง…จิกไม่ปล่อย..ข่าวนี้มีสาเหตุจากการใส่ร้ายคนแก่ คนหนึ่งและท่านก็ตายจากอย่างอยุติธรรมของศาลและคนดูแลผู้ต้องขัง..การไร้ซึ่งมนุษยธรรมของผู้เกี่ยวข้อง เหล่านี้..รวมกรณีจับคนต่างชาติสะเปะสะปะในอดีตกรณีหมิ่น..อภิสิทธิ์ปิดเวปไซด์ กว่าหมื่นๆๆเวปไซด์ สื่อวิทยุชุมชน แค่ไม่ชอบใจ…กะใส่ร้ายปชชด้วยม.112 โดยหลอกใช้ทหารให้เป็นไอ้โง่ตาม… ทำให้อะไรต่างๆๆมันง่ายเข้า.

True vice apisit to kill red shirts thailand(full)  https://skydrive.live.com/?cid=e234b0b2ff05073f&resid=E234B0B2FF05073F!9920&id=E234B0B2FF05073F%219920#cid=E234B0B2FF05073F&id=E234B0B2FF05073F%219921

งานนี้จบแล้วครับ..ศาลไทย และคุกคลองเปรมของพรรคปชป….game over

เตือนจนเหนื่อย..ดันมาตายน้ำตื้น…คนแก่ป่วย ทนายขอประกันตั้ง 8ครั้ง..ดันปล่อยให้ตาย..แถมพันธมิตรไหนว่าตนเองดีเลิศกว่าใคร…วีระ ราตรีพรรคปชปก็ส่งไปให้เขมรจับขังคุก อากงก็จับขังคุกทั้งที่ไม่ได้ทำ ศาลก้ไหลไปตามน้ำ คุกครองเปรม..ก็ไหลไปตามกันจนได้เรื่องเลย…กรรมตามสนอง…จ่ายบ่???? เอิ้กๆๆๆ

หมากตัวนี้และทุกตัว..game over 

(เพราะจงชังทักษิณ…เลยแพ้ภัยตนเองดวงจิตของพวกท่านมืดมาแล้วก็มืดไป…มืดไปของสาวก…เทวทัตสันติอโศก แม้จะเรียน เขียน อ่านพระไตรปิฏกแต่คุณไม่ลดอัตราตนเองลง..ก็ไม่ได้เฉียดใกล้แม้แต่ความเป็นพุทธเลยเพราะมีมาตราฐานเดียวแค่…สัมมาทิฐิข้อเเรกก็ยังไม่กระเดียดถึงเลย…ไปเกิดใหม่กี่ครั้งละพวกคุณจึงจะได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมในศาสนาพุทธนี้ …น่าสงสารและสมเพชธรรมดำเสพมากจนเสื่อมถึงเนื้อในตน…เอวังด้วยประการละ…ฉะนี้ จึงจัดกลุ่มคนกลุ่มนี้ไว้..แค่ฮินดู พราหมณ์ ที่ไม่เที่ยง ศาสนาพุทธลบหลู่ อาริยวงค์แม้คนเดียวก็ไม่ได้เลย…เข้าใจบ่ สามเฌรองค์หนึ่งก็ต้องไหว้ รู้ว่าอสัชชีปลอม..ห่มผ้าสมณะแล้วแอบอ้างศาสนา..เราก็ยังไหว้คุณ…แต่เราไม่อาจคลุกคลีและโอนอ่อนผ่อนตาม การไหว้คนชั่วคือดาบสังหารอันสูงสุด ของกฏแห่งกรรมบันดาลของเหล่าเทวบาลต้องบันทึกกรรม.ให้บุญหมดเพราะอหังการ…เพราะตนคิดผิด..ศีล5แค่เห็นด้วยกับฆาตกรต่อเหนื่อง ก็หมดบุญโขเลย…จงยกธงขาวซะ และสงบปากสงบคำ ควรอยู่ในที่ๆๆของตนเอง ใจท่านมัวหมองจากอธรรม จะมาดูแลประเทศชาติได้อย่างไร ให้คนดีศรีประชาเขาพาไป ให้คนดีๆๆเขาได้ทำงาน…นี้คือการรบแห่งธรรม แพ้คือแพ้ เพราะไม่มีเทพเทวดาศาสนาไหนเขาจะช่วยคนธรรมดำคน ใจมัวหมอง…ส่วนคนดีๆๆคิดดีทำดี แม้ตายไปวิญญานก็ไม่ดับสูญ และทุกครั้งที่เกิดมาคือความปรีดาที่มีโอกาสได้มาต่อยอดบารมี ด้วยพละกำลังอันกล้าแกร่ง…ทำดีก็ต้องได้ดี.จงปรากฏ…ความจริงจงปรากฏ..อธรรมจงพ่ายไป. ณ.บัดNOW)

นัง หอยเน่า…

“ตั๊ก บงกช” ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนเรื่อง “อากง sms” หรือ “นายอำพล ตั้งนพกุล” ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมือวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา จากโรคมะเร็งตับมาจากเฟซบุ๊คของ “ตั๊ก บงกช คงมาลัย” ซึ่งมีการโพสต์ข้อความว่า

“เวรกรรมของอากง”

“แต่อากงไม่อยู่ก็ดีนะคะ แผ่นดินจะได้ดีขึ้น ^-^”

“จริงๆ แผ่นดินก็ดีอยู่แล้ว จะได้ดียิ่นขึ้นเน้อออออ”

“ถึงฉันจะเปิดนม เปิดอะไร หรือมีชื่อเสียงไม่ดี หรืออะไรก็ตามที่คุณจะสันหามาด่า แต่ฉันก็ไม่โง่ แล้วทำไมคุณกล้าสู้เพื่ออากง แล้วเมื่อไหร่คุณจะตายค่ะ จะได้ไปช่วยอากงต่อในนรก เพราะอากงคุณตกนรกแน่ จากกรรมที่หมิ่นพ่อของฉัน”

“คุณรักอากง ฉันก็รักครอบครัวพ่อของฉัน ทำไมเหรอ “

5แถวแต่ทำเลว.ซะงั้นเน่าแน่ๆๆแบบนี้…
ข้อห้ามสำหรับคนสักยันต์
๑. ห้ามผิดลูกเมียเขา
๒. ห้ามด่าบุพการี
๓. ห้ามกิน น้ำเต้า มะเฟือง
๔. ห้ามลอดไม้ค้ำกล้วย สะพานหัวเดียว
๕. ให้ถือศีล ๕ อย่างเคร่งครัด ทำแต่กรรมดี

คนเล่นของสักยันต์ไม่ช่วยอะไรหากคุณด่าคนดี…นรกขุมสุดท้ายยังไม่รับตั๊กเลย…โห..สักยันต์แล้วด่าคนได้ตามใจงั้นเรอะ…คิดผิดทำผิดแล้วเธอจ๋า…นะอีนาย…บ่จ่ายน้า…ไม่มั่นใจตะเอง..ชิมิ.คนไม่ดีก็ทำอะไรไม่ดีวันยังค่ำ.

แองเจลิน่า โจลี

อาจารย์หนู ผู้ที่สักยันต์ให้ แองเจลิน่า โจลี กล่าวว่า
จะบอกกับฝรั่งที่มาสักยันต์ว่า การมีชื่อเสียง หรือความสำเร็จอันใหญ่หลวง
ก็อยู่ที่ตัวเขาเอง เมื่ออาจารย์ให้ไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถ้าตัวเขาทำดีก็ย่อมได้ดี
หากทำไม่ดีก็ได้ไม่ดี มันคงไม่เกี่ยวกับอาจารย์ เพราะอาจารย์ถือว่า ได้ทำหน้าที่ของชาวพุทธให้ทุกคน
มีสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้มีจิตใจ มุ่งมั่น จนกลายเป็นจิตที่บริสุทธิ์ ก็อาจจะป้องกันสิ่งเลวร้ายได้

ข้อห้ามของคนสักยันต์

“ไม่สักยันต์ให้ถ้าอายุไม่ถึง ๒๐ ปี” ด้วยเหตุผลที่ว่า ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หากสักยันต์ให้ไปแล้วอาจจะทำอะไรที่ไม่ดี โดยไม่ยั้งคิดก็เป็นได้

เมื่อได้รับการสักยันต์แล้ว มีข้อห้ามอย่างเคร่งครัด คือ

๑. ไม่เป็นคนเจ้าชู้กับเมียใคร
๒. ไม่ด่าว่าพ่อแม่ของใครๆ โดยเด็ดขาด
๓. ไม่ทำลายพระพุทธศาสนา
๔. ไม่ลบหลู่บิดา-มารดา เวลาท่านต่อว่า
๕. ไม่เสพสิ่งเสพติดที่ผิดกฎหมายทุกประเภท
๖.ห้ามไม่ให้เป็นคนผิดในศีลธรรม
๗.ห้ามเป็นนักเลงหัวไม้ และ
๘.ห้ามตีรันฟันแทงกับใครอย่างเด็ดขาด

ขณะเดียวกันต้องหมั่นสวดมนต์ภาวนาอยู่เป็นประจำทุกๆ วัน หลังจากสวดมนต์เสร็จแล้ว ขอให้นั่งสมาธิ ฝึกจิต ประมาณ วันละ ๑๕-๒๐ นาที จากนั้นให้แผ่เมตตาให้กับบิดามารดา และเจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ลูกศิษย์ที่สักยันต์แล้ว หากปฏิบัติตามได้ก็จะเป็นคนอยู่ยงคงกระพันชาตรี ไม่มีอะไรทำร้ายได้ แต่ถ้าลูกศิษย์คนใดผิดศีล ไม่ปฏิบัติตาม ลายสักยันต์ก็จะเป็นเพียงรูปวาดบนผิวหนังเท่านั้น

Andrew MacGregor Marshall :Thai’s crisis Feb 17.2012

15 กุมภาพันธ์ 2555 “เมื่ออดีดนักข่าวหัวเห็ดของรอยเตอร์ กล้ายอมทิ้งหน้าที่การงานที่กำลังรุ่งโรจน์เพื่อเผยความจริง เราก็กล้าที่จะบอกว่าเขาต้องการพูดความจริงเรื่องอะไร”

วิกฤตของไทย(ภัยคลั่งเจ้า) โดย แอนดรูว์ แม็คเกรเกอร์ มาร์แชล

Andrew MacGregor Marshall :Thai’s crisis Feb 17.2012

Thai’s crisis

Thailand is a kingdom in crisis, skidding towards catastrophe. Haunted by the unquiet ghosts of a feudal and despotic past, and stricken by fear of a desolate future, it has become a nation frozen in time, caught in a toxic cycle of violence and repression. The escalating social and political conflict gripping modern Thailand is a struggle to find legitimate answers to profound questions: Do all of Thailand’s people deserve equal rights? How should democracy work in Thailand? What does it mean to be Thai? These are issues that cannot be avoided as Thai society evolves and becomes increasingly aware and sophisticated. The country’s people need to seek answers that will heal their bitter divisions and allow Thailand to move forward. There is only one way to find answers to such immense and important questions: Thailand’s people need to talk.

But a suffocating silence is being imposed on Thailand. Powerful forces are determined to strangle any open and honest national debate about what kind of country it should be in the 21st century. Thais are not even permitted to publicly acknowledge some of the most basic realities of their history and politics. Telling the truth has become, quite literally, a crime. People are expected to believe a set of idealized fairy tales and fables — or at least pretend that they do — and to close their eyes to the disaster unfolding in their country.

And so, as if trapped in a traumatic dream from which it is unable to awaken, Thailand wearily stumbles towards a calamity that everyone knows is coming but feels powerless to prevent. The burning questions facing Thailand’s people will not go away just by being ignored, and if they are not resolved through discussion, they will be settled in blood.

It seems clear to every sane observer of Thailand that there is only one way for the country’s crisis to be resolved peacefully: the palace needs to evolve, and to conform to the norms of constitutional monarchy similar to other functioning democracies around the world. However much some Thai royalists may wish that they could stop clocks from ticking and freeze time in some ancient era, they cannot. The world around them has changed, and the monarchy needs to change with it.

The biggest danger to the Thai monarchy, and to the prospects of Thailand developing peacefully into a more prosperous and democratic country, is the blinkered refusal of the ultra-royalists to even consider change. The 2006 coup, the royalist interventions in 2008, the crushing of the red shirt protests in 2010, the shocking surge in lese majeste charges, and most recently the frenziedly hostile reaction to the reasonable suggestions of the Nitirat group, all show that far from accepting the need for reform, the extreme royalists are digging in and preparing for battle. Their actions are disastrous both for the palace and for Thailand.

For too long, it has been these extremist ultra-royalists who have been setting the political agenda in Thailand. Their ugly ideology has dragged the country from one disaster to another. This needs to stop.

It is time for all sensible, progressive Thais – whatever their political views and stance towards the monarchy – to stand up and take their country back from the extremist royalists who are leading it towards ruin. Thais need to understand that debate about the role of the monarchy and military in their future is not only legitimate – it is essential. It is time to begin a respectful, open and honest dialogue that brings Thailand back from the brink.

The real enemies of Thailand are not those who want to debate their future, but those who seek to prevent this debate. It’s time to be very clear: those who oppose discussion, and oppose reform of 112, are not acting in the best interests of the Thai people. Their day is over.

It doesn’t require violence. It doesn’t need a revolution. If Thais who love their country want to do something positive, they just need to understand that discussing and debating their future is their right, and they should do so without fear. Courage is contagious, and the more that do it, the more will be inspired. That is the way for Thailand to move forward in the 21st century.

Read more  about Andrew MacGregor Marshall  – http://www.zenjournalist.com

วันที่ 11 พฤษภาคม 2555

ฮิวแมนไรทส์วอทช์ชี้’อากง’ตาย ควรแก้ม.112

Mr.Brad Adams ผู้อำนวยการ Humenright watch เข้าพบนายสนัย จุลพงศธร ประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ เพื่อยื่นหนังสือและสอบถามเรื่อง การเสียชีวิตของอากง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน มาตรา112

11.พ.ค.2555 นายแบรด อดัมส์ ประธานองค์การสิทธิมนุษยชนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ฮิวแมนไรทส์วอทช์)
ได้เดินทางเข้าพบนายสุนัย จุลพงศธร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร
เพื่อสอบถามถึงการเสียชีวิตของนายอำพล ตั้งนพกุล หรือ อากง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว

โดยนายแบรด  อดัมส์ กล่าวว่า ตนรู้สึกไม่ดีที่ประเด็นนี้ยังไม่ได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ตนได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีอะไรที่ดีขึ้นโดยเฉพาะการให้การประกันตัว

“สถานะของไทยขณะนี้เสื่อมถอยไปมาก ในสายตานานาชาติ ซึ่งปัจจัยหนึ่งมาจากอัตราโทษที่รุนแรง และจำคุกเป็นเวลานาน ซึ่งส่วนมากมาจากคดีหมิ่นสถาบัน เป็นเรื่องที่ชาวโลกไม่สามารถเข้าใจได้ อาทิ กรณีคดีอากง บทลงโทษรุนแรงกว่า เมื่อเทียบกับคดีอาชญากรรม คดียาเสพติด เมื่อเทียบกันแล้วไม่สมเหตุสมผลผมมองว่ารัฐบาลและศาลยุติธรรมควรปฎิรูปกฎหมาย เพื่อลดอัตราการลงโทษในคดีหมิ่นสถาบัน เพราะที่ผ่านมาการตัดสินในคดีหมิ่นสถาบันมีการดึงเอาเหตุทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นการตัดสินของศาลต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ อดีตไทยเคยมีเสรีภาพทางสื่อออนไลน์มากที่สุด แต่ระยะหลังมีการปิดกั้น ซึ่งกติการะหว่างประเทศกำหนดให้สังคมประชาธิปไตย ควรมีการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นให้น้อยที่สุด แต่ไทยกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม” นายแบรด กล่าว

นายสุนัย จุลพงศธร  ชี้แจงต่อประเด็นที่นายอำพลเสียชีวิตว่า เป็นปรากฎการณ์ที่หมิ่นเหม่ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยธรรมในประเทศไทย ซึ่งประเด็นนี้ถือว่ามีความสำคัญ และในวันที่ 16 พ.ค.นี้ กรรมาธิการฯ จะนำเรื่องนี้หารือกัน รวมถึงกรณีที่นักโทษทางการเมือง ยังไม่ได้รับการประกันตัว อาทิ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และคนเสื้อแดง


Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร