ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ…ลุงของอดีตนายก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฮั้วประมูลBTS…โกงเข็มแข็ง

บัวแล้งน้ำ
ศิลปิน ลูกศร ธนาภรณ์ รัตนเสน

 คนเราต้องมีหัวใจต้องมีเลือดเนื้อข้างใน ต้องมีความดีคู่กาย
ต้องมีความหมายในตัวเอง อดีตที่เคยผ่านมา เราคงต้องผ่านพ้นไป
จะดีหรือเลวอย่างไร ขึ้นอยู่กับใจเราเอง
กระเสือกกระสนดิ้นรนกันไปก่อนเคยเลวร้าย ก็ลืมให้ลงมีเพียงพรุ่งนี้
เรื่องเก่าเก่าก็ปลงด้วยใจซื่อตรง เราคงได้ดี 
ถ้าบัวไม่มีรากใบ คงมองไม่สวยเท่าไหร่ ถ้าบัวแล้งน้ำแห้งตาย ไม่เหลือความหมาย 
ให้ชวนมอง คนเราก็คงเหมือนกันนึกฝันแต่ความยิ่งใหญ่ หลงลืมว่าเคย 
เป็นใคร สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำ

กระเสือกกระสนดิ้นรนกันไป ก่อนเคยเลวร้ายก็ลืมให้ลง
มีเพียงพรุ่งนี้ เรื่องเก่าเก่าก็ปลงด้วยใจซื่อตรงเราคงได้ดี
ถ้าบัวไม่มีรากใบ คงมองไม่สวยเท่าไหร่ ถ้าบัวแล้งน้ำแห้งตาย
ไม่เหลือความหมายให้ชวนมอง คนเราก็คงเหมือนกัน นึกฝันแต่ความ
ยิ่งใหญ่ หลงลืมว่าเคยเป็นใคร สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำ

น้ำลดตอผุด…ท่วมหัวใจคนไทยทั้งชาติ..

สาวกส้นติอโศกและพรรคปชปเป็นหญิงแก่ อีปอบหยิบๆๆกำลังอาระวาด ฟาดหางฟาดงวงอย่าง อาการหนัก..ตอนนี้สติแตกถึงขั้น..โทรไปตามวิทยุเสื้อแดงต่างๆๆ ใกล้ตายเลยด่าๆๆๆน้ำลายฟูมปาก….ด่าเสื้อแดงว่าโกงชาติ เสื้อแดงไม่ดี ตกนรกซะ ให้ตกกันแน่ อีเวร…แก่ซะเปล่า!!!..

และวาทะกรรม..ถูกทั้งแผ่นดินหลอกปชชจากปากของ..นายรักษ์ ส้นติอโศก แถม..ร่วมไปขายกับผู้ว่า..ให้รู้ว่าเขาของจริง…อ็วก!!!!!!!ป่านนี้ยังไม่ลดมานะเลยๆๆๆๆๆ…let it be ใจร่มๆๆนะเธอจ๋า…เดี่ยวดีเอง…ส่งศรัทธามาซิ…ทำความเห็นให้ตรงดีชั่วแยกให้ออก อย่าคบคนเลว…ที่มาหลอกมาต้มของแก็ง..อำมาตย์…ดีชั่ว…อยู่ที่ตัวเอง…ยุคคนดีศรีประชา..นำพาชาติไทย…2012 คือประชาร่วมใจ..ไปด้วยกัน..

เสื้อเหลืองพัมธมิตร,พรรคประชาธิปัตย์และเเก็งส์…โกงชาติ เข็มแข็ง

กทม.ต่อสัญญา BTS 30ปี ส่อผิดพรบ.ฮั้ว http://news.voicetv.co.th/thailand/38525.html

นักด่าเสื้อแดง..ขาประจำอีแอบ…ดูหน้าก้อรู้ว่าตัวโกง.เข็มแข็ง

ปธสหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยจำกัดรศ. ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ
(๒๕๑๘ – ๒๕๒๕) 

กทม.ต่อสัญญาบีทีเอส30ปี ระบุเข้าข่ายผิดพรบ.ฮั้ว เอื้อบ. บริษัทกรุงเทพธนาคม (เคที)ซึ่งมีชื่อของ รศ.ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ (ลุง นาย อภิสิทธิ์ เชชาชีวะ)นักด่าเสื้อแดง..ต้วเอ้…ตระกุลโกงเพื่อตระกูลกู เป็นกรรมการบริหาร บ. บริษัทกรุงเทพธนาคม (เคที)ลำดับที่5…

 8 พฤษภาคม 2555 
บีทีเอสยันจ้าง 1.9แสนล.30ปีไม่แพง พร้อมให้ตรวจสอบชี้เป็นผลดีต่อทุกฝ่ายนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี เปิดเผยว่า หลังจากที่กรุงเทพมหานคร โดยบริษัทกรุงเทพธนาคม (เคที) ได้ลงนามสัญญาว่าจ้างบีทีเอสในการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวในส่วนของ กทม. ทั้งหมด เป็นเวลา 30 ปีวงเงินกว่า 1.9 แสนล้านบาท จะทำให้การดำเนินการของบริษัทฯ หลังจากนี้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการสั่งซื้อขบวนรถไฟฟ้า ซึ่งที่ผ่านมา จากที่ได้เซ็นสัญญารับจ้างเดินรถในส่วนต่อขยายเป็นสัญญาแบบปีต่อปี ซึ่งค่อนข้างมีปัญหามากเมื่อต้องไปสั่งขบวนรถ ที่จะต้องมีการสั่งจ้างเพื่อเริ่มประกอบรถก่อนเป็นเวลา 3 ปีจึงจะนำมาให้บริการได้ โดยขณะนี้ได้มีการสั่งซื้อโบกี้สำหรับเพิ่มในขบวนรถไฟฟ้าที่ให้บริการอยู่ในสายสุขุมวิทขณะนี้ อีก 35 ตู้ เพื่อให้เป็นขบวนละ 4 ตู้จากเดิมที่มีขบวนละ 3 ตู้ ซึ่งจะทยอยนำมาติดตั้งได้ในช่วงปลายปี 55 นอกจากนี้บริษัทฯยังได้สั่งซื้อรถไฟฟ้าขบวนใหม่ขนาด 4 ตู้อีก 5 ขบวน ซึ่งขบวนรถจะแล้วเสร็จพร้อมนำมาให้บริการในช่วงปลายปี 55 เช่นกัน เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารในสายสีลม ที่จะมีการเปิดให้บริการส่วนต่อขยายถึงเพชรเกษม (บางหว้า) ครบทุกสถานีในปี 55 นี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขบวนรถและจำนวนโบกี้ที่สั่งเพิ่ม จะไม่ได้นำมาให้บริการได้ทันพอดีกับการเปิดส่วนต่อขยายต่าง ๆ แต่มั่นใจว่าขบวนรถที่มีอยู่เดิมจะสามารถให้บริการได้เพียงพอ เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารไม่ได้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงแรก ๆ จะเป็นกลุ่มผู้โดยสารในกลุ่มเดิมที่เดินทางมาขึ้นรถในสถานีที่ไกลขึ้น โดยจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นนั้นจะขึ้นอยู่กับการขยายตัวของโครงการที่พักอาศัย คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานที่จะเป็นการเพิ่มขึ้นในระยะยาวนายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า การต่อสัญญาที่ยาวขึ้นเป็นเวลาถึง 30 ปีนั้นเป็นสัญญาว่าจ้างการเดินรถ ไม่ใช่การขยายสัมปทาน และการว่าจ้างในระยะยาวทางบริษัทฯ ก็สามารถคิดราคาในอัตราที่ต่ำกว่าการจ้างเดินรถปีต่อปี ซึ่งจะทำให้ กทม. ประหยัดงบประมาณว่าจ้างเดินรถอย่างเช่นที่เป็นอยู่เดิม สิ่งสำคัญที่ตามมาคือค่าโดยสารที่ประชาชนจ่ายจะถูกลง ยืนยันว่าเป็นราคาที่อ้างอิงมาจากหน่วยงานกลางที่ได้เปรียบเทียบข้อมูลมาแล้วจากหลายแหล่งที่คำนวณไว้สูงกว่าราคาที่บีทีเอสและ กทม.ได้ข้อสรุปร่วมกันด้วยซ้ำ นอกจากนี้ได้ตรวจสอบเปรียบเทียบราคากับผู้รับจ้างเดินรถรายอื่น เช่น บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอลผู้รับสัมปทานเส้นทางเดินรถไฟฟ้าใต้ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ด้วย ยืนยันได้ว่าราคาที่ทางบริษัทฯ เสนอนั้นไม่สูงเกินไป โดยรายละเอียดในสัญญาจะมีการเปิดเผยต่อสาธารณะไม่ได้เป็นความลับแต่อย่างใด รวมทั้งทางเคทีและ กทม.ก็พร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลสัญญาด้วยเช่นกัน
เพลง : ขมิ้นกับปูน
ศิลปิน : เรนโบว์
 เป็นเหมือนไฟทรมานดวง ใจ เพลิงเผาไหม้ใจทุกข์ทนเหลือเกิน
ไม่มีสิทธิ์ ให้ชีวิตเผชิญ สู้แล้วเดินต่อไป
เป็นเหมือนกำแพงกั้นกลาง ตรงหน้าดังผีป่าดังผีพรายหรือไร
ด้วยทิฐิ และความรั้น เป็นใหญ่ ไม่มีทาง ลงเอย
ดั่งขมิ้น กับปูน เคล้ากันไม่มีวันเข้ากันได้ เป็นดังเหมือนบาปกรรม
แต่หน ใด ให้มาอยู่ ใกล้ กัน
เป็นเพราะความผิดของใคร สร้างมานำชักพาให้รักมาร้าวราน
ขอทุกสิ่งที่เลวร้าย พ้นผ่าน ที่เนิ่นนาน ให้คลายไป
ดั่งขมิ้น กับ ปูนเคล้ากันไม่มีวันเข้ากันได้ เป็นดังเหมือนบาปกรรม
แต่หน ใด ให้มาอยู่ ใกล้กัน เป็นเพราะความ ผิดของใคร สร้างมา
นำชักพา ให้รักมาร้าวราน
ขอทุกสิ่ง ที่เลวร้าย พ้น ผ่าน ไม่เหมือนดังขมิ้น กับปูน
ขอทุกสิ่ง ที่เลวร้าย พ้น ผ่าน ไม่เหมือนดังขมิ้น กับปูน

กทม.ต่อสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าให้ BTS เป็นเวลา 30 ปี โดยนายพร้อมพงศ์ระบุว่าการต่อสัญญาดังกล่าวน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้ว)

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เหลือวาระดำรงตำแหน่งเพียง 8 เดือน จึงมีอาการลุกลี้ลุกลนกระทำเรื่องนี้อย่างมีนัยยะ เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนรายเดียว เพราะเมื่อดูสัญญาหลักที่ทำไว้ การต่อสัญญาจะต้องได้รับการอนุมัติจากครม. แต่ทางกทม.ไม่ทำตามนั้น ไปมุบมิบมัดมือชก ต่อสัญญาด้วยตัวเอง ซึ่งการหยิบยกเหตุผลมาอ้างของกทม.ว่าต้องรีบต่อสัญญา เพราะถ้าปล่อยให้หมดอายุแล้วต่อสัญญาราคาจะสูงกว่าเดิมนั้น อยากถามว่ารู้ได้อย่างไร น่าจะเป็นปฏิบัติการทิ้งทวนอย่างน่าเกลียดที่สุดมากกว่า ทั้งนี้อยากให้กระทรวงคมนาคมนำโครงการมาดูแลเองจะเป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติมากกว่าปล่อยให้กทม.ปู้ยี่ปู้ยำ ทั้งนี้ตนจะนำเอกสารหลักฐานสัญญาไปยื่นต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เอาผิดต่อผู้ว่าฯ กทม. และคณะผู้บริหารทั้งชุด ในวันที่ 10 พ.ค.เวลา 10.00 น.

ด้านนายยุทธพงศ์กล่าวว่า เรื่องนี้ส่อพิรุธชัดเจน โดยกทม.ใช้วิธีซิกแซก ใช้ข้อกฎหมายอันแยบยลไม่ต่อสัญญากับ BTS โดยตรงแต่ใช้บริษัทกรุงเทพธนาคม หรือ KT มาบังหน้า ส่อผิดกฎหมายพ.ร.บ.ฮั้ว ทำให้กทม.เสียประโยชน์และคนกทม.ต้องใช้ไฟฟ้าราคาแพง

สำหรับการทำสัญญา 30 ปีดังกล่าวของกทม. มันไปเหมารวมในส่วนที่ BTS ได้สัมปทานเหลืออยู่อีก 17 ปี หรือจนถึงปี 2572 ด้วย ทำให้ได้ประโยชน์ในสัญญาต่อไปอีก 13 ปี โดยกทม.ได้ใช้ KT ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกทม.มาดำเนินการเรื่องสัญญา ก่อนที่จะไปจ้าง BTS ต่ออีกที โดย KT ได้ประโยชน์ไปปีละ 60 ล้านบาท รวม 30 ปี คิดเป็น 1,800 ล้านบาท เหมือนนายหน้ากินส่วนต่างเปล่าๆ โดยบริษัทนี้น่าสนใจว่า ประธานกรรมการชื่อ รศ.ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นญาติของนายอภิสิทธิ์ โดยนายอภิสิทธิ์มีศักดิ์เป็นหลาน เนื่องจากรศ.ประพันธ์พงศ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดาของนายอภิสิทธิ์

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ข้อสังเกตของพรรคเพื่อไทยในเรื่องนี้คือ 1. เป็นการปิดกั้นไม่ให้บริษัทอื่นๆมาร่วมประมูลรับช่วงการเดินรถไฟฟ้าของ BTS ที่จะหมดสัญญาในปี 2572 แต่กทม.มาจ้าง KT ทำการหลบเลี่ยงกฎหมาย ให้ BTS ได้ขยายการบริหารระบบขนส่งมวลชนไปจนถึง 2585 ขยายไปอีก 13 ปี

2.มีพิรุธว่าหากมีการประมูลรับสัมปทานเดินรถใหม่ อำนาจต่อรองของกทม.ก็จะมาก เพราะเมื่อถึงปี 2572 ระบบรถไฟฟ้าทั้งหมดจะตกเป็นของกทม.

3.การที่กทม.อ้างว่ารัฐบาลจะไปฮุบรถไฟฟ้าจากกทม.นั้นเป็นเรื่องเท็จ เพราะกทม.ยังมีสัญญาอยู่กับ BTS ถึงปี 2572 ถ้ารัฐบาลไปยึดโดนฟ้องแน่นอน

4.การให้ BTS รับช่วงการเดินรถทั้งหมดอีก 30 ปี BTS จะได้ส่วนแบ่งรายได้ 190,000 ล้านบาท ขณะที่กทม.ได้เพียง 110,000 ล้านบาท ทั้งๆ ที่บีทีเอสไม่ได้ลงทุนส่วนต่อขยายเลย แต่กลับได้ส่วนแบ่งมากกว่า

5.กทม.มีการวางแผนมาอย่างแยบยล ออกข้อบัญญัติถึง 6 ฉบับ เพื่อที่ให้งานนี้สำเร็จ โดยบริษัทกรุงเทพธนาคม ที่รับบทนายหน้ามีประธานกรรมการชื่อรศ.ประพันธ์พงศ์ เวชชีชวะ ญาติของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“โครงการขยายเวลาการเดินรถไฟฟ้า BTS ไปอีก 30 ปี มีพิรุธ แสดงความลุกลี้ลุกลน คล้ายเรื่องรถดับเพลิง มีการเซ็นสัญญาอย่างเร่งรีบ และเข้าข่ายผิดมาตรา 4 ของพ.ร.บ.ฮั้ว ถ้ากทม.ยังเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป ผมก็จะนำเรื่องความไม่ชอบมาพากลมาเปิดเผยต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพราะยังมีหลักฐานอีกเยอะ เพื่อฟ้องประชาชนว่าผู้ว่าฯ กทม.ภายใต้พรรคประชาธิปัตย์ บริหารงานกันแบบนี้”นายยุทธพงศ์กล่าว

บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน)บ..โกงเข็มแข็งของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกับนอมินี..ลุงตนเอง รศ นายประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ

บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) กลุ่มอุตสาหกรรม

เลขที่ 88 ปาโซ่ ทาวเวอร์ ชั้น 18 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม.

เบอร์โทรศัพท์ 0-2634-22220-2634-4114(โทรสาร)
นายประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ กรรมการ
จำนวนหุ้นจดทะเบียนกับตลท. 17,028,
Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร