Thai PM Yingluck Shinawatra visit State of Qatar( دولة قط)

ความสำเร็จในการเยือนรัฐกาตาร์ของนายกรัฐมนตรีประเทศไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในครั้งนี้คือรัฐกาตาร์จะเร่งยกเลิกคำสั่งห้ามนำเข้าไก่สดจากประเทศไทย ภายใน 2 สัปดาห์ และยังมีความประสงค์อย่างยิ่งในการสานสัมพันธ์ไมตรีต่อประเทศไทยพร้อมกับมีความมุ่งหมายอย่างแรงกล้าที่จะขยายความร่วมมือกับประเทศไทยในทุกด้าน อย่าง Strong partners.

15พ.ค. 55  นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยือนรัฐกาต้าร์ อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่15-17 พ.ค 2555

หลังจากเยียนราชอาณาจักร บาห์เรน นายยกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะ ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงโดฮา รัฐกาต้าร์ บ่ายๆๆของวันเดียวกันโดยมี โดยมีรัฐมนตรีเกียรติยศ และเอกอัครราชฑูตรัฐกาต้าร์ประจำประเทศไทยให้การต้อนรับ

การเยียนรัฐกาตาร์ของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในครั้งนี้เพื่อเปิดกระชับความสัมพันธ์กับการัฐตาร์ซึ่งเป็นประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งประเทศไทยได้ให้ความสำคัญในการยกระดับทางการค้า การลทุน การท่องเที่ยว และธุรกิจอาหาร รวมทั้งการลงทุนด้านอื่นๆๆอีกด้วย

การเยือนกาตาร์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากจะ เป็นการแสดงถึงการให้ความสำคัญของภูมิภาคตะวันออกกลางและ ประเทศในกลุ่ม GCC หรือคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ ที่ไทยต้องการดำเนินความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและขยายความร่วมมือต่างๆ แล้ว ยังยกระดับความสัมพันธ์กับรัฐกาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศมุสลิมสายกลางและมีบทบาทที่โดดเด่นในภูมิภาค แห่งนี้ และจะขยายความร่วมมือในด้านต่างๆเพิ่มขึ้น เช่น ความร่วมมือด้านการเมืองและทหาร ซึ่งมีการลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ เมื่อมีนาคม 2555

ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เช่น การก่อสร้าง ความมั่นคงทางอาหาร ภาคบริการ ความร่วมมือด้านการศึกษา และความร่วมมือด้านพลังงาน ที่ไทยจะทำข้อตกลงซื้อขาย LNG ในระยะยาว การผลักดันและส่งเสริมลู่ทางการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยเฉพาะการลงทุนในไทย ที่กาตาร์มองว่ามีศักยภาพและมีเศรษฐกิจที่ขยายตัว ซึ่งที่ผ่านมากาตาร์แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยหลายด้าน ทั้งตลาดหลักทรัพย์ การบริการ โรงแรม โรงพยาบาล และภาคอุตสาหกรรมผลิตอาหาร ซึ่งคาดหวังว่าการพบปะหารือในครั้งนี้จะได้ติดตามและเร่งรัด รวมทั้งขจัดอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ความร่วมมือเกิดผลเป็นรูปธรรม

ในการเยือนราชอาณาจักรบาห์เรนและรัฐกาตาร์ ของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้มีคณะนักธุรกิจไทยกว่า 50 ราย ร่วมเดินทางในครั้งนี้ด้วยเพื่อมุ่งเน้นในธุรกิจการ ก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ การเงิน ธนาคารและการลงทุน เกษตรและอาหาร พลังงาน ท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล  เพื่อสนับสนุนให้มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชนในการบุกเบิกตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนได้มีโอกาสสร้างเครือข่าย (networking) กับภาครัฐและเอกชนของรัฐกาตาร์และราชอาราจักรบาห์เรน .

Qatar Museums Authority (QMA) 

Museum of Islamic Art – Qatar متحف الفن الإسلامي – قطر

16 พ.ค 2555

นายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้า H.H. Sheikh Hamad bin Khalifa Al-Thani เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ที่ พระราชวัง AL Wajbah

นายกฯยิ่งลักษณ์หารือข้อราชการกับ H.E. Sheikh Hamad Bin Jassim Bin JabrAl-Thani นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐกาตาร์ แบบเต็มคณะ

DOHA, May 16 – Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra said on Wednesday that she was satisfied with her official visit to Qatar with four agreements inked to boost ties between the two countries, while the Gulf state promised to lift a Thai chicken import ban within two weeks.

The Thai premier, now on a three-day official visit to Qatar, earlier held a full panel discussion with her Qatari counterpart Sheikh Hamad Bin Jassem Bin Jabor Al-Thani who is also foreign minister.

Ms Yingluck praised the close ties between the two countries and thanked the Gulf state for supporting Thailand’s position on its strife-torn southern border region at the Organisation of Islamic Cooperation (OIC).

On business talks, Qatar agreed to lift its ban on importing Thai poultry within two weeks, while Thailand pledged to extend stay period from 30 to 90 days for any Qatari seeking medical treatment in the kingdom to boost the domestic tourism industry.

The Thai premier hailed the bilateral talks as successful with the signing of four Memorandums of Understanding (MoUs) including an agreement on public health cooperation, on employment in Qatar, cultural cooperation and on trade and investment cooperation in agricultural products, particularly halal food.

Thailand also agreed to purchase two million tonnes of liquefied natural gas (LNG from Qatar for electricity production, according to the Thai prime minister.

Ms Yingluck said she has instructed the Board of Investment (BOI) to relax its regulations to facilitate foreign investors as Qatar is interested in investing in Thailand’s several industries including the capital market.

“Qatar gives importance on food security and agreed to buy Thai agricultural produces and further talks will be held to finalise which products are needed by the Qataris,” the premier said, “Both countries will also cooperate on public health issues.’

Ms Yingluck said that Thailand and Qatar have been named by the FIFA Medical and Research Centre (F-MARC) as FIFA Medical Center of Excellence. She said the two countries will work together on medical personnel exchange and joint investment as Qatar is scheduled to host the Wolrd Cup in 2022.

Earlier in the day, Ms Yingluck held talk with executives of ASPETAR, the Qatar Orthopedic and Sports Medical Center, which has been accredited as the first FIFA Medical Center of Excellence in the Middle East.

In Asia, only Japan, Thailand and Qatar have been named FIFA Medical Centres of Excellence.

The Thai premier said she was confident that the Thailand’s world-renowned Thai hospitals would be able to support the role of ASPETAR in the 2022 World Cup. Bangkok Hospital, a private institution, is designated as F-MARC’s Medical Center of Excellence and, has begun work with ASPETAR.

Ms Yingluck is scheduled to leave Qatar Wednesday night and arrive Bangkok Thursday at 7.20 am

16พ.ค2555 ภารกิจ นายก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร์ เยียนรัฐกาตาร์

นายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้า H.H. Sheikh Hamad bin Khalifa Al-Thani เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ที่ พระราชวัง AL Wajbah

หลังจากนั้นนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เข้าเฝ้าหารือข้อราชการกับ H.E. Sheikh Hamad Bin Jassim Bin JabrAl-Thani นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐกาตาร์ แบบเต็มคณะ การเยียนรัฐกาตาร์ในครั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ไทยและกาตาร์ ที่ไทยถือว่ากาตาร์เป็นมิตรที่แนบแน่นและยาวนาน และหวังที่จะร่วมกับกาตาร์ในการขยายความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและภูมิภาค เพื่อประโยชน์ร่วมกัน โดยไทยชื่นชมบทบาทสำคัญของกาตาร์ในโลกมุสลิม และโดยที่กาตาร์ก็มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคอาหรับ จึงเชื่อมั่นว่า ไทยและกาตาร์จะเป็นจุดยุทธศาสตร์ในภูมิภาค ซึ่งเป็นประตูสำหรับการค้าและการลงทุน รวมทั้งรูปแบบความร่วมมือต่างๆด้วย     ไทยได้ขอบคุณกาตาร์ที่ให้การสนับสนุนท่าทีไทยเกี่ยวกับปัญหาสถาณการณ์จังหวัดชายแดนใต้ในเวทีองค์กรความร่วมมืออิสลามหรือ OIC มาโดยตลอด อีกทั้งสนับสนุนด้านการศึกษาและการลงทุนในภาคใต้ของไทย

ในโอกาสนี้ ไทยและกาตาร์ได้หารือถึงกรอบความร่วมมือต่างๆที่สามารถเสริมสร้างและขยายผลเพื่อประโยชน์ร่วมกัน โดยกาตาร์เห็นว่าขณะนี้ไทยมีความมั่นคงทั้งด้านการเมือง และศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ดังนั้น ไทยและกาตาร์เห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ในสาขาที่สำคัญ  คือ

สนามบอลของกาตาร์ ที่จะใช้จัดบอลโลกปี 2022

1.  การก่อสร้าง โดยภาคเอกชนไทยมีความสนใจเข้าร่วมการพัฒนาสาธารณูปโภคและสนามกีฬา เพื่อรองรับการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2022 ของกาตาร์ เพราะไทยมีศักยภาพด้านฝีมือแรงงาน สถาปัตยกรรม และการวางระบบต่างๆ ซึ่งกาตาร์ยินดีเปิดรับนักลงทุนในสาขานี้ และจะดำเนินการอย่างโปร่งใส

2.  ความมั่นคงทางอาหาร โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่มีการลงนามในแถลงการณ์ร่วมในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในฐานะผู้ผลิตอาหารรายสำคัญ ยินดีจัดหาอาหารตามชนิดที่กาตาร์มีความต้องการ และขอให้กาตาร์ระบุความต้องการ ซึ่งไทยจะได้ผลิตตามความต้องการเป็นการเฉพาะ และเพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ ทั้งนี้ ไทยยินดีร่วมมือกับกาตาร์โดยสามารถเป็นไซโลอาหาร เพื่อเป็นแหล่งสำรองอาหารให้กับกาตาร์

สนามบอลริบบิ้นมิตรภาพของรัฐกาตาร์ ที่จะใช้จัดบอลโลกปี 2022

3.  ความร่วมมือภาคการลงทุน ไทยยินดีสนับสนุนกาตาร์และ QIA  (Qatar Investment Authority ) และ Qatar Holdingซึ่งเป็นสถาบันการลงทุนของกาตาร์ร่วมลงทุนในภาคการเงินของไทย โดยไทยและกาตาร์นจะได้ให้หน่วยงานทั้งสองประเทศนำไปหารือและศึกษาต่อไป

โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ ที่กาตาร์มีความสนใจ และเสนอให้มีการจัดทำรายชื่อสาขาธุรกิจและผู้ติดต่อ  เพื่อความความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินงาน

Al Wakrah FIFA World Cup Qatar Stadium:2022

4.   การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และการบริหารจัดการโรงพยาบาล ไทยยินดีต้อนรับประชาชนกาตาร์เพื่อท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และจะขยายความร่วมมือระหว่างกันในสาขาโรงพยาบาลและธุรกิจด้านสุขภาพ โดยรัฐบาลได้อนุมัติในหลักการให้ขยายเวลาการพำนักในประเทศไทยรวม 90 วันสำหรับการเข้ามารักษาพยาบาล นอกจากนี้ โรงพยาบาลเอกชนของไทยยินดีเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกด้านการแพทย์ในการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2022

5.  ความร่วมมือด้านพลังงาน  ไทยและกาตาร์เห็นว่ายังมีศักยภาพที่จะขยายความร่วมมือระหว่างกันได้อีก โดยกาตาร์เสนอให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับรัฐมนตรีพลังงานเพื่อผลักดันการขยายความร่วมมือให้เป็นผล  ทั้งนี้ บริษัท ปตท และ Qatargas จะได้รับการสนับสนุน ให้มีการลงนามความตกลงระยะยาวในการซื้อขายก๊าซ LNG

Al-Khor Stadium in Al-Khor. Qatar FIFA World Cup Stadium:2022  World Cup Bid Unveils Solar-Powered Stadiums   ถูกสร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันฟุตบอล เวิลด์ คัพ ในปี 2022 มีทั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์และเครื่องปรับอากาศ(Qatar 2022 World Cup Bid Unveils Solar-Powered Stadiums)ที่จะทำให้อุณหภูมิภายในต่ำกว่า 80 องศาฟาเรนไฮต์ (26 องศาเซลเซียส)

และบริษัทพลังงานของไทยจะเป็นประตูของกาตาร์สู่อาเซียนและภูมิภาคใกล้เคียง นอกจากนี้ ไทยกำลังเจรจาซื้อก๊าซ LNG จากกาตาร์จำนวน 600,000 ตันในปีนี้ และได้มีการตกลงซื้อขายระยะยาวจำนวน 2,000,000 ตันในปีหน้าแล้ว

6.  การยกเลิกคำสั่งห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อไก่จากไทย โดยกาตาร์จะยกเลิกคำสั่งห้ามนำเข้าภายใน 2 สัปดาห์

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลงระหว่างรัฐกาตาร์กับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยจำนวน 4 ฉบับ ได้แก่

1. ความตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงานในรัฐกาตาร์

2. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุข

3. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรม

4. ปฏิญญาร่วมในการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในผลิตภัณฑ์และโภคภัณฑ์การเกษตรโดยเฉพาะอาหารฮาลาล

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ เป็นจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติ แก่นายกรัฐมนตรีในโอกาสการเยือนรัฐกาตาร์

สนามกีฬา  ในกาตาร์ (Al Science  Sports Stadium in Qatar)

 Al-Shamal Stadium for 2022 WorldCup: Qatar 2022 

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra  meet toMr. Hassan Al-Thawadi Secretary General of FIFA World Cup Qatar 2022

In a visit…Hassan Al-Thawadi Secretary General of FIFA World Cup Qatar 2022 presented to Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra .

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ได้หารือกับ นายฮัสซัน อัล ทาวาดี เลขาธิการคณะกรรมกรรมการ เตรียมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 และแสดงความยินดี กับรัฐกาตาร์ที่ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานฟุตบอลโลกปี 2022 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้กล่าวว่า วัตถุประสงค์สำคัญของการเดินทางเยือนภูมิภาคตะวันออกกลาง ในฐานะนายกรัฐมนตรีประเทศไทยครั้งนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและรัฐกาตาร์ โดยเฉพาะความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งไทยสนใจในการมีส่วนร่วมเป็นผู้ก่อสร้างอาคาร สนามฟุตบอล เพื่อรองรับการแข่งขันฟุตบอลโลก และมั่นใจว่า บริษัทรับเหมาก่อสร้างของไทย มีศักยภาพในการเป็นผู้ก่อสร้างโครงการต่างๆ ของรัฐกาตาร์ได้ ทั้งการเป็นผู้ก่อสร้างหลักและรายย่อย ตลอดจนสนใจสนับสนุนงานด้านบริการ อาทิ บริการการแพทย์และสุขภาพ วิทยาศาสตร์การกีฬา

 Aspetar-Qatar Orthopedic and Sports Medica Hospital

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra meet to Management ASPETAR’S. Qatar Orthopedic and Sports Medica  โรงพยาบาลเวชศาสตร์การกีฬา

ASPETAR’S Chief Executive Officer Dr Khalifa Al Kuwar

16 พ.ค2555

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra  go to the banquet private sectors of Thailand and Qatar. (Board of Investment or BOI  Thailand)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางไปเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อพบกับภาคเอกชนไทยและกาตาร์  ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ของไทย และได้กล่าวสุนทรพจน์ตอนหนึ่งว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับรัฐกาตาร์พัฒนาก้าวหน้าขึ้นอย่างมากในครั้งนี้เทียบจากการร่วมลงทุนทางการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 24 ใน 5 ปีที่ผ่านมา จากมูลค่า 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2007 เป็น 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลของสองประเทศ มีเป้าหมายร่วมกันในดำเนินวิถีทางการค้าและการลงทุนระหว่างนักธุรกิจไทยและรัฐกาตาร์ในอนาคต อาทิ ด้านอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร โดยประเทศไทยเป็นที่รู้จักของนานาชาติว่าเป็น “ครัวโลก” และเป็นผู้นำทางด้านการผลิตอาหารของโลก ที่มีมาตรฐานการผลิตในระดับสากล  โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ที่อัตราการส่งออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 ในปีที่ผ่านมา

ภายหลังร่วมงานเลี้ยงรับรองดังกล่าว นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงโดฮา รัฐกาตาร์ และกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 07.20 น. วันที่ 17 พ.ค.2555.

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร