26-29 May 2012 Thai PM Yingluck Shinawatra visits Republic of Australia

26-29 May 2012 Thai PM Yingluck Shinawatra visits Republic of Australia

นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 26-29 พฤษภาคมนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเจรจาการค้าการลงทุน ย้ำนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก http://news.voicetv.co.th/thailand/40055.html

27 พ.ค.55 นายกรัฐมนตรีไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือร่วมกับนักธุรกิจไทย-ออสเตเรียและเปิดงานครัวไทยสู่ครัวโลก

07.00น. เวลาไทยนายกรัฐมนตรี.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  พบหารือกับภาคเอกชนไทยที่ร่วมคณะมาเยือนออสเตรเลีย

09.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน Thai Kitchen to the World พร้อมกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับนโยบายการส่งเสริมโครงการครัวไทยสู่ครัวโลก จากนั้นจะไปเยี่ยมภัตตาคารไทยและร้านค้าผู้นำเข้าสินค้าอาหารไทย

28 พ.ค2012

รัฐบาลไทยร่วมกับรัฐบาลออสเตรเลียพัฒนาความมั่นคงทางอาหารและทางอาหารผ่านครัวโลกขณะที่ไทยเดินหน้านโยบายส่งเสริมโครงการครัวไทยสู่ครัวโลก ขณะที่นายกรัฐมนตรี คาดว่า การค้าการลงทุนระหว่างไทยกับออสเตรเลียจะเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 20 ในปี 2560
http://news.voicetv.co.th/thailand/40187.html

ANBERRA, AUSTRALIA – MAY 28: Prime Minister of Thailand, Ms Yingluck Shanawatra and Australian Prime Minister Julia Gillard meet dignitaries a Ceremonial Welcome at Parliament House on May 28, 2012 in Canberra, Australia.. Prime Minister Shinawatra is visiting Australia to mark 60 years of diplomatic relation between Thailand and Australia and will hold meetings in Canberra and Sydney to discuss trade and tourism.

เวลา 09.00 น ตามเวลาท้องถิ่น  ณ อาคารรัฐสภา กรุงแคนเบอร์รา ออสเตรเลียนายกรัฐมนตรีไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ในโอกาสเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของรัฐบาลออสเตรเลีย โดยมีนางสาวจูเลีย  กิลลาร์ด   นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียและคณะรัฐบาลสาธารณรัฐออสเตเรียให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีต้อนรับฯ นายกรัฐมนตรีไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐออสเตรเลียนางสาวจูเลีย  กิลลาร์ด เป็นประธานการหารือข้อราชการเต็มคณะ ณ ห้อง Cabinet Room โดยได้มีการหารือทั้งในประเด็นความสัมพันธ์ และความร่วมมือทวิภาคี ภูมิภาค และระหว่างประเทศ ซึ่ง นายกรัฐมนตรีทั้งสองได้แสดงความพอใจและชื่นชมต่อพัฒนาการความสัมพันธ์และความร่วมมือ ที่ดำเนินมาครบรอบ 60 ปีในปีนี้ รวมทั้งต่างยืนยันความตั้งใจที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แนบแน่น เพื่อเป็นฐานที่เข้มแข็งในการสานต่อความร่วมมือให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนทั้งสองประเทศในครั้งต่อไป

เนื้อหาในการหารือ ครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันที่จะพัฒนาความร่วมมือทั้งด้าน ความมั่นคง และเศรษฐกิจให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความมั่นคงนั้น ไทยและออสเตรเลียจะยกระดับความร่วมมือในลักษณะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ สนับสนุนการเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค รวมทั้งบทบาทของกรอบการดำเนินงานในระดับภูมิภาค ซึ่งไทยแสดงความชื่นชมบทบาทและการทุ่มเทของออสเตรเลียในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน และการให้ความสำคัญกับปัญหาการค้ามนุษย์และยาเสพติด ทั้งนี้ ไทยและออสเตรเลียจะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันในด้าน การรับมือกับการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ  การควบคุมการแรพ่กระจายของอาวุธที่มีอานุภาพการทำลายล้างสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  และการเข้าเมืองผิดกฏหมาย

ในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ไทยและออสเตรเลียเห็นว่า ไทยและออสเตรเลียต่างมีศักยภาพและพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่น่าพอใจ โดยออสเตรเลียมีนโยบายการเงินการคลังที่มีประสิทธิภาพ. และสามารถฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากความท้าทายทางการเงินและเศรษฐกิจโลก ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งเร็วกว่าที่คาดหมาย และคาดว่าการเติบโตของ GDP จะโตถึงร้อยละ 6   สำหรับการค้าการลงทุนระหว่างกันนั้น ถือว่า TAFTA หรือความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลียเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันในทุกปี  และได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเติบโตถึงร้อยละ 20 ภายในปี 2559 ซึ่งไทยและออสเตรเลียจะมีการจัดประชุม คณะกรรมาธิการ่วม TAFTA ในเดือนหน้านี้

ทั้งนี้ เพื่อให้การค้าและการลงทุนระหว่างกันมีความก้าวหน้า นายกรัฐมนตรีได้นำคณะนักธุรกิจสำคัญของไทยเกือบ 70 ราย จากสาขาที่สามารถเพิ่มการลงทุนระหว่างกันได้ เช่น พลังงาน โลจิส์ติกส์  เกษตรและอาหาร การศึกษา การท่องเที่ยว และชิ้นส่วนรถยนต์

นอกจากนี้ ไทยและออสเตรเลียได้หารือถึงแนวทางแก้ไขอุปสรรคการค้าภายใต้กรอบTAFTA เช่น ปัญหามาตรการปกป้องพิเศษ และมตรการภาษี ซี่งไทยและออสเตรเลียเห็นพ้องให้คณะกรรมาธิการร่วมความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย ได้นำไปพิจาณาเพื่อแก้ปัญหาต่อไป ทั้งนี้ ไทยได้เสนอขอให้มีการพิจารณาอนุญาตให้มีการนำเข้าไก่และกุ้งแช่แข็งจากไทย ซึ่งขณะนี้ สหภาพยุโรป หรือ EU ได้ยกเลิกคำสั่งห้ามแล้ว  และอนุญาตให้นำเข้าได้แล้ว ซึ่งออสเตรเลียแสดงความยินดีที่จะพิจารณายกเลิกตามที่ไทยเสน อ รวมทั้ง การพิจารณานำเข้าข้าวไทยเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ ไทยได้แสดงความสนใจเทคโนโลยีการเก็บักษาผลผลิต หรือไซโลผลิตภัณฑ์เกษตร และยินดีส่งเสริมความร่วมมือกับออสเตรเลียเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวในไทยด้วย

สำหรับความร่วมมือด้านแรงงาน ไทยสนับสนุนแรงงานทักษะฝีมือในสาขาต่างๆแก่ออสเตรเลีย แต่ยังมีปัญหาด้านคุณสมบัติการใช้ภาษาอังกฤษที่ออสเตรเลียตั้งมาตรฐานไว้ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพ่อครัวไทย จึงขอความร่วมมือจากออสเตรเลียในการผ่อนปรนคุณสมบัติดังกล่าว พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันด้านการฝึกอบรมภาษาอังกฤษสำหรับพ่อครัวไทยและแรงงานฝีมือต่อไป

ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและความปลอดภัยทางอาหาร ทั้สองฝ่ายยินดีที่จะพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน โดยอาศัยจุดแข็งซึ่งกันและกัน ที่ต่างเป็นประเทศผู้ผลิตผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญของตลาดโลก และมีศักยภาพด้านการผลิต มาตรฐานความปลอดภัย และบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นที่ยอมรับในมาตรฐานโลก ทั้งนี้ ไทยดำเนินนโยบายส่งเสริมโครงการ “ ครัวไทยสู่ครัวโลก “ ที่มีเป้าหมายส่งเสริมการพัฒนาประเทศสู่ความเป็นศูนย์กลางการค้าและการกระจายสินค้าอาหารที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชีย  ดังนั้น ไทยจึงยินดีที่จะร่วมมือกับออสเตรเลียด้านเทคโนโลยีและส่งเสริมการลงทุนจากออสเตรเลียในสาขาอุตสาหกรรมกระบวนการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร และไทยสนใจที่จะลงทุนในสาขาน้ำตาล อาหารสัตว์ในออสเตรเลีย

ความร่วมมือด้านพลังงาน  โดยเฉพาะพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดที่ออสเตรเลียมีความเชี่ยวชาญ โดยไทยจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเทคโนโลยีกับออสเตรเลีย รวมทั้งการวิจัยและเทคโนโลยีการสกัดน้ำมันจากสาหร่ายด้วย

ความร่วมมือเพื่อการบริหารจัดการภัยภิบัติ เห็นควรให้มีการผลักดันให้มีการดำเนินการร่วมกันให้มากขึ้น  โดยเฉพาะด้านการเตือนภัยภิบัติที่ออสเตรเลียเป็นประเทศผู้ประสานงานการเตือนภัย Tsunami ในภูมิภาคแปซิฟิก รวมทั้ง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ เกี่ยวกับการจัดทำแผนที่จากข้อมูลดาวเทียม

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นพ้องให้มีการผลักดันความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกัน เช่น การศึกษา ที่จะมีกิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือ โดยเฉพาะการสอนภาษาอังกฤษ ด้านแรงงาน โดยไทยสนับสนุนแรงงานฝีมือไทยไปทำงานที่ออสเตรเลียตามสาขาความต้องการ และออสเตรเลียยินดีพิจารณาผ่อนปรนคุณสมบัติด้านภาษาเพื่อรองรับแรงงานไทย รวมทั้งความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ที่ไทยจะส่งเสริมและดูแลนักท่องเที่ยวออสเตรเลียที่นิยมเดินทางมาประเทศไทยในลักษณะ Medical Tourism เพื่อการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน

จากนั้น ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ ได้แก่

–          บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาและการฝึกอบรมระหว่างไทยและออสเตรเลีย

–          บันทึกความเข้าใจโครงการแลกเปลี่ยนสมาชิกรัฐสภาไทย-ออสเตรเลีย ระหว่างสถาบันพระปกเกล้า กับ Australian Political Exchange Council

29may 2012

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra

looks to heal divided nation

นายกฯยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนออสเตเรีย

ประมวลภาพ นายกรัฐมนตรีไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยือน สาธารณรัฐออสเตเรีย ระหว่างวันที่26-29 พ.ค 2555

วันแรกพบปะกับนักธุรกิจไทย เปิดงานครัวไทยสู่ครัวโลก ร่วมงานเลื้ยงขอบคุณพร้อมกับเยี่ยมชมคลังสินค้าไทย-ออสเตเรีย ที่เปิดขายในประเทศออสเรียเรีย.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร