30 May 2012 Thai PM Yingluck Shinawatra welcomes President of the Democratic Socialist Republic of Sri Lanka.

ประธานาธิMahinda Rajapaksaบดี แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. 2555 

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 พ.ค2555ณ.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้การต้อนรับ นายมหินทรา ราชปักษา ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมงานวันวิสาขบูชา ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. 2555 โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เชิญประธานาธิบดีศรีลังกาไปยังห้องสีงาช้างด้านนอก ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อลงนามในสมุดเยี่ยม ก่อนหารือข้อราชการ

ประธานาธิบดีมหินทรา ได้กล่าวขอบคุณประเทศไทยที่เป็นมิตรที่ดีต่อศรีลังกา และส่งเสริมซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในเวทีสหประชาชาติ และในกรอบ Human Rights อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในศรีลังกาได้กลับสู่ภาวะปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นฟูประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง ระบบสาธารณูปโภค โรงพยาบาล และโรงเรียน ซึ่งรัฐบาลศรีลังกาพร้อมที่จะให้การสนับสนุนนักธุรกิจไทยที่จะเข้าไปลงทุนด้านการก่อสร้าง และโครงสร้างพื้นฐาน

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เสนอให้ไทยและศรีลังกาขยายความสัมพันธ์และความร่วมมือเพิ่มเติมระหว่างกันใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. การขยายปริมาณการค้าการลงทุนและความเชื่อมโยงระหว่างกันมากขึ้น

2. การส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมระหว่างกัน ในลักษณะ Combined Destination

3. เสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศให้เข้มแข็งมากขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีการนำไปหารือในรายละเอียดต่อไปในคณะกรรมาธิการร่วมฯ ไทย-ศรีลังกา

โดยมอบหมายให้ รมว.ต่างประเทศ เป็นตัวแทนของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีมหินทรายังเสนอให้มีการพัฒนาความสัมพันธ์ในด้านอื่นๆ ที่มีศักยภาพเพิ่มเติม อาทิ อุตสาหกรรมเครื่องประดับ ความร่วมมือด้านความมั่นคง การเรียนรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเทคโนโลยี รวมถึงการส่งเสริมบทบาทสตรีและเยาวชน

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีศรีลังกาได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการต่างประเทศศรีลังกา-ไทย ว่าด้วยการหารือทางการเมืองทวิภาคี และการแลกเปลี่ยนสัตยาบันสารของสนธิสัญญาไทย-ศรีลังกา.และร่วมรับประทานอาหารกลางวันพร้อมกับการปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนทัศนะทางด้านต่างๆๆ เพื่อกระชับความสัมพันธุ์ระหว่าง2ประเทศให้แนบแน่นยิ่งขึ้นไปอีกด้วย.

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร