Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed President of the Republic of Guinea.

 http://video.answers.com/discover-the-republic-of-guinea-516948074

24 มิ.ย. 2555( 17.30 น.) นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้การต้อนรับ นายอาลฟา กงเด ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกินี  เนื่องในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน โดยนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้นำประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกินี ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า  ก่อนหารือข้อราชการ พร้อม กับทำพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ จากนั้นเวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกินี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

สำหรับการมาเยือนของปธสาธารณรัฐกินีในครั้งนี้เป็นการมาเยือนในระดับสูงครั้งแรก นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อปี 2526 จึงเป็นโอกาสอันดีในการกระชับความสัมพันธ์ร่วมกันในด้านต่าง ๆ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี อีกทั้งประชาชนของทั้งสองประเทศจะได้มีความรู้ความเข้าใจระหว่างกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาการในด้านต่างๆๆร่วมกันมากขึ้น ในอนาคตอย่าง strong panersในประเทศต่างๆๆของทวีปแอฟริกาเหนือ ที่มีบทเรียนจากรัฐประหารบ่อยครั้งซึ่งปัญหานี้ใกล้เคียงกับประเทศไทยอย่างมาก ที่ทำให้ประชาชนบาดเจ็บ ล้มตาย พิการจำนวนมาก ให้บังเกิดสันติภาพ  ภารดรภาพ ความสันติสุข ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากผู้นำที่มีวิศัยท้ศน์ที่กว้างไกล และมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศชาติ ของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในครั้งนี้ ซึ่งโดดเด่นในเวทีอาเซียนและเป็นผู้นำที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้ความสำคัญต่อการขยายความร่วมมือกับประเทศในทวีปแอฟริกา ด้วยดีเสมอมาและเป็นประเทศที่ผลิตข้าวและอาหารที่สำคัญของโลก

ไทย-กินี หารือร่วมพัฒนาการค้าการลงทุน  http://news.voicetv.co.th/thailand/42670.html

สาธารณรัฐกินีจึงแสดงเจตนารมย์ในการขอร่วมในการเดินไปด้วยกันนี้ และหวังว่าความร่วมมือกันระหว่าง2ประเทศในครั้งนี้จะเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้บังเกิดความสำเร็จขึ้นในภูมิภาคนี้ และประเทศใกล้เคียงจะได้นำไปศึกษา และมีพัฒนาการร่วมอาเซียน + ของ…The “coordinating Thailand – Republic of Guinea. We’ll go together ” ณ.บัดNOW.

ประวัติสาธารณรัฐกินี ( Republic of Guinea;  ฝรั่งเศส: République de Guinée) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ ทวีปแอฟริกา มีพรมแดนด้านทิศเหนือจรด กินีบิสเซา และ เซเนกัล พรมแดนด้านทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือจรด ประเทศมาลี ตะวันออกเฉียงใต้จรด โกตดิวัวร์ ทิศใต้จรด ไลบีเรีย และตะวันตกจรด เซียร์ราลีโอน เป็นแหล่งต้นน้ำของ แม่น้ำไนเจอร์ แม่น้ำเซเนกัล และ แม่น้ำแกมเบีย ชื่อกินี (ในทางภูมิศาสตร์แล้วเป็นชื่อที่ใช้เรียกดินแดนในเขตชายฝั่งตะวันตกของ ทวีปแอฟริกาตอนใต้ของ ทะเลทรายซาฮาร่า และตอนเหนือของ อ่าวกินี) มีต้นกำเนิดจาก ภาษาเบอร์เบอร์ ซึ่งคำว่า กินี แปลว่า”คนผิวดำ”เมืองหลวงชื่อ โกนากรี

สนามเอสตาดิโอเดอบาทา ,สาธารณรัฐกินี

  • เชื้อชาติ ชนเผ่าฟูลา 40% ชนเผ่ามาลินเก้ 30% ชนเผ่าซูซู 20%
  • ศาสนา  อิสลาม85%  ,คริสต์ 8%
  • ประชากร 7,466,200 คน
  • การปกครอง สาธารณรัฐ(Republic )
  • อาชีพ เกษตรกรรม70%นได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าว และข้าวโพด  เป็นต้น

ปัญหาของประเทศ เกิดจากการพัฒนาประเทศเกษตรกรรมไปเป็นการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลทำให้ด้านการเมืองการปกครองไม่มั่นคง เกิดขึ้น จากการพัฒนาภาคเกษตรกรรมไปเป็นอุตสาหกรรมที่จะต้องเปิดรับต่างชาติมาลงทุนโดยชาวตะวันตกที่เป็นเจ้าอาณานิคมมาก่อนเช่นฝรั่งเศสและแก็งส์ร่วมกับทางทหารเช่นสหรัฐอเมริกามาในรูปแบบมนุษย์ชน และทางด้านการเผยเเพร่ศาสนาคริตส์เเย่งชิงประชากรท้องถิ่นที่เป็นชนเผ่าดั้งเดิมที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามตามชาวแอฟริกาทั้งทวีปในยุคล่าอาณานิคม จากการนำวิวัฒนการใหม่ๆๆของชาวตะวันตกมาใช้กับประชาชนท้องถิ่นชาวมุสลิมที่ยังไม่มีความรู้ในโลกกว้าง เมื่อได้อำนาจการปกครองเช่นข้าราชการนอมินีตะวันตกทำให้ในประเทศมีการคอรัปชั่นสูง  เกิดมาเฟียขึ้นโดยนำเอาเด็กหนุ่มๆๆกำลังหลักของประเทศให้มาเป็นพวกโดยเป็นลูกน้องเหมืองแร่และอุตสาหกรรมต่างๆๆมาใช้งานก่อกวนรัฐบาลในรูปแบบต่างๆๆ รวมการให้อาวุธและไม่เชื่อฟังครอบครัวและรัฐบาลตนเองซึ่งเป็นชนเผ่าเดียวกัน เพื่อความอยู่รอดในการใช้ชีวิต

ตามการเสี้ยมของชาติตะวันตก ในรูปแบบต่างๆๆของการขยายอาณานิคมแฝงซ่อนรูปเหล่านี้ จึงไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน การขาดแรงงานมีฝีมือ ประกอบกับสถานการณ์การสู้รบในกินีบิสเซา เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย ซึ่งส่งผลให้มีการอพยพจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในกินี ตั้งแต่ปีพงศ2543 สาธารณรัฐกินียังถูกจัดไว้เป็นลำดับที่ 9 ในตารางประเทศล้มเหลว (failed states) จึงต้องผึ่งพากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank)มาตั้งแต่ พ.ศ2546 ซึ่งก็ยังคงล้มเหลวถูกจัดเป็นประเทศอันดับที่160จาก177 ของสหประชาชาติในการพัฒนามนุษย์ (Human development index-HDI) ต่ำที่สุด ทางด้านสุขภาพ ,การศึกษาและสาธารณูปโภค ก็ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร.

The Prince of Egypt -4/11 https://skydrive.live.com/?sc=photos#cid=E234B0B2FF05073F&id=E234B0B2FF05073F!9927&sc=photos

Native American ~ Spiritual Music  https://skydrive.live.com/?cid=E234B0B2FF05073F&id=E234B0B2FF05073F%219925&sc=photos

 สนามเอสตาดิโอเดอบาทา,สาธารณรัฐกินี

เมื่อพ.ศ 2548สาธารณรัฐกินี ได้สานสัมพันธ์ภาพอันแน่นแฟ้นกับประเทศแอฟริกาใต้ขึ้นหลังจากการเยือนสาธารณรัฐกินีของประธานาธิบดี Thabo Mbeki ในเดือนกรกฎาคม 2548 โดยแอฟริกาใต้ได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงโคนักรีของกินี รวมทั้ง บริษัทเพชร De Beers ได้เข้าไปดำเนินกิจการในสาธารณรัฐกินีอีกครั้ง

สาธารณรัฐกินีประสบปัญหาการอพยพเข้ามาของประเทศเพื่อนบ้าน นับแต่ปี 2543 มีจำนวนผู้อพยพจากเซียร์ราลีโอน ไลบีเรีย กินีบิสเซา เข้ามาในกินีประมาณ 750,000 คน โดยกินีได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เข้ามาแก้ปัญหานี้ ในปัจจุบัน กินียังมีผู้อพยพอยู่ประมาณ 39,000 คน

เมื่อพ.ศ2551 ร้อยเอก Camara ได้กระทำการยึดอำนาจรัฐบาลขึ้น ประชาคมระหว่างประเทศได้ออกมาประณามการยึดอำนาจของร้อยเอก Camara และเรียกร้องให้มีการคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดี Abdoulaye Wade แห่งเซเนกัลได้แถลงที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551 ว่าทุกฝ่ายควรให้การสนับสนุนร้อยเอก Camara โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านไม่ควรแทรกแซงกิจการภายในของกินี แต่ควรให้เวลาสาธารณรัฐกินีผลัดเปลี่ยนอำนาจอย่างสันติ ซึ่งคำแถลงดังกล่าวเป็นที่ประหลาดใจของหลายฝ่าย เนื่องจากสวนทางกับการประณามการยึดอำนาจโดยสหภาพยุโรป สหรัฐฯ รวมทั้งสหภาพแอฟริกา ซึ่งได้ประกาศยุติสมาชิกภาพของกินีในสหภาพ แอฟริกาเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ รัฐบาลของร้อยเอก Camara ยังได้รับการสนับสนุนจากนาย Muammar AL Gaddafi ประธานาธิบดีลิเบียซึ่งได้เดินทางเยือนกินีเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2552 อีกด้วย อีกทั้งรอบๆๆประเทศเพื่อนบ้าน ได้หันไปคบค้าสมาคมกันและได้รับการสนับสนุนในการแก้ปัญหาภายในประเทศอย่างมิตร…ของแอฟริกาใต้และประเทศจีนแบบให้เปล่า

นับจากนั้นทุกประเทศในแอฟริกา จึงต้องหันหน้ามาผึ่งพามิตรแท้ในภูมิภาคเดียวกันและพยายามแสวงหาวิธีการยุติปัญหาการขัดแย้งรวมทั้งทั้งคบหาสมาคมกับประเทศที่เป็นเกษตรกรรมด้วยกันทั่วโลก โดยเฉพาะด้านการผลิตอาหาร เพื่อเลี้ยงดุประชากรทวีปแอฟริกา อย่างจริงใจและมุ่งมั่นในการวางการปกครองให้พึ่งพาตนเองและแสวงหามิตรแท้ ที่หวังดีต่อประเทศมากยิ่งขึ้น เพราะจากการใช้บริการของยุโรปที่ยึดครองประเทศมาอย่างยาวนานนั้น ทำให้ไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อประชากรในประเทศให้มีการศึกษา มีความรู้และมีคุรภาพชีวิตที่ดีขึ้น…

ย้อนรอยอดีตสายสัมพันธุ์ประเทศไทย-สาธารณรัฐกินี

29-8-2551  นายกรัฐมนตรี สมชาย วงค์สวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการเมื่อพ.ศ2551ได้ให้การต้อนรับและร่วมพบปะหารือข้อราชการกับH.E.Mr.Mohammed Sampil  เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐกินี ประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในโอกาสเดินทางมาประเทศไทยณ.ห้องรับรองจันทรเกษม กระทรวงศึกษาธิการ ได้ชื่มชมบทบาทอันโดดเด่นของผู้นำอาเซียนของประเทศไทย และต้องการให้ขยายฐานผลิตเกษตรกรรมและการลงทุนด้านต่างๆๆในสาธารณรัฐกินี ร่วมกับประเทศไทยและอาเซียน อีกทั้งเชิญไปเยียนประเทศพร้อมทั้งให้ขอให้เป็นที่ปรึกษาของการปูพื้นฐานประเทศสาธารณรัฐกินี ให้ก้าวหน้าปชกมีการศึกษา ที่ดีเพื่อยกระดับคุณภาพประชากรให้ดียิ่งขึ้น โดยการเป็นฐานผลิตอาหารของทวีปแอฟริกาต่อไป

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra is  public meeting with Mr.Alpha Kong  the president’s   Repulic Guinea.  June 24, 2012.Government House. Bangkok, Thailand.

 ข้อหารือร่วมกันของทั้ง2ผู้นำมีขึ้น ณ.ห้องสีงาช้าง ในประเด็นการค้า การลงทุน และการพัฒนาในด้านต่างๆๆของทั้ง2ประเทศร่วมกัน  จนก่อให้เกิดการลงนามร่วมกันขึ้น2 ฉบับ ด้วยกัน อาทิ ด้านวิชาการต่างๆๆ  และการจัดตั้งทีมที่ปรึกษาหารือร่วมกันในด้านต่างๆๆที่จะมีขึ้นในอนาคตระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย กับ กระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐกินี

โอกาสนี้ ผู้นำทั้ง2ประเทศได้พบปะกับนักธุรกิจไทยและสาธารณรัฐกินี เพื่อการลงทุนกับสาธารณรัฐกินี โดยเฉพาะสาขา เหมืองแร่ อุตสาหกรรมการเกษตร พลังงาน ก่อสร้างอีกด้วย

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ยิ่งวัตรได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ปธสาธารณรัฐกินี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีขึ้นอย่างอบอุ่นในมิตรภาพอันดีงานและก่อให้เกิดความสัมพันธ์ไมตรีระหว่าง2ประเทศให้แน่นแฟ้นและก้าวหน้าในความร่วมมือในระหว่างกันให้ก้าวหน้ายิ่งๆๆขึ้น รวมทั้งขยายมิตรภาพไปยังแอฟริกาเหนือประเทศต่างๆๆที่จะมีขึ้นในอนาคต ต่อไป.

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกินี  นายอาลฟา กงเด ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า  ทำเนียบรัฐบาล

พิธีลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ (MOU)ทางด้านวิชาการและการปรึกษาข้อราชการระหว่างการต่างประเทศร่วมกันโดยกระทรวงต่างประเทศไทยและสาธารณรัฐกินี

บรรยากาศการเลี้ยงต้อนรับเพื่อเป็นเกียรติแก่ปธ.สาณธารณรัฐกินี  นายอาลฟา กงเด  ซึ่งมีขึ้นอย่างอบอุ่นในมิตรภาพที่จะมีขึ้นในอนาคตและแบ่งปันขยายง strong panersในประเทศต่างๆๆของทวีปแอฟริกาเหนือ ที่จะตามมาอีกด้วย

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร