ความจริงวันนี้…ตอนมาร์ค(อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)และแก็งส์เช่นพันธมิตรศาลรธนตอแหล

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะครั้นสมัยหลอกล่อให้ปชชไทยรับร่างประชามติรธน50ไปก่อนแก้ทีหลัง

พอวันนี้ธ.ค2012 รณรงค์ให้ปชชไม่ให้ไปลงประชามติไม่ต้องแก้รธน50 อัลไซเมอร์รึตอแหลตัวพ่อ แบบศาลระหว่างประเทศก็ต้องการตัวอันตรายเดี๋ยวสั่งวางระเบิดยิงปชชภาคใต้และกทมปีใหม่ใครจะรับผิดชอบค่ะศาลรธน ,ปกครองศาลอาญา ศาลฏีกา ท่านปล่อยให้ฆาตกรลอยนวลรึค่ะท่าน ปชชตายท่านสะใจขึ้นจริงริไม่ ท่านตุลาการ สงขลาคาร์บิเนต

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเขียนจดหมายเปิดผนึก”จากใจถึงคนไทยทั้งประเทศ” โดยเนื้อหาจะให้มีการมาร่วมกันคว่ำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่ใช่ ความหมายของตนคือเมื่อรัฐบาลเขาจัดประชามติคำว่าล้มตรงนี้หมายถึงว่าเราก็ช่วยกันทำให้เห็นว่ามันไม่ผ่านใช้กระบวนการประชามติที่รัฐบาลจะทำให้เห็นว่ามันไม่ต้องไปรื้อรัฐธรรมนูญ หรือลบมาตรา 309 ซึ่งการล้มไม่ได้หมายความว่าล้มไม่ให้มีการทำประชามติ

“ถ้ารัฐบาลจะรื้อรัฐธรรมนูญก็ต้องทำประชามติคือถ้าจะรื้อควรทำประชามติ ไม่ใช่เดินหน้ารื้อไปโดยไม่มีการทำ แต่ว่าประเด็นคือ ถ้าไม่ต้องรื้อได้ ดีที่สุด มีปัญหาตรงไหน หาระบบตรงไหนที่มันไม่เป็นประชาธิปไตย อยากจะแก้ไข เสนอมาก็ร่วมกันแก้ไข ซึ่งจริงๆ แล้วคณะกรรมการหลายชุดในอดีตก็ศึกษามาแล้ว ก็วนเวียนอยู่6-7 ประเด็น เพียงแต่ว่ามีเรื่องมาตรา309 ที่จะไปช่วยคดีพี่ชาย ดังนั้นรัฐบาลเพื่อไทยก็เลยต้องใช้วิธีหลบๆซ่อนๆอยู่ว่าจะต้องรื้อตรงนั้นตรงนี้ ทั้งหมดเพื่อปลดล็อค 309 ล้มคดีให้พ.ต.ท.ทักษิณ”นายอภิสิทธิ์ ย้ำ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ขอความร่วมมือคนไทยทั้งประเทศ หยุดความล้มเหลวทางการเมือง ด้วยการล้มประชามติแก้รัฐธรรมนูญปี 50 ชี้ นายกฯ หวังลบมาตรา 309 เพื่อล้มสารพัดคดี “ทักษิณ” พี่ชายนักโทษ เสมือนปฏิวัติประชาชนไม่เสียเลือดเนื้อ พิสูจน์กฎหมายยิ่งใหญ่กว่าเงิน-อำนาจรัฐ ยืนยันไม่หวั่นดีเอสไอตั้งข้อหาฆาตกร พร้อม “สุเทพ” ลั่นยอมตายเพื่อรักษาระบบ เชื่อตายหนึ่งเกิดแสน

ข่าวบีบีซี – ทหารยิงประชาชนกันชัดๆ

ทหารบุกเข้าสลายการชุมนุมที่ราชปสงค์ ยิงไม่ยั้งเลย

ผู้ชุมนุมนับพันเคลื่อนเข้าวัดปทุม โดนยิงคาประตูวัด

17 พ.ค. 2010

ภาพข่าวจากบีบีซี วันที่ช่วง 14-17 พ.ค. เป็นเหตุการณ์การยิงประชาชนจนล้มลงด้วยอาวุธปืนร้ายแรง
คนเสื้อแดง นปช และประชาชนทั่วไป ถูกทหารทำร้ายถึงชีวิต

ปชชไทยรุมขอแบบฟอร์มถอดถอนตุลาการศาลรธน.

 2 มิ.ย. 2012

ประชาชนต่างรุมยื้อแย่งขอแบบฟอร์มถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกันอย่างหนาแน่น บริเวณงานครบรอบ 5 ปี “ความจริงวันนี้” ณ อิมแพค เมืองทองธานี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2555

ปี2555 “จรัญ”ชี้สภาลงมติแก้รธน.วาระ3ผิด

เผยแพร่เมื่อ 13 ก.ค. 2012

“นายจรัญ ภักดีธนากุล”ชี้สภาลงมติแก้รธน.วาระ 3 แม้ศาลไม่ห้ามแต่ผิด ม.291 ชัด วันนี้ (13 ก.ค.55) นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวภายหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยคดีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า รัฐสภาจะสามารถลงมติในวาระที่ 3 ต่อได้หรือไม่ ว่า เท่าที่ฟังคำวินิจฉัยศาลไม่ได้ห้ามไม่ให้กระทำแต่คำวินิจฉัยในประเด็นที่ 2 บอกชัดแล้วว่า การกระทำอย่างนี้ไม่ถูกต้องตามมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญนี้ เนื่องจากรัฐสภาต้องเป็นผู้แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง จะมอบให้องค์กรอื่นที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐสภา เป็นผู้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับหรือยกเลิกไม่ได้ เพราะอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของปวงชนชาวไทยเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริงใช่ของคนกล­ุ่มใดกลุ่มหนึ่ง การจะทำโดยสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาก็ต้องถามประชาชน เพื่อให้ได้รับฉันทานุมัติของประชาชนก่อน ดังนั้น ถ้าทำไปหากฟังให้ดีในคำวินิจฉัยในประเด็นที่ 3 ที่ว่าฝ่าฝืนมาตรา 68 วรรคหนึ่งหรือยัง ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า การกระทำดังกล่าวยังห่างไกล เพราะกระบวนการยังไม่เข้าสู่ที่จะนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง

Abhisit Vejjajiva ลงมติแก้รธน.วาระ 3 -ธ.ค 2555

a1

(16 ธ.ค.) เมื่อเวลา 16.40 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์ จดหมายเปิดผนึกจากใจ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “ถึงคนไทยทั้งประเทศ  ลงในเฟซบุ๊ก Abhisit Vejjajiva ระบุว่า ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณประชาชนจำนวนมากที่แสดงความห่วงใยต่อตัวผม และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เกี่ยวกับความพยายามของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ใช้อำนาจบิดเบือน ยัดเยียดข้อกล่าวหาให้กับผมและคุณสุเทพว่าเป็น “ฆาตกร” ขอให้ทุกท่านสบายใจว่าเราทั้งสองไม่หวั่นไหวและจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความจริงว่า สิ่งที่รัฐบาลผมได้ดำเนินการทั้งหมดในช่วงที่มีการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและมีกองกำลังติดอาวุธแฝงอยู่นั้น ไม่ได้มีคำสั่งใดเป็นใบอนุญาตให้ฆ่าประชาชน ตรงกันข้าม เราบริหารสถานการณ์ด้วยความอดทนอดกลั้นยึดประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้งและพยายามสุดความสามารถที่จะมิให้เกิดความสูญเสีย

หากศาลจะตัดสินให้ประหารชีวิตผม และคุณสุเทพ จากคดีนี้ เราก็พร้อมที่จะน้อมรับ เพราะเราเป็นนักการเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน ได้รับการบ่มเพาะจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ยอมตายเพื่อรักษาระบบ โดยไม่มีวันยอมทำลายระบบเพื่อรักษาตัวเอง อันเป็นวิสัยของคนเห็นแก่ตัวที่เข้ามาแสวงประโยชน์จากการเมือง ไม่ใช่ของนักการเมืองมืออาชีพที่ต้องเสียสละตัวเองเพื่อพี่น้องประชาชน

ความรับผิดชอบทางการเมืองต่อเหตุการณ์ปี 2552-2553 เป็นหน้าที่ของพวกผม เราจะไม่มีการปลุกมวลชนเพื่อมาปกป้องตัวเอง แต่จะเป็นแบบอย่างให้คนไทยได้เห็นว่านักการเมืองไม่ได้เลวทั้งหมด และผมกับคุณสุเทพขอเป็นตัวอย่างในการยกระดับมาตรฐานการเมืองไทยให้เห็นชัดเจนจากกรณีนี้

พี่น้องจึงไม่ต้องเป็นห่วงผมหรือคุณสุเทพ ผมเชื่อว่า หากเราสองคนจะมีอันเป็นไป แต่อุดมการณ์ของพรรคจะได้รับการสานต่อจากคนรุ่นใหม่ เสมือนกับคำที่ว่าตายหนึ่งเกิดแสน และพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีวันตาย เพราะเราไม่เคยทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน

แต่สิ่งสำคัญที่ผมต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนให้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศนี้ไปข้างหน้าอย่างสันติวิธี คือการช่วยกันหยุดความล้มเหลวทางการเมือง ซึ่งลำพังผมและพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถที่จะดำเนินการให้ประสบความสำเร็จได้

การยุติความล้มเหลวทางการเมืองโดยประชาชน เป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะช่วยให้ประเทศของเราก้าวข้ามอุปสรรคที่ขวางทางบ้านเมืองมานานหลายปีไม่ให้เดินไปข้างหน้า นั่นคือ ความต้องการอยู่เหนือกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ด้วยการร่วมกันล้มประชามติที่นายกฯ ผู้เป็นน้องสาวกำลังจะทำเพื่อรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หวังลบมาตรา 309 เพื่อล้มคดีทั้งหลายของพี่ชายนักโทษ

หากพี่น้องทำสำเร็จก็จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองไทย เปรียบเสมือนการปฏิวัติโดยประชาชนตามระบบที่ไม่เสี่ยงต่อการเสียเลือดเนื้อ เพื่อยืนยันว่า ประชาชนและกฎหมายยิ่งใหญ่กว่าอำนาจเงินและอำนาจรัฐ

ผมและพรรคประชาธิปัตย์จะยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องประชาชนเพื่อนำบ้านเมืองไปข้างหน้า หลังจากที่เราติดหล่มผลประโยชน์ของคนๆ เดียว จนบ้านเมืองเสียหายมานานหลายปี

มาร่วมกันคว่ำประชามติแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนักโทษ ก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ นำพาประเทศเดินไปข้างหน้า ผมและพรรคประชาธิปัตย์พร้อมร่วมสุขทุกข์กับพี่น้อง เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสอย่างราบรื่น ไร้ความรุนแรง เพื่ออนาคตที่มั่นคงของประเทศของเราสืบไป

av1

บทสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดย BBC ในรายการ Hard Talk กับสถานการณ์ในประเทศไทย  

 “ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกว่ารัฐบาลไม่ควรยอมต่อกลยุทธ์ของพวกก่อการร้าย และควรจะมีการเจรจาในระยะเวลาที่เหมาะสม มันชัดเจนว่าการที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งเร็วเกินไปนั้นอันตรายยิ่ง ด้วยตอนนี้มีการเคลื่อนไหวที่มีเป้าประสงค์ที่แตกต่างและ ความกดดันที่รุนแรง การเลือกตั้งอาจจะก่อให้เกิดความรุนแรง และทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาใดๆได้เลย…”  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

ถอดเทป และคำแปล บทสัมภาษณ์ที่ BBC สัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อคืนนี้ในรายการ Hard Talk 

BBC : … (can not catch up the beginning of the conversation – Translator) .. If it is going to restore some kind of stability and put an end to the hypothesis that happen to Thailand now.

BBC : (รับฟังช่วงต้นของการสัมภาษณ์ได้ ไม่ชัดค่ะ) … หากมันจะช่วยนำความมั่นคงและทำให้สาเหตุของความขัด แย้งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยสิ้นสุดลง

PM Abhisit : Well, because the rest of the public feels that the government should not giving intimidation and terrorist’s tactics  and that they think we should discuss in reasonable timeframe. There is a clear threat if we hold the election too soon. With move that is high in term of deviation and in term of tension that election could turn violent and then would solve nothing that would be back into vigorous cycle of demonstration which is why it is better to go into the open discussion what need to be done before the election should be held so that the election is held for the benefit of the whole country and not for a particular group of people.

นายกอภิสิทธิ์ : ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกว่ารัฐบาลไม่ควรยอมต่อกลยุทธ์ของพวกก่อการร้าย และควรจะมีการเจรจาในระยะเวลาที่เหมาะสม มันชัดเจนว่าการที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งเร็วเกินไปนั้นอันตรายยิ่ง ด้วยตอนนี้มีการเคลื่อนไหวที่มีเป้าประสงค์ที่แตกต่างและ ความกดดันที่รุนแรง การเลือกตั้งอาจจะก่อให้เกิดความรุนแรง และทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาใดๆได้เลย แล้วเราก็กลับเข้าไปในวังวนของรวมตัวกันก่อการประท้วงอีก ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่จะเจรจา โดยเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องต่างๆที่ต้องทำก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ครั้งใหม่ เพื่อให้การเลือกตั้งมีผลดีต่อประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

BBC : Ok, so it is necessary and clear that your red line is no election before December.

BBc : เอาละ ท่านบอกว่ามันจำเป็น และค่อนข้างชัดเจนว่าท่านจะไม่ให้มีการเลือกตั้งก่อนเดือนธันวาคม

PM Abhisit : I did not say that. I said that there are a number of tasks needed to be completed. I am open to discussion about how long that process would take. I am saying that the election should not longer than 9 months. I am open to discussion with various groups in society. I think the rest of the population, the rest of the electors  are also demand that their voices should be heard. A lot of them say I should stay the full term, a lot of them say there should be a reasonable timeframe but not that within 15 days or 30 days. I think everybody should have a voice and have a saying and not those who threaten violence.

นายกอภิสิทธิ์ : ผมไม่ได้พูดอย่างนั้น ผมพูดว่ามีสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จหลายอย่าง ผมเปิดเสมอสำหรับการเจรจาเกี่ยวกับเรื่องที่ว่ากระบวนการที่ว่า จะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่จึงจะเสร็จ ผมพูดว่า การจัดให้มีการเลือกตั้งไม่น่าจะเกินไปกว่าภายใน 9 เดือน  ผมเปิดเสมอสำหรับการพูดคุยกับกลุ่มต่างๆในสังคม ผมคิดว่าประชาชนที่เหลือ ประชาชนที่เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง มีความต้องการให้เราฟังความคิดเห็นของพวกเขาเช่นกัน มีคนมากมายที่พูดว่าผมควรจะอยู่ในตำแหน่งให้ครบเทอม ในขณะที่อีกหลายคนพูดว่ามันน่าจะมีระยะเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ในเวลา 15 วัน หรือ 30วัน  ผมคิดว่า ทุกคนควรจะมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น และไม่ใช่ผู้ที่ข่มขู่จะใช้ความรุนแรง

BBC : And you know what is feeling the grievance. There are those who are your political opponents who are saying you yourself, Abhisit Vejjachewa, never won an election. You took office in December 2008, elected by parliament because constitution of court did not allow the Thaksin party to run it any way and you need your own mandate. You have no higher vote mandate and that what people don’t like. You take government assisted by a Military Coupe and that does not look good.

BBC : ท่านรู้ว่ามีความสูญเสีย มีผู้ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกับท่านพูดว่า คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณไม่เคยชนะการเลือกตั้งเลยสักครั้ง ท่านเข้ามาบริหารประเทศในเดือนธันวาคม ปี 2008 ที่ถึงแม้จะได้รับการลงคะแนนโดยสภาผู้แทนราษฎร  นั่นก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญของประเทศไม่อนุญาต ให้พรรคการเมืองของคุณทักษิณเข้ามาบริหารประเทศ และท่านต้องการอำนาจ เพราะว่าพรรคการเมืองของท่านไม่ได้รับอำนาจ โดยการมีคะแนนเสียงข้างมากในรัฐสภา และนั่นเองเป็นสิ่งที่ผู้คนไม่ชอบใจ ท่านเข้ามาบริหารประเทศโดยการช่วยเหลือของคณะปฏิวัติรัฐประหาร โดยทหาร และนั่นทำให้ภาพลักษณ์แย่

PM Abhisit : It is not a Military Coup that installed this government. We had an election …

นายกอภิสิทธิ์ ไม่ใข่คณะปฏิวัติที่แต่งตั้งรัฐบาลของผม เรามีการเลือกตั้ง ..

BBC : (Just interrupted in the middle of PM’s answer) As a benefit I said. Sorry Prime minister, Thaksin Shinnawat was removed in September 2006 by the military and you are the direct beneficiary of that because you take the power without an election and people don’t like that.

BBC : (พูดทะลุกลางปล้องขึ้นมาทันทีระหว่างที่นายกรัฐมนตรีกำลังตอบคำถาม ..) ดิฉันพูดว่าเป็นการได้ประโยชน์ ขอโทษค่ะท่านนายกรัฐมนตรี คุณทักษิณ ถูกโค่นล้มอำนาจในเดือนกันยายน ปี 2006  โดยคณะปฏิวัติ และท่านเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการนั้น เพราะท่านเข้ามามีอำนาจ โดยปราศจากการเลือกตั้ง และประชาชนก็ไม่ชอบวิธีการนี้

PM Abhisit : That is not right. That is not right. Thaksin was removed from power, in fact he was only an active Prime Minister because the election was going to be held. And then after the coupe, they had a reference them on the new constitution, a reference them part that constitution. We had fresh election. It returned a parliament that was a house parliament, where actually arguably.  You can argue that Thanksin’s party actually took some of the minor parties who during the election campaign as people who defected from that party.

นายกอภิสิทธิ์ : นั่นไม่ถูกต้องครับ ไม่ถูกต้อง .. คุณทักษิณหมดอำนาจ อันที่จริงคุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจในเวลานั้น เพราะกำลังจะมีการจัดให้การเลือกตั้ง และหลังจากการเกิดการปฏิวัติ ก็มีการให้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ และส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญ เรามีการเลือกตั้งใหม่ มีรัฐสภาซึ่งได้รับการวิพากย์วิจารย์ บางคนพูดว่าพรรคการเมืองของคุณทักษิณ ที่จริงได้นำพรรคการเมืองที่มีเสียงส่วนน้อยซึ่งในช่วงระหว่างที่ มีการเลือกตั้งเป็นผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติครบถ้วน

BBC : (Just interrupted in the middle of PM’s answer again) You never won an election …

BBC : (พูดแทรกขึ้นมาอีกระหว่างที่ท่านนายก รัฐมนตรีกำลังตอบคำถาม ..) ท่านไม่เคย ชนะการเลือกตั้ง ..

PM Abhisit : I have been elected 7 times as an MP. A few more times that Mr. Thaksin himself and I have not missed a single time that had been tested before in all election that was fair.  We both won the election same as all other parties. It was a house parliament that put together majority. But the party that had the biggest number of vote was involved in election fraud and therefore, they were punished by law, laws and rules that they are aware of when they actually decided to take part of the election.

นายกอภิสิทธิ์ : ผมได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรถึง 7 ครั้ง และหลายครั้งที่ผมและคุณทักษิณได้รับการเลือก ตั้งเข้ามา พร้อมกับพรรคการเมืองอื่นๆในการจัดการเลือกตั้งที่ยุติธรรม ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ที่รวบรวมเสียงข้างมาก แต่พรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกเข้ามามากที่สุดมีการเกี่ยวข้องกับ การโกงการเลือกตั้ง และทำให้พวกเขาได้รับโทษตามกฎหมาย กฏหมายและกฎระเบียบที่เขารู้ดีในตอนที่ตัดสินใจลงสมัครรับการ เลือกตั้ง

BBC : (Just trying to interrupt in the middle of PM’s answer again) But you were now …

BBC : (พูดแทรกขึ้นมาอีกระหว่างที่ท่านนายก รัฐมนตรีกำลังตอบคำถาม ..) แต่ตอนนี้ ท่านกำลัง …

PM Abhisit : And then they had two chances of forming governments. It was taking the country nowhere. So therefore, there was a new vote in parliament and the majority of the parliament decided to change, decided to elect me into power. The parliament has been functioning for a year and a half. The opposition had their time of submitting the sense of motion. The motion ….

นายกอภิสิทธิ์ : พรรคการเมืองของคุณทักษิณมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลถึง 2 ครั้ง และประเทศก็ย่ำอยู่กับที่ ดังนั้นเมื่อมีการลงคะแนนในสภาผู้แทนราษฎร และเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภาต้องการความเปลี่ยนแปลง โดยการเลือกผมให้มาบริหารประเทศ และสภาก็ดำเนินงานมาได้อย่างดีในเวลา หนึ่งปีครึ่งที่ผมเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้านมีโอกาสที่จะแสดงความคิดเห็น …

BBC : (Just trying to interrupt in the middle of PM’s answer again) It was a very long. The fact is you preside over a very divided country. People don’t accept whatever reasons you are going into a very long explanation. What are you going to do from here on? As I am talking to you, Thailand top road are talking of Civil War.  We got the white shirts saying they go to now had … continuing.   What are you going to do Prime Minister?

BBC : (พูดแทรกขึ้นมาอีกระหว่างที่ท่านนายก รัฐมนตรีกำลังตอบคำถาม ..) นี่เป็นคำตอบที่ซับซ้อนและยาวเกินไป ความจริงก็คือ ท่านบริหารประเทศที่มีการ แตกแยกอย่างรุนแรง ประชาชนไม่ยอมรับเหตุผลใดๆก็ตามที่ท่านกำลังอธิบาย มาซะยืดยาว ท่านจะดำเนินการอย่างไรต่อไป? ในขณะที่ดิฉันกำลังพูดคุยกับ ท่านอยู่นี่ คนบนถนนกำลังพูดถึงการเกิดสงครามกลางเมือง เรามีคนเสื้อสีขาวที่กำลังพูดว่า เรากำลังมี .. อยู่อย่างต่อเนื่อง (ฟังไม่ถนัด – ผู้แปล) ท่านจะทำยังไงคะ ท่านนายกรัฐมนตรี?

PM Abhisit : My intention is to bring all sides to accept that we need to find some kind of political solution, one that actually take into account the views of all part of the society. And will also make sure that we can enforce the law that the demonstrators can go home. There is some kind of political solution and that the law is enforced . That is what I need to do and that is very important if Thailand is going to stay in democracy, one that based on the course of law.

นายกอภิสิทธิ์ : ผมมีความตั้งใจที่จะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับว่า เราต้องแนวทางบางอย่างในการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมือง แนวทางที่รับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนของสังคม และเป็นแนวทางที่ให้ความมั่นใจว่าสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ โดยผู้ที่ทำการประท้วงสามารถกลับบ้าน มันควรจะเป็นแนวทางที่สามารถบังคับ ใช้กฎหมายได้ และนั่นคือสิ่งที่ผมต้องดำเนินการ ด้วยว่ามันสำคัญมาก หากประเทศไทยจะก้าวต่อไปในระบอบประชาธิปไตย ประชาธิปไตยที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายของบ้านเมือง

BBC : And if you can’t. I just want to add by telling you what Professor … of Standford University, Thai Economics, says that if Abhisit chooses to be persistent,  smudged defined more violence may has to be expected and is based on expedition, Expidition election timetable and bound out perhaps by more break of law or humiliation.

BBC : และหากท่านทำไม่ได้ ดิฉันอยากจะบอกเพิ่มเติมสิ่งที่ศาสตราจารย์ …(ชื่อเหมือนคนไทย แต่ฟังไม่ชัด – ผู้แปล) แห่งมหาวิทยาลัย แสตนด์ฟอร์ด ภาควิชา เศรษฐศาสตร์ประเทศไทย กล่าวเอาไว้ว่า หากท่านดึงดันต่อไป จะเกิดเหตุรุนแรงมากขึ้น และขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่จะจัดให้ มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ด้วย อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่มีการละเมิด กฎหมายมากยิ่งขึ้นไปอีก หรือเหตุการณ์ที่น่าเสียใจ

PM Abhisit : I can say that we are trying as best we can to restore order. I don’t think it would be fair for the rest of the country if this government decides to give the approve to the threats, the violence and intimidation. We are willing to listen to legitimate agreements. We are willing to compromise but they have to be the one that will serve the interest of everybody not just for a small group of people who involve legal tactics.

นายกอภิสิทธิ์ : ผมพูดได้ว่า เรากำลังพยายามทำอย่างดีที่สุดในการที่จะนำความเป็นระบบระเบียบกลับคืนมาสู่สังคม  ผมคิดว่าคงไม่ยุติธรรมสำหรับประชาชนที่เหลือของประเทศ หากรัฐบาลตัดสินใจที่จะยอมรับการบังคับข่มขู่คุกคาม และการก่อความรุนแรง  เรายินดีที่จะให้สัญญาที่เป็นไปตามกฎหมาย เรายินดีที่จะรอมชอม แต่การรอมชอมนั้นจะต้องเป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ของ ประเทศ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มเล็กๆที่ใช้กลเม็ดด้านกฎหมาย

BBC : And Abhisit if you are true liberally that you yourself personally were an obstacle to Thailand’s recuperating against some kind of stability, would you step down when you became an obstacle and you convinced by the fact . Would you?

BBC : คุณอภิสิทธิ์ .. หากท่านตระหนักว่าตัวของท่านเอง เป็นอุปสรรคในการฟื้นฟูความมั่นคงของชาติ ท่านจะยอมลงจากอำนาจหรือไม่ ท่านจะยอมลงหากท่านตระหนักถึงข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ใช่ไหม?

PM Abhisit :Of course. I ‘ve never put my interest above the country.

นายกอภิสิทธิ์ : แน่นอนครับ ผมไม่เคยยอมให้ผลประโยชน์ส่วนตน อยู่เหนือผลประโยชน์ของประเทศชาติ

BBC : So, If as a price of restoring stability to Thailand and try to find some kind of political solution with the head of the Army General and… You would say, I will leave office. I will just step down.

BBC : ดังนั้น เพื่อความมั่นคงของประเทศไทย และเป็นความพยายามร่วมกันกับทางฝ่ายทหารที่จะหาทางออกให้กับบ้าน เมือง .. ท่านจะพูดว่า ท่านจะลาออก และลงจากอำนาจ

PM Abhisit : We are in the agreement at the moment but what we are seeing is not the purely political problems. There are security problems involved. There are terrorist elements involved and we need to tackle all these issues at the same time. And when we talk about the stability that everybody wants to achieve, it is not a short term stability waiting for the same problem to be repeated again and again. I think at the moment all sides need to take into account the views of the other side and find a reasonable solution. That’s what I am aiming for and I am sure that is what the majority of the Thai people want us to do.

นายกอภิสิทธิ์ : เรามีความเห็นร่วมกันใน ขณะนี้ว่า ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาของความขัดแย้งทางการเมืองอย่างเดียว มันมีปัญหาเรื่องความมั่นคงของประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มีประเด็นปัญหาของการก่อการร้ายเข้ามา และเรามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาทุกเรื่องไปพร้อมๆกัน และเมื่อเราพูดถึงเรื่องของความมั่นคงที่ทุกคนอยากจะได้ มันไม่ใช่ความมั่นคงเฉพาะหน้าในระยะสั้นที่รอเวลาที่จะกลับมาสู่ วังวนของปัญหาเดิมๆซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ผมคิดว่าขณะนี้ทุกฝ่ายควรจะให้ความ สำคัญกับความคิดเห็นของทุกภาคส่วนและของฝ่ายอื่นๆ แล้วหาทางออกร่วมกัน และนั่นคือสิ่งที่ผมกำลังมุ่งที่จะดำเนินการในขณะนี้ ผมมั่นใจว่านั่นคือสิ่งที่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาล ทำ

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร