12มี.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าร่วมการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 5 ณ.เวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรเข้าร่วมการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 5

12มี.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าร่วมประชุมในกรอบของความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (The Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS) ครั้งที่ 5  ณ.เวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

y-5 ACMECS (4)

เวียงจันทน์ 12 มี.ค.2556-นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางถึงเวียงจันทน์ เพื่อร่วมประชุม ACMECS ครั้งที่ 5 เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานเอ็มโอยูตั้งสภาธุรกิจไทย-กัมพูชา
นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  พร้อมคณะ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงกรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อร่วมประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (The Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS) ครั้งที่ 5 ณ กรุงเวียงจันทน์  ระหว่างวันที่ 12-13 มีนาคม 2556 จากนั้นเวลา 18.20 น. นายกรัฐมนตรีเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-กัมพูชา และหารือกับนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ก่อนร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ

y-5 ACMECS (44)

13 มี.ค.2556 เวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง จากนั้นจะเข้าพบหารือกับนายทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และร่วมประชุมระหว่างผู้นำกับภาคเอกชน รวมทั้งร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องการทำเกษตรแบบมีสัญญาระหว่างไทยกับ สปป.ลาว

y-5 ACMECS (20)

“สปปป.ลาว มีโครงการตรวจลงตราในจุดเดียวกับประเทศเวียดนามแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อการค้าและการลงทุนระหว่างกัน  และ สปป.ลาว อยากให้ประเทศสมาชิก  ACMECS นำประสบการณ์นี้มาปรับปรุง เพื่อให้เกิดการตรวจลงตราในจุดเดียวระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน แต่การดำเนินการอาจจะต้องมีการปรับปรุงกฎระเบียบร่วมกัน เพื่อให้การปฏิบัติสามารถดำเนินไปได้” นายทองสิง กล่าว

นายกรัฐมนตรีประชุมกลุ่มแอคเมคส์ (5th ACMECS)

http://www.mcot.net/site/content?id=51406d60150ba0e85d000319#.UUnjSBdmiSo

สุนทรพจน์ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในงานACMECSครังที่5ณ.กรุงเวียงจันทร์ สปป.ลาว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป้าหมายของ  ACMECS คือ การพัฒนาเศรษฐกิจ และลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างกัน โดยเฉพาะตามพื้นที่ชายแดน ซึ่งจะช่วยสร้างความสงบสุข และความกินดีอยู่ดีให้แก่ประชาชนตามแนวชายแดน ช่วยเพิ่มความเจริญทางเศรษฐกิจและลดปัญหาทางสังคม  ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยดึงดูดการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก โดยภาครัฐต้องช่วยกันทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจตระหนักว่า การริเริ่มของรัฐบาล ย่อมจะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้  ก็ต่อเมื่อภาคธุรกิจและประชาชนนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง

y-5 ACMECS (40)

“ไทยพร้อมที่จะร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือในกรอบ  ACMECS ให้เข้มข้นขึ้น  การมีชายแดนติดต่อกัน เป็นทั้งความท้าทายและเป็นโอกาส เพราะแม้ว่าจะต้องแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ได้รู้จักกันมากขึ้น และการที่เรามีความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรม ทำให้เราสามารถพัฒนาความร่วมมือได้ในหลายสาขา” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยสนับสนุนงบประมาณ 15,000 ล้านบาท หรือ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และความร่วมมือในกรอบ  ACMECS สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลไทย  ดังนั้น จึงยืนยันที่จะให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการใหม่ ๆ เพื่อขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในประเทศสมาชิก  และว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่มุ่งปรับปรุงระบบการขนส่งทางถนน น้ำ และด่านการค้า คาดว่าจะทำให้เกิดการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น 45,000 ล้านบาท หรือ 1,5000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

y-5 ACMECS (27)

“การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจชายแดน เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ที่ประเทศในกลุ่ม   ACMECS ต้องผลักดัน เพื่อให้เป็นฐานการผลิตร่วมกัน ซึ่งขณะนี้ไทยและกัมพูชาได้เริ่มหารือในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมกันแล้ว และหวังว่าจะได้มีการหารือกับเมียนมาร์ และ สปป.ลาวด้วย”  น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นอีกสาขาหนึ่งที่ไทยให้ความสำคัญ ไทยเชื่อว่าการสนับสนุนทางการศึกษาและการฝึกอบรม จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศสมาชิก ไปสู่เป้าหมายของการหลุดพ้นจากความยากจน ตามเป้าหมายสหัสวรรษ และเพื่อเป็นการเตรียมตัวไปสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมีคุณภาพ

“รัฐบาลไทยจะให้ทุนการฝึกอบรมจำนวน 200 ทุน ในสาขาต่าง ๆ  รวมทั้งสาธารณสุขและการเกษตร ในระยะเวลา 2 ปีที่จะถึงนี้ โดยประเทศสมาชิกต้องยืนยันเจตนารมณ์ของกรอบความร่วมมือ  ACMECS  ในการนำความเจริญก้าวหน้าและความกินดีอยู่ดีมาสู่พื้นที่ชายแดน ต้องร่วมกันทำให้ชายแดนมีความมั่งคั่งและมั่นคง เพราะความมั่งคั่งและมั่นคงของพี่น้องตามแนวชายแดน คือ ความมั่งมีศรีสุขของพวกเราประเทศสมาชิก  ACMECS” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

y-5 ACMECS (49)

การหารือถึงการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาร์

นายกรัฐมนตรีได้หารือกับนายสาย หมอกคำ  รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าในประเด็นที่มีการหารือกันไว้ และแสดงความพร้อมในการดำเนินการตามความร่วมมือต่างๆ โดยนายสุรนันทน์  เวชชาชีวะ เปิดเผยถึงประเด็นหารือสำคัญ ดังนี้

การหารือถึงการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาร์ ซึ่งเป็นสาขาหลักภายใต้บันทึกความเข้าใจเพื่อพัฒนาในเมียนมาร์ โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องให้มีการค้าชายแดนมากขึ้นในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เช่น แม่ฮ่องสอน รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในเรื่องโลติสติกส์ และการข้ามแดน เช่น การจัดให้มี One Visa, One Stop ที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมาร์

ส่วนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องให้เดินหน้าการดำเนินการพัฒนาโครงการต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และการสร้างถนนเชื่อมต่อ เพื่อให้ทันต่อการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 สำหรับปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย ไทยและเมียนมาร์จะร่วมกันหาแนวทางการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และในชั้นนี้ไทยผ่อนผันการขึ้นทะเบียนแรงงานเมียนมาร์ไปอีก 120 วัน นับแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2555

y-5 ACMECS (12)

ข้อหารือกับประเทศไทย-เหมียนม่าร์ เพื่อติดตามผลความก้าวหน้าความร่วมมือกันในโครงการต่างๆๆระหว่างประเทศไทย-เหมียนม่าร์โดยนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้พบปะหารือกับนายเหวียน เติ๊น สุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ไทย-เวียดนามยังมีกลไกสำคัญสำหรับขับเคลื่อนความสัมพันธ์อยู่หลายกลไก เช่น การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (JTC) การประชุม Joint Working Group on Political and Security Cooperation (JWG on PSC) และการประชุม Political Consultation Group (PCG) เร่งผลักดันความร่วมมือสำคัญต่างๆ ทั้งในด้าน การเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน สังคม และวัฒนธรรม โดยรัฐบาลเวียดนามได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลไทยที่เอาใจใส่สร้างความสมัพันธ์และผลักดันให้มีการปฏิบัติตามแนวนโยบายที่เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

y-5 ACMECS (15)

ความร่วมมือระหว่างประเทศไทย-เวียดนาม

โดยทั้งสองประเทศจะส่งเสริมให้นักลงทุนประเทศไทยขยายการลงทุนในประเทศเวียดนาม และได้ใช้ประโยชน์จากเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก โดยการนำแผนปฏิบัติการสภาธุรกิจ ไทย-เวียดนาม มาใช้ให้ได้ผลดีในความร่วมมือกันทางด้านการค้ายางพารา ข้าว และการท่องเที่ยว ส่วนปัญหาทะเลจีนใต้จะร่วมกันผลักดัน DOC ให้เป็น COC  เพื่อการแก้ปัญหาในทางสันติ และเพื่อความมั่นคงของภูมิภาค   โดยในปีนี้ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสำคัญ 2 โอกาส คือ การประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-เวียดนาม ครั้งที่ 3 และ การประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ที่เชียงใหม่ และเชิญให้เวียดนามร่วมประชุม ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบรับยินดีเข้าร่วมการประชุมทั้งสองโอกาส  นี้ด้วย

y-5 ACMECS (39)

ความก้าวหน้าระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา คือการได้ร่วมลงนาม(MoU) การจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-กัมพูชา

ซึ่งสภาธุรกิจการเงินการคลังนี้ ได้ก่อตั้งขึ้นระหว่างประเทศไทย-เวียดนามและก่อให้เกิดความมั่นคงทางการค้า การลงทุนอันแน่นแฟ้นเป็นฐานความมั่นคงทางเศษฐกิจเชื่อมโยงกับผู้สนับสนุนทางด้านความมั่นคงทางการค้าการลงทุนและเศาบกิจอาเซียน ผลักดันให้สำเร็จเป็นไปตามนโยบายที่ผู้ร่วมลงทุน ซึ่งมีการขับเคลื่อนนทั้งในระดับอาเซียน+3,อาเซียน+6 และกลุ่มยุโรป อย่างก้าวหน้าและลงมือก่อร่างสร้างความเจรฺญในภูมิภาคไม่หยุดยั้ง อย่างอาจหาญและมั่นคงยิ่งๆๆขึ้นไป

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร