20-22ธ.ค2556.นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพร้อมคณะเยีอนอินเดีย-บังคลาเทศ

20-22ธ.ค2556.นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพร้อมคณะเยีอนอินเดีย-บังคลาเทศ

y-india20-12 dec 2012 (1)

ภารกิจวันที่20มี.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยื่งลักษณ์ ชินวัตรได้เดินทางไปยังเมืองคยาโดยเดินทางต่อไปยังวัดเนรัญชราวาส เพื่อเยี่ยมชมและร่วมพิธีทางศาสนา ก่อนเดินทางต่อไปยังพระมหาเจดีย์พุทธคยา เพื่อสักการะพระพุทธเมตตาและต้นพระศรีมหาโพธิ์

ในโอกาสนี้ หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล นำสวดมนต์บริเวณหน้าแท่นวัชรอาสน์ และเดินทางต่อไปยังวัดป่าพุทธคยา เพื่อนมัสการพระโพธินันทมุนี และเดินทางต่อไปยังวัดไทยพุทธคยา ซึ่งมีพระราชรัตนรังสี หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล เป็นเจ้าอาวาส โดยนายกรัฐมนตรีจะร่วมเป็นประธานในพิธีเริ่มโครงการก่อสร้างกุฎิกรรมฐานและนายกรัฐมนตรีได้พบปะพูดคุยกับศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่เดินทางมาสักการะสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาด้วย ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมแนวทางขยายการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างไทยและอินเดีย

y-india20-12 dec 2012 (4)

ภายหลังเสร็จสิ้นการสักการะสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาแล้วนายกรัฐมนตรีและคณะได้ออกเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานทหารปาลาม (Palam)กรุงนิวเดลี และได้เดินทางต่อไปยัง โรงแรมLeela Palace เพื่อเตรียมตัวในการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดียสมัยพิเศษในช่วงเวลาบ่ายและร่วมงานอาหารค่ำเพื่อเป้นเกียรติและแสดงการต้อนรับผู้นำอาเซียน ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความรักและอบอุ่นเต็มไปด้วยมิตรภาพอันแน่นแฟ้น โดยมีนาย ประนาบ มุกเคอร์จี(Shri Pranab Mukherjee) ประธานาธิบดีอินเดีย เป็นเจ้าภาพ

y-india20-12 dec 2012 (2)

President of India Mr. Pranab Mukherjee welcomedThaiPM Yingluck Shinawatra and ASEAN leaders In a reception Gala dinner to honor leaders.

y-india20-12 dec 2012 (5)

ร่วมพิธีรับรถ ASEAN-India Car Rally ณ Vigyan Bhawan

วันนี้ (21 ธ.ค.) 2556กรุงนิวเดลี นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้กล่าวถึงการเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-อินเดีย ประเด็นใหญ่ที่ที่ประชุมทบทวนคือเรื่องเขตการค้าเสรี (FTA) ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มพูนการค้า งานบริการต่างๆ ให้มากขึ้น และความชัดเจนเรื่องการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานระหว่างไทย สหภาพเมียนมาร์ และอินเดีย ที่จะทำให้เกิดเส้นทางต่างๆ และโอกาสมากขึ้น ทั้งทางบกคือด้านเขตพัฒนาพิเศษและท่าเรือน้ำลึกทวาย ส่วนทางทะเลด้านท่าเรือด้านเจนไนและแหลมฉบัง

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากความสำเร็จข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย นอกจากการเชื่อมต่อด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ยังจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในระดับประชาชนด้านวัฒนธรรม การค้า กฎหมาย ปัญหาอุปสรรคทางการค้าต่างๆ ด้วย เพื่อให้ได้รับการแก้ไขและบรรลุตามข้อตกลงต่าง ๆ

ที่รัฐบาลวางเป้าหมายการลงทุนไว้จำนวน 2 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะด้านการเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มอาเซียน โดยจะออกเป็นพระราชบัญญัติ เพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแล้ว นโยบายและความร่วมมือที่ตกลงกันไว้จะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ถูกตัดทอน และเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง FTA จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

19.30 น.iนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ร่วมหารือกับภาคเอกชนและนักธุรกิจ ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย (BOI) และสมาคมหอการค้าและอุตสาหกรรมบังกลาเทศ (FBCCI) ณ โรงแรมเรดิสัน

นายกรัฐมนตรี เสนอให้ภาคเอกชนตั้งคณะทำงานติดตามผลและโยชน์เรื่อง FTA พร้อมเตรียมออกพระราชบัญญัติการลงทุน เพื่อให้การดำเนินนโยบายการลงทุนมีความต่อเนื่อง แม้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการจัดพื้นที่ทางการเกษตร (เกษตรโซนนิ่ง) ซึ่งหลายกลุ่มสินค้าสามารถทำรายได้สูงสุดเข้าประเทศ จึงต้องปรับให้สอดคล้องกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศของไทย อีกทั้งในปี 2013 เป็นปีที่รัฐต้องพูดคุยกับเอกชนมากขึ้น เพราะเป็นปีแห่งการพัฒนาภาคเอกชน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะนำไปขยายผลต่อไป และถือเป็นโอกาสในการยกระดับการแข่งขัน ยกระดับรายได้ ทำให้ต้นทุนต่างๆ ลดลง โดยเฉพาะความได้เปรียบทางด้านภาษี เพราะอินเดียมีผู้ชำนาญทางด้านต่างๆ ทั้งการแพทย์ ภาษา สามารถแลกเปลี่ยนกันได้

y-bt

20-21ธ.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนประเทศ บังคลาเทศ

การเยือนประเทศบังคลาเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไทยในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศเพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-บังกลาเทศ ครบรอบ 40 ปี โดยคณะของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษร์ ชินวัตรได้เดินทางถึงกรุงธากา เมื่อเวลา 17.30 น.ของวันที่20ธ.ค2556 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง โดยมีนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ รอให้การต้อนรับที่ท่าอากาศยานนานาชาติ Hazrat Shahjalal กรุงธากา จากนั้นเดินทางต่อมายังโรงแรม Pan Pacific Sonargaon ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก

ภายหลังพิธีต้อนรับ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังโรงแรม Pan Pacific Sonargaon โรงแรมที่พัก และในเวลา 18.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้นางดีปู โมนี (Dipu Moni) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบังกลาเทศ เข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อแสดงความยินดีต่อการดำรงตำแหน่งผู้นำสตรีคนแรกของไทย ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศเป็นผู้สนับสนุนการมีบทบาทและความเคลื่อนไหวทางการเมืองของสตรีบังกลาเทศ

22ธ.ค2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักาณ์ ชินวัตรได้เข้าร่วมการหารือแบบเต็มคณะกับนางเชค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ  โดยประเทศไทยและประเทศบังกลาเทศเห็นพ้องร่วมกันที่จะให้ความร่วมมือกันในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจให้รอบด้าน ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าให้เป็นสองเท่าในปี 2559 พร้อมทั้งการเชื่อมโยงกันทั้งทางบกและทะเล

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้กล่าวแสดงความยินดีในการมาเยือนประเทศบังคลาเทศในครั้งนี้ในโอกาสครบรอบ  ความสัมพันธ์ไทย-บังกลาเทศ40 ปี เพื่อมาแสดงความจริงใจและเน้นย้ำว่าบังกลาเทศก็เป็นมิตรประเทศที่สำคัญของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ แห่งนี้  และขอเเสดงเจตจำนงว่าทั้ง 2 ประเทศควรจะได้รับการพัฒนาร่วมมือกันในทุกระดับทั้งระดับทวิภาคี ซึ่งจะมีการขยายความร่วมมือกันในแบบเฉพาะทาง ทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความเชื่อมโยง (Connectivity) กันในส่วนระดับภูมิภาค ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเป็นประเทศที่จะประสานความร่วมมือในกรอบความร่วมมือกันในด้านต่างๆ เช่น สหประชาชาติ กรอบความร่วมมือทางวิชาการและเศรษฐกิจระหว่าง 7 ประเทศในอ่าวเบงกอล (BIMSTEC) กรอบความร่วมมือเอเชีย (ACD) และการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum-ARF).

โดยไทยและบังกลาเทศเห็นตรงกันที่จะขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าระหว่างกันอีกสองเท่าตัว ภายในปี 2559 รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างภาคเอกชนทั้ง 2 ฝ่าย และรื้อฟื้นกลไกการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย – บังกลาเทศ หรือ JTC (Thai – Bangladesh Joint Trade Committee) ที่มีอยู่แล้ว จะมีความร่วมมือด้านเกษตร ประมง แรงงาน และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการตั้งคณะทำงานดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ และเห็นพ้องจะขยายระยะเวลาการซื้อข้าวจากไทย โดยรัฐบาลบังกลาเทศจะซื้อข้าวจากรัฐบาลไทย ตามที่ได้ลงนามไว้ในบันทึกความเข้าใจ (MOU)จากเดิมที่จะหมดระยะเวลาในปี 2556 ออกไปอีก 3 ปี โดยบังกลาเทศจะซื้อข้าวจากไทยไม่เกินปีละ 1 ล้านตัน

ส่วนความร่วมมืิอด้านการเชื่อมโยง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างไทย-บังกลาเทศ ทางถนน และการเชื่อมโยงทางทะเล ผ่านท่าเรือจิตตะกอง ท่าเรือทวาย และท่าเรือระนอง เนื่องจากท่าเรือระนองของไทยมีศักยภาพในการขนถ่ายสินค้า และสามารถเป็นประตูการค้าแห่งใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวทางการค้าระหว่างบังกลาเทศและไทยได้

สำหรับประเด็นเรื่องข้าว รัฐบาลบังกลาเทศได้แสดงความสนใจที่จะซื้อข้าวจากไทย ตามที่ฝ่ายไทยเสนอ ซึ่งเป็นไปตามที่ได้ลงนามไว้ในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งรัฐบาลไทยตกลงที่จะขายข้าวและรัฐบาลบังกลาเทศตกลงที่จะซื้อข้าวไม่เกินปีละ 1 ล้านตัน เป็นเวลา 3 ปี (2554-2556) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะขยายอายุของ MOU ดังกล่าวไปอีก 3 ปี

ด้านการท่องเที่ยว บังกลาเทศชื่นชมความสำเร็จและประสงค์ที่จะร่วมมือกับไทยในด้านนี้มากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Medical Tourism และไทยยินดีให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการในการศึกษาเชิงลึก เพื่อพัฒนาภาคการท่องเที่ยวในบังกลาเทศ อีกทั้งประเทศไทยจะพิจารณาแสวงหาโอกาสด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการในบังกลาเทศ

ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายพอใจความร่วมมือด้านการทหารระหว่างสองประเทศ อาทิ ความร่วมมือด้านการฝึกร่วม Cobra Gold อย่างไรก็ตาม ผู้นำทั้งสองเห็นว่าเพื่อรับมือกับภัยคุกคามข้ามชาติในปัจจุบัน ทั้งสองประเทศตกลงให้ส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีด้านการข่าว เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ อาวุธ ยาเสพติต และการก่อการร้าย

สำหรับความช่วยเหลือทางวิชาการ ไทยยืนยันความต่อเนื่องของความช่วยเหลือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเสนอให้ทุนการศึกษาจำนวน 40 ทุนแก่นักศึกษาบังกลาเทศในระดับปริญญาโทในประเทศไทย เพื่อฉลองโอกาสครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

สำหรับความร่วมมือในกรอบภูมิภาคและระหว่างประเทศ ผู้นำไทยและบังกลาเทศพอใจการร่วมมืออย่างใกล้ชิดในกรอบความร่วมมือภูมิภาค และในองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ อาทิ UN ACD ARF ASEM และยินดีที่บังกลาเทศสนใจที่จะยกระดับเป็นประเทศคู่เจรจาอาเซียน และเข้าร่วม East-West Economic Corridor และความร่วมมือแม่โขง-คงคา (Mekong-Ganges Cooperation)

นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองยังย้ำถึงบทบาทสำคัญของ BIMSTEC ในการกระชับความร่วมมือในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งความสำคัญของความตกลงเขตการค้าเสรี BIMSTEC ซึ่งต่างต้องการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนของบังกลาเทศเกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในกรอบองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ขณะเดียวกันผู้นำสตรีทั้งสองยังได้แสดงพันธะต่อการส่งเสริมศักยภาพสตรี การพัฒนา และสวัสดิภาพโดยรวมของสตรีในสังคม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แสดงความชื่นชมที่คณะรัฐมนตรีของบังกลาเทศส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ และมีสตรีถึง 5 คน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียินดีกับความคิดริเริ่มของนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศที่จะจัดการประชุมผู้นำสตรีในปี 2556

y-bt (2)

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางการเกษตร และการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและบังกลาเทศ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรม Pan Pacific ซึ่งเป็นโรงแรมที่พักของนายกรัฐมนตรี

น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยผลการหารือกับนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ว่าทั้งสองประเทศเห็นพ้องความร่วมมือด้านการประมง การเกษตร การเชื่อมต่อเส้นทางระนอง ทวายและจิตตะกอง ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เนื่องจากในแต่ละปีชาวบังกลาเทศได้มาพักรักษาตัวในประเทศไทยจำนวนมาก จึงจะแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ การแพทย์และเภสัชศาสตร์ โดยจะตั้งคณะทำงานดำเนินการในรายละเอียดเรื่องนี้โดยเฉพาะ และทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องความร่วมมือ ด้านการค้า การลงทุน โดยจะร่วมกันลดปัญหาและอุปสรรคที่มีต่อการลงทุน ความร่วมมือด้านแรงงาน ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนในอนาคต

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและบังกลาเทศเห็นพ้องขยายระยะเวลาการซื้อข้าวจากไทยตามที่ลงนามในบันทึกความเข้าใจออกไปอีก 3 ปี โดยบังกลาเทศจะซื้อข้าวจากไทยปีละไม่เกิน 1 ล้านตัน

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีไทยและบังกลาเทศ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางการเกษตร และการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและบังกลาเทศด้วย

ภายหลังงานเลี้ยงอาหารกลางวัน เวลา 16.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติ Hazrat Shahjalal เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย และจะมาถึงยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 19.35 น.

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร