25-27ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนสาธารณรัฐเกาหลีใต้-เขตปกครองพิเศษฮ่องกง

y-k2013

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อ ในการเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี  นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ย้ำความร่วมมือพัฒนาบทบาทสตรีในภูมิภาค และประธานาธิบดีเกาหลีใต้ สนใจในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-รถไฟความเร็วสูง และได้เรียนเชิญให้ปธสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ปัก กึน ฮเย เข้าร่วมประชุม “วอเตอร์ ซัมมิต”ที่จะมีขึ้นณ.ประเทศไทยใน เดือน พ.ค2556

25 ก.พ2556นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรเดินทางจากโรงแรมที่พักไปยังอาคารรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีคนที่ 11 ของ น.ส.ปัก กึน ฮเย ซึ่งพิธีจัดขึ้นบริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภาอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้นำและตัวแทนผู้นำจากหลายประเทศเข้าร่วม ทั้งนี้ ฝ่ายรัฐพิธีเกาหลีจัดให้นายกรัฐมนตรีของไทยนั่งบนเวทีอยู่ด้านหลังของ น.ส.ปัก กึน-ฮเย

y-k

นอกจากนี้ยังมีคณะของไทยเข้าร่วมด้วย ประกอบด้วย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายก

รัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข และนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล เข้าร่วมในพิธีด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีจะร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม Lotte Hotel Seoul ซึ่งนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล เป็นเจ้าภาพ และเวลาประมาณ 14.20 น. นายกรัฐมนตรีจะหารือทวิภาคีกับ น.ส.ปัก กึน-ฮเย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีคนใหม่ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี

น.ส.ปัก กึน-ฮเย ได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 ถือเป็นประธานาธิบดีหญิง คนแรกของสาธารณรัฐเกาหลี โดยได้รับคะแนนร้อยละ 51 หรือผลคะแนนรวม 14.2 ล้าน ชนะนายมุน แจอิน ผู้สมัครฯ จากพรรคเดโมแครตยูไนเต็ด (ดีพียู) ที่ได้รับคะแนนนิยมสูสี คิดเป็นร้อยละ 47.9 หรือผลคะแนนรวม 13.2 ล้านโหวต น.ส.ปัก กึน-ฮเย เกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2495 ปัจจุบัน อายุ 61 ปี มีสถานภาพโสด เป็นบุตรสาวของปัก จอง ฮี อดีตผู้นำเกาหลีใต้.

สรุปผลการหารือทวิภาคีกับ น.ส.ปัก กึน ฮเย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี มีดังนี้รัฐบาลไทยได้แสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ ในฐานะผู้หญิงด้วยกันรู้สึกชื่นชมและติดตามการทำงานของ น.ส.ปัก กึน ฮเย เช่นกัน การหารือทวิภาคีได้พูดคุยในหลายประเด็น โดยเฉพาะการเพิ่มการค้าการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ให้ความสนใจในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยและรถไฟความเร็วสูง และโครงการระบบบริหารการจัดการน้ำของรัฐบาล และยังได้เชิญชวนให้มาลงทุนในโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายอีกด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องการเพิ่มการค้าการลงทุน กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศได้มีการดำเนินการต่อ จากนโยบายของเกาหลีใต้ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีลี มยอง-บัก ในโอกาสนี้ได้มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวกับประเทศไทยในหลายประการ

ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะผลักดันการศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ครอบคลุมระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ และขยายการค้าให้ถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2016 ตามที่ได้เคยประกาศไว้ ส่วนการลงทุนจะเร่งเพิ่มและขยายการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการลงทุนจากเกาหลีใต้ในประเทศไทยที่ยังมีโอกาสอีกมาก เช่น ยานยนต์ เหล็ก พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่ไทยกำลังเร่งพัฒนา เพื่อเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และการเชื่อมโยงภูมิภาค ซึ่งเกาหลีใต้จะสนับสนุนนักธุรกิจและนักลงทุนเดินทางมาประเทศไทย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนและขยายธุรกิจร่วมกัน

นายกรัฐมนตรี ถือโอกาสเชิญประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีมาร่วมการประชุมระดับผู้นำด้านแหล่งน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤษภาคม 2556 เนื่องจากสาธารณรัฐเกาหลี นับเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีระบบ ซึ่งล่าสุดบริษัท K-water ของสาธารณรัฐเกาหลี เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกกรอบแนวคิด เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทยด้วย

y-h2013

 26 ก.พ.2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะเดินทางไปเยือนเขตบริหารพิเศษฮ่องกงฮ่องกง โดยมีผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง และกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ให้การต้อนรับ

18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น คณะของนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง โดยมีองครักษ์ประจำ นายเหลียง เจิ้นอิง ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง และกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ให้การต้อนรับ โดย นายวิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้เลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี.

http://www.mcot.net/site/content?id=512c1ff5150ba0cd260002a6

ฮ่องกง 26 ก.พ.2556-นายกรัฐมนตรีพบผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง แสดงความยินดีที่ได้รับเลือกตั้ง สร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย พร้อมแจงแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท และโครงการการบริหารจัดการน้ำอีก 350,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ไทยและฮ่องตกลงใช้ศักยภาพของกันและกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดระหว่างกัน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีกับนายเหลียง เจิ้น อิง ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง เมื่อปี 2555 และชื่นชมศักยภาพของฮ่องกง ที่เป็นศูนย์กลางการเงินชั้นนำของโลก และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ

“ปัจจุบันไทยถือว่ามีเสถียรภาพทางการเมืองที่เอื้ออำนวยการต่อการลงทุน และรัฐบาลได้ดำเนินนโยบายสร้างความปรองดอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงทางการเมืองของไทยให้ต่อเนื่องยิ่งขึ้น สำหรับด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการที่ครอบคลุม เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 4.5-5.5 ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการลงทุนของภาคเอกชน เพิ่มการจ้างงาน และรักษาตลาดเปิด รวมทั้งพัฒนาการค้าและการลงทุนใหม่ๆ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการลงทุนจากต่างประเทศ หรือ FDI ( Foreign Direct Investment ) ว่า เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญและส่งเสริม โดยเฉพาะเทคโนโลยีชั้นสูง และอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ประเทศ และภายใน 7 ปีข้างหน้า รัฐบาลมีแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท รวมทั้งโครงการการบริหารจัดการน้ำอีก 350,000 ล้านบาท โดยโครงการที่เป็นที่สนใจ คือ เส้นทางรถไฟความเร็สูง ที่เชื่อมจากกรุงเทพฯ ไปภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ รวมทั้งการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลยังมีแผนสร้างมอเตอร์เวย์ จากกรุงเทพฯ ไปชายแดนเมียนมาร์ เพื่อเป็นการเชื่อมต่อทางบกกับท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญการพัฒนาการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงภูมิภาค โดยการพัฒนาเส้นทางคมนาคมและเครือข่ายโลจิสติกส์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีและผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ยังได้หารือแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาความร่วมมือ ที่เอื้อต่อการส่งเสริมความร่วมมือและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งฮ่องกงถือเป็นประตูสู่จีน และมีศักยภาพด้านการค้า โลจิสติกส์ การลงทุน บริการ และการเงินและธนาคาร ซึ่งไทยและฮ่องกงจะได้ใช้ศักยภาพของกันและกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดระหว่างกัน นอกจากนี้ ไทยและฮ่องกงจะร่วมส่งเสริมการค้าข้าวไทยในฮ่องกง ที่เป็นตลาดสำคัญของไทย และมีการนำเข้าเป็นจำนวนมากในทุกปี และยังมีศักยภาพที่จะเพิ่มได้อีกมาก

จากนั้นนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-ฮ่องกง ( Cooperation Arrangement between Thailand and Hong Kong (on Strengthening Trade and Economic Relations)) ระหว่างนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนาย Gregory So รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจของฮ่องกง

มีสาระสำคัญคือ เป็นการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการค้าสินค้า การบริการ การลงทุน การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือในการดำเนินการตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้า การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ความร่วมมือด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง ความร่วมมือและการส่งเสริมการท่องเที่ยว การส่งเสริมการพัฒนาและและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ R&D ความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาศักยภาพ ความร่วมมือด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การอำนวยความสะดวกและส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และความร่วมมือในสาขาอื่นๆ ที่เห็นชอบร่วมกัน.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร