ThaiPM yingluck shinawatra Attend 7th Community of Democracies ( CD) 27-29 apirl,2013 ,Mongolia.

mg (5) g_mongolia

ประเทศมองโกเลีย (Mongolia;  Монгол Улс) เป็น ประเทศใน ทวีปเอเชียที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกรองจากประเทศคาซัคสถาน มีพรมแดนทางเหนือติดกับประเทศรัสเซีย และทางใต้ติดกับประเทศจีน มีพื้นที่ที่สามารถใช้สำหรับ การเกษตรได้น้อยกว่าร้อยละหนึ่ง

มองโกเลียมีประชากรเพียง 3 ล้านกว่าคน แต่มีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทยถึงกว่า 3 เท่า ซึ่งทำให้ประเทศมองโกลเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหนาแน่นของประชากรน้อยที่สุดในโลก ประชากรส่วนมากนับถือศาสนาพุทธนิกายวัชรยานแบบทิเบตและประชากรร้อยละ 38 อาศัยอยู่ในเมืองหลวงอูลานบาตอร์

gandan monastery mg (7)

ประวัติศาสตร์ประเทศ :

มองโกเลียเคยเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิ์มองโกลในช่วงคศ13 ซึ่งต่อมาได้ยึดอำนาจเข้าปกครองจีนในนามของราชวงค์หยวน  ราชวศ์หมิงและราชวงศ์ชิงมองโกเลียได้รับเอกราชจากจีนเมื่อปี พ.ศ. 2464(ค.ศ 1921)  จากการช่วยเหลือของ สหภาพโซเวียต และมีการปกครองในระบอบ คอมมิวนิตส์ ตามหลังจากเกิดโดมิโน่ล้มลัทธิคอมมิวนิสต์สิ้นสุดลงเมื่อพ.ศ 2533 (ค.ศ. 1990) พร้อมๆๆกับการล่มสลายของสหภาพโซเวียต หลังจากนั้นมองโกเลียจึงได้นำระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภามาใช้ จนทุกวันนี้

mg (4) mg (7)

ภาษาทางการ: ภาษามองโกเลีย

การปกครอง : ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

mc-buddha-statue-in-darkhan-mongolia gandan monastery (2)untitled Mummy

Mongolian Mummy from the Genghis Khan

ศาสนา : พุทธศาสนานิกายวัชรยาน1,009,357 คน  , ไม่มีศาสนา  735,283 คน,อิสลาม57,702 คน ,เชมัน (เชน)55,174 คน, คริสต์41,117 คน ,ศาสนาอื่นๆๆ  6,933 คน

เศษฐกิจ:

เนื่องจากมองโกเลียอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียตมาตั้งแต่ปี พ.ศ2467 และมีการค้ากับสหภาพโซเวียตประมาณร้อยละ 85 ของมูลค่าการค้าทั้งหมด เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหภาพโซเวียต ส่งผลให้ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศลดลงตั้งแต่ปี พ.ศ2534 มีผลกระทบทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในมองโกเลียในช่วงที่มองโกเลียกำลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสังคมนิยมมาสู่ระบบตลาดเสรี ทำให้มองโกเลียเร่งเปิดประตูสู่นานาชาติมากขึ้นภายใต้ระบบตลาดเสรีในปัจจุบัน มองโกเลียได้ดำเนินนโยบายเปิดกว้างเพื่อให้เกิดการค้า การลงทุน และการจ้างงานมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปมาก

สาเหตุการเยียนมองโกเลียของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้พบกับปธมองโกเลีย Mr.  Tsakhia Elbegdorj ในการประชุม Asia – Europe Meeting: ASEM 9 Summit in Laos 5-6,nov 2012และได้พบปะหารือกันระดับทวิภาค จนเกิดการตกผลึกด้านการผลักดันประชาธิปไตยกับการขับเคลื่อนประเทศให้สามารถนำมาใช้วางรากฐานคุณภาพชีวิตประชาชนในประเทศได้อย่างไร

ประชาธิปไตยกินได้ดังที่พิสูจน์โครงการ30บาทรักษาทุกโรค ซึ่งปธสหรัฐอเมริกาและเวทีUNได้นำมาใช้ในหลายๆๆประเทศขณะนี้ การส่งเสริมสิทธิสตรีให้มีบทบาทดูแลประเทศได้อย่างไร

จึงสนใจบทบาทอันโดดเด่นของ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งท่านChinese Prime Minister Wen Jiabao ได้เอ่ยชมว่า…นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีความสามารถสูงและโดดเด่นในการเเก้ปัญหาประเทศไทยได้เยี่ยมยอดและทำให้เศษฐกิจประเทศไทยก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาก แบบน่าอัศจรรย์ทั้งน้ำท่วมและประชากรยากจน ผ่านวิกฤตินี้ได้อย่างไร  วลี WE “LL GO TOGETTER ซึ่งกำลังขับเคลื่อนแบบประชาพาไปทั้งในประเทศและต่างประเทศในรูปแบบอาเซียนเองและอาเซียน+3+6นั้น มีพัฒนาการขึ้นอย่างไร 

y-asem9-1q

และแล้วนายชิมิดดอร์จ บัตทูเมอร์ (H.E. Mr. Chimeddorj Battumur) เอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย ก็ได้เข้าเยี่ยมเยียนรมต ต่างประเทศ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุลเมื่อ22ก.พ2556 และ 22เม.ษ2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเชิญการไปเยียนประเทศมองโกเลียอย่างเป็นทางการ ในระหว่างวันที่ 27-29เมษายน 2556นี้

y-mgl (2)y-mongolia (1)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพร้อมคณะ อาทิ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน  นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.วิทยศาสตร์ได้เดินทางไปเยือนมองโกเลียอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมการประชุมประชาคมประชาธิปไตย  ครั้งที่ 7  ระหว่างวันที่ 27-29 เม.ย.ตามคำเชิญของรัฐบาลมองโกเลีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และ “เปิดศักราชใหม่” ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและมองโกเลีย

y-mongolia2013 (20)

17.30นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะ ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเจงกิสข่าน กรุงอูลานบาตอร์ และเดินทางเข้าที่พักที่ทางการมองโกเลียจัดไว้ต้อนรับในแบบกระโจมมองโกเลียดั่งเดิมหรือ(เกอร์)

y-mongolia2 (2)

สำหรับการเดินทางมาเยียนประเทศมองโกเลียครั้งนี้ในฐานะแขกเกียรติยศของประธานาธิบดีมองโกเลีย 

เพื่อชูบทบาทของประเทศไทย ในการส่งเสริมและสนับสนุนการเสริมสร้างศักยภาพของประชาชน โดยเฉพาะในระดับรากหญ้า ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะกล่าวถ้อยแถลงเน้นย้ำความตั้งใจของประเทศไทยในฐานะที่เป็นสมาชิกที่มีบทบาทสำคัญของประชาคมโลก ในการสนับสนุนประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนโดยปราศจากข้อจำกัด  ด้านเพศ อายุ ศักยภาพทางร่างกาย และสถานภาพทางเศรษฐกิจ โดยเน้นการเสริมสร้างศักยภาพแก่ประชาชนด้วยการขจัดความไม่เท่าเทียมกัน เพื่อนำไปสู่การเติบโตของระบอบประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน และในฐานะนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย จะเน้นนโยบายการมอบโอกาสความเท่าเทียมกันระหว่างบุรุษและสตรีด้วย.

y-mongolia2 (3)

ซึ่งพัฒนาการปูพื้นฐานประชาชนนี้จะส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และพลังงาน ภาคอุตสาหกรรมยานเยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ ที่มองโกเลียให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ  โดยจะร่วมกำหนดแนวทางการพัฒนาความร่วมมือ  ในสาขาที่เป็นประโยชน์ระหว่างกัน  ทั้งระหว่างรัฐและเอกชน  เนื่องจาก มองโกเลียยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เป็นจำนวนมาก เช่น  ถ่านหิน ทองแดง ทองคำ โลหะหายาก สังกะสี และน้ำมันดิบ   และต้องการการลงทุนและความเชี่ยวชาญจากไทย ในสาขาพลังงาน ยานยนต์ โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดเล็ก หรือรถยนต์ปิกอัพ  ที่มีความต้องการจำนวนมาก จึงเชื่อว่า การเดินทางเยือนมองโกเลียในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย  ที่จะขยายตลาดไปสู่มองโกเลีย

ภารกิจของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 28 เม.ย. 2556

นายกรัฐมนตรีประชุมปรึกษาหารือกับนักธุรกิจไทยในมองโกเลียก่อนเข้าเยี่ยมคาระวะกับคณะรัฐบาลมองโกเลีย ในการสานสัมพันธ์ภาพในทุกๆๆมิติให้แน่นแฟ้นยึงขึ้น ฉันประเทศพี่ประเทศน้อง และต่อไปเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคต่อไป

th-b,mongolia (1)th-b,mongolia (2) th-b,mongolia (3)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปยังMongolian Parliamentและนายนอรอวิง อัลทันคูยัค (H.E. Mr. Norovyn Altankhuyag)  นายกรัฐมนตรีประเทศมองโกเลียให้การต้อนรับ โดยการนำตรวจแถวทหารเกียรติยศมองโกเลียณ.ลานจัตุรัสซัสบาทาร์ (Sukhbaatar)

??????????y-m2013 (3)y-m2013 (6)y-mongoliaparliament

y-mongolia2013 (3)

พร้อมแนะนำคณะผู้ติดตามทั้งรมต ผู้รับผิดชอบธุรกรรมระหว่างประเทศตามครมรัฐบาลไทยซึ่งได้ขออนุม้ติการทำMOU (ขอครมทุกครั้งให้อนุมัติก่อนจึงจะสามารถทำงานได้)อย่างระหว่างประเทศไทย-มองโกเลียแล้วนั้น หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีมองโกเลียMr.Norovyn Altankhuyag ได้นำ นายกรัฐมนตี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรคาระวะ รูปปั้นผู้นำเจงกิสข่าน หน้าMongolian Parliament

y-mongolia2013 (1)y-mongoliaparliament

คณะรัฐบาลไทยได้ร่วมประชุมหารือเต็มคณะกับนายกรัฐมนตรี ประเทศมองโกเลีย  Mr.Norovyn Altankhuyag แบบทวิภาคีเพื่อร่วมกำหนดแนวทางการพัฒนาความร่วมมือและสนับสนุนการจัดตั้งกลไกระหว่างกัน เพื่อส่งเสริมให้มีความร่วมมือกัน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ซึ่งจะมีการลงนาม 3 ฉบับ ได้แก่

y-gm2013 (2)

– บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งมองโกเลียว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการหารือว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี เพือส่งเสริมและกระชับความร่วมมือระหว่างกัน

– ความตกลงระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงศึกษาและวิทยาศาสตร์

แห่งมองโกเลียว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อแสวงหาโอกาสและการแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเฉพาะสาขา อาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ นวัตกรรมและยา

y-mongolia2013 (7)

– บันทึกความเข้าใจระหว่างสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติมองโกเลียกับสำนักงานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน เพื่อร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษบกิจ การค้า และการลงทุน รวมถึง การส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

y-mongolia2013 (13)

ประเทศไทยและมองโกเลียมีสัมพันธุ์ภาพต่อกันมาปีหน้า2557จะครบรอบ 40 ปีในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เชิญนายกรัฐมนตรีมองโกเลียเดินทางเยือนประเทศไทยในปีหน้า

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่ารู้สึกชื่นชมในความสำเร็จด้านเศรษฐกิจของมองโกเลีย ซึ่งจะเป็นการเปิดประตูสู่การค้าและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าในปัจจุบันยังมีมูลค่าที่ไม่มากนัก ที่ประมาณ 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ. 2555 ทั้งสองประเทศจึงเห็นควรให้มีการขยายการค้าและการลงทุน โดยในด้านการค้าเห็นควรให้มีการขยายในด้านผลิตภัณฑ์เหมืองแร่ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและปศุวัตว์ ยานยนต์ เช่น รถปิกอัพ ส่วนในด้านการลงทุน ดิฉันได้เรียนนายกรัฐมนตรีมองโกเลียว่า ดิฉันสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยเข้ามาสำรวจความเป็นไปได้ในการลงทุนด้านเหมืองแร่ ท่องเที่ยว การเกษตร สาธารณสุข และพลังงานในมองโกเลีย โดยการเดินทางเยือนในครั้งนี้ดิชั้นจึงได้เชิญภาคเอกชนเดินทางร่วมมาด้วย

y-gm2013 (3)

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (Agreement for the Promotion and Protection of Investment) และความตกลงความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจ (Trade and Economic Cooperation Agreement) ระหว่างทั้งสองประเทศ และในขณะเดียวกันทั้งสองประเทศมีความยินดีที่ได้ลงนามเกี่ยวกับการจัดตั้งกลไกการหารือว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี และความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้ทั้งสองประเทศยังได้ตกลงที่จะขยายความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสาขาที่มีศักยภาพในการพัฒนา

y-gm2013 (4)

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่าบทบาทของมองโกเลียเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ประเทศไทยและมองโกเลียได้ตกลงที่จะหาทางเพื่อขยายความร่วมมือในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศที่ทั้งสองสนใจร่วมกัน และเพื่อพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่างมองโกเลีย และประชาคมอาเซียน

สุดท้ายนี้ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้กล่าวแสดงความขอบคุณรัฐบาลและประชาชนชาวมองโกเลียอีกครั้ง ที่ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น…ขอบคุณคะ

และนายกรัฐมนตี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยี่ยมคาระวะประธานรัฐสภามองโกเลีย นายซันดาคู เองค์โบลด์(Mr.Zandaakhuu Enkhbold )ประธานรัฐสภามองโกเลีย ณ อาคาร State Palace

Mongolian Parliament  (2) Mongolian Parliament  (1)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และประธานรัฐสภาฯ นายซันดาคู เองค์โบลด์(Mr.Zandaakhuu Enkhbold ) เห็นพ้องกันว่าจะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับ เพื่อสร้างกลไกการปรึกษาหารือทั่วไป เพื่อวางกรอบความร่วมมือ และในฐานะสมาชิกรัฐสภา

Mr.Zandaakhuu Enkhbold-yy-Mongolian Parliament

นายกฯ แสดงความยินดีที่ได้ทราบว่ามีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างรัฐสภาของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะผ่านกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภา นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะสร้างกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาสตรี ซึ่งประธานรัฐสภาไทยได้เชิญประธานรัฐสภามองโกเลียเยือนไทยแล้ว นอกจากนี้ นายกฯและประธานรัฐสภาฯ ต่างสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนและการปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนสู่ประชาชน ซึ่งถือเป็นกุญแจในการกระชับความร่วมมือทวิภาคีของทั้งสองประเทศ

Mr. Tsakhiagiin Elbegdorj -y

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางไปเยี่ยมคารวะ นายชักเคีย แอลแบคดอร์จ (H.E. Mr. Tsakhia Elbegdorj) ประธานาธิบดีมองโกเลีย ณ.พระราชวัง Marshal Palace

Mr. Tsakhiagiin Elbegdorj -y (2)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้กล่าวขอบคุณ สำหรับการเชิญเข้าร่วมการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ครั้งที่ 7 และเยือนมองโกเลียอย่างเป็นทางการ ซึ่ง ในโอกาสนี้ นายกฯแสดงความชื่นชม ที่ประธานาธิบดีมองโกเลียนายชักเคีย แอลแบคดอร์จ (H.E. Mr. Tsakhia Elbegdorj)ทำให้เศรษฐกิจมองโกเลียฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และแม้ว่าการลงทุนจากต่างประเทศในมองโกเลียยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่ไทยหวังว่าหากประเด็นนี้ได้ข้อยุติ ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและการคุ้มครองการลงทุนกับไทยจะได้รับการพิจารณาจากมองโกเลีย และประธานาธิบดีมองโกเลียแสดงการสนับสนุนในความตกลงนี้ เพราะจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนไทยในการเข้ามาลงทุนในมองโกเลีย โดยประเทศไทยและมองโกเลียมีค่านิยมและความเชื่อที่คล้ายกัน เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงภายในกรอบของ UN ในภูมิภาค และระหว่างประเทศ  นอกจากนี้ และมองโกเลียต่างยืนยันสนับสนุนความร่วมมือในกรอบ ACD และไทยยินดีสนับสนุนมองโกเลียเข้ามามีส่วนร่วมในกรอบอาเซียน รวมทั้ง การมีส่วนร่วมในการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS)

Mr. Tsakhiagiin Elbegdorj

ในโอกาสนี้ นายกฯได้แสดงความชื่นชมมองโกเลียสำหรับข้อริเริ่มตั้งกลุ่มการเป็นหุ้นส่วนเพื่อประชาธิปไตยในภูมิภาคเอเชีย (Asian Partnership Initiative for Democracy – APID)  และไทยกำลังพิจารณาการมีส่วนร่วมใน APID รวมทั้งศักยภาพของ APID ในการส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยในภูมิภาค โดยนายกฯได้ย้ำว่า การริเริ่มกรอบความร่วมมือต่างๆในภูมิภาคควรส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด และจะเป็นการรับประกันว่าความร่วมมือด้านประชาธิปไตยในภูมิภาคจะมีความยั่งยืน.

Mr. Tsakhiagiin Elbegdorj -y (3)

นายกรัฐมนตี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยี่ยมชมสินค้าพื้นเมืองมองโกเลีย

y-mLocal product  (2)y-mLocal product  (3)y-mLocal product  (1)y-mLocal product  (4) y-mLocal product  (5)  y-mLocal product  (6)

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตร ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเดินทางไปโรงงานผลิดผ้าแคชเมียร์ Gobi and Goya Factory Shopเพื่อติดต่อการส่งเสริมผ้าไหมประเทศไทยกับโรงงานผลิตผ้าแคชเมียร์ นุ่มจนคุณสัมผัสได้ เพื่อกระตุ้นเส้นทางสายไหมก้าวไปในครอบครัวโลก ในว่าระต่อไป

y-fgb-casmer -mongolia (1)y-fgb-casmer -mongolia (5) y-fgb-casmer -mongoliay-fgb-casmer -mongolia (4) y-fgb-casmer -mongolia (3)

หลังจากนั้นไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งรัฐบาลประเทศมองโกเลียเป็นเจ้าภาพร่วมกับสมาชิกประชาคมประชาธิปไตยกว่า100ประเทศ

7THCD-MONGOLIA2013 (4)7THCD-MONGOLIA2013 (5)

เมื่อกลับที่พักกระโจมเกอร์ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้มอบข้าหอมมะลิประเทศไทย พร้อมแลกเปลี่ยนภาพม้าแห่งความสุขครอบครัวปิกซัสในทุ่งกว้างสวันน่า ให้ แด่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นที่ระลึกและกล่าวว่าจะขับเคลื่อนสายสัมพันธุ์เศษฐกิจให้เติบโตขึ้นเป้น2เท่า อีกด้วย

y-l,mong (4)y-l,mongolia (8)

29 เมษายน 2556 การประชุม ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ทุกประเทศมีเป้าหมายร่วมมือกันที่จะช่วยประเทศในระบอบประชาธิปไตยให้แข็งแรงขี้นและจะกดดันUN ให้ทำหน้าที่สะสางการจัดระเบียบโลกให้ ไม่ละเมิดสิทธมนุษย์ชนโดนฆ่าตายแบบแค่คิดต่าง ก็ฆ่าและจะผนึกกำลังกันในทุกๆๆด้านที่จะตามมาในอนาคต รวมทั้งการส่งเสริมสิทธสตรีในระบอบประชาธิปไตยให้มีบทบาทการเป็นผู้นำในด้านต่างๆๆเพิ่มมากขึ้น ทั้งการเป็นผู้นำทางด้านเศษฐกิจ การเมือง การปกครอง โดยมีสภาวะผู้นำที่ดี มีคุณธรรมนำหน้า นำมาวางรากฐานประชาธิปไตยให้เข็มแข้งยืนเป้นต้นโอ๊คประชาธิปไตย  มีงาน เงิน ปัจจัย4 แล้วมีปัจจัย5ก็คือการมีความเคารพ…ความแตกต่างในกันและกัน และนี้คือ…ประชาธิปไตย สันติภาพ อิสระภาพ ที่แท้จริงที่ทุกคนใฝ่หา นั้นเอง

CD-MONGOLIA2013

ส่วนนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ถูกเชิญให้ เล่าสู่กันฟัง…ในการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย จากประสบการณ์ตรงที่กระทบถึงตนเองและครอบครัวนั้นเจ็บปวดเพียงใด แม้ว่าได้เป็นนายกรัฐมนตรี การเมืองไทยก็ยังมีอำมาตย์ที่ลุแกอำนาจ กลั่นแกล้งสกัดงาน อำนาจบริหารประเทศ ในทุกวิธีทาง และประชาชนไทยกับทุกๆๆฝ่ายในประเทศไทยกำลังช่วยสะสางปัญหาที่ไม่ตรงแนวประชาธิปไตยสากลนี้ ด้วยวลี WE”LL GO TOGETER

คำเชิญเเขกเกียรติยศพิเศษ ประเทศมองโกเลีย เพื่อกล่าวปาฐกถาประชาคมประชาธิปไตย 100กว่าประเทศ รัฐบาลมองโกเลียได้ทำข้อเสนอมายังรัฐบาลๆๆไทยส่งเข้าครม พร้อมคำกล่าวในงานนี้ เมื่อครมรัฐบาลไทยอนุมัตเห็นสมควรในเรื่องใดจึงทำหนังสือตอบรับคำเชิญพร้อมแนบกำหนดการ MOU พร้อมคำกล่าว ปาฐกถาประชาคมประชาธิปไตย ของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรซึ่งครมรัฐบาลไทยอนุมัติแล้ว คลิปนี้รัฐบาลประเทศมองโกเลีย นำออกเผยเเพร่เมื่อ.16เม.ษ 2556

7thcod_mongolia2013

Statement of Her Excellency Ms. Yingluck Shinawatra

Prime Minister of the Kingdom of Thailand

at the 7th Ministerial Conference of the Community of Democracies

Ulaanbaatar, Mongolia, 29 April 2013

——————————–

Mr. Chairman,

Excellencies,

Delegates to the Conference,

Ladies and Gentlemen,

I wish to begin by expressing my appreciation to His Excellency the President of Mongolia for inviting me to speak at this Conference of the Community of Democracies.

I accepted this invitation not only because I wanted to visit a country that has made many achievements regarding democracy, or to exchange ideas and views on democracy. But I am here also because democracy is so important to me, and more importantly, to the people of my beloved home, Thailand.

Democracy is not a new concept. Over the years, It has brought progress and hope to a lot of people. At the same time, many people have sacrificed their blood and lives in order to protect and build a democracy.

A government of the people, by the people and for the people does not come without a price.  Rights, liberties and the belief that all men and women are created equal have to be fought, and sadly, died for.

Why? This is because there are people in this world who do not believe in democracy. They are ready to grab power and wealth through suppression of freedom.  This means that they are willing to take advantage of other people without respecting human rights and liberties.  They use force to gain submission and abuse the power.  This happened in the past and still posed challenges for all of us in the present.

In many countries, democracy has taken a firm root.  And it is definitely refreshing to see another wave of democracy in modern times, from Arab Spring to the successful transition in Myanmar through the efforts of President Thein Sein, and also the changes in my own country where the people power in Thailand has brought me here today.

At the regional level, the key principles in the ASEAN Charter are the commitment to rule of law, democracy and constitutional government.  However, we must always beware that anti-democratic forces never subside.  Let me share my story.

In 1997, Thailand had a new constitution that was created through the participation from the people.  Because of this, we all thought a new era of democracy has finally arrived, an era without the cycle of coups d’état.

It was not to be.  An elected government which won two elections with a majority was overthrown in 2006. Thailand lost track and the people spent almost a decade to regain their democratic freedom.

Many of you here know that the government I am talking about was the one with my brother, Thaksin Shinawatra, as the rightfully elected Prime Minister.

Many who don’t know me say that why complain?  It is a normal process that governments come and go. And if I and my family were the only ones suffering, I might just let it be.

But it was not.  Thailand suffered a setback and lost international credibility. Rule of law in the country was destroyed. Projects and programmes started by my brother’s government that came from the people’s wishes were removed. The people felt their rights and liberties were wrongly taken away.

Thai means free, and the people of Thailand fought back for their freedom. In May 2010, a crackdown on the protestors, the Red Shirts Movement, led to 91 deaths in the heart of the commercial district of Bangkok.

Many innocent people were shot dead by snipers, and the movement crushed with the leaders jailed or fled abroad.  Even today, many political victims remain in jail.

However, the people pushed on, and finally the government then had to call for an election, which they thought could be manipulated. In the end, the will of people cannot be denied. I was elected with an absolute majority.

But the story is not over. It is clear that elements of anti-democratic regime still exist. The new constitution, drafted under the coup leaders led government, put in mechanisms to restrict democracy.

A good example of this is that half of the Thai Senate is elected, but the other half is appointed by a small group of people. In addition, the so called independent agencies have abused the power that should belong to the people, for the benefit of the few rather than to the Thai society at large.

This is the challenge of Thai democracy.  I would like to see reconciliation and democracy gaining strength. This can only be achieved through strengthening of the rule of law and due process. Only then will every person from all walks of life can feel confident that they will be treated fairly. I announced this as part of the government policy at Parliament before I fully assumed my duties as Prime Minister.

Moreover, democracy will also promote political stability, providing an environment for investments, creating more jobs and income. And most importantly, I believe political freedom addresses long term social disparities by opening economic opportunities that would lead to reducing the income gap between the rich and the poor.

That is why it is so important to strengthen the grassroots. We can achieve this through education reforms. Education creates opportunities through knowledge, and democratic culture built into the ways of life of the people.

Only then will the people have the knowledge to be able to make informed choices and defend their beliefs from those wishing to suppress them. That is why Thailand supported Mongolia’s timely UNGA resolution on education for democracy.

Also important is closing gaps between rich and poor.  Everyone should be given opportunities and no one should be left behind.  This will allow the people to become an active stakeholder in building the country’s economy and democracy.

That is why my Government initiated policies to provide the people with the opportunities to make their own living and contribute to the development of our society. Some of these include creating the Women Development Fund, supporting local products and SMEs as well as help raising income for the farmers.

And I believe you need effective and innovative leadership.  Effective in implementing rule of law fairly. Innovative in finding creative peaceful solutions to address the problems of the people.

You need leadership not only on the part of governments but also on the part of the opposition and all stakeholders. All must respect the rule of law and contribute to democracy.

Ladies and Gentlemen,

Another important lesson we have learnt was that international friends matter.  Pressure from countries who value democracy kept democratic forces in Thailand alive.  Sanctions and non-recognition are essential mechanisms to stop anti-democratic regimes.

An international forum like Community of Democracies helps sustain democracy, seeking to promote and protect democracy through dialogue and cooperation.  More importantly, if any country took the wrong turn against the principle of democracy, all of us here need to unite to pressure for change and return freedom to the people.

I will always support the Community of Democracies and the work of the Governing Council.  I also welcome the President’s Asian Partnership Initiative for Democracy and will explore how to extend our cooperation with it.

Ladies and Gentlemen,

I would like to end my statement by declaring that, I hope that the sufferings of my family, the families of the political victims, and the families of the 91 people, who lost their lives in defending democracy during the bloodshed in May 2010, will be the last.

Let us continue to support democracy so that the rights and liberties of all human beings will be protected for future generations to come!

Thank you.

7THCD-MONGOLIA2013

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ก่อนการประชุมที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้แสดงความเห็นถึงการกล่าวปาฐกถาพิเศษของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ที่เมืองอูลัน บาตอ ประเทศมองโกเลีย โดยเห็นว่า เป็นคำกล่าวที่สะท้อนความเป็นจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ประชาธิปไตยของประเทศไทยได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง มีความแหลมคมและทรงพลัง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศ ทั้งยังเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อประชาคมโลกว่าประเทศไทยมีความมุ่งมั่นพัฒนาการเมืองไทยให้มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

“ปาฐกถาของนายกรัฐมนตรี มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับประชาชนที่รักประชาธิปไตย ซึ่งได้แสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างมาก และเป็นการสะท้อนถึงบทบาทความเป็นผู้นำของประเทศไทยในการผลักดันระบอบประชาธิปไตยในภูมิภาคและในสังคมโลก ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นตรงกันว่า ควรแปลของคำกล่าวปาฐกถาของนายกรัฐมนตรีเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รับทราบด้วย  ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ให้การสนับสนุนท่าทีของรัฐบาลในเรื่องการพัฒนาประชาธิปไตยและการแสดงจุดยืนบนเวทีโลก และรัฐบาลอยากเห็นการปฏิรูปการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างสมบูรณ์ จากประชาคมโลก” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เวทีการประชุมประชาคมประชาธิปไตยเป็นเวทีที่มีประโยชน์ นายกรัฐมนตรีจึงอยากให้ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการประชุมเวทีดังกล่าวในปี 2558 อีกด้วย และหลังจากนี้อยากให้ประเทศไทยเข้าไปมีบทบาทมากขึ้นในเวทีโลกต่าง ๆ ที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประชาธิปไตย ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแสดงความเห็นด้วย โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรับที่ไปศึกษาและจะทำเรื่องกลับมาขออนุมัติคณะรัฐมนตรีต่อไป

“นายสุรพงษ์ ได้กล่าวด้วยว่า เวทีการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ที่นายกรัฐมนตรีไปแสดงปาฐกถาที่มองโกเลียได้รับการยอมรับในประชาคมโลก แต่รัฐบาลของไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง รวมทั้งรัฐบาลที่ได้อำนาจมาอย่างไม่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย แต่ได้อำนาจมาจากการยึดอำนาจ ไม่ได้รับการต้อนรับและถูกประณามจากเวทีดังกล่าว ในนามของรัฐบาลไทยขอยืนยันว่า ถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการลบล้างมลทินของประเทศไทยในเวทีโลก เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เพราะทำให้ประชาคมโลกมองประเทศไทยด้วยสายตาที่ชื่นชม ไม่ใช่การสร้างความเสียหาย และรัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันกระบวนการประชาธิปไตยให้มีความเป็นธรรม และเป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม โดยไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค”รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

  • คำแปลปาฐกถาพิเศษของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในการประชุมประชาคมประชาธิปไตยครั้งที่7 ณ.กรุงอูลานบาตอร์ ,ประเทศมองโกเลีย 29เม.ษ 2556

ท่านประธาน

ท่านผู้มีเกียรติ,

ท่านผู้เข้าร่วมประชุม,

ดิฉันขอเริ่มด้วยการขอบคุณท่านประธานาธิบดีแห่งมองโกเลียที่ได้เชิญให้ดิฉันมาปาฐกถาณ การประชุมประชาคมประชาธิปไตยแห่งนี้

ดิฉันได้ตอบรับเชิญไม่เพียงเพราะดิฉันต้องการที่จะได้มีโอกาสเยือนมองโกเลียประเทศที่ประสบความสำเร็จในความเป็นประชาธิปไตย หรือไม่ได้มาเพียงที่จะได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยแต่ดิฉันเดินทางมาที่นี่เพราะความเป็นประชาธิปไตยมีความสำคัญต่อดิฉันอย่างมากและที่สำคัญยิ่งกว่าคือความไม่เป็นประชาธิปไตยมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศบ้านเกิดของดิฉันประเทศไทยที่ดิฉันรัก

ประชาธิปไตยนั้นไม่ใช่เป็นแนวคิดอุดมการณ์ใหม่ในช่วงเวลาที่ผ่านมายาวนานแนวทางประชาธิปไตยได้นำมาซึ่งความก้าวหน้าและความหวังสำหรับผู้คนจำนวนมากและในขณะเดียวกัน ผู้คนจำนวนมากได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาและสร้างความเป็นประชาธิปไตย

เป็นที่ประจักษ์ชัดว่ารัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ไม่ได้ได้มาฟรีๆ สิทธิ เสรีภาพและความเชื่อที่ว่า มนุษย์ทุกคนไม่ว่าชายหรือหญิงมีความเท่าเทียมกันนั้นได้มาด้วยการต่อสู้และที่น่าเศร้าใจคือ ทำให้ต้องมีผู้เสียชีวิต

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นหรือ? ก็เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยในโลกนี้ที่ไม่เชื่อในแนวคิดประชาธิปไตย คนเหล่านี้พร้อมที่จะให้ได้มาด้วยอำนาจและด้วยการกดขี่การมีเสรีภาพนั่นหมายความว่าพวกเขาพร้อมที่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น เขาไม่เคารพสิทธิมนุษยชนหรือความเสรีภาพพวกเขาพร้อมจะใช้กำลังเพื่อกดขี่ให้คนอยู่ใต้อำนาจ และยังใช้อำนาจในทางที่ผิด สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นในอดีตและยังคงท้าทายเราทุกคนในปัจจุบัน

มีหลายประเทศที่ความเป็นประชาธิปไตยได้หยั่งรากลึกแล้วซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและเป็นความรู้สึกสดชื่นที่ได้เห็นกระแสประชาธิปไตยที่นำความเปลี่ยนแปลงสู่ประเทศต่างๆจากปรากฏการณ์อาหรับสปริงค์ถึงช่วงผ่านเปลี่ยนในเมียนมาร์ภายใต้ผลักดันของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศของดิฉัน ด้วยพลังของประชาชนคนไทยที่ทำให้ดิฉันมายืนอยู่ที่นี่ได้ในวันนี้

ในระดับภูมิภาคหลักการสำคัญๆในปฏิญญาอาเซียนก็ยึดมั่นในหลักนิติธรรม, ประชาธิปไตยและรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย แต่ในขณะเดียวกันเราทุกคนต้องระมัดระวังว่าแรงปฏิกิริยาต่อต้านประชาธิปไตยไม่เคยที่จะถดถอยลดน้อยลงดิฉันขอยกเรื่องของดิฉันเองเป็นอุทาหรณ์

ในปี1997 ประเทศไทยได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งร่างขึ้นโดยที่ประชาชนมีส่วนร่วม เราทุกคนคิดว่ายุคใหม่ของประชาธิปไตยไทยมาถึงแล้วและจะเป็นยุคสมัยที่ไร้การรัฐประหาร

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งถึงสองครั้งสองหนด้วยเสียงส่วนใหญ่ถูกล้มลงในปี 2006 ประเทศไทยเสมือนรถไฟตกรางและประชาชนคนไทยใช้เวลาเกือบ10 ปีกว่าที่จะได้เสรีภาพแห่งประชาธิปไตยกลับคืนมา

หลายคนที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้รู้ว่ารัฐบาลที่ดิฉันพูดถึงคือรัฐบาลที่พี่ชายของดิฉันพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเลือกตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หลายคนที่ไม่รู้จักดิฉันอาจบอกว่า เธอจะบ่นไปทำไม? เป็นเรื่องปกติในกระบวนการการเมืองที่รัฐบาลมาแล้วก็ไปซึ่งหากตัวดิฉันและครอบครัวของดิฉันต้องเจ็บปวดแต่ฝ่ายเดียว ดิฉันก็คงจะปล่อยวาง

แต่นั่นก็ไม่ใช่ความเป็นไปที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหาร ประเทศไทยต้องถอยหลังและสูญเสียความน่าเชื่อถือต่อนานาชาติหลักนิติธรรมและกระบวนการกฎหมายถูกทำลาย โครงการและแผนงานที่พี่ชายของดิฉันริเริ่มตามที่ประชาชนต้องการถูกยกเลิกประชาชนเกิดความรู้สึกว่าสิทธิเสรีภาพของเขาถูกปล้นไป

คำว่า“ไทย” หมายความว่า “อิสระ” และประชาชนคนไทยก็ได้ลุกขึ้นต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้ได้เสรีภาพคืนมาแต่ในเดือนพฤษภาคม 2553 มีการสลายการชุมนุมของผู้เรียกร้องกลุ่มคนเสื้อแดง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง91 คนในใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ

คนบริสุทธิ์ถูกลอบยิงโดยสไนป์เปอร์แกนนำการชุมนุมต้องติดคุกหรือหลบหนีไปต่างประเทศ และแม้แต่ทุกวันนี้ยังคงมีเหยื่อทางการเมืองจากการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่ติดคุกอยู่

ประชาชนคนไทยไม่ท้อถอยและยืนยันที่จะเดินไปข้างหน้าจนในที่สุดรัฐบาลในขณะนั้นต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งก็มีฝ่ายปฏิกิริยาต่อต้านประชาธิปไตยที่เชื่อว่าจะบริหารจัดการและบิดเบือนเจตนารมณ์ประชาธิปไตยได้ต่อแต่ในที่สุดพวกเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความต้องการของประชาชนได้ดิฉันได้รับการเลือกตั้งด้วยเสียงส่วนใหญ่ขอประเทศ แต่เรื่องราวนั้นยังไม่จบ

มีความชัดเจนว่าผู้ที่มีปฏิกิริยาต่อต้านประชาธิปไตยยังคงอยู่รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นในรัฐบาลภายใต้คณะรัฐประหารได้ใส่กลไกที่ตีกรอบเพื่อจำกัดความเป็นประชาธิปไตย

ตัวอย่างหนึ่งที่ดีในประเด็นนี้จะเห็นได้จากที่จำนวนครึ่งหนึ่งของวุฒิสภาไทยมาจากการเลือกตั้ง แต่อีกครึ่งหนึ่งกลับได้รับการแต่งตั้งโดยกลุ่มคนเล็กๆกลุ่มหนึ่งยิ่งกว่านั้น กลไกที่เรียกว่าองค์กรอิสระได้ใช้อำนาจเกินขอบเขตแทนประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงเป็นการดำเนินการเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหนึ่งมากกว่าเพื่อคนส่วนใหญ่ของสังคม

นี่คือความท้ายทายของประชาธิปไตยไทยในปัจจุบันดิฉันนั้นต้องการเห็นความปรองดองเกิดขึ้นในประเทศไทยและประชาธิปไตยของไทยพัฒนาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยหลักนิติธรรมและกระบวนการทางกฎหมายที่แข็งแรงมีขั้นตอนที่ชัดเจนโปร่งใสและเมื่อนั้นทุกคนจะสามารถมั่นใจได้ว่าเขาจะได้รับการดูแลที่ยุติธรรมเจตจำนงนี้ ดิฉันได้แสดงออกโดยประกาศเป็นนโยบายต่อที่ประชุมของรัฐสภาก่อนการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล

ความมีประชาธิปไตยทำให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองเกิดสภาพแวดล้อมที่ดึงดูดการลงทุน นำมาสู่การสร้างงานสร้างรายได้ที่สำคัญดิฉันเชื่อว่าเสรีภาพทางการเมืองเป็นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วยการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจและนำมาซึ่งการลดช่องว่างทางรายได้ระหว่างคนจนคนรวย

นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นความสำคัญที่จะต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับประชาชนในระดับรากหญ้าเราจะต้องเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา เพราะการศึกษาสร้างโอกาสด้วยความรู้ และปลูกฝังวัฒนธรรมทางประชาธิปไตยในวิถีชีวิตของประชาชน

เมื่อประชาชนมีความรู้ประชาชนจะสามารถตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนและสามารถปกป้องความเชื่อของตนจากผู้ที่ต้องการกดขี่และนี่คือเหตุผลที่ประเทศไทยสนับสนุนข้อเสนอของมองโกเลียในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติเกี่ยวกับการศึกษาและประชาธิปไตย

การลดช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนก็สำคัญเช่นกันมนุษย์ทุกคนควรมีโอกาสที่เท่าเทียมกันเราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สิ่งนี้จะทำให้ประชาชนเป็นผู้มีส่วนร่วมที่แท้จริงในการพัฒนาเศรษฐกิจและเสริมสร้างประชาธิปไตยของประเทศ

นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลต้องริเริ่มนโยบายที่จะเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสร้างชีวิตที่ดีกว่าและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ดิฉันได้เริ่มต้นไว้หลายโครงการ รวมถึงการสร้างกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และวิสาหกิจขนดกลางขนาดย่อม ในขณะที่ได้กำหนดมาตรการยกระดับรายได้ของเกษตรกร

และดิฉันเชื่อว่าเราต้องการการนำที่มีประสิทธิภาพและมีความสร้างสรรค์ประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและหลักนิติธรรมตลอดจนความสร้างสรรค์ในการหาทางออกที่สันติในการแก้ไขปัญหาของประชาชน

เราต้องการการนำที่ไม่จำกัดอยู่เฉพาะในซีกรัฐบาลแต่ในฝ่ายค้านและประชาชนทุกคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนต้องเคารพกฎหมายและช่วยกันสร้างประชาธิปไตย

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ,

อีกบทเรียนที่ได้เรียนรู้คือเพื่อนในต่างประเทศมีความสำคัญการกดดันจากนานาชาติที่เชื่อในระบอบประชาธิปไตยทำให้กระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยคงอยู่ได้การคว่ำบาตรและการไม่ยอมรับเป็นกลไกที่สำคัญที่จะหยุดกระบวนการปฏิกิริยาที่ต่อต้านประชาธิปไตย

เวทีนานาชาติอย่างประชาคมประชาธิปไตยแห่งนี้มีบทบาทที่จะช่วยให้ประชาธิปไตยยืนหยัดอยู่ได้การส่งเสริมและปกป้องประชาธิปไตยด้วยการหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นประสบการณ์และสร้างความร่วมมือหากประเทศใดก็ตาม ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่ขัดต่อหลักการประชาธิปไตย ทุกคนต้องร่วมกันกดกันเพื่อการเปลี่ยนแปลงและนำเสรีภาพกลับคืนสู่ประชาชน

ดิฉันขอยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนเวที่นี้เวทีนี้และการดำเนินงานของสภาบริหาร( GoverningCouncil ) เพื่อจะได้ช่วยให้ประชาธิปไตยแข็งแกร่งขึ้นทั่วโลกนอกจากนี้ดิฉันขอชื่นชมประธานาธิบดีมองโกเลียสำหรับข้อริเริ่มความเป็นหุ้นส่วนเอเชียเพื่อประชาธิปไตย( Asian Partnership Initiative for Democracy ) และทางรัฐบาลไทยพร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือในส่วนนี้

ท่านผู้มีเกียรติ,

ดิฉันขอปิดท้ายด้วยการประกาศว่าดิฉันหวังว่าความเจ็บปวดที่ครอบครัวของดิฉันได้รับที่ครอบครัวของเหยื่อทางการเมืองไทย และครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 91 คนในเหตุการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม2553 ต้องเผชิญจะเป็นความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายสำหรับประเทศไทย

ขอให้เราทุกคนสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยเพื่อที่เสรีภาพและอิสรภาพของมนุษย์ได้รับการปกปักษ์รักษาเพื่อลูกหลานและคนรุ่นต่อๆไป

ขอบคุณค่ะ

?????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????

As of 29 April 2013

ULAANBAATAR DECLARATION
COMMUNITY’S ATTAINMENTS AND GLOBAL CHALLENGES

We the Participants of the Seventh Ministerial Conference of the Community of Democracies held in Ulaanbaatar, Mongolia, on 29th April 2013;

Reaffirming our unwavering commitment and adherence to the purposes and principles of the Warsaw Declaration of 27 June 2000 establishing the Community of Democracies and subsequent Ministerial decisions of the Community of Democracies,

Reiterating our obligations under the United Nations Charter and our common allegiance to the principles and spirit of the Universal Declaration of Human Rights and, as appropriate, other relevant international instruments,

Reaffirming that democracy, development and respect for all human rights and fundamental freedoms are interdependent and mutually reinforcing,

Reiterating also our conviction that democracy is the best known form of government to promote and protect human rights, fundamental freedoms and the rule of law for all, and to strengthen peace as well as to promote prosperity,

Recognizing that human rights, democracy and the rule of law are strengthened when States work to eliminate discrimination of any kind and strive to ensure the full participation of women on equal terms with men, in all spheres of political, social and economic life,

7THCD-MONGOLIA2013 (1)

Stressing the importance of ensuring that government is transparent, responsive, effective and accountable to the people, and that everyone tangibly benefits from free and open societies that embrace democratic institutions, respect for the individual, tolerance of diversity, pluralism, and the rule of law,

Reaffirming the important role played by individual citizens, civil society in decision making and policy formulation, and in improving the quality, legitimacy, and effectiveness of democracies,

Expressing appreciation for the positive democratic trends in many parts of the world since the Vilnius Ministerial Conference held in 2011, including an increasing number of free and fair elections,

Welcoming the growing respect for democratic values in many parts of the world, including the initial steps taken in Northern Africa and the Middle East as well as the beginnings of political transition in Myanmar,

Noting with concern, however, the decline in the promotion and protection of social and political rights and civil liberties as well as the restrictions placed on individuals and civil society and the freedoms of expression, association, religion and belief in some countries
Expressing concern for the people of Mali who have been excluded from the democratic development of their country through the use of force, and reiterating the Community of Democracies’ resolve to support the return to a pluralistic and stable democracy governed by rule of law in Mali through inclusive national dialogue and long-term reconciliation,

Acknowledging the important role of the United Nations as well as regional and non- governmental organizations in democratic development, and other initiatives past and present that support and promote democracy and democratic values throughout the world,

Mindful of the role of international cooperation in promoting the goals set forth in the Warsaw Declaration and other international documents and commitments, including the Millennium Development Goals (MDGs), and convinced that in this field the Community of Democracies can play an important role in such cooperation and exchange of experience as well as through the provision of peer support,

Recalling that equality between men and women and the protection and promotion of women’s rights are an integral part of human rights and a fundamental criterion of democracy,

7THCD-MONGOLIA2013 (3)

Have adopted the following:

1. We reaffirm our resolve to advance democracy in our countries and worldwide, helping bridge the gap between principles and practice and, to that end, to cooperate in an open, inclusive and transparent manner with relevant national and international stakeholders within our respective countries as well as among ourselves and other international stakeholders.

2. We reaffirm our continued commitment to the CD reform process, initiated under the Lithuanian Presidency and welcome the institutional reforms of the CD advanced under Mongolia’s Presidency, as decided by the Vilnius Ministerial Conference in 2011, including the establishment of the first Governing Council and Executive Committee, the appointment of the Community’s first Secretary-General and the institutionalization of its Permanent Secretariat. These basic institutional structures are contributing to the development of the CD into a dynamic coalition able to take real action to strengthen democracy and civil society worldwide.

3. We commend the concrete actions undertaken by the Presidency in promoting education for democracy, and will work together to promote the full and meaningful implementation of the United Nations General Assembly resolution A/RES/67/18 on Education for Democracy, which would contribute to the strengthening of democratic society and institutions, the realization of human rights and the achievement of the MDGs. Further, we commend to the attention of all CD member states the action plan contained in the International Steering Committee’s Charlottesville Declaration on Creating a Culture of Democracy through Education (CCD).

4. We applaud the concrete actions taken by the Community’s working groups since the Vilnius Ministerial Conference in support of the Community of Democracies’ objectives, including:

– Enabling and protecting civil society by coordinating diplomatic action to prevent and address the adoption of laws and regulations that unduly restrict the work of civil society;

– Establishing the Leadership Engaged in New Democracies (LEND) Network and its Working Group – a digital platform for sharing best practices, peer-to-peer exchanges, and information on reform and the rule of law with those leaders guiding democratic transitions;

– Streamlining the activities of the Working Group on Education for Democracy to focus on practical actions, such as organizing international seminars, developing curriculum framework, establishing a new digital library of democracy education curricula and materials.

7THCD-MONGOLIA2013 (6)  

5. We also welcome other activities by the Community, including:

– Organizing the International Women’s Leadership Forum in Ulaanbaatar in July 2012;

– Convening of the first informal Asia-Pacific Ministerial meeting in Ulaanbaatar on 28 April 2013 at which the Ministers decided to regularly hold such a meeting at the margin of the CD Ministerial Conferences;

– Launching an Asian network for democracy to consolidate regional civil society activities and strengthening democratic gains in Asia;

– Promoting regional and country-to-country dialogue, cooperation and exchange of experiences in democratic development;

– Continued meetings of the UN Democracy Caucus that addressed issues such as democracy education, the rule of law, and democracy support;

– Successfully implementing the first round of the Democracy Partnership Challenge Task Forces for Tunisia and Moldova;

– Initiating the process to apply for an observer status with the United Nations General Assembly;

– Recognition of the Parliamentary Forum for Democracy, established under the Lithuanian Presidency, as an affiliated body of the Community of Democracies;

– Holding the first meeting of a Group of Friends of the Community of Democracies in Bamako with the aim of supporting Mali’s return to democratic order;

– Establishing an Ad Hoc Group for Myanmar to support that country’s transition towards democracy;

– Supporting effective cooperation with civil society to improve the transparency, accountability, legitimacy and performance of democratic governments.

???????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????

6. We welcome the concrete and practical outcomes of the fora of the five pillars of the CD, namely, parliamentary, civil society, women, youth and the corporate fora, held in Ulaanbaatar on 27-28 April, which addressed the challenges and opportunities in promoting and consolidating democratic reforms, including means of harnessing open governance for democracy, and addressing the issues of more effectively fighting against corruption. These fora also provided an opportunity to share experiences and chart further cooperative measures, including related to tackling the issues of open government, transparency, democratic governance and support for emerging democracies. Their input to this Ministerial conference, annexed to this declaration, is greatly appreciated and lays the basis for further concrete actions of the CD in cooperation with its pillars.

7. We resolve to further increase and strengthen the activities of the Community of Democracies in support of greater democratic governance in our countries as well as in promoting and protecting democratic values in countries where democracy faces challenges.

cd_mongolia2013

To this end we:

– Support the activities of the pillars of the CD in promoting transparent and accountable democratic governance; in addressing, where necessary, the challenges to such governance and promoting human rights and freedom;

– Work together to emphasize human rights, fundamental freedoms and democratic governance as integral parts of inclusive development and the eradication of extreme poverty as the international community works to formulate the post-2015 development framework;

– Provide support to countries undergoing transitions to democracy to facilitate the emergence of democratic societies defined by good governance, protection of human rights and fundamental freedoms as well as respect for rule of law as stated in the resolution 19/35 of the United Nations Human Rights Council;

– Support and defend an enabling environment for civil society, including through the adoption of legislation that does not put undue restrictions on civil society, in all nations;

– Resolve to protect and promote freedom of expression, peaceful assembly and association, religion and belief and provide support to those whose rights are being denied or infringed upon; emphasizing that human rights including freedom of expression apply online as well as offline;

cod-mongolia2013

– Improve international observations of elections so as to ensure the transparent and genuine expression of the will of people and, if needed, offer recommendations for improving the integrity and effectiveness of electoral and related processes without interfering in the election processes;

– Support the strengthened role of the Community of Democracies at the United Nations by:
•Encouraging the UN Democracy Caucus to take a leading role in supporting the goals of the United Nations Charter, the Universal Declaration of Human Rights and the Community of Democracies Warsaw Declaration, in the General Assembly, the Human Rights Council and other relevant UN bodies;
•Supporting the work of the UN special mechanisms on issues relating to democracy and human rights, particularly the UN Special Rapporteurs on the right to freedom of peaceful assembly and of association, the right to freedom of opinion and expression, and the situation of human rights defenders;
•Developing closer cooperation with the United Nations Development Program, the United Nations Democracy Fund, other relevant UN bodies and the UN Alliance of Civilizations.

– Promote the goals of empowering of women and their full participation in all spheres of political, social and economic life as well as fighting gender-based violence;

– Promote further cooperation and coordination of efforts between the Community of Democracies and international and regional organizations, and initiatives such as the Open Government Partnership;

– Redouble our efforts to include civil society views in all aspects of the Community of Democracies, to provide support to the nongovernmental International Steering Committee, and to support civil society in all countries in the world.

– Explore the benefits of transforming the Community of Democracies towards a fully-fledged international organization.

8. We welcome the new Presidency of El Salvador and express our commitment to support and assist El Salvador in leading multi-stakeholder efforts to protect, strengthen and advance democracy and democratic values in our countries and beyond.

9. We congratulate Mongolia on its outstanding leadership of the Community of Democracies and its efforts to advance democracy and democratic values in the Asia-Pacific region and around the world. We also express words of gratitude to Mongolia for the successful hosting of the VII Ministerial Conference of the Community of Democracies in Ulaanbaatar.

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร