จดหมายถึง นส.สุภา ปิยะจิตติ

กลับมารักกัน เพลงละครสายรุ้ง กลูเกิ้ลชอบเอาคลิปศ.สิวลักษณ์-สมศักดิ์ เจียม ,อภิสิทธิ์ คลิปหมิ่นๆๆสถาบันมาสอดเเทรกคลิปของคนทำดีช่วยให้ประเทศไทยเดินหน้า เขาไม่เอาพวกนี้อย่ามาเสนอหน้ายัดเยียดให้ชม พอมีข่าวฝ่ายค้านใครๆๆก็ปิดเสียงข่าวจบแล้วค่อยเปิดใหม่กัน มันเท็จจนอยากอ๊วกไม่อยากฟังเสียงเธอ ขัดขวางทางเจริญประเทศไทยจนตาโปนเพราะความอิจฉาตาร้อน สกุลพนมยงค์ด้วยชิมิดูแลประเทศไทย ไม่น่าเลย!!!!

ThaiGripenfin สมบัตินี้เป็นของกองทัพอากาศไทยมิใช่หน่วยรับใช้ทหารคณะปฏิวัติ19ก.ย2549

ส่วนคลิปบิ๊กอ๊อด ยุทธศักดิ์ ศศิประภานั้นเอามาจากคลิปท่านจะให้ทหารแสดงแสนยานุภาพ โดยมีนายกปูเป็นนายกองทหารใหญ่ของเหล่าทัพทหารไทย ซึ่งเราได้นำมาวางใกล้คลิปเดินหน้า เสียงท่านยุทธศักดิ์ ศศิประภาจะไม่มีหัวเราะ ท่านจะไปคุยหัวเราะไปท่านทำไม่เป็นแถมโทรคุยแบบเพื่อนสบาย ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ ลักษณะท่านจะค่อนข้างเคร่งขึม และท่าน ทักษิณ ชินวัตรไม่มีการอยากเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพราะการงานจุดนี้ไม่มีสดุดไม่มีปัญหา งานนี้ จิรายุ สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ออกลายมาเลย???นำหลายๆๆตอนมามั่วมาม่า ยำยำ ตำซั่ว อีสาน อิรุงตุงนังด้วย คงเหนื่อย ชิมินำหลายๆๆยูทูปมาตัดต่อ น่าสงสารวิธีการเดิมๆๆ แล้วสุรยุทธ์ไปฆ่าทหารพม่าตามใจฉันไหม ก๊อตอามี่ก็ทำโดยส่วนตัวไหม อย่ามาทำทีมเสือกในสมัยนี้ กูไม่รู้กูป่วย กูแก่ ทหารผู้ไม่รู้ก็เถียงกันไม่ใช่ทหารทำ ทหารไทยแท้ๆๆแต่ทีมมือมองไม่เห็นเจ้าปัญหา ไงละมาเฟียประเทศไทย จิรายุ ทรัพย์สินส่วน…เนี่ยเสือกมาตลอดกับพรรคปชปเพราะกลัวตนเองตกจากเก้าอี้นะเอง เพราะทำงานแบบไม่มีฝีมืองบดุลไม่เสนอนายจนป่านนี้  โกงเงินเจ้านายเขาไม่ส่งต่อลูกหลานเค้า อำมาตย์จะฮุบสมบัติราชวงศ์จักรี รวม สุเมธ ตันติเวชกุลเฟอรารี่ ก็เอี่ยวในงานนี้ด้วย และการแสดงความจริงใจต่อทิศทางขับเคลื่อนประเทศไทยของท่านยุทธศักดิ์ ศศิประภานี้ได้เข้าตากรรมการประเทศไทย ซึ่งการนำกริฟฟรินมาขับโชว์แสนยานุภาพนั้นเป็นที่จะทดสอบว่าทหารอากาศภายใต้สังกัดของ ชลิต ผุกผาสุขเด็กพลเอก เปรม ติณรสูรานนท์ นั้นจะยอมสยบต่อองค์รัชทายาทมกุฏราชกุมารสมเด็จพระบรมโอรสา โดยการนำนักขับกริฟรินมาแสดงแสนยานุภาพร่วมกับ ค่ายF16 ในไม่ช้านี้รึไม่และไม่ต่อต้านทำตนเป็นงูเห่าแบบเดิมๆๆที่เคยทำในยุค คมชเรืองอำนาจ ท่านก็เลยรีเทิรน์กลับมากลาโหมอีกครั้ง

p-s แก็งส์อำมาตย์ องค์มนตรีเปรม ติณสูรานนท์และทายาท สุรยุทธ จุลนานนท์

เพื่อให้มาลองทำงานใหญ่นี้อีกครั้ง อีกทั้งได้บูรพาพยัคย์มาแล้วได้ท่าน สุเมธ โพธิ์มณี ตอ10มาช่วยอีกแรงน่าจะเหมาะสม ในการช่วยงานประสานรอยร้าวภาคใต้ให้ได้เนื้องานอันเป็นผลดีต่อประชาชนภาคใต้ และประชาชนทั้งแผ่นดินไทยโดยรวม ซึ่งท่านรมต กระทรวงศึกษาธิการ จาตุรนต์ ฉายแสง คุณแม่ ปวีณา หงส์สกุลแถมบิ๊กแจส ได้ทั้งสามีมาเสริมทัพ รมตชุดใหม่นี้จึงต้องเป็นบุคคลที่ตั้งใจทำงานสม่ำเสมอตลอดมาอันโดดเด่นและมีเนื้องานชัดเจน แบบเอาด้วยช่วยชาติไทย ซึ่งทุกๆๆฝ่ายทุกสาขาอาชีพจะต้องมาช่วยกันให้ความรู้ชาวภาคใต้ด้ามขวาน มะเร็งวาระสุดท้ายนี้จะตายอย่างสงบไปดีเถิดนะฉันขออวยพร รึค่อยทุเลาป่วยลงด้วยยาสมุนไพร โดยการสอนให้รู้จักช่วยตนเองให้มีความรู้ก่อนตายๆก่อนรึรอดจากการตายก็ตัวเองเท่านั้นจึงจะช่วยได้แทนการเฉยๆๆชั่งมัน ให้ตะหนักว่าเมื่อเพื่อนร่วมภาคมีทุกข์ ในชุมชนต้นเรื่องรวมทั้งบุคคลากรจากทุกจังหวัดในภาคใต้ต้องช่วยกันแก้ไขก่อนเพราะบ้านใกล้กว่าผู้ใดในหล้า แทนการร้องหาแม่ก็ลงมือแก้ปัญหาต่างๆๆเองในภาคใต้ให้ได้ก่อนให้คนอื่นช่วย!!! ส่วนคนในประเทศไทยก็สู้ตามจุดที่ตนอยู่ไม่ต้องรอรัฐบาลรึทีมโฆษก…ทำได้เลยหากท่านรู้ข้อมูลจริง ในคลิปที่เป็นเสียงบิ๊กอ๊อดกับท่านทักษิณ ในนั้นบังเอิญเป็นสิ่งที่เราเล่าให้ใครบางคนฟังซึ่งหากทำแบบนี้ขึ้นมา ก็ใช่เลย!!! คือแก็งสอำมาตย์นี้เลย พอทำเองก็เป๋แบบนี้จิกหัวเอาผลงานคนอื่นจนเคยตัว????

a-p แก็งส์อำมาตย์ พรรคประชาธิปัตย์กับนายเหนือหัวพลเอก เปรม ติณรสูรานนท์

ปล.มีข่าวว่า ปุระชัย เปรี่ยมสมบรูณ์ก็อยู่ในคลืปด้วยเป็นไปไม่ได้เพราะสมัยดำรงตำแหน่งรมว.มหาดไทยนั้นระหว่างวันที่17 ก.พ2544-3ต.ค2545 บิ๊กตู่ ประยุทธ จันทร์โอชากับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรยังเป็นวุ้นอยู่เลย  ยำใหญ่ระลึกชาติของฝ่ายตรงข้ามคงกลัวความผิดเอาคืน ชิมิ ทำผิดก็ยอมรับกันซิค่ะ แล้วอย่าทำอีก อีกทั้งการจัดมีตติ้ง3เหล่าทัพเพิ่งมีเมื่อไม่นานมานี้ สื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ASTV คลิปนายอภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชนของจริง พรรคเพื่อเเผ่นดินนั้นอยู่ในที่ประชุมด้วยและค้านนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะมิให้ฆ่าประชาชน ปิดล้อมให้ไม่มีเสบียงส่งแก่ประชาชน กาชาดก็ไม่ให้เข้าช่วยประชาชนไทย รวมเขตวัดก็ไปจัดฉากใส่ร้ายป้ายสีเจ้าอาวาสวัดสระประทุมอีกด้วย น่าจะทำการบ้านให้เนียนๆหน่อย จุดเสียงพูดท่านยุทธนาไม่เหมือนและคำพูดท่านทักษิณก็ไม่เนียน จำมาฝันทำคลิปขึ้นน่าสมเพช สื่อไทยเสียหมาอีกครั้ง ฮาๆๆๆๆๆ ส่งไปเท่าไหร่เเล้ว คริ คริ ตกหลุมอีกเเล้ว????ที่เสียมากสุดคงท่านเฉลิม ออกตัวแรง!!!ให้มาทำงานมิใช่เมาไวท์!!! ตัวการคุ่ต่อสู้เห็นชัดเจน แต่ไม่ช่วยทำอะไรเลย ไม่เบาเเรง!!!

1-sthc น้ำตาสตรีและเด็ก3ชายแดนใต้ต้องการคนจริงใจแก้ปัญหาได้ผลเป็นรูปอธรรม

มุสลิมไทยเป็นประชากรที่แสนสุขกว่าที่ใดในโลก คนร่วมชาติใจดีมีเมตตามีมากที่สุดไม่น่าจะทำตามอียิปต์ได้เลย มุสลิมใต้ก่อการร้ายน่าจะโดนสลายแบบนิ่มๆๆคุยไปเจรจาไป แยกดินแดนเรียกร้องอะไรผิดกฤหมายประเทศไทยคงจะเป็นไปไม่ได้หรอกซึ่งท่านยุทธศักดิ์ ศศิประภานั้น ทำงานแบบนิ่มๆๆแต่ชัวว์ มิใช่แบบเฉลิม เจรจาแบบไม่นำพาปราศัยไม่ไปดูแลเต็มที่  การได้เนื้องานนิ่มๆๆแต่ชัวว์ของท่านยุทธศักดิ์ ศศิปะภาร่วมกับทางด้านบูรพาพยัคย์ก็แสดงความจริงใจ และต่างก็พยายามแก้ไขชายแดนใต้ให้จงได้ร่วมกับการรักษาแผ่นดินไทยเพื่อคงไว้ลูกหลาน จุดนี้มันแรงกล้ามากกว่าเฮียเฉลิมตายแน่กลุ่มวาดะห์หายนะของเหลิม บิ๊กโอ๋ก็ไร้ฝือมือแค่สด9ปลอมนายอภิสิทธิ์ก็ทำได้แค่นั้น  ศาลปกครอง ศาลรธนก็สู้แหลกไม่ได้ๆแต่เต้นไปเต้นมา เราต้องการประสพผลสำเร็จ อีกอย่างการทำงานต่อไปนี้ต้องสู้แบบเข็มข้นไม่ต้องรอใคร ขณะมีอำนาจไม่ทำอะไร ก็ให้เพื่อนที่ทำงานได้มาทำแทน สมบัติผลัดกันชม นะเอาชาติมาก่อนอำนาจหน้าที่ปลอมๆๆเหล่านี้มีขึ้นมีลง แต่ก็ไม่ให้ไปไหน ใจแข็งแรงไว้!!!มาช่วยกันแบบเดิม ต้องโต้ให้ทันด้วยเรื่องจริงจึงชนะในที่สุด!!! เวลาสู้นั้นเราต้องจริงใจในการทำงานของเรา ปัญหามีให้แก้มิใช่เลื่อนๆๆแบบศาลเขาทำทุกวันนี้ตัวปัญหาใหญ่เลย คนมีอำนาจไม่ดูแลประเทศก็ไม่รู้จะมีประเทศไทยไปทำไมกัน ต่างคนก็ตีนลอยไปซะหมดแบบนี้ ม้า2ปากด้านกฏหมายระบบตุลาการคอรับชั่น อนาคตเปรตแม้มีเงินก็ซื้อกรรมทำเองนี้ไม่ได้ การสั่งสอนทางโลกไม่ได้ต้องให้ทางสังคมช่วยพิพากษาศาลที่เป็นม้า 2ปาก ในอดีตโดนประชาชนตึบ ยำตีนทั้งนักบวชและนักกฏหมายหากการปกครองพลเมืองด้านระบบยุติธรรมไม่ได้ผลก็ประชาลงฑัณฑ์??

potn-y

2y7

การนำผู้ที่องค์รัชทายาทไว้วางใจจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชมาวางตำแหน่งนี้ คงจะไขปริศนาได้แล้วนะใคร…คือเจ้ากระทรวงกลาโหมที่แท้จริงซิ่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนั้นคือเงากลาโหม ใครละเมื่อนายก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรโดนด่าว่ากระหรี่ จากชัย ราชวัตรแล้วนำใบการแต่งตั้งข้าราชการทหารในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชใบจริง ซึ่งได้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเป็นนายกองใหญ่เพื่อความเหมาะสมในการบริหารราชการแผ่นดิน มีอำนาจเต็มในการร่วมงานกิจการทหารประเทศไทยจากพระราชอำนาจของใคร งานนี้หน้ากากขาวคงหนาวสะท้านโลกอีกครั้ง ฮาๆๆๆๆๆๆๆ  ส่วนหน้ากากหนุมานมี10คน ฮา สื่อช่อง3,5,7,9,tpbs อสมททุกคลื่นวิทยู โฆษณาจังมันขัดขวางร.10ไม่สำเร็จ ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆ

6fcth-1fcth4

วันนี้จะมาถามหาคุณธรรมจริยธรรมของข้าราชการทุกๆๆสามดาบแห่งชาติ ตามบทบาทหน้าของอำนาจการบริหารประเทศไทยที่แท้จริงกัน แทนการพิทักษ์รธน50ของคณะปฏิวัติ 19ก.ย2549 ซึ่งทหารอียิปต์มุสลิมโดมิโน่กำลังเจริญรอยตามณ.บัดNOW  ส่วนประชาคมโลกกลับมองตรงกันว่ารธน50ของประเทศไทยนี้เป็นรธนของคนบ้า500 สุดโด่งซึ่งไม่มีประเทศไหนทำกัน เพื่อส่งเสริมให้มีรัฐทหารแทรกแซงการเมืองแนวฮิตเลอร์ได้อีกแล้ว ไฮ้ฮิตเลอร์!!!ของ บุญบยอด สุขถิ่นไทยแก็งส์ไอติมพรรคประชาธิปัตย์กำลังชื่นชอบสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์!!!!

sk น.ส สุภา ปิยะจิตติ ข้าราชการกระทรวงการคลัง

วาน น.ส สุภา ปิยะจิตติ ข้าราชการกระทรวงการคลังได้อ่านระเบียบข้าราชการ การรักชอบพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่ผิด กฏหมายแต่การเอาข้อมูลพูดในที่ประชุมแบบกำกวมข้อมูลไม่เพียงพอ อธิบาย คู่ต่อสู้งงเป็นไก่ตาแตก ถามว่าท่านคุมการเงินการคลังจะไปรู้เรื่องกระทรวงพาณฺชย์และธนาคารเกษตรและสหกรณ์ผู้กำเงินงบดุลเงินสำหรับนโยบายต่างๆๆไว้ แถมเอาข้อมูลยังไม่เสด็จน้ำยังไม่สรุปไปให้ สื่อมวลชนและพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่านค้านผู้เคยกระทำการล้มประเทศไทยด้วยวิกฤษติเศษฐกิจถดถอยต้มยำกุ้งมาแล้ว จนเกิด IMFและไม่มีใครรับผิดชอบแบบเคยๆๆ พวกแบล็งค์ชาตื ในครั้งนั้นเองและกระทรวงการคลังในปัจจุบันคงไม่สำนึกถึงความทุกข์ยากของประชาชน การทำงานสิ่งใดในที่ประชุมเราเถียงกันได้ทุกเรื่องแต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นจะมีผลสรุปรวบยอดเสมอ หากสรุปไม่ได้ก็จะยังไม่แถลงข่าวนำเสนอเรื่องราวรึแภลงข่าว เพราะผลการถกเถียงกันเพื่อนำชาติเป็นที่ตั้งนั้นจะนำไปแก้ปัญหาของชาติ ในปัญหาต่างๆๆได้ในที่สุด เราต้องมีความรู้ความจริงใจต่อภาษีของประชาชนไม่ใช่ชี้นิ้วตามใจฉันบลาๆๆ ต้องนั้นต้องนี่???ท่านเป็นใครค่ะ รวมกรรมาธิการมารในรัฐสภาทั้งหลายตอนนี้ ลากตั้งมาเพื่อเอาใจคมช คณะปฏิวัติรัฐทหารเบล็ดเสร็จ ใจของพวกเขาคงมีแต่คำว่าชาติจะพังชั่งมันขอให้พวกกูได้อำนาจ เต็มสมองทุกลมหายใจเพื่อเสวยสุขแบบพวกกูภารดรภาพตามเคยๆๆของเคยๆๆซ้ำซากในอดีต!!!

hw2 มัสมั่นไก่2013 (มุสลิมโดมิโน่)

มาดูกันว่า  น.ส สุภา ปิยะจิตติ ผู้กินภาษีประชาชนนั้นสำนึกในบทบาทหน้าที่ตนเองได้แค่ไหน

ในอดีตแบงส์ชาติเคยมีกรณีการก็สู้กันของข้าราชการเเบงศ์ชาติไทยระหว่างสาวกนักการเมือง2ค่ายซึ่งก็คือค่ายสาวกพรรคประชาธิเปรตกับพรรคประชากรไทย ผลก็คือสาวกพรรคประชาธิปัตย์ทำIMF ต้มยำกุ้ง สาวกพรรคประชาธิปัตย์ได้เอาข้อมูลชาติไทยไปให้พรรคประชาธิปัตย์แบบหลงชวน หลีกภัยกรี๊คหมดใจให้เป็นผัววันเดียวก็เอาไม่ฟังเสียงทัดทานของฝ่ายคุณธรรมพรรคประชากรไทยเลย ว่าจะก่อวิกฤษติต้มยำกุ้งกระทบลามวิกฤษเศษฐกิจล้มโดมิโน่ไปทั่วโลก ในที่สุดพวกเขาไม่รับผิดชอบต่อสิ่งใดล้มนายกเชาวลิตได้เป็นรัฐบาล ชวน หลีกภัยตามใจเขาผู้กวนสมุทรได้ทรัพย์แล้วลามลลุกจะเอาให้ได้ แม้ไม่มีความรู้ในการทำงานบริหารประเทศ และมีเพื่อนมีมิตร อาศัยเงินหลวงฟาดหัวมา ให้สินบนแล้วโกงเงินภาษีเข้าพรรคพวกตนเองเสมอมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนทุกวันนี้

wft น้ำท่วมประเทศไทยประทานจากฟ้า

น.ส สุภา ปิยะจิตติจะมาแบบเก่าไม่ได้แล้วนะค่ะ ท่านจะเดินแบบรอยร้าวเดิๆๆต่อไปจนเกิดวิกฤษติเศษฐกิจรอบใหม่ สินค้าไทยส่งออกไม่ได้ บริษัททางด้านสินค้าเกษตรส่งออกจะปิดรึหยุดกิจการลง ตัวท่านไม่ควรรักใครชอบใครจนชาติพังไม่เป็นไร ขอให้คนของกูได้เป็นรัฐบาลตามใจอำมาตย์เเก่ นั้นนะคะ มันมีผลนับจากท่าน เอาขัอมุลเท็จมาปูด ท่านต้องเอาข้อมูลสรุปและที่ประชุมให้ออกข่าวได้เท่านั้นมาเเถลงข่าวตามอำนาจให้ท่านทำ หากไม่ได้ให้แถลงข่าวไม่มีหน้าที่นี้ท่านก้ทำไม่ได้นะค่ะผิดวินัยข้าราชการเต็มๆๆ สื่อยิ่งทำลายชาติไทยทุกลมหายใจอยู่ด้วย กระฝือข่าวข้าวแถมมีทีมจัดฉากสารพัดออกข่าวโกงทุกระดับแบบอ่านมาจากประชาชาติธุรกิจมา ชิมิ โดนตกหลุมอีแอบ CIA สอดแนมออกมาจากรู้แล้ว สุภาปิยะจิตติ  เอ๋ย เนี่ยแค่ไม่ได้เอาไม้แหย่รู เหี้ยก็ออกมาเยอะ งานนี้ระเบียบวินัย ข้าราชการล้วนๆๆ นะค่ะคุณสุภา ปิยะจิตติ รักชวนทำให้ชาติพังอีกแล้ว!!!! สงสัยโครงการพรรคปชปตำรวจตรวจคอรัปชั่นแต่คนกันเองเช่น ไทยเข็มแข็งเสาโรงพักตำรวจโด่เด่ ปุ๋ยปลอมแพงทำไมคุณไม่ ตรวจสอบบ้างละค่ะ!!!

คำถามถึง…  น.ส สุภา ปิยะจิตติ ทำกับราษฏร์ไทยได้ลงคอ ท่านทำได้อย่างไร ทำลายหัวใจของคนดีที่สุดของท่าน!!!! เป็นข้าราชการไม่รักษษวินัยแล้วท่านก็ไม่มีอะไรเหลือเเล้วในชีวิต 60ปีที่ทำมานั้นสูญเปล่าเพราะเขลาเบาปัญญารึ อคติรักใครชอบใครจนเสียสมดุลข้าราชการที่มีไว้ทำให้ราษฏร์อุ่นใจที่มีเรา ชิมิ

l-lto-supa

วินัยข้าราชการพลเรือน 

                         วินัย             (Discipline)    ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของ  วินัย  ว่า  การอยู่ในระเบียบแบบแผนข้อบังคับ

ข้าราชการพลเรือน    มาตรา  4  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535  บัญญัติว่า  ข้าราชการพลเรือนหมายความว่า  บุคคลซึ่งได้รับบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้  ให้รับ ราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือน  ในกระทรวง  ทบวง  กรม  ฝ่ายพลเรือน

วินัยข้าราชการพลเรือน    หมายความถึง  ระเบียบ  ข้อบังคับ  หรือแบบแผนความประพฤติ ที่กำหนดให้ข้าราชการพลเรือนพึงควบคุมตนเอง  และควบคุมผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้ประพฤติหรือปฏิบัติ
ตามที่กำหนดไว้  ทั้งนี้  เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย  ความสงบ  ความเจริญ  ตลอดจนให้การ
ดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่เชื่อถือแก่บุคคลทั่วไป  เหตุที่ต้องมีวินัยข้าราชการพลเรือน  เพราะข้าราชการพลเรือนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลในการบริหารประเทศ  และปกครองอำนวยความสะดวกบำบัดทุกข์  บำรุงสุขแก่ราษฎร  นับว่าเป็นตัวจักรสำคัญที่จะนำมาซึ่งความเจริญหรือความเสื่อมให้แก่
ประเทศชาติ  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ข้าราชการพลเรือนจะต้องทำตนให้เป็นที่เชื่อถือของประชาชน  โดยการทำตนเป็นคนดีอยู่ในระเบียบวินัยอันดี  ตั้งใจปฏิบัติราชการด้วยความเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทาง
ราชการ  เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปโดยเรียบร้อยและเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น  หากข้าราชการพลเรือนไม่อยู่ในระเบียบวินัยอันดี  นอกจากจะทำให้เสื่อมเสียเกียรติของความเป็นข้าราชการแล้ว  ยังทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือศรัทธาในรัฐบาล  อันจะมีผลกระทบกระเทือนทำความเสียหายมาสู่ประเทศชาติและประชาชน
โดยส่วนรวมด้วย  วินัยข้าราชการพลเรือนจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมี  และข้าราชการพลเรือนทุกคนจะต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ  ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้าม หรือไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติทางวินัยตามที่บัญญัติไว้  ย่อมถือว่า
ผู้นั้นกระทำผิดวินัย  และจะต้องได้รับโทษตามที่กำหนดไว้  แต่เป้าหมายของวินัยข้าราชการพลเรือนมิได้อยู่ที่การลงโทษแต่เพียงอย่างเดียว  ควรมุ่งในด้านการเสริมสร้างและพัฒนาเพื่อให้ข้าราชการพลเรือนมีวินัยที่ดีด้วย  สำหรับเรื่องต่าง ๆ  ที่จะได้กล่าวต่อไปนั้น  จะอธิบายและชี้แจงเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับวินัยข้าราชการพลเรือนสามัญเท่านั้น

ความสำคัญ    วินัยข้าราชการพลเรือนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การปฏิบัติราชการมี ประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล  วินัยจึงมีความสำคัญต่อราชการเป็นส่วนรวม  และต่อตัวข้าราชการในการประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับการเป็นข้าราชการ

                         จุดมุ่งหมายของวินัยข้าราชการพลเรือน

                         –  เพื่อให้ราชการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

                         –  เพื่อความเจริญและความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ 

                         –  เพื่อความผาสุขของประชาชน

                         –  เพื่อสร้างภาพพจน์ชื่อเสียงที่ดีของระบบราชการ

การรักษาวินัย   หมายถึงการที่ข้าราชการพลเรือน  (สามัญ)  แต่ละคนมีหน้าที่ต้องรักษาวินัยของตนเอง  นอกจากนี้ผู้บังคับบัญชายังมีหน้าที่ต้องรักษาวินัยของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา  โดยการเสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย  ป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัยและดำเนินการทางวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย  สำหรับผู้มีหน้าที่รักษาวินัยของข้าราชการ
พลเรือนมีอยู่ด้วยกันหลายระดับ  เช่น  ตัวข้าราชการ  ผู้บังคับบัญชา  องค์การกลางบริหารบุคคล  และรัฐบาล  เป็นต้น  แต่ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะตัวข้าราชการ  และผู้บังคับบัญชาเท่านั้น  ซึ่งแยกพิจารณาได้ดังนี้

1.  ข้าราชการ      มาตรา  80  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535  บัญญัติว่า  “ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติเป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัดอยู่เสมอ”   การรักษาวินัยตามที่บัญญัติเป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัตินั้น  ข้าราชการจะต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ  ตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ารับราชการ  จนกว่าจะพ้นจากการเป็นข้าราชการ  ซึ่งเท่ากับว่าจะต้องอยู่ในวินัยตลอด  24  ชั่วโมง  มิใช่เฉพาะแต่ในเวลาราชการเท่านั้น  แม้เวลานอกราชการก็จะต้องอยู่ในวินัยอย่างเคร่งครัดด้วย

และผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามหรือไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติทางวินัยตามที่บัญญัติไว้  ย่อมถือว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดวินัย  จักต้องได้รับโทษทางวินัย  เว้นแต่มีเหตุอันควรงดโทษตามที่บัญญัติไว้ตามมาตรา  100  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535  การที่กฎหมายบัญญัติไว้เช่นนั้น  เพราะเห็นว่าวินัยเป็นเครื่องนำตนไปในทางที่ดี  อีกทั้งเป็นพื้นฐานเบื้องต้นในอันที่จะส่งเสริมหรือสร้างสรรค์ให้ข้าราชการปฏิบัติราชการอย่างมีความรับผิดชอบ  ทำให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ผลดี  มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  ซึ่งจะเป็นผลให้ข้าราชการผู้นั้นได้รับการเลื่อนขั้น  เลื่อนตำแหน่ง  ในทางราชการก้าวหน้าต่อไปตามลำดับ  ฉะนั้น  ข้าราชการแต่ละคน
จึงต้องควบคุมความประพฤติของตนเองโดยเป็นผู้รักษาวินัยที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัด  การรักษาวินัยก็คือการปฏิบัติตามวินัยนั่นเอง  ข้าราชการแต่ละคนจะปฏิบัติตามวินัยได้ดีย่อมขึ้นอยู่กับตัวข้าราชการเอง  และสิ่งสำคัญ ที่ข้าราชการจะขาดเสียมิได้ในการรักษาวินัยก็คือ

1.1  เรียนรู้และเข้าใจในวินัยข้าราชการโดยแจ้งชัดว่ามีข้อกำหนดให้พึงปฏิบัติอย่างไร  และ
ห้ามกระทำการอย่างใด

1.2  สำนึกในหน้าที่ว่าเมื่อเป็นข้าราชการแล้วย่อมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎและระเบียบของทางราชการ

1.3  ตระหนักในความสำคัญของวินัยว่า  วินัยจะช่วยสร้างความดีความเจริญและความสำเร็จ
ให้แก่ตนเอง  ซึ่งผลแห่งความดี  ความเจริญ  และความสำเร็จนั้นจะส่งไปถึงทางราชการเป็นส่วนรวมด้วย

1.4  ปฏิบัติตามวินัยและละเว้นการปฏิบัติในข้อห้ามและข้อปฏิบัติที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัด

2.  ผู้บังคับบัญชา  มาตรา  99  วรรคหนึ่ง  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535  บัญญัติว่า  “ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย  ป้องกันมิให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย  และดำเนินการทางวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา  ซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหา

ว่ากระทำผิดวินัย”   การที่กฎหมายบัญญัติไว้เช่นนั้น  เพราะผู้บังคับบัญชามีหน้าที่รับผิดชอบงาน  แต่ผู้บังคับบัญชาไม่สามารถที่จะปฏิบัติงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีโดยลำพังตนเองได้  จึงต้องมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติ  โดยจะต้องควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย  ระเบียบ  และคำสั่งที่กำหนดไว้  กับต้องเสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีวินัย  ป้องกันมิให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย  เพราะหากผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีวินัยแล้ว  งานจะไม่ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  และมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล  จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องมีหน้าที่ในการเสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีวินัย  ป้องกันมิให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัยกับควบคุมกล่าวคือ

2.1  หน้าที่ของผู้บังคับบัญชาดังกล่าวพิจารณาได้ 3 กรณี คือ

เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีวินัย  ได้แก่การกระทำโดยการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี  การฝึกอบรม  การสร้างขวัญและกำลังใจ  การจูงใจหรือการอื่นใดในอันที่จะเสริมสร้างและพัฒนาทัศนคติ  จิตสำนึก  และพฤติกรรมของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปในทางที่มีวินัย  (ตามมาตรา  99  วรรคสอง  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535)

ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาจำเป็นที่จะต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีและสร้างศรัทธา ในตัวผู้บังคับบัญชาให้ปรากฏ  ซึ่งการสร้างศรัทธานี้ต้องกระทำทั้งศรัทธาในตัวผู้บังคับบัญชา  ศรัทธาในงาน
ที่ทำ  และศรัทธาที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน  ดังนั้น  การจะทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีและสร้างศรัทธา
ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็น  ผู้บังคับบัญชาจะต้องยึดถือคุณธรรมหรือหลักธรรมประจำใจ  อันได้แก่  พรหมวิหาร  4 คือ  (1)  เมตตา  อยากให้ผู้อื่นมีสุข   (2)  กรุณา  ช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์   (3)  มุทิตา  ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี  (4)  อุเบกขา  วางตัวเป็นกลางไม่ลำเอียง   รวมทั้งต้องมีสังคหวัตถุ  4 คือ  (1)  ทาน  การให้   (2)  ปิยวาจา  การรู้จักพูดจาไพเราะ  อ่อนหวาน  (3)  อัตถจริยา  รู้จักเกื้อกูลกัน   (4)  สมานัตตา  รู้จักการวางตัว  และทำงานให้เข้ากับคนอื่น นอกจากนี้ควรมีอิทธิบาท  4   เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน  เพื่อนำไปสู่ผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี  คือ
(1)  ฉันทะ  ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น  (2)  วิริยะ  ความเพียร    (3)  จิตตะ  เอาใจใส่ในสิ่งที่ทำ  ไม่วางเฉย  และ  (4)  วิมังสา  หมั่นตรึกตรองพิจารณาหาเหตุผล  เมื่อผู้บังคับบัญชามีหลักธรรมประจำใจดังกล่าวแล้ว  ก็จะต้องอาศัยคุณธรรมนั้นมาใช้กับภาวะผู้นำในเรื่องต่าง ๆ  ดังนี้

(1)  ทำตนให้เป็นตัวอย่างที่ดี

(2)  ให้ความคุ้นเคยเป็นกันเองและสนใจในทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา

(3)  ร่วมงานหรือกิจกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชา

(4)  ไปเยี่ยมผู้ใต้บังคับบัญชาที่เจ็บป่วยหรือประสบภัยและให้ความช่วยเหลือ
ตามสมควร

(5)  เป็นที่ปรึกษาและช่วยแก้ปัญหาส่วนตัวของผู้ใต้บังคับบัญชาโดยเปิดโอกาสให้
ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าพบได้โดยง่ายและให้ความช่วยเหลือตามสมควร

(6)  เรียกผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีปัญหามาคุยกันสองต่อสองเพื่อปรึกษาหาทางแก้ไข

(7)  ให้ความเสมอภาคและยุติธรรมแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาโดยเสมอหน้า

(8)  ชมเชยและสนับสนุนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำงานดีและประพฤติดี

(9)  รักษาคำมั่นสัญญาและดำเนินการตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
แต่ไม่ให้สัญญาในสิ่งที่ทำไม่ได้

(10) เป็นตัวแทนต่อสู้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาในเรื่องงาน  ประโยชน์และความเป็นธรรม
ที่จะได้รับ

(11) ปกป้องคุ้มกันผู้ใต้บังคับบัญชาในทางที่ถูกที่ควร

(12) ร่วมรับผิดในความบกพร่อง  ผิดพลาด  ของงานที่มอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำ

(13)  ส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เก่งได้มีโอกาสเลื่อนตำแหน่ง  หรือสับเปลี่ยนหน้าที่เพื่อความก้าวหน้า

(14) ควบคุมอารมณ์ให้หนักแน่นมั่นคงในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชา  และคิดรอบคอบก่อนพูดหรือทำเสมอ

(15) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ใต้บังคับบัญชา  ถ้าไม่ยึดความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะนั้นมาเป็นทางปฏิบัติก็ชี้แจงเหตุผลให้ผู้เสนอทราบ

(16) รับฟังคำวิจารณ์ของผู้ใต้บังคับบัญชาเกี่ยวกับตนอย่างใจกว้าง  และพร้อมจะชี้แจง
แก้ข้อข้องใจ  หรือแก้ไขในสิ่งที่ตนยังบกพร่องอยู่

(17) ให้การยอมรับแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนว่าเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานและ
มีคุณค่าต่อหน่วยงาน

(18) เมื่อมีข่าวลือหรือมีความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือแก่หน่วยงาน  หรือจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใด ๆ  ในหน่วยงาน  ถ้าเป็นเรื่องที่เปิดเผยได้  ก็ให้ชี้แจงและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา

(19) ให้การฝึกอบรม  ประชุม  สัมมนา  แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อให้เกิดความรู้และสำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบ

(20) ประชุมผู้ใต้บังคับบัญชาให้ร่วมกันอภิปรายให้ข้อคิดเห็นในการแก้ปัญหาหรือปรับปรุงงานของหน่วยให้ดีขึ้น

(21) ส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มและประสานสามัคคีระหว่าง
ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา

(22) จัดให้มีเครื่องมือเครื่องใช้ในสภาพที่ดีให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ใช้ทำงาน

(23) รับรู้ผลงานและประเมินผลของผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ละคนเป็นระยะ ๆ
และพิจารณาความดีความชอบตามผลงาน

ข.  ป้องกันมิให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย  ได้แก่การกระทำโดยการเอาใจใส่  สังเกตการณ์และขจัดเหตุที่อาจก่อให้เกิดการกระทำผิดวินัยในเรื่องอันอยู่ในวิสัยที่จะดำเนินการป้องกันตามควรแก่กรณีได้  (ตามมาตรา 99 วรรคสาม  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535)  สำหรับเหตุ
ที่ทำให้ข้าราชการกระทำผิดวินัยมีหลายประการ  เช่น

1.  ความไม่รู้ระเบียบ   บุคคลใดเข้าทำงานโดยไม่รู้ระเบียบ  ย่อมเป็นช่องทางให้ผู้นั้นกระทำผิดวินัยได้ง่าย  จึงควรชี้แจงแนะนำระเบียบต่าง ๆ  ให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจ  โดยเฉพาะข้าราชการที่ได้รับ
การบรรจุใหม่ควรที่จะได้มีการปฐมนิเทศให้รู้ถึงระเบียบแบบแผนของทางราชการ  สิทธิและหน้าที่ของ
ข้าราชการ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่พึงปฏิบัติและงดเว้นในฐานะที่เป็นข้าราชการ  และควรจะได้จัดให้มีการ
ฝึกอบรมข้าราชการเก่าเป็นระยะ ๆ  เพื่อกระชับความสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบ  พร้อมทั้งเพิ่มพูนความรู้ความสามารถให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ในการอบรมนี้นอกจากจะกระทำในด้านวิชาการแล้วควรอบรมด้านความประพฤติด้วย  โดยให้ข้าราชการคำนึงถึงเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ความซื่อสัตย์สุจริต  ให้มีคุณธรรมและจริยธรรมกับทัศนคติที่ดีที่ถูกต้องในการรับราชการ

2.  โอกาสเปิดช่องล่อใจ   ถ้าโอกาสเปิดช่องล่อใจ  อาจทำให้บุคคลกระทำผิด
โดยไม่ทันยั้งคิด  หรือทนความเย้ายวนไม่ได้  เช่น  การปล่อยให้เงินหลวงอยู่ในมือโดยไม่ฝากคลัง  หรือปล่อยให้คน ๆ เดียวรับผิดชอบการเงินโดยไม่มีการตรวจสอบ  จึงเป็นโอกาสให้เกิดการทุจริตได้โดยง่าย  จำเป็นต้องหาทางป้องกัน  เช่น  กำหนดวงเงินที่เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ  จัดระบบการตรวจสอบ  และวางระเบียบควบคุมไว้ให้
รัดกุม  เป็นต้น

3.  เหตุกระทบกระเทือนขวัญ   ในการบริหารย่อมถือว่าขวัญและกำลังใจของ
ข้าราชการเป็นปัจจัยที่สำคัญ  เพราะถ้าข้าราชการมีกำลังใจดีก็ย่อมจะทำงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  หากข้าราชการคนใดขาดขวัญ  ถูกทอดทิ้ง  หรือถูกผู้บังคับบัญชาคอยแต่จ้องจับผิด  ก็จะทำให้ข้าราชการผู้นั้น  รู้สึกว่าไม่มีความปลอดภัยต่อหน้าที่  โดยเฉพาะการพิจารณาความดีความชอบประจำปี  จะต้องกระทำโดยบริสุทธิ์  ยุติธรรม  ตามผลงานของแต่ละคนเป็นสำคัญ  มิฉะนั้น  จะทำให้เกิดความท้อแท้เบื่อหน่ายต่องาน  ซึ่งจะเป็นเครื่อง
บั่นทอนขวัญของข้าราชการ  ฉะนั้น การบำรุงขวัญของข้าราชการจึงเป็นสิ่งจำเป็น    สำหรับเหตุกระทบ
กระเทือนขวัญมีหลายประการ  เช่น การไม่ได้รับความเป็นธรรม  การไม่ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ  การไม่มีความมั่นคง  เป็นต้น  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทางราชการ  และผู้บังคับบัญชาจะต้องป้องกันมิให้ข้าราชการเสียขวัญและกำลังใจ  ทั้งนี้จะกระทำได้โดยให้ความเอาใจใส่ในตัวข้าราชการ  แสดงความเชื่อถือไว้วางใจ  ให้ความ
เป็นธรรมและให้หลักประกันความมั่นคงแก่ข้าราช การตามสมควร

4.  การแบ่งหน้าที่ไม่เหมาะสม  การจัดแบ่งงานในหน้าที่ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชามี
ส่วนเกี่ยวข้องกับการรักษาวินัย  เพราะถ้าหากมีการแบ่งหน้าที่โดยเหมาะสม  ข้าราชการก็จะมีขวัญและกำลังใจดี  ทำงานด้วยความสนุกเพลินเพลิน  แต่ถ้าแบ่งงานไม่เหมาะสม  เช่น  บางคนรับผิดชอบมากอีกคนทำน้อย  หรือบางหน่วยงานมีเจ้าหน้าที่น้อย  แต่ปริมาณงานมาก  ก็จะทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความท้อแท้เบื่อหน่าย  เป็นเหตุให้งานคั่งค้างเสียหายต่อทางราชการได้  จึงจำเป็นที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้

5.  ความจำเป็นในการครองชีพ   หากปรากฏว่าการทำงานที่ใดมีรายได้ไม่พอกับการครองชีพ  ผู้ทำงานก็จะต้องดิ้นรนหาทางให้พอแก่การครองชีพ  โดยหลบเลี่ยงงานไปทำธุรกิจส่วนตัว  เป็นเหตุให้ข้าราชการกระทำผิดวินัย  จึงจำเป็นที่จะต้องช่วยให้ข้าราชการมีความสามารถในการครองชีพตามฐานานุรูป  ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้พยายามช่วยเหลือข้าราชการในด้านสวัสดิการ  เช่น  ค่ารักษาพยาบาล  การศึกษาบุตร  ค่าเช่าบ้าน  เพิ่มค่าครองชีพ  เป็นต้น  นอกจากนี้ยังวางมาตรการให้ข้าราชการประหยัด  เช่น  ห้ามให้ของขวัญผู้บังคับบัญชา  จัดงานรื่นเริง  เป็นต้น

6.  อบายมุข   เช่น  สุรา  นารี  การพนัน  การเที่ยวกลางคืน  เป็นต้น  ซึ่งการหมกมุ่น
ในอบายมุขดังกล่าว  จะเป็นช่องทางให้กระทำผิดวินัยได้  จึงจำเป็นที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องคอยสอดส่องดูแลตักเตือนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาไม่ให้ประพฤติหมกมุ่นในอบายมุข  อันเป็นการปิดช่องทางแห่งการกระทำผิด

ค.  หน้าที่ของผู้บังคับบัญชาในทางควบคุม   หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ  หน้าที่ในการ
ปราบปรามผู้กระทำผิดวินัย  คือ  ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยแก่ผู้อยู่ผู้ใต้บังคับบัญชา  ซึ่งมีกรณีอันมี
มูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย  และถ้าจะต้องลงโทษก็ต้องกระทำ  หากผู้บังคับบัญชาละเลยไม่ปฏิบัติ
หน้าที่ดังกล่าว  หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวโดยไม่สุจริต  ผู้บังคับบัญชาอาจจะต้องมีความผิดทางวินัย  ตามมาตรา  99  วรรค 7  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535  วิธีการควบคุมให้ข้าราชการมีวินัย
เริ่มจากการกำหนดบทวินัยที่ข้าราชการพึงปฏิบัติไว้โดยกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับหรือคำสั่ง  พร้อมทั้งกำหนดโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำผิดวินัยได้  ฉะนั้นเมื่อปรากฏกรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยโดยมีพยานหลักฐานในเบื้องต้นอยู่แล้ว  ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยทันที  หรือเมื่อมีการกล่าวหาโดยปรากฏตัวผู้กล่าวหา  หรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัย
โดยยังไม่มีพยานหลักฐาน  ให้ผู้บังคับบัญชารีบดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้นว่า  กรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยหรือไม่  ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย  ก็ให้ดำเนินการทางวินัยทันที  (ตามมาตรา  99  วรรค 4  และ 5  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535)
การดำเนินการทางวินัยเป็นทางเลือกทางสุดท้ายที่ผู้บังคับบัญชาพึงกระทำสำหรับการรักษาวินัยข้าราชการ

วิธีการรักษาวินัย  มีดังนี้

1)  ส่งเสริมและจูงใจให้ข้่ราชการเป็นคนที่มีวินัยดี  อาทิเช่น เสริมสร้างการอบรม ประชุมสัมนาเพื่อให้ความรู้ที่ทันสมัทันต่อเหตุการณ์ ในแนวทางที่ตรงกันเพื่อก่อให้เกิดการการพัฒนาตนเองและการป้องกันไม่ให้เกิดข้อ  2.1 ก.   และ 2.1 ข. ตัดเตือน ลงโทษ ภาคฑัณฑ์ เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเยี่ยงอย่าง ชาติไทยพังซ้ำซากจากมือสกปรกล้วงความลับของชาติไทยก่อให้เกิดการทำลายเศษฐกิจและการกระทบต่อราษฏร์ไทย โครงสร้างประเทศไทยแตกแยกพังทั้งระบบ  ตัดไฟซะตั้งแต่ต้นลม ดีกว่าให้แตกดังโพล๊ะ!!!

2)  การออกปฏิบัติข้อบังคับไว้แล้วก็ทำตามเพื่อมิให้การเหิมเกิมเอาแบบอย่างผิดๆๆซ้ำซากไม่แก้ไขสักที โดยการใช้บทลงโทษผู้ฝ่าฝืนวินัยข้า่ราชการในข้อ  2.1 ค.

 บทเรียน บริหาร กรณี สุภา ปิยะจิตติ บทเรียน รัฐบาล

วันที่ 05 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 23 ฉบับที่ 8254 ขอบคุณที่มา…นสพข่าวสดรายวัน

การดำรงอยู่ของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นการดำรงอยู่ที่ น่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในงานอันเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว

น่าทึ่งเพราะ “ราก” ที่มาของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ คืออะไร

ตำแหน่งในทางราชการ 1 ของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ คือ รองปลัดกระทรวงการคลัง ขณะเดียวกัน ตำแหน่ง 1 คือ

ประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำผลิตผลการเกษตร กระทรวงการคลัง

ตำแหน่งนี้เองที่ทำให้ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เข้าไปมีบทบาทรับรู้รายละเอียดการรับจำนำผลผลิตการเกษตรไม่เพียงแต่เรื่องข้าวเท่านั้น หากเป็นในเรื่องมันสำปะหลังและอื่นๆ

กระนั้น หน้าที่นี้เป็นหน่วยงานของกระทรวงการคลัง

จากจุดตรงนี้แน่นอนการทำงานของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ย่อมขึ้นต่อปลัดกระทรวงการคลัง และย่อมขึ้นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

คำถามคือ 2 คนนี้ร่วมรับรู้กับ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ หรือไม่

ที่เสนอคำถามอย่างนี้เพราะการไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ โดยระบุว่าโครงการรับจำนำข้าวมีการทุจริตทุกขั้นตอน

นับเป็นความเห็นที่ดุเดือด รุนแรงอย่างยิ่ง

ยิ่งกว่านั้น บทสรุปของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ยังระบุด้วยว่าจำนวนเงินที่ขาดทุนมีมากกว่า 2.2 แสนล้านบาท

นี่ย่อมไม่ตรงกับบทสรุปของ นายวราเทพ รัตนากร

ไม่ว่าความเห็นของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ จะมาจากความเห็นและความรู้สึกส่วนตัว แต่อย่าลืมเป็นอันขาดว่าหากเป็นส่วนตัวคณะกรรมาธิการจากวุฒิสภาคงไม่เชิญ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ จึงน่าเชื่อว่าเป็นความเห็นในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชี

เป็นงานของกระทรวงการคลัง

ความเห็นของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ มีน้ำหนักอย่างแน่นอน เพราะหากไม่มีน้ำหนัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คงไม่ขอให้เสนอขึ้นไปเพื่อจะได้ดำเนินการ

น่าแปลกที่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กลับไม่เสนออย่างเป็น ขั้นตอน

ไม่ว่าจะเสนอผ่านปลัดกระทรวงการคลัง ไม่ว่าจะเสนอผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อนำส่งไปยังนายกรัฐมนตรี

เพราะนายกรัฐมนตรีก็เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)

แสดงให้เห็นว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติหลายครั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีรายงานของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นอุปกรณ์หนึ่งในการร่วมพิจารณาตัดสินใจ

หรือมีแล้วแต่ไม่มีใครให้ความสนใจ

ถามว่าปรากฏการณ์ในแบบของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ สะท้อนให้เห็นโครงสร้างของระบบอะไร

1 เป็นโครงสร้างระบบราชการที่มีปัญหา 1 เป็นปัญหาอันดำรงอยู่ในกระทรวงการคลัง เป็นปัญหาอันดำรงอยู่ในคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ

แล้วใครกันเล่าที่สมควรจะรับผิดชอบในความ บกพร่องนี้

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร