20-21/8/2013Thailand PM yingluck shinawatra Visited Islamic Republic of Pakistan

y2013-Islamic Republic of Pakistan (4)

21 สิงหาคม 2556

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร Noor Khan Air Base Chaklala กรุงอิสลามาบัด สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน และเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการโดยการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศแห่งสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน

y2013-Islamic Republic of Pakistan (30)

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรีฯและคณะ เดินทางไปยังโรงแรม Serena โรงแรมที่พัก และหารือกับนักธุรกิจไทยเพื่อรับฟังประสบการณ์ อุปสรรคในการลงทุน และการขยายโอกาสการค้าการลงทุนของไทยในปากีสถานให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น การเดินทางเยือนปากีสถานครั้งนี้ มีผู้แทนเอกชนไทยเดินทางเข้าร่วมคณะของนายกรัฐมนตรี จำนวน 25 คน จาก 4สาขาธุรกิจที่มีศักยภาพในตลาดไทย-ปากีสถาน ได้แก่สาขาอาหารและสินค้าเกษตร สาขาพลังงาน/พลังงานทดแทน อัญมณีและเครื่องประดับ ธุรกิจโรงพยาบาล/การแพทย์ ธุรกิจการท่องเที่ยว และธุรกิจก่อสร้าง โดยมีกิจกรรมจับคู่สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การศึกษาดูงานและพบหารือกับหน่วยงานที่มีศักยภาพในแต่ละสาขา รวมถึง การรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับโอกาสและลู่ทางการค้าการลงทุนในปากีสถาน

Paki%20xx1

ทั้งนี้ ปากีสถานมีประชากร 180 ล้านคน ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก จึงเป็นตลาดขนาดใหญ่และเป็นประตูการค้าไทยไปสู่ประเทศอัฟกานิสถาน เอเชียกลาง และตะวันออกกลาง ปีที่แล้ว ไทยและปากีสถานมีมูลค่าทางการค้า 982 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยส่งออกมูลค่า877.9 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และไทยนำเข้ามูลค่า 104.6ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 773.2 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ มีธุรกิจที่มีศักยถาพและโอกาสในการลงทุน ได้แก่ 1)สาขาอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งมีเครือเจริญโภคภัณฑ์เริ่มลงทุนด้านอุตสาหกรรมเกษตรครบวงจร (FEED-FARM-FOOD) โดยมีโรงงานผลิตอาหารซึ่งมีกำลังการผลิต 65,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ การลงทุนด้านอาหารฮาลาลและผลไม้นับเป็นอีกสาขาหนึ่งที่น่าสนใจ โดยน้ำผลไม้ไทยที่ชาวปากีสถานนิยมดื่มกันคือ“ชบา”และ “มาลี” ซึ่งลงทุนตั้งโรงงานผลิตในปากีสถานแล้ว 2)สาขาพลังงาน อาทิ การสำรวจและผลิตน้ำมัน/ก๊าซธรรมชาติ 3)อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับโดยปากีสถานอุดมไปด้วยอัญมณีสำคัญ คือ พลอย แต่ขาดแคลนความรู้ทางเทคโนโลยีและการบริหาร4)อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนตร์และอุปกรณ์การขนส่ง โดยอุตสาหกรรมยานยนต์ในปากีสถานยังพัฒนาไม่มาก ใช้รถยนต์รุ่นเก่าและเทคโนโลยีไม่สูง สอดคล้องกับเทคโนโลยีของไทยที่สามารถผลิตเองได้และ 5)การผลิตอุปกรณ์ทางการเกษตร

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีฯ ยังได้รับฟังปัญหาและอุปสรรคการค้าอื่นๆจากภาคเอกชนในการลงทุนที่ปากีสถาน อาทิ ภาษีนำเข้าที่มีอัตราสูง ซึ่งทำให้สินค้าไทยไม่สามารถแข่งขันได้และสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดในสินค้าหลายชนิด รวมถึง สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนที่ไม่ดึงดูดนักลงทุนมากนัก และสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองและความมั่นคงในปากีสถานที่กระทบต่อความไม่มั่นใจในการลงทุน

Paki%20xx2

สำหรับการเยือนสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ตามคำเชิญของนายมูฮัมหมัด นาวาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน โดยเป็นการเยือนระดับนายกรัฐมนตรีเป้นครั้งแรกในรอบ11 ปี นับตั้งแต่เมื่อปี 2545 โดยในการเยือนในครั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ และส่งเสริมความร่วมมือทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว และเพื่อเป็นการยกระดับความสัมพันธ์กับปากีสถานในลักษณะการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง รวมถึงความร่วมมือระหว่างกันในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีฯมีกำหนดการเข้าหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีปากีสถาน การลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจจำนวน3 ฉบับกับ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน

y2013-Islamic Republic of Pakistan (50)

ในการเยือนสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้นำภาคเอกชนจาก6 สาขาธุรกิจที่มีศักยภาพ ได้แก่ สาขาอาหารและสินค้าเกษตร สาขาพลังงาน/พลังงานทดแทน สาขาอัญมณีและเครื่องประดับ สาขาการท่องเที่ยว สาขาธุรกิจโรงพยาบาล/การแพทย์ และสาขาการก่อสร้าง ร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานเพื่อเปิดโอกาสและแสวงหาลู่ทางการค้าการลงทุนไทยในสาธารณรัฐทาจิกิสถาน และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน อีกด้วย

y2013-Islamic Republic of Pakistan (32)

การมาเยืยนในครั้งนี้ประเทศไทยได้กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันและกันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพิ่มการค้าระหว่างกันยกระดับเป็น 2 เท่า ( 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)ในอีก 5 ปีข้างหน้า และพยายามนำเข้าสู่ข้อตกลงการค้าเสรีในเวทีต่างๆๆควบคู่ไปพร้อมกับประเทศไทย ซึ่งกำลังจะก้าวเข้าสู่เวทีอาเซียนและเวทีโลกการค้าเศษฐกิจเสรีในภุมิภาคอื่นๆๆเป็นลำดับขั้นตอนต่อไป

y2013-Islamic Republic of Pakistan (9) 

ในการพบปะหารือกันแบบสบายๆๆระหว่างนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายกรัฐมนตรีนาวัซ ชารีฟ  สาธารณรัฐอิสลามปากีสถานปากีสถาน ต่างก็ให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกันทางการค้า,วัฒนธรรม, พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ด้านกลาโหม, การศึกษาและการท่องเที่ยว โดยนายนาวัช ชารีฟ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันอย่างรอบคอบและครอบคลุมทั้งในประเด็นทวิภาคีและระหว่างประเทศ ผู้นำสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานระบุว่า การเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าให้แข็งแกร่งระหว่าง2ประเทศนี้ เป็นความสำคัญอันดับต้น ๆเท่านั้น และยังหวังด้วยว่า ตัวเลขการค้าในระดับทวิภาคี จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายใน 5 ปี

y2013-Islamic Republic of Pakistan (36)

นอกจากนี้ นายนาวัช ชารีฟ ยังกล่าวว่า จะมีการเปิดประชุมคณะกรรมาธิการการค้าร่วมกันในวันนี้ด้วย

ด้านนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตรกล่าวว่า ทั้งสองประเทศต่างมีปัญหาเรื่องกลุ่มหัวรุนแรงเช่นกัน ซึ่งไทยก็เคารพการเสียสละของรัฐบาลและประชาชนของปากีสถาน ในการจัดการกับปัญหาท้าทายดังกล่าว เราเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างประเทศและการส่งเสริมความเคารพความหลากหลาย จะช่วยแก้ปัญหาความท้าทายจากกลุ่มหัวรุนแรงได้ สาธารณรับอิสลามปากีสถานก็มีนิรโทษกรรมเป็นเครื่องมือสำหรับแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง เพื่อเสรีภาพ ภารดรภาพ ค่อยทำค่อยแก้ค่อยคิดเป็นเรื่องๆๆไป

y2013-Islamic Republic of Pakistan (38)

อีกทั้งปัญหาในสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานซึ่งพยายามขับเคลื่อนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็มีปัญหาเช่นเดียวกับ3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งกำลังต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรงมานานหลายสิบปีเรื้อรังมานานเช่นเดียวกัน โดยกลุ่มตอลีบานก่อการร้ายไม่เอาประชาธิปไตย ไม่นิยมการเลือกตั้งเป็นกลุ่มที่มีสายสัมพันธ์กับองค์กรกลุ่มอัลกออิดะห์ และกลุ่มหัวรุนแรงอื่น ๆ ก่อเหตุโจมตีประชาชนในประเทศให้เสียชีวิตหลายพันคนในช่วงหลายปีมานี้  ไม่ว่ายุทธวิธีพลีชีพ วางระเบิด ใส่ร้ายป้ายสี และใช้ศาลระบบยุติธรรมมากดขี่นักการเมือง และพัฒนาการพื้นฐานคุณภาพชีวิตประชากรและประเทศชาติ ซึ่งทางฝ่ายรัฐบาลก็ใช้อำนาจปลดศษลนักการเมืองเหล่านี้เป็นระยะตามแต่องค์กรใดจะถูกใช้งาน

y2013-Islamic Republic of Pakistan (38)

  สรุปผลการเยือนสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานดังนี้

20 ส.ค. 2556 เวลา 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางไปยังทำเนียบนายกรัฐมนตรีปากีสถานเพื่อพบหารือกับนายมูฮัมหมัด นาวาซ ชารีฟ (H.E. Mr. Muhammad Nawaz Sharif) นายกรัฐมนตรีปากีสถาน โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้ 

Paki%205

ด้านความสัมพันธ์ การเยือนปากีสถานครั้งนี้นับเป็นการเยือนระดับนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการในรอบ11 ปี นับตั้งแต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนปากีสถานอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2545 โดยทั้งสองยินดีที่ไทย-ปากีสถานสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 60 ปี สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีฯ กล่าวชื่นชมถึงความเข้มแข็งของระบบประชาธิปไตยในปากีสถาน โดยมีรัฐบาลชุดใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนายกรัฐมนตรีปากีสถานได้แสดงความยินดีที่ไทยมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกตามระบอบประชาธิปไตย
Paki%206
ด้านเศรษฐกิจ ไทยสามารถยกระดับความสัมพันธ์กับปากีสถานในลักษณะการเป็นหุ้นส่วนทางด้านเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง (Strong Economic Partnership) ซึ่งจะทำให้ทั้งสองเป็น Economic Hub ของภูมิภาค โดยปากีสถานเป็นประตูสู่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง อัฟกานิสถาน และภาคตะวันตกของจีน ขณะที่ไทยยินดีเป็นประตูสู่อาเซียนแก่ปากีสถาน นอกจากนี้ ทั้งสองยินดีส่งเสริมการเพิ่มมูลค้าการค้าระหว่างกันเป็นสองเท่าภายใน 5 ปี การจัดตั้งสภาธุรกิจร่วม และผลักดัน FTA ไทย-ปากีสถาน ผ่านกรอบการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ปากีสถานซึ่งจะลงนามจัดตั้งในการเยือนครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ ไทยยินดีสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในสาขาที่ไทยเชี่ยวชาญ อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ โดยขอมีการให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ประกอบการไทย เช่น การลดภาษี การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
Paki%207
ด้านการท่องเที่ยวและความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ทั้งสองยินดีที่การท่องเที่ยวระหว่างไทย-ปากีสถานเพิ่มขึ้น มีเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศ 18 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ ไทยพร้อมส่งเสริมให้ชาวปากีสถานเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทยเพิ่มขึ้น สำหรับความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ไทย-ปากีสถานสนับสนุนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญในการเตรียมพร้อม การบริหารจัดการ และการฝึกอบรมร่วมกันเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติให้มากยิ่งขึ้น
Paki%208
ด้านความร่วมมือทางทหารและความมั่นคง ทั้งสองยินดีกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกัน ภายใต้กรอบการประชุมการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมเฉพาะเรื่องอื่นๆระหว่างไทย-ปากีสถาน ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการต่อต้านการก่อการร้ายฯครั้งที่ 3 ในสิ้นปีนี้
Paki%20PV
ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี นายกรัฐมนตรีฯชื่นชมปากีสถานที่แสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในเวทีระดับภูมิภาคและพหุภาคี โดยเฉพาะ การสนับสนุนท่าทีไทยในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในกรอบเวทีองค์การการประชุมอิสลาม (Organization of Islamic Conference – OIC) และการส่งเสริมเวที Asia Cooperation Dialogue (ACD) ที่ไทยริเริ่มขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีปากีสถานยินดีสนับสนุนและเข้าร่วมการประชุม ACD Summit ครั้งที่ 2 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนมีนาคม ปี 2558 ซึ่งประเด็นสำคัญของการประชุม คือ การส่งเสริมความเชื่อมโยงภายในเอเชีย และข้อริ่เริ่มเส้นทางสายไหมใหม่ ที่จะเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียกลาง และเอเชียใต้ เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ ไทยได้ขอให้ปากีสถานสนับสนุนนักเรียนไทยในปากีสถาน โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม และนายกรัฐมนตรีปากีสถานได้ใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีและประชาชนไทยสำหรับความช่วยเหลือช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวของปากีสถานด้วย 

Bahria-Town

(21 ส.ค. 2556) ผู้แทนนักเรียนและนักศึกษาไทยในปากีสถาน จำนวน 4 คน เข้าเยี่ยมคารวะนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ณ โรงแรม Serena กรุงอิสลามาบัด โรงแรมที่พัก สรุปสาระสำคัญการสนทนาดังนี้ 

pp1

            นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้รับฟังปัญหา รวมทั้งสอบถามความเป็นอยู่ของผู้แทนนักเรียน นักศึกษาไทยในปากีสถาน โดยผู้แทนนักเรียนและนักศึกษาไทยในปากีสถานได้เล่าถึงชีวิตและความเป็นอยู่ในปากีสถาน และกล่าวว่านักเรียนและนักศึกษาส่วนใหญ่ที่มาปากีสถาน จะมาศึกษาในด้านศาสนา และวิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กล่าวว่า หากมีปัญหาขอให้ติดต่อสถานทูตไทย และขอให้ใช้เป็นศูนย์กลางในการร้องเรียนและดูแล

 pp2

    ภายหลังเสร็จสิ้นการสนทนา นายกรัฐมนตรีฯและคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมมัสยิดไฟซาล(Faisal Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปากีสถาน ตั้งชื่อตามพระนามของกษัตริย์ไฟซาลแห่งซาอุดิอาระเบีย(King Faisal bin Abdul – Aziz) ที่ทรงริเริ่มและพระราชทานพระราชทรัพย์ในการสร้างมัสยิด มัสยิดแห่งนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1986 เป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียใต้ และใหญ่เป็นลำดับ 4 ของโลก ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี Vedat Dalalokay มีรูปทรงคล้ายเต็นท์ทรงแปดเหลี่ยมของชนเผ่าเบดูอิน(Bedouin) ที่อาศัยในเขตทะเลทรายของคาบสมุทรอาหรับ มัสยิดไฟซาลตั้งอยู่ต้นถนนไฟซาลในกรุงอิสลามาบัด มีเทือกเขามาร์กัลลา(Margalla Hills) ตั้งอยู่เบื้องหลัง มีพื้นที่รวมประมาณ 5,000 ตารางเมตร สามารถจุคนได้ 240,000 คน

faisal-mosqueFaisal Mosquepp3 pp4

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังเนินเขา Shakar Parian ซึ่งเป็นที่สำหรับแขกบ้านแขกเมืองจะมาปลูกต้นไม้และชมวิวเมือง โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งเสด็จฯ เยือนปากีสถานเมื่อปี 2534 และพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเดินทางเยือนปากีสถานปี 2526 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้มาปลูกต้นไม้ที่เนินเขา Shakar Parian เช่นกัน

pp5

ประมวลภาพ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานอย่างเป้นทางการระหว่างวันที่20-21สิงหาคม2556

y2013-Islamic Republic of Pakistan (41) y2013-Islamic Republic of Pakistan (5)y2013-Islamic Republic of Pakistan (49)y2013-Islamic Republic of Pakistan (57)y2013-Islamic Republic of Pakistan (55)y2013-Islamic Republic of Pakistan (42)y2013-Islamic Republic of Pakistan (39)y2013-Islamic Republic of Pakistan (50) y2013-Islamic Republic of Pakistan (58)y2013-Islamic Republic of Pakistan (32)y2013-Islamic Republic of Pakistan (9)y2013-Islamic Republic of Pakistan (11)y2013-Islamic Republic of Pakistan (56) y2013-Islamic Republic of Pakistan (40)y2013-Islamic Republic of Pakistan (36)y2013-Islamic Republic of Pakistan (34)y2013-Islamic Republic of Pakistan (20) y2013-Islamic Republic of Pakistan (7)y2013-Islamic Republic of Pakistan (12)y2013-Islamic Republic of Pakistan (21)y2013-Islamic Republic of Pakistan (44)y2013-Islamic Republic of Pakistan (24)y2013-Islamic Republic of Pakistan (51)

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับประเทศไทยโดยมีท่านฑูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทยมารอต้อนรับการกลับสู่ประเทศไทยในครั้งนี้

y2013-Islamic Republic of Pakistan (31)y2013-Islamic Republic of Pakistan (52)y2013-Islamic Republic of Pakistan (22)y2013-Islamic Republic of Pakistan (13)

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร