9-10/9/2013Thailand PM yingluck shinawatra Visited Swiss Confederation

Geneva Switzerland / The Old City

Zurich – Switzerland’s Downtown City

un1un

 

ตอนนี้วินาที่นี้วันที่14ธ.ค2556 ผู้เขียนและชาวโลกทุกทวีปในโลกใบนี้อยากจะบอกประเทศไทยว่าคุณมีการปกครองที่ดีที่สุดแล้ว แม้ขุขระบ้างแต่ณ.วันนี้เป็นนาทีอันยิ่งใหญ่ที่เหล่า กำแพงประชาธิปไตยจะออกมาร่วมปกป้อง ต้นไม้พิษของคณะรัฐประหาร19ก.ย2556กำลังออกดอกรัฐทหารซึ่งไม่มีใครยอมรับ และกลุ่มทหารที่ออกเวทีสภาประชาชนได้พบนายสุเทพ เทือกสุบรรณและเเกนนำระบอบคอมมิวนิตย์ซึ่งไม่มีประเทศใดปกครองเลยในโลกใบนี้มีก็ยูเครนผู้สนับสนุนนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส่วนเวเนสุเอร่าก็กำลังจะก้าวสู่ประชาธิปไตยในไม่ช้านี้ ฉะนั้นทหารซึ่งพบแกนนำโจรก็มีส่วนสนับสนุนกบฏประชธิปไตยด้วย นายสุเทพแกนนำมีหมายเรียกท่านได้พบท่านก็มีส่วนสนับสนุนบุคคลซึ่งเป้นภัยร้ายแรงต่อราชอาณาจักรไทยด้วย เพราะรากฐานประเทศประชาธิปไตยไม่ว่าใครปกครองแบบไหนแบบราชารึเเบบประธานาธิบดีก็ล้วนมาจาก….สิทธิมุษยชนซึ่งมีคะแนนเสียง1เสียงไปลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่มีการทำร้ายฆ่ากันกลางกรุงแค่ความคิดต่าง แค่นี้ใครจะมากลางอะไรในเมื่อประเทศไทยเลือกประชาธิปไตย….นะเข้าใจและขับเคลื่อนไปเลือกตั้ง กลุ่มน้อยก็รู้จักอดทน ทำความดีให้คนเขารักและสนับสนุนคุณซิค่ะ เอาให้ยุติธรรมเลย รักใครชอบใครไปลงคะแนนหากคุณที่คุณเลือกไม่ดีพอต่อหลักธรรมศีล5แล้ว คุณก็อย่ามาด่าอย่ามาฆ่าทำร้ายร้างกายให้บาดเจ็บ คุยกันด้วยเหตุผลบนจุดยืนประชาธิปไตย …มิใช่เอาเผด้จการมานำเสนอ เราไม่เอา!!!!!!!!!ชัดเจน

y-Mr. Ueli Maurer -seiss  (5)

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้แต่งตัวสวยไปเที่ยวนะค่ะ สวยนั้นคุณแม่ให้มานะค่ะมิได้ไปเสริมสร้างมามันติดมาโดยชาติกำเนิด นะค่ะเธอไปทำงานรับใช้ประเทศไทยเพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้ประชาชนไทยทั้งหมด ช่วยนำเศษฐกิจที่งดงามถูกต้องมีที่มาที่ไปของเงิน การทำงานค้าขายสุจริตรัฐต่อรัฐ โดยนำสภาวะผู้นำที่ดีนั้นมาโชว์ในการสร้างสัมพันธภาพกับนานาอารยะประเทศซึ่งมีทรัพยากร ความเป็นอยู่การใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยปลอดสภาวะสงคราม ความขัดแย้ง มีแต่เจรจา ประณีประนอมกันได้ ทำให้ประเทศชาติเจริญจากความคิดสร้างสรรค์นี้ ใครได้รับเลือกตั้งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีผู้นำประเทศย่อมทำงานตามนี้ เป้นหน้าที่ของประเทศซึ่งปกครองในระบอบประชาธิปไตย นะคนหลังเขาเต่าล้านปีจงเข้าใจซะใหม่ หน้าที่ใครก็ทำตรงนั้นอย่าเสือกเรื่องงานคนอื่น ชี้นิ้วโน่นนั้นใส่ร้ายป้ายสี อิจฉาริษยาเขาจนน่ารังเกียด!!!

y-swiss

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรออกเดินทางเยือนสมาพันธรัฐสวิส สาธารณรัฐอิตาลี นครรัฐวาติกัน และสาธารณรัฐมอนเตเนโกรอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 8-15 กันยายน2556

sw4

สวิตเซอร์แลนด์ (อังกฤษ: Switzerland;เยรมัน: die Schweiz;ฝรั่งเศส: la Suisse; อิตาลี่: Svizzera; โรมานช์: Svizra) มีชื่อทางการว่า สมาพันธรัฐสวิส (อังกฤษ: Swiss Confederation; ละติน: Confoederatio Helvetica) เป็นประเทศขนาดเล็กที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตะวันตก โดยมีพรมแดนติดกับ  ประเทศเยรมันนี ฝรั่งเศส อิตาลี่ ออสเตรีย และลิกเตนสไตน์  นอกจากจะมีความเป็นกลางทางการเมืองแล้ว สวิตเซอร์แลนด์นับว่ามีการร่วมมือกันระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรนานาชาติหลายแห่ง

Switzerland  9-2013 (13)

9ก.ย2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะรัฐบาล นักธุรกิจไทยเดินทางถึงสนามบิน นครเจนีวา สมาพันธุ์สวิสโดยมีท่านฑุตสมาพันธุ์สวิสคณะรัฐบาลสมาพันธุ์สวิสให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การเยือนสมาพันธรัฐสวิสในครั้งนี้ เป็นการเยือนในรอบ 23 ปี ของนายกรัฐมนตรีไทย 

Switzerland  9-2013 (14)

สมาพันธรัฐสวิสถือเป็นประเทศที่มั่งคั่ง มีเศรษฐกิจเข้มแข็ง ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตเศรษฐกิจในยูโรโซน และเป็นศูนย์กลางในหลายอุตสาหกรรม เช่น การเงินการธนาคาร เคมี เวชภัณฑ์ อิเล็คทรอนิกส์ นอกจากนี้ World Economic Forum ยังจัดให้สมาพันธรัฐสวิสเป็นประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศสูงมาโดยตลอด ล่าสุด อยู่ในอันดับ 1 ในการจัดอันดับประจําปี 2556 โดยการเยือนสมาพันธรัฐสวิสอย่างเป็นทางการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอกย้ำความสัมพันธ์ต่อกันในลักษณะพิเศษ กระชับความสัมพันธ์ในหลายๆด้านที่ทั้งสองประเทศมีผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว รวมทั้งส่งเสริมบทบาทไทยในเวทีระหว่างประเทศ ฯลฯ

y-Mr. Ueli Maurer -seiss  (2)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้พบปะกับนักธุรกิจไทยและคณะรัฐบาลไทยในปัญหาและอุปสรรคการค้าการลงทุน นอกจากการได้เข้าพบกับประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิส แล้วยังได้พบกับข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานสหประชาชาติ  ได้เข้าประชุม HRC สมัยที่ 24 ได้ร่วมแถลงจุดยืนประเทศไทยในด้านสิทธิมุษย์ชน ซึ่งเป็นรากฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  หลังจากนั้นรัฐฐาลไทยและคณะได้จัดนิทรรศการภาพถ่าย เกี่ยวกับบทบาทประเทศไทยในสหประชาชาติ ซึ่งประเทศไทยได้จัดร่วมกับสำนักงานสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา

sw2013-o

10ก.ย2556นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเข้าร่วมพิธีต้อนรับนำตรวจแถวทหารสมาพันธุ์สวิสอย่างเป็นทางการ เป็นการต้อนรับระดับสูงสุดของประเทศในระบอบประชาธิปไตยซึ่งเป็นค่านิยมร่วมกันในคุณสมบัติของผู้นำที่ดีและน่ายกย่องในการเคารพสิทธิเสรีภาพร่วมกันในการวางรากฐานสันติภาพซึ่งประเทศไทยได้รับไม่ง่ายนักในเวทีโลกในอดีตที่ผ่านมา  โดยมีนายอือลี เมาเรอร์ (Mr. Ueli Maurer) ประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิสให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

y-Mr. Ueli Maurer -seiss( 6)

และหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิส พร้อมด้วยนายดีดีเย บวร์คฮัลเทอร์ รองประธานาธิบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสมาพันธรัฐสวิส และนายโยฮันน์ ชไนเดอร์-อัมมันน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การศึกษาและการวิจัยสมาพันธรัฐสวิส

y-Mr. Ueli Maurer -seiss(7)

สมาพันธรัฐสวิสเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่ง มีเศรษฐกิจเข้มแข็ง และไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตเศรษฐกิจ ในยูโรโซน โดยในปี2555และปี2556 World Economic Forum จัดให้สมาพันธรัฐสวิสอยู่ในอันดับ ๑ ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศสูง นอกจากนี้สมาพันธรัฐสวิสยังเป็นศูนย์กลางการเงิน การธนาคารที่สำคัญแห่งหนึ่งในยุโรป รวมทั้งมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีความเข้มแข็ง เป็นผู้ผลิตสินค้าชั้นนำด้านเครื่องจักรกล เครื่องมือที่มีความแม่นยำสูง เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ และนาฬิกา โดยในปี ๒๕๕๕ สมาพันธรัฐสวิสเป็นคู่ค้าอันดับที่ ๑๑ ของไทยในโลก และเป็นอันดับที่ ๑ ของไทยในกลุ่ม EFTA มีการดำเนินนโยบายเป็นกลาง (active neutrality) และมีบทบาทเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในเวทีระหว่างประเทศ

y-Mr. Ueli Maurer -seiss  (3)

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิสที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และรู้สึกยินดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสมาพันธรัฐสวิสเป็นไปอย่างราบรื่น โดยทั้งสองฝ่ายต่างยืดถือค่านิยมสากลร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาธิปไตย การเคารพต่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญในความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ รวมทั้งเชิญประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมคณะภาคเอกชนสวิส ไทยมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางประชาธิปไตย และการส่งเสริมการปรองดองในประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้จัดการประชุม “Uniting for the Future: Learning from each other’s experience” เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งนี้รัฐบาลไทยรู้สึกขอบคุณที่รัฐบาลสวิสให้การสนับสนุนกระบวนการปรองดองของไทย และยังได้จัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคให้แก่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง (คอป.)

คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง (คอป.)

y-Mr. Ueli Maurer -seiss  (4)

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้ความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจไทย และการลงทุนในโครงการสำคัญของรัฐบาลรวมทั้ง โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ที่ยินดี เชิญบริษัทสวิสเข้ามาลงทุนในโครงการนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคโลจิสติกส์ เนื่องจากสมาพันธรัฐสวิสถือว่ามีระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก นายกรัฐมนตรียืนยันความพร้อมของไทยในการฟื้นการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย – EFTA ( European Free Trade Association: ประกอบด้วยสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ ) ซึ่ง FTA จะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนของไทยกับ EFTA รวมทั้ง ยังจะช่วยกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับสมาพันธรัฐสวิส ที่ถือเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย โดยคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 90 ของการค้ารวมไทย-EFTA

swiss-thai bisiness co2013 (7)

ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้ดำเนินการส่งเสริมการลงทุนของไทยในต่างประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีหวังว่านักลงทุนไทยจะมีความสนใจเข้าไปลงทุนเพิ่มมากขึ้นในสวิส และในขณะเดียวกันนักลงทุนสวิสก็เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สมาพันธรัฐสวิสถือเป็น 1 ในประเทศคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของไทยในยุโรป และยังมีศักยภาพในการเติบโตต่อไปในระดับทวิภาคีอีกมาก โดยนายกรัฐมนตรีและฯได้กล่าวขอบคุณสวิสที่ได้นำเข้าข้าวไทยกว่า 10,820 ตันเมื่อปีที่ผ่านมา และหวังว่าสวิสจะยังคงนำเข้าข้าวไทยต่อไป ข้าวหอมมะลิไทย หรือข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ได้รับการรับรองการคุ้มครองตามภูมิประเทศที่ผลิต (Protected Geographical Indications: PGI) โดยสหภาพยุโรปตั้งแต่มีนาคม 2556

y-Kassym-Jomart Tokayev1

ด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดี เห็นพ้องนักท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเดินทางมาประเทศไทยมากกว่า 5 ล้านคน โดยเป็นชาวสวิสประมาณ 190,000 คน ซึ่งน่ายินดีที่ไทยยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวสวิสนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวและรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย รวมถึงสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยว เนื่องจากการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้สำคัญทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ไทยและสวิสจะให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย

y-Navanethem-un

9ก.ย255612.15 น. นายกรัฐมนตรีงสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พบหารือกับนางนาวาเนเธ็ม ฟิลเล (Navanethem Pillay) ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ) สรุปดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวรู้สึกเป็นเกียรติที่เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนแรกที่จะได้กล่าวถ้อยแถลงต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในวันนี้ การส่งเสริมและการปกป้องสิทธิมนุษยชน ถือเป็นหัวใจหลักของนโยบายรัฐบาล และรัฐบาลไทยให้ความสำคัญต่อประเด็นสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

ทั้งนี้ ประเทศไทยรู้สึกเป็นเกียรติที่มีสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ สำนักงานประจำภูมิภาคถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมและสนับสนุนวาระที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไทยยืนยันที่จะให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อไป

y-Navanethem-un2

ในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกของ HRC ต้องการที่จะเห็นการลงมือทำงานอย่างจริงจัง โดยไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านเทคนิคด้านสิทธิมนุษยชนและการเสริมสร้างศักยภาพ

สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และมนุษยธรรม คือหนึ่งในค่านิยมหลักของไทย ไทยหวังที่จะเป็นสะพานเชื่อมบุคคล หรือประเทศในมุมมองที่แตกต่างกันในเรื่องสิทธิมนุษยชน และมุ่งมั่นที่จะรักษาบทบาทที่สำคัญและสร้างสรรค์ภายในคณะมนตรี ดังนั้นในโอกาสนี้ ไทยจึงได้สมัครตำแหน่งสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ วาระปี 2015-2017

นายกรัฐมนตรีและข้าหลวงใหญ่ได้มีการหารือถึงกระบวนการสร้างความปรองดองในไทย โดยไทยรู้สึกยินดีที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติให้ความสนใจการสร้างความปรองดองในไทย รัฐบาลไทยได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาความตกลงร่วมกัน รวมทั้งยังสนับสนุนฝ่ายต่างๆเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างความปรองดองด้วย ซึ่งรัฐบาลยอมรับความคิดเห็น และเปิดรับฟังประสบการณ์จากประเทศและองค์กรอื่นๆ โดยเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐบาลจัดปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Uniting for the Future: Learning from each other’s experience โดยเน้นในเรื่องประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม

y-Navanethem-un3

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวยืนยันว่า จุดประสงค์ของกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ได้มีเพื่อที่จะให้นิรโทษกรรมผู้ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองทั้งหมด หรือเพื่อให้ไม่ต้องรับโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนสิทธิมนุษยชน และมั่นใจว่าประเด็นต่างๆจะได้รับการกล่าวถึงในรัฐสภา ทั้งนี้ไทยเข้าใจในข้อห่วงกังวล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ขอให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับไทย เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน บางคนอาจบิดเบือนความเห็น เพื่อหาผลประโยชน์ทางการเมืองได้

y-Navanethem-un5

หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ให้การดูแลและจะยังคงให้การดูแลผู้ลี้ภัยชาวอินโดจีนและคนพลัดถิ่นชาวเมียนมาร์ รวมถึงชาวโรฮิงญา และจะพยายามหาทางออกที่สามารถปฏิบัติได้จริง ทั้งนี้ไทยตระหนักถึงความท้าทายต่างๆ และพยายามที่จะหาทางจัดการปัญหาในการให้การดูแลบุคคลเหล่านี้ นอกจากนี้ การให้การดูแลผู้หญิงและเด็กในที่พักพิงของไทยได้รับการยกย่องว่าดีที่สุด ทางออกที่ดีที่สุด คือการสามารถกลับประเทศได้อย่างปลอดภัย แต่ทั้งนี้จะต้องใช้เวลา และไทยยังต้องการความช่วยเหลือ และเปิดรับฟังเพื่อหาทางแก้ปัญหา

ประเทศไทยถือเป็นสังคมเปิด สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ บุคคลที่ผิดข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมีสิทธิเช่นเดียวกับบุคคลที่ทำผิดทางอาญาอื่น ๆ  รวมทั้งมีสิทธิได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และมีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย

นอกจากนี้ ในขณะนี้ไทยกำลังดำเนินการปรับปรุงเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย และการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องและตรงตามมาตรฐานสากล

ขอบคุณกรมวิเทศสัมพันธ์กระทรวงต่างประเทศ

y-Navanethem-un4

ประมวลภาพนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนสมาพันธ์สวิสวันที่9-10 ก.ย2556

Switzerland  9-2013 (9)

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรออกเดินทางวันที่8ก.ย2556 เดินทาง11ชั่วโมงถึงสมาพันธุ์สวิส

y-swissSwitzerland  9-2013 (15)

โดยมีคณะรัฐบาลไทยและคณะสมาพันธุ์สวิสให้การต้อนรับ ไม่ใช่ง่ายนะค่ะที่จะได้รับเชิญขนาดนี้ประเทศเขาเป้นกลาง เคารพสิทธิเสรีภาพขั้นสูงสุด

y-Thailand Private -swiss2013 (1)y-Thailand Private -swiss2013 (4) y-Thailand Private -swiss2013 (6)

ประชุมเอกชนไทยในสมาพันธุ์สวิสถึงปัญหาอุปสรรคในการค้าการลงทุนเพื่อนำเสนอต่อประธานาธิบดีสมาพันธุ์สวิสและคณะรัฐบาลสมาพันธุ์สวิส

y-Kassym-Jomart Tokayev3 y-Kassym-Jomart Tokayev1

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้พบหารือกับนาย Kassym-Jomart Tokayev ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา

Council Chamber Council Chamber1 Council Chamber4 Council Chamber6y-Kassym-Jomart Tokayev5 y-Kassym-Jomart Tokayev4

เมื่อพูดคุยกับแล้วท่าน Kassym-Jomart Tokayev ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานสหประชาชาติ
นำนายกรัฐมนตรีไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนำ ชมห้อง Council Chamberของสหประชาชาติ

y-Navanethem-un4

พบหารือกับนาง นางนาวาเนเธ็ม ฟิลเล (Navanethem Pillay) ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ)

y-Kassym-Jomart Tokayev8y-Kassym-Jomart Tokayev6

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษร์ ชินวัตรและคณะ ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนาย Kassym-Jomart Tokayevผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานสหประชาชาติ

y-Kassym-Jomart Tokayev9 y-Kassym-Jomart Tokayev10 y-Kassym-Jomart Tokayev11 y-Kassym-Jomart Tokayev12

พิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่าย ประเทศไทยและสหประชาชาติณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

un2 un3 un5 un4

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเข้าพบกับนายโคฟี่ อันนัน (อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ) ประธานมูลนิธิโคฟี่ อันนัน  และเรียนเชิญให้เยียนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี2557

t-un t-un1 un un7

แถลงการณ์ประเทศไทยในเจตนารมย์เข้าร่วมเป็นสมาชิกHuman Rights Council (HRC) และ United Nations Security Council (UNSC)

y-.Zurich ,swissjpg (1) y-.Zurich ,swissjpg (3)y-.Zurich ,swissjpg (2)

10ก.ย2556เดินทางจากนครเจนีวาไปยังนครซูริกสมาพันธุ์รัฐสวิสเซอร์เเลนด์

swiss-thai bisiness co2013 (4) swiss-thai bisiness co2013 (1) swiss-thai bisiness co2013 (2)

เยี่ยมชมนิทรรศการส่งเสริมการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว ณ โรงแรม Park Hyatt

Business Forum2Business Forum1

งาน Business Forum ,swiss-thai coperetion

y-President  Swiss Confederation,Bern. (6)sw2013-oy-President  Swiss Confederation,Bern. (5)sw4

เดินทางถึง กรุงเบิร์น อันเป็นที่ตั้งของคณะรัฐบาลสมาพันธ์รัฐสวิส โดยรัฐบาลสมาพันธ์รัฐสวิสให้การต้อนรับอย่างเป้นทางการนำตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ

y-Mr. Ueli Maurer -seiss(7)

เดินทางเข้ายัง เรือนรับรอง Lohn Manor พร้อมกับ ประธานาธิบดีสมาพันธ์รัฐสวิสนายอือลีเมาเรอร์ (Mr.Ueli Maurer) ปรึกษาหารือข้อราชการ แถลงข่าว รับประทานอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแค่2ประเทศร่วมกัน

21.45 น. เดินทางออกจากนครซูริก สหพันธรัฐสวิส ไปยังกรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี
23.10 น. เดินทางถึงท่าอากาศยาน Ciampino กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร