ตาสว่าง…หน้าที่พลเมืองดีประเทศไทย กับอำนาจอธิปไตยนั้นมี3ส่วนประกอบกัน

สุเทพ เทือกสุบรรณ เงิบ…รัฏฐาธิปัตย์ของเขาเข้าข่ายเป็นกบฏราชอาณาจักรไทยจังๆๆอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนก็จริงแต่มี3 ส่วนนะจ๊ะ

r7th-jk

ลายพระหัตถ์ของรัชกาลที่7 ทรงมอบให้คนไทยทุกคนรักษาบ้านเมืองไว้ร่วมกันให้ลูกหลานไทยได้อาศัยตราบจนทุกวันนี้….

r7th-jk1

ตาสว่าง…หน้าที่พลเมืองดีประเทศไทย กับอำนาจอธิปไตยนั้นมี3ส่วนประกอบกันมิใช่สุเทพ เทือกสุบรรณตั้งเอง อำนาจอธิปไตยมาจากประชาชนเลือกตั้งผู้แทนเข้าสภามาทำหน้านี้บริหารและนิติบัญญัติ เพื่อความเจริญของประเทศไทยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตอยู่ดีมาสุข

k9-2556

พระราชดำรัส ในหลวง 5 ธันวาคม 2556  เนื่องในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช พ.ศ 2556ณ ท้องพระโรงศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ ความว่า

“บ้านเมืองของเราเป็นปึกแผ่นมั่นคง และร่มเย็นเป็นสุขมาช้านาน เพราะเรามีความยึดมั่นในชาติ และต่างบำเพ็ญกรณียกิจตามหน้าที่ ให้สอดคล้องเกื้อกูลกัน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติ คนไทยทุกคนจึงควรได้ตระหนักในข้อนี้ให้มาก และตั้งใจประพฤติตัวปฏิบัติงานให้สมฐานะแล­ะหน้าที่เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวม คือความมั่นคงปลอดภัยของชาติบ้านเมืองไทย

ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิ­ทธิ์ จงคุ้มครอง รักษา ท่านทุกคนให้มีแต่ความผาสุกร่มเย็นตลอดไป”

ppth

วันนี้นักเรียนประถมศึกษามาเป็นครูสอนประชาธิปไตยให้ชาวไทยทั้งประเทศได้มีองค์ความรู้ทุกคนบนแผ่นดินไทยไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนาใดก็ต้องเข้าใจให้ตรงกัน

คนเชื้อชาติไทยมีศาสนาพุทธ95%ในประเทศไทยอีก4%เป็นมุสลิมนับถือศาสนาอิสลาม อีก1%นับถือศาสนาอื่นๆๆเช่นคริตส์ ซิกส์ ฮินดู พราหมณ์ ลักธิอื่นๆๆเช่นสันติอโศก โล้นซ่าส์ พ่อมดหมอผี โหราศาสตร์

ศาสนาพุทธมีนิยกายเถรวาทและมหายานอันนี้สามัคคีกันดีไม่รบราฆ่ากัน มุสลิมอิสลามมีหลายแบบทั้งสุนนี่แบบซาอุดี้-อาหรับอมิเรต ชีอะห์แบบอิหร่าน แบบ4คัมภีร์ประเทศกาตาร์ แบบโตะอิหม่ามประเทศบาเรห์ ซึ่งมุสลิมจะรบราฆ่ากันในตัวอยู่แล้ว มีประเทศไทยนี้สงบสันติสุขที่สุด เมื่อพรรคการเมืองมาทำให้สับสนโดยการนำประชาธิปไตยมายิงกันมาฆ่ากันเพื่อครองอำนาจท้องถิ่นและนำตนเองสู่เวทีระดับประเทศ ร่วมกันจัดงบลับมหาศาลหลายๆๆกรมกระทรวงและสารพัด องค์กรปล้นเชิงนโยบายเพื่่อแก้ปัญหาความไม่สงบสุข ยิ่งไม่จบฆ่ากันเพื่ออำนาจก็มีเสมอนับ100ปี ส่วนศาสนาส่วนน้อยในสัดส่วน 5%ก็นำประชาธิปไตยมาใช้เพื่ออำนาจการเมือง ประเทศไทยจึงไม่จบไม่สงบสักทีรวมโหราจารย์ พราหมณ์ต่างๆๆ นักสร้างงานศิลปะ รวมนักโบราณคดี ประวัติศาสตร์เขียนใหม่นำมาบิดเบือนและให้พิธีกรต่างๆๆทั้งหลักและชุมชนนำมาตอกย้ำให้ช้ำใจเรื่อยๆๆแล้วแต่เทคนิคสอดแทรกของแต่ละคน

ทุกวันนี้แม้เรื่องนางสงกรานต์วันไหนก็ยังทะเลาะกันสื่อบอกว่างี้ แต่ตำราบันทึกว่างี้แล้วชาวบ้านคนชราว่าไงก็13เมษายนของทุกปีไงละตรงวันไหนวันนั้นก็นางสงกรานต์ชื่อนี้..เห็นไหมไม่ยากหากคนชราไม่อยู่ให้ลูกหลานได้ทำตามเภทภัยธรรมชาติก็เล่นงานไม่สงบสุข เพราะพราดเอ่ยชื่อคนลงมาทำงานผิด คนที่ท่านเอ่ยชื่อนั้นก็ไม่ได้อยู่ปกป้องพวกมนุษย์ การลงโทษเมื่อเทวดาโกรธก็คือพายุวาตภัย พวกมนุษย์ไม่เห็นหัวกูอะไรประมาณนี้เเหละ ปีก่อนคนมีอำนาจเช่นเทศบาลเมืองไม่จัดขบวนแห่สงกรานต์ชาวบ้านก็จัดทำเอง…สืบสานประเพณีดั้งเดิมไว้ให้จดจำ ลูกหลานที่เอาแต่เมาสนุกจนลืมองค์ความรู้จะได้จำในกาลครั้งหนึ่งเมาเอาแต่สนุกแต่ชาวบ้านทำบุญกันอย่างไรเขาจึงมีความสุข ครอบครัวสังคมอบอุ่นมีบ้านหลายหลังมีญาติเต็มเมือง

ppthai

เอาละครูป6จากแบบเรียนเรื่องหน้าที่พลเมืองไทยได้กล่าวว่า…

ลักษณะของพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยในระดับประเทศไทยทั่วๆๆไปมีดังนี้

1รู้หน้าที่และปฎิบัติตามกฏหมาย

ประเทศไทยปัจจุบันมี60ล้านคน มีลักษณะแตกต่างกันจึงจำเป็นต้องมีกฏระเบียบ มีกฏหมายสำหรับเป็นเกฎเกณฑ์ให้ประชาชนในประเทศประพฤติปฏิบัติตาม เพื่อการอยู่รวมกันอย่างมีมีความสุขและเกิดความสงบเรียบร้อย

กฏหมายคือ ระเบียบข้อบังคับของสังคม ซึ่งเป็นกฏเกณฑ์ของผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศได้กำหนดขึ้นมา เพื่อใช้ควบคุมความพระพฤติของบุคคลให้ปฏิบัติตาม หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะต้องรับโทษตามที่ระบุไว้ในกฏหมายนั้นๆๆ

กฏหมายที่ใช้ในสังคมจะครอบคลุมกิจกรรมในสังคมทุกด้าน เช่นกฏหมายเกี่ยวกับทะเบียนราษฏร์ ยาเสพติด การศึกษา สิ่งแวดล้อม การจราจร ภาษีอากร การเลือกตั้ง เป็นต้น

skth1

ตามหลักการแล้วกฏหมายจะมีผลบังคับใช้ทั่วไป ใครทำผิดแล้วอ้างว่่าไม่รู้กฏหมายนั้นไม่ได้ เราเป็นสมาชิกของสังคมไทย เราจะต้องศึกษากฏหมายให้เข้าใจ และปฏิบัติตามข้อบังคับขิงกฏหมายนั้นอย่างเคร่งครัด เช่นเมื่อเราต้องใช้ถนนเราต้องรู้กฏจราจรและปฏิบัติตามกฏจราจรเพราะอ่านจนเข้าใจแล้วจึงไปสอบขอรับใบขับขี่รถตามประเภทต่างๆๆจากเข้าทำหน้าที่เป้นผู้ขอรับใบขับขี่ต้องผ่านการสอบทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบขับขี่ประเภทต่างๆๆ และนำมาปฏิบัติตามเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น จะได้เป็นพลเมืองดีของสังคมรักษาบ้านเมืองให้สงบสันติสุข

2. มีจริยธรรมและยึดมั่นในหลักคำสอนของศาสนา

skth4

ศาสนาเป็นลัทธิความเชื่อของมนุษย์ มีหลักคำสอนและพิธีกรรมให้กระทำตาม เพื่อความสงบสุขของสังคมมนุษย์ ศาสนาทุกศาสนาสอนให้กระทำความดีละเว้นความชั่ว จึงต้องถือปฏิบัติไว้ตามหลักสันติภาพ สังคมสงบไม่เบียดเบียนดูหมิ่นกันและกัน ต่างคนต่างมีหลักคำสอน หากไม่เพียงพอในศษสนาตนรึลัทธิของตนก็มีศาสนาพุทธเป็นยอดสูงสุดในการนำไปใช้ได้ แต่มิใช่ให้ใครในองค์กรศาสนามาเป็นผู้นำประเทศและสงคม บุคคลในทุกศาสนาของประเทศไทยเมื่อได้เข้ามาบริหารประเทศย่อมบริหารทุกส่วนภาคและต้องดูแลทุกศาสนาไม่ว่านับถือศาสนาใดก็ตาม

3 .ร่วมรักษาวัฒนธรรมประเพณี

สังคมแต่ละสังคมล้วนมีวัฒนธรรมและประเพณีแตกต่างกันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสังคมนั้นๆๆ วัฒนธรรมและประเพณีไทย บรรพบุรุษไทยได้สืบทอดกันมาคือ การไหว้ ความสุภาพอ่อนโยน ความเอื้อเฟื้อแผื่อแผ่ การเคารพผู้อาวุโส การทำบุณตักบาตร สงกรานต์ การลอยกระทง  เป็นต้น วัฒนธรรมและประเพณีมีคุณค่าต่อความเป็นประเทศชาติทั้งต่อเราเองและสังคมนั้นๆๆดังนี้

1) เป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบสังคม ช่วยให้การดำรงชีวิตของคนในสังคมให้อยู่ร่วมกันได้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน

2) ช่วยสร้างความเจริญให้สังคมเมื่อจะทำสิ่งใดพร้อมใจกันทำได้เช่นสร้างสาธารณะ สวน ขุดสระปลูกต้นไม้ สร้างบ้านเเปลงเมืองผังการจัดวางการค้าขาย ตลาดวัดโรงเรียน ปลูกผักทำสวนทำนาทำไร่ แบ่งอาชีพกันทำมีร้านค้าขายสินค้าตามชุมชนต้องการ

sk-sun

3) เป็นที่ยึดเนี่ยวผูกพันธุ์สมาชิกในสังคมให้เเน่นแฟ้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สร้างสังคมให้ดำรงอยู่ต่อไป

4) ช่วยพัฒนาบุคคลิกภาพของสมาชิกในสังคม ให้สามรถปฏิบัติตนร่วมกับบุคนอื่นๆๆได้อย่างเหมาะสม

4.รักษาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ตั้งแต่สมัยสุโขทัยได้พัฒนาสังคมไทยหล่อหลวงใจสังคมด้วยประเพณ๊วัฒนธรรมจาถึงบัดนี้เป็นยุครัตนโกสินทร์รัชกาลที่9 นำเอาระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมี3อำนาจบริหาร นิติบัญญํติและตุลาการ แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจนเสมอมาจนประเทศเจริญก้าวหน้าจนบัดนี้

5.ร่วมสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่บ้านเมือง

skth2

พลเมืองที่มีคุณภาพจะต้องช่วยกันสร้างสังคมให้เจริญก้าวหน้าแก่บ้านเมือง เพื่อการอยู่ร่วมกันของประชาชนไทยให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น อาทิเช่น

1) ศึกษาค้นคว้าสนใจหาความรู้ วิจัยงานนำสิ่งดีงามมาปฏิบัติ สร้างสรรค์งานด้านต่างๆๆ ประดิษฐ์สิ่งอุปโภค บริโภคให้มีใช้ในราคาย่อมเยาสำหรับสังคมมีคุณภาพการใช้งานสิ่งไหนไม่มี พ่อค้าก็ไปแสวงหาจากมุมโลกต่างๆๆและหัดทำเองใช้ในสังคมในวาระต่อไป

2)รักษาสุขภาพให้แข็งแรง สมบรูณ์เพื่อเป็นพลเมืองมคุณภาพรับประทานอาหารครบ5หมู่ ออกกำลังกาย พักพ่อนให้เพียงพอ มีสติในการทำงาน มีความรู้มีเหตุผลและถูกต้องตามกฏหมายและประเพณีวัฒนธรรมและศาสนาที่นับถือ

3) ขยันทำงานไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ทำกิจกรรมต่างๆๆให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

4) เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก คำนึงถึงชนส่วนใหญ่เสมอ ไม่กระทำการใดๆๆเพื่อประโยชน์ส่วนตนแต่ฝ่ายเดียว

pt-tp

หน้าที่ของพลเมืองที่ดีแบบมีคุณภาพมีองค์ความรู้เป็นที่พึ่งแก่ชนรุ่นหลังๆๆต่อไป

หน้าที่พลเมืองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2550

มาตรา ๗๐.  บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้

ซึ่งคนไทยทุกคนจะต้องทำหน้าที่รักษาสถาบันหลักไว้ไม่ให้ใครมาทำลายหรือเปลี่ยนแปลงล้มล้างได้(เสริมให้เข้าใจจากรธน40 ประกาศใช้เมื่อ11ตุลาคม 2540)

มาตรา ๗๑.  บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย

เพราะสังคมไทยหรือประเทศชาติจะเป็นระเบียบเรียบร้อยและเจริญรุ่งเรืองได้นั้น ประชาชนทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฏหมายบ้านเมือง

me-meja6

มาตรา ๗๒  

บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

บุคคลซึ่งไปใช้สิทธิหรือไม่ไปใช้สิทธิโดยไม่แจ้งเหตุอันสมควรที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิได้ ย่อมได้รับสิทธิหรือเสียสิทธิตามที่กฎหมายบัญญัติ

การแจ้งเหตุที่ทำให้ไม่อาจไปเลือกตั้งและการอำนวยความสะดวกในการไปเลือกตั้ง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

กฏหมายกำหนดให้ประชาชนอายุ18ปีบริบรูณ์ขึ้นไปเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และต้องไปใช้สิทธิเสือกตั้งเพื่อช่วยกันเลือกสรรผู้แทนที่ดี มีความรู้ความสามารถและตั้งใจทำงาน มาทำหน้าที่แทนตนในการบริหารประเทศและออกกฏหมายต่างๆๆ

มาตรา ๗๓.  บุคคลมีหน้าที่รับราชการทหาร(รธน50 รัฐทหารต้องการเป็นรัฏฐาธิปัตย์จึงเขียนใหม่ว่ารับราชการทหารแค่นั้นป้องกันพัฒนาประเทศ) ช่วยเหลือในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติสาธารณะ เสียภาษีอากร ช่วยเหลือราชการ รับการศึกษาอบรม พิทักษ์ ปกป้อง และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

skth1

ตามรธน40 กล่าวไว้ว่าบุคคลมีหน้าที่ป้องกันและพัฒนาประเทศ ดังนี้

1) หน้าที่ป้องกันประเทศประชาชนทุกคนต้องช่วยกันป้องกันประเทศทั้งยามสงบและยามสงคราม

2) หน้าที่รับราชการทหาร ชายไทยอายุครบ๑๘ปีบริบรูณ์ ต้องไปขึ้นบัญชีทหารกองเกินณ.อำเภอท้องที่ที่มีภูมิลำเนาอยู่โดยจะได้รับใบสำคัญ สด. ๙ เมื่อลงบัญชี ณ อำเภอใดแล้วย้ายไปที่ใดก็ต้องแจ้งให้ทราบณ.อำเภอนั้นๆๆ หากไม่แจ้งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน1ดือนหรือปรับไม่เกิน200บาท 

ภูมิลำเนาทหารมีความสำคัญต่อทหารกองเกินอย่างมากเพราะเป็นสถานที่ที่ทหารกองเกินต้องไปรับการตรวจเลือก ในแต่ละท้องที่ก็มีจำนวนทหารกองเกินและความต้องการของฝ่ายทหารที่กำหนดมาต่างกัน การอยู่ในภูมิลำเนาทหารที่ต่างกันจึงมีผลต่อการตรวจเลือกเข้ารับกองประจำการ และเป็นช่องทางให้มีผู้หลีกเลี่ยงการเป็นทหารใช้หลบเลี่ยงไปได้

6nrth

ทหารกองเกินเมื่อมีอายุย่างเข้า 21 ปี ในพุทธศักราชใด ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตนภายในพุทธศักราชนั้นโดยจะได้รับหมายเรียก สด. ๓๕ เพื่อให้มารับการตรวจเลือกในปีถัดไป เพื่อคัดเลือกเข้ารับราชการเป้นทหารประจำการ เรียกว่า ทหารเกณฑทหาร

ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ขึ้นบัญชีทหารกองเกินหรือไม่มารับหมายเรียกต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน3เดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าก่อนที่เจ้าหน้าที่ยกเรื่องขึ้นพิจารณาความผิด ผู้นั้นได้มาขอลงบัญชีทหารกองเกิน หรือ มารับหมายเรียกแล้ว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน1เดือนหรือปรับไม่เกิน100บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3) หน้าที่เสียภาษีอากร เพื่อรัฐจะได้นำเงินเหล่านี้มาบริหารพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคงสืบสานบ้านเมืองให้ชนรุ่นหลังต่อไป

4)  หน้าที่ช่วยเหลือราชการ ทางข้าราชการอาจดำเนินงานเองไม่ได้ต้องขอความร่วมมือกับประชาชน เพื่อสร้างประโยชน์แก่บ้านเมือง เช่น การขุดลอกคูคลอง การรักษาความสะอาดกำจัดขยะ หน้าบ้านเรือน ริมถนน แม่น้ำลำคลองที่สาธารณประโยชน์ต่างๆๆ การประหยัดพลังงาน การแจ้งเบาะเเสผู้ค้ายาเสพติด บ่อน หวย น้ำมันเถื่อน อาชากรรมคนปล้นจี้ โจรที่เรียกว่าการเเจ้งเบาะแสทางผู้กระทำผิดอาชญากรรม ซึ่งชุมชนนั้นๆๆต้องป้องกันตนเองให้มีความสงบสันติสุข ปลอดจากภัยร้ายนานาชนิดนะเอง

21th asen sumit 2012

5) หน้าที่ในการศึกษา จากรัฐบาลบังคับใช้ พลเมืองไทยต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ต่ำกว่า12ปี อย่างทั่วถึงทั้งประเทศไม่ว่าศาสนาใดหากเป็นคนในทะเบียนราษฏร์ไทยและอาศัยในเเผ่นดินไทยต้องรับทราบทั่วกัน และต้องให้ประชาชนมีคุณภาพโดยไม่เก้บค่าใช้จ่ายเว้นการเสริมให้มีคุณภาพเช่นวิชาภาษาต่างประเทศจากครูต่างประเทศและวิชาคอมพิวเตอร์ซึ่งต้องรู้วิธีใช้และซ่อมบำรุงได้ พัฒนาซอฟเเวร์ใหม่ๆๆได้ในอนาคตทั้งเครื่องพีซี และโทรศัพท์และงานด้านอื่นๆๆสามารถประดิษฐ์ใช้ในประเทศได้ในอนาคต สามารถทำได้ในสถานศึกษาเช่นซ่อมรถ ซ่อมคอมพิวเตอร์ ภาษาต่างๆๆในโรงเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพประชากรนั้นๆๆ

6) หน้าที่พิทักษ์ ปกป้องและสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์และความถูมิใจของคนในชาติ ภูมิปัญญษท้องถิ่นเป้นสิ่งแสดงออกทางความรู้ ความคิด เกี่ยวกับเรื่องต่างๆๆของคนในท้องถิ่นที่มีคุณค่า และเป็นประโยชน์ต่อต่อการดำรงชีวิต สิ่งเหล่านี้ต้องช่วยกันบำรุงรักษาให้คงอยู่เป้นมรดกของชาติสืบไป

asean+3 -cjk

7) หน้าที่อนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อคงอยู่ให้ลูกหลานได้ใช้และเกิดประโยชน์ต่อตนเองและชุมชนประเทศชาติอย่างสูงสุด

มาตรา ๗๔.   บุคคลผู้เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม อำนวยความสะดวก และให้บริการแก่ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ในการปฏิบัติหน้าที่และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน บุคคลเหล่านี้ต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองตามระเบียบซึ่งบัญญัติไว้

jk10

การยกย่องชมเชยพลเมืองดี

เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้กระทำความดีให้มีแรงจูงใจทำงานดีๆๆเพื่อสาธารณะชน เมื่อละเลยบกพร่องในหน้าที่ตนก็จะทำให้สังคมไม่มีระเบียบวินัย ไร้ความสงบสุข สังคมไม่พัฒนาแตกแยก จนล่มสลายสิ้นชาติไปในที่สุด เกิดภัยธรรมชาติ รุกราน ไม่มีแรงสร้างสรรค์พัฒนาชุมชน ยิ่ง2557นี้ วาตะภัย พายุลูกเห็บจะรุกรานหากไม่มีคุณธรรม หน้าที่ไม่ทำตามที่ได้อาสามาทำงานทั้งภาคราชการและรัฐวิสาหกิจ ลูกจ้างรัฐและเอกชน ลมมาทีหมดเหมือนนาย สุเทพ เทือกสุบรรณบ้านหายวับไปกับพายุเกย์ มาเเล้ว ทุกวันนี้ยังมาให้คนได้มีกรรมร่วม…ต่อไปชาติไทยหายไปกับสายลมจะรู้สึก คือมีแต่ลืมบอกคนอื่น หากไม่ทำงานหาเงินรึจะมีเงินพัฒนาบ้านเมือง ให้โง่จนเจ็บแบบบ้านคนชาวเล กระมั้งคนไทยใหม่…

jjk1

การเมืองการปกครองของประเทศไทย

อำนาจอธิปไตยและการใช้อำนาจอธิปไตย

อำนาจอธิปไตยคือ อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ การปกครองประเทศจำเป็นต้องมีกฏระเบียบสำหรับให้คนในประเทศปฏิบัติตาม จำเป้นต้องมีผู้ออกกฏหมาย จำเป็นต้องมีผู้บริหาร มีผู้ดูแลให้ปฏิบัติตามกฏหมายและจำเป้นต้องมีผู้ตัดสินปัญหาต่างๆๆจากการใช้กฏหมายให้ถูกต้อง

DSC05455

อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แบ่งเป็น3 อำนาจ ได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ

อำนาจนิติบัญญัติ คืออำนาจในการออกกฏหมาย มีรัฐสภาเป็นผู้ใช้อำนาจนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย

1) วุฒิสภา ได้มาจากการเลือกตั้ง

วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนรวม 150 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด จังหวัดละ 1 คน และมาจากการสรรหาเท่ากับจำนวนรวมข้างต้นหักด้วยจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง (จังหวัด 77 คน และสรรหา 73 คน) มีวาระการดำรงตำแหน่งครั้งละ 6 ปี ไม่มีการยุบสภาเหมือน ส.ส.เป็น ส.ว. แล้วจะเป็นสองสมัยติดต่อกันไม่ได้ ต้องเว้นระยะเวลา 6 ปี จึงจะสมัครใหม่ได้ สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งครั้งแรกจะครบวาระลงเมื่อใด  ามรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใน 30 วัน จึงต้องเลือกผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ให้เข้าไปทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย และควบคุมการทำงานของรัฐบาลอีก 6 ปีข้างหน้า ต่อไป

y-sth (21)


อายุและการศึกษาของผู้สมัคร ส.ว. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์  สอดคล้องกับภาระ บทบาท และอำนาจหน้าที่ ในฐานะของสภาตรวจสอบ และสภากลั่นกรอง วัยวุฒิจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่เป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองหรือเคยเป็นสมาชิก  ผู้สมัคร ส.ว. ต้องจบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ส.ว.ควรต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถในด้านวิชาการค่อนข้างสูง เพราะเป็นเสมือนสภาพี่เลี้ยงหรือสภากลั่นกรองร่างกฎหมายที่ผ่านมาจากสภาผู้แทนราษฎรอีกชั้นหนึ่ง รวมทั้งยังทำหน้าที่แต่งตั้งถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ และตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลจึงอาจเรียกวุฒิสภาว่าเป็นสภาตรวจสอบด้วย  

y-sth (3)

ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน2550 วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ในการกลั่นกรองและพิจารณากฎหมายที่ผ่านการพิจารณาจาก สภาผู้แทนราษฏร์ ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี หรือเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาโดยไม่มีการลงมติ นอกจากนี้ ยังให้วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ ในการพิจารณาเลือก แต่งตั้ง เสนอชื่อ หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยตั้งคณะกรรมาธิการ ทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง รวมทั้งรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จำเป็น แล้วรายงานต่อวุฒิสภา เพื่อประกอบการพิจารณา ตามมาตราที่ 121 ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 อีกด้วย

y-sth-13

มาตรา ๑๐๘

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่

การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวันแต่ไม่เกิน หกสิบวันนับแต่วันยุบสภาผู้แทนราษฎร และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

การยุบสภาผู้แทนราษฎรจะกระทำได้เพียงครั้งเดียวในเหตุการณ์เดียวกัน

2สภาผู้แทนราษฏร สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรได้มาโดยการเลือกตั้งจากประชาชนแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4ปี

ST5

มาตรา ๑๑๐ 

ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้ว พระมหากษัตริย์ จะทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรที่สมาชิก ในสังกัดของพรรคตนมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และมีจำนวนมากที่สุดในบรรดาพรรคการเมือง ที่สมาชิกในสังกัดมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรในขณะแต่งตั้ง เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ในกรณีที่ไม่มีพรรคการเมืองใดในสภาผู้แทนราษฎรมีลักษณะที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนข้างมากจากสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในพรรคการเมืองที่สมาชิกในสังกัดของพรรคนั้นมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีที่มีเสียงสนับสนุนเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับสลาก

ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรย่อมพ้นจากตำแหน่งเมื่อขาดคุณสมบัติดังกล่าว

y-sth-4

มาตรา๑๒๔(๑) ขาดจากสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกมาตรา๑๒๔(๒) ลาออกจากตำแหน่ง

และให้นำบทบัญญัติมาตรา๑๒๔(๔)  มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีเช่นนี้พระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง

มาตรา๑๒๔(๔)  ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นกรณีที่คดียังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็น กรรมการบริหารหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองขณะเดียวกันมิได้

อำนาจหน้าที่ของรัฐสภาคือ ตรากฏหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหารและให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญๆ อันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของแผ่นดิน

k10

อำนาจบริหาร

อำนาจบริหาร คือ อำนาจในการในการบริหารการปกครองประเทศคณะรัฐมนตรีหรือคณะรัฐบาลเป็นผู้ใช้อำนาจนี้

คณะรัฐมนตรีมีหน้าที่สำคัญคือ

1. กำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน

2. นำกฏหมายที่ออกโดยรัฐสภามาดำเนินการให้มีผลบังคัญใช้

3.ควบคุมดูแล ประสานงานการบริหารราชการส่วนกลาง

4.ดำเนินการต่างๆๆเกี่ยวกับการต่างประเทศ

ST3

มาตรา ๑๗๑  

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งและรัฐมนตรีอื่น อีกไม่เกินสามสิบห้าคนประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลัก ความรับผิดชอบร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๑๗๒

ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าแปดปีมิได้

คณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลมีทั้งหมด 36 คน ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี 1คน และรัฐมนตรีไม่เกิน35คน

นายกรัฐมนตรี คือ ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจากรัฐสภา ซึ่งได้มาจากพรรคการเมืองซึ่งมีเสียงข้างมากในสภารวมตัวกันเจรจาและเเถลงการณ์ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล

Map-Thailand

มาตรา ๑๗๒

ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก ตามมาตรา ๑๒๗

การเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ต้องมีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรรับรอง

มติของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร การลงมติ ในกรณีเช่นว่านี้ให้กระทำโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผย

asian-m

มาตรา ๑๗๓  ในกรณีที่พ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มาประชุมเป็นครั้งแรกแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีบุคคลใดได้รับคะแนนเสียง เห็นชอบให้ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๒ วรรคสาม ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร นำความขึ้นกราบบังคมทูลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าวเพื่อทรงมีพระบรม ราชโองการแต่งตั้งบุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดเป็นนายกรัฐมนตรี

มาตรา ๑๗๔

รัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์

(๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

(๔) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) (๓) (๔) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๒) (๑๓) หรือ (๑๔)

(๕) ไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีก่อนได้รับแต่งตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๖) ไม่เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาซึ่งสมาชิกภาพสิ้นสุดลงมาแล้ว ยังไม่เกินสองปีนับถึงวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี

bdth1

มาตรา ๑๗๕

ก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้

“ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดี ต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

มาตรา ๑๗๖

คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และชี้แจงการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามมาตรา ๗๕ โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่ และเมื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วต้องจัดทำแผนการบริหาร ราชการแผ่นดิน เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติราชการแต่ละปีตามมาตรา ๗๖

ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่ จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้

SANYO DIGITAL CAMERA

มาตรา ๑๘๑

คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ แต่ในกรณีพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๑๘๐ (๒) คณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ได้เท่าที่จำเป็น ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) ไม่กระทำการอันเป็นการใช้อำนาจแต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่ง หรือเงินเดือนประจำ หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

(๒) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

(๓) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้าง ความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป

(๔) ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการ เลือกตั้ง และไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

dmcth11

2 .รัฐมนตรี แต่งตั้งจากสส หรือบุคคลอื่นก็ได้ ซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญดังนี้
๑. นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือหรือบุคคลอื่นก็ได้ ซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง เมื่อมีการแต่งตั้งแล้วนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจะต้องพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภา(ส.ส)โดยอัตโนมัติในวันถัดจากวันที่ครบ ๓๐ วัน
๒. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
๓. มีอายุไม่ต่ำกว่า ๓๕ ปีบริบูรณ์
๔. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า
นอกจากนั้น ยังต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นๆตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดอีกด้วย

R10904TH1

นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรายชื่อรัฐมนตรีขึ้นกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์เพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารประเทศ ดังนั้นเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเจริญก้าวหน้า จึงแบ่งการบริหารราชการออกเป็น 3ส่วน ดังนี้

1. การบริหารราชการส่วนกลาง

เป็นการบริหารราชการจากศูนย์กลาง คือเมืองหลวงไปยังส่วนต่างๆๆของประเทศ

ราชการส่วนกลาง หมายถึง ราชการที่ดำเนินการและบริหารโดยหน่วยราชการในส่วนกลางของฝ่ายบริหาร เพื่อสนองความต้องการของประชาชน จะมีลักษณะการปกครองแบบรวมอำนาจ หมายความว่า เป็นการรวมอำนาจในการสั่งการ การกำหนดนโยบายการวางแผน การควบคุมตรวจสอบ และการบริหารราชการสำคัญ ๆ ไว้ที่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีและกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ตามหลักการรวมอำนาจ การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง จัดแบ่งออกได้ดังนี้

thai-w1

  1. ส่วนราชการกลาง ประกอบด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นและฐานะเทียบเท่ากรม
  2. ส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง

ราชการส่วนกลางได้แก่ 1) สำนักนายกรัฐมนตรี2) กระทรวงกลาโหม  3)ระทรวงการคลัง  4)กระทรวงการต่างประเทศ 5)กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 6)กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 7)กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 8)กระทรวงคมนาคม  9)กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   10)กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 11)กระทรวงพลังงาน 12) กระทรวงพาณิชย์13) กระทรวงมหาดไทย 14)กระทรวงยุติธรรม  15)กระทรวงแรงงาน  16)กระทรวงวัฒนธรรม  17)กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี18)กระทรวงศึกษาธิการ  19)กระทรวงสาธารณสุข 20)กระทรวงอุตสาหกรรม  

2.การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ได้แก่ จังหวัด อำเภอ  ปฏิบัติราชการตามที่ส่วนกลางมอบหมายให้ดำเนินการ

3. การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์กรบริหารงานส่วนตำบล เทศบาล กรุงเทพมหานครและเมื่องพัทยา เป็นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นดำเนินการ

gt-th1

อำนาจตุลาการ

อำนาจตุลาการ คือ อำนาจในการตัดสินและพิพากษาคดีความต่างๆๆผู้ใช้อำนาจนี้ คือศษล แบ่งออกเป็น3ระดับ คือ

1.ศาลชั้นต้น เป็นศาลซึ่งรับฟ้องอันดับแรกเริ่มคดี ได้แก่ ศาลแพ่ง, ศาลอาญา ,ศาลจังหวัด, ศาลคดีเด็กและเยาวชน , ศาลแรงงาน

2.ศาลอุทธรณ์ มีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งและคดีอาญาซึ่งคู่ความอุทธรณ์มาจากศษลชั้นต้น

3.ศาลฏีกา เป็นศาลสูงสุดมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษษแล้ว และคู้ความไม่พอใจ จึงฏีกาขึ้นมา คดีศาลฏีกาพิพากษาแล้วถือว่าสิ้นสุด

ytth-deadth

ระบบศาลไทยมีดังนี้

1.ศาลยุติธรรม มีหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง และคดีอาญา ได้แก่ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฏีกา

2.ศาลรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่ในการพิจารณาประเด็นปัญหาต่างๆๆอันเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญเช่นพระราชบัญญัติต่างๆๆ

3.ศาลปกครอง มีหน้าที่พิจารณาคดีระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชน หรือหน่วยงานปกครองด้วยกันเองเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามกฏหมายบัญญติ  คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญากับทางราชการ คดีกฏหมายกำหนดให้ทางราชการฟ้องต่อศาล(มิใช่คนหนึ่งคนใดยื่นก็ได้)

4.ศาลทหาร มีหน้าที่พิจารณาคดีอาญาทหาร และคดีอื่นๆๆตามกฏหมายบัญญัติ

R9TH-JBUSA

ความสัมพันธุ์ระหว่างอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 มีลักษณะ ดังนี้

1.ฝ่ายนิติบัญญัติหรือรัฐสภามีอำนาจด้านนิติบัญญัติ และควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีให้เป็นไปตามแนวที่ประชาชนต้องการ

2.ฝ่ายบริหาร สามารถคานอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติได้ด้วยการ ประกาศยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ เป็นการคืนอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชน

3.ฝ่ายตุลาการ แม้จะมีอิสระในการพิพากษาคดีต่างๆๆแต่ก็ต้องปฎิบัติตามกฏหมายซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติ บัญญัติขึ้น

R9TH

พระมหากษัตริย์กับอำนาจอธิปไตย

อำนาจอธิปไตยทั้ง 3นี้ เป็นพระราชอำนาชของพระมหากษัตริย์ ทรงใช้ผ่านทางองค์กรของรัฐดังนี้

1.ทรงใช้อำนาจ นิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภา ซึ่งประกอบไปด้วยสภาราษฏรและวุฒิสภา เมื่อทางรัฐสภาลงมติให้ใช้กฏหมายใด พระมหากษัตริย์จะทรงลงพระปรมาภิไธยในกฏหมายนั้นเพื่อประกาศใช้

2.ทรงใช้อำนาจบริหารผ่านทางคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเป็นคณะบุคคลซึ่งพระมหากษัตริย์มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง

3.ทรงใช้อำนาจตุลาการผ่านทางศาล ศาลต่างๆๆทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาตัดสินคดีความในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์

ทรงตัดว่าศาลทำผิดพระองค์ก็ผิดด้วย…

jl

กบฏศาลรัฐธรรมนูญให้รับไปก่อนแก้ทีหลังพอรัฐสภาจะแก้รัฐธรรมนูญ50 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะแก้ไขได้แต่ รัฐบาลอื่นๆๆเช่น ทักษิณ ชินวัตร สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรมีขบวนการป่วนสารพัดทั้งสส.พรรคประชาธิปัตย์และสวสรรหา(แต่งตั้งจากอำมาตย์ คมช รัฐประหาร19 ก.ย2549 มาป่วนมาสกัด รวมสว..คนเดียว สสพรรคประชาธิปัตย์คนเดียวยื่นโน่นนี่นั้นให้ศาลต่างๆๆรับจ๊อบ ทำผิดต่อการปกครองไทย แล้วแต่ซื้อศาลไหนได้มีคนร่วมมาเฟียเป้นผู้พิพากษารายชื่อต่างๆๆทำงานรับใช้มาค่าจ้างสูงทีเดียว)

มาตรา ๒๐๑

ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้พิพากษาและตุลาการต้องถวายสัตย์ปฏิญาณ ต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้

“ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดี ต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยปราศจากอคติ ทั้งปวง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชน และความสงบสุขแห่งราชอาณาจักร ทั้งจะรักษาไว้และ ปฏิบัติตามซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายทุกประการ”

 

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร