2 มิ.ย2558 ย่างเข้าสู่วันของนักปราญ์

วันนี้จากประสบการณ์ผู้เขียนมาแนะนำให้ผู้ปรารถนาพ้นทุกข์อยากมีชีวิตสบายกับเขาบ้าง…ดังนี้

การละทุกข์นั้นต้องรู้สาเหตุเเห่งทุกข์ก่อนแล้วผลเเห่งทุกข์นั่นคืออะไร(สมุทัย)..เราอยากพ้นทุกข์นี้ไหมวิธีไหนบ้างจะทำให้พ้นทุกข์(นิโรธ)และลงมือทำ(มรรครึวิธีแก้ปมในใจ)..ทำแล้วท่านทิ้งไปคือจิตท่านสบายใจไม่มีสิ่งค้างคาใจรึเทวดาเอ็กเรย์กรรมมีรอยด่างในเจตสิกหากใครเคยเห็นวงกลมในอากาศที่ผ่านมาวงกลมนั้นยังไม่นิพพานมีรอยต่างๆกันไปคือการประดิาฐ์ชีวิตท่านเอง หากหัดละทุกข์ได้จะหมดไปดำๆๆในวงกลมรึวิญญาน หากใครตาทิพย์จะเห็นร่างนั้นๆๆ พระอาริยะจะแนะทางให้แต่ในชาติต่อไปนะเกิดเมื่อไหร่ไม่รู้ หากยังมีชีวิติละทุกข์ตัวอย่างเช่น เราขโมยเงินแม่ไปซื้อขนม กลับมาคุณแม่หาเงิน เราเกิดไม่สบายใจขึ้น เราสารภาพกับท่านๆลงโทษแล้วแต่เรายินดีรับโทษ และท่านอบรมเราต่อไปเราก็ทำตามที่ท่านแนะนำไม่ขโมยเงินท่านอีกทั้งต่อหน้าและลับหลัง นี้เจตสิกดำๆๆคือทุกข์นั้นจะหายไป ผ่องแผ้วทำจนเป็นพรมมังคือไม่มีวงกลมในอากาศแต่ทำได้ยากนะจึงให้ฝึกง่ายๆๆไปก่อนแบบโลกีย์ หากโลกุตละทุกข์นั้นคือการเกิดให้ละลายการเกิดมันทุกข์อย่างไร จะข้ามขั้นไปโลกุตละเลยมิได้ต้องทำอริยะสัท4แบบโลกียะไปก่อนแล้วเข้าหมวดโลกุตละ..

เล่าสู่กันฟัง – เบิร์ด ธงไชย 

sc-y7 พระธรรมคำสอนทำให้มีแสงออร่า..อ่อนวัยเพราะใช้อริยสัท4ได้ถูกต้อง เราห้ามคนอื่นมิให้ทำร้ายเราไม่ได้แต่เราให้อภัยเขาได้ เพราะเรามาแก้ไขมิได้มาแก้แค้น…อยู่นิ่งๆๆยิ่งมีความสุขได้กุศลมากที่สุดคือการมีศีล สมาธิ ภาวนาและปิติในอริยะศีล อริยะจิต และอธิปัญญา

มีขั้นตอนมิใช่ทำได้ง่าย หากเราทำผิดสิ่งใดต่อใครแล้วเราขอโทษขอขมาไม่ว่าเห็นตัวคนนั้นรึไม่เราก็จะไม่ทำแบบนี้อีกนี้คือการละทิ้งที่แท้จริง..ส่วนเขาจะอภัยรึมีกรรมอะไรมาทำให้เรารู้เหตุได้80%เหลืออีก/20อาจนานเป็นชาติฉะนั้นอย่าทำกรรมใหม่..หัดมีสติอย่าประมาท คนทำงานยังมีกรรมอยู่เมื่อเกษีณแล้วอยู่คนเดียวเงียบๆๆรู้เราและท่านละทุกข์ในใจที่เคยทำไว้ ทำไมต้องให้เกีษณ55ปีเพราะร่างกายเรามันไม่ไหวแล้วตายวันนี้รึเมื่อไหร่ไม่รู้เราไม่ทำบาปต่อไปนี่คือหนทางนิพพานในชาตินี้ทำสิ่งที่ยังไม่เคยทำและพบพุทธศาสนารึศาสนาที่ท่านนับถือท่านจะพบความสุขที่ใครพรากจากท่านไปไม่ได้กุศลมีให้ทำ หากไม่มีบ้านตายไปท่านอาจอยู่ศาลารวมเพราะเคยทำบุญสร้างศาลาไว้แต่รวมกันเหมือนไปถือศีล8ยังมีคนขโมยนินทา 18มงกุฏชวนทำธุรกิจยืมเงินและโกง..นี้จึงให้มีบ้านมีห้องพระไม่ควรทำหิ้งรึมีพระใดๆๆในห้องนอน เพราะห้องนอนไม่สะอาดพระท่านไม่ชอบสกปรกเว้นพระสงฆ์ท่านจะนอนข้างหิ้งพระเพราะตัวท่านสะอาด หากกายและจิตสะอาดท่านจะได้พบคุรุรึครูและสารพัดสิ่งที่ท่านติดค้างในใจสะสางในวันนี้ทำได้ที่ตัวท่านเองนะคะ…

ธรรมค้ำจุนโลก

ข้อปฏิบัติในการบรรลุธรรม7ข้อ
มีศรัทธาใน
1)พระพุทธ
2) พระธรรม
3)พระสงฆ์
4)มีหิริโอตัปปะ(ละอายต่อบาป)
5)มีพหุสูตร(จำธรรมที่ได้มาแล้ว)
6)ปรารถนาความเพียรในธรรม
7)มีปัญญารู้จัก ขันธ์5(รู้การเกิดอย่างไรและดับอย่างไร) 

sc-y1 หากว่าข้าพเจ้าคือสตรีในตำนานขอให้เเผ่นดินไทยปกป้องเราให้พ้นจากศัตรูหมู่มาร…

ความจริงของโลก

17พ.ค 53 วันเปิดเทรอมแต่รัฐมารปิดใจ...ซะงั้น

ขนาดพระนางสุนันทา ยังโดนสังหารในขณะมีป้ายอาญาสิทธิ์ อำมาตย์อยากฆ่าก็ฆ่าไม่กลัวบาปกรรม มาเกิดใหม่ก็ใช้คุณไสยให้ตายสารพัดส่งวิญญานมา แต่รบกับมหาเทพนั้นมันไม่มีใครสู็ได้ ไม่มีสัจจะในโจรแต่เมื่อเข้าสู่วงศ์อาริยะแล้วจะเป็นพระอินทร์แบบชาวพุทธ จะอมตะมีวิธีต่ออายุเพราะเพื่อปกป้องคนทำดี ส่วยมารอสูร รากษก ยักษ์ก็มีฝ่ายผดุงคุณธรรมอยู่…การให้คนทำร้ายคนศึกษาธรรมฝึกธรรมเจริญรอยตามองค์พระศาสดานั้น…พวกเขาจะแพ้ตลอดกาล มีตำแหน่งก้มีเสื่อม มีชีวิตก็มีตายๆแล้วพวกเราลงนรก ฉะนั้นอย่าได้แคร์คนชั่ว การทำบุญคืออุปนิสัยของพระอาริยะในศาสนาพุทธ…เราห่างวัดไม่ได้ จุดนี้ห้ามไปวัดห้ามสวดมนต์นี้บาปไงในแผ่นดินไทยนี้ให้พระอาริยะใช้…ส่วนพระสงฆ์แค่ลูกชาวบ้านมาบวขเเละชาวบ้านติต่างว่าพระพุทธองค์ จุดสำคัญนั้นคือคำสอนให้ฝึกตามมิใช่ท่องสวดมนต์ไปตามหน้าที่ พบนายพลนายพันนายทุนมีหน้าตา..อันนี้มิใช่ชาวพุทธเป็นแค่พราหมณ์..ฝึกวิปัสนา…

yk-4

สุขธรรม นำชัย

คนฆารวาสยังสกปรกอยู่ หากทำได้แบบนี้ท่านจะไม่มีเรื่องให้กวนใจไม่ต้องแขวนพระ ทำธุรกิจร่ำรวยด้วยตัวท่านเอง เมื่อรามีคุณธรรมกายของเราก็บริสุทธิ์ ไม่ว่าผีสางยักษ์ รากษก พ่อมดหมอผี คุณไสย์ต่างๆๆก็ทำอันตรายไม่ได้เพราะพวกเขารู้กฏแห่งกรรมดี ว่าคนนี้เราต้องปกป้องเขาไม่งั้นไม่มีใครอบรมสั่งสอน เว้นคนไม่สำนึกพ่อมดหมอผีผู้มัวกิเลสอยากท่องเที่ยวในวัฏสังสารให้ลำบากซ้ำซาก จะพ้นทุกข์ด้วยตนเองนั้นลำบากมากหากไม่เคยได้เรียนได้ศึกษษมาก่อน ได้เคยเห็นคนฝึก ได้พบพระอาริยะ รึพระพุทธองค์ๆใดองค์หนึ่งรึหลายๆๆองค์มาก่อน มีแต่พระอาริยะเท่านั้นจะปลดปล่อยสรรพสัตว์…จากสัตว์สอนวิธีเป็นมนุษย์ รึจากยักษ์เป็นมนุษย์ สอนพระโสดาบันให้เป็นพระสกทาคามี พระสกะทาคามีให้เป็นพระอนาคมี พระอนาคามีให้ตรัสรู้ไม่หวนกลับ สอนนี้ในสมาธิ เจริญภาวนานะมิใช่สอนแบบขันธ์มีรูปอยู่แบบนักเรียนทุกวันนี้นะมิใช่แบบนั้นแบบสมาธิเกิดจะพบคุรุต่างๆๆ…เเละทราบซ้ำก็เจริญภาวนา สวดมนต์ สรรเสริญพระพุทธองค์

bd5-2

ส่วนพระอรหันต์นั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงสอนด้วยพระองค์เองในยุคที่มีพระพุทธองค์ตรัสรู้บังเกิดขึ้นต้องเป็นเพศชายเท่านั้นรึพระเถรี-สตรีเพศเป็นอำนาจของยุคพระองค์ยุคหลังจากปรินิพพานมักจะรู้และลงมาทำเองในป่าหิมพานเเบบปัจเจก-อนุ..การทำร้ายเทพเทวดาทั้งพระนารายณ์พระวิษณุ พระศิวะครอบกระจกไว้นั้นก็บาปกักขังเทวาโทษหนักมาก..ไม่รู้ใครไม่บอกรึไง..ทำลายการสะสมบุญของเทพเทวดาไม่ได้ค้า…ใครทำอะไรก็ได้รับกรรมเองเด้อ..ประชาธิปไตยมีมากว่า2500ปีเเล้วในศาสนาพุทธ…ใครที่พราดไปบวชและไม่แสวงหานิพพานดับทุกข์ในใจ โลภ โมหะ โทสะ ราคะ มานะละ5อย่างนี้ได้คู่กับศีล5 ว่างเว้นไปฟังธรรมละถือศีล8 ท่านจะเข้าสู่ทางพ้นทุกข์ ให้ศรัทธาในพระศาสดาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้หากไม่รู้ว่าท่านเป็นใครที่พระประธานในอุโบสถ์ทุกวัดมีให้ท่านไปนมัสการ…ขอให้ท่านได้รับสิ่งดีงามที่ข้าพเจ้าอุทิศเป็นธรรมทานนี้…เกิดการละบาปไม่พอกพูนความชั่วทั้งมวลเทอญ เมื่อมีสติละทิ้งอย่างรวดเร็วแบบใช้มีดอริยสัท4อันคมกริปและตวัดอย่างรวดเร็วตัดกิเลส-ทุกข์-นิวรณ์5ให้ขาดด้วยดาบแห่งธรรมะนี้ และพยายามฝึกการไม่สะสมทุกข์ต่างๆๆในหลายๆๆรูปแบบนั้นอีกเลย ปลง ปล่อยวาง ปลดปล่อยตนเองจากทุกข์..สาธุ!!!.

 ขออาราธณาคุณพระรัตนตรัย พระพุทธเจ้าทุกๆๆพระองค์ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ได้ปกป้องให้พุทธสานิกชนได้ตรัสรู้ธรรมตามและสังเคระห็ชาวโลกรุ่นต่อๆๆไปๆๆ ด้วยเทอญ…สาธุๆๆๆ

การใช้พระพุทธรูปส่องใจให้พ้นทุกข์

พระพุทธลักษณะที่ควรทราบ

พระพุทธรูปนั้นเป็นรูปเปรียบหมายแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คนไทยนิยมสร้างไว้ให้คนเคารพบูชารำลึกถึงพระพุทธคุณของพระองค์ พระพุทธรูปจึงมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากรูปปั้นหรือรูปหล่ออื่นๆๆ เพราะผู้สร้างมีเจตนาที่จะให้ผู้เลื่อมใสศรัทธา นำเอาพระพุทธลักษณะมาพิจารณาเพื่อใช้ในการดับทุกข์ ดังได้กล่าวต่อไปนี้

1. พระเศรียรเป็นก้นหอย คือ นิมิตรหมายถึงปัญหาทั้งหลายนั้น เราเป็นผู้ขมวดปม(เป็นก้นหอย) ปัญหาเกิดขึ้นด้วย(หัว) คิด คือเราเป็นผู้สร้างความรู้สึกว่าตัวของเรา ขึ้นเอง ถ้าเราไม่ขมวดปม ความทุกข์ไม่มี

2. เปลวไฟบนพระเศียร คือ นิมิตรหมายว่า เมื่อเราขมวดปมปัญหาขึ้นแล้ว เราจะต้องร้อนใจ(ดังไฟสุมหัว) ซึ่งปุถุชนยังมีกิเลสนิมิตรหมาย เตือนใจตนว่า ถ้าสร้างปมปัญหา จะต้องร้อนใจ

3. ยอดเเหลมของพระเศียร ที่เหนือเปลวไฟ คือ นิมิตรหมายว่า เมื่อเราเป็นทุกข์ จะต้องใช้ปัญญาเป็นอาวุธดังยอดเเหลมคมดุจปลายหอกของยอดเศียร แทงทะลุปมปัญหา และความร้อนรุ่มดุจเปลวไฟนั้นไปให้ได้ จึงจะมีความสงบปกติ

4.พระเนตรที่หลบต่ำ คือนิมิตรหมายเตือนใจว่า ให้หลุบตาลงต่ำมองตนเองเสียบ้าง อย่ามัวเพ่งโทษผู้อื่น

5. พระนาสิก(จมูก)โด่ง -เตือนใจของเราว่า ต้องเข็มแข็งอดทน (ดุจจมูกที่โด่ง) อย่าเบื่อหน่ายท้อแท้ในชีวิต พระพุทธองค์ทรงมีพุทธลักษณะความเอาจริงเด็ดเดี่ยว อดทนเป็นเลิศ จึงได้พบทางอันวิเศษที่จะดับทุกข์ได้ ความเซ็งรึท้อแท้ ช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ ดังมีคำกล่าวว่า”ความสำเร็จย่อมบำเรอแก่คนใจเด็ดเท่านั้น”

6.พระโอษฐ์ยิ้มละมัย หมายถึง น้ำพระทัยอันบริสุทธุ์ มีความรักและเมตตาเพื่อมนุษย์และสัตว์ว่าเป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน เราจะเมตตาและยิ้มได้ดุจพระองค์

7. พระกรรณ(หู)ยาว หูยิ่งยาวก็ยิ่งหนัก จึงเป็นนิมิตรเตือนใจให้เป็นคนหูหนัก อย่าหูเบาเชื่ออะไรง่ายๆๆ

8. พระหัตถ์(มือ) แบ พระพุทธรูปเกือบทุกปางจะแบพระหัตถ์ ไม่ว่าปางสมาธิ ปางห้ามญาติ ห้ามสมุทร ปางประทานพร ปางรำพึง หรือปางสดุ้งมาร พระหัตถ์จะแบไม่กำพระหัตถ์ เป็นนิมิตรเตือนใจเราให้ปล่อย สละวางเสียบ้าง เพราะยิ่งกำเข้ามาหาตัวมาก ก็ยิ่งทุกข์มาก ถ้าปล่อยวางได้เท่าใดทุกข์ก็จะน้อยลงเท่านั้น

9. นิ้วพระบาทเสมอกัน เราใช้เท้าก้าวเดิน จะเดินเข้าวัดก็ได้ เข้าคุกก็ได้ เท้าจะเป็นผู้พาตัวเราไป เปรียบเสมือนการก้าวเดินของจิต จะต้องค่อยประคองจิตให้สม่ำเสมอดุจนิ้วพระบาทที่เสมอกัน อย่าหวั่นไหวด้วยรัก ด้วยชัง ใช้จิตนำกายให้ก้าวไปสู่แต่สิ่งที่ดีงามเถิด

ฉะนั้น  ถ้ามีเวลาว่าง  ลองนั่งดูพระพุทธลักษณะ โดยวิธีนี้บ่อยๆๆ เวลาไม่สบายใจ จะช่วยให้รู้เท่าทันชีวิต ถ้ามีความทุกข์ก็จะสามารถปล่อยวางจางคลายได้ มากน้อยตามสมควรบารมีของตน

===============================================================

 รัตน7ของพระพุทธศาสนา
1.มึพระพุทธเจ้า
2.มีผู้สอนธรรมะ
3.มีผู้ปฎิบัติตาม
4. ปฏิบัติเเลัวบรรลุธรรม
5. บรรลุธรรมแล้วครองตนดี ,อยู่รอด
6. บรรลุธรรมแล้วช่วยสอนผู้คน
7. ทำให้เทวดาและมนุษย์มีความสุข
=======================================================================
ใจงดงามตามพระพุทธองค์แล้ว ชำระกายให้สะอาด กิจวัตรงามงด ด้วย
มงคลชีวิตที่เลือกได้
วันอาทิตย์  

สระผม ,ตัดผม-สุขภาพแข็งแรง
ตัดเล็บ-ได้ลาภ
ใส่เสื้อใหม่-มีอำนาจชนะอุปสรรค
=============================================
วันจันทร์      
ห้ามสระผม -ทำให้ป่วย
ห้ามตัดผม-เดือดร้อนถึงแก่ชีวิต
ตัดเล็บ-ได้ลาภใหญ่
ใส่เสื้อใหม่-มีเสน่ห์(เจ้าชู้)
 =============================================
วันอังคาร  
สระผม,ตัดผม -ได้ลาภ
ห้ามตัดเล็บ-หมดราศรี
ห้ามใส่เสื้อใหม่- มีอุปสรรค
==============================================
วันพุธ        
ห้ามสระผม-ทำให้ป่วย
ห้ามตัดผม -ทำให้อัปลักษณ์
ตัดเล็บ-ชีวิตเจริญ
ใส่เสื้อใหม่-สดชื่นงานสำเร็จ
 ==============================================
วันพฤหัสบดี
สระผม-มีสง่า
ตัดผม-มีสง่า
ห้ามตัดเล็บ-มีอุปสรรค ชีวิตยุ่งยาก
ใส่เสื้อใหม่-มีความสุขชนะอุปสรรค
 ===============================================
วันศุกร์
สระผม-มีวาสนาดี
ตัดผม-ปัญญาดี อาหารอุดมสมบรูณ์
ตัดเล็บ-อาหารสมบรูณ์
ใส่เสื้อใหม่-ได้โชคมรดก
 ================================================
วันเสาร์
ห้ามสระผม-มากชู้หลายเมีย
ตัดผม- มาเสน่ห์(เจ้าชู้)
ห้ามตัดเล็บ-ล้มป่วย
ห้ามใส่เสื้อใหม่-เดือดร้อนเสียทรัพย์
==================================================
ห้ามสระผมวันสิ้นเดือน ,สิ้นปี -ทำให้เสื่อมราศรี ล้มป่วย
 ห้ามตัดผมวันพระ-ไม่เป็นมงคล
ห้ามตัดเล็บวันพระ-ทำให้ป่วย ,อุบัติเหตุ,อายุสั้น
 ===================================================
 
วันโกน วันพระสวดมนต์ไหว้พระ ถือศีลเคร่งครัด รักษาวินัยด้วยตนเอง  เช้าอาบน้ำ หน้าตาผ่องใสเสื้อผ้าแยกเช้าเย็น ไม่ปะปนกัน มือเท้าสะอาด หลับรึตื่นก็เป็นสุข
ด้วยใจไม่ไหลหลง ในรูปรสกลิ่นเสียง แม้ช้ำใจแค่ไหน ให้มันตกในไป พร้อมด้วยธรรมะบำบัด ดนตรีบำบัด ทุกอย่างไหลลงแม่น้ำธรรมรส แล สาธุๆๆๆ
=======================================================
ดำรงไตรลักษณ์
1.อนิจจัง- ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไม่จีรังยั่งยืน ดังคำกล่าว- เราไม่สามารถจุ่มเท้าซ้ำลงในแม่น้ำสายเดียวกัน(เฮราคลีตัส -นักปราญ์ชาวกรีก)
2. ทุกขัง- เพราะสิ่งต่างๆๆไม่จีรังยั่งยืน ชีวิตจึงเป็นสิ่งที่ไม่น่าพึงใจ  มีผู้คนมีความปรารถนาและผูกพันกับสิ่งที่ไม่ยั่งยืน แม้บางคนจะมีความพึงพอใจในระดับใดก็ตาม สิ่งนั้นก็ไม่ยั่งยืน  การที่ได้รู้ว่าความพึงพอใจใดๆๆสุดท้ายก็ต้องจบสิ้นลง  นั้นคือสาเหตุเเห่งทุกข์  
สำหรับพุทธศาสนิกชนนั้น ความทุกข์อาจไม่เป็นเพียงแต่ความเจ็บปวดหรือ โศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังหมายถึงสิ่งต่างๆๆที่ทำให้ชีวิตไม่ครบถ้วน ด้วย
3.อนัตตา- ไม่มีจิตวิญญานที่ยั่งยืน รวมทั้งสิ่งที่เรียกว่าอัตตา นั้นเป็นเพียงการมารวมกันของสิ่งต่างๆๆที่เปลี่ยนแปลงได้ พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบอัตตากับรถม้า และเป็นการรวมชิ้นส่วนต่างๆๆรวมเข้าด้วยกันและสามารถแยกออกจากกันได้ 
 ====================================================================
    

—- รัก นภ พรชำนิ feat. ปุ๊ อัญชลี.wmv  
 
เนื้อเพลง: รัก

 เหมือนฝนตกตอนหน้าแล้ง   เหมือนเห็นสายรุ้งขึ้นกลางแจ้ง

เหมือนลมหนาวเดือนเมษา   เหมือนหัวใจอ่อนล้ากลับแข็งแกร่ง

เหมือนคนกำลังมีรัก      เหมือนคนหลงทางพบคนรู้จัก

เหมือนเจอของสำคัญที่หล่นหาย  เหมือนร้ายนั้นกลายเป็นดีมากมาย

ที่ฉันนั้นได้ มาพบกับเธอ ชีวิตฉันจึงได้เจอ

(*)แต่ไม่รู้จะขอบคุณ ไม่รู้ทำอย่างไร ไม่รู้ว่าสิ่งไหน จะยิ่งใหญ่ควรค่าพอ ที่ฉันได้เจอะเธอ ได้รักโดยไม่ต้องขอ ได้รู้โดยไม่ต้องรอ ว่ารักคืออะไร

โอ้เธอ… ทำให้ฉันรู้จัก ความรัก  ที่ไม่มีเงื่อนไขใด ได้มา มีเธอนั้นเป็นคนให้ หัวใจให้เธอรู้ ซ้ำ (*) ว่ารักคืออะไร ฮือ….

ได้รู้โดยไม่ต้องรอ ว่า รัก คือ ..อะไร….

===========================================================

เพลงนี้ คุณปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ ร้องได้เพราะพริ้งมาก ทราบว่าเธอผิดหวังในชีวิต และได้พบเพื่อน คริตส์จักร และได้พบกลุ่มนักดนตรีกลุ่มหนึ่งจึงได้มีความสุข แต่พระศาสดาเรานั้นเคยเป็น พระเยซู มาก่อนแล้ว(หลังพระพุทธเจ้านามพระกัสปะปรินิพาน ซึ่งณ.ขณะนี้พระเยซูองค์ปัจจุบัน คือพระศรีอาริย์ หรือ พระนเรศวรล่าสุด ส่วนชื่อ พระสมณโคดม คือชื่อพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน)

เมื่อได้ทราบการกำเนิดของมนุษย์ และการเวียนเกิด    มนุษย์จึงควรแสวงหาหนทางดับทุกข์ด้วยตนเอง โดยใช้หลักพระพุทธศาสนาทุกเเขนงวิชารวมกัน ศึกษาด้วยตนเอง ปฏิบัติเอง แล้ว เมื่อนั้น… โลกและจักรวาลคือเพื่อนเรา

wd111-1

ศาสนาบนโลกใบนี้อันดับแรกศาสนาคริตส์33%,อันดับ2ศาสนาอิสลาม 18%,อันดับ3 ศาสนาฮินดู-ไม่มีศาสนาเท่ากัน 16% ของประชากรโลก ดูแผนผังแล้วผู้รุกรานเหมียนม่าร์คือ…บารัก โอบาม่า…พี่ไทยเฉยเพราะยึดได้แล้วรัฐไทยดังที่เสื้อแดงกล่าวไว้…มันมาแล้ว…ศาสนาพุทธมีแค่6% ของประชากรโลก…อย่ากให้ใครที่ไม่ตื่น..ตื่นได้แล้ว…เมายาบ้าอยู่ก็ตามสบายเด้อ!!!

f123

เอาใจช่วยทุกคนพร้อมเมื่อไหร่ ก็รักตนเอง ทำเพื่อตนเอง และเอื้อเฟื้อ มนุษย์โลกด้วยนะค่ะ

2มิ.ย 2558เอาธรรมะดีๆๆมารีรันให้เผื่อคนที่พราด..ไม่สายหากท่านมีลมหายใจอยู่มีศีล สมาธิ ปัญญารึเจริญภาวนาสวดมนต์รึระลึกบาปตนเองที่ทำมา เราทุกข์เศร้าก็ตามสบายอยากร้องไห้รึเล่าให้ใครฟังและท่านสบายใจก็ทำเลยค่ะปลดปล่อยความคับแค้นใจ หากอยากชาติตระกูลดีมีชีวิตที่สวยงามรักคุณพ่อคุณแม่ครูอาจรย์นะค่ะ ขอขมาท่านในบทสวดมนต์มีผู้ยึดติดกรรม ชอบก่อเวรก่อกรรมที่ติดมาเรามาก็ใช้อภัยทานมาฝึกอโหสิกรรม และทำบุญให้พวกเขาอุทิศส่วนกุศลให้เขาเรื่อยๆๆแม้ไม่ตายก็ทำได้และขอตัดภพชาติกันขอให้สิ่งดีๆๆเข้ามาในชีวิตนับจากนี้ไปนะค่ะ อยากมีคู่ชีวิตก็ถวายเทียนคู่ ไปวัดอย่าใส่เครื่องประดับแต่กายมิดชิด แต่งกายสุภาพอย่าทำให้พระสงฆ์หวั่นไหวหันเหในการสอดส่องศึกษาธรรมนะค่ะ เรารักใครอย่าให้เขาเสื่อมเสีย คนอีสานทำไมกลับวันสงการนต์เพราะได้ขอขมาบรรพการีคนในครอบครัวและชุมชน ได้นำพวงมาลัยน้ำอบน้ำหอมนำมารดมือท่านและขออโหสิกรรมจากท่าน ขอพรจากท่านเพื่อมาสู้ชีวิตต่อนะค่ะ ไปหาพระสงฆ์ท่านก็ได้นะหากไม่มีพ่อแม่แล้วรึคนที่ท่านล่วงเกินเขาไว้หาไม่เจอทั้งจากเป็นจากตายแล้ว..ชีวิตท่านจะดีขึ้นเองเพราะท่านมีสติไม่ก่อบาปเพิ่มอีก…หมั่นอ่านหนังสือธรรมะดีๆๆ..ได้ฟังธรรม-สนทนาธรรมท่านจะมีความสุขแบบไม่เคยพบมาก่อน..อยากรู้ต้องทำเองนะค่ะ..ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่ของชาวพุทธศาสนานะค่ะ..สาธุๆๆๆ

อริยสัจ4

1 ทุกข์หมายถึงทุกชีวิตต้องรับความทุกข์

2.สมุทัยหมายถึง เหตุให้เกิดทุกข์

3.นิโรธหมายถึงความดับทุกข์โดยการเอาชนะกิเลส

4.มรรค หมายถึงข้อปฏิบัติในการดับทุกข์อันมี8ประการ

ละกุศลบท10

  • ที่เป็นกายกรรม มี 3 อย่าง คือ ไม่ฆ่าสัตว์ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม
  • ที่เป็นวจีกรรม มี 4 คือ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียดไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ
  • ที่เป็นมโนกรรม มี 3 คือ ไม่โลภอยากได้ของเขา ไม่พยาบาทปองร้าย เห็นชอบตามคลองธรรม (สัมมาทิฐิ)
  • ใช้มรรค8
  • มรรคแปดคือทางสายกลางที่พระพุทธเจ้าทรงยึดถือปฏิบัติในการนำไปสู่การตรัสรู้ ถือเป็นข้อปฏิบัติในการดำเนินชีวิต
  • มรรค8แบบโลกีย์1.สัมมาทิฐิ  เห็นชอบ คือมีการคิดเห็นต่อชีวิตที่ถูกต้อง เช่น มีความเข้าใจในอาริยสัจ42.สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ เช่น การตรึกตรองและความเมตตาต่อผู้อื่น แทนที่จะเห็นแก่ตัวและเอาชนะผู้อื่น3. สัมมาวาจา เจรจาชอบ  คือ การหลีกเลี่ยง ความโกรธเคือง การเป็นศัตรู การพูดเกินกว่าเหตุ การโกหก และการนินทาว่าร้าย4.สัมมากัมมันตะ  ปฏิบัติชอบ คือ การดำเนินชีวิต ด้วยความซื่อสัตย์และไม่ให้ร้ายใคร5.สัมมาอาชีวะ เลี่ยงชีพชอบ คือ การหลีกเลี่ยงการทำงานที่มีผลร้ายต่อผู้อื่น6.สัมมาวายามะ เพียรชอบ คือความพยามยามในทางที่ดี เพื่อทำให้จิตใจอยู่ในสภาพปกติสุข7.สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ การบำเพ็ญความเยือกเย์นใจจิตใจเพื่อไม่ให้เฉไฉไปในทางใด8.สัมมาสมาธิ ตั้งใจชอบเป็นการนำไปสู่การหยั่งรู้ และนิพพาน

องค์ประกอบชีวิต (ขันธุ์5)มี2อย่าง รูปกับนาม

หลักการละลายรูป-นาม (รูป1นาม4)ดังนั้ เริ่มจากการคิดตามการกำเนิดชีวิตของ

ตัวเรานี้มาจาก การปฏิสนธิ เซลล์บิดา (sperm) เซลล์มารดา ( ovum) รวมเป็นเซลล์เดียวๆๆนั้นแบ่งสอง แล้วแบ่งทวีคูณโดยมียีน(gene)หรือโครโมโซม (chromosome)เป็นตัวถ่ายทอดลักษณะกรรมพันธ์ จนกระทั่งได้ตัวอ่อน(embryo)และในที่สุดเป็นตัวเราขึ้นมา แล้วเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจาก ได้รับอาหาร และอาหารเสริมสร้าง การเจริญเติบโตของร่างกายจึงทำให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานไปตามหน้าที่ เพื่อ ดำรงอยู่ของชีวิต และถ้าไม่มีอะไรมาขัดขวางหรือ รบกวนการทำหน้าที่ ของระบบต่างๆๆ เช่น ความเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุ … แล้วร่างกายก็ปรุงสังขารเรื่อยไปจนถึงขีดสุด แต่ในช่วงที่เติบโตนั้นก็มีการเกิดและตายของเซลล์ต่างๆอยู่ทุกวินาที เมื่อร่างกายเจริญจนถึงขีดสุดแล้วต่อจากนั้นจะเริ่มเสื่อมลงๆใบหน้าและรอยตีนกา หนังเหี่ยวย่น ผมเริ่มหงอก ฟัน หัก หลังคุ้มงอ และตายไปในที่สุด

1รูปคือส่วนประกอบร่างกาย

ก)ส่วนประกอบของแข็ง(ธาตุดิน)จับต้องได้ เช่น ขน ผม เล็บ ฟัน หนัง กระดูก และอื่นๆๆ…

ข)ส่วนของเหลว(ธาตุน้ำ)มีคุณสมบัติ เคลือนไหลไปมาได้ เช่น น้ำเลือด เหงือ น้ำตา น้ำลาย ปัสสาวะ และอื่นๆๆ…

ค)ส่วนมีภาวะขยายตัวไม่สิ้นสุด(ธาตุลม) เช่น ลมหายใจเข้าออก หรือลมในลำใส้เป็นต้น

ง)ส่วนที่ให้ความร้อนและพลังงานแก่ร่างกาย(ธาตุไฟ) เช่น อุณหภูมิคามอบอุ่นในร่างกายเป็นต้นซึ่งปกติวัดได้ 37องศาเซลเซียสนอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ประกอบในร่างกายอันเป็นพฤติกรรมของร่างกาย ได้แก่ การเห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส และสัมผัสผิวกาย อาการแห่งความมัวเมา ความอ่อนสลวย ความหยาบกระด้าง ความคล่องแคล่ว ลักษณะแห่งความงอกงาม ความสืบเนื่อง ความเสื่อมตัว(ชรา) ความเปลี่ยนแปลงและอื่นๆๆชีวิต ส่วนที่เป็นร่างกายและพฤติกรรมทั้งหมดของร่างกาย เรียกว่า รูปขันธ์ มีคุณสมบัติ เป็นที่ตั้งอาศัยของจิต(นาม) และสิ่งที่เนื่องอยู่กับจิตด้วย

2) นาม คือ ส่วนที่ประกอบกันขึ้นเป้น ความรู้สึกของชีวิตหรือจิต(บางทีเรียกว่า นามธรรม หรือ นามขันธ์) ซึ่งจำเเหนกได้เป็น 4ส่วน

ก. เวทนาขันธ์ … ความรู้สึกสุข(ทนง่าย) ทุกข์ (ทนยาก) ไม่สุขไม่ทุกข์ข. สัญญาขันธ์ … ความจำได้หมายรู้ อะไรเป็นอะไร

ค. สังขารขันธ์ … ความคิดนึกปรุงแต่งให้คิดดี หรือคิดชั่ว หรือ เป็น กลางๆๆ

ง.  วิญญานขันธ์ … ความรู้แจ้ง หรือรู้สึก ทางประสาททั้ง5 ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจการเรียนรูปนาม รึเบญจขันธ์ รึขันธ์5นี้ คือ กายภาคศาสตร์ หรือ สรีรวิทยา เรียนง่าย แต่ เรื่องจิต นั้นยาก ซับซ้อน ที่ต้องเรียนให้ละ เพราะเป็นสิ่งกำหนดพฤติกรรมทั้งหมดทั้งสิ้นของมนุษย์ สุข ทุกข์ สัมผัสทางร่างกาย(โผฏฐัพพะ)และต้องฝึกรู้ด้วยใจให้เป็นธรรมมารมย์ ดำเนินวิปัสสนา( คือการทำปัญญาให้รู้แจ้งถึงความเป็นจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั่น ไม่เที่ยง ไม่คงที่ไม่มีตัวตน) ละอวิชชา ทำจิตให้ขาวรอบเมื่อเข้าใจ ตัวเรา(รูป นาม)บริหารขันธ์ กิน อยู่ หลับ นอน และช่วยประชาชนตามสมควร แค่นี้ ก็มีบ้านที่สบายทั้งภพนี้ ภพหน้า ได้แน่นอน

อริยมรรค 8 แบบโลกุตระธรรม
1) สัมมาทิฐิ นั้นอริยสัท4ทุกข์พิจารณารูปนาม
2)สัมมาสังกัปปะ( ดำริชอบ )คือตรึกตรองศึกษาในพระธรรมคำสอน
(ธรรมวิจัย) และเมตตาผู้อื่น แทนที่จะมีมานะ ฉันโสดาบัน อนาคมี
ขั้นนั้นนี่ เธอปุถุชน ฉันกรรมฐาน เธอบริหารวัด เธอธรรมยุทธ
ฉันมหายาน เธอพระลาว ฉันพระไทย ฉันเก่งที่สุด ธรรมสายฉันดี อันนี้ให้ละ
3)สัมมาวาจา (เจรจาชอบ)  การหลีกเลี่ยง โมหะ โทสะ โลภะ ราคะ
โกรธเคืองทั้งมวล การเป้นศัตรู การพูดเรื่องโกหก การเป็นศัตรู
การนินทาว่าร้าย เพราะพุทธกาลมีหลายหมู่เหล่ารวมกัน
นินทาอริยพุทธโทษหนักแต่ก็ยังมี เช่น นางฟ้ากุฏิ ตามหลังพระจน มีข้อครหา
หากวิปัสนา แล้วไปสวรรค์ พรหม และดาวอื่นๆๆ ปกติ
ให้พูดตามจริง ที่ทำได้แล้ว  (บันทึก ฟัง สักวันบอกทางได้ เป้นสุตตะพุทธ
ใช้กาลมสูตร ไม่เชื่อไม่ได้นะจุดนี้ เรียนเพื่อบอกและละกิเลส)
4)สัมมากัมมันตะ (ปฏิบัติชอบ) คือ การดำเนินชีวิตสมณะเพศ
ด้วยความซื่อสัตย์ในพระรัตนไตย ไม่ให้ร้ายใคร
5)สัมมาอาชีวะ (การเลี้ยงชีพชอบ) คือ ไม่เป้นพ่อหมอ ไสยาสาตร์
 แนะนำให้ทหารตำรวจ ให้พรไปฆ่าคน โจรปล้นคนอื่น เป็นพระผู้นำโจร
ผู้ค้ายาเสพติด หวย เถื่อน นักการเมือง ทุศีล(ขั้นนี้ เทวดาศาสนาอื่นๆๆ ครูต้นสังกัด
 จะกันคนพาลเสร์จสรรพ หากมีอาจคู่เวร แต่ให้ดึงตนเองช่วยเท่าที่ทำได้ ไม่ทำผิดธรรม)
เหมือนหลุดจากอบาย พบแต่กัลยาณธรรม
(หลังพุทธกาล ฝึกเองแต่สำเร็จ เงียบ จูนคลื่นเทวดา แต่ทำประโยชน์มากอย่างเดียว เตมีย์)
6) สัมมาวายามะ (ความเพียรชอบ) คือ ความพยายามรักษาจิตใจ
ให้มีสุขภาพดี ปกติสุข (ใช้โพชณงค์7 แก้ไขเช็คตน) อ่านพระไตรปิฏิกนำมาธรรมวิจัย  
ปัสสนาจิตตนเอง ระลึกอดีต ตายตอนนี้เกิดเป้นอะไรแล้ว
 อนาคตทำต่อยอด เพิ่มความรู้ ตามเจตสิก108อดีตทั้งหมด
ตัดละกิเลสตนในอดีตให้หมด ค่อยๆๆเป้นไป
7)สัมมาสติ คือ คุมสติให้ได้ นั่งหนอ ยืนหนอ นอนหนอ เดินหนอ
 ระลึกกายทำอะไรอยู่ ถอดจิต ไปปัสนาตามญานทัศนะ
โปรดสัตว์สอดส่องธรรม ธรรมวิจัย สอนจิตตนเอง  อย่าเคลิ้มเคลิ้ม
หลงไหลในสิ้งเน่าเหม็น ปฏิกูล มูตร คูตร น่ารังเกียด ขอให้เราออกจากกองทุกข์
ขอให้พระพุทธเจ้ามาโปรด เมื่อดับขันธ์ นิพพาน อย่าให้หลงในรูปรสกลิ่นเสียง
ไม่ต้องการ รังเกียดการเกิด แก่ เจ็บตาย ขอให้จิตตั้งมั่น หลงก็ดึงกลับมา
 ฝึกไปๆๆจนกว่า จะนิ่ง ไม่สงสัยอีกเลย
8)สัมมาสมาธิ จิตตั้งมั่น เข้าสู่นิพพาน ดับกิเลสทั้งมวล ไม่ต้องการสิ่งใด
อริยมรรค8 เรียกสั้นๆ ไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา รึ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ซึ่ง ใช้
 
รึนิโรธสมาบัติ9ละก็ได้ อีกทาง เรียกว่าฝึกตายเป็น
 รึธรรมวิจัยตาม ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฏก สมาบัติที่9นี้พระธรรมเมธาภรณ์ท่านถามว่าคืออะไรเพราะพระไตรปิฏกมีแค่8…ตอบว่าคือการละทั้งหมดที่ทำไว้ปล่อยจิตใจให้ว่างระลึกถึงองค์พระสัมาสัมพุทธเจ้า…28 พ.คย่างเช้าตรูวันที่29พ.ค2558 ดาวเรียงร้อยระหว่างตี3-5.00น.เข้าสู่นิพพานเหลือไว้เพียงร่างเฉกเช่นหลวงพ่อคูณ…ตาลยอดด้วนแล้ว…ขอให้สาธุชนจงได้กระทำตามพระอาริยะเหล่านี้เทอญ…สวรรด์เปิดอีกครั้งและปิดลงเมื่อสู่สุคติ…เอวังด้วยประการฉะนี้มีผู้สอนและมีผู้สำเร็จๆและไปช่วยคนให้ตรัสรู้ตาม….สาธุ
 

ดำรงไตรลักษณ์

1)อนิจจัง ไม่เที่ยง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

2)ทุกขัง คงทนอยู่ไม่ได้ ต้องเสี่ยมโทรมไป สลายไปในที่สุด

3)อนัตตา มิใช่ตน ไม่สามรถควบคุมให้อยู่ในอำนาจเราได้เป็น ธรรมสัจจะ เจาะแทงแจ้งตลอด อาณาจักรโรมัน ยิ่งใหญ่ยังสลาย ตัวเราก็ดับขันธ์ ตาย ไปในที่สุด

ประโยชน์ในการดำรง ธรรมสัจจะ และสัจจะธรรม ทำให้ กาย สอดคร้องธรรมชาติโลก …จิต สบาย….วิญญาน เรามีปัญญา รู้แจ้งแทงตลอดนิพพาน(พ้นทุกข์ การเกิด)ทั้งหมดเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข การเรียนทั้งหมด และมาบันทึกเผยเเพร่ความดีทั้งหมด คือ อริยทรัพย์ มรดก ของพระศาสดามอบให้ สาธุๆๆๆๆ ขอให้สาธุชน ได้นำไปใช้ เทอญ

 รัตนะ๗ประการของพระเจ้าจักรพรรดิ์1. จักร (ลูกล้อรถ) แก้ว(จักกรัตนะ)2. ช้างแก้ว (หัตถิรัตนะ)3. ม้าแก้ว (อัสสรัตนะ)4. แก้วมณี (มณีรัตนะ)5. นางแก้ว (อิตถีรัตนะ)

6.ขุนคลังแก้ว (คหปติรัตนะ)
7. ขุนพลแก้ว (ปริณายกรัตนะ)

 วัตรอันประเสริฐของพระเจ้าจักรพรรดิ์มี10อย่างซึ่งต้องรักษากระทำไว้อย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องตรวจสอบเช็คอยู่ตลอดเวลามี ดังนี้

1.รักษาดูแลพลกายหรือ  (กองทหารที่อยู่ใกล้ชิด) ว่าอยู่ดีมีสุข ทั้งกายใจและครอบครัว รึไม่

 2. กษัตริย์ ใต้อาณัติของพระองค์ดูแลบ้านเมืองและปชชอยู่ดีมีสุขไหม

 3. ผู้ติดตามอำมาตย์และผู้รับใช้ ดูแลบ้านเมืองเข็มแข็งและซื่อสัตย์ สุจริตรึเปล่า

4. พราหมณ์คฤหบดีคหบดี มีศีลธรรมและช่วยประชาชนบ้างไหม ช่วยให้มีวิถีชีวิตยั้งยืนตั้งตัวได้

5.ชาวนิคมชนบท อยู่ดีมีสุขรึไม่

6. สมณพราหมณ์อยู่ในศีลธรรม รึไม่

7. เนื้อและนก อุดมสมบรูณ์รึไม่

8. ขัดขวางผู้ทำการที่ไม่เป็นธรรม รึไม่

9.เพิ่มให้ทรัพย์แก่ผู้ไม่มีทรัพย์รีไม่

1๐. เข้าไปหาสมณพราหมณ์แล้วสอบถามปัญหา-รึสนธนาธรรมเพื่อเพิ่มพูสติปัญญาเพื่อความสุขในการฟังธรรมะอันเลิศ,ธรรมที่ไม่เคยได้รู้ ธรรมอันเพิ่มเติมใหม่ๆๆรึไม่

การเข้าหาสมณพราหมณ์ควรกระทำกิจวัตรเช่นไร แยกเป็น3 ประเด็นคือฝึกเคารพธรรม,ฝึกคุ้มครองธรรม และฝึกปราบอธรรมรึผู้ไม่มีศีลธรรม

หากไม่กระทำการใช้ธรรมะในวิชาชีพผู้นำที่กล่าวมา..อาณาจักรก็จะล่มจมสลายไปผู้นำใหม่ที่มีคุณธรรมรึอธรรมจะยึดครองอาณาจักรนั้นๆๆฝนแล้ง คนทุศีล โกหกตอแหลรักแกคนมีธรรม คนศึกษาธรรม คนกำลังฝึกการใช้ธรรมนี้คือผลการล่มสลายในไม่ช้า..ฝนแล้งแห้งแดดร้อนจัด ต่อไปน้ำแข็งมาดุจน้ำป่าไหลหลาก จมมิด16เมตรท่านตายอยู่ใต้ทะเลนะเอง…

ข้อความนี้ถูกเขียนใน หนังสือ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร