รบ.“ลิเบีย”

—17 ก.พ 54 2 Protesters Shot By Libyan Police.mp4

—جنود ليبيا البواسل

—Libyan Uprising (February 17 2011)

24ก.พ 54 ‘I’ll die here as a martyr’: Defiant Gaddafi blames world leaders for violence in rambling TV address

วันอาทิตย์ 20 กุมภาพันธ์ 2554

วันนี้(20ก.พ.2554) สำนักงานข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการลิเบียจับชาวอาหรับต่างชาตินับสิบคนด้วยข้อหาปลุกปั่นให้เกิดการล้มล้างรัฐบาล ท่ามกลางกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้สังหารผู้ประท้วงไปแล้วกว่า 80 คน

รายงานว่า ชาวต่างชาติที่ถูกจับกุมในหลายเมืองเป็น “เครือข่ายต่างชาติที่ถูกฝึกมาให้ทำลายความมั่นคงภายในลิเบีย ตลอดจนความสงบสุขและความเป็นเอกภาพในชาติ” พร้อมชี้เป็นนัยว่า ผู้บงการอยู่เบื้องหลังก็คือ อิสราเอล

ชาวต่างชาติซึ่งเป็นพลเมืองตูนีเซีย, อียิปต์, ซูดาน, ปาเลนไสต์, ซีเรีย และ ตุรกี ถูกแจ้งข้อหา “ยั่วยุให้ประชาชนปล้นชิงและทำลายสถานที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาล, ธนาคาร, ศาล, เรือนจำ, สถานีตำรวจ, สำนักงานตำรวจทหาร และทรัพย์สินของเอกชนอื่นๆ ซึ่งเป็นแผนที่มีการวางไว้ล่วงหน้า” สำนักข่าวญานา เผย

รายงานยังระบุด้วยว่า “แหล่งข่าวใกล้ชิดกระบวนการสอบสวนยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่า อิสราเอลจะอยู่เบื้องหลังขบวนการนี้”

 

องค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์ วอตช์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงสังหารผู้ประท้วงไปแล้วกว่า 80 รายทางภาคตะวันออกของลิเบีย ซึ่งรัฐบาลอังกฤษประณามว่า เป็นการกระทำที่โหดร้ายน่ากลัวอย่างยิ่ง

หลังจากที่ผู้ประท้วงใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่าง เฟสบุ๊ก เพื่อแสวงหาแนวร่วมเช่นเดียวกับในอียิปต์ รัฐบาลลิเบียจึงได้ปิดกั้นเวบไซต์ดังกล่าวแล้ว ส่วนการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ทำได้ยากลำบากทั้งในเมืองตริโปลีและเบนกาซี

 

แหล่งข่าวภายในโรงพยาบาลระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้สังหารประชาชนในเมืองเบนกาซีไป 35 คนเมื่อวันศุกร์(18) โดยเกือบทั้งหมดถูกยิงด้วยกระสุนจริง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้มากกว่า 80 คนแล้ว ฮิวแมนไรต์ วอตช์ เผย

ด้าน อับเดลราห์มาน อัล-อับบาร์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมลิเบีย สั่งให้สอบสวนเหตุเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมทางภาคตะวันออกของประเทศแล้ว เจ้าหน้าที่ในเมืองตริโปลีซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ระบุ

 

ด้านหนังสือพิมพ์กูรีนาของลิเบีย รายงานว่า เกิดเหตุนักโทษแหกคุกกว่า 1,000 คนที่เรือนจำเมืองเบนกาซี ซึ่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระบุว่า มีนักโทษถูกยิงเสียชีวิต 4 คนขณะพยายามหลบหนี

ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ประณามการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมโดยสันติในลิเบีย, บาห์เรน และ เยเมน ขณะที่อังกฤษ, ฝรั่งเศส และสหภาพยุโรป ต่างก็เรียกร้องให้รัฐบาลลิเบียยุติความรุนแรงต่อประชาชน

สถานการณ์ประท้วงต่อต้านผู้นำเผด็จการได้ลุกลามไปถึงลิเบีย ที่มีพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี วัย 68 ปีปกครองประเทศยาวนานถึงเกือบ 42 ปีแล้ว และรัฐบาลพยายามลดกระแสความไม่สงบจากการลุกฮือชุมนุมประท้วง โดยเมื่อวันพุธ (16ก.พ.)ได้ปล่อยตัวสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรง 110 คน ที่ถูกจับข้อหาวางแผนโค่นอำนาจเขา และเสนอขึ้นเงินเดือนข้าราชการถึง 100% เต็ม

ขณะที่ชาวลิเลีย  นัดกันผ่านเฟซบุ๊ค ว่าจะจัดชุมนุมภายใต้ชื่อ”วันแห่งความโกรธแค้น” ในวันนี้ หลังจากมีรายงานว่ามีการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจเมื่อวันอังคารทำให้มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 38 คนที่เมืองเบนกาซี ผู้ประท้วงขว้างปาทั้งก้อนหินและระเบิดเพลิงและจุดไฟเผารถยนต์ทำให้ตำรวจต้องยิงกระสุนยางและฉีดน้ำสลายฝูงชน การชุมนุมในเมืองนี้เริ่มจากครอบครัวของนักโทษกว่า 1,000 คน ที่ถูกสังหารหมู่ในเรือนจำในกรุงทริโปลีเมื่อปี 2539 ชุมนุมเรียกร้องให้ทางการปล่อยตัวทนายความที่เป็นตัวแทนสู้คดีให้กับพวกเขาซึ่งล่าสุดได้รับอิสระแล้ว แต่การประท้วงได้เริ่มขยายวงกว้างเป็นการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและเรียกร้องให้ยุติคอร์รัปชั่น

ส่วนเยเมน ยังคงมีการชุมนุมเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ในวันเดียวกัน และมีการนัดกันผ่านเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ว่าจะนัดเดินขบวน 1 ล้านคนในวันศุกร์นี้

นอกจากนี้  ชาวจอร์แดนได้ชุมนุมประท้วงติดต่อกัน 6 สัปดาห์แล้ว  เรียกร้องสิทธิเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี

ส่วนเหตุการณ์ที่ตำรวจบาห์เรน ใช้ทั้งกระบองและแก๊สน้ำตา รวมทั้ง ยิงกระสุนยางสลายกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนที่ตั้งเต้นท์ปักหลักชุมนุมในบริเวณจตุรัสไข่มุก ใจกลางกรุงมานามาช่วงเช้ามืด ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คนและผู้บาดเจ็บ 50 คนแล้ว ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการประท้วงตลอด 4 วันเพิ่มเป็นอย่างน้อย 4 คน

ผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและการปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่ที่ต้องการให้กษัตริย์ชาวสุหนี่คลายการรวบอำนาจไว้ทั้งหมด เช่น การแต่งตั้งรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ และการให้โอกาสชาวชีอะห์ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ได้มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจเรื่องอนาคตของประเทศ หรือได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพ

นอกจากนี้  ผู้ชุมนุมต้องการให้มีรัฐสภาที่มาจากตัวแทนหลายฝ่ายมากขึ้น จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ร่างโดยประชาชน จัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ไม่มีนายกรัฐมนตรีชีค คาลิฟา บิน ซัลมาน อัล คาลิฟา ที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานถึง 40 ปี และปล่อยนักโทษการเมือง ทั้งยังเริ่มมีเสียงเรียกร้องมากขึ้นถึงขั้นให้ล้มเลิกระบอบกษัตริย์ที่ปกครองประเทศมานานกว่า 200 ปี

ประวัติของพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี่ ผู้นำลิเบียที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในโลกอาหรับมา 4 ทศวรรษ แต่ตอนนี้ลิเบีย กำลังได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์โดมิโน่ เอฟเฟค ที่กำลังเกิดขึ้นในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง ประเทศที่บรรดาผู้นำครองอำนาจยาวนานเกินไปในขณะที่ประชาชนต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น

กัดดาฟี่ วัย 69 ปีเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1942 ในกระโจมทะเลทรายเมืองเซอร์ตี พ่อและแม่ของกัดดาฟี่เป็นกลุ่มชนเผ่าเบดูอิน ที่เร่ร่อนในทะเลทราย กัดดาฟี่เข้าเรียนหนังสือที่เมือง Sebha จากนั้นเรียนต่อด้านภูมิศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเบงกาซี่ แต่ก็หยุดเรียนไปและไปร่วมกับกองทัพ เมื่อครั้งที่ยังเป็นวัยรุ่น กัดดาฟี่มีความชื่นชอบและประทับใจต่อตัวประธานาธิบดีกามัล อับเดล นัสเซอร์ ผู้นำอียิปต์ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้กัดดาฟี่มีความสำนึกทางการเมืองอย่างแรงกล้า นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

กัดดาฟี่เป็นที่รู้จักบนเวทีการเมืองโลกตั้งแต่เดือนกันยายนปี ค.ศ. 1969 หลังจากที่เขาเป็นผู้นำกองกำลังทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจกษัตริย์ไอดริส ที่ครองอำนาจยาวนานนับตั้งแต่ลิเบียประกาศเอกราชจากอิตาลีเมื่อปี 1951 หรือ 18 ปีแล้วได้สำเร็จ โดยไม่มีการนองเลือด

หลักจากยึดอำนาจได้แล้วกัดดาฟี่ได้จัดตั้งทฤษฎีสากลที่ 3 ซึ่งเป็นเส้นทางสายกลางผสมผสานกันระหว่างลัทธิคอมมิวนิสต์และทุนนิยม เพื่อพัฒนาประเทศที่ประสบกับปัญหาความยากจน โดยทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากรายได้ที่มาจากอุตสาหกรรมน้ำมันมาช่วยพัฒนามาตรฐานการครองชีพของประชาชน จนทำให้เขากลายเป็นที่ชื่นชมของคนจนในลิเบีย กัดดาฟี่ยังยอมทุ่มเงินให้กัยโครงการยักษ์ใหญ่อย่างเช่น ” Great Man-Made River”โครงการส่งน้ำจากทะเลทรายมายังชุมนุม โครงการนี้เป็นที่เลื่องลือและกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก ที่ใช้เงินไปถึง 20,000 ล้านดอลลาร์

แต่ด้วยความเป็นชาตินิยมอาหรับ กัดดาฟี่ไม่สนความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก มุ่งสู่ความเป็นเอกภาพกับประเทศกลุ่มอาหรับมากกว่า จึงไม่แปลกใจเลยว่า ในสายตาของชาวลิเบียและชาวอาหรับ กัดดาฟี่ คือวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ ผู้ที่สืบทอดอุดมการณ์ชาตินิยอมอาหรับจากนัสเซอร์ อดีตผู้นำอียิปต์แต่ในสายตาของโลกตะวันตก กัดดาฟี่เป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย โดยเฉพาะคดีวางระเบิดเครื่องบินโดยสารของสายการบินแพนแอมเหนือเมือวล็อคเคอร์บี้ ประเทศสก็อตแลนด์ เมื่อปี 1988 อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2003 ท่าทีการต่อต้านตะวันตกของกัดดาฟี่อ่อนลงมากเมื่อเขาออกมาประณามการก่อการร้ายและประกาศยกเลิกการเกี่ยวข้องกับโครงการอาวุธร้ายแรง

วันจันทร์ ที่ 21 ก.พ. 2554

ปักกิ่ง 21 ก.พ.- สถานีโทรทัศน์อัลจาซีราของกาตาร์รายงานวันนี้ว่า เอกอัครราชทูตลิเบียประจำประเทศจีนลาออกจากตำแหน่ง พร้อมเรียกร้องให้กองทัพเข้าแทรกแซงเหตุจลาจลต่อต้าน พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย

นายฮุสเซน ซาดิก อัล มุสราติ เอกอัครราชทูตลิเบียประจำประเทศจีน ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ระหว่างการให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตทั้งหมดลาออก และว่า พ.อ.กัดดาฟี อาจลี้ภัยออกนอกประเทศ และเกิดการแย่งชิงอำนาจระหว่างบุตรชายของเขาตามมา

ด้านนายซาอิฟ อัล อิสลาม กัดดาฟี บุตรชายของ พ.อ.กัดดาฟี ออกมาเตือนวันนี้ว่า ลิเบียกำลังเผชิญกับสงครามกลางเมือง หากผู้ประท้วงไม่ยอมรับข้อเสนอการปฏิรูป ขณะที่องค์กรคุ้มครองสิทธิมนุษยชนหลายแห่งหวั่นว่าเหตุปะทะระหว่างกองทัพกับผู้ประท้วงต่อต้าน พ.อ.กัดดาฟี อาจคร่าชีวิตประชาชนไปแล้วหลายร้อยคน. -สำนักข่าวไทย

21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ลูกชายประธานาธิบดีมูอามาร์ กัดดาฟี่ ผู้นำลิเบียเรียกร้องกลุ่มผู้ประท้วงยุติการชุมนุมขับไล่ พร้อมขู่จะใช้กำลังกวาดล้าง โดยกล่าวว่าลิเบียไม่เหมือนอิยิปต์กับตูนีเซียที่ผู้นำยอมอ่อนข้อให้กลุ่มผู้ประท้วง

นายซาอิฟ อัล-อิสลาม กัดดาฟี่บุตรชายคนที่สองของประธานาธิบดีมูอามาร์ กัดดาฟี่ได้ออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์เรียกร้องชาวลิเบียให้ยุติเหตุรุนแรง โดยขู่ว่าการชุมนุมประท้วงจะทำให้ลิเบียเข้าสู่ภาวะสงครามกลางเมืองเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 1936 แต่จะเลวร้ายถึงพันเท่า เนื่องจากบิดาของตนจะนำกองทัพรวมทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนหลายหมื่นคนเข้ากวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วงจนถึงที่สุด และว่าลิเบียไม่ใช่อียิปต์หรือตูนีเซียที่ผู้นำยอมอ่อนข้อให้กลุ่มผู้ประท้วง แต่กัดดาฟี่จะไม่มีวันยอมแพ้ ซาอิฟยังเตือนด้วยว่าหากรัฐบาลกัดดาฟี่ถูกโค่น เศรษฐกิจลิเบียก็จะล่มสลาย และกลับไปสู่ยุคอาณานิคมอีกครั้ง โดยชาติตะวันตกก็กลับเข้ายึดครอง ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดคือทุกฝ่ายต้องหันหน้ามาเจรจา พร้อมกับให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะปฎิรูปประเทศ รวมทั้งหารือเรื่องการปรับเปลี่ยนรัฐธรรมนูญและข้อกฎหมายต่างๆ ร่วมกัน พร้อมยอมรับว่าทหารทำผิดพลาดกรณีใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ประท้วงก่อนหน้านี้เนื่องจากไม่เคยฝึกให้รับมือกับเหตุประท้วง ขณะเดียวกันก็กล่าวหาสื่อต่างชาติว่าจุดกระแสความรุนแรงและรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตเกินความจริง

อย่างไรก็ตามกลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตขณะนี้พุ่งถึง 233 คนแล้ว ส่วนใหญ่เกิดจากเหตุปะทะกับทหารที่เมืองเบงกาซี ซึ่งขณะนี้อยู่ในสภาวะสงครามเต็มตัว และล่าสุดอยู่ในการควบคุมของกลุ่มผู้ประท้วงแล้ว หลังเกิดการปะทะกันอย่างหนักรวมทั้งเหตุการณ์เมื่อวานนี้ที่ผู้ประท้วงบรรทุกระเบิดเต็มคันรถก่อนปล่อยให้พุ่งชนฐานทัพทหาร ทำให้ทหารระดมยิงเข้าใส่ผู้ประท้วง ขณะที่กรุงทริโปลีก็เกิดเหตุจลาจลหลังกลุ่มผู้ประท้วงได้เข้าขัดขวางการจราจรบนถนนสายหลัก ก่อนที่จะจุดไฟบนท้องถนนและในถังขยะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย ขณะที่ทหารนักแม่นปืนได้ขึ้นปักหลักคอยลอบยิงผู้ประท้วงจากบนหลังคาที่จตุรัสกรีน ส่วนผู้พิพากษาและทนายความราว 200 คนก็ชุมนุมประท้วงอยู่ในศาลยุติธรรม

นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมประท้วงที่เมืองอื่นๆ รวมทั้งเมืองเดอร์น่า ที่กลุ่มผู้ประท้วงได้ขว้างปาก้อนหินเข้าใส่นักแม่นปืนบนหลังคา และที่เมืองซาบาห์ กลุ่มผู้สนับสนุนกัดดาฟี่กว่า 200 คนก็ออกมาเดินขบวนแสดงพลังสนับสนุนผู้นำของตน

24 ก.พ 54ลิเบีย   กองกำลังภักดีกัดดาฟีใช้อาวุธหนักโจมตีผู้ชุมนุม

กองกำลังรักษาความมั่นคงที่ภักดีต่อ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในเมืองมิสราตา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของลิเบีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายคน โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า ผู้ภักดีต่อกัดดาฟีใช้ปืนกลและจรวดอาร์พีจีโจมตีผู้ประท้วงที่ไร้อาวุธ ทำให้ประชาชนหลายคนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อีกคนหนึ่งกล่าวว่า ผู้ชุมนุมหลายร้อยคนยังคงปักหลักชุมนุมอยู่กลางเมืองมิสราตาเมื่อค่ำวานนี้ โดยมีกองกำลังรักษาความมั่นคงล้อมกรอบ ซึ่งผู้ชุมนุมสามารถถูกโจมตีได้ทุกเวลา

ก่อนหน้านี้ก็มีรายงานจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงของลิเบีย ซึ่งมีทหารรับจ้างชาวแอฟริกันให้ความช่วยเหลือ ได้กราดยิงผู้ชุมนุมไม่เลือกหน้าในเขตเมือง โดยที่ยังไม่ทราบจำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่ชัด

กลุ่มผู้ประท้วงในลิเบียคุมเมืองสำคัญได้หลายเมืองแล้ว

กลุ่มทหารรับจ้างที่ภักดีต่อ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย กระจายกำลังทั่วเมืองหลวง ขณะที่อีกหลายเมืองถูกกลุ่มผู้ประท้วงยึดได้แบบเบ็ดเสร็จ โดยแม้จะถูกปราบปรามหนัก แต่กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้าน พ.อ.กัดดาฟี ก็สามารถควบคุมเมืองสำคัญได้หลายเมือง รวมทั้งเบงกาซี โตบรุก อัดจาบิยา มิสราตา และอัล คุมส์ ทางตะวันออกของกรุงตริโปลี รวมทั้งบ่อน้ำมันหลายแห่ง โดยกลุ่มผู้ประท้วงออกมารวมตัวตามพื้นที่ต่าง ๆ ของเมืองอย่างเสรี และร้องตะโกนขับไล่ พ.อ.กัดดาฟี อย่างรุนแรง       ขณะที่ในกรุงตริโปลี บรรดากองกำลังความมั่นคงและทหารรับจ้างยังคงกระจายกำลังไปทั่วเมืองเพื่อ ดูแลความสงบเรียบร้อยป้องกันไม่ให้มีการรวมตัวประท้วงของกลุ่มผู้ต่อต้าน ขณะที่มีรายงานว่า นักบินของเครื่องบินรบ 2 ลำ ตัดสินใจดีดตัวออกจากเครื่องบินและปล่อยให้เครื่องบินตกกลางทะเลทรายแห่ง หนึ่ง แทนที่จะไปทิ้งระเบิดโจมตีเมืองที่ถูกกลุ่มผู้ประท้วงยึดครองไว้ตามที่ได้ รับมอบหมาย

ชาวลิเบียนับพันหนีภัยจลาจลไปยังชายแดนอียิปต์และตูนิเซีย

โฆษกสหประชาชาติเปิดเผยว่า ชาวลิเบียหลายพันคนกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังชายแดนติดกับอียิปต์และตูนิเซีย เพื่อพยายามหลบหนีออกนอกประเทศ โดยมาร์ติน เนซีร์กี้ โฆษกสหประชาชาติกล่าวอ้างตัวเลขผู้อพยพที่ได้รับจากสำนักประสานงานกิจการด้านมนุษยธรรม ระบุว่าประชาชนประมาณ 5,000 คนเดินทางมายังชายแดนติดกับตูนิเซีย และอีก 15,000 คนเดินทางมาถึงชายแดนติดกับอียิปต์ สำนักประสานงานกิจการด้านมนุษยธรรมได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์และเลือด อย่างไรก็ตาม ชายแดนลิเบียยังเปิดอยู่ ซึ่งสามารถส่งเครื่องมือแพทย์เข้าไปได้

 

นายเนซีร์กี้กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สหประชาชาติในลิเบียประสบกับความยากลำบากในการประเมินความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเนื่องจากขาดการติดต่อสื่อสาร

ทางด้านสหรัฐฯ ซึ่งกำลังอพยพพลเมืองอเมริกันออกจากลิเบียด้วยเรือเฟอร์รีเพื่อไปยังมอลตา กล่าวว่า การอพยพต้องล่าช้าเนื่องจากคลื่นลมแรงในทะเล นายฟิลิป โครวลีย์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า เรือจะออกจากท่าเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย ทั้งนี้ในเรือเฟอร์รีมีนักการทูตอเมริกันและสมาชิกในครอบครัวอย่างน้อย 35 คน นอกนั้นเป็นพลเมืองอเมริกันและประเทศอื่น ๆ โดยไม่ทราบจำนวน แต่เรือเฟอร์รีที่เช่าเหมาลำครั้งนี้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 575 คน

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง | แสดงความคิดเห็น

อ.ธิดา นปช.ตอกหน้าสื่อไทยโดย.. jomyut และอเมริกาให้เงินไทยต้านคอมมิวนิตย์(คนไทยก็ต้านคอมมิวนิตย์ไม่เอาหมวกดาวแดงก็ไม่ชอบ)

ขอบคุณที่มา:  tfn

— อ.ธิดา นปช.ตอกหน้าสื่อไทย  

— silareang   รู้ทัน

อ.ธิดาพูดได้ชัดเจนมากเรื่อง
1. นปช.ต่อสู้อยู่กับใคร (นาที่ที่ 6:30)
2. นโยบายและแนวทางของนปช. (นาทีที่10:20  12:35  13:20)
3. นปช.กับสถาบันฯ (นาทีที่ 11:40)
4. นปช.ไม่เกี่ยวกับแดงสยาม (นาทีที่ 12:00)

 อียิปต์มีผู้นำฝ่ายค้านมีเวทีหาเสียงเป้นแกนนำสู้เผด็จการ มุสลิมในประเทศอียิปต์เลือดเดียว ใช้หลักศาสนาโชว์โลกไม่เหมือนไทย พุทธ มุสลิม คริตส์ แถมไม่มีความรู้ปชตเพียงพอ ปชชต้องสู้ครบวงจรชีวิต สังคม ปากท้อง ที่สำคัญแดงนปชคือคนต้องการปชตที่แท้จริงโดยปชชเพื่อปชช…ตามสโลแกน.. 

มีเวทีใหญ่ เวทีเล็ก คอยสกัดคนเบี่ยงเบนความต้องการปชชไทยส่วนใหญ่   ทุกทาง ไม่ให้ปชชมาท้องถนนสู้ ดันเสริฟถึงบ้าน กระดิกเท้า…สบายเเฮ…ให้คนตายแทนว่างั้นเต๊อะ!!!

สนามหลวง กทมไม่ให้พระทำกิจกรรมใดๆๆ แต่แดงสยามได้เปิดเวทีกิจกรรมปชต 3วัน เส้นใหญ่ สรุป กทมและรัฐอนุเคาระห์ ชิมิ…เส้นใหญ่เย็นตาโฟ

แกนนำ คนตาย มาร์คโกง ไม่สนใจ สะใจอำมาตย์ชอบ รับจ้างด่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

หุยเลฮุยเร่งๆๆเข้า…

ปชช กทม ออกมาเลือกตั้งแค่30%ที่เหลือคนปชปจัดตั้ง…หายไปเยอะยังมีชีวิตอยู่อะเปล่า

 ไม่สน ไม่แคร์ กูม่ายรู้ใครเป็นใครตายกูหลับสบายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย กทมต้องการหายไปจากแผนที่โลก ชิมิ ไม่มีตัวตน มีแต่คนต่างจังหวัดแคร์ไทย..คนกทม เฉยๆๆกูม่ายรู้ม่ายสน…

วิเคาระห์ปัญหาประเทศไทย…

สีแดงแทนฝ่ายคอมมิวนิตส์
แดงเข้มคือกลุ่มสนธิสัญญาวอร์ซอ แดงอ่อนคือประเทศคอมมิวนิตส์อื่นๆนอกวอร์ซอ
สีฟ้าแทนฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิตส์(ไม่เรียกว่าประชาธิป ไตยเพราะบางประเทศเป็นเผด็จการ)
ฟ้าเข้มคือกลุ่มสนธิสัญญานาโต้ ฟ้าอ่อนคือประเทศที่ต่อต้านคอมมิวนิตส์อื่นๆนอกนาโต้
สีเขียวแทนประเทศที่ยังเป็นอาณานิคมอยู่
ประเทศในกลุ่มนี้เคยถูกฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิตส์กดขี่ข ่มเหง จึงตกเป็นเป้าหมายของฝ่ายคอมมิวนิตส์ที่จะดึงมาเป็นพ วก
ติดตามต่อ unigang.

ไทยนั้นตกใต้อาณัติของอเมริกามาต้งแต่สงครามเวียดนาม และสหรัฐให้การสนับสนนุนเงินไทยต้านระบอบคอมมิวนิตย์ในประเทศไทย  ปชชแดงทั้งแผ่นดินจะมีแนวทางสู้เพื่ออำนาจปชชโดยปชช…ตามระบอบปชตของประเทศไทย แม้อ.ธิดาเคยเข้าป่า หมอเหวง ท่าน จาตุรนต์ ฉายแสง และคนอื่นๆๆ แต่พวกเราต้องการปชตโดยปชชพอใจ. เพื่อประเทศไทยแท้จริง โดยปชชเพื่อปชช… ให้เหมาะสมกับทิศทางโลก..เรามิใช่ปชตแบบพธมอำนาจอำมาตย์เดิมๆๆ เราแดงนปชมิใช่แบบคอมมิวนิตย์แดงสยาม จะทำไงสลัดคราบแดงนปชปชตยืนบนขาตนเองแบบสง่างาม สกัดคราบไคล ที่ทำให้นานาชาติตำหนิอีแอบในแดงอย่างไร…เนี่ยที่อาเซียน นานาชาติอยากรู้และไม่หวาดระเเวง…

รู้แล้วอเมริกา ต้านคอมมิวนิตย์ แต่มีแดงพรรคคอมมิวนิตย์ และพวกแดงสยาม แดงสมยศ สุธาลัยและนักวิชาการ จิตร ภูมิศักดิ์ ไม่มีใครมาสนหลอกค่ะ ท่านแปลโจทย์ ประเทศไทยไม่เอาคอมมิวนิตย์ ชื่อจิตร ภุมิศักดิ์ โฮจิมินท์ นั้นรังแต่จะทำให้พวก un มาฆ่าเพิ่มขึ้น  เราสู้เพื่อความถูกต้องในสังคม ทวงความอยุติธรรมภาคปชชไม่ได้มาล้มใคร สู้เพื่อเพื่อน 14ต.ค  วีรชนตายไปทั้งหมด ไม่ได้ความยุติธรรม สู้เพื่อเขา…คนขายตัวเฉยก้ปล่อยเขาไป เราทำต่อเถอะ  ปชตสร้างด้วยคนเสื้อแดง ศาลโลกมีแต่ประเทศปชตเกียดคอมมิวนิตย์นะที่ทำงานพิทักษ์ปชตให้ มุสลิมไม่ช่วยใครนอกจากสมาชิก แดงนปชมีสมาชิกสังกัดพวกรึยังล่ะ…เอาให้ชัดเจน

จุดกำเนิดเริ่มแรกของอาเซียนคือการรวมกลุ่มกันเพื่อต่อต้านลัทธิคอมมิวนิ สโดยประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สนับสนุนแนวคิดแบบทุนนิยมเสรีโดยได้ รับการสนับสนุนจากอเมริกา

จึงเกิดการรวมกลุ่มกันครั้งแรกเรียวว่าสมคมอาสา หรือ Association of South East Asia โดยมีสมาชิกคือไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ในปี คศ 1961 หรือ พศ. 2504 แต่อยู่เพียงสองปีก็ยกเลิกไปด้วยปัญหาภายใน

ต่อมาวันที่ 8 สิงหาคม 2510 (8/8/1967) จึงเกิดการลงนามปฏิญญากรุงเทพ เพื่อก่อตั้งอาเซียน (Association of South East Asian Nations : ASEAN) อย่างเป็นทางการโดยมีสมาชิกก่อตั้งคือ ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และ สิงคโปร์
อ่านต่อ :dek-d

อเมริกาวางเฉย อาเซียนวางเฉยเพราะเกียดระบอบคอมมิวนิตย์ หมวกดาวแดง แถมคนไทยก็ไม่เอา

จำนวนคนไทยออกมามากๆๆคงไม่มีอีกเเล้ว เพราะไม่สำเร็จ ๆๆได้ด้วยความจริง เราต้องการอะไรตรงๆๆ

 

และหากชุมนุมปชตแต่มีเวทีเล็กมา สวนอุดมการณ์ ทิศทางปชตสากลแบบ อเมริกา อังกฤษ สวีเดน สวิสหลายเผ่าศาสนาแต่ก้หนึ่งเดียว เพราะปชตมีความรู้ แต่ไทย ปชตแต่มีสังคมนิยม มันจะไปได้ยังๆไง  สับสนตนเองแบบนี้  แถมสื่อไม่มี ภาพภ่ายหากวานนี้สื่อหลักไม่กรุณาคงไม่มีอะไรแต่ นานาชาติแบบเดิมๆๆ ทำไงให้เข้าใจว่า…เราต้องการอะไร คนกทมออกมาใช้สิทธิ์ คนไทย100%ตะหนักในปากท้อง สิทธิ์กระทบตน รู้ปัญหา มาคุยกันเวลาชุมนุม ไม่ส่งตัวเเทน ไม่หลงกลคนขัดแข้งขัดขา

 แปลโจทย์ไม่ออกก็ จบแล้ว…ภาคปชช…ต้องการอะไร… ตรงๆๆ และใครมาเป็นกาฝากปชต ก็กรุณาอบรมด้วย อเมริกาต้านคอมมิวนิตย์ ให้เงินสบสนุนรัฐบาลปราบปราม ไม่อั้น…. นอกจากทหารซื้ออาวุธ เตรื่องบินและอื่นๆๆจีน รัสเซียไทยรอด รวมประเทศได้ แบบสวิส กลางๆๆ หากไม่แล้ว…แตกแน่ๆๆ ไม่สามารภรวมกันได้อีก

แดงนปชกับแดงสยาม ไปคนละเรื่องแยกให้ออก …

และนัดหยุดงานแบบมุสลิมไม่ได้ ไทยยังจน ไม่ทำงานไม่มีกิน ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พระ ทหาร ตำรวจ ภาคใต้ทั้งภาค พธม สามาชิกพรรคปชปเป้นคนรัฐบาล  ทุนอำมาตย์  เราไม่มีจะกิน อย่าเพ้อฝัน เราได้แค่เปลี่ยนกันลาหยุด มีทั้งในและต่างประเทศเปลี่ยนกันมา แต่ก็ไม่พอ หากปชกไทยไม่ตะหนัก วิธีนี้คนมากไม่ได้ผล

และสุดท้าย ทิศทางสู้กะคมช เราสู้ด้วยหลักฐาน สุรยุทธ์เป้นลูกคอมมิวนิตส์ อเมริกาจึงยอมให้ท่านสมัคร สมชาย แต่ …มาร์ค มาแบบเนียน จึงปล่อยไป ทำไงหลักฐานมิใช่การด่า ทำแบบลิเบีย คลิป สกู๊ป มาร์คฆ่าปชช อะไรแบบนี้ ผลงานออกคริป ภาพ…เราไม่ทำเอง เรื่องสูงๆๆตายแล้วเหมือนเขาวิหาร…เราเดินหน้าต่อไป ..ตีคนเป้ฯๆๆต่อไไป..

ย้ำ..อเมริกาให้เงินรัฐต่อต้านคอมมิวนิตย์ …และขบวนการciaไทย และอาเซียนก็ต้านคอมมิวนิตส์ ดาวแดง …

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง | แสดงความคิดเห็น

รัฐไทย..game over …ต้นตอปัญหาประเทศไทยไม่สงบ ไผ่หงายครบทุกตัว

คงไม่ต้องมาแกล้งทำโง่ ทำแอ็บแบ๊ว คงไม่มีใครโง่ ยอมให้หลอกเหมือนคนไทยบางกลุ่มหรอก

ใบที่1สหรัฐอเมริกาและพวกจับมือฆาตกร ให้การต้อนรับสนับสนุนไม่ท้วงติง ไม่ยุ่ง

ผู้สนับสนุนฆาตกรมือฆ่ามนุษย์ รู้แต่สนับสนุนจับมือฆาตกรมือสกปรก แก็งค์ฆาตกรระดับโลก
     สำนักข่าวไทย รายงานว่า บรรดาผู้นำนานาชาติต่างชื่นชมสุนทรพจน์ครั้งประวัติศาสตร์ของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ที่มีต่อชาวมุสลิมทั่วโลก เมื่อวานนี้ โดยนายฮาเซียร์ โซลานา หัวหน้าด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวว่า เป็นสุนทรพจน์ที่น่ายกย่อง และเป็นการเปิดศักราชหน้าใหม่ของความสัมพันธ์สหรัฐฯ กับประเทศมุสลิม
     ขณะที่พันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง รวมทั้งอิสราเอล แสดงความหวังว่า สุนทรพจน์ของผู้นำสหรัฐฯ ครั้งนี้ จะเป็นชนวนให้เกิดความสามัคคีปรองดองครั้งใหม่ระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอล
     อย่างไรก็ตาม อิสราเอลเตือนว่า ความมั่นคงเป็นสิ่งสำคัญในการผลักดันสันติภาพ
    

ด้านนายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า สาส์นของประธานาธิบดีโอบามา จะส่งผลในทางบวกต่อกระบวนการสันติภาพตะวันออกกลาง และนำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งในภูมิภาค
     ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโอบามา ได้กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการเยือนอียิปต์ โดยระบุว่า จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่กับโลกมุสลิม เพื่อยุติวงจรแห่งความไม่ไว้วางใจ และความขัดแย้งกัน พร้อมทั้งได้กล่าวถึงนโยบายสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางด้วย
International dramatic! Visits Obama U.S. Relations Speech-driven Muslim world peace.

ตูนีเซียสหัรฐก็ยุ่งรักปชชโอบามา‘ กดดันผู้นำอียิปต์เร่งปฏิรูป

โอบามา‘ กดดันผู้นำอียิปต์เร่งปฏิรูป

นายฮอสนี มูบารัค ประธานาธิบดีแห่งอียิปต์

อิหร่านโอบาม่าก็ยุ่ง อย่าทำร้ายปชช

เยเมน ระบุว่านายโอบามาเรียกร้องให้ผู้นำเยเมนปฏิบัติตามคำมั่นในเรื่องการปฏิรูป

ไทยเฉย…ต่อไทยโอบาม่า องค์กรโลก ศาลต่างๆๆทำไมทำให้โลกเต็มไปด้วยเลือด ทำไมไม่ช่วยหยุดการฆ่าปชชเล่า????2)ไทย

สนับสนุน ฆาตกร ร่วมทีมฆ่าปชชไทย ตาย92บาดเจ็บร่วม2000 คน สูญหายไร้ศพ ทหารลากศพไปจำกัด มานานนับแต่ 6-14ต.ค, พ.ค35 ,เมษ 52 เม.ษ -พ.ค 53 ไม่สนใจปชช ไม่ดูแล แภมให้ทหารโบนัสเงินคนฆ่าปชช โกงชาติ สินค้าเเพง น้ำท่วมข้าราชการโกง ถนนพัง ไม่ขายข้าว สินค้า แต่ขึ้นภาษีรีดไถปชชไทย ถนนโกงยางมะตอย บ้านปชชจนไม่ขยาย ธนาคารปล่อยให้รัฐกูมาโกง มาโกง และพวกเล่นบอล การพนัน หวยเถื่อน มีทนายสู้เพื่อคนเลว ไม่จ่ายเงิน ล้มบนฟูก ..สุดท้ายรัฐจ่ายเงินให้พวกช่วยล่มรัฐบาลปชต..เช่นสมัคร ทักษิณ สมชาย เชาวลิต..และชาติชาย ตายต่างแดน…

8เมษ 53เข้าเฝ้าก่อนฆ่าปชช ไม่สนไม่ร็ไม่สเทือน ไม่แก้ไข ไม่ปรองดอง สุดท้ายไทยจะเสียภาคใต้ไม่สน เสียที่ทับซ้อนเขาวิหารเพราะรัฐบาลไม่สน ข่าวไทยรัฐเท็จ ไม่มีอะไร ด่าฮุนเซน ฮุนมาเนต เหยียดหยามเพื่อนบ้าน เหมือนมิใช่มนุษย์ ส่งเสริมให้ทำ ไม่ท้วงติง แตะคนเลว แก้ไข…

3) องคมนตรีและพวกทุนต่างๆๆ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ

3) ศาลฏีกา อาญา รัฐธรรมนุญ

4)รัฐสภา พรรคปชป และร่วมรัฐบาล สว..จากคมชคณะปฏิวัติ กกต ปปช คตส

“นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

5) ตำรวจ ทหารจากอำนาจโจรตั้ง

สไนเปอร์ซุ้มยิงปชช สื่อไทยสนับสนุนให้ฆ่าปชชไทย

6) สื่อสังหารสั่งฆ่าปชชไทย

หน่วยเปลี่ยนประวัตฺศาสตร์ประเทศไทยบิดเบือนความจริง ใส่ร้าย ป้ายส หยาบคาย ด่า กักขระเเห่งประเทศไทย

กลุ่มจัดตั้งของรัฐบาลให้มาหลอกปชชไทยแค่นี้..ผลงานพวกกูไม่ติดคุก…แต่

ตีทำร้ายฆ่าเสื้อแดงใช้มวลชนพธมและตำรวจทหาร แต่ไม่สำนึก เหิมเกริมฆ่าต่อ ล่าสุดนำทหารไปตายชายแดนเขมร ภาคใต้ชุดดำทหารแฟงใส่กางเกงยีน นะจ๊ะของแท้

จัดฉากใส่ร้ายเสื้อแดง

เผาเซ็นทัลเวิร์ดิ์เองใส่ร้ายเสื้อแดง

กลุ่มทำลายหลักฐานตอแหล์รักเซ็นทัล ปี52ทหารทำเองใช้รถดับเพลิงฉีดล้างเลือด

2มาตราฐานยึดสนามบิน ทำเนียบรัฐบาล ไม่ผิด

ศาลให้ประกันตัวลูกเล็ก บลาๆๆกูอยากปล่อย ปาหี่ละครเยอะเย้ย กระทืบทำร้ายปชชไทย มันจบแล้ว..

แต่แกนนำแดงไม่ผิดไปมอบตัว แต่ขังลืม ไม่ปล่อย ประกันไม่ให้ ทำลายระบบศาล สุดท้าย นานาชาติมาครองไทยเพราะทำตนตกต่ำให้ศาลอยุติธรรมทำมือเอง เสียประเทศเพราะโง่…ไม่ช่วยปกป้องหน้าที่ตนเองศาลไม่รักษาเท่ากับทำลายชาติไทย…

จากคุณ…นโปเลียน

คงไม่ต้องมาแกล้งทำโง่ ทำแอ็บแบ๊ว คงไม่มีใครโง่ ยอมให้หลอกเหมือนคนไทยบางกลุ่มหรอก

คนไทยบางกลุ่มก็แกล้งทำโง่ ทำแอ็บแบ๊ว ตัวเองสมัยเหลืองออกมาก็ไปแย้วๆ ปิดถนน ปิดสนามบิน ยึดทำเนียบ

ให้ไอ้คนที่แพ้เลือกตั้ง คือ อภิสิทธิ์ มาเป็นนายก กฎกติกาบ้านเมืองพังพินาศหมด

ผมไม่รู้ว่าใครแกล้งโง่กันแน่ อย่าไปอ้างทักษิณเลยครับ พวกเหลืองกับประชาธิปัตย์รวมหัวกันเพื่อตัวเองได้อำนาจ

แค่พวกคุณปฎิวัติ ออกกฎหมายเอาผิดย้อนหลังมาใช้ก็ผิดวิศัยไม่มีใครทำแล้ว

พวกนี้ทำลายชาติทุกอย่างเพื่อตัวเองครองอำนาจ ทำเป็นขบวนการ

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง, หนังสือ, Books | แสดงความคิดเห็น

10 น้ำตกสวยที่สุด

โพสท์ใน ความบันเทิง | แสดงความคิดเห็น

ความคืบหน้าไทย-เขมร ไทย-เขมรตกลงหยุดยิงแล้ว

คลิป  สมเด็จฮุนเซน เสนอหยุดยิงให้อาเซียนเป็นพยาน  

สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลกัมพูชาว่า จะขอให้ไทยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงถาวร โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอินโดนีเซีย นายมาร์ตี นาตาเลกาวา ในฐานะประธานอาเซียน ร่วมเป็นสักขีพยาน และจะดีมากหากประธานอาเซียนจะลงนามในข้อตกลงหยุดยิงแบบถาวร 

เสธ.ทบ. พร้อม แม่ทัพภาคที่ 2 เจรจาผู้นำทหารเขมร ฮุนมาเนต ลูกชายฮุนเซน มาเอง ลงนาม8ข้อตกลงหยุดยิง แต่ยังวางกำลังทหารต่อไปจนกว่า ระดับรัฐบาลจะได้ข้อยุติ  ฮุนมาเน็ต สงสัยไทยปล่อย “ม็อบ-สื่อ” โจมตีเขมร-ฮุนเซน”รุนแรง

เวลาประมาณ 11.30 น. ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชา ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ  พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ  เสนาธิการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะในการเจรจา  ร่วมด้วย พล.ท. ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาค2  พล.อ. นิพัทธ์ ทองเล็ก  ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย  อดีตเจ้ากรมกิจการชายทหารแดนทหาร (บก.สส.)  และ พล.ต. ชวลิต ชุนประสาน  ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี

ได้ไปเจรจากับ  พล.ท.  ฮุนมาเน็ต  รองผบ.ทบ. กัมพูชา และลูกชาย สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีเขมร เป็นหัวหน้าคณะ  ร่วมด้วย พล.ท. เจียมอน  ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 และ พล.ท. สรัย ดึ๊ก  ผบ.ทหารจังหวัดพระวิหาร และคณะนายทหารอีก 14 คน  ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่ชายแดน  ที่ช่องสะงำ  ตรงข้าม จ.สุรินทร์  ตั้งแต่เวลา 10.00-12.30 น.

จากนั้น พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงผลการเจรจาเพียงสั้นๆว่า เรียบร้อยดี

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามใน บันทึกข้อตกลงร่วมกัน 8 ข้อ 1.การหยุดยิง  2. ห้ามมีการเพิ่มเติมกำลังทหาร และ ห้ามเคลื่อนย้ายกำลังทหาร 3. ห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้าย อาวุธยุทโธปกรณ์หนักขนาดใหญ่ เช่น ปืนใหญ่ รถถัง 4. ห้ามไม่ให้มีการใช้อาวุธหนักในการโจมตีกัน  5. ห้ามไม่ให้มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในพื้นที่ปัญหา 4.6 ตร.กม. โดยเด็ดขาด 6. ห้ามทำฐานทหาร ทำบังเกอร์  7.ห้ามไม่ให้มีการก่อสร้างถนนของทั้งสองฝ่าย  8. ให้มีการประสานความเข้าใจผ่านทางโทรศัพท์มือถือสายตรง hotline  ตลอด 24 ชม.ในบรรดาผู้นำทหารทุกระดับชั้น และมีการตกลงกันในรายละเอียดของการระดับปฏิบัติการ

อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการวางกำลังทหารเช่นนี้ต่อไปจนกว่า  จะมีการเจรจาตกลงกันได้ในระดับรัฐบาลและคณะกรรมการชุดต่างๆ รวมถึงรอการประชุม รมต.อาเซียน ในวันที่ 22 กพ.นี้ด้วย

ทั้งนี้ในการเจรจา ทางพลโท ฮุนมาเน็ต  ยังแสดงความสงสัยว่า  ทำไมรัฐบาลไทย ปล่อยให้  กลุ่มบางกลุ่ม สื่อบางสื่อ  โจมตีกัมพูชา โจมตี  นายกรัฐมนตรีกัมพูชา อย่างรุนแรงอยู่ได้  และมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มเหล่านี้

 ไทย เขมรตกลงหยุดยิงแล้ว  

แม่ทัพภาค 2 เผย ไทย เขมรตกลงหยุดยิงแล้ว

พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ

 

ฮุนมาเนต ลูกชายฮุนเซน มาเองลงนาม 8 ข้อตกลงหยุดยิง แต่ยังคงกำลังทหารต่อ

19 ก.พ. รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชา ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ  พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ  เสนาธิการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะในการเจรจา  ร่วมด้วย พล.ท. ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาค2  พล.อ. นิพัทธ์ ทองเล็ก  ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย  อดีตเจ้ากรมกิจการชายทหารแดนทหาร (บก.สส.)  และ พล.ต. ชวลิต ชุนประสาน  ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี

ทั้งนี้ เพื่อเจรจากับ  พล.ท.  ฮุนมาเน็ต  รองผู้บังคับบัญชาการทหารบกกัมพูชา ลูกชาย สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีเขมร เป็นหัวหน้าคณะ  กับ พล.ท. เจียมอน  ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 และ พล.ท. สรัย ดึ๊ก  ผบ.ทหารจังหวัดพระวิหาร และคณะนายทหารอีก 14 คน  ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บริเวณชายแดน  ที่ช่องสะงำ  ตรงข้าม จังหวัดสุรินทร์

พล.ท. ธวัชชัย สมุทรสาคร

 

ต่อมา พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงผลการเจรจาว่า เรียบร้อยดี โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามใน บันทึกข้อตกลงร่วมกัน 8 ข้อ 1.การหยุดยิง  2. ห้ามมีการเพิ่มเติมกำลังทหาร และ ห้ามเคลื่อนย้ายกำลังทหาร 3. ห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้าย อาวุธยุทโธปกรณ์หนักขนาดใหญ่ เช่น ปืนใหญ่ รถถัง 4. ห้ามไม่ให้มีการใช้อาวุธหนักในการโจมตีกัน  5. ห้ามไม่ให้มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในพื้นที่ปัญหา 4.6 ตร.กม. โดยเด็ดขาด 6. ห้ามทำฐานทหาร ทำบังเกอร์  7.ห้ามไม่ให้มีการก่อสร้างถนนของทั้งสองฝ่าย  8. ให้มีการประสานความเข้าใจผ่านทางโทรศัพท์มือถือสายตรง hotline  ตลอด 24 ชม.ในบรรดาผู้นำทหารทุกระดับชั้น และมีการตกลงกันในรายละเอียดของการระดับปฏิบัติการ

อนึ่ง ทั้งสองฝ่ายยังคงมีการวางกำลังทหารเช่นนี้ต่อไปจนกว่าจะมีการเจรจาตกลงกันได้ในระดับรัฐบาลและคณะกรรมการชุดต่างๆ รวมถึงรอการประชุม รมต.อาเซียน ในวันที่ 22 กพ.นี้

 

พล.ต. ฮุน มาเนต รองผบ.ทบ. กองทัพกัมพูชา ลูกชาย ฮุน เซน เดินทางมาเยี่ยมกำลังพลที่ภูมะเขือยุติข่าวลือได้รับบาดเจ็บ พร้อมลั่นอุทิศตัวปกป้องดินแดนของเขมรจากการรุกรานของไทย

(13 ก.พ.) แหล่งข่าวตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.ต. ฮุน มาเนตองผบ.ทบ. กองทัพกัมพูชา บุตรชายคนโตของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้มาตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ภูมะเขือซึ่งเป็นจุดปะทะ อย่างหนักระหว่างทหารกัมพูชาและทหารไทยเมื่อวันที่ 4-7 ก.พ.

โดยในการเดินมาครั้งนี้ก็การเป็นการยุติข่าวลือ ที่ระบุว่า พล.ต.ฮุน มาเนต ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะ ทำให้ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากระดมยิงปืนใหญ่ข้ามมายังฝั่งไทยอย่างหนัก เนื่องจากโกรธแค้นที่รอง ผบ.ทบ.ที่เป็นถึงลูกชายนายกรัฐมนตรีได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นการเดินทางมาที่ภูมะเขือเมื่อวันที่ 10 ก.พ.นั้นจึงเป็นการลดกระแสความตึงเครียดต่อข่าวลือลงหลังหลายฝ่ายได้ประเมินว่า ฝ่ายกัมพูชาจะไม่ยอมสงบศึกกับไทย

ด้านสื่อของกัมพูชา รายงานว่า คณะของพล.ต. ฮุน มาเนตร เดินทางถึงฐานที่มั่นทหารกัมพูชาเมื่อเวลา 10.30 น.ของวันที่ 10 ก.พ ที่ผ่าน โดยพล.ต. ฮุน มาเนตร ได้นำสารแสดงความยินดีจากบิดาและมารดา มายังทหารผู้ได้อุทิศตนปกป้องชาติจากการรุกรานของชาวต่างชาติ และยังได้กล่าวอีกว่าตนจะอุทิศทุกอย่างเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาจากการรุกรานของไทย

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง | แสดงความคิดเห็น