28ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยียนมาเลเซีย

y-ml (3)

28ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยียนมาเลเซีย เจรจาสันติภาพและความร่วมมือด้านต่างๆๆกับนายราจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

y-ml (2)

มาเลเซีย 28 ก.พ.2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ถึงความร่วมมือหลายด้าน ขณะที่สภาความมั่นคงแห่งชาติลงนามกับขบวนการบีอาร์เอ็น แสดงเจตนารมย์พูดคุยเรื่องสันติภาพพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

y-m2013 (3)

หัวข้อการหารือประกอบด้วย ความร่วมมือว่าด้วยการโอนตัวนักโทษ การทบทวนสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน การทบทวนความตกลงว่าด้วยความร่วมมือชายแดน การหาข้อสรุปบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้ามนุษย์ หาข้อสรุปกรอบความตกลงว่าด้วยการส่งสินค้า และผู้โดยสารข้ามแดนระหว่างไทยกับมาเลเซียและผู้นำทั้ง 2 ประเทศ เป็นสักขีพยาน การลงนามข้อตกลงว่าด้วยการเดินทางข้ามแดน และลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเยาวชนและกีฬา

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระบุ ว่ามาเลเซียพร้อมร่วมมือแก้ปัญหาไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้และไม่สนับสนุนเรื่องแบ่งแยกดินแดน ยืนยันลงนามร่วมกลุ่มบีอาร์เอ็นแค่จุดเริ่มต้น

y-m2013 (2)

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียยังได้หารือร่วมกันเรื่องพลังงานและปิโตเคมี เนื่องจากมาเลเซียอาจเสนอขายไฟฟ้าให้ไทยช่วงพม่าจะหยุดส่งก๊าซธรรมชาติต้นเดือนเมษายนนี้ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับความมั่นคงการไฟฟ้าของไทย

นายกฯยิ่งลักษณ์เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการเดินทางข้ามแดนไทย-มาเลเซียและบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเยาวชนและกีฬาระหว่างไทย-มาเลเซีย

กรุงกัวลาลัมเปอร์  28 ก.พ.2556 – สมช.-บีอาร์เอ็น ลงนามแสดงเจตนารมณ์ทั่วไปในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ มี สมช.มาเลเซีย ประสานงาน “พล.ท.ภราดร” ระบุจะมีอีกหลายกลุ่มทยอยเข้าร่วม มั่นใจบรรยากาศสันติภาพในพื้นที่จะดีขึ้น

cwtm_brn

ศูนย์ฝึกตำรวจ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ลงนามการแสดงเจตนารมณ์ทั่วไปในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพกับนายฮาซัน ตอยิบ หัวหน้าฝ่ายประสานงานต่างประเทศขบวนการบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ผู้รับมอบอำนาจ และดาโต๊ะ มูฮัมหมัด ทาจูดดิน บิน อับดุลวาฮับ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย ลงนามเป็นผู้ประสานงาน

brn-ctm

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed Prime Minister of France Mr.Jean-Marc Ayrault and his wife February 5,2013

y-fth2013 (3)

5ก.พ 2556 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ให้การต้องรับ  นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ และภริยา พร้อมคณะ

y-fth2013 (13)

Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed  Prime Minister of France.Mr.Jean-Marc Ayrault and his wife February 5,2013

กรุงเทพฯ5 ก.พ.2556-หลังการเยือนประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เป็นผลทำให้เกิดการ  ต่อยอดความร่วมมือในการขยายการค้า การลงทุน การทหาร และสาธารณสุข เพื่อสร้างความมั่นคงและแข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน ขึ้นและผลักดันให้เกิดความแข็งแกร่งในด้านการลงทุนก่อร่างสร้างโครงการพื้นฐานประเทศไทยให้เป็นระบบ และขยายการให้ความร่วมมือกันในภูมิภาคอาเซียนและยุโรปมากขึ้นเป็นลำดับในอนาคต

y-fth2013 (8)  y-fth2013 (10) y-fth2013 (15)y-fth2013 (4) y-fth2013 (11)

5กุมภาพันธ์ 2556 นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์  และภริยา พร้อมคณะ ได้เดินทางถึงประเทศไทย ด้วยเครื่องบินพิเศษมายังท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้เยือนฝรั่งเศสเมื่อเดือนก.ค. 55 ถือเป็นการเยือนของนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสในรอบ 23 ปี โดยการเดินทางครั้งนี้ได้นำนักธุรกิจชั้นนำของฝรั่งเศส 36 บริษัท ในสาขาการบิน การบินอวกาศ ดาวเทียม รถไฟความเร็วสูง พลังงาน การธนาคารและการเงินร่วมเดินทางด้วย ก็เพื่อขยายความร่วมมือเรื่องการลงทุนเชื่อมโยงโครงข่ายในไทย และอาเซียน

Thailand’ Prime Minister Yingluck Shinawatra Visits France

y-fth2013 (5)

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ให้การต้องรับ  นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ และภริยา พร้อมคณะ และได้นำ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ.ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลและการเเถลงข่าวร่วมกันและรับประทานอาหารค่ำร่วมกันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสนายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ พร้อมภรรยาและคณะ

ในการเยือนครั้งนี้ นักธุรกิจไทยกับฝรั่งเศส ได้มีโอกาสสนทนาเเลกเปลี่ยนกันในด้านต่างๆๆในงานเลี้ยงอาหารค่ำณ.ทำเนียบรัฐบาล สำหรับการค้าระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ปี 55 มีมูลค่าถึง 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนการลงทุนของฝรั่งเศสในไทย มีมูลค่า 372 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่มีบริษัทไทยไปลงทุนในฝรั่งเศสมากขึ้น เช่น บ.ไทยยูเนียล ฟอสเซ็นส์  พีทีที ปิโตเลียมเคมิเคล ดับเบิ้ลเอ

http://www.mcot.net/site/content?id=511255c8150ba0b96a0002f8#.UUnJrRdmiSo

ประมวลภาพ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้การต้อนรับ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ และภริยา พร้อมคณะ

y-f2013  y-fth2013 (6) y-fth2013 (1) y-fth2013 (12) y-fth2013 (7) y-fth2013 (9) y-fth2013 (14)

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

25-27ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนสาธารณรัฐเกาหลีใต้-เขตปกครองพิเศษฮ่องกง

y-k2013

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อ ในการเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี  นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ย้ำความร่วมมือพัฒนาบทบาทสตรีในภูมิภาค และประธานาธิบดีเกาหลีใต้ สนใจในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-รถไฟความเร็วสูง และได้เรียนเชิญให้ปธสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ปัก กึน ฮเย เข้าร่วมประชุม “วอเตอร์ ซัมมิต”ที่จะมีขึ้นณ.ประเทศไทยใน เดือน พ.ค2556

25 ก.พ2556นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรเดินทางจากโรงแรมที่พักไปยังอาคารรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีคนที่ 11 ของ น.ส.ปัก กึน ฮเย ซึ่งพิธีจัดขึ้นบริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภาอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้นำและตัวแทนผู้นำจากหลายประเทศเข้าร่วม ทั้งนี้ ฝ่ายรัฐพิธีเกาหลีจัดให้นายกรัฐมนตรีของไทยนั่งบนเวทีอยู่ด้านหลังของ น.ส.ปัก กึน-ฮเย

y-k

นอกจากนี้ยังมีคณะของไทยเข้าร่วมด้วย ประกอบด้วย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายก

รัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข และนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล เข้าร่วมในพิธีด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีจะร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม Lotte Hotel Seoul ซึ่งนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล เป็นเจ้าภาพ และเวลาประมาณ 14.20 น. นายกรัฐมนตรีจะหารือทวิภาคีกับ น.ส.ปัก กึน-ฮเย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีคนใหม่ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี

น.ส.ปัก กึน-ฮเย ได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 ถือเป็นประธานาธิบดีหญิง คนแรกของสาธารณรัฐเกาหลี โดยได้รับคะแนนร้อยละ 51 หรือผลคะแนนรวม 14.2 ล้าน ชนะนายมุน แจอิน ผู้สมัครฯ จากพรรคเดโมแครตยูไนเต็ด (ดีพียู) ที่ได้รับคะแนนนิยมสูสี คิดเป็นร้อยละ 47.9 หรือผลคะแนนรวม 13.2 ล้านโหวต น.ส.ปัก กึน-ฮเย เกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2495 ปัจจุบัน อายุ 61 ปี มีสถานภาพโสด เป็นบุตรสาวของปัก จอง ฮี อดีตผู้นำเกาหลีใต้.

สรุปผลการหารือทวิภาคีกับ น.ส.ปัก กึน ฮเย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี มีดังนี้รัฐบาลไทยได้แสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ ในฐานะผู้หญิงด้วยกันรู้สึกชื่นชมและติดตามการทำงานของ น.ส.ปัก กึน ฮเย เช่นกัน การหารือทวิภาคีได้พูดคุยในหลายประเด็น โดยเฉพาะการเพิ่มการค้าการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ให้ความสนใจในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยและรถไฟความเร็วสูง และโครงการระบบบริหารการจัดการน้ำของรัฐบาล และยังได้เชิญชวนให้มาลงทุนในโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายอีกด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องการเพิ่มการค้าการลงทุน กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศได้มีการดำเนินการต่อ จากนโยบายของเกาหลีใต้ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีลี มยอง-บัก ในโอกาสนี้ได้มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวกับประเทศไทยในหลายประการ

ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะผลักดันการศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ครอบคลุมระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ และขยายการค้าให้ถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2016 ตามที่ได้เคยประกาศไว้ ส่วนการลงทุนจะเร่งเพิ่มและขยายการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการลงทุนจากเกาหลีใต้ในประเทศไทยที่ยังมีโอกาสอีกมาก เช่น ยานยนต์ เหล็ก พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่ไทยกำลังเร่งพัฒนา เพื่อเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และการเชื่อมโยงภูมิภาค ซึ่งเกาหลีใต้จะสนับสนุนนักธุรกิจและนักลงทุนเดินทางมาประเทศไทย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนและขยายธุรกิจร่วมกัน

นายกรัฐมนตรี ถือโอกาสเชิญประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีมาร่วมการประชุมระดับผู้นำด้านแหล่งน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤษภาคม 2556 เนื่องจากสาธารณรัฐเกาหลี นับเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีระบบ ซึ่งล่าสุดบริษัท K-water ของสาธารณรัฐเกาหลี เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกกรอบแนวคิด เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทยด้วย

y-h2013

 26 ก.พ.2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะเดินทางไปเยือนเขตบริหารพิเศษฮ่องกงฮ่องกง โดยมีผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง และกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ให้การต้อนรับ

18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น คณะของนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง โดยมีองครักษ์ประจำ นายเหลียง เจิ้นอิง ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง และกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ให้การต้อนรับ โดย นายวิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้เลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี.

http://www.mcot.net/site/content?id=512c1ff5150ba0cd260002a6

ฮ่องกง 26 ก.พ.2556-นายกรัฐมนตรีพบผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง แสดงความยินดีที่ได้รับเลือกตั้ง สร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย พร้อมแจงแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท และโครงการการบริหารจัดการน้ำอีก 350,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ไทยและฮ่องตกลงใช้ศักยภาพของกันและกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดระหว่างกัน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีกับนายเหลียง เจิ้น อิง ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง เมื่อปี 2555 และชื่นชมศักยภาพของฮ่องกง ที่เป็นศูนย์กลางการเงินชั้นนำของโลก และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ

“ปัจจุบันไทยถือว่ามีเสถียรภาพทางการเมืองที่เอื้ออำนวยการต่อการลงทุน และรัฐบาลได้ดำเนินนโยบายสร้างความปรองดอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงทางการเมืองของไทยให้ต่อเนื่องยิ่งขึ้น สำหรับด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการที่ครอบคลุม เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 4.5-5.5 ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการลงทุนของภาคเอกชน เพิ่มการจ้างงาน และรักษาตลาดเปิด รวมทั้งพัฒนาการค้าและการลงทุนใหม่ๆ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการลงทุนจากต่างประเทศ หรือ FDI ( Foreign Direct Investment ) ว่า เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญและส่งเสริม โดยเฉพาะเทคโนโลยีชั้นสูง และอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ประเทศ และภายใน 7 ปีข้างหน้า รัฐบาลมีแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท รวมทั้งโครงการการบริหารจัดการน้ำอีก 350,000 ล้านบาท โดยโครงการที่เป็นที่สนใจ คือ เส้นทางรถไฟความเร็สูง ที่เชื่อมจากกรุงเทพฯ ไปภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ รวมทั้งการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลยังมีแผนสร้างมอเตอร์เวย์ จากกรุงเทพฯ ไปชายแดนเมียนมาร์ เพื่อเป็นการเชื่อมต่อทางบกกับท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญการพัฒนาการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงภูมิภาค โดยการพัฒนาเส้นทางคมนาคมและเครือข่ายโลจิสติกส์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีและผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ยังได้หารือแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาความร่วมมือ ที่เอื้อต่อการส่งเสริมความร่วมมือและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งฮ่องกงถือเป็นประตูสู่จีน และมีศักยภาพด้านการค้า โลจิสติกส์ การลงทุน บริการ และการเงินและธนาคาร ซึ่งไทยและฮ่องกงจะได้ใช้ศักยภาพของกันและกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดระหว่างกัน นอกจากนี้ ไทยและฮ่องกงจะร่วมส่งเสริมการค้าข้าวไทยในฮ่องกง ที่เป็นตลาดสำคัญของไทย และมีการนำเข้าเป็นจำนวนมากในทุกปี และยังมีศักยภาพที่จะเพิ่มได้อีกมาก

จากนั้นนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-ฮ่องกง ( Cooperation Arrangement between Thailand and Hong Kong (on Strengthening Trade and Economic Relations)) ระหว่างนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนาย Gregory So รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจของฮ่องกง

มีสาระสำคัญคือ เป็นการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการค้าสินค้า การบริการ การลงทุน การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือในการดำเนินการตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้า การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ความร่วมมือด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง ความร่วมมือและการส่งเสริมการท่องเที่ยว การส่งเสริมการพัฒนาและและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ R&D ความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาศักยภาพ ความร่วมมือด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การอำนวยความสะดวกและส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และความร่วมมือในสาขาอื่นๆ ที่เห็นชอบร่วมกัน.

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

20-22ธ.ค2556.นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพร้อมคณะเยีอนอินเดีย-บังคลาเทศ

20-22ธ.ค2556.นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพร้อมคณะเยีอนอินเดีย-บังคลาเทศ

y-india20-12 dec 2012 (1)

ภารกิจวันที่20มี.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยื่งลักษณ์ ชินวัตรได้เดินทางไปยังเมืองคยาโดยเดินทางต่อไปยังวัดเนรัญชราวาส เพื่อเยี่ยมชมและร่วมพิธีทางศาสนา ก่อนเดินทางต่อไปยังพระมหาเจดีย์พุทธคยา เพื่อสักการะพระพุทธเมตตาและต้นพระศรีมหาโพธิ์

ในโอกาสนี้ หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล นำสวดมนต์บริเวณหน้าแท่นวัชรอาสน์ และเดินทางต่อไปยังวัดป่าพุทธคยา เพื่อนมัสการพระโพธินันทมุนี และเดินทางต่อไปยังวัดไทยพุทธคยา ซึ่งมีพระราชรัตนรังสี หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล เป็นเจ้าอาวาส โดยนายกรัฐมนตรีจะร่วมเป็นประธานในพิธีเริ่มโครงการก่อสร้างกุฎิกรรมฐานและนายกรัฐมนตรีได้พบปะพูดคุยกับศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่เดินทางมาสักการะสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาด้วย ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมแนวทางขยายการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างไทยและอินเดีย

y-india20-12 dec 2012 (4)

ภายหลังเสร็จสิ้นการสักการะสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาแล้วนายกรัฐมนตรีและคณะได้ออกเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานทหารปาลาม (Palam)กรุงนิวเดลี และได้เดินทางต่อไปยัง โรงแรมLeela Palace เพื่อเตรียมตัวในการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดียสมัยพิเศษในช่วงเวลาบ่ายและร่วมงานอาหารค่ำเพื่อเป้นเกียรติและแสดงการต้อนรับผู้นำอาเซียน ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความรักและอบอุ่นเต็มไปด้วยมิตรภาพอันแน่นแฟ้น โดยมีนาย ประนาบ มุกเคอร์จี(Shri Pranab Mukherjee) ประธานาธิบดีอินเดีย เป็นเจ้าภาพ

y-india20-12 dec 2012 (2)

President of India Mr. Pranab Mukherjee welcomedThaiPM Yingluck Shinawatra and ASEAN leaders In a reception Gala dinner to honor leaders.

y-india20-12 dec 2012 (5)

ร่วมพิธีรับรถ ASEAN-India Car Rally ณ Vigyan Bhawan

วันนี้ (21 ธ.ค.) 2556กรุงนิวเดลี นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้กล่าวถึงการเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-อินเดีย ประเด็นใหญ่ที่ที่ประชุมทบทวนคือเรื่องเขตการค้าเสรี (FTA) ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มพูนการค้า งานบริการต่างๆ ให้มากขึ้น และความชัดเจนเรื่องการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานระหว่างไทย สหภาพเมียนมาร์ และอินเดีย ที่จะทำให้เกิดเส้นทางต่างๆ และโอกาสมากขึ้น ทั้งทางบกคือด้านเขตพัฒนาพิเศษและท่าเรือน้ำลึกทวาย ส่วนทางทะเลด้านท่าเรือด้านเจนไนและแหลมฉบัง

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากความสำเร็จข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย นอกจากการเชื่อมต่อด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ยังจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในระดับประชาชนด้านวัฒนธรรม การค้า กฎหมาย ปัญหาอุปสรรคทางการค้าต่างๆ ด้วย เพื่อให้ได้รับการแก้ไขและบรรลุตามข้อตกลงต่าง ๆ

ที่รัฐบาลวางเป้าหมายการลงทุนไว้จำนวน 2 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะด้านการเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มอาเซียน โดยจะออกเป็นพระราชบัญญัติ เพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแล้ว นโยบายและความร่วมมือที่ตกลงกันไว้จะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ถูกตัดทอน และเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง FTA จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

19.30 น.iนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ร่วมหารือกับภาคเอกชนและนักธุรกิจ ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย (BOI) และสมาคมหอการค้าและอุตสาหกรรมบังกลาเทศ (FBCCI) ณ โรงแรมเรดิสัน

นายกรัฐมนตรี เสนอให้ภาคเอกชนตั้งคณะทำงานติดตามผลและโยชน์เรื่อง FTA พร้อมเตรียมออกพระราชบัญญัติการลงทุน เพื่อให้การดำเนินนโยบายการลงทุนมีความต่อเนื่อง แม้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการจัดพื้นที่ทางการเกษตร (เกษตรโซนนิ่ง) ซึ่งหลายกลุ่มสินค้าสามารถทำรายได้สูงสุดเข้าประเทศ จึงต้องปรับให้สอดคล้องกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศของไทย อีกทั้งในปี 2013 เป็นปีที่รัฐต้องพูดคุยกับเอกชนมากขึ้น เพราะเป็นปีแห่งการพัฒนาภาคเอกชน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะนำไปขยายผลต่อไป และถือเป็นโอกาสในการยกระดับการแข่งขัน ยกระดับรายได้ ทำให้ต้นทุนต่างๆ ลดลง โดยเฉพาะความได้เปรียบทางด้านภาษี เพราะอินเดียมีผู้ชำนาญทางด้านต่างๆ ทั้งการแพทย์ ภาษา สามารถแลกเปลี่ยนกันได้

y-bt

20-21ธ.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนประเทศ บังคลาเทศ

การเยือนประเทศบังคลาเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไทยในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศเพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-บังกลาเทศ ครบรอบ 40 ปี โดยคณะของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษร์ ชินวัตรได้เดินทางถึงกรุงธากา เมื่อเวลา 17.30 น.ของวันที่20ธ.ค2556 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง โดยมีนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ รอให้การต้อนรับที่ท่าอากาศยานนานาชาติ Hazrat Shahjalal กรุงธากา จากนั้นเดินทางต่อมายังโรงแรม Pan Pacific Sonargaon ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก

ภายหลังพิธีต้อนรับ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังโรงแรม Pan Pacific Sonargaon โรงแรมที่พัก และในเวลา 18.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้นางดีปู โมนี (Dipu Moni) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบังกลาเทศ เข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อแสดงความยินดีต่อการดำรงตำแหน่งผู้นำสตรีคนแรกของไทย ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศเป็นผู้สนับสนุนการมีบทบาทและความเคลื่อนไหวทางการเมืองของสตรีบังกลาเทศ

22ธ.ค2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักาณ์ ชินวัตรได้เข้าร่วมการหารือแบบเต็มคณะกับนางเชค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ  โดยประเทศไทยและประเทศบังกลาเทศเห็นพ้องร่วมกันที่จะให้ความร่วมมือกันในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจให้รอบด้าน ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าให้เป็นสองเท่าในปี 2559 พร้อมทั้งการเชื่อมโยงกันทั้งทางบกและทะเล

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้กล่าวแสดงความยินดีในการมาเยือนประเทศบังคลาเทศในครั้งนี้ในโอกาสครบรอบ  ความสัมพันธ์ไทย-บังกลาเทศ40 ปี เพื่อมาแสดงความจริงใจและเน้นย้ำว่าบังกลาเทศก็เป็นมิตรประเทศที่สำคัญของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ แห่งนี้  และขอเเสดงเจตจำนงว่าทั้ง 2 ประเทศควรจะได้รับการพัฒนาร่วมมือกันในทุกระดับทั้งระดับทวิภาคี ซึ่งจะมีการขยายความร่วมมือกันในแบบเฉพาะทาง ทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความเชื่อมโยง (Connectivity) กันในส่วนระดับภูมิภาค ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเป็นประเทศที่จะประสานความร่วมมือในกรอบความร่วมมือกันในด้านต่างๆ เช่น สหประชาชาติ กรอบความร่วมมือทางวิชาการและเศรษฐกิจระหว่าง 7 ประเทศในอ่าวเบงกอล (BIMSTEC) กรอบความร่วมมือเอเชีย (ACD) และการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum-ARF).

โดยไทยและบังกลาเทศเห็นตรงกันที่จะขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าระหว่างกันอีกสองเท่าตัว ภายในปี 2559 รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างภาคเอกชนทั้ง 2 ฝ่าย และรื้อฟื้นกลไกการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย – บังกลาเทศ หรือ JTC (Thai – Bangladesh Joint Trade Committee) ที่มีอยู่แล้ว จะมีความร่วมมือด้านเกษตร ประมง แรงงาน และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการตั้งคณะทำงานดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ และเห็นพ้องจะขยายระยะเวลาการซื้อข้าวจากไทย โดยรัฐบาลบังกลาเทศจะซื้อข้าวจากรัฐบาลไทย ตามที่ได้ลงนามไว้ในบันทึกความเข้าใจ (MOU)จากเดิมที่จะหมดระยะเวลาในปี 2556 ออกไปอีก 3 ปี โดยบังกลาเทศจะซื้อข้าวจากไทยไม่เกินปีละ 1 ล้านตัน

ส่วนความร่วมมืิอด้านการเชื่อมโยง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างไทย-บังกลาเทศ ทางถนน และการเชื่อมโยงทางทะเล ผ่านท่าเรือจิตตะกอง ท่าเรือทวาย และท่าเรือระนอง เนื่องจากท่าเรือระนองของไทยมีศักยภาพในการขนถ่ายสินค้า และสามารถเป็นประตูการค้าแห่งใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวทางการค้าระหว่างบังกลาเทศและไทยได้

สำหรับประเด็นเรื่องข้าว รัฐบาลบังกลาเทศได้แสดงความสนใจที่จะซื้อข้าวจากไทย ตามที่ฝ่ายไทยเสนอ ซึ่งเป็นไปตามที่ได้ลงนามไว้ในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งรัฐบาลไทยตกลงที่จะขายข้าวและรัฐบาลบังกลาเทศตกลงที่จะซื้อข้าวไม่เกินปีละ 1 ล้านตัน เป็นเวลา 3 ปี (2554-2556) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะขยายอายุของ MOU ดังกล่าวไปอีก 3 ปี

ด้านการท่องเที่ยว บังกลาเทศชื่นชมความสำเร็จและประสงค์ที่จะร่วมมือกับไทยในด้านนี้มากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Medical Tourism และไทยยินดีให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการในการศึกษาเชิงลึก เพื่อพัฒนาภาคการท่องเที่ยวในบังกลาเทศ อีกทั้งประเทศไทยจะพิจารณาแสวงหาโอกาสด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการในบังกลาเทศ

ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายพอใจความร่วมมือด้านการทหารระหว่างสองประเทศ อาทิ ความร่วมมือด้านการฝึกร่วม Cobra Gold อย่างไรก็ตาม ผู้นำทั้งสองเห็นว่าเพื่อรับมือกับภัยคุกคามข้ามชาติในปัจจุบัน ทั้งสองประเทศตกลงให้ส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีด้านการข่าว เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ อาวุธ ยาเสพติต และการก่อการร้าย

สำหรับความช่วยเหลือทางวิชาการ ไทยยืนยันความต่อเนื่องของความช่วยเหลือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเสนอให้ทุนการศึกษาจำนวน 40 ทุนแก่นักศึกษาบังกลาเทศในระดับปริญญาโทในประเทศไทย เพื่อฉลองโอกาสครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

สำหรับความร่วมมือในกรอบภูมิภาคและระหว่างประเทศ ผู้นำไทยและบังกลาเทศพอใจการร่วมมืออย่างใกล้ชิดในกรอบความร่วมมือภูมิภาค และในองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ อาทิ UN ACD ARF ASEM และยินดีที่บังกลาเทศสนใจที่จะยกระดับเป็นประเทศคู่เจรจาอาเซียน และเข้าร่วม East-West Economic Corridor และความร่วมมือแม่โขง-คงคา (Mekong-Ganges Cooperation)

นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองยังย้ำถึงบทบาทสำคัญของ BIMSTEC ในการกระชับความร่วมมือในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งความสำคัญของความตกลงเขตการค้าเสรี BIMSTEC ซึ่งต่างต้องการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนของบังกลาเทศเกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในกรอบองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ขณะเดียวกันผู้นำสตรีทั้งสองยังได้แสดงพันธะต่อการส่งเสริมศักยภาพสตรี การพัฒนา และสวัสดิภาพโดยรวมของสตรีในสังคม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แสดงความชื่นชมที่คณะรัฐมนตรีของบังกลาเทศส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ และมีสตรีถึง 5 คน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียินดีกับความคิดริเริ่มของนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศที่จะจัดการประชุมผู้นำสตรีในปี 2556

y-bt (2)

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางการเกษตร และการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและบังกลาเทศ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรม Pan Pacific ซึ่งเป็นโรงแรมที่พักของนายกรัฐมนตรี

น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยผลการหารือกับนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ว่าทั้งสองประเทศเห็นพ้องความร่วมมือด้านการประมง การเกษตร การเชื่อมต่อเส้นทางระนอง ทวายและจิตตะกอง ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เนื่องจากในแต่ละปีชาวบังกลาเทศได้มาพักรักษาตัวในประเทศไทยจำนวนมาก จึงจะแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ การแพทย์และเภสัชศาสตร์ โดยจะตั้งคณะทำงานดำเนินการในรายละเอียดเรื่องนี้โดยเฉพาะ และทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องความร่วมมือ ด้านการค้า การลงทุน โดยจะร่วมกันลดปัญหาและอุปสรรคที่มีต่อการลงทุน ความร่วมมือด้านแรงงาน ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนในอนาคต

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและบังกลาเทศเห็นพ้องขยายระยะเวลาการซื้อข้าวจากไทยตามที่ลงนามในบันทึกความเข้าใจออกไปอีก 3 ปี โดยบังกลาเทศจะซื้อข้าวจากไทยปีละไม่เกิน 1 ล้านตัน

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีไทยและบังกลาเทศ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางการเกษตร และการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและบังกลาเทศด้วย

ภายหลังงานเลี้ยงอาหารกลางวัน เวลา 16.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติ Hazrat Shahjalal เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย และจะมาถึงยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 19.35 น.

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

ภารกิจนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนต่างประเทศ 2556

Prime Minister Yingluck Shinawatra visited the missions abroad 2013.

มาแล้วตามคำเรียกร้องภารกิจเยือนต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บอกตามตรงนะคะว่าตอนนี้รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชืนวัตร ประเทศไทยนั้นแข็มแข็ง มาแรงเเซงโค้ง อย่างไม่เคยมีมาก่อนเป็นการเชื่อมต่อรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรพี่ชายอย่างไร้รอยต่อเลยทีเดียว จากการเกิดปฏิวัติรัฐประหาร 19ก.ย2549เป็นต้นมาได้เกิดการแสวงหาที่มาความไม่ก้าวหน้าของประเทศไทยเกิดจากอะไร จนกระทั่งบัดนี้ทุกอย่างเครียร์ กระจ่างแจ้งโดยไม่มีอะไรเคลือบแคลง และทั้งโลกได้ผนึกกำลังกันอย่างเหนียวแน่น ของเหล่ายอดขุนพลในประเทศที่ชื่นชอบในระบอบประชาธิบไตย ซึ่งล้วนต่างได้ผ่านสงครามกลางเมืองห่ำหั่นฆ่ากันตายมาแล้วอย่างโชกโชน จึงต้องมาผนึกกำลังกันต่อต้าน สงคราม มันมาแล้ว อีกทั้งใน5-6ปีที่ผ่านมาโลกได้เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศ ดินฟ้าอากาศทำให้ชาวโลกเครียดด้วยมลภาวะเรือนกระจก ฝนตกน้ำท่วม ฝนแล้ง อาหารพืชผัก สัตว์เป็นพิษ เกิดโรคระบาด แผ่นดินไหว ดินถล่ม หิมะตก อุกาบาตถล่มโลก เกิดพายุสุริยะรึฝนกรดขึ้นในหลายๆๆประเทศในแต่ละทวีปอันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก จึงต้องหันมาจับมือกันเพื่อความมั่นคงทางด้านการเมือง เศษฐกิจ การลงทุน ช่วยเหลือกันเมื่อเกิดภัยพิบัติ อาหารขาดแคลน และด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงในโรคภัยใหม่ๆๆ เพื่อแสวงหาหนทาง สันติสุขและรักษาคุณภาพของประชากรโลก ให้สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้ในทุกชาติเผ่าพันธุ์ นั่นเอง

สำหรับประเทศไทย นอกจากท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรจะสะสางงานปูพื้นความแข็งแกร่งในคุณภาพชีวิตให้ประชาชนไทยในด้านสุขภาพ30บาทรักษาทุกโรคแล้ว ค่าครองชีพค่าแรงงานขั้นต้น300บาท/วัน ,ผู้จบปริญาตรี15,000บาท/ด,มีกองทุนสตรีพัฒนาหมู่บ้าน,ส่งเสริมการลงทุนขนาดย่อมSMEและโอทอปให้ยกระดับการบรรจุหีบห่อให้สวยงามมีคุณภาพจากท่านรมต.เทคโนโลยี่ ประเทศเยรมันนี มิตรภาพของเราได้มีจัดอบรมและวิธีการต่างๆๆให้หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ไปเยือนเยรมันนี-ฝรั่งเศสได้เกิดมิตรภาพที่ห่างหายมายาวนานได้หวนกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง ทางด้านฝรั่งเศสได้ให้ความกรุณาในการให้ความรู้ทางด้านแฟชั่น น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ ด้านความงามต่างๆๆ ประเทศสวิสเซอร์เเลนด์ได้กรุณาให้ความรู้ในด้านการรถไฟฟ้าความเร็วสูงซึ่งจะครอบคลุมในประเทศภึง8สายด้วยกัน รวมด้านการท่องเที่ยวการโรงแรม และที่สำคัญศูนย์กลางทางด้านฮับการเงินการคลังของโลก ซึ่งมั่นคงมากในระยายาวของประเทศไทย หากเราไม่มีบารมีและทั่งโลกไม่เชื่อมั่นคงจะไม่ได้รับความกรุณาจากมหาอำนาจโลกทั้ง3ประเทศอย่างแน่นอน เพราะสัจจะนั้นมีเฉพาะคนดี ที่แสวงหาความเจิญและรักในเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ชาติให้สงบ สันติสุข มีอะไรก็เจรจากันอย่างมีมิตรจิตมิตรใจ มีใจนักเลงซึ่งมีหัวใจที่ดำรงไว้ด้วยหลักคุณธรรมอันดี มีความซื่อสัตย์ จริงใจคำไหนคำนั้น

4-5มี.ค2556 นายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยียนราชอาณาจักร สวีเดน-เบลเยี่ยม และทูลเชิญประมุขของทั้งสองราชอาณาจักร มาเยียนประเทศไทยเพื่อติดตามความจริงใจในการวางรากฐานประเทศไทยในด้านต่างๆๆทั้งการปูพื้นฐานคุณภาพชีวิต การกระจายรายได้สู่ประชาชน การสร้างการคมนาคมขนส่ง การสร้างเมืองสีเขียว การรักษาสุขภาพและอนามัยของประชาชน และการขยายงานการเชื่อมโยงอาเซียนให้มีระบบและผลักดันให้เกิดขึ้นตรงตามวัตถุประสงค์ของประชาคมโลก ซึ่งต้องการบ้านสำรอง เมื่อเกิดภัยพิบัติและการพักผ่อน หย่อนใจเพื่อเสริมสร้างพลังใจในการต่อสู้ชีวิตของมนุษยชาติ สืบไป

Thailand PM yingluck shinawatra visit Kingdom of Sweden- Belgium March 4-7 ,2013

5ก.พ 2556 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ให้การต้องรับ นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส และภริยา พร้อมคณะ

Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed Prime Minister of France Mr.Jean-Marc Ayrault and his wife February 5,2013

13-16มี.ค2556ปธน.สาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี เยือนไทยอย่างเป็นทางการ

Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed. President of the Republic Equatorial Guine March13-16,2013

Crown Prince  Philippe of Belgium and Crown Princess  Mathilde  their visit to Thailand March 17-22,2013 มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม และพระชายา เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทย

Thailand PM yingluck shinawatra welcomed HRH. Prince Philippe of Belgium March 17-22,2013

อีกฝากฝั่งหนึ่งของโลกท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 20-21 ธันวาคม 2555 ณ กรุงนิวเดลี ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการประชุมอาเซียน-อินเดีย สมัยพิเศษ จากนั้น ได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนางชีค ฮาลินา (Sheikh Hasina) นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ระหว่างวันที่ 21-22 ธันวาคม 2555อีกด้วย

20-22ธ.ค2556.นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพร้อมคณะเยีอนอินเดีย-บังคลาเทศ

2-27 ก.พ2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยีอน สาธารณรัฐเกาหลีใต้-เขตปกครองพิเศษฮ่องกง

25-27ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนสาธารณรัฐเกาหลีใต้-เขตปกครองพิเศษฮ่องกง

28ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยียนมาเลเซีย เจรจาสันติภาพและความร่วมมือด้านต่างๆๆกับนายราจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

28ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยียนมาเลเซีย

12มี.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าร่วมประชุมในกรอบของความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (The Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS) ครั้งที่ 5  ณ.เวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

12มี.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าร่วมการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 5 ณ.เวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ารต้อนรับนักธุรกิจและผู้สนใจการลงทุนและในด้านต่างๆๆกับประเทศไทยอาทิเช่น

15 มี.ค2556 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้การต้อนรับนาย Simon Robertson ประธานกรรมการบริษัท Rolls-Royce เพื่อยืนยันขยายการลงทุนอุตสาหกรรมการบินในไทย 

y-  Simon Robertson( Rolls-Royce Plc ) y-  Simon Robertson( Rolls-Royce Plc )  (4) y-  Simon Robertson( Rolls-Royce Plc )  (3)

ทำเนียบฯ 15 มี.ค.- เมื่อเวลา 11.00 น.นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ให้การต้อนรับ นาย Simon Robertson ประธานกรรมการบริษัท Rolls-Royce Plc และคณะผู้บริหารระดับสูงบริษัท เพื่อยืนยันการลงทุนในไทยว่า ประธานกรรมการบริษัท Rolls-Royce Plc ให้ความสนใจการลงทุนในประเทศไทยและได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาล โดยยืนยันที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี เพื่อช่วยปรับปรุงเทคโนโลยีและทักษะในการบินของไทย เพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของอุตสาหกรรมการบินของไทย

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณบริษัท Rolls-Royce ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินและอวกาศของไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค รวมทั้งวางแผนที่จะสร้างนิคมอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน โดยหวังว่าบริษัท Rolls-Royce จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาทั้งสามด้านหลักนี้.-

y-Margaret Chan(who)

 15 มี.ค.2556- นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้การต้อนรับ นางมาการ์เร็ต ชาน (Margaret Chan) ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก

ทำเนียบฯ 15 มี.ค.2556- นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้การต้อนรับ นางมาการ์เร็ต ชาน (Margaret Chan) ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ในโอกาสเดินทางมาเข้าร่วมประชุม Global Policy Group Meeting ที่จังหวัดเชียงใหม่ และนางมาการ์เร็ต ชาน ได้รายงานถึงผลการประชุม Global Policy Group Meeting ที่จังหวัดเชียงใหม่ กับผู้อำนวยการภูมิภาคองค์การอนามัยโลกจาก 6 ภูมิภาค ที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี โดยเฉพาะนโยบายด้านการบริหารจัดการและด้านวิชาการเรื่องสุขภาพ

ในครั้งนี้ นางมาการ์เร็ต ชาน แสดงความชื่นชมนายกรัฐมนตรี ในการดำเนินนโยบายด้านสุขภาพของไทย ซึ่งประสบความสำเร็จทำให้ประชาชนไทยมีความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ และมีระบบการบริหารจัดการสุขภาพอย่างยั่งยืน เป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ยังได้เชิญนายกรัฐมนตรีให้เข้าร่วมงานเปิดตัวรายงานการประเมินขององค์การอนามัยโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างการประชุมใหญ่สมัยสามัญสหประชาชาติ ณ กรุงนิวยอร์ก ในเดือนกันยายนนี้ด้วย

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้แสดงความขอบคุณองค์การอนามัยโลก ในการสนับสนุนการสร้างหลักประกันสุขภาพแก่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การอนามัยโลกเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีของประชาชนทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค.

19 มีนาคม 2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้การต้อนรับนายเตียว ชี เฮียน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและประสานกิจการด้านความมั่นคงสาธารณรัฐสิงคโปร์  ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

y- Mr Teo Chee Hian.(Singapore) (2)y- Mr Teo Chee Hian.(Singapore)

19 มีนาคม 2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้การต้อนรับนายโอซามุ มาสุโกะ ประธานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการลงทุน เ ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

y- Mr. Osamu - Mitsubishi. y- Mr. Osamu - Mitsubishi. (5)

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง