Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed President of the Republic Equatorial Guine March13-16,2013

ประวัติประเทศ อิเควทอเรียลกินี( Equatorial Guinea)ตั้งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร ตอนกลางของทวีปแอฟริกา ทิศเหนือติดกับแคเมอรูน ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับกาบอง ทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก บริเวณอ่าวกินี พื้นที่ 28,051 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวง กรุงมาลาโบ (Malabo) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ Bioko จำนวนประชากร 6.6 แสนคน (ปี 2551) ภูมิอากาศ อากาศร้อนชื้น ฝนตกชุก ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยกว่า 2,000 มิลลิเมตร อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียส

เมืองหลวง: ,มาลาโบ (Malabo)

เมืองสำคัญ เมืองบาทา (Bata) ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญ

EQMAP flag-of-equatorial-guinea

การเมืองการปกครอง :เป็นแบบสาธารณรัฐได้รับเอกราชจากประเทศสเปนเมื่อวันที่ 11ต.ค พ.ศ.2511 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับความเห็นชอบโดยการลงประชามติ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2534 และแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อเดือนมกราคม 2538 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของระบอบประชาธิปไตยที่มีพรรคการเมืองหลายพรรค และนำไปสู่การจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎร

Malabo-Equatorial-Guinea-_the_Port_in_Mal-Equatorial_Guinea

ภาษาที่ใช้โดยทั่วไป: ฝรั่งเศส สเปนและโปรตุเกส ,ส่วนภาษาราชการจะใช้ ภาษาสเปน และภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการ รวมทั้งภาษาพื้นเมืองอื่นๆ ได้แก่ Fang Bubi Ibo และ Pidgin English ตามเผ่าพันธุ์ของประชากรอีกด้วย

สกุลเงิน : ฟรังก์ซีเอฟเอ

ประชากร(พ.ศ.2548): 504,000คน, มีพื้นที่28,051 ตร.กม,เเหล่งน้ำมีน้อยมาก

ประธานาธิบดี(2013)ชื่อ นาย เตโอโดโร โอเบียง อึงเกมา อึมบาโซโก

นายกรัฐมนตรี(2013)ชือ นาย อิกนาซีโอ มีลัม ตัง

the_Cathedral_fro-Equatorial_Guinea malabo

สภาพเศรษฐกิจโดยทั่วไป ก่อนการได้รับเอกราชจากประเทศสเปน สาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี มีเศรษฐกิจ ที่สำคัญได้แก่ การเกษตร โดยเฉพาะการปลูกโกโก้ และกาแฟ การทำปศุสัตว์ ป่าไม้และการประมง แต่ในปัจจุบัน การพัฒนาภาคการเกษตรของสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินีไม่ได้รับการเอาใจใส่จากภาครัฐ ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้ลดลงและมีการส่งขายภายในตลาดท้องถิ่นเท่านั้น จากที่เคยผลิตโกโก้ได้มากถึง 36,161 ตัน ในปี 2512 เหลือเพียง 76 ตัน ในปี 2547 นอกจากนี้ ผลผลิตอื่นๆ มีการผลิตลดลงเรื่อยมา

ในปี 2538 มีการค้นพบแหล่งสำรองน้ำมันขนาดใหญ่ในอ่าวกินี ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินีเป็นอย่างมาก โดยการส่งออกน้ำมันกลายเป็นรายได้หลักของประเทศ นอกจากนี้ อิเควทอเรียลกินียังได้ค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ และมีการจัดตั้งบริษัท Sonagaz ขึ้นในปี 2548 จากการค้นพบแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินี้ ทำให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนในสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี เช่น สหรัฐฯ ลงทุนในสาขาน้ำมันตั้งแต่ปี 2540 ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศร้อยละ 93 มาจากแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และเป็นรายได้ของรัฐบาลร้อยละ 94 และส่งออกร้อยละ 99 ในปี 2548

??????????????????????????????????????????????????????????????

การเติบโตในภาคธุรกิจน้ำมันนี้ส่งผลทำให้รัฐบาลมีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะด้านสาธารณูปโภค ในระหว่างปี 2546-2548 มีการใช้จ่ายสูงกว่าร้อยละ 70 อย่างไรก็ตามมีข้อกังวลจากหลายฝ่ายในเรื่องความไม่โปร่งใสของรัฐบาลในการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าว

NewCitiesNHEQ

แม้สาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินีจะมีอัตรารายได้ต่อหัวสูง แต่สาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินีก็ประสบปัญหาความแตกต่างระหว่างคนจนและคนรวยอย่างมาก นอกจากนี้ การพัฒนาในส่วนภูมิภาคและชนบทของสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินีก็ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างทั่วถึง อันเนื่องมาจากการที่รัฐบาลมุ่งพัฒนาพื้นที่ที่มีการค้นพบแหล่งน้ำมันเพียงอย่างเดียว   โดยเฉพาะเมืองหลวง Malabo เมืองท่า Luba และเมือง Bata

นอกจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินียังมีทรัพยากรธรรมชาติที่ยังไม่ได้มีการนำมา ใช้อย่างจริงจัง เช่น ไททาเนียม แร่เหล็ก แมงกานีส ยูเรเนียม และสินแร่ทองคำ อีกด้วย

13-16มี.ค2556ปธน.สาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี เยือนไทยอย่างเป็นทางการ

y-etkine 14มี.ค2556 (3)

นายเตโอโดโร โอเบียง อึงเกมา อึมบาโซโก (Teodoro Obiang Nguema Mbasogo) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี  มีกำหนดการเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13-16 มีนาคม 2556 ตามคำเชิญของรัฐบาลไทย เพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน หลังเลื่อนจากวันที่ 7-10 มีนาคม เนื่องจากในฐานะประธานการประชุมความร่วมมือระหว่างประเทศในแอฟริกาและอเมริกาใต้ (Cooperation Forum of Africa and South America States – ASACOF) จำเป็นต้องเข้าร่วมพิธีศพของประธานาธิบดีฮิวโก ชาเวซ  แห่งสาธารณรัฐโบลิวาเรียนแห่งเวเนซุเอลา

y-etkine 14มี.ค2556 (7)

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยจะจัดพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 14 มีนาคม 2556จากนั้น ผู้นำทั้ง 2 จะหารือข้อราชการในประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคี อาทิ การค้า การลงทุน และความร่วมมือเพื่อการพัฒนา  นอกจากนี้ ในระหว่างการเยือน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี มีกำหนดการเยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง และโรงกลั่นน้ำมันชั้นนำของไทย และคณะนักธุรกิจที่เดินทางมาด้วย จะพบกับนักธุรกิจไทยในสาขาต่าง ๆ โดยเฉพาะในสาขาการค้า พลังงาน และการก่อสร้าง เพื่อให้นักลงทุนไทยตระหนักถึงศักยภาพในการลงทุนในอิเควทอเรียลกินี

EQGuinea 14-3-2013 (9)y-etkine 14มี.ค2556 (18)

ไทยและอิเควทอเรียลกินี สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ตั้งแต่ปี 2534  อิเควทอเรียลกินีเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดประเทศหนึ่งในแอฟริกา และมีบทบาทสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแอฟริกากับภูมิภาคต่าง ๆ

y-etkine 14มี.ค2556 (32)

ประมวลภาพ  Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed. President of the Republic  Equatorial Guinea

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้การต้องรับประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินีและภรรยาพร้อมคณะผู้ติดตามทั้งคณะรัฐบาลและนักธุรกิจชั้นนำ พร้อมนำตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ณ.ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย

EQGuinea14-3-2013 (15)EQGuinea 14-3-2013 (12)EQGuinea14-3-2013 (19)EQGuinea14-3-2013 (3)EQGuinea14-3-2013 (9)EQGuinea14-3-2013 (14)

ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินีลงนามในสมุดเยี่ยมรัฐบาลไทย

EQGuinea 14-3-2013 (13)EQGuinea14-3-2013 (17)

นายกรัฐรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพบปะหารือกับประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินีและคณะEQGuinea14-3-2013 (20)y-etkine 14มี.ค2556 (29)

หลังจากนั้นประเทศไทย และ สาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี ก็ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกันที่จะเสริมสร้างรากฐานความสัมพันธุ์ในด้านต่างๆๆ อาทิ การค้า การลงทุน  และโครงการสร้างงานพื้นฐานเพื่อปูทางยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศทั้งสอง ให้มีการพัฒนาในหลายๆๆมิติร่วมกันในอนาคต

EQGuinea 14-3-2013 (9)y-etkine 14มี.ค2556 (18)EQGuinea14-3-2013 (21)

19.00 น. นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี และภริยา ณ ตึกสันติไมตรี หลังนอก ทำเนียบรัฐบาล

EQGuinea14-3-2013 (8)EQGuinea14-3-2013 (26)EQGuinea14-3-2013 (1)EQGuinea 14-3-2013 (10)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มอบของที่ระลึกแด่ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี และภริยา พร้อมนำชมผลิภัณฑ์ผ้าไหมไทยและสินค้า อุปโภคและบริโภคซึ่งเหมาะกับสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี

EQGuinea14-3-2013 (4)EQGuinea14-3-2013 (5)EQGuinea14-3-2013 (22)

14 มี.ค.2556 ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี เยี่ยมชมบริษัท สยามซีเมนต์ กรุ๊ป และงานนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง สนใจการส่งเสริมการค้าการลงทุน สาขาการก่อสร้างเพื่อดึงนักลงทุนของไทยไปลงทุนในอิเควทอเรียลกินี

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Thailand PM yingluck shinawatra visit Kingdom of Sweden- Belgium March 4-7 ,2013

เดินทางเยือนราชอาณาจักรสวีเด­น

แถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรีสวีเดน

4 มี.ค.-7 มี.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เดินทางไป เยือนสวีเดน-เบลเยียมตามคำเชิญของนายเฟรดริก ไรน์เฟลด์ท นายกรัฐมนตรีสวีเดน และเป็นการเยือนครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่ปี 2547 โดยสวีเดนเป็นมิตรประเทศที่แนบแน่นของไทยมายาวนาน เป็นประเทศที่ลงทุนในไทยสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศในกลุ่ม EU และไทยเป็นตลาดท่องเที่ยวสำคัญและเป็นที่นิยมของสวีเดน เพื่อส่งเสริม Medical Tourism

ในการเยีอนสวีเดน-เบลเยี่ยมในครั้งนี้เพื่อที่จะเพิ่มช่องทางการค้าการลงทุน ทั้งสินค้าทางการเกษตร แฟชั่น พลังงานทดแทน การท่องเที่ยว ขยายการเจรจาเอฟทีเอกับประเทศในสหภาพยุโรปเพิ่มเติม พร้อมประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ที่กำลังจะได้จดสิทธิบัตร เเละได้นำเอกชนกว่า 40 รายร่วมคณะเดินทางด้วย เพื่อหาช่องทางขยายการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะสินค้าทางด้านการเกษตร แฟชั่น การผลิตพลังงานทดแทนและบริการด้านการแพทย์ ซึ่งไทยจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ของอาเซียน ขณะเดียวกันจะเจรจาเรื่องเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศในสหภาพยุโรปเพิ่มเติม เพื่อหาช่องทางในการขยายการค้าและการลงทุน

http://www.mcot.net/site/content?id=513496f4150ba040040003a8#.UUnXaBdmiSo

y- Swedish king and queen

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดี คาร์ลที่ 16 กุสตาฟ และสมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดน ณ พระราชวัง กรุงสตอกโฮล์ม  ราชอาณาจักรสวีเดน

y-sw (8)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายเฟรดริก ไรน์เฟลด์ท (FredrikReinfeldt) นายกรัฐมนตรีสวีเดน

y-sw (26)y-blsweden2013y-blsweden2013 (1)y-topswb (2)y-Sweden's top executives.y-topswb

งานเลี้ยงกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำสวีเดน

y-sw (11)

ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายในการต่อต้านอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร การลักลอบค้ายาเสพติด วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทและสารตั้งตั้น การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย และอาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ (Law Enforcement Cooperation Agreement)และแผนปฏิบัติการร่วมไทย-สวีเดน ฉบับที่ 2 (Joint Plan Action)

y- Nordic countries(6)y- Nordic countries

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะเข้าร่วมประชุมประเทศในกลุ่มNordic countrieซึ่งเป็นประเทศใน ยุโรปเหนือ ประกอบด้วย  เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดนและ  ดินแดนในปกครองตนเองในสังกัดประเทศเหล่านั้นสามแห่ง ได้แก่ กรีนแลนด์(เดนมาร์ก)   หมู่เกาะแฟโร (เดนมาร์ก) และ หมู่เกาะโอลันด์ (ฟินแลนด์) เพื่อชี้แจงการลงทุนโครงการบริหารการจักการน้ำ วงเงิน350,000ล้านบาท และโครงการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมวงเงิน 2ล้านล้านบาทเพื่อให้ทราบทิศทางการลงทุนของประเทศไทยและการเติบโตทางเศษฐกิจในอนาคต เพื่อผลในการร่วมลงทุนในด้านต่างๆๆที่สนใจ ในอนาคต ซึ่ง…ประเทศเดนมาร์กจะมาร่วมสานสัมพันธ์ภาพในเร็วๆๆนี้อีกด้วย

“การเยือนสวีเดนและเบลเยียมจะมุ่งเน้นการต่อยอดการค้าการลงทุนที่มีอยู่เดิม และการแลกเปลี่ยนงานวิจัยทางด้านพลังงาน โดยไทยจะแจ้งให้ทราบถึงความพร้อมในการเริ่มเจรจาเอฟทีเอกับสหภาพยุโรปให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ส่วนสินค้าจะพิจารณาจากความพร้อมของสินค้าแต่ละประเภท นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยจะจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ก่อนจะได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI : Geographical Indicatio) เพื่อแสดงแหล่งที่มาของสินค้า ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมยินดี ซึ่งก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้รับสิทธิบัตรกาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างมาแล้ว” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกฯเยือน สวีเดน-เบลเยียม ต่อยอดการค้า http://news.voicetv.co.th/thailand/64579.html

ไทยเชิญชวนสวีเดนร่วมลงทุนพัฒนาโลจิสติกส์

http://www.mcot.net/site/content?id=5135ea60150ba02a4f00025b#.UUnX9hdmiSo

y-sw (11)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายเฟรดริก ไรน์เฟลด์ท (FredrikReinfeldt) นายกรัฐมนตรีสวีเดนร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาล 

ว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายในการต่อต้านอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร การลักลอบค้ายาเสพติด วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทและสารตั้งตัน การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย และอาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ (Law Enforcement Cooperation Agreement) และแผนปฏิบัติการร่วมไทย สวีเดน ฉบับที่ 2 (Joint Plan Action) ซึ่งจะเป็นกรอบในการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในระยะ 5 ปีข้างหน้า แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของทั้งสองประเทศที่จะยกระดับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นายกฯยืนยันความพร้อมที่จะเริ่มการเจรจา Thai-EU FTA ที่จะมีส่วนสำคัญในการขยายการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศได้ในอนาคต และเพื่อยกระดับความเชื่อมโยงด้านการค้าการลงทุน ในการเยือนครั้งนี้ มีนักธุรกิจกว่า 30 ราย จากภาคเอกชนชั้นนำของไทย อาทิ สาขาอาหาร สาขาพลังงาน/เศรษฐกิจสีเขียว สาขาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สาขาสินค้าดีไซน์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสาขาการธนาคาร ร่วมเดินทาง เพื่อให้มีโอกาสได้พบปะกับนักลงทุนสวีเดน พร้อมสร้างเครือข่ายและขยายช่องทางธุรกิจและแสวงหาโอกาสในการลงทุนระหว่างกัน

y-sw (14)

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ตกลงที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านนวัตกรรมละการวิจัย โดยจะเน้นความสำคัญในสาขาพลังงานทางเลือก และการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวก แก่นักท่องเที่ยวชาวสวีเดน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยกว่า 350,000 ราย พร้อมทั้งขยายและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในระดับภูมิภาคและระดับโลก

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ชื่นชมสวีเดนที่สามารถรักษาอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มประเทศนอร์ดิก แม้ในสภาวะที่สหภาพยุโรปต้องเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจมากมาย และมีความมั่นใจว่าสหภาพยุโรปจะสามารถกลับมามีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้ง และเป็นเสาหลักของระบบเศรษฐกิจโลกได้อย่างแน่นอน

thai-swedenjoin

พร้อมกันนี้นายกฯ ยังได้แจ้งต่อนายกฯสวีเดนว่าประเทศไทยมีเสภียรภาพทางการเมืองและเศษฐกิจมีความเข็มแข็ง สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนของเอกชน ขณะเดียวกันรัฐบาลยังได้ทำแผนยุทธศาสตร์ประเทศไทย การยกระดับการแข่งขันเพื่อลดความเลี่ยมล้ำของประเทศ ส่งเสริมการเติบโตทางเศษฐกิจโดยการกระจายรายได้ อย่างเป็นธรรมและแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในภาครัฐควบคู่กันไปด้วยนอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีภารกิจหลักในการผลักดันให้เกิดขึ้นของประชาคมอาเซียนในปี 2015 นี้โดยขณะนี้ประเทศไทยได้ใช้งบประมาณการลงทุน 66,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการก่อสร้างและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะช่วยเชื่อมต่อระบบคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน และทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการขนส่งสินค้าและการลงทุนต่างๆจากสวีเดนในภูมิภาค พร้อมเป็นจุดศูนย์กลางการเชื่อมต่อในอาเซียนและประเทศเพื่อนบ้านของไทย

25thai air-swedavia (9)25thai air-swedavia (6)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเข้าร่วมงานครบรอบความสัมพันธ์ การบินไทยกับ Swedavia

หลังนั้นนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ร่วมสานสัมพันธุ์25ปีการบินไทย-สวีเดนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นโดยคนสวีเดนได้เดินทางมาผักผ่อนประเทศไทยถึงปีละ750,000คนและ350,000คนได้ยึดประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่2โดยทีเดียว ซึ่งปัญหาที่แนะนำประเทศไทยนั้นก็คือความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมให้สวยงามสงบ

resources-symbiocityStockholm-aerial-1024x682

ในครั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ไปเยีอนเมืองsymbio city ของสวีเดนเพื่อเป็นตัวอย่างในการนำมาพัฒนาบ้านเมืองซึ่งรเมืองsymbio city สวีเดนนี้รวมเอาเทคโนโลยีต่างๆๆมาใช้ในเมืองทั้งการใช้พลังงานจากธรรมชาติ, การขนส่ง, แผนจราจรและการควบคุมมลพิษของขยะ เทคโนโลยีพลังงานโทรคมนาคม การจัดการสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลของเมืองซึ่งได้มีการบูรณาการนำทรัพยากรทั้งหมดของเมืองมาใช้เพื่อสร้างพลังงานให้เกิดขึ้นและนำมาใช้ภายในเมืองให้ครอบคลุมทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ

symbio city sweden (6)symbio city sweden (3)

หลังจากการได้พบผู้นำต่างๆๆในประเทศสวีเดนและการได้เยี่ยมชมราชอาณาจักรสวีเดน นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษร์ณ์ ชินวัตรได้ประชุมคณะผู้นำไทยให้ศึกษษปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อนำมาแก้ไขทั้งในด้าน การท่องเที่ยว กลุ่มพลังงาน  กลุ่มสินค้าเกษตร+เกษตรอินทรีย์ และกลุ่มด้านพยาบาลและสุขภาพ

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนราชอาณาจักรเบลเยียม 5-6 มีนาคม 2556

y-Prince Philipin belgian  (1)y-Prince Philipin belgian  (2)y-Prince Philipin belgian

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เข้าเฝ้า เจ้าชายฟิลลิป มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยียมและได้กราบบังคมทูลเชิญการเสด็จฯ ไปเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มีนาคม2556นี้

y- Elio di Rupo (pm Belgium) (3)y- Elio di Rupo (pm Belgium)y- Elio di Rupo (pm Belgium).

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าเยี่ยมคาระวะ นายกรัฐมนตรี เบลเยี่ยม Mr. Elio di Rupo

y-Belgian Senatey-Belgian Senate  (2)y-Belgian Senate  gala dinner (3)y-Belgian Senate  gala dinner (3)y-Belgian Senate  gala dinnery-Belgian Senate  gala dinner (4)y-sw (10)

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าเยี่ยมชม Belgian Senate (วุฒิสภาเบลเยี่ยม) โดยมี นาง Sabine de Bethuneประธานวุฒิสภาเบลเยี่ยมเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี

y-Andre Flahauty-Belgian Parliamenty-Belgian Parliamenty-Belgian Senate  (3)y-Belgian Parliament (2)Belgian Parliamenty-Belgian Parliamenty-Andre Flahaut

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าเยี่ยมชม Belgian Parliament(รัฐสภาเบลเยี่ยม)โดยมีMR. Andre Flahaut ประธานสภาผู้แทนราษฎรเบลเยี่ยมให้การต้อนรับ

y-ftbg (5)y-ftbg (4)

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรเดินทางไปร่วมงานสิทธบัตร GI ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และการจัดงานส่งเสริมสินค้าเกษตรไทยในตลาด Fair Trade

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมคณะเยี่ยมชมนิทรรศการนิทรรศการขยายตลาดสินค้าแฟร์เทรด ที่ผลิตโดยเกษตรกรไทย และนิทรรศการฉลองสิทธิบัตรข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ของไทย ในระหว่างการเยือนราชอาณาจักรเบลเยียม ทั้งนี้ ข้าวหอมมะลิของไทยได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นรายแรกของเอเชีย และรอจดสิทธิบัตรอีก 2  ชนิด คือ กาแฟดอยตุง และกาแฟดอยช้าง โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าเฝ้าเจ้าชายฟิลลิป มกุฎราชกุมาร แห่งเบลเยียม เพื่อรายงานความพร้อมในการรับเสด็จการเยือนประเทศไทย ในระหว่างวันที่  17-22 มีนาคมนี้ โดยจะมีนักธุรกิจของเบลเยียมกว่า 150 บริษัท ร่วมเดินทางมาด้วย

http://www.mcot.net/site/content?id=5136d222150ba08f47000014

6 มี.ค.2556-การยือนราชอาณาจักรเบลเยียมของ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรในครั้งนี้เป็นการช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางด้านการค้า การลงทุนของสองประเทศให้พัฒนายิ่งขึ้น โดยเบลเยียมต้องการเห็นการลงทุนจากประเทศไทยในสาขาต่างๆ

http://www.mcot.net/site/content?id=51373e65150ba0441a000150#.UUnZiBdmiSo

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเข้าพบกับสหภาพยุโรปกับ3ประธานหลักEUเพื่อเดินหน้าเจรจาเอฟทีเอ ผลักดันสินค้าไทยรับสิทธิบัตร ด้านประธานกรรมาธิการอียูพร้อมสนับสนุนไทยขึ้นทะเบียนประเทศส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์

y- Jose Manuel Barrosoy-European Commission (5)

นายกฯยิ่งลักษณ์พบหารือกับนาย Jose Manuel Barroso ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป

y-European Commission (3)

นายจูโซ มานูเอล บาร์โรชู ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปมอบสิทธิบัตร แสดงการขึ้นทะเบียนข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ของไทยให้แก่นายกรัฐมนตรีไทย น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

y-European Commission (6)

เวลา 14.00 น. วันที่ 6 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น  นายกรัฐมนตรีและนายจูโซ มานูเอล บาร์โรชู ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แถลงข่าวร่วมกันถึงผลการหารือเรื่องความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป (อียู) และความร่วมมือทางการค้า โดยนายบาร์โรชู ได้มอบสิทธิบัตร แสดงการขึ้นทะเบียนข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ของไทยให้แก่นายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความขอบคุณ โดยหวังว่าอียูจะสนับสนุนสินค้าไทยอีกสองชนิดคือ กาแฟดอยช้าง และกาแฟดอยตุงในการขึ้นทะเบียนต่อไป

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไทย และอียู มีความเห็นตรงกันในการเร่งการเจรจาเอฟทีเอโดยเร็วที่สุด โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้นายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทยเป็นหัวหน้าคณะเจรจา เริ่มดำเนินการทันที โดยไทยมีความพร้อมในการเริ่มเจรจากับอียูในประเด็นการจัดทำข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจในการบังคับใช้กฎหมาย  ป่าไม้ธรรมาภิบาลและการค้า ในด้านความร่วมมือทางการค้า

บรัสเซลส์ 7 มี.ค. – สหภาพยุโรป (อียู) และไทย ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อเดินหน้าการเจรจาทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าที่มีอยู่ปีละประมาณ 30,000 ล้านยูโร (ประมาณ 1.17 ล้านล้านบาท) ในปัจจุบัน

นายโชเซ่ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานกรรมาธิการสหภาพยุโรป กล่าวแถลงข่าวพร้อมด้วยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ว่า อียูและไทยจะเริ่มเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี ระบุไทยเป็นศูนย์กลางของสมาคมอาเซียนซึ่งอียูหวังจะสานต่อเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนต่อไป นายกรัฐมนตรีไทยซึ่งมีกำหนดพบกับนายแฮร์มาน ฟาน รอยเปย ประธานอียู และนายมาร์ติน ชูลซ์ประธานสภาอียู ก็คาดหวังเช่นกันว่าจะได้ข้อสรุปโดยเร็วในการเจรจาเอฟทีเอ ขณะเดียวกัน สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ผู้นำในสหภาพยุโรปเตรียมเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเริ่มเจรจาเอฟทีเอ หลังได้ลงนามข้อตกลงเอฟทีเอกับเกาหลีใต้แล้ว และกำลังเดินหน้าทำข้อตกลงกับสิงคโปร์ด้วย .- สำนักข่าวไทย

y-President of the European Councily-Herman Van Rompuyy-Herman Van Rompuy  (2)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเข้าพบกับ Mr.Herman Van Rompuy ประธานคณะมนตรียุโรป 

จากนั้นเวลา 15.00 น. นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนาย Herman Van Rompuy ประธานคณะมนตรียุโรป  โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่ายินดีกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของสหภาพยุโรปในอาเซียน ทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม-วัฒนธรรม โดยไทยจะเป็นประเทศผู้ประสานงานระหว่างอาเซียนกับอียูต่อไปทั้งนี้ไทยพร้อมจะสนับสนุนสหภาพยุโรปและหวังว่าสหภาพยุโรปจะเพิ่มพูนความสัมพันธ์กับอาเซียนต่อไปอนาคตเช่นเดียวกัน

y- Council of Europe

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเข้าพบคาระวะ Council of EuropeโดยมีMr Martin Schulz, President of the EU Council.ให้การต้อนรับ

y- Council of Europe (2)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรลงนามในสมุดเยี่ยมThe Council of Europe

y- Council of Europey-MR Martin Schulz

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเข้าพบคาระวะ Council of EuropeโดยมีMr Martin Schulz, President of the EU Council.ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและการเข้าพบ President of the EU Councilในครั้งนี้เพื่อเเสดงทิศทางความก้าวหน้าของประเทศไทยทั้งด้านการเมือง เศษฐกิจ และการสร้างโครงการพื้นฐานแก้ปัญหาน้ำ.วางรากฐานการคมนคมของประเทศไทยครอบคลุมทั้งภายในประเทศและอาเซียนทั้งจีน ลาว เขมร เวียดนามและ พม่าทั้ง เนปิดอร์เมืองหลวงพม่าและท่าเรือน้ำลึกทวาย รวมทั้งการค้าการลงทุนด้านเกษตรประชาชนไทยและอาเซียนมีพละกำลังผลิตได้สูงพร้อมทั้งการกระจายรายได้ให้เท่าเทียมกันในทุกส่วนภูมิภาคและการสร้างเมืองสิ่งแวดล้อมที่ดีในอนาคตอีกด้วย

ประธานคณะมนตรียุโรปแสดงความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพของไทย และชื่นชมบทบาทนายกรัฐมนตรีในการสร้างเสถียรภาพ และยินดีกับความคืบหน้าในการบรรลุความตกลงหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (พีซีเอ) หลังจากที่มีการเจรจามานานกว่า 8 ปี ซึ่งจะช่วยยกระดับความร่วมมือในลักษณะหุ้นส่วนที่ทัดเทียมกัน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรออนุมัติจากรัฐสภาไทย และหวังว่าพีซีเอจะได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายสหภาพยุโรปด้วย  นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสหภาพยุโรป และเชื่อมั่นว่าสหภาพยุโรปจะสามารถผ่านพ้นวิกฤติทางเศรษฐกิจ และกลับมาเข้มแข็งได้อย่างรวดเร็ว

y-ftbg (3)

ส่วนผลการเยือนราชอาณาจักรสวีเดนและราชอาณาจักรเบลเยียมอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี  มีแนวคิดส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรม (Fair Trade) ให้กับผู้ประกอบการในประเทศไทยได้รับแฟร์เทรด เพราะเป็นแนวทางที่ตรงกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทำให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าให้ได้รับความเป็นธรรม โดยรัฐบาลมอบหมายให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย เป็นผู้พิจารณาแนวทางการส่งเสริมที่เหมาะสม โดยเชิญเอกชนที่เคยได้รับสัญลักษณ์รับรองแฟร์เทรดมาแล้ว และเอกชนของต่างประเทศที่มีประสบการณ์ได้รับแฟร์เทรดมาหารือเพื่อขอรับทราบรายละเอียด ขั้นตอนในการรับแฟร์เทรด ส่วนรูปแบบการดำเนินการส่งเสริมในประเทศไทยขณะนี้มีหลายแนวทาง อาทิ การตั้งองค์กรมหาชนขึ้นมาทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรหรือเอกชนไทยได้รับแฟร์เทรด

แนวคิดแฟร์เทรด คือ การค้าที่เป็นธรรม จัดตั้งขึ้นโดยภาคประชาสังคมในชาติตะวันตกโดยมุ่งการส่งเสริมเกษตรกรในประเทศกำลังพัฒนาให้ได้รับความเป็นธรรม ทั้งด้านราคา ค่าแรงเป็นธรรม สภาพการทำงานดี สภาพสิ่งแวดล้อมการทำงานดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรไทย 6,000 ราย จาก 20 กลุ่มสินค้าได้รับแฟร์เทรดแล้ว

y-ftbg (2)

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความสำเร็จในการเยือนเบลเยียมว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จสำคัญที่ได้พบกับผู้นำอียูทั้งสามสถาบัน สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ ความคืบหน้าในการทำข้อตกลงการค้าและการลงทุน และการได้รับสิทธิบัตรสินค้าไทยคือข้าวหอมมะลิ ซึ่งโอกาสต่อไปคือกาแฟดอยช้างและกาแฟดอยตุง ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ ไทยและอียูที่มีความมั่นคงในอนาคต. 

Brussels City Hay-Brussels City Hall.  (3)y-Brussels City Hall.y-Brussels City Hall.

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยี่ยมชมศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม(Brussels City Hall)

y-fc

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พบปะกับแฟนคลับชาวเบลเยี่ยม

y-thfc (2)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พบกับแฟนคลับคนไทยณ. Grand Plaz กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

ในขณะที่นายกรัฐมนตรีไทยเข้าพบสภาสหภาพยุโรปท่านนายกรัฐมนตรี เต็ง เส็ง ปธเหมียนม่าห์ก็มาเยี่ยมสหภาพยุโรปในครั้งนี้ด้วยแต่คนละวันซึ่งใกล้เคียงกันเพื่อการเจรจาการร่วมลงทุนท่าเรือน้ำลึกทวาย ความมั่นคงทางการคลังของอาเซียน และหลังจากพบนายกรัฐมนตรี นิวซีแลนด์ที่ประเทศลาวในASEM9  นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ก็ได้ไปเยี่ยมประเทศเหมียนม่าร์และร่วมลงนามmou ในการร่วมมือกันในด้านต่างๆๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีไทย ยิ่งลักษร์ณ์ ชินวัตรก็ได้รับเชิญจากนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์นายจอห์น คีย์ให้เดินทางไป เยือนประเทศนิวซีแลนด์ – ปาปัวนิวกินี อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 21 – 25 มี.ค.2556 นี้อีกด้วย

โดยประเด็นหารือจะครอบคลุม การขยายความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ และการบริหารจัดการเกษตรและอาหาร การเจรจาการค้าภายใต้กรอบความตกลง TNZCEP การศึกษา และในโอกาสนี้ มหาวิทยาลัยAuckland University of Technology (AUT)  เมืองโอ๊คแลนด์ จะมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่นายกฯ ในฐานะที่มีบทบาทโดดเด่น และเป็นที่ยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ อีกทั้ง เป็นนายกฯหญิงคนแรกของไทยที่มาจากการเลือกตั้ง

กำหนดการเยือน รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี  ระหว่างวันที่ 24 – 25 มี.ค. 2556 ตามคำเชิญของนายปีเตอร์ โอนีล นายกฯปาปัวนิวกินี ซึ่งเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกฯ ไทย โดยมีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะ ผู้สำเร็จราชการปาปัวนิวกินี และหารือข้อราชการกับ นายกฯปาปัวนิวกินี ซึ่งประเด็นการหารือครอบคลุมแนวทางการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี   การพัฒนาความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน พลังงาน และวิชาการ รวมทั้ง ความร่วมมือในกรอบพหุภาคี

ในครั้งนี้คณะของนายกฯ ประกอบไปด้วยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนจากสาขาต่างๆ ร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งการเดินทางเยือนทั้ง สองประเทศในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเปิดตลาดการค้าใหม่ให้กับนักลงทุนไทย

เบลเยียม 7 มี.ค.2556-นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว หลังเยือนเบลเยียม และได้พบกับสามเสาหลักของอียู เดินหน้าเจรจาเอฟทีเอ ผลักดันสินค้าไทยรับสิทธิบัตร ด้านประธานกรรมาธิการอียูพร้อมสนับสนุนไทยขึ้นทะเบียนประเทศส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์

http://www.mcot.net/site/content?id=51388f91150ba07b1a00023e

 

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

28ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยียนมาเลเซีย

y-ml (3)

28ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยียนมาเลเซีย เจรจาสันติภาพและความร่วมมือด้านต่างๆๆกับนายราจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

y-ml (2)

มาเลเซีย 28 ก.พ.2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ถึงความร่วมมือหลายด้าน ขณะที่สภาความมั่นคงแห่งชาติลงนามกับขบวนการบีอาร์เอ็น แสดงเจตนารมย์พูดคุยเรื่องสันติภาพพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

y-m2013 (3)

หัวข้อการหารือประกอบด้วย ความร่วมมือว่าด้วยการโอนตัวนักโทษ การทบทวนสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน การทบทวนความตกลงว่าด้วยความร่วมมือชายแดน การหาข้อสรุปบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้ามนุษย์ หาข้อสรุปกรอบความตกลงว่าด้วยการส่งสินค้า และผู้โดยสารข้ามแดนระหว่างไทยกับมาเลเซียและผู้นำทั้ง 2 ประเทศ เป็นสักขีพยาน การลงนามข้อตกลงว่าด้วยการเดินทางข้ามแดน และลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเยาวชนและกีฬา

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระบุ ว่ามาเลเซียพร้อมร่วมมือแก้ปัญหาไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้และไม่สนับสนุนเรื่องแบ่งแยกดินแดน ยืนยันลงนามร่วมกลุ่มบีอาร์เอ็นแค่จุดเริ่มต้น

y-m2013 (2)

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียยังได้หารือร่วมกันเรื่องพลังงานและปิโตเคมี เนื่องจากมาเลเซียอาจเสนอขายไฟฟ้าให้ไทยช่วงพม่าจะหยุดส่งก๊าซธรรมชาติต้นเดือนเมษายนนี้ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับความมั่นคงการไฟฟ้าของไทย

นายกฯยิ่งลักษณ์เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการเดินทางข้ามแดนไทย-มาเลเซียและบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเยาวชนและกีฬาระหว่างไทย-มาเลเซีย

กรุงกัวลาลัมเปอร์  28 ก.พ.2556 – สมช.-บีอาร์เอ็น ลงนามแสดงเจตนารมณ์ทั่วไปในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ มี สมช.มาเลเซีย ประสานงาน “พล.ท.ภราดร” ระบุจะมีอีกหลายกลุ่มทยอยเข้าร่วม มั่นใจบรรยากาศสันติภาพในพื้นที่จะดีขึ้น

cwtm_brn

ศูนย์ฝึกตำรวจ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ลงนามการแสดงเจตนารมณ์ทั่วไปในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพกับนายฮาซัน ตอยิบ หัวหน้าฝ่ายประสานงานต่างประเทศขบวนการบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ผู้รับมอบอำนาจ และดาโต๊ะ มูฮัมหมัด ทาจูดดิน บิน อับดุลวาฮับ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย ลงนามเป็นผู้ประสานงาน

brn-ctm

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed Prime Minister of France Mr.Jean-Marc Ayrault and his wife February 5,2013

y-fth2013 (3)

5ก.พ 2556 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ให้การต้องรับ  นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ และภริยา พร้อมคณะ

y-fth2013 (13)

Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed  Prime Minister of France.Mr.Jean-Marc Ayrault and his wife February 5,2013

กรุงเทพฯ5 ก.พ.2556-หลังการเยือนประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เป็นผลทำให้เกิดการ  ต่อยอดความร่วมมือในการขยายการค้า การลงทุน การทหาร และสาธารณสุข เพื่อสร้างความมั่นคงและแข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน ขึ้นและผลักดันให้เกิดความแข็งแกร่งในด้านการลงทุนก่อร่างสร้างโครงการพื้นฐานประเทศไทยให้เป็นระบบ และขยายการให้ความร่วมมือกันในภูมิภาคอาเซียนและยุโรปมากขึ้นเป็นลำดับในอนาคต

y-fth2013 (8)  y-fth2013 (10) y-fth2013 (15)y-fth2013 (4) y-fth2013 (11)

5กุมภาพันธ์ 2556 นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์  และภริยา พร้อมคณะ ได้เดินทางถึงประเทศไทย ด้วยเครื่องบินพิเศษมายังท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้เยือนฝรั่งเศสเมื่อเดือนก.ค. 55 ถือเป็นการเยือนของนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสในรอบ 23 ปี โดยการเดินทางครั้งนี้ได้นำนักธุรกิจชั้นนำของฝรั่งเศส 36 บริษัท ในสาขาการบิน การบินอวกาศ ดาวเทียม รถไฟความเร็วสูง พลังงาน การธนาคารและการเงินร่วมเดินทางด้วย ก็เพื่อขยายความร่วมมือเรื่องการลงทุนเชื่อมโยงโครงข่ายในไทย และอาเซียน

Thailand’ Prime Minister Yingluck Shinawatra Visits France

y-fth2013 (5)

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ให้การต้องรับ  นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ และภริยา พร้อมคณะ และได้นำ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ.ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลและการเเถลงข่าวร่วมกันและรับประทานอาหารค่ำร่วมกันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสนายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ พร้อมภรรยาและคณะ

ในการเยือนครั้งนี้ นักธุรกิจไทยกับฝรั่งเศส ได้มีโอกาสสนทนาเเลกเปลี่ยนกันในด้านต่างๆๆในงานเลี้ยงอาหารค่ำณ.ทำเนียบรัฐบาล สำหรับการค้าระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ปี 55 มีมูลค่าถึง 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนการลงทุนของฝรั่งเศสในไทย มีมูลค่า 372 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่มีบริษัทไทยไปลงทุนในฝรั่งเศสมากขึ้น เช่น บ.ไทยยูเนียล ฟอสเซ็นส์  พีทีที ปิโตเลียมเคมิเคล ดับเบิ้ลเอ

http://www.mcot.net/site/content?id=511255c8150ba0b96a0002f8#.UUnJrRdmiSo

ประมวลภาพ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้การต้อนรับ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ และภริยา พร้อมคณะ

y-f2013  y-fth2013 (6) y-fth2013 (1) y-fth2013 (12) y-fth2013 (7) y-fth2013 (9) y-fth2013 (14)

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

25-27ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนสาธารณรัฐเกาหลีใต้-เขตปกครองพิเศษฮ่องกง

y-k2013

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อ ในการเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี  นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ย้ำความร่วมมือพัฒนาบทบาทสตรีในภูมิภาค และประธานาธิบดีเกาหลีใต้ สนใจในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-รถไฟความเร็วสูง และได้เรียนเชิญให้ปธสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ปัก กึน ฮเย เข้าร่วมประชุม “วอเตอร์ ซัมมิต”ที่จะมีขึ้นณ.ประเทศไทยใน เดือน พ.ค2556

25 ก.พ2556นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรเดินทางจากโรงแรมที่พักไปยังอาคารรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีคนที่ 11 ของ น.ส.ปัก กึน ฮเย ซึ่งพิธีจัดขึ้นบริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภาอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้นำและตัวแทนผู้นำจากหลายประเทศเข้าร่วม ทั้งนี้ ฝ่ายรัฐพิธีเกาหลีจัดให้นายกรัฐมนตรีของไทยนั่งบนเวทีอยู่ด้านหลังของ น.ส.ปัก กึน-ฮเย

y-k

นอกจากนี้ยังมีคณะของไทยเข้าร่วมด้วย ประกอบด้วย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายก

รัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข และนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล เข้าร่วมในพิธีด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีจะร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม Lotte Hotel Seoul ซึ่งนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล เป็นเจ้าภาพ และเวลาประมาณ 14.20 น. นายกรัฐมนตรีจะหารือทวิภาคีกับ น.ส.ปัก กึน-ฮเย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีคนใหม่ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี

น.ส.ปัก กึน-ฮเย ได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 ถือเป็นประธานาธิบดีหญิง คนแรกของสาธารณรัฐเกาหลี โดยได้รับคะแนนร้อยละ 51 หรือผลคะแนนรวม 14.2 ล้าน ชนะนายมุน แจอิน ผู้สมัครฯ จากพรรคเดโมแครตยูไนเต็ด (ดีพียู) ที่ได้รับคะแนนนิยมสูสี คิดเป็นร้อยละ 47.9 หรือผลคะแนนรวม 13.2 ล้านโหวต น.ส.ปัก กึน-ฮเย เกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2495 ปัจจุบัน อายุ 61 ปี มีสถานภาพโสด เป็นบุตรสาวของปัก จอง ฮี อดีตผู้นำเกาหลีใต้.

สรุปผลการหารือทวิภาคีกับ น.ส.ปัก กึน ฮเย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี มีดังนี้รัฐบาลไทยได้แสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ ในฐานะผู้หญิงด้วยกันรู้สึกชื่นชมและติดตามการทำงานของ น.ส.ปัก กึน ฮเย เช่นกัน การหารือทวิภาคีได้พูดคุยในหลายประเด็น โดยเฉพาะการเพิ่มการค้าการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ให้ความสนใจในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยและรถไฟความเร็วสูง และโครงการระบบบริหารการจัดการน้ำของรัฐบาล และยังได้เชิญชวนให้มาลงทุนในโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายอีกด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องการเพิ่มการค้าการลงทุน กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศได้มีการดำเนินการต่อ จากนโยบายของเกาหลีใต้ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีลี มยอง-บัก ในโอกาสนี้ได้มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวกับประเทศไทยในหลายประการ

ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะผลักดันการศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ครอบคลุมระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ และขยายการค้าให้ถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2016 ตามที่ได้เคยประกาศไว้ ส่วนการลงทุนจะเร่งเพิ่มและขยายการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการลงทุนจากเกาหลีใต้ในประเทศไทยที่ยังมีโอกาสอีกมาก เช่น ยานยนต์ เหล็ก พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่ไทยกำลังเร่งพัฒนา เพื่อเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และการเชื่อมโยงภูมิภาค ซึ่งเกาหลีใต้จะสนับสนุนนักธุรกิจและนักลงทุนเดินทางมาประเทศไทย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนและขยายธุรกิจร่วมกัน

นายกรัฐมนตรี ถือโอกาสเชิญประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีมาร่วมการประชุมระดับผู้นำด้านแหล่งน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤษภาคม 2556 เนื่องจากสาธารณรัฐเกาหลี นับเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีระบบ ซึ่งล่าสุดบริษัท K-water ของสาธารณรัฐเกาหลี เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกกรอบแนวคิด เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทยด้วย

y-h2013

 26 ก.พ.2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะเดินทางไปเยือนเขตบริหารพิเศษฮ่องกงฮ่องกง โดยมีผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง และกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ให้การต้อนรับ

18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น คณะของนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง โดยมีองครักษ์ประจำ นายเหลียง เจิ้นอิง ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง และกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ให้การต้อนรับ โดย นายวิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้เลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี.

http://www.mcot.net/site/content?id=512c1ff5150ba0cd260002a6

ฮ่องกง 26 ก.พ.2556-นายกรัฐมนตรีพบผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง แสดงความยินดีที่ได้รับเลือกตั้ง สร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย พร้อมแจงแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท และโครงการการบริหารจัดการน้ำอีก 350,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ไทยและฮ่องตกลงใช้ศักยภาพของกันและกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดระหว่างกัน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีกับนายเหลียง เจิ้น อิง ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง เมื่อปี 2555 และชื่นชมศักยภาพของฮ่องกง ที่เป็นศูนย์กลางการเงินชั้นนำของโลก และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ

“ปัจจุบันไทยถือว่ามีเสถียรภาพทางการเมืองที่เอื้ออำนวยการต่อการลงทุน และรัฐบาลได้ดำเนินนโยบายสร้างความปรองดอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงทางการเมืองของไทยให้ต่อเนื่องยิ่งขึ้น สำหรับด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการที่ครอบคลุม เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 4.5-5.5 ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการลงทุนของภาคเอกชน เพิ่มการจ้างงาน และรักษาตลาดเปิด รวมทั้งพัฒนาการค้าและการลงทุนใหม่ๆ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการลงทุนจากต่างประเทศ หรือ FDI ( Foreign Direct Investment ) ว่า เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญและส่งเสริม โดยเฉพาะเทคโนโลยีชั้นสูง และอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ประเทศ และภายใน 7 ปีข้างหน้า รัฐบาลมีแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท รวมทั้งโครงการการบริหารจัดการน้ำอีก 350,000 ล้านบาท โดยโครงการที่เป็นที่สนใจ คือ เส้นทางรถไฟความเร็สูง ที่เชื่อมจากกรุงเทพฯ ไปภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ รวมทั้งการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลยังมีแผนสร้างมอเตอร์เวย์ จากกรุงเทพฯ ไปชายแดนเมียนมาร์ เพื่อเป็นการเชื่อมต่อทางบกกับท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญการพัฒนาการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงภูมิภาค โดยการพัฒนาเส้นทางคมนาคมและเครือข่ายโลจิสติกส์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีและผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ยังได้หารือแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาความร่วมมือ ที่เอื้อต่อการส่งเสริมความร่วมมือและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งฮ่องกงถือเป็นประตูสู่จีน และมีศักยภาพด้านการค้า โลจิสติกส์ การลงทุน บริการ และการเงินและธนาคาร ซึ่งไทยและฮ่องกงจะได้ใช้ศักยภาพของกันและกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดระหว่างกัน นอกจากนี้ ไทยและฮ่องกงจะร่วมส่งเสริมการค้าข้าวไทยในฮ่องกง ที่เป็นตลาดสำคัญของไทย และมีการนำเข้าเป็นจำนวนมากในทุกปี และยังมีศักยภาพที่จะเพิ่มได้อีกมาก

จากนั้นนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-ฮ่องกง ( Cooperation Arrangement between Thailand and Hong Kong (on Strengthening Trade and Economic Relations)) ระหว่างนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนาย Gregory So รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจของฮ่องกง

มีสาระสำคัญคือ เป็นการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการค้าสินค้า การบริการ การลงทุน การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือในการดำเนินการตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้า การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ความร่วมมือด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง ความร่วมมือและการส่งเสริมการท่องเที่ยว การส่งเสริมการพัฒนาและและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ R&D ความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาศักยภาพ ความร่วมมือด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การอำนวยความสะดวกและส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และความร่วมมือในสาขาอื่นๆ ที่เห็นชอบร่วมกัน.

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง