เเบบชุดผ้าไหมไทยเรียบเก๋ 2013

-Silk_Route_q43

เเต๊นแต๊น….แบบว่าผ้่ไหมไทยสุดฮิตฮอตมากขณะนี้เพราะว่าสวย…สง่าและมีคุณค่าณ.บัดNOW อีกทั้งนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและทุกคนรวมใจไทยช่วยไทยได้นำผ้าไทยมาสวมใส่กัน ให้ประชาชนไทยและนานาชาติซึ่งนิยมผ้าไหมมาช้านานแล้ว ได้ชื่นชมความงามของผ้าและได้แนวทางแบบชุดไหมไทยใหม่ๆๆ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเเพงและหรูจนเกินไป  เพราะผ้าพืนแพงๆๆแบบทอมือนั้นต้องนำไปเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ชมกันเป็นผืนผ้ามากกว่านำมาประดับกาย ซึ่งหากจะสวมผ้าแพงๆๆขนาดนั้นควรจะเป็นแบบผ้าถุงคาดเข็มขัดเงิน เพชร พลอยและทองมากกว่า ใส่เเล้วก็สามารถนำมาเก็บอย่างดีได้ใส่ หากนำมาตัดเป็นชุดเดรส รึชุดทำงานก็จะสวมใส่ได้เพียงครั้งเดียวก็จะเบื่อเอาง่ายๆๆและไม่คุ้มค่า คนมองก็จะหาว่าฟุ่มเฟือยจนเกินไปอีกด้วย ให้ราชนิกูล เจ้าหญิง เจ้าชายเค้าสวมจะดีกว่าเพราะเป็นสมบัติต้นตระกูล ณ.เวลานี้เราต้องกระจายรายได้ให้ประชาชนมีเศรษฐกิจครอบครัว หมุนเวียนรายได้ และชุมชนยืนได้ด้วยตนเองทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย

DSC05219DSC05220DSC05228

อีกทั้ง พ.ศ2556 นี้สตรียุคใหม่ประเทศไทยและประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นนิยมเสื้อผ้าแบบผสมผสานปรับใส่ได้หลากหลายทั้งแบบกางเกง กระโปรงและเดรส แถมผ้าพันคอ เสื้อคลุมเก๋ๆๆมาประยุคใช้มิให้ซ้ำซาก ประหยัดทั้งเงินและได้ช่วยประชาชนรากหญ้า งานนี้คนรวยๆๆน่าจะเปิดใจรวยแต่ผู้เดียวผูกขาดมานาน ให้เจ้าของภูมิปัญญาชาวบ้านได้สื่อสารตรง ขายตรงกับลูกค้าซะบ้างนะค่ะ เพราะชาวบ้านเป็นผู้ถักทอสืบสานศิลปบนพื้นผ้าที่แท้จริง อย่าไปกดราคาชาวบ้านเลยนะค่ะกลุ่มพ่อค้าคนกลางทั้งหลาย????

DSC05234DSC05237DSC05238

ประชาชนเค้าจะได้มีแรงสู้ชีวิตต่อไป ไม่ท้อแท้อยู่เพื่อลูกหลานต่อไปได้เห็นพวกเขา ร่ำเรียนจบมาจะได้มาดูแลคนแก่คนชราในท้องถิ่นบ้าง หลังจากที่ไปอยู่เมืองหลวงตอแหลแลนด์ จนแทบไม่เป็นผู้เป็นคนลืมบ้านเกิดตนเองตามมาอาศัยเป็นหนูในกรงของเมียชาวกรุงผู้สูงส่ง(มีแต่ห้องแถวเเมวดิ้นตายรกๆๆ) ซึ่งนับวันยิ่งมีเเนวแบบผ้าไหมลายใหม่ๆๆ พัฒนาขึ้นหลายๆๆแบบแปลกใหม่ๆๆ ผลิตขึ้นมาให้เราได้ชื่นชม ราคาก็ย่อมเยาว์ แถมได้บุญทั้งคนซื้อคนขายอีกด้วย !!!!นะอนุรักษ์ผ้าไทยแบบถูกคนถูกเวลาและถูกใจ ไทยทำไทยใช้และนำผ้าไทยแบบทันสมัยให้ชาวโลกได้สวมใส่…ก้าวหน้าไป…We will progress together

DSC05275 DSC05274 DSC05233DSC05330DSC05324 DSC05320 DSC05323 DSC05314 DSC05315

ต่อไปแบบทันสวยผ้าไหมเดรสเก๋ๆๆบ้างนะค่ะ

b-sk b-silk1 4-sd a-sk black-skdress Bsk-Dress qjk sxl uykFre-Fran gsk1F gsk lsilk-dress-1 psk1sk_5f7 r_black_dress j_5 sheath_dress sk_l9  sk7w FSilk-Dress uskstkb Strk sk-o1 sko2w-silk-dressSilk Dress by1_skw

เรียบเก๋ เท่ ทันสมัยไหมค่ะ…ขอให้มีความสุขเยอะๆๆนะค่ะ หวังว่าแบบผ้าไหม dress ที่ได้นำเสนอนี้จะถูกใจนะค่ะ !!!!

me-l

โพสท์ใน หนังสือ, แฟชั่นผ้าไหมไทย

Thailand PM yingluck shinawatra Visit Papua New Guinea 24 – 25 March,2013

24มี.ค2556 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกเดินทางจากประเทศนิวซีแลนด์และมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงพอร์ต มอร์สบี้ เมืองหลวงของรัฐเอกราชปาปัวนิวกินีเมื่อเวลา 17.30น  ตามคำเชิญของ  นายปีเตอร์ โอนีล นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี ซึ่งได้พบกันที่นครวลาดิวอสต็อก สหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อครั้ง นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เดินทางไปร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 20  ระหว่างวันที่ 7- 9 ก.ย 2555.

Thai PM Yingluck Shinawatra visit Russia to attend 20th-APEC Russia2012

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้พบปะหารือกับนายกรัฐมนตรี ปาปัวนิวกินี Mr Peter Charles Paire O’Neill พร้อมคณะ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพราะในช่วง5ปีที่ผ่านมาทั้ง2ประเทศได้มีการค้าขายระหว่างกันทางด้านการเกษตร ,การประมง,ยานยนต์และต่อไปจะร่วมกันพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตประชากรโดยเฉพาะการให้ความสำคัญทางด้านสาธารณสุข,การศึกษาซึ่งประเทศไทยมีผู้ชำนาญการที่พร้อมจะพัฒนาร่วมกัน ไทย-ปาปัวนิวกินีเห็นพ้องพัฒนาสัมพันธ์ระหว่างกัน http://news.voicetv.co.th/thailand/49845.html

ประวัติรัฐเอกราชปาปัวนิวกินี(Independent State of Papua New Guinea)

Papua New Guinea flagPapua New Guinea-map

การเมือง: อดีตเคยได้รับการปกครองจากอังกฤษ ,เยอรมันและออสเตเลีย ได้รับเอกราชจากออสเตเลีย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค พ.ศ2526และปกครองตนเองเมื่อ 16 ก.ย 2518

การปกครอง:เป็นแบบราชาธิปไตยภายใต้การปกครองของพระนางเจ้าอริซเบทที่2แห่งสหราชอาณาจักรโดยได้รับเอกราชให้ปกครองตนเอง เมือ16 ก.ย 2518ในแบบรัฐสภาเดียวภายใต้รัฐธรรมนูญสหราชอาณาจักร โดยมีการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยและมีผู้สำเร็จราชการจากพระนางเจ้าอริซเบทที่2สหราชอาณาจักรชื่อ กับ H.E. Michael Ogio และมีนายกรัฐมนตรี ชือ Mr Peter Charles Paire O’Neill

Papua New Guinea (4)Papua New Guinea (12)

เมืองหลวงชื่อ:พอร์ต มอร์สบี้ ภาษาทางราชการ ภาษาอังกฤษ,พอกพิซีน ,ฮีรีโมตู ,นีโอลและมีกว่า800ภาษาตามชนเผ่าพื้นเมือง

สกุลเงิน กีนี (PGK)

Papua New Guinea (6)Papua New Guinea (8)

ลักษณะภูมิประเทศ:เป็นประเทศในแถบโอเชียเนีย  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ มหาสมุทรแปซิฟิก ,ทิศเหนือของประเทศออสเตเลีย,ทิศตะวันตกของหมู่เกาะโซโลมอน ปัจจุบันบันปาปัวนิวกินีเป็นประเทศสังเกตการณ์ใน สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประชากร:ชนพื้นเมือง เป็นชาวปาปัว ปาปัวนิวกินี ประกอบด้วยชนหลาย เผ่าพันธุ์ เช่น เมลานีเซียน ปาปัว เนกริด ไมโครนีเซียน และโปลินีเซียน

ศาสนา: คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเป็นหลัก แต่ก็มีลัทธิศาสนาท้องถิ่นตามความเชื่อของแต่ละชนเผ่าพื้นเมือง อีกมากมาย

Papua New Guinea (3)Papua New Guinea (5) Papua New Guinea (11)Papua New Guinea (2)

ทรัพยากรธรรมชาติ : อุดมสมบรูณ์ ไปด้วยป่าไม้ ,ทรัพยากรทางทะเลเช่นการประมง ,ปลานานาชนิด,ทองคำ ,ทองแดง, น้ำมัน, แก็สธรรมชาติ ,กาแฟ, โกโก้ ,มะพร้าว

การค้าและการท่องเที่ยว: เป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของ ประเทศออสเตเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปรฺ์และญี่ปุ่น

Papua New Guinea (10) Papua New Guinea (7)

เนื่องจากการจัดระเบียบโลกใหม่…รัฐเอกราชจำเป็นต้องสร้างพื้นฐานการเมืองการปกครองให้ประชากร อยู่ดีมีสุข มีมนุษย์ชนที่ดีตามบันทัดฐานประเทศกำลังพัฒนา จึงต้องแสวงหาประเทศพันธมิตรมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรขึ้นจึงจำเป็นต้องนำเข้าเครื่องจักร เทคโนโลยี่ใหม่ๆๆ การปูพื้นฐานด้านการศึกษา การสร้างสาธารณูปโภคให้ทัดเทียมปรระเทศกำลังพัฒนาประเทศอื่นๆๆ ซึ่งประเทศไทยเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นแม่แบบในการยกระดับปรับปรุงประเทศในครั้งนี้ มิเช่นนั้นการประชุมครั้งต่อไปจะโดน ลดระดับประเทศลงเป้นประเทศด้อยพัฒนา นี้คือความคืบหน้าล่าสุดของ ปาปัวนิวกินี

Papua New Guinea (15) Papua New Guinea (14)

ภารกิจนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในการเยียนรัฐเอกราชปาปัวนิวกินี ณ กรุงพอร์ตมอร์สบี้ อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 24-25 มี.ค2556มีดังนี้   24 มี.ค.2556 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร  เดินทางเยือนรัฐเอกราชปาปัวนิวกินี อย่างเป็นทางการ

Y-PNG2013 (43)

17.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงพอร์ตมอร์สบี้ ประเทศปาปัวนิวกินี โดยมีรองนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี และภริยา (Chief Honorable Leo Dion and Madame) ให้การต้อนรับ  ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงพอร์ตมอร์สบี้ พร้อมกับนำตรวจแถวกองทหารเกียรติยศและเข้าหารือข้อราชการกับ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะปาปัวนิวกีนีMr Peter Charles Paire O’Neill

Y-PNG2013 (2)

ในการเยียน ปาปัวนิวกินีในครั้งนี้  นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะให้ความสนใจ ประเทศปาปัวนิวกินีในด้านการมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้ ,น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งภาคเอกชนไทยมีความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน

Y-PNG2013 (18) Y-PNG2013 (19)

25 มี.ค2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับ H.E. Michael Ogio  ผู้สำเร็จราชการ จากพระนางเจ้าอริซเบทที่2แห่งเครือจักรภพสหราชอาณาจักรณ.ทำเนียบผู้สำเร็จราชการข้อหารือมีดังนี้

Y-H.E. Michael Ogio   (2)

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้กล่าว แสดงความยินดีต่อการได้มาเยือนรัฐเอกราชปาปัวนิวกินีอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ และถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการในระดับผู้นำเป็นครั้งแรก นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัน ทั้งในระดับรัฐบาล ประชาชน และภาคเอกชน โดยความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดในหลายมิติ มีความร่วมมือระหว่างกันในหลายด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะช่วยเปิดประตูสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค มากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการค้า

Y-H.E. Michael Ogio   (3)

ผู้สำเร็จราชการฯH.E. Michael Ogio กล่าวชื่นชมการเลือกตั้งของปรระเทศไทยซึ่งเป็นการพร้อมใจกันอย่างบริสุทธุ์และยุติธรรมของประชาชนไทย และหวังจะได้เห็นการเลือกตั้งของปาปัวนิวกีนีราบรื่นเหมือนเช่นประเทศไทย อีกทั้งประชาชนชาวปาปัวนิวกีนีรู้สึกตื่นเต้นกับการเดินทางเยือนของนายก รัฐมนตรีเป็นอย่างมาก และจะเป็นโอกาสอันดีในการแสวงหาและเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกัน

นอก จากนี้ผู้สำเร็จราชการฯH.E. Michael Ogio เห็นว่า การเยือนในครั้งนี้เป็นการเยือนในช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงได้ถือโอกาสนี้ขอส่งมอบความรักและมิตรไมตรีที่ดี เพื่อมิตรภาพระหว่างประชาชนในภูมิภาค และเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ

Y-H.E. Michael Ogio

โดยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวยืนยันว่านักธุรกิจประเทศไทยสนใจที่จะขยายการค้าการลงทุนในรัฐเอกราชปาปัวนิวกินี และรัฐบาลไทยพร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ประเทศไทยมีในด้านสาขาต่างๆ ให้แก่รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี อาทิด้านการเกษตร ,ประมง ,ก่อสร้าง พลังงาน และการท่องเที่ยว

Y-PNG2013 (10)Y-PNG2013 (31)Y-PNG2013 (3)

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปรัฐสภาเพื่อหารือทวิภาคีและหารือเต็มคณะกับนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี Mr Peter Charles Paire O’Neillโดย“นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีบอกกับนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าสตรีชาวปาปัวนิวกินีต่างก็ยกย่องและชื่นชมนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตรให้เป็น บุคคลต้นแบบของสตรีชาวปาปัวนิวกินีในเรื่องความบทบาทและสามารถของสตรี ที่มีสภาวะผู้นำสูงในการบริหารและการ พัฒนาประเทศ”

Y-PNG2013 (5)

ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามความตกลง 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการหารือทวิภาคีระหว่างไทยกับปาปัวนิวกินี และร่างแถลงข่าวร่วมของนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศ นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันพร้อมกับการสนทนาตามอัธยาศัยเพื่อกระชับควมสัมพันธุ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

Y-PNG2013 (55)Y-PNG2013 (51)Y-PNG2013 (25)Y-PNG2013 (37)Y-PNG2013 (41)Y-PNG2013 (16)Y-PNG2013 (24)Y-PNG2013 (13)

จากนั้นนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เดินทางไปยัง  มหาวิทยาลัยปาปัวนิวกินีเพื่อฟังการบรรยายปัญหาและความต้องการของผู้อาวุโสมหาวิทยาลัย ปาปัวนิวกินี ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้มอบหนังสือและสื่อทัศนูปกรณ์สำหรับ Thai  Conrner  ให้กับมหาวิทยาลัยปาปัวนิวกินีและเน้นย้ำความร่วมมือทางด้านโสตเทคโนโลยี่ และการศึกษา ในอนาคตอีกด้วย

Y-PNG2013 (38)Y-PNG2013 (6)Y-PNG2013 (28)

14.00น:นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปยังสภาหอการค้าพอร์ตมอร์สบีเพื่อร่วมงานการตกลงทางด้านการค้าระหว่างสภาหอการค้าไทยและสภาหอการค้าปาปัวนิวกินี และนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้กล่าวสุนทรพจน์และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสภาหอการค้าไทยและสภาหอการค้าพอร์ตมอร์สบี(  Chamber of Commerce and Industry of Papua New Guinea)

ปาปัวนิวกินีเป็นหุ้นส่วนการค้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในแปซิฟิกใต้ การค้าระหว่างทั้งสองประเทศในปี ค.ศ2012 มีจำนวนถึง 359,960,000 ดอลลาร์ ซึ่งมีข้าว น้ำมัน เครื่องจักร การก่อสร้างเป็นหลัก ส่วนการลงทุนของประเทศไทยในปาปัวนิวกินี ก็คือการแปรรูปอาหารเป็นหลัก เช่นการประมงปลาทูน่า อุตสหกรรมปลากระป๋อง, กรานำเข้าขายข้าวไทยและการพัฒนาพลังงานน้ำมันและแก็สธรรมชาติ

และเดินกลับประเทศไทย ,ถึงประเทศไทยในเวลา 20.45 น.

Y-PNG2013 (9)Y-PNG2013 (7)Y-PNG2013 (32) Y-PNG2013 (34)Y-PNG2013 (22)

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Thailand PM yingluck shinawatra Visit to New Zealand 22 – 24 March,2013

Thailand PM yingluck shinawatra Visit to New Zealand – Papua New Guinea 21 – 25 March,2013

Prime Minister Yingluck Shinawatra  , ThaiCabinet And200 Thai business visit to New Zealand and Papua New Guinea from 21 to 25 March 2013, at the invitations of the Prime Ministers of both countries

นายกฯเผย เยือนนิวซีแลนด์-ปาปัวนิวกินี

http://news.voicetv.co.th/thailand/66555.html

new-zealand-map

Thailand PM yingluck shinawatra Visit to New Zealand 22-24 March,2013

ประวัติ คร่าวๆๆประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ประกอบไปด้วย2เกาะใหญ่ๆๆคือเกาะนิวซีแลนด์เหนือและนิวซีเเลนด์ใต้ ประกากรท้องถิ่นคือชาวเผ่าเมารี ซึ่งมีภาษาเรียกประเทศนี้ว่า Aotearoa หมายถึง “ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว” หรือ Niu Tirenioในภาษาอังกฤษ

การเมืองการปกครอง :ปัจจุบันเป็นประเทศในเคลือสหราชอาณาจักรของสมเด็จพระราชินีอริซเบทที่2แห่งอังกฤษ ปกครองในระบอบราชาธิปไตย และได้รับเอกราชให้ปกครองตนเองเมื่อ 26 ก.ย พ.ศ 2550 ในแบบมีรัฐสภาเดียวและเป็นประเทศซึ่งมีการเลือกผู้นำมาปกครองประเทศในแบบประชาธิปไตยโดยมี ผู้สำเร็จราชการจากสหราชอาณาจักรคือ นาย เจอรี่ มาเตปาราเอ และปัจจุบันมีนายกรัฐมนตรี ชื่อ นาย จอห์น คีย์( Mr.  Jone Key)

ภาษาราชการ :ใช้ภาษาอังกฤษและเมารี(ภาษาชนพื้นเมืองเดิม)

จำนวนประชากร :4,430,400คน

เมืองหลวง: ชื่อ เวลลิงตัน และเมืองโอ๊คแลนด์เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด

y-nzpm Jone Key  (2)

22มีนาคม 2556 13.00 น.  นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางถึงประเทศนิวซีแลนด์และเข้า ร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการตามประเพณีของประเทศนิวซีแลนด์ ณ ทำเนียบรัฐบาล เมืองโอ๊คแลนค์ (Government House Pavilion)  ซึ่งผู้อาวุโสชาวเมารี ได้กล่าวต้อนรับพร้อมกับนักรบชาวเมารีซึ่งเป็นพลเมืองท้องถิ่น วัฒนธรรมการต้อนรับของชาวเมรีนอกจากเเสดงการต้อนรับแบบชนเผ่าพื้นเมืองในด้านการเต้นรำแล้ว ยังต้องมีการสัมผัสจมูก( Hongi)กันและกันอีกด้วยซึ่งทั้งนายกรัฐมนตรี ประเทศนิวซีแลนด์ Mr.  Jone Key และผู้อาวุโสของนักรบเมารีก็ได้แสดงการต้อนรับนายกรัฐมนตรียิ่งลักษ์ณ์ ชินวัตรของเราอย่างสูงสุด โดยการสัมผ้สจมูกตามประเพณีอีกด้วย  จากนั้นนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และร่วมหารือแบบทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์

auckland-new-zealand-4

ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศไทยได้มีการเจริญสัมพันธไมตรีกันในภาคเอกชนนักธุรกิจและภาคประชาชนมาช้านานกว่า 57ปี และกว่า9ปีซึ่งได้ขาดช่วงการไปมาหาสู่ค้าขายระหว่างกันในทางตรง เนื่องจากประเทศไทยไม่เป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยที่สมบรูณ์และละเมิดสิทธิมนุษยชนให้ เช่นการปฏิวัติ รัฐประหาร การทหาร ศาสนจักรนำหน้าการเมือง คุณภาพชีวิตประชาชนไม่พัฒนาและซุ่มเสี่ยงที่จะเป็นระบอบสังคมนิยมคอมูนิตย์ซึ่งองค์กรกลุ่มโออีซีดี (OECD=Organisation for Economic Co-operation and Development   )และสหภาพยุโรป EU ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของประเทศซึ่งนิยมการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งการันตีความสุข สงบ สันติภาพอันประจักรแก่ประชากรโลกมาแล้ว

สำหรับนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ Mr.  Jone Key ได้พบปะสนทนากับนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรใน2เวทีโลกก็คือ การประชุม APECณ.เมืองVladivostok ประเทศรัสเซีย September5-9, 2012

และ the 21st Association of Southeast Asian Nations or ASEAN Summit in Phnom Penh, Cambodia, Sunday, Nov. 18-20, 2012.

(L-R) Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra, China’s President Hu Jintao, Singapore’s Prime Minister Lee Hsien Loong, Canada’s Prime Minister Stephen Harper, Peru’s President Ollanta Humala, Australia’s Trade Minister Craig Emerson and New Zealand’s Prime Minister John Key pose for a family photo at the Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) Summit in Vladivostok September 9, 2012.

Thai PM Yingluck Shinawatra visit Russia to attend 20th-APEC Russia2012

New ZealandPrime Minister John Key,Chinese Premier Wen Jiabao,IndiaPrime Minister  Mr.Manmohan Singh,Philippines’ President Benigno Aquino III,Dr Surin Pitsuwan,East Asia Summit dinner in Phnom Penh, November 19, 2012

Malaysia’s Prime Minister Najib Razak ,Myanmar’s President Thein Sein , New ZealandPrime Minister John Key, Philippines’ President Benigno Aquino III, Singapore’s Prime Minister Lee Hsien Loong  meeting to The East Asia Summit dinner in Phnom Penh, November 19, 2012

18-20 nov 2012Thai Prime Minsiter Yingluck Shinawatra Attended The 21th asean summit 2012,Phnom Penh,Cambodia

hogki cnz

เมื่อประเทศไทยประกาศตนว่าเป็นประเทศในระบอบประชาธิปไตยประเทศหนึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ตาม การละเลยโครงการขั้นพื้นฐานของมนุษย์โลกนั้น จะหลบหลีกเฉไฉอีกต่อไปไม่ได้แล้ว อีกทั้งรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มุ่งมั่นในการฟื้นฟูประเทศและการพัฒนาการประเทศไทยและอาเซียนให้ได้ระดับเทียบเท่ากันกับทางประเทศมหาอำนาจตะวันตก ซึ่งมีบทเรียนมากมายให้ศึกษาตามและพร้อมที่จะร่วมมือกันในด้านต่างๆๆให้ อาเซียนเป็นบ้านหลังใหม่ของประชาคมโลก

y-cn (7) y-cn

การได้รับเชิญของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรไปเยียนประเทศในระบอบประชาธิปไตยและเหล่ามหาอำนาจโลกชั้นนำจึงมีขึ้นเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศเป็นลำดับต่อไป นายกรัฐมนตรีที่มาด้วยระบอบประชาธิปไตยที่บริสุทธุ์จึงต้องออกเดินทางสานสัมพันธุ์ไมตรีทั้งในและต่างประเทศรวมประเทศอาเซียนด้วยกันเองและประเทศในประชาคมโลก นับเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกซึ่งได้รับเกียรติอย่างสูงในการมาเยียน นิวซีแลนด์และปาปัวนิวกินีในครั้งนี้

y-gnz

การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีประเทศไทยกับประเทศนิวซีแลนด์มีคร่าวๆๆดังนี้

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรกล่าวว่า ปัจจุบันี้ พ.ศ2556เสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้มีการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและทั่วถึง โดยรัฐบาลมีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเทศที่มั่นคงอาทิ โครงการบริหารจัดการระบบน้ำ และโครงการรถไฟรางคู่ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ทั้งภายในประเทศและและการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน (connectivity) ในอนาคต ซึ่งโครงการลงทุนเหล่านี้ เป็นจะเป็นโอกาสอันดีในการตัดสินใจการขยายทางด้านการค้าและการลงทุนระหว่างทั้ง2ประเทศ อีกด้วย ซึ่งในการเยือนนี้ มีภาคเอกชนไทยในสาขาต่างๆๆร่วมเดินทางมาเพื่อหาช่องทางด้านการค้าการลงทุนและแสวงหาความร่วมมือกันอย่างเป้นระบบทั้งทางด้าน อาหาร ,สินค้าเกษตร ,การท่องเที่ยว ,วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  

y-mout-n (2) mout-nz

ผลการหารือ ในครั้งนี้ผู้นำทั้งสองต่างแสดงเจตนารมณ์ในการเร่งเสริมสร้างพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในสาขาต่างๆ ระหว่างกัน  ดังนี้

ความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง ไทยและนิวซีแลนด์มีความร่วมมือด้านการทหารที่ใกล้ชิดกันผ่านกลไก Thailand – New Zealand Bilateral Defence Talks อย่างสม่ำเสมอ และนิวซีแลนด์ให้การสนับสนุนไทยผ่านโครงการ Mutual Assistance Programme (MAP) มาตั้งแต่ปี 2521 โดยนิวซีแลนด์ยืนยันสนับสนุนไทยผ่านโครงการนี้ต่อไป รวมทั้ง เห็นพ้องขยายความร่วมมือผ่านข้อตกลงว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การพัฒนาความร่วมมือของตำรวจระหว่างกัน และความร่วมมือด้านการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคล (capacity building) โดยเฉพาะด้านนิติวิทยาศาสตร์ที่นิวซีแลนด์มีความเชี่ยวชาญ

y-mout-n

ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า ไทยและนิวซีแลนด์มีความสำเร็จในการส่งเสริมการค้าระหว่างกัน ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจาก กลไกความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ( Closer Economic Partnership – CEP ) ซึ่งทำให้ปริมาณการค้าระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวหลังการจัดทำความตกลงดังกล่าวเมื่อปี 2548 อีกทั้ง การปฏิบัติตามพันธกรณีในด้านต่าง ๆ มีความคืบหน้าอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังสามารถเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกัน และมั่นใจว่าภายใน 5 ปีนี้ มูลค่าการค้าสมารถเพิ่มขึ้นถึง 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยซึ่งไทยและนิวซีแลนด์จะร่วมกันหาลู่ทางความร่วมมือใหม่ๆ ด้วยการเปิดตลาดให้กับสินค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น ด้วยการ  การทบทวนมาตรการป้องกันพิเศษ( SSG)   มาตรการป้องกันพิเศษด้านเกษตรกรรม ( Special Agriculture Safeguards ) และการผ่อนปรนข้อกำหนดมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ( SPSs) ที่ทำให้ไทยและนิวซีแลนด์สามารถเข้าถึงตลาดระหว่างกันได้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้ ไทยสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ปลาแซลมอนไปนิวซีแลนด์ได้

auckland auckland-tram-and-needle

ไทยและนิวซีแลนด์ จะร่วมสนับสนุนภาคเอกชนของทั้งสองประเทศในการแสวงหาลู่ทางเศรษฐกิจ และการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกัน นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ ยินดีเป็นประตูสู่ภูมิภาคแปซิฟิกใต้ และประตูสู่เชื่อมต่อไปยังภูมิภาคลาตินอเมริกาต่อไป

y-pmnz-jk

ความร่วมมือด้านการศึกษา มีการหารือถึงความสำคัญของความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน และเห็นว่า การศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญของการติดต่อระหว่างกัน โดยเฉพาะเยาวชนไทยที่สนใจมาศึกษาที่นิวซีแลนด์จำนวนมาก ซึ่งหน่วยงานด้านการศึกษาของสองประเทศถือว่ามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือนี้ และนิวซีแลนด์ได้ให้การสนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับครูผู้สอนของไทย รวมทั้งการฝึกอบรมภาษาอังกฤษ ในครั้งนี้ จึงมีการลงนามข้อตกลงด้านการศึกษา โดยเฉพาะสาขาความร่วมมือใหม่ด้านอาชีวศึกษา ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือนี้ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

Ports of Auckland

ความร่วมมือด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและปลอดภัยทางอาหารและการเกษตร ที่ต้องการให้มีการผลักดันความร่วมมือในฐานะที่ทั้งไทยและนิวซีแลนด์ล้วนเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก และนิวซีแลนด์มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการจัดการการเกษตร โดยเฉพาะด้านการบริหารสหกรณ์การเกษตรและการปศุสัตว์ ที่ฝ่ายไทยสามารถเรียนรู้จากนิวซีแลนด์ได้  ทั้งนี้ แรงงานไทยที่ทำงานในภาคการเกษตรของนิวซีแลนด์ ซึ่งนิวซีแลนด์เห็นว่าเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ และจะได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้การจัดการทางการเกษตรที่ทันสมัยไปพร้อมกับการได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยให้แรงงานไทยไปทำงานด้านการเกษตรเพิ่มขึ้นในอนาคต

y-pmnz-jk (2)

ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนและความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปมาระหว่างกันจำนวนมาก

โดยการบินไทยสนับสนุนเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศ และนิวซีแลนด์จะพิจารณายกเว้นการตรวจลงตราให้กับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย เพื่อเพิ่มปริมาณการเดินทางไปมาระหว่างกัน และไทยกำลังพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (medical tourism) ซึ่งจะเปิดกว้างทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวนิวซีแลนด์ที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเชิญนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2556 นี้ ที่จังหวัดเชียงใหม่

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกรัฐมนตรีทั้งสองร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงจำนวน 2 ฉบับ คือ ร่างแถลงการณ์ร่วมหุ้นส่วนการศึกษาไทย- นิวซีแลนด์ ซึ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่และนักศึกษา ความร่วมมือระหว่างสถาบัน และพัฒนาการอบรมในระดับต่างๆ รวมทั้งอาชีวะศึกษา และร่างหนังสือแสดงความจำนงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนวัตกรรมไทย-นิวซีแลนด์ ก่อนจะร่วมแถลงข่าวถึงความสำเร็จของการหารือทวิภาคี

y-nzlo -Mr.David Shearer  (2) y-nzlo Mr.David Shearer  (1)

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้พบปะหารือกับผู้นำฝ่ายค้านนิวซีแลนด์ Mr. David Shearer และนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์และคณะได้เดินเยี่ยมชมการจัดการเมืองนครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ค่ำๆๆนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ ณ ทำเนียบรัฐบาล นิวซีแลนด์  และนายกฯยิ่งลักษณ์ร่วมงาน Thai Selectเพื่อร่วมงานกับกลุ่มนักธุรกิจ BOI )ณประเทศไทยและนักธุกจนิวซีแลนด์ รวมทั้งได้มอบประกาศนียบัตรให้เจ้าของร้านอาหารไทยประจำประเทศนิวซีเเลนด์ ซึ่งรักษาความเป็นไทยระดับแถวหน้าในด้านครัวไทยสู่…ชาวโลก อย่างมั่นคง อีกด้วย

y-ol  gala dinner y-tbnz

23มี.ค2556นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เดินทางไปยัง ณ มหาวิทยาลัย Auckland University of Technologyซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ2ของประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อรับปริญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ตามเจตจำนงของมหาวิทยาลัยซึ่งได้เล็งเห็นบทบาทอันโดดเด่นของ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นที่ยอมรับในเวทีระหว่างประเทศและเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยที่ได้รับเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

y-aut (11)y-aut (9)y-aut (14)

23 March,2013  Auckland University of Technology   Thailand PM yingluck shinawatra Received an honorary doctorate  in recognition of her prominent role in the international arena

y-aut (1)y-aut (10)  y-aut (7)y-aut (3)y-aut (12)y-aut (25)y-aut (21) y-aut (32)

หลังจากนั้นนายกฯยิ่งลักษณ์ รับฟังบรรยายสรุปจากผู้บริหาร Arataki Visitor Center และเดินชมความอุดมสมบูรณ์ของป่า (bush walk) ณ บริเวณ Beveridge Track โดยมีนาง Honourable Nikki Kaye รมว.ความปลอดภัยด้านอาหาร และนาย Stephen Bell หน.จนท.ป่าไม้ บรรยายสรุป

y-bush  wf (2)   y- Arataki Visitor Center (4)  y- Arataki Visitor Center (5)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะรัฐมนตรีพร้อมนักธุรกิจไทยเจ้าของสวนผลไม้ไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดเกษตรกรรมได้เดินทางไปเยี่ยมชม เทคโนโลยีการผลิตไวน์ ณSoljans Estate Winery and CafeโดยมีMr. Tony Soljan  เจ้าของไร่ให้การต้อนรับ

y-Soljans Winery (3) y-Soljans Winery (4) y-Soljans Winery y-Soljans Winery (2)

ย่ำค่ำวันเดียวกันนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ เข้าร่วมงานThai Select

ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยประจำประเทศนิวซีแลนด์

y-thai sc nz (1)

24มีนาคม พ.ศ 2556 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เดินทางไปเยี่ยมชมฟาร์มโคนมและเทคโนโลยีในการผลิตน้ำนม ณ ประเทศนิวซีแลนด์ และออกเดินทางต่อไปยังประเทศ ปาบัวนิวกินี ซึ่งตั้งอยู่เหนือ ประเทศ ออสเตเลียต่อไป

y-fc (2)   Dairy-Technologyy-fc (4) y-fcy-fc (3)DfanzFDFNZ

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

26 มี.ค2556ประเทศไทยวันนี้

Thailand2020 “ก้าวใหม่เชื่อมประเทศไทยสู่เวทีโลก”…We build a future …พรรคเพื่อไทยพร้อมนำความสุขสู่ประชาชน

บันทึกประเทศไทยวันนี้ ในสภาวะการทำให้ประชาชนไทยสับสนโดยวิทยุชุมชน ที่แดงอะไรก็ไม่รู้ ล้วนแต่ทำให้ประชาชนไทยต้องช้ำใจอยู่เนื่องๆๆร่วมกับนักพูดซึ่งรู้งูๆๆปลาๆๆเขย่าด้วยข้อมูลเท็จ ทำลายประเทศไทยร่วมกับกลุ่ม RKKภาคใต้ วางระเบิดทำลายมั่วไปหมด อ้างพยายามแยกรัฐปัตตานี กับเนชั่วเอาเหนือเมฆ3 แบบตอบโจทย์มาใช้ไม่ได้ผลก็เอาคนใส่เสื้อกล้ามกางเกงแดงไปห้องนักข่าวผ่านยามผ่านลิฟท์เฉยเลย ฮาไม่เนียน ..ดราม่าสุดๆๆ ไม่นานคงเปลี่ยนไปตบยุงยกรังภาษีประชาชนไทยนำมาละเลงส่วนตัวมั่วทำลายชาติไทยนะThai TBS, เอาแนวม.รังสิตมาใช้แจกใบปลิวโจมตีรัฐบาลไทย ยิ่งลักษณ์ รถและคนแจกผ่านป้อมยามมหาวิทยาลัย ไม่รู้ไม่ชี้ไม่เห็นเฉยเลย เอาเข้าไป

j-v16 jan 2013

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยโดยการกู้ภายในประเทศ2ล้านล้านบาทนั้น(จากกระทรวงการคลังประเทศไทย=ภาษีประชาชนไทย) …ขอบอกซะก่อนนะค่ะโครงการนี้เป็นการร่วมใจของอาเซียน10ชาติต้องเลยนะต้องพัฒนาประเทศตนเองให้ได้ระดับสากลเชื่อมต่อกันโดยทำภายในประเทศร่วมกับผู้ร่วมลงทุนซึ่งล้วนแตกต่างกันไปแต่ระบบรางต้องมาตราฐานเท่ากัน…เพื่ออาเซียนจะได้ยกระดับการต่อสู้กับกลุ่มยุโรป(G7),กลุ่มมหาอำนาจโลก(OECD)และน้องใหม่ล่าสุดกลุ่ม BRICS กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  ( AEC=Asean Economic Community) นี้เป็นการผนึกกำลังกันของกลุ่ม10ประเทศอาเซียนประกอบไปด้วย ประเทศบรูไน กัมพูชา ,อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย ,เหมียนม่าร์ ,ฟิลิปปินส์ ,สิงคโปร์ ,ไทยแลนด์ และเวียดนาม ซึ่งจะพัฒนาไปเป็น (AEC BANK)เป็นลำดับต่อไป เพื่อรวมพลังการต่อสู้ในด้านต่างๆๆขององค์กรมหาอำนาจโลกรวมทั้งการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในปัญหาต่างๆๆ อาทิ ภัยพิบัติธรรมชาติ น้ำท่วม แผ่นดินไหว การขาดแคลนอาหาร,การก่อการร้าย ,การค้ายาเสพติดและการโจมตีเศษฐกิจประเทศสมาชิก ดังตัวอย่างการโจมตีเศษฐกิจฮ่องกงในอดีตและในยุควิกฤติต้มยำกุ้งพ.ศ2544 ประเทศไทย 

AECmember

จากการเห็นภัยพิษร้ายการโจมตีขององค์กรมหาอำนาจโลกดังที่ประสพปัญหาทั้งฮ่องกง จีน รัสเซีย และประเทศไทย จนต้องกู้IMF และมิยาซาว่า สาเหตุมาจากเเก๊งส์อำมาตย์ไม่สามารถรู้เท่าทันเล่ห์กลการทำลายโครงสร้างเศษฐกิจในประเทศซึ่งมีผู้นำที่อ่อนแอ และไม่ประสีประสาทางการค้า,เศษฐกิจ การเมืองและภัยพิบัติธรรมชาติ อีกทั้งเมื่อพ.ศ2551ทางสำนักราชวังยังได้ร่วมในการก่อตั้ง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( AEC=Asean Economic Community)   ซึ่งมีพระราชาและพระราชินีประเทศไทยร่วมกับผู้นำอาเซียน ได้ฉลองการก่อตั้งAECอย่างเป็นทางการนี้ขึ้นณ พระราชวังไกลกังวลหัวหินในครั้งนี้ด้วยนะ อย่าทำเป็นเล่นนะขอบอกก่อน  เอาพ่อมามาเล่นไม่ได้นะงานนี้ ท่านทั้งหลายงานนี้จะผ่าคออกจากคอแทนผ่าหมาออกจากปาก ชิชะ ประวัติการก่อตั้งASEAN( Association of Southeast Asian Nations)ได้เกิดขึ้นเมื่อปีพ.ศ2504จากกลุ่มชาวไทยกลุ่มหนึ่งซึ่งรวมตัวกันช่วยเหลือชาวเอเซียด้วยกันในหลายๆๆด้าน ในชื่อ”กลุ่มอาสาอาเซียน”ทำงานจนเมื่อปีพ.ศ2510(ค.ศ1967)ได้ร่วมก่อตั้งอาเซียนโดยคณะฑูตไทยส่วนหนึ่งกับอ.จุฬาลงกรณ์ทำสัตยาบันที่มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์ จนเกิด ปฏิญญากรุงเทพ” (Bangkok Declaration)และในวันที่8สิงหาคม พ.ศ 2510 ณ.กรุงเทพมหานครเเห่งนี้ โดยมีสมาชิก ครั้งแรก 5ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ,มาเลเซีย ,สิงคโปร์,อินโดนีเซีย,และฟิลิปปินส์ก่อกำเนิด…สมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – Association of Southeast Asian Nations (ASEAN)” ขึ้นอย่างเป็นทางการในเวทีโลกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะสกัดการเเพร่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์เป็น การร่วมมือกันทางมิตรภาพ

w-tr

 ในที่สุดประเทศไทยก็เหลวไหลเหล่าอำมาตย์ไม่ได้สานต่อยอดครู-อาจารย์บรรพบุรุษของเราในการพลิกคุณภาพอาเซียนเลยเพราะพวกเขาทำงานไม่เป็น เขาด่ากันทั้งโลกในจุดนี้ยังไม่สำนึก มี  ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิกาอาเซียน ก็เที่ยวอย่างเดียวงานไม่ก้าวหน้า ครั้นสมัยนาย อภิสิทธิ์ เวชาชีวะก็ดันไปต่อรองลดขนาดรางรถไฟให้หดสั้นลง ต่อรองเอาคนของตนเองมาวางระบบแทนได้ไหม ต่อรองเงินจะโกงเฉยๆๆ จนเขาต้องมาปรามว่า…ไม่เอาอภิสิทธิ์ และได้สัมภาษณ์ ยิ่งลักษณ์ จนได้รับการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นทั้งเพื่อนต่างประเทศแดงนานาชาติของเราต่างเลือกตั้งนอกประเทศและส่วนหนึ่งต่างบินกลับมาช่วยกัน จนได้รับชัยชนะ ได้รัฐบาลประชาธิปไตย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างขาวสะอาด  เขาไม่เอาอภิสิทธิ์ ทำงานไม่เป็นไม่ได้เรื่อง ทำให้ยุโรปและสหรัฐแทบล้มสิ้นประดาตัวกับการโคตรโกงและสื่อไทยให้ข้อมูลผิด

จนได้สื่อเสื้อแดงให้ข้อมูลทิศทางประเทศไทยการกระโดดหน้าผานั้นเบาบางหดแคบขึ้น ยุโรปนั้นกรีซเอย ตุรกีเอย ที่กรุงเทพมหานครพาไปดูงานตอบเเทนโกงกทมให้เอ๋อครั้งนี้ นะเป็นประเทศมุสลิมทั้งนั้นล้วนล้มเหลวในการบริหารประเทศ นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ สมัยเขาได้อำนาจเอาใจแต่มุสลิมทั้งทาจิสถาน ยูเครนและประเทศอื่นๆๆ ซึ่งเป็นเผด็จการทางทหารทั้งสิ้น แถมสนิทกับมหาเด่ห์ จุฬาราชมนตรีเด็กเปรมสุดๆๆ ไปดูงานก็ไปแต่ประเทศมุสลิม ส่วนประเทศอื่นๆๆเขาไม่ล้มตามหรอก เเข็งแกร่งมากเช่น เยรมัน ฝรั่งเศส สวีเดน เบลเยี่ยมกละกลุ่มนอร์ดิกส์ 

06 ธ.ค. 2553,08:12   ความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศไทยและอาเซอร์ไบจาน,อิสลามาบัด ประธานาธิบดีอาซิฟ อาลี ซาร์ดารี และนายกรัฐมนตรีซาเย็ด ยูซูฟ ราซา กิลานี แห่งปากีสถาน กล่าวถวายพระพรผ่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  อ่านต่อ เขาทำอะไร???

asean1a

ส่วนเวทีASEAN โดยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรก้าวรุดหน้าอย่างรวดเร็ว โดยการปูพื้นฐานASEANรวบยอดใน3เสาหลักประชาคมอาเซียนพร้อมๆๆกัน คือประชาคมการเมืองและการมั่นคงอาเซียน (APSC=ASEAN Political-Security Community),ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC = ASEAN Economic Community) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC = ASEAN Socio-Cultural Community)

ภารกิจเริ่มแรกของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรก็คือการไปสานไมตรี เพื่อกระชับความสัมพันธุ์เยียนอาเซียน โดย…การคล้องคู่หนึ่งมิตรชิดใกล้กันทางด้านกระชับมิตรภาพประเทศซึ่งนับถือหลักศาสนาพุทธ ได้แก่ ประเทศไทย.พม่า ลาว เขมร,ลำดับต่อไปเยียนประเทศหลักศาสนาขงจื้อ ได้แก่เวียดนาม,สิงคโปร์ ประเทศนับถือหลักศาสนาอิสลาม ได้แก่ อินโดนีเซีย ,มาเลเซีย ,บรูไน และประเทศนับถือหลักศาสนา คริตส์ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ นำอัตลักษณ์วัฒนธรรมอันโดดเด่นของแต่ละประเทศมาใช้เช่นการแต่งกายและการเอื้ออารีต่อกัน นำภาษาอังกฤษ มาเป็นสื่อกลาง และผลิตอาชีพที่สำคัญดังนี้เพื่อเสริมสร้างอาเซียนให้เเข็งแกร่งขึ้น อาทิ

 วิศวกร( Engineering Services) ,พยาบาล(Nursing  Services) ,สถาปนิก (Architectural Services) ,นักการสำรวจ (Surveying Qualifications) ,นักบัญชี (Accountancy Services) ทันตแพทย์, (Dental Practitioners), แพทย์ (Medical Practitioners) ,การท่องเที่ยวและโรงแรม รวมอาชีพไกด์หรือมัคคุเทศน์โดยมีเงื่อนไขของประชาคม ASEAN สำหรับแรงงานมีฝีมือก็ คือ

“สามารถไปทำงานใน 10 ประเทศสมาชิกได้อย่างเสรี และถูกปฏิบัติประหนึ่งเป็นประชากรของประเทศที่ท่านไปพำนักอยู่ เพียงแค่ท่านมีความสามารถและผ่านเกณฑ์เงื่อนไขตามที่แต่ละประเทศกำหนดได้”เช่นภาษาอังกฤษ ภาษาท้องถิ่นประเทศนั้นๆๆและภาษาสมาชิกอาเซียน รวมการผ่านใบประกอบอาชีพจากประเทศที่สนใจ (เริ่ม 1 มกราคม 2558) 

tr-th

อาชีพที่โดดเด่นของประเทศไทยเพื่มเติมที่แนะคนไทยก็คือ – กุ๊ก พ่อครัวแม่ครัว ,ช่างซ่อมรถ ,ช่างอัญมณี ,ช่างคอมพิวเตอร์,บุรุษพยาบาลดูแลเด็กและคนชรา แม่บ้าน,

  • การศึกษา
  • หลักสูตรระยะสั้นเพื่อพัฒนาทักษะการทำงานด้านต่างๆๆ รวมทั้งโรงเรียนสอนภาษาเช่นภาษาอังกฤษ,ยุโรปและภาษาเพื่อนบ้าน,

การนวดสุขภาพ ,แพทย์แผนไทย,แพทย์ทางเลือก,สมุนไพรไทย,การขายสินค้าโอทอป และเกษตรกร และ แรงงานทำถนน ก่อสร้างตึก อาคาร สร้างรางรถไฟ และอื่นๆๆซึ่งคนไทยชำนาญการมากนักรบแรงงานที่ชาวโลกยกย่องว่ามีคุณภาพคับแก้วโดยเฉพาะคนอีสานประเทศไทย มีคุณภาพเป็นที่ชื่นชมในความซื่อสัตย์ สุจริต รับผิดชอบต่องานในหน้าที่ จนประจักษ์แก่ชาวโลกมาแล้ว ชาวไทยรุ่นหลังควรจะไม่เลือกงานเพราะค่าแรงวันละ300เท่ากัน ในต่างประเทศอาจมากว่าแต่ในอาเซียนไม่หักหัวคิวและได้อยู่กับครอบครัว บ้านไม่แตกสาแรกขาดเหมือนในอดีต. 

r-aec

เส้นทางการเชื่อมโยงกันระดับต้นของASEAN ก็คือถนนข้ามพรมแดนในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง GMS CBTA (Greater Mekong Subregion Cross-Broader Transport Agreement )-R3A (NSEC =North-South Economic Corridor)     คุนหมิง-ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์และ

  • R9 (EWEC = East-West Economic Corridor)  พม่า-ไทย-เวียดนาม

th-ljthai-tr

อีกอย่างณ.เวลานี้กลุ่มพลังอาเซี่ยน กำลังสยายปีก โดยการร่วมมือกันในด้านการใช้พลังงานเพื่อลดภาวะเรือนกระจก รักษาสิ่งแวดล้อมของโลกไว้พร้อมกับการจัดสรรทรัพยากรให้ประชากรอันดับ1 ของโลกซึ่งสะเทือนเลือนลั่นสนั่นโลกเลยทีเดียวในการจับมือกกันสร้างการปูพื้นฐานคุณภาพชีวิตทั้งด้านการขนส่ง คมนาคม ก่อให้เกิดเศษฐกิจกระจายรายได้สู่ประชาชนไทย และอาเซียนในอนาคต ซึ่พลังแห่งอาเซียน(Asean Power Ggrid) นี้เป็นการรวมพลังกันของทุกชาติในอาเซี่ยนเพื่อเชื่อมโยงระบบรถไฟฟ้าร่วมกันจัดสรรทรัพยากรและการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ผลที่ได้รับในการร่วมพลังในครั้งนี้ก็คือ   การก่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านพลังงานและเศษฐกิจ ซึ่งจะผลักดันให้ภูมิภาคอาเซียนพัฒนาเทียมเท่าภูมิภาคอื่นในโลก และรถไฟฟ้าสายอาเซียนของประเทศลาว เขมร เวียดนาม พม่า จะเสร็จในปีค.ศ2016 เเล้วไปเชื่อมกับอินเดีย-ยุโรป และไทย-จีนไป รัสเซียตะวันออก-เกาหลีเหนือ-ใต้-ญี่ปุ่นในลำดับต่อไปส่วนมาเลเซียจะเชื่อมสิงคโปร์คงเสร็จเร็วกว่าไทย สุมาตรา อินโดเซียก็สร้างภายในประเทศเเล้วเสร์จ2016 เหมือนกัน แล้วไปซารวัก บอร์เนียว บรูไน

asean-powergrid3a

พลังแห่งอาเซียน(Asean Power Ggrid)โครงการนำร่องคร่าวๆๆจะเห็นว่าประเทศไทยมีการสดุดด้วยการเมืองภายในประเทศจากทหารคณะปฏิวัติ19ก.ย2549และทายาทอสูรจนบัดนี้พ.ศ2556 โครงการเพื่อประชาคมโลกเรื่ม… Progress

3bd (6)

ต่างคนต่างทำงาน เป็นภาระหน้าที่…ขอเรียนประเทศไทยว่า…ท่านต้องตะหนักในภาระหน้าที่นี้…มีประเทศไทยประเทศเดียวที่ช้ากว่าเพื่อน และโดนตราหน้าจากชาวโลกว่า..เหลวไหลไม่จริงใจในการพัฒนาประเทศให้ทัดเทียมกับอารยะประเทศเพื่อผนึกกำลังกันต่อสู้องค์กรต่างๆๆทั้งยุโรป ทวีปอเมริกา ต่อไปทวีปแอฟริกาต้องพัฒนาตามต่อจากอาเซียน นี้คือทิศทางของโลกร่วมกันสร้าง สำหรับประเทศไทยรถไฟฟ้าจะไปเชื่อมไทยลาวที่เชียงของและหนองคาย เชื่อมเขมร-เวียดนามที่จ.ตราด เชื่อมพม่าที่เเม่สอด และกาญจนบุรี,เชื่อมมาเลเซียที่สงขลา ปาดังเปซาส์

 สำหรับประชาชนไทยรวมพลังนักรบ”We build a future”ท่านทำได้เริ่มที่ตัวเราโดยการเสียภาษีให้รัฐตามกติกาบ้านเมือง ซื้อสินค้าไทย ผลิตโดยคนไทย ท่องเที่ยวไทย งดสินค้าต่างประเทศ พยายามนำเงินคืนสู่รัฐบาลโดยเฉพาะการทรวงการคลัง กรมสรรพกร ทำทุกอย่างเพื่อประเทศไทย รู้ทิศทางอนาคตประเทศไทย พยายามทำมาหากินสุจริต งานไหนบีบรัดตนเองมากก็ผันตนเองมาเป็นพ่อค้า กรุ๊ปทัวว์ ครูสอนภาษา ร้านอาหาร การโรงแรม และโอทอป สินค้าเกษตรวิจัยงานและการบรรจุผลิตภัณฑ์ที่สวยงามน่าจับต้อง สอนบุคคลิก การบริการ การแต่งกายสุภาพ มารยาทสังคม การใช้ภาษาสุภาพไม่หยาบคายส่อเสียด การเตรียมตัวสำหรับการเป็นสภาวะผู้นำแห่งอาเซียนโดยปริยายเลี่ยงไม่ได้ละงานนี้  ในลักษณะไทยทำไทยใช้ไทยเจริญ เสาหลักแห่งอาเซียนเลยนะที่ทำๆๆอยู่เนี่ยของ “โครงการthailand 2020 “มะมะมาช่วยผลักดันประเทศไทยให้ก้าวหน้ากัน 3bd (10)

เมื่อมีอาเซียนแล้วโรฮิงญาจะต้องไม่แอบเข้าประเทศไทย คนไทยทุกคนต้องใช้บัตรประชาชน มีหลักฐานตัวตน ร่วมกับแขกจากทุกประเทศ การเดินทางโดยรถไฟฟ้าทำให้มีการตรวจตราจากเจ้าหน้าที่แบบยุโรปขณะนี้ การก่อการร้ายในอาเซียนก็จะน้อยลง ยาเสพติดมันยิ่งปราบยิ่งเยอะต่อไปก็จัดที่ให้เสพให้สูบยาเป็นสถานที่เฉพาะและต้องถูกกฤหมายเรื่องของใครก็รับผิดชอบตนเอง จะได้ไม่ไประรานทำร้ายเบียดเบียนคนอื่นที่คิดดีทำดีๆๆเขาแบบโรงฝิ่นในอดีต ไปหาชนกลุ่มนี้ก็เจอเลย เพราะไม่ต้องแอบทำชั่วสู้กันซึ่งๆๆๆหน้าเลวแบบมาเฟียก็รู้ตัวตน ทุกคนต้องชัดเจนในตัวตนของตนเอง กลุ่มRKKกำลัง ทำให้ประชาชนที่ไม่มีความรู้และอำมาตย์ไดโนเสาร์หวาดระแวงในการปลดนายก ยิ่งลักษณ์ เอย รัฐประหารเอย บ้านเมืองสมัยใหม่เอยอันตรายสำหรับคนไทยวัฒนธรรมจะเสื่อมเสีย ศาสนาพุทธจะหายไปนั้นเลิกซะที ตอนนี้พระสงฆ์องค์เจ้าRKKร่วมนายทหารนอกราชการ กลุ่มRKKก็ต่างตีกระพือโหมกระแสในแนวเดียวกับตอนล้มทักษิณ เลย เอาเข้าไป นอกจากนำทหารอาวุธครบมือไปวัดวาอารามทำให้ศาสนาพุทธภาคใต้ประชาชนแตกแยกไม่ไว้ใจพระสงฆ์ส่อเสียด(CIA)ปากสว่าง ไม่รู้จักชุมชนทำให้คนเขารักและเมตตาแล้วยังมาตีข่าวโรฮิงญาซึ่งคมช19ก.ย49เป็นสาเหตุที่ทำให้มีขึ้น ตำรวจกับประชาชนก็สู้ แบบจ่าเพียรมาขอความช่วยเหลือก็ตายเปล่า สินค้าเถื่อนมาเฟีย ท่าเรือภาคใต้ที่ดินแจกนักการเมืองสสพรรคประชาธิปัตย์ จนใครเป็นอบต กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สท สข นายกเทศมนตรี สส สว ก็ไม่ได้ต้องตายหมดเว้นคนสังกัดพรรคประชาธิปปัตย์ ทำไมตอนเสื้อแดงแหกปากบอกเรื่องของคมช(ซึ่งทหารกลุ่มRKK ก็มีหุ้นในธนาคารอิสลามด้วย)กับโรฮิงญาตั้งแต่19ก.ย49เป็นต้นมาไม่ทำอะไรทำไมสดีดสดิ้งตอนนี้

อย่าให้ความกลัวมาครอบงำความคิด

สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ทำไม่รู้ไม่ชี้ พระสงฆ์ RKKฉแบบนี้มาแนวภาคใต้โมเดลอีกเเล้ว ประชาชนจะส่ายหน้าเอานะ เหล้าก็ห้ามกินห้ามขาย บ่อนก็ห้ามศาสนาพุทธ ทำให้เป็นสากลซิ ใครอยากทำอะไรมันชัดเจนสบายใจกันทุกฝ่าย เนี่ยศาสนาก็ไม่รู้หลักการมายุ่งการบ้านเมืองนำศาสนจักรพุทธมาห้ามนั่นนี่ประชาชน แบบทิเบตแนวนี้รัฐบาลจีนเชิญออกนอกประเทศเลยไปในรูปนั้น แล้วพระธรรมฑูตเราอยู่ในประเทศต่างๆๆท่านปฏิบัติตัวอย่างไรละ หลวงพ่อวิริยังที่แคนาดาท่านทำไมทำให้สังคมที่นั่นสงบสุข ทำไมไม่ทำแบบนั้นในประเทศไทย ทำไมต้องเป้นศัตรูกับประชาชน แล้วกินเงินเดือนจากรัฐบาลไหม งบซ่อมวัดศิลปากรมาทำให้เงินรัฐบาลรึเปล่า บิณฑบาทข้าวประชาชนไหมที่ใส่ให้ ปัจจัยได้มาจากไหนละ สรุปว่า…รธน50ของคมชนี้เเหละตัวปัญหา ให้สร้างมัสยิดนำคนมาวางในทุกจังหวัด อำเภอต่อไปตำบล ประชาชนเค้ามาตายตั้ง2ปีซ้อน 2552,2553พวกท่านไปทำอะไรอยู่ พวกสันติอโศก NGO เเนวอมรา…อมรา&จุฬาราชมนตรีมุสลิมก็เร่ไปปกป้องโรฮิงญาไม่เห็นจะด่าพวก คมช กกต ปปช สตง ศาลรธน ศาลปกครอง อาญา ฎีกา ก็ไม่เห็นไปทำอะไรร่วมทหารยุทธุ์ เหล่ ชนกลุ่มนี้ทำงานไม่เป้นสวดมนต์กับทำลูกอย่างเดียว ไม่มีใครอยากเอารู้ไว้ด้วย..  รักชาติจนลิ้นห้อยไปเลย งานนี้ พรรคปชปจัดไปป่วนทั่วไทยช่วงเลือกตังผู้ว่ากทม ทำให้โกลาหลไว้ พวกนี้แก็งส์อำมาตย์นี้เเหละที่ท่านต้องจัดการ ทำลายชาติ สำนักราชวังด้วยที่ไม่สนอะไรเลย ฆ่าคนไทยลูกเดียว

3bd (11)

เอาเป็นว่า…เขารู้แผนอำมาตย์หมดแล้วว่า เมษ ,พ.ค ต.ค 2556นี้จะล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่จะทำอย่างไร พวกเรากำลังจะคอยดูเดี๋ยวเจอเเบบ เสธอ้าย กรุณาออกมาไวๆๆ อยากเห็น.เขาพระวิหารก็แนวเดียวกับยุโรปนะเเหละช่วยกันทำมาหากิน ไทยไม่เสียอะไรหรอก อย่ามาหรอกหาเงินนายทุน..คนไหนให้บอกด้วยนะจะไม่สนุนสินค้าและกิจการ ไม่มีอะไรต้องกังวลประเทศไทย ส่วนเพื่อไทยหากเสื้อแดงปิดการจราจรบ่อยๆๆก้ไม่ต้องส่งใครลงผู้ว่าราชการอีกนะ…เขาไม่ชอบพอๆๆกับธรรมกายธุดงภ์นะเเหละ…ธุดงภ์นั้นมี13อย่างของพระมหากัสปะท่านเต็มใจที่จะปฏิบัติเป็นวัตรของท่าน มิใช่ธุดงภ์ในเมืองให้จราจรติดขัดแถมอากาศร้อน เท้าพองหมด ต้องขึ้นรภบัสไปไหนมาไหนระหว่างวัด..ภาษีเจริญปากน้ำขวัดธรรมกายประทุมธานี อย่าทำให้ประชาชนเดือดร้อน ..หากเป็นพุทธกาลแค่เหยียบข้าวประชาชนพระองค์ยังให้หยุดออกเดินทาง…เอาให้ถูกศาสนานะอย่าแอบนิกายให้มากนัก.

พระมหากัสสปะเถระ เอตทัคคด้าน ธุดงควัตร ซึ่งก็คือการ“ปฏิบัติที่เข้มงวดเป็นพิเศษเพื่อความขัดเกลากิเลสอย่างยิ่ง”อย่างเคร่งครัด มี13ข้อดังนี้คือ

1.ถือผ้าบังสุกุลใช้แต่ผ้าเก่าที่คนเขาทิ้งเป็น‌วัตร
2.ใช้ผ้า 3 ผืน คือ ไตรจีวรเป็นวัตร
3.บิณฑบาต บริโภคอาหารเฉพาะที่ได้มา‌จากการรับบิณฑบาตเท่านั้นเป็นวัตร
4.บิณฑบาตตามลำดับเป็นวัตร
5.ฉันในอาสนะเดียวเป็นวัตร นั่งฉันเพียง‌ครั้งเดียว บริโภคอาหารเพียงวันละครั้งเดียว
6.ฉันในบาตร นำอาหารทุกชนิดมารวมกัน‌ในบาตรเป็นวัตร
7.ห้ามภัตที่ถวายภายหลังเป็นวัตร คือ รับ‌บาตรมาแล้ว ไม่รับอะไรอีกแล้ว แม้หลังจากนั้น‌จะมีผู้ถวายอะไรอีก ก็จะไม่รับแล้วแม้จะถูกใจก็ตาม
8.อยู่ป่าเป็นวัตร
9.อยู่โคนไม้เป็นวัตร
10.อยู่กลางแจ้ง ไม่เข้าสู่ที่มุงบังใดๆ เลย ‌เป็นวัตร
11.อยู่ในป่าช้าเป็นวัตร
12.ถือการอยู่ในเสนาสนะที่เขาจัดไว้ให้เป็น‌วัตร ใครขอให้สละที่พักนั้น ก็พร้อมสละได้ทันที
13.ถือการนั่งเป็นวัตร จะอยู่ใน 3 อิริยาบถ ‌คือ ยืน เดิน นั่ง ไม่เอนตัวลงให้หลังสัมผัสพื้นเลย

Frame (1)

และหุ้นปตทเชิญไปดูที่เวปไซค์นะค่ะกระทรวงการคลังถือหุ้น51% 40สวนั้นคนบ้า2013เต็มพิกัดเลยนะงานนี้ ข้อมูลอะไรม่ายรู้ มันเท็จทั้งเพ หยุดเหี้ยซะทีเถอะ …ศาลประเทศไทยหากเหี้ยมากไม่คงความยุติธรรม เดียวศาลอาญาระหว่างประเทศทำงานนะ เพชรซาอุไม่ทำงาน ,ศพ99ศพ ,ยึดสนามบิน ครานี้ลากพ่อ,แม่มึงไปติดคุกด้วยขอบอกก่อน 1000%เลย  ขบวนการอำมาตย์และเเก้งส์ครั้งนี้ไม่มีประเทศไหนจะให้ไปหลบ แม้สเปน กษัตริย์ไฟซาลซาอุดี้ท่านไปเจริญสัมพันธไมตรีปกป้องคุ้มครองและให้เพชรสร้อยตุ้มหู เอกลักษณ์เฉพาะแห่งราชวงค์สเปนแล้ว สเปนไม่ล้มหลอกอย่าไปโดมิโน่ล้มประเทศเขาให้ยากเลยอำมาตย์ไทยสุดแสประดับโลก เขาก็รู้นะว่าการล้มสเปนนั้นก็มาจากอำมาตย์ไทยเนี่ยแหละที่ทำให้ประเทศเขาแทบแยกเป็นส่วนๆๆวิธีเดียวกับประเทศไทยโดนตอนนี้ ลงทุนเลี้ยงนอมินีเอาไว้บังหน้าธุรกิจตนเองไว้มากละซิ เลยอยากแย่งเอามาเป็นของตนเองแบบ…กทมและภาคใต้พรรคปชปของไทย ส่วนสเปนนั้นเเหล่งท่องเที่ยวมีรัฐเดียวทำเงิน แบบอยุธยานำมุสลิมไปอยู่เยอะแย่งอาชีพที่ทำกินของคนไทยอยุธยาเค้า คนอยุธยาเทียม(RKK) สหรัฐและอำมาตย์ไทยนะเเหละตัวการ เดี๋ยวภาคเหนือ อีสานเขาเกียดคนกทมมากๆๆแบบเอ๋อสุขุมพันธุ์ ทำงานไม่เป็น โกงเงินภาษีประชาชนส่วนใหญ่ที่ทำมาหากินสุจริตอย่างยากเข็ญ นำมาถลุงเล่นเป็นแสนๆๆล้าน 4ปีไม่ทำงานทำการอะไร ตอนนี้ และเเก้งส์พรรคหมาในปาก ประชาธิปปปัตย์ เขาก็ไม่เอาแยกไปบ้างจะทำไง ชนะอย่างเดียวนะบอกไว้ซะก่อน เหี้ยเยอะๆๆนะพวก!!! ไม่มีใครเเล”””กทมและภาคใต้  อาจมาเลเซีย,สิงคโปร์ อินโดนีเซียนะ งานนี้หากไม่มาช่วยสยบพรรคประชาธิปปัตย์และจัญไรไทย ปัญหาภาคใต้หากไม่สงบความเจริญไม่มา  แล้วจะไปอยู่ที่ไหนกะใครกลุ่มป่วนชาติไทย คนใน และนอกประเทศไทยร่วมกับนานาชาติ ก็ไม่เอาแบบนี้  ปิดประเทศคงยากงานนี้โดนรถเเทรกเตอร์พังกำแพงค่ายอำมายต์ เอานะงานนี้บอกซะก่อน สมมุติสามาชิกประเทศประชาธิปไตยมี200 ประเทศเราหุ้นกันสร้างสันติภาพตั้ง186ประเทศแล้ว …เรานี้คือรัฐบาลเสื้อแดงและยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนะ เพราะอภิสิทธิ์ ทำงานไม่เป็น เขาไม่เอาบอกจนปากจะฉีกอยู่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์ทำงานไม่เป็นเอาเงินเขาไปจนเขาระอา ไปประเทศไหนเขาก็ไม่ให้กู้ จนมาโกงประเทศตนเอง ภาษีประชาชนมาโกงมาใช้ก็เป็นเปรตนะเอง คนไทยร่วมใจช่วยปตท น้ำมันแพงคนบาปที่ทำร้ายปชชก็เป็นเปรตลงนรก แต่เราช่วยชาติอย่างน้อยเข้าคลังหลวง นำมาใช้ในการสร้างงานสร้างเงิน เน่ยคิดบวก หากกรุณาทำให้น้ำมันถูกลงช่วยปชชด้วยเถอะ สินค้าก้ช่วย รถก็ช่วย ลอตเตอรี่ หวยบนดินก็จะช่วย นะหมุนเวียนไทยช่วยไทย เพื่อและประชาชนไทยเจริญ

โครงสร้างผู้ถือหุ้นปตท 10อันดับแรก   http://ptt-th.listedcompany.com/shareholdings.html

1a-ppk

อ้อรถคันแรกมีตั้งแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งแพงมากเลย แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ มานะค่ะได้คืนภาษี1แสนบาทโอนเข้าบัญชีประชาชนซึ่งก็ได้รับแล้ว ของจริงเลยค่ะแสนหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าจะหามาได้ขนาดนี้ไหม เก้บไม่เคยได้สักที ทางรัฐบาลจะแจ้งไปทางSMSว่าโอนเงินภาษีให้ท่านแล้ว ขอบพระคุณรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ มากนะค่ะจุดนี้  และพรรคประชาธิปัตย์กับอำมาตย์ทำน้ำท่วมรถประชาชนเสียหายจนต้องเปลี่ยนใหม่นะค่ะ ท่านอย่าลืมความผิดของตนเองไปนะ จุดนี้ เอ๋อสุขุมพันธุ์ จัดให้ท่วมที่เขตพรรคเพื่อไทยกระสอบทรายอุดท่อ …โห..แสปมากมีที่ไหนทำกันทำร้ายประชาชนทุกอย่าง แทนที่กทมจะปลูกต้นไม้ดันมาทำกระถางห้อยๆๆ และก็เหี่ยวให้คนชม ถนนพังก็ไม่ซ่อม ทางเดินก็ไม่เรียบ ขาเคล็ดกันเป็นแถวๆๆคนเดินถนนเอ๋อสุขุมพันธุ์ 4ปีไม่มีอะไร … กกตนะหากรับไปก่อนนะ…รอตีนประชาชนประทับหน้าก็แล้วกัน ไปตัดสินหลายๆๆจังหวัดทำซะตรงตามกติกา ใบแดง ใบเหลืองพวกเขา กกตจังหวัดต่างๆๆและนักการเมืองท้องถิ่นรอฟ้องกกต ละกัน พอมากทมกฏหมายท้องถิ่นเดียวกันมา2มาตราฐาน นะคุกๆๆไม่สายที่จะรอชม หลุมดำรอถลกหนังหมา…กกต อีกอย่างเหี้ยเข้าไว้…ไม่ได้โปรดเกล้ามิใช่เหรอแล้วใครละที่สั่งท่านกล้าทำชั่วต่อไปก็ต้องกล้ารับผลแห่งกรรมในไม่ช้า เตือนไม่ฟัง!!!ก็ต้องสู้กันต่อนะกลุ่มRKK อำมาตย์ จงรักษ์แบบเหี้ยๆๆทำลายชาติกติกาขยี้ทิ้งเป็นอาจิณแบบนี้ เขียนขึ้นมาหลอกให้ประชาชนไปเลือกต้ังทำไมค่ะ ให้เสียเงินเสียเวลาเดินทางอย่างตั้งใจรักในระบอบประชาธิปไตยน่าจะพระราชทาน เอ๋อสุขุมพันธุ์ไปซะก็สิ้นเรื่อง ประชาชนจะได้ไม่เดือดร้อนไปด้วย  เขาลากร่างที่ไร้วิญญาน…มาให้ชมสติก็ไม่มีแล้วนะตัวจริงนะยังจะลากทำเป็นกูไม่รู้ไม่ชี้ตามคนสั่งอีกเหรอ เลิกบ้าซะทีเถอะท่านทั้งหลาย แล้วไม่สงสารคนที่ไม่รู้ว่าเขาลากเข้าลากออก…ทำร้ายสิทธิมนุษย์แบบนี้ ท่านไม่สดุดใจเหรอ หากลูกท่านทำแบบเดียวกัน ลากไปลากมาแบบนี้ สิทธิในการตายนะเขามีแล้วนะในประเทศที่เจริญแล้วนะ ตอนนี้มีกลุ่มชนที่ทำร้ายประเทศไทยทั้งสื่อมวลชน พระสงฆ์ร่วมทหารนอกราชการ ค้านทุกอย่างให้ประเทศไทยดูแย่ลง ความกลัวทำให้เสื่อม

แบบนี้ขอนำแนวคิดเด็กๆๆมาสอนผู้ใหญ่บ้าง

เตชะสิงหราช กีฬาสี บดินทรฯ’55

WE ARE THE GREEN STAND CHEER
WE ARE THE ONE
“อย่าให้ความกลัวมาครอบงำความคิด
ชีวิตต้องเรียนรู้และสู้ไป
เดินหน้าอย่าท้อแท้
ต้องกล้าอย่ายอมแพ้
ทิ้งความกลัวให้หมดไป”

BRICS2013-SF

ความก้าวหน้าของกลุ่มอำนาจใหม่เขย่าโลก

การก่อตั้งบริคส์ แบงค์ (BRICS BANK)

เมื่อวันที่27 มี.ค2556จีนและบราซิล ได้ลงนามข้อตกลงอนุญาตให้ธนาคารกลางของทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนเงินตราของประเทศตัวเองกับอีกประเทศได้ โดยมีมูลค่าไม่เกิน 1.9 แสนล้านหยวน หรือ 6 หมื่นล้านเรียลส์ ซึ่งจะทำให้การค้าระหว่างสองประเทศสะดวกยิ่งขึ้น โดยสถานการณ์ทางการเงินของโลกไม่สามารถมากระทบกระเทือนได้ เนื่องจากไม่ได้อิงค่าเงินดอลลาร์ หรือเงินยุโรปอีกต่อไ  ในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว หรือ บริคส์ (BRICS= Brazil , Russia,India,China and South Africa) ณ.เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ 

B&C2013

ทั้งนี้ประเทศจีนเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศบราซิล ในช่วงปีที่ผ่านมา มูลค่าการซื้อขายของทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากมูลค่าการต้าขายระหว่างกันในวงเงิน 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อค.ศ 2003 กระโดดขึ้นเป็น 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน 2012ที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศจีนได้นำเข้าการทรัพยากรของบราซิลอาทิ แร่เหล็กและผลิตภัณฑ์จำพวกถั่วเหลืองมากขึ้น

 อนึ่งกลุ่มบริคส์  (BRICS)ประกอบด้วย บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน และแอฟริกาใต้ ได้จัดการประชุมระหว่างผู้นำที่ประเทศแอฟริกาใต้ในวันที่ 26-27 มี.ค.2556 และได้ก่อตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งใหม่ หรือ บริคส์ แบงก์  (BRICS BANK)ซึ่งมีอำนาจแข่งขันกับธนาคารตะวันตก เช่น       ธนาคารโลก( World Bank) 

BRICS

ประวัติ โดยสังเขปของกลุ่มประเทศบริคส์  (BRICS)

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2552 ผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS ได้ร่วมประชุมสุดยอดครั้งแรก ณ.เมืองเยคาเทอรินเบริร์ก(เมืองกึ่งกลางระหว่างยุโรปและเอเชีย) ประเทศรัสเซีย และได้ประกาศเรียกร้องให้มีการจัดระเบียบโลกใหม่ให้มีหลายขั้วอำนาจ และประเทศแอฟริกาใต้ได้เข้าร่วมอุดมการณ์นี้เมื่อ13เมษายน พ.ศ2554

BRICS เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการย้ายอำนาจเศรษฐกิจโลกจากกลุ่มพัฒนาแล้วเช่นกลุ่ม  G7 มาสู่ฐานอำนาจใหม่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา BRICS(เพราะปัญหาเสถียรภาพทางเศษรฐกิจของกลุ่มG7เริ่มประสพปัญหาทางเศษฐกิจและภัยธรรมชาติจำเป้นต้องจัดระเบียบวินัยสะสางปัญหากันใหม่) และประเทศเม็กซิโกกับประเทศเกาหลีใต้ ไม่ได้ร่วมด้วยกับกลุ่มBRICS  เพราะเป็นประเทศมีการพัฒนาแล้วเทียบเท่ากลุ่มG7และ ทั้ง2ประเทศยังเป็นสมาชิกของกลุ่มโออีซีดี (OECD=Organisation for Economic Co-operation and Development   )อีกด้วย

  BRICS ได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วมาก เมื่อ พ.ศ. 2593 เศรษฐกิจของกลุ่ม BRICS รวมกันสามารถบดบังกลุ่มประเทศที่ร่ำรวยในขณะนี้ได้ ปัจจุบัน ประเทศทั้งสี่รวมกันมีพื้นที่มากกว่าหนึ่งในสี่ของแผ่นดินโลก และมากกว่าร้อยละ 40 ของประชากรโลก

 BRICS ได้รวมกลุ่มกันเน้นการร่วมมือกันครั้งแรกในด้านเศรษฐกิจหรือสมาคมการค้า ซึ่งเทียบเท่ากับสหภาพยุโรป   ปัจจุบัน  BRICSได้พัฒนาการขึ้นจาก กลุ่มประเทศซึ่งมีการจับขั้วกันทางเศรษฐกิจให้เป็นกลุ่มประเทศที่มีอำนาจการเมือง การคลังในสี่ประเทศหลักอีกด้วยและกำลังจะให้การช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ใหม่ของธนาคารโลก( World Bank)ของกลุ่มโออีซีดี (OECD)และIMFของกลุ่มยุโรป G7อีกด้วย

OECD

กลุ่มโออีซีดี (OECD=Organisation for Economic Co-operation and Development   )

เป็นองค์กรระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และยอมรับระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจการค้าเสรีในการร่วมกันและพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคยุโรปและโลก แต่เดิมองค์กรนี้ได้ถูกก่อตั้งขึ้นในนามองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจของยุโรป(โออีอีซี OEEC=Organization for European Economic Co-operation ) ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 เมษายน ค.ศ.1948 ( พ.ศ2491) ในช่วงสมัยสงครามเย็น  วัตถุประสงค์คือเพื่อร่วมมือกันฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจของประเทศยุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้กลับคืนมาและคงไว้อย่างมั่นคงตามแนวทางเศรษฐกิจทุนนิยมโดยแผนการมาร์เเชลล์ สัญญาในการก่อตั้งองค์การนี้ได้มีการลงนามกัน ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 เมษายน ค.ศ.1948 โดยมีสมาชิกประเทศยุโรปตะวันตกจำนวน 19 ประเทศ เป็นผู้ลงนาม ได้แก่ออสเตรีย,เบลเยี่ยม,เดนมาร์ก,ฝรั่งเศส,กรีซ,ไอซ์แลนด์,ไอร์แลนด์,อิตาลี,ลักเซมเบิร์ก ,นอร์เวย์, เนเธอร์แลนด์, โปรตุเกส,อังกฤษ,สวีเดน,สวิตเซอร์แลนด์.ตุรกี.สหรัฐอเมริกา,เยรมนีและแคว้นอิสระของตรีเอสเต  

OECD-1

นอกจากจะเป็นการฟื้นฟูยุโรปแล้วยังเป็นการต่อต้านหยุดยั้งไม่ให้อิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ของ  สหภาพโซเวียตมาเผยแพร่ที่ยุโรปตะวันตกและยังเป็นการโน้มน้าวให้ยุโรปตะวันออกที่เป็นประเทศบริวารให้เห็นด้วยและเข้าร่วม แต่ในขณะเดียวกัน  สหภาพโซเวียตภายใต้การนำของ โจเซฟ สตาลินได้หวาดระแวงแผนการมาร์แชลล์ โดยมองว่า เป็นแผนการร้ายของสหรัฐฯที่จะขยายอิทธิพลและเผยแพร่ลัทธิระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจทุนนิยมเข้าสู่ยุโรปตะวันออกจึงทำการบีบบังคับประเทศบริวารในยุโรปตะวันออกให้ปฏิเสธแผนการดังกล่าวและได้เสนอแผนการโมโลตอฟ(Molotov Plan)ในการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางเศรษฐกิจของคอมมิวนิสต์ขึ้นมาแทนเพื่อเป็นการโต้ตอบแผนการมาร์แชล พร้อมก่อตั้ง สภาเพื่อความช่วยเหลือทางเศษฐกิจร่วมกันหรือโคมิคอน(Council for Mutual Economic Assistance or Comecon) หรือเรียกอีกชื่อว่า ซีม่า(CEMA)เพื่อเป็นการคานอำนาจจากองค์กรโออีอีซีเช่นเดียวกับสนธิสัญญาวอร์ซอต่อต้านองค์กรนาโต้ (แต่จนกระทั่งถึงปีค.ศ.1991 โคมิคอนก็ได้ถูกยกเลิกไปพร้อมกับการล่มสลายของสหภาพโซเวียต)

OECD-1A

ต่อมาในช่วงหลังสงครามเย็นก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่จากองค์กรโออีอีซีมาเป็นโออีซีดี และมีการลงนามกันใหม่อีกครั้ง ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศล เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1960 โดยมีอดีตประเทศสมาชิกโออีอีซีจำนวน 18 ประเทศ(แคว้นอิสระของตรีเอสเตได้ล่มสลายไปเมื่อปีค.ศ.1975และรวมผนวกกับอิตาลี)และมีเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ประเทศ เป็นผู้ลงนาม ได้แก่ แคนาดาและสเปนรวมเป็น 20 ประเทศ สัญญาดังกล่าวได้มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 1961 ปัจจุบันองค์การโออีซีดีก็ได้มีสมาชิกเพิ่มมาอีก 14 ประเทศได้แก่ ชิลี,เช๊ก,อิสราเอล,เม็กซิโก,ฮังการี,ออสเตเลีย,นิวซีเเลนด์,เกาหลีใต้,โปแลนด์,อิหร่าน,เอสโตเนีย,สโลวาเกีย และญี่ปุ่น รวมทั้งหมด 34 ประเทศ และมีประเทศที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมองค์การคือประเทศรัสเซีย ตามพันธกรณีระหว่างประเทศ มีองค์การสำคัญในองค์การโออีซีดีคือคณะมนตรี ( Council ) ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกทั้งหมดโดยมีคณะกรรมการบริหารรวมทั้งเลขาธิการ สำนักงานใหญ่ขององค์การตั้งอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

G7infoG8

กลุ่มประเทศG7

 G 7  เป็นกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก ประกอบไปด้วย 7  ประเทศดังนี้คือ สหรัฐอเมริกา ,   อังกฤษ , ฝรั่งเศส,   เยอรมนี  , อิตาลี,  แคนาดา  และญี่ปุ่นโดยรวมกลุ่มขึ้นเมื่อ ค.ศ.1975 และมีการจัดประชุมทุกๆ ปี วัตถุประสงค์สำคัญของG7 ก็คือการมุ่งสร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก  ,การช่วยเหลือกันทางภัยพิบัติรึการรักษาสิ่งแวดล้อม , ส่งเสริมการค้าเสรีและให้ความร่วมมือประเทศยากจนในด้านต่างๆๆที่สำคัญ,ร่วมมือกันจัดระเบียบโลกและร่วมกันแก้ไขปัญหาซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของโลก กลุ่มประเทศG7นี้มุ่งเน้นนโยบายความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการจัดระเบียบของโลก เช่น จัดสร้างระบบการเงินระหว่างประเทศ,การร่วมกันพิจารณาปัญหาทางการเมืองของในประเทศต่างๆๆของโลก ผลงานอันโดดเด่นก็คือ การให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่อดีตประเทศสหภาพโซเวียต,ปัญหาผู้ก่อการร้ายในประเทศต่าง ๆ เป็นต้น  ปัจจุบันกลุ่ม  G7 ได้เชิญ
ประเทศรัสเซียเข้าร่วมประชุมผู้นำของ G7 เพื่อรับความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจเป็นประจำทุกปี จึงมีผู้เรียกการประชุมนี้ว่า การประชุม  G 8 

 

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Thailand PM yingluck shinawatra welcomed HRH. Prince Philippe of Belgium March 17-22,2013

     Crown Prince  Philippe of Belgium and Crown Princess  Mathilde  their visit to Thailand March 17-22,2013

17มี.ค2556(5.40 น.) วันนี้ เจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม และเจ้าหญิงมาทิลด์ พระชายา เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน เที่ยวบินที่ทีจี 935 ถึงยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ  มีนายจิตรพัฒน์ ไกรฤกษ์ รองราชเลขาธิการ จากสำนักพระราชวังและ รมตกระทรวงศึกษาธิการ แห่งประเทศไทย นายพงษ์เทพ เทพกาญจนาให้การต้อนรับเสด็จ

หลังจากนั้นในช่วงเช้า Crown  Prince Philippe of Belgium  with Crown Princess Mathilde ทรงเสด็จเยี่ยมชมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร  (วัดโพธิ์ )โดยมีรองเจ้าอาวาสให้การต้อนรับและเจ้าอาวาสได้มาประสาทพรให้ทั้งสองพระองค์ทรงมีพลานามัยที่สมบรูณ์แข็งแรงและสมประสงค์ในสิ่งซึ่งปรารถนาทุกประการ

pfb-wpth (3)pfb-wpth (1) 

22มี.ค2556 :22.00น. เจ้าชายฟิลิปและเจ้าหญิงมาทิลด์พระชายาเเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลย์เดช ณห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ชั้น14 อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลศิริราช

kth-cpf-m22-3-2013http://sports.ch7.com/detail/26223/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7_22-03-56.html

pfb-wpthpfb-wpth (2) pfb-wpth (5)pfb-wpth (4)

18มี.ค 2556ช่วงเวลาเช้า

เจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยี่ยม เสด็จลง ณ ชั้น 14 โรงแรมเดอะเซนต์ รีจีส กรุงเทพ ที่ประทับ ทรงหารือข้อราชการกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคณะ, พร้อมด้วยผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลกลาง และรัฐบาลภูมิภาคของเบลเยี่ยม เพื่อรับฟังนโยบาย และบทบาททางการเงินของไทย รวมถึงโครงการทวายที่ประเทศพม่า เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัน  โดยทรงนำนักธุรกิจจากบริษัทชั้นนำต่างๆ ที่สนใจเข้ามาลงทุนในไทยร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ ทั้งยังทรงติดตามการดำเนินงานด้านธุรกิจประกันภัย ซึ่งบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด มหาชน, และบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด มหาชน ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย เป็นพันธมิตรธุรกิจกับเอจีเอส ของเบลเยี่ยมมา 9 ปี จนประสบผลสำเร็จ ส่งผลให้เมืองไทยประกันชีวิต มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 ของธุรกิจ พร้อมกันนี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ยังได้กล่าวสร้างความเชื่อมั่นถึงระบบการเงินของไทยที่ได้มีการแก้ไขและพัฒนา หลังประสบวิกฤตการณ์การเงินเมื่อปี 2540 จนมีความมั่นคงแข็งแกร่ง พร้อมต้อนรับนักลงทุนเข้ามาในไทย

นอกจากนี้ ยังทรงหารือข้อราชการกับนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ พร้อมทั้งทรงฟังบรรยายในหัวข้อ “Agro-Food Possibilities in Thailand” เกี่ยวกับการผลิตอาหารของไทยที่เน้นฟู้ดเซฟตี้ ฟู้ดเซคคิวริตี้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นครัวของโลก โดยมีกฎระเบียบ รวมทั้งการนำเข้า ส่งออกสินค้าเกษตรของไทยในประเภทต่างๆ

ในการนี้ ทรงร่วมในพิธีลงนามความร่วมมือโค้ดแชร์ระหว่าง นายเบอร์นาร์ด กุสแตน ซีอีโอของบรัสเซลแอร์ไลน์ กับนายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน เพื่อขยายการตลาดร่วมกัน อาทิ การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายระหว่างกันให้มากขึ้น

pmb-th
ส่วนเจ้าหญิงมาทิลด์ พระชายาฯ เสด็จไปยังหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ทรงเปิดนิทรรศการศิลปะเบลเยี่ยม ในชื่อ ไตรรงค์แห่งเบลเยี่ยม (Three colours of Belgium) ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวันเป็นนิทรรศการการแสดงผลงานของ 3 ศิลปินชาวเบลเยี่ยม ได้แก่ คริสเตียน เดเวลเทอร์ ที่ได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และอาศัยอยู่ในประเทศไทย มากว่า 15 ปี  มีนักออกแบบชาวไทย นำภาพเขียนของเขามาดัดแปลงลงบนเสื้อผ้าให้กลายเป็นแฟชั่นชั้นสูง, ส่วนฮิวโก้ เบอซาร์ เน้นงานด้านธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต, สำหรับนิคกี้  คอคินอสสร้างสรรผลงานจากการลงสีบนกระดาษญี่ปุ่น และบนผืนผ้า สำหรับนิทรรศการนี้ จะจัดไปจนถึงวันที่ 24 มีนาคม2556นี้

ในตอนบ่าย เสด็จไปยังสำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย ประจำประเทศไทย หรือ เอดีบี ชั้น 23 อาคารเซ็นทรัล เวิลด์ ทรงร่วมประชุมหารือโต๊ะกลม เรื่อง “การพัฒนาการเงินฐานรากในประเทศไทย” เพื่อร่วมหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแผนงานของไทยในการสนับสนุนการบริการทางการเงิน การมีส่วนร่วมของเอดีบีในการพัฒนายุทธศาสตร์ระดับชาติและการดำเนินงานสำหรับสถาบันการเงินฐานราก ในประเทศไทย  โดยเจ้าหญิงมาทิลด์ ทรงเคยดำรงดำแหน่งผู้แทนองค์การสหประชาชาติ ด้านสินเชื่อฐานราก เมื่อปี 2548

ภารกิจเจ้าชายเบลเยี่ยม มกุฏฯเบลเยี่ยมและพระชายาวันที่ 2

http://news.ch7.com/detail/25724/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1_18-03-56.html

เวลา 17.57 น. นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้การต้อนรับเจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม (HRH. Prince Philippe of Belgium)

y-by (26)

หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เดินทางไปเยีอนสวีเดน-เบลเยี่ยมเมื่อวันที่4-7มี.ค2556ที่ผ่านมาได้รับการต้อนรับจากราชอาณาจักรสวีเดนและเบลเยี่ยม นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดี คาร์ลที่ 16 กุสตาฟ และสมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดน ณ พระราชวัง กรุงสตอกโฮล์ม พร้อมคณะรัฐบาล,นักธุรกิจชั้นนำของราชอาณาจักรสวีเดนและ เข้าเฝ้ามงกุฏราชกุมาร เจ้าชายฟิลลิป มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยียมพร้อมคณะรัฐบาล ,นักธุรกิจชั้นนำ และได้กราบบังคมทูลเชิญการเสด็จฯ เจ้าชายฟิลปไปเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมกันนั้นนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังได้พบกับ สหภาพยุโรป,3ประธานหลักของEU เพื่อชี้แจงทิศทางของประเทศไทย ในด้านต่างๆๆอาทิเช่น ความมั่นคงทางการเมือง การเจริญเติบโตทางเศษฐกิจ การกระจายรายได้สู่ประชาชนทุกส่วนภาคทั้งในและอาเซียน ซึ่งมีความมั่นคงในการสร้างงาน ปูพื้นฐานเศษฐกิจของประเทศไทยและอาเซียน รวมทั้งชี้แจงปัญหาและอุปสรรคในการขัดขวางการเจริญก้าวหน้าของประเทศไทยและรัฐบาลไทยจะจัดแสดงผลงาน ไทยแลนด์ ๒๐๒๐ ขึ้นณ.ประเทศไทยเพื่อแสดงความจริงใจ ในการผลักดันประเทศไทยและอาเซียนให้ทัดเทียมกับประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป เพื่อ เป็นบ้านหลังที่2ของกลุ่มประเทศ นอร์ดิกส์และสหภาพยุโรป เมื่อโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง จากสภาวะเรือนกระจก ในอนาคต อาทิ หิมะตกมาก น้ำท่วม ฝนแล้ง ขาดแหล่งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม  สุขภาพเปลี่ยนแปลงรักษายาก เเผ่นดินไหว หิมะถล่ม ไฟฟ้าดับจะได้มีที่พักอาศัยชั่วคราวในประเทศอาเซียนทั้งหมด อีกด้วย

Thailand PM yingluck shinawatra visit Kingdom of Sweden- Belgium March 4-7 ,2013

y-by (10)y-by (7)y-by (21)

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรทำความรู้จักกับเจ้าหญิงมาทิลด์พระชายาในมกุฏราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยี่ยมเจ้าชายฟิลิปอย่างเป็นทางการ

y-pmbth2013y-bth (3)y-bth (1)

และแล้วตามคำสัญญาเมื่อวันที่18 มี.ค. 2556เจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม (HRH. Prince Philippe of Belgium) ก็ได้เสด็จมายังทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้การต้อนรับเสด็จและถวายการต้อนรับ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเชิญเสด็จฯ สู่ตึกสันติไมตรีหลังใน เพื่อหารือข้อราชการ ทั้งนี้ เจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารแห่งเบลเยียม เสด็จฯเยือนประเทศไทยพร้อมด้วยเจ้าหญิงมาทิลด์ พระชายา ในฐานะพระราชอาคันตุกะส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โดยมีผู้แทนระดับรัฐมนตรีของเบลเยียมและนักธุรกิจสำคัญสาขาต่างๆ กว่า 200 คน ตามเสด็จ ระหว่างวันที่ 17 – 22 มีนาคม 2556

y-by (12)y-by (4)

ด้านผู้ร่วมหารือฝ่ายเบลเยียม ประกอบด้วย เจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารเบลเยียม นายดิดิเยร์ เรนเดอร์ส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีของภูมิภาคฟลานเดอร์ส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การค้าต่างประเทศ และนวัตกรรมภูมิภาควัลลูน และรัฐมนตรีเศรษฐกิจ การจ้างงาน การวิจัยวิทยาศาสตร์ และการค้าต่างประเทศภูมิภาคบรัสเซลส์

y-by (1)y-by (5)y-by (6)

นายกรัฐมนตรีกราบทูลรับเสด็จเจ้าชายฟิลิปฯ เจ้าหญิงมาทิลด์ พระชายา และคณะภาคเอกชนเสด็จเยือนประเทศไทย  และได้เยี่ยมชมนิทรรศการไทยแลนด์ ๒๐๒๐ ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความความจริงใจของประเทศไทยในการเสริมสร้างการยกระดับพื้นฐานของประเทศไทยและอาเซียนในทุกระดับ และจากการเยียนราชอาณาจักรเบลเยี่ยมเมื่อ5มี.ค2556ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้แสดงความจำนงในการลงทุนและการบริหารประเทศ และการมาเยียนของราชอาณาจักรเบลเยี่ยมในครั้งนี้เป็นการตอบรับความสัมพันธ์ไทยและเบลเยียมในทุกมิติ พร้อมทั้ง เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ และการประกาศเริ่มเจรจา FTA Thai –EU พร้อมทั้งกำหนดกรอบเวลา และรายละเอียดต่าง เพื่อให้เกิดประโยชน์จาก FTA ฉบับนี้อย่างแท้จริง

y-by (13)y-by (23)y-by (17)

Prince Philippe of Belgium  with Princess Mathilde  visit Thailand  during March 17-22, 2013

สำหรับการเสด็จเยือนไทยของเจ้าชายฟิลิปฯ เข้าวันที่17มึ.ค2556ได้ทรงไปเยี่ยมชมและสักการะวัดโพธิ์โดยมีรองเจ้าอาวาสให้การต้อนรับ และ18มี.ค2556ได้ทรงนำคณะนักธุรกิจกว่า 200 รายร่วมคณะ มายังทำเนียบรัฐบาลไทยเพื่อแสวงหาแนวทางความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและเบลเยียม พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายระหว่างภาคเอกชนทั้งสองให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยภาคเอกชนทั้งสองจะได้ร่วมกิจกรรมสัมมนาทางธุรกิจและมีตัวแทนจากภาครัฐ เช่น รัฐมนตรีเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง ร่วมสัมมนาเพื่อสนับสนุนข้อมูล และโอกาสในประเทศไทย และในโอกาสนี้ เจ้าชายฟิลิปฯ เสด็จเป็นประธานเปิดป้ายสัญลักษณ์โครงการปรับปรุงสะพานมิตรภาพไทย-เบลเยียม ในวันที่ 21 มีนาคม นี้ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของไทยและเบลเยียม

y-by (3)y-by (14)

ในโอกาสนี้ เจ้าชายฟิลิปฯและนายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีต่อผลสำเร็จของ แผนปฏิบัติการร่วมไทย-เบลเยียม ซึ่งใช้เวลากว่า 8 ปีในการดำเนินการเจรจาเพื่อจัดทำแผนดังกล่าว และจะมีการลงนามภายหลังการหารือ โดยแผนปฏิบัติการร่วมนี้ จะเป็นกรอบการดำเนินการความร่วมมือต่างๆของสองประเทศ

y-bth (2)

สำหรับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-เบลเยียม ไทยและเบลเยียมจะสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ทั้งด้านปริมาณและมูลค่า โดยปัจจุบันมีนักลงทุนเบลเยียมให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง บริษัทสำคัญ เช่น Solvay Vinythai Glow Katoen Natie เป็นต้น และยังมีแผนการขยายการลงทุนในไทย ทั้งนี้ ไทยมีแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งภาคเอกชนของเบลเยียมสามารถมีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าว ขณะเดียวกัน ไทยส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในยุโรป ซึ่งเบลเยียมจะเป็นประตูสู่ยุโรปให้แก่ภาคเอกชนไทย โดยรัฐมนตรีเบลเยียมและภาคเอกชน ได้พบปะกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีพลังงาน และงานสัมมนาภาคเอกชน เพื่อแสวงหาลู่ทางการขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน อีกทั้ง จะมีกำหนดการพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเบลเยียมมีความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ โดยเฉพาะการผลิตวัคซีน ที่ไทยและเบลเยียมจะได้แลกเปลี่ยนความรู้และการวิจัย ระหว่างสถาบันวิจัยของสองประเทศ

y-by (20)

โปรดสังเกตุ!!!อาการปิยมิตรแห่งเบลเยี่ยมของเราซึ่งห่วงใยประเทศไทยอย่างยิ่ง อยากคุยต่อเพื่อไขข้อข้องใจ และ  ดร.สุรพงษ์โตวิจักษณ์ชัยกุลได้เรียนเชิญนายดิดิเยร์เรนเดอส์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลเยียมพร้อมด้วยรัฐมนตรีของเบลเยียมอีก3 รายเข้าพบปะพูดคุยในวันถัดไปอีกด้วย

นอกจากนี้ เบลเยียมได้ชื่นชมพัฒนาการของอาเซียน และบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนภูมิภาค โดยเบลเยียมแสดงความประสงค์ที่จะร่วมกับไทยในการพัฒนาอาเซียนและภูมิภาค โดยจะใช้ศักยภาพของเบลเยียมในฐานะศูนย์กลางของยุโรป และไทยในฐานะศูนย์กลางของอาเซียน ร่วมพัฒนาความร่วมมือของสองภูมิภาคเพื่อการเติบโตร่วมกัน

ภายหลังการหารือ  มกุฏราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม ทรงเป็นประธานในพิธีลงนามแผนปฏิบัติการร่วมไทย-เบลเยียม ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและเบลเยียม โดยนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยาน

จากนั้น นายกรัฐมนตรีกราบทูลเชิญมกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยียมและพระชายา เสด็จเข้าสู่งานสโมสรสันนิบาต ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก และงานถวายพระกระยาหารค่ำ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

y-b (2) y-b (1) pmb-s

y-by (11)

วันที่ 19 มี.ค. 2013 เวลา 11:26 น.

ในตอนเช้า เจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยี่ยม เสด็จลง ณ ชั้น 14 โรงแรมเดอะเซนต์ รีจีส ที่ประทับ ทรงหารือข้อราชการกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  ซึ่งไทยมีแผนพัฒนาระบบคมนาคม โดยวางแผนลงทุนสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงไปยังเมืองหลักของประเทศ รวมทั้งพัฒนาระบบรถไฟฟ้า และรถไฟรางคู่  โดยทางเบลเยี่ยมสนใจที่จะร่วมทุนระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง  และไทยพร้อมที่จะนำระบบรถไฟฟ้าของเบลเยี่ยมมาเป็นแนวทางพัฒนาระบบขนส่ง  ในการนี้  มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยี่ยม ทรงฟังบรรยายในหัวข้อ “ระบบโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่ง” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักธุรกิจทั้ง 2 ประเทศ ได้เจรจาธุรกิจร่วมกัน

จ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยี่ยม ทรงหารือข้อราชการกับนายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะเกี่ยวกับระบบขนส่ง เนื่องจากเบลเยี่ยมมีความชำนาญ และเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของยุโรป ซึ่งไทยเองก็เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคจึงต้องการพัฒนา โดยนำหลักการบริหารจัดการของเบลเยี่ยมมาปรับใช้  ส่วนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ไทยต้องการให้นักธุรกิจเบลเยี่ยมเข้ามาลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้านพลังงานไทยยังคงนำเข้าพลังงานจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องเร่งลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และไทยประสงค์เป็นครัวโลก จึงต้องพัฒนาด้านการวิจัยและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรจึงเห็นถึงบทบาทของนักธุรกิจเบลเยี่ยมในการลงทุนด้านนี้

นอกจากนี้ ยังทรงหารือข้อราชการกับนายประดิษฐ์ สินธวรงค์ รัฐมนตรีการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการแพทย์  ซึ่งไทยมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาความมั่นคงของระบบยา โดยจะขอซื้อยาที่พ้นสิทธิบัตรมาจำหน่ายเพื่อลดค่าใช้จ่าย  และเชิญชวนให้นักธุรกิจเบลเยี่ยมมาตั้งโรงงานร่วมผลิตยาและวัคซีนเพื่อลดต้นทุน  ส่วนเบลเยี่ยมต้องการร่วมมือผลิตนักวิจัยทางการแพทย์ โดยเห็นว่านักศึกษาแพทย์ไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัย และในอนาคตจะให้ทุนแลกเปลี่ยนนักศึกษาแพทย์เพื่อการวิจัยในเบลเยี่ยม  โอกาสนี้ ทั้ง 2 พระองค์ ทรงฟังบรรยายในหัวข้อ ระบบสาธารณสุขและนโยบายความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางแพทย์ในประเทศไทย

โอกาสนี้ ทรงหารือข้อราชการกับนายพงษ์ศักดิ์  รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วทรงฟังบรรยายด้าน”พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนในประเทศไทย”  ซึ่งเบลเยี่ยมความสนใจพลังงานลม พลังงานไบโอแก๊ส และพลังงานไบโอแมส นอกจากนี้ ไทยวางแผนจะเป็นศูนย์กลางการซื้อขายไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน ต้องมีการสร้างสายส่งไฟฟ้าและเชื่อมต่อท่อแก๊สไปยังประเทศต่าง ๆ  โดยเบลเยี่ยมต้องการร่วมลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าจากถ่านหิน  และไทยต้องการนักลงทุนมาถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านไบโอแก๊ส  เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และการออกแบบอุปกรณ์การผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ และต้นทุนการผลิตต่ำ

ส่วน เจ้าหญิงมาทิลด์ พระชายาฯ เสด็จลง ณ ชั้น 12 โรงแรมเดอะเซนต์ รีจีส ที่ประทับ ทรงเข้าร่วมการหารือเรื่องบทบาทการพัฒนาสตรีกับผู้แทนสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP  ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาในเครือข่ายขององค์การสหประชาชาติ ที่สนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดี การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์โดยเฉพาะการสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี  โดยมีผู้แทนสตรีไทยที่มีบทบาทในการพัฒนาสตรีของประเทศเข้าร่วมการหารือด้วย

ภารกิจ มกุฎราชกุมารเบลเยี่ยม และพระชายา

http://news.ch7.com/detail/25824/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88_%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9

19 มีนาคม 2556   ได้รับการต้อนรับในฐานะแขกของ ดร.สุรพงษ์โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ณ.กระทรวงต่างประเทศ เพื่อพบปะหารือถึงการลงทุนและด้านการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆๆรวมทั้งปัญหาและอุปสรรคของการขัดขวางการเจริญเติบโตของประเทศไทยและอาเซียนเพื่อให้ความช่วยเหลือในการแก้ปัญหาและพิจารณาการลงทุนระหว่างประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยี่ยม ในอนาคต

s-dlb

ผลการหารือมีดังนี้  รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองได้ให้ความเห็นและเเลกเปลี่ยนแนวคิดในด้านความร่วมมือระหว่างกัน ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยเฉพาะด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากปัจจุบันมีบริษัทเอกชนชั้นนำของเบลเยียมมาลงทุนในประเทศไทยหลายบริษัท  เช่น  Solvay, Tractebel, AGEAS, GLOW  ฝ่ายไทยได้ย้ำนโยบายและความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยที่จะรักษาบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อการลงทุนจากต่างประเทศ  ซึ่งการที่มีนักธุรกิจเบลเยียมที่มีศักยภาพจำนวนมากและการมาเยือนไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่เบลเยียมให้กับไทย ในฐานะประเทศที่เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในอันที่จะพัฒนาความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทยแสดงความยินดีที่ทราบว่า คณะนักธุรกิจของเบลเยียมส่วนหนึ่ง ได้ไปชมนิทรรศการไทยแลนด์ ๒๐๒๐ ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ  โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้การต้อนรับและบรรยายสรุป นักธุรกิจเบลเยียมประทับใจในเนื้อหาการบรรยายที่ซึ่งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลในโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งครอบคลุมระบบคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ และพลังงาน มูลค่าประมาณ ๕๐ พันล้านยูโรในอีก ๗ ปีข้างหน้า  และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเชื่อมโยงไทยกับประเทศเพื่อนบ้านให้เป็นศูนย์กลางของอาเซียนอย่างแท้จริง  ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวเชิญชวนให้ภาคเอกชนเบลเยียมเข้ามามีส่วนร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า การที่ประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยียมต่างมีจุดแข็งเพราะตั้งอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาคของตน  และมีศักยภาพที่สามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้ จึงควรร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อขยายความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคี และในภูมิภาค ซึ่งแผนปฏิบัติการร่วมไทย-เบลเยียม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายมีกำหนดลงนามในช่วงเย็นวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๖ ที่ทำเนียบรัฐบาล  โดยเจ้าชายฟิลิปฯ และนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นเกียรติในพิธีนั้น ซึ่งเป็นเสมือนกรอบความร่วมมือในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกันจากนี้ไปจนถึงปี ค.ศ. ๒๐๒๐

ในด้านความร่วมมือด้านบริการเดินอากาศ รัฐมนตรีทั้งสองยินดีที่สายการบินแห่งชาติของทั้งสองประเทศเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯและกรุงบรัสเซลส์  และยินดีกับการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กับสายการบินบรัสเซลส์ (เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๖) ซึ่งจะช่วยขยายเส้นทางบินของการบินไทยไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปแอฟริกา และจะเพิ่มการท่องเที่ยวและการไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนและภาคธุรกิจระหว่างกัน โดยฝ่ายไทยได้เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเบลเยียมซึ่งมีจำนวนกว่า ๙๐,๐๐๐ คน เมื่อปี ๒๕๕๕ และมีอัตราเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๑๕  ใช้บริการการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยเป็นทางเลือกด้านการท่องเที่ยวด้วย

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศย้ำความสนใจของไทยที่จะร่วมมือกับเบลเยียมมากขึ้นในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว อุตสาหกรรมสีเขียวและอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง สาขาที่ฝ่ายไทยสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ การแพทย์ ความปลอดภัยด้านอาหาร โลจิสติกส์ และนาโนเทคโนโลยี และขอให้รัฐบาลเบลเยียมสนับสนุนและผลักดันให้มีการติดต่อและความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยระหว่างกันต่อไป

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลเยียมเพิ่งเดินทางไปเยือนเมียนมาร์ก่อนการเยือนไทย รู้สึกประทับใจในการปฏิรูปทางการเมืองและเศรษฐกิจในเมียนมาร์ และสนใจจะร่วมมือกับไทยเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมียนมาร์ รวมทั้งเพื่อนบ้านอื่น ๆ ของไทยในอาเซียน เช่น สปป. ลาว ในสาขาต่าง ๆ  โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเบลเยียมมีส่วนร่วมในโครงการเหล่านั้นด้วย

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลเยียมได้สอบถามเกี่ยวกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ย้ำนโยบายของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหานี้โดยสันติวิธี  ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและอัตลักษณ์ท้องถิ่น และยึดหลักสิทธิมนุษยชนในการแก้ไขปัญหา  ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนทัศนะในประเด็นในภูมิภาคอื่น ๆ  ได้แก่ ปัญหาทะเลจีนใต้และสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี รวมทั้งโอกาสความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะผ่านกรอบคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน (HRC) และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)  ซึ่งทั้งสองประเทศจะลงสมัครรับเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้

19มี.ค2556

เจ้าหญิงมาทิลด์ พระชายาในเจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารเบลเยียม เสด็จฯ เยี่ยมชมโครงการพัฒนาสุขภาพชุมชน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เนื่องด้วยทรงเห็นว่าเป็นแบบอย่างโครงการที่ดี มีระบบการจัดการสุขภาวะเป็นของชุมชนเอง

ste_mathilde-1ste_mathilde1

16.30 น.  ณ เทศบาลตำบลบ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหญิงมาทิลด์ พระชายาในเจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารเบลเยียม  เสด็จฯ เยี่ยมชมโครงการพัฒนาสุขภาพชุมชน เนื่องด้วยทรงเห็นว่าเป็นแบบอย่างโครงการที่ดี มีระบบการจัดการสุขภาวะเป็นของชุมชนเอง โดยแบ่งออกเป็น 8 ระบบ ประกอบด้วย ระบบบริหารจัดการท้องถิ่น, ระบบเกษตรเพื่อสุขภาวะ, ระบบเศรษฐกิจชุมชน, ระบบองค์กรการเงิน, ระบบสุขภาพชุมชน, ระบบภูมิปัญญาท้องถิ่น, ระบบการเรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชน และระบบการร่วมมือกันของคนในชุมชน ซึ่งสมควรนำมาศึกษาและเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนเข้มแข็ง

ครั้นเมื่อเสด็จฯ ถึง ทรงเสด็จเยี่ยมวิทยุชุมชน ต.บ้านซ่อง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่ทำการเทศบาลตำบลบ้านซ่อง เป็นศูนย์กลางในการกระจาย เผยแพร่ข่าวสารข้อมูลให้แก่ชาวบ้านในชุมชน รวมถึงเป็นแหล่งช่วยเหลือและประสานงานต่างๆ จากนั้นทรงจัดรายการวิทยุพบปะประชาชน แล้วเสด็จเยี่ยมศูนย์ อปพร. (อาสาสมัครป้องกันภัยพลเรือน) ต.บ้านซ่อง ซึ่งเกิดจากการร่วมมือร่วมใจของอาสาสมัครในชุมชนที่ร่วมเป็นหนึ่งเดียวให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุร้ายได้อย่างทันท่วงที

ste_mathilde-3

17.10 น. เจ้าหญิงมาทิลด์ เสด็จเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้การจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะชุมชน ประกอบด้วย ตลาดสีเขียว กลุ่มอาชีพพื้นบ้าน กลุ่มเกษตรอินทรีย์ สถาบันการเงินชุมชน กลุ่มอาสาสมัครชุมชน อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน พร้อมทอดพระเนตรการแสดงรำถวายพระพรและการแสดงลำตัดของเด็กๆ ในชุมชน  รวมทั้งทรงชิมขนมพื้นบ้านจากฝีมือกลุ่มชาวบ้าน อาทิ ขนมต้ม ข้าวต้มผัดใบกะพ้อ ข้าวจี่มะพร้าวน้ำตาล ขนมครก ขนมตาล และน้ำแข็งใส

pmb-th (1)

มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยี่ยม และพระชายา ทรงหารือข้อราชการด้านการลงทุนต่างๆ กับไทย

http://news.ch7.com/detail/25864/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1_19-03-56.html

20 มี.ค2556 :09.30 น.   เจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมาร แห่งราชอาณาจักรเบลเยียม เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยเจ้าหญิงมาทิลด์ พระชายา ไปยังนิคมอุตสาหกรรม อีสเทิร์นซีบอร์ด มาบตาพุด จังหวัดระยอง  โดยมีนายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายวีระพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง เฝ้ารับเสด็จฯ จากนั้นทรงนำผู้แทนรัฐบาลระดับสูง นักธุรกิจ และสื่อมวลชนชาวเบลเยี่ยม เข้าเยี่ยมชมศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม  ห้องควบคุมความปลอดภัยระบบกล้องวงจรปิด CCTV ของสำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จากนั้นได้ทรงเยี่ยมชม 3 บริษัทร่วมทุนไทย – เบลเยี่ยม ได้แก่ บริษัทโกลว์พลังงาน จำกัด(มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน ผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า และไอน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม บริษัทคาทูน นาที เซอร์วิสเซส(ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ศูนย์กระจายสินค้า และขนส่งสินค้าประเภทปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และบริษัท วินีไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผงพลาสติกพีวีซี วีซีเอ็ม คลอรีน และผลิตภัณฑ์พลอยได้อื่นๆ

cpf-b mtpth  (4)

ในการเสด็จฯ เยือนประเทศไทย ของเจ้าชายฟิลิปฯ ในครั้งนี้ จะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน และให้นักธุรกิจชาวเบลเยี่ยมมีโอกาสในความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในประเทศไทยในอนาคต ซึ่งมกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของคณะกรรมการการค้าต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรเบลเยียมด้วย

ราชอาณาจักรเบลเยี่ยมเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์กับประเทศไทยในด้านการค้า การลงทุน เป็นประเทศคู่ค้าและพันธมิตรด้านการลงทุนอยู่ในลำดับต้นของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งในปัจจุบันมีการลงทุนจากประเทศเบลเยี่ยมในนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 18,439 ล้านบาท สร้างการจ้างแรงงานมากกว่า 2,000 ราย

cpf-b mtpth  (2)cpf-b mtpth (6)cpf-b mtpth  (3)cpf-b mtpthcpf-b mtpth (4)cpf-b mtpth (2)

20 มี.ค.2556: 14.05 น. ณ วัดช่องแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่สถานที่เพาะพันธุ์ปะการังของ โครงการ “วีนิไทย ร่วมใจปลูกปะการัง 80,000 กิ่ง ที่เริ่มต้นเพื่อล้นเกล้า”  เจ้าหญิงมาทิลด์ พระชายาในเจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม ได้เสด็จฯ เยี่ยมชมโครงการ มีนายพรชัย ขวัญสกุล รองผวจ.ชลบุรี ผู้แทนจากกองเรือยุทธการ เฝ้ารับเสด็จฯ โดยเมื่อเสด็จฯถึง เจ้าหญิงมาทิลด์ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการประวัติความเป็นมาและการดำเนินการ พร้อมการสาธิตการปลูกปะการังด้วยท่อพีวีซี

หลังจากนั้นเจ้าหญิงมาทิลด์ฯ เสด็จไปทรงปลูกปะการังเขากวางด้วยท่อพีวีซี บริเวณชายหาด ซึ่งปะการังที่พระองค์ทรงปลูกจะได้นำลงไปวางไว้ใต้ท้องทะเลแสมสาร สถานที่เดียวกับปะการังกิ่งแรกที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2551 จากนั้นเสด็จยังวิหารหลวงพ่อดำ ทรงสักการะหลวงพ่อดำ พระพุทธปฏิมากรศักดิ์สิทธิ์ปางสมาธิสูง 5 ม. ก่อนเสด็จทอดพระเนตรซุ้มผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น พร้อมมีพระปฏิสันถารกับประชาชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จและตรัสขอบใจทุกคนที่มาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

pmb-sth (2)pmb-psth (2)pmb-sth pmb-sth (1)pmb-psth pmb-psth (3)  pmb-psth (4)

สำหรับโครงการวีนิไทย ร่วมใจปลูกปะการัง 80,000 กิ่ง ที่เริ่มต้นเพื่อล้นเกล้า จัดทำขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อขยายกิ่งพันธุ์ปะการังให้ระบบนิเวศทางทะเลฟื้นกลับคืนมา มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและท้องถิ่น ประกอบด้วย กองทัพเรือ กรมทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี และ 4 ชุมชนท้องถิ่น ร่วมดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อทำการขยายพันธุ์กิ่งปะการังใน 5 พื้นที่ ได้แก่  เกาะเสม็ด จ.ระยอง, เกาะหวาย จ.ตราด, เกาะทะลุ จ.ประจวบคีรีขันธ์, เกาะขาม จ.ชลบุรี และชายฝั่งช่องแสมสาร จ.ชลบุรี รวม 80,000 กิ่ง ซึ่งขณะนี้มีการเพาะปลูกเสร็จสิ้นแล้วกว่า 60,000 กิ่ง

21มี.ค2556 ตอนบ่าย เจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยี่ยมทรงเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างภาคธุรกิจเอกชนของไทย และ เบลเยี่ยม เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการลงทุนร่วมกัน ที่จะช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจ และผลิตภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ บริษัทอุตสาหกรรมขั้นตอนการผลิตน้ำ,บริษัทจัดการข้อมูลและเทคโนโลยีในส่วนของห้องสมุดและการจัดเก็บเอกสารที่สำคัญ, บริษัทผู้นำและส่งออกอาหารและยา รวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ, บริษัทผลิตซีเมนต์ ทีพีไอ โพลีน ในการผลิตจัดหาซีเมนต์คอนกรีตสำเร็จรูปที่จังหวัดสระบุรี และมีการลงนามความร่วมมือด้านการศึกษา ระหว่างคณะเทคโนโลยีชีวภาพและการเกษตร มหาวิทยาลัยลีแอจ กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อแลกเปลี่ยนบัณฑิตในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เพื่อทำการวิจัยด้านการเกษตร

จากนั้น ทรงเป็นประธานในพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบลเยี่ยม แก่นักธุรกิจไทย 4 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างไทย และเบลเยี่ยม มาเป็นเวลานาน
ในตอนบ่าย ทรงเข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อ เทคโนโลยีด้านวิศวกรรม 3 มิติ สำหรับรักษาผู้ป่วยเฉพาะทางกายวิภาค ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยของเบลเยี่ยม

มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยี่ยม และพระชายา ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

http://news.ch7.com/detail/26108/%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2_%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87.html

14.30น เจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยียมและพระชายา เสด็จฯเปิดป้ายสัญลักษณ์สะพานไทย – เบลเยียม

pfb-mth (4)pfb-mth (3)

หลังจากนั้น เจ้าหญิงมาธิลด์ พระชายาในเจ้าชายฟิลลิป มกุฎราชกุมารแห่งเบลเยียม ในฐานะทูตสันถวไมตรีขององค์การยูนิเซฟ ประธานกิตติมศักดิ์ของคณะกรรมการแห่งชาติประเทศเบลเยียม เสด็จเยี่ยม สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งการเสด็จเยือนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่พระองค์เคยเสด็จครั้งแรกเมื่อปี 44

ทรงรับฟังความเป็นมาและกระบวนการการช่วยเหลือเด็กและสตรีที่เข้ามาพักอาศัยที่บ้านเกร็ดตระการ โดยมี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ข้าราชการและเจ้าหน้าที่บ้านเกร็ดตระการเฝ้ารับเสด็จฯ

pfb-mth (1) pfb-mth (2)

จากนั้นเสด็จยังแผนกการช่างประดิษฐ์ ทอดพระเนตรการทำงานฝีมือ อาทิ การร้อยมาลัยดอกเข็ม การถักโครเชต์ การเย็บตุ๊กตาด้วยผ้า แล้วเสด็จต่อไปยังแผนกจักสาน ในการนี้ทรงลองทำเดคูพาจบนกระเป๋าจักสาน ต่อมาเสด็จไปแผนกนวดแผนไทย แผนกตัดเย็บและห้องพัฒนาเด็ก ซึ่งเป็นห้องสำหรับเด็กเล็กที่มีอายุ 5-11 ปี ได้ประกอบกิจกรรมการพัฒนาทางด้านร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ โดยทรงมีรับสั่งให้เด็กๆ สอนการปั้นดินน้ำมันที่จะนำไปตกแต่งบริเวณปลายดินสอ ก่อนเสด็จไปกิจกรรมห้องแรกรับ ทอดพระเนตรกิจกรรมศิลปะบำบัด การวาดภาพโดยใช้อุปกรณ์สีน้ำ สีชอล์คและแท่งชาร์โคล (แท่งคล้ายถ่าน) ซึ่งเป็นกิจกรรมในการบำบัด ฟื้นฟูทางด้านจิตใจ แล้วเสด็จยังแผนกกี่กระตุก/มัดย้อม ทอดพระเนตรการสาวไหม การร้อยตะกอและการทอผ้าด้วยกี่กระตุก ก่อนเสด็จไปแผนกคหกรรม ทอดพระเนตรการสาธิตทำขนมไทย อาหารไทย อาทิ ขนมช่อม่วง จ่ามงกุฎ ปอเปี๊ยะจิ๋ว ไก่ห่อใบเตย และการแกะสลักผลไม้

นี้เจ้าหญิงมาธิลด์ทรงให้ความสนพระทัยในทุกกิจกรรมทุกแผนก พร้อมตรัสถามเด็กๆ ด้วยความห่วงใย เรื่องความเป็นอยู่ เป็นคนสัญชาติอะไร อยู่ที่บ้านเกร็ดตระการมานานเท่าไหร่ และชอบทำกิจกรรมเหล่านี้หรือไม่ นอกจากนี้ตรัสถามเจ้าหน้าที่ของบ้านเกร็ดตระการถึงกระบวนการยุติธรรมที่เด็กๆ จะได้รับ พร้อมตรัสว่า เด็กๆ เหล่านี้ยังโชคดีที่เมืองบไทยยังให้การดูแลพวกเขา รวมถึงตรัสขอบใจทุกคนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

20.00 น. เจ้าชายฟิลิป มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยี่ยม และพระชายา จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังห้อง Auditorium ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน เพื่อทอดพระเนตรการแสดงดนตรีของศิลปินชาวเบลเยี่ยม ในงาน Gala Jazz Concert

22มี.ค2556 :22.00น. เจ้าชายฟิลิปและเจ้าหญิงมาทิลด์พระชายาเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลย์เดช ณห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ชั้น14 อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลศิริราช

kth-cpf-m22-3-2013

ราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรเบลเยียมมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 140 ปี ทั้งในระดับพระราชวงค์และรัฐบาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรเบลเยียมเมื่อปี 2503 และสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง และสมเด็จพระราชินีฟาบิโอลาแห่งชาวเบลเยียม ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี 2507

สำหรับรัชสมัยของสมเด็จพระราชาธิบดี อัลแบร์ที่ 2 แห่งชาวเบลเยียม พระประมุขของราชอาณาจักรเบลเยียมพระองค์ปัจจุบัน เจ้าชายฟิลิป มกุฏราชกุมารแห่งเบลเยียม และเจ้าหญิงมาทิลด์ พระชายา เคยเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาแล้ว 2 ครั้งคือในปี 2544 ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และในปี 2549 ในโอกาสทรงเข้าร่วมพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

ราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรเบลเยียมมีความร่วมมือต่อกันในหลายๆ ด้านทั้งการค้าการลงทุน การศึกษา สิ่งแวดล้อม และล่าสุดคือผลสำเร็จของแผนปฏิบัติการร่วมไทย-เบลเยียม ซึ่งจะใช้เป็นกรอบดำเนินความร่วมมือต่างๆ ของทั้งสองราชอาณาจักรต่อไป

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง