Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed Prime Minister of France Mr.Jean-Marc Ayrault and his wife February 5,2013

y-fth2013 (3)

5ก.พ 2556 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ให้การต้องรับ  นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ และภริยา พร้อมคณะ

y-fth2013 (13)

Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed  Prime Minister of France.Mr.Jean-Marc Ayrault and his wife February 5,2013

กรุงเทพฯ5 ก.พ.2556-หลังการเยือนประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เป็นผลทำให้เกิดการ  ต่อยอดความร่วมมือในการขยายการค้า การลงทุน การทหาร และสาธารณสุข เพื่อสร้างความมั่นคงและแข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน ขึ้นและผลักดันให้เกิดความแข็งแกร่งในด้านการลงทุนก่อร่างสร้างโครงการพื้นฐานประเทศไทยให้เป็นระบบ และขยายการให้ความร่วมมือกันในภูมิภาคอาเซียนและยุโรปมากขึ้นเป็นลำดับในอนาคต

y-fth2013 (8)  y-fth2013 (10) y-fth2013 (15)y-fth2013 (4) y-fth2013 (11)

5กุมภาพันธ์ 2556 นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์  และภริยา พร้อมคณะ ได้เดินทางถึงประเทศไทย ด้วยเครื่องบินพิเศษมายังท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้เยือนฝรั่งเศสเมื่อเดือนก.ค. 55 ถือเป็นการเยือนของนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสในรอบ 23 ปี โดยการเดินทางครั้งนี้ได้นำนักธุรกิจชั้นนำของฝรั่งเศส 36 บริษัท ในสาขาการบิน การบินอวกาศ ดาวเทียม รถไฟความเร็วสูง พลังงาน การธนาคารและการเงินร่วมเดินทางด้วย ก็เพื่อขยายความร่วมมือเรื่องการลงทุนเชื่อมโยงโครงข่ายในไทย และอาเซียน

Thailand’ Prime Minister Yingluck Shinawatra Visits France

y-fth2013 (5)

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ให้การต้องรับ  นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ และภริยา พร้อมคณะ และได้นำ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ.ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลและการเเถลงข่าวร่วมกันและรับประทานอาหารค่ำร่วมกันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสนายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ พร้อมภรรยาและคณะ

ในการเยือนครั้งนี้ นักธุรกิจไทยกับฝรั่งเศส ได้มีโอกาสสนทนาเเลกเปลี่ยนกันในด้านต่างๆๆในงานเลี้ยงอาหารค่ำณ.ทำเนียบรัฐบาล สำหรับการค้าระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ปี 55 มีมูลค่าถึง 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนการลงทุนของฝรั่งเศสในไทย มีมูลค่า 372 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่มีบริษัทไทยไปลงทุนในฝรั่งเศสมากขึ้น เช่น บ.ไทยยูเนียล ฟอสเซ็นส์  พีทีที ปิโตเลียมเคมิเคล ดับเบิ้ลเอ

http://www.mcot.net/site/content?id=511255c8150ba0b96a0002f8#.UUnJrRdmiSo

ประมวลภาพ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้การต้อนรับ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ และภริยา พร้อมคณะ

y-f2013  y-fth2013 (6) y-fth2013 (1) y-fth2013 (12) y-fth2013 (7) y-fth2013 (9) y-fth2013 (14)

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

25-27ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนสาธารณรัฐเกาหลีใต้-เขตปกครองพิเศษฮ่องกง

y-k2013

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อ ในการเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี  นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ย้ำความร่วมมือพัฒนาบทบาทสตรีในภูมิภาค และประธานาธิบดีเกาหลีใต้ สนใจในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-รถไฟความเร็วสูง และได้เรียนเชิญให้ปธสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ปัก กึน ฮเย เข้าร่วมประชุม “วอเตอร์ ซัมมิต”ที่จะมีขึ้นณ.ประเทศไทยใน เดือน พ.ค2556

25 ก.พ2556นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรเดินทางจากโรงแรมที่พักไปยังอาคารรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีคนที่ 11 ของ น.ส.ปัก กึน ฮเย ซึ่งพิธีจัดขึ้นบริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภาอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้นำและตัวแทนผู้นำจากหลายประเทศเข้าร่วม ทั้งนี้ ฝ่ายรัฐพิธีเกาหลีจัดให้นายกรัฐมนตรีของไทยนั่งบนเวทีอยู่ด้านหลังของ น.ส.ปัก กึน-ฮเย

y-k

นอกจากนี้ยังมีคณะของไทยเข้าร่วมด้วย ประกอบด้วย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายก

รัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข และนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล เข้าร่วมในพิธีด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีจะร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม Lotte Hotel Seoul ซึ่งนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล เป็นเจ้าภาพ และเวลาประมาณ 14.20 น. นายกรัฐมนตรีจะหารือทวิภาคีกับ น.ส.ปัก กึน-ฮเย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีคนใหม่ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี

น.ส.ปัก กึน-ฮเย ได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 ถือเป็นประธานาธิบดีหญิง คนแรกของสาธารณรัฐเกาหลี โดยได้รับคะแนนร้อยละ 51 หรือผลคะแนนรวม 14.2 ล้าน ชนะนายมุน แจอิน ผู้สมัครฯ จากพรรคเดโมแครตยูไนเต็ด (ดีพียู) ที่ได้รับคะแนนนิยมสูสี คิดเป็นร้อยละ 47.9 หรือผลคะแนนรวม 13.2 ล้านโหวต น.ส.ปัก กึน-ฮเย เกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2495 ปัจจุบัน อายุ 61 ปี มีสถานภาพโสด เป็นบุตรสาวของปัก จอง ฮี อดีตผู้นำเกาหลีใต้.

สรุปผลการหารือทวิภาคีกับ น.ส.ปัก กึน ฮเย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี มีดังนี้รัฐบาลไทยได้แสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ ในฐานะผู้หญิงด้วยกันรู้สึกชื่นชมและติดตามการทำงานของ น.ส.ปัก กึน ฮเย เช่นกัน การหารือทวิภาคีได้พูดคุยในหลายประเด็น โดยเฉพาะการเพิ่มการค้าการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ให้ความสนใจในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยและรถไฟความเร็วสูง และโครงการระบบบริหารการจัดการน้ำของรัฐบาล และยังได้เชิญชวนให้มาลงทุนในโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายอีกด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องการเพิ่มการค้าการลงทุน กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศได้มีการดำเนินการต่อ จากนโยบายของเกาหลีใต้ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีลี มยอง-บัก ในโอกาสนี้ได้มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวกับประเทศไทยในหลายประการ

ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะผลักดันการศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ครอบคลุมระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ และขยายการค้าให้ถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2016 ตามที่ได้เคยประกาศไว้ ส่วนการลงทุนจะเร่งเพิ่มและขยายการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการลงทุนจากเกาหลีใต้ในประเทศไทยที่ยังมีโอกาสอีกมาก เช่น ยานยนต์ เหล็ก พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่ไทยกำลังเร่งพัฒนา เพื่อเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และการเชื่อมโยงภูมิภาค ซึ่งเกาหลีใต้จะสนับสนุนนักธุรกิจและนักลงทุนเดินทางมาประเทศไทย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนและขยายธุรกิจร่วมกัน

นายกรัฐมนตรี ถือโอกาสเชิญประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีมาร่วมการประชุมระดับผู้นำด้านแหล่งน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤษภาคม 2556 เนื่องจากสาธารณรัฐเกาหลี นับเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีระบบ ซึ่งล่าสุดบริษัท K-water ของสาธารณรัฐเกาหลี เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกกรอบแนวคิด เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทยด้วย

y-h2013

 26 ก.พ.2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะเดินทางไปเยือนเขตบริหารพิเศษฮ่องกงฮ่องกง โดยมีผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง และกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ให้การต้อนรับ

18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น คณะของนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง โดยมีองครักษ์ประจำ นายเหลียง เจิ้นอิง ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง และกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ให้การต้อนรับ โดย นายวิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้เลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี.

http://www.mcot.net/site/content?id=512c1ff5150ba0cd260002a6

ฮ่องกง 26 ก.พ.2556-นายกรัฐมนตรีพบผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง แสดงความยินดีที่ได้รับเลือกตั้ง สร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย พร้อมแจงแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท และโครงการการบริหารจัดการน้ำอีก 350,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ไทยและฮ่องตกลงใช้ศักยภาพของกันและกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดระหว่างกัน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีกับนายเหลียง เจิ้น อิง ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง เมื่อปี 2555 และชื่นชมศักยภาพของฮ่องกง ที่เป็นศูนย์กลางการเงินชั้นนำของโลก และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ

“ปัจจุบันไทยถือว่ามีเสถียรภาพทางการเมืองที่เอื้ออำนวยการต่อการลงทุน และรัฐบาลได้ดำเนินนโยบายสร้างความปรองดอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงทางการเมืองของไทยให้ต่อเนื่องยิ่งขึ้น สำหรับด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการที่ครอบคลุม เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 4.5-5.5 ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการลงทุนของภาคเอกชน เพิ่มการจ้างงาน และรักษาตลาดเปิด รวมทั้งพัฒนาการค้าและการลงทุนใหม่ๆ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการลงทุนจากต่างประเทศ หรือ FDI ( Foreign Direct Investment ) ว่า เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญและส่งเสริม โดยเฉพาะเทคโนโลยีชั้นสูง และอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ประเทศ และภายใน 7 ปีข้างหน้า รัฐบาลมีแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท รวมทั้งโครงการการบริหารจัดการน้ำอีก 350,000 ล้านบาท โดยโครงการที่เป็นที่สนใจ คือ เส้นทางรถไฟความเร็สูง ที่เชื่อมจากกรุงเทพฯ ไปภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ รวมทั้งการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลยังมีแผนสร้างมอเตอร์เวย์ จากกรุงเทพฯ ไปชายแดนเมียนมาร์ เพื่อเป็นการเชื่อมต่อทางบกกับท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญการพัฒนาการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงภูมิภาค โดยการพัฒนาเส้นทางคมนาคมและเครือข่ายโลจิสติกส์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีและผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ยังได้หารือแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาความร่วมมือ ที่เอื้อต่อการส่งเสริมความร่วมมือและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งฮ่องกงถือเป็นประตูสู่จีน และมีศักยภาพด้านการค้า โลจิสติกส์ การลงทุน บริการ และการเงินและธนาคาร ซึ่งไทยและฮ่องกงจะได้ใช้ศักยภาพของกันและกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดระหว่างกัน นอกจากนี้ ไทยและฮ่องกงจะร่วมส่งเสริมการค้าข้าวไทยในฮ่องกง ที่เป็นตลาดสำคัญของไทย และมีการนำเข้าเป็นจำนวนมากในทุกปี และยังมีศักยภาพที่จะเพิ่มได้อีกมาก

จากนั้นนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-ฮ่องกง ( Cooperation Arrangement between Thailand and Hong Kong (on Strengthening Trade and Economic Relations)) ระหว่างนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนาย Gregory So รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจของฮ่องกง

มีสาระสำคัญคือ เป็นการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการค้าสินค้า การบริการ การลงทุน การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือในการดำเนินการตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้า การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ความร่วมมือด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง ความร่วมมือและการส่งเสริมการท่องเที่ยว การส่งเสริมการพัฒนาและและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ R&D ความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาศักยภาพ ความร่วมมือด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การอำนวยความสะดวกและส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และความร่วมมือในสาขาอื่นๆ ที่เห็นชอบร่วมกัน.

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

20-22ธ.ค2556.นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพร้อมคณะเยีอนอินเดีย-บังคลาเทศ

20-22ธ.ค2556.นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพร้อมคณะเยีอนอินเดีย-บังคลาเทศ

y-india20-12 dec 2012 (1)

ภารกิจวันที่20มี.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยื่งลักษณ์ ชินวัตรได้เดินทางไปยังเมืองคยาโดยเดินทางต่อไปยังวัดเนรัญชราวาส เพื่อเยี่ยมชมและร่วมพิธีทางศาสนา ก่อนเดินทางต่อไปยังพระมหาเจดีย์พุทธคยา เพื่อสักการะพระพุทธเมตตาและต้นพระศรีมหาโพธิ์

ในโอกาสนี้ หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล นำสวดมนต์บริเวณหน้าแท่นวัชรอาสน์ และเดินทางต่อไปยังวัดป่าพุทธคยา เพื่อนมัสการพระโพธินันทมุนี และเดินทางต่อไปยังวัดไทยพุทธคยา ซึ่งมีพระราชรัตนรังสี หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล เป็นเจ้าอาวาส โดยนายกรัฐมนตรีจะร่วมเป็นประธานในพิธีเริ่มโครงการก่อสร้างกุฎิกรรมฐานและนายกรัฐมนตรีได้พบปะพูดคุยกับศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่เดินทางมาสักการะสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาด้วย ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมแนวทางขยายการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างไทยและอินเดีย

y-india20-12 dec 2012 (4)

ภายหลังเสร็จสิ้นการสักการะสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาแล้วนายกรัฐมนตรีและคณะได้ออกเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานทหารปาลาม (Palam)กรุงนิวเดลี และได้เดินทางต่อไปยัง โรงแรมLeela Palace เพื่อเตรียมตัวในการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดียสมัยพิเศษในช่วงเวลาบ่ายและร่วมงานอาหารค่ำเพื่อเป้นเกียรติและแสดงการต้อนรับผู้นำอาเซียน ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความรักและอบอุ่นเต็มไปด้วยมิตรภาพอันแน่นแฟ้น โดยมีนาย ประนาบ มุกเคอร์จี(Shri Pranab Mukherjee) ประธานาธิบดีอินเดีย เป็นเจ้าภาพ

y-india20-12 dec 2012 (2)

President of India Mr. Pranab Mukherjee welcomedThaiPM Yingluck Shinawatra and ASEAN leaders In a reception Gala dinner to honor leaders.

y-india20-12 dec 2012 (5)

ร่วมพิธีรับรถ ASEAN-India Car Rally ณ Vigyan Bhawan

วันนี้ (21 ธ.ค.) 2556กรุงนิวเดลี นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้กล่าวถึงการเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-อินเดีย ประเด็นใหญ่ที่ที่ประชุมทบทวนคือเรื่องเขตการค้าเสรี (FTA) ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มพูนการค้า งานบริการต่างๆ ให้มากขึ้น และความชัดเจนเรื่องการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานระหว่างไทย สหภาพเมียนมาร์ และอินเดีย ที่จะทำให้เกิดเส้นทางต่างๆ และโอกาสมากขึ้น ทั้งทางบกคือด้านเขตพัฒนาพิเศษและท่าเรือน้ำลึกทวาย ส่วนทางทะเลด้านท่าเรือด้านเจนไนและแหลมฉบัง

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากความสำเร็จข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย นอกจากการเชื่อมต่อด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ยังจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในระดับประชาชนด้านวัฒนธรรม การค้า กฎหมาย ปัญหาอุปสรรคทางการค้าต่างๆ ด้วย เพื่อให้ได้รับการแก้ไขและบรรลุตามข้อตกลงต่าง ๆ

ที่รัฐบาลวางเป้าหมายการลงทุนไว้จำนวน 2 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะด้านการเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มอาเซียน โดยจะออกเป็นพระราชบัญญัติ เพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแล้ว นโยบายและความร่วมมือที่ตกลงกันไว้จะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ถูกตัดทอน และเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง FTA จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

19.30 น.iนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ร่วมหารือกับภาคเอกชนและนักธุรกิจ ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย (BOI) และสมาคมหอการค้าและอุตสาหกรรมบังกลาเทศ (FBCCI) ณ โรงแรมเรดิสัน

นายกรัฐมนตรี เสนอให้ภาคเอกชนตั้งคณะทำงานติดตามผลและโยชน์เรื่อง FTA พร้อมเตรียมออกพระราชบัญญัติการลงทุน เพื่อให้การดำเนินนโยบายการลงทุนมีความต่อเนื่อง แม้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการจัดพื้นที่ทางการเกษตร (เกษตรโซนนิ่ง) ซึ่งหลายกลุ่มสินค้าสามารถทำรายได้สูงสุดเข้าประเทศ จึงต้องปรับให้สอดคล้องกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศของไทย อีกทั้งในปี 2013 เป็นปีที่รัฐต้องพูดคุยกับเอกชนมากขึ้น เพราะเป็นปีแห่งการพัฒนาภาคเอกชน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะนำไปขยายผลต่อไป และถือเป็นโอกาสในการยกระดับการแข่งขัน ยกระดับรายได้ ทำให้ต้นทุนต่างๆ ลดลง โดยเฉพาะความได้เปรียบทางด้านภาษี เพราะอินเดียมีผู้ชำนาญทางด้านต่างๆ ทั้งการแพทย์ ภาษา สามารถแลกเปลี่ยนกันได้

y-bt

20-21ธ.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนประเทศ บังคลาเทศ

การเยือนประเทศบังคลาเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไทยในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศเพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-บังกลาเทศ ครบรอบ 40 ปี โดยคณะของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษร์ ชินวัตรได้เดินทางถึงกรุงธากา เมื่อเวลา 17.30 น.ของวันที่20ธ.ค2556 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง โดยมีนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ รอให้การต้อนรับที่ท่าอากาศยานนานาชาติ Hazrat Shahjalal กรุงธากา จากนั้นเดินทางต่อมายังโรงแรม Pan Pacific Sonargaon ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก

ภายหลังพิธีต้อนรับ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังโรงแรม Pan Pacific Sonargaon โรงแรมที่พัก และในเวลา 18.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้นางดีปู โมนี (Dipu Moni) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบังกลาเทศ เข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อแสดงความยินดีต่อการดำรงตำแหน่งผู้นำสตรีคนแรกของไทย ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศเป็นผู้สนับสนุนการมีบทบาทและความเคลื่อนไหวทางการเมืองของสตรีบังกลาเทศ

22ธ.ค2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักาณ์ ชินวัตรได้เข้าร่วมการหารือแบบเต็มคณะกับนางเชค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ  โดยประเทศไทยและประเทศบังกลาเทศเห็นพ้องร่วมกันที่จะให้ความร่วมมือกันในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจให้รอบด้าน ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าให้เป็นสองเท่าในปี 2559 พร้อมทั้งการเชื่อมโยงกันทั้งทางบกและทะเล

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้กล่าวแสดงความยินดีในการมาเยือนประเทศบังคลาเทศในครั้งนี้ในโอกาสครบรอบ  ความสัมพันธ์ไทย-บังกลาเทศ40 ปี เพื่อมาแสดงความจริงใจและเน้นย้ำว่าบังกลาเทศก็เป็นมิตรประเทศที่สำคัญของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ แห่งนี้  และขอเเสดงเจตจำนงว่าทั้ง 2 ประเทศควรจะได้รับการพัฒนาร่วมมือกันในทุกระดับทั้งระดับทวิภาคี ซึ่งจะมีการขยายความร่วมมือกันในแบบเฉพาะทาง ทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความเชื่อมโยง (Connectivity) กันในส่วนระดับภูมิภาค ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเป็นประเทศที่จะประสานความร่วมมือในกรอบความร่วมมือกันในด้านต่างๆ เช่น สหประชาชาติ กรอบความร่วมมือทางวิชาการและเศรษฐกิจระหว่าง 7 ประเทศในอ่าวเบงกอล (BIMSTEC) กรอบความร่วมมือเอเชีย (ACD) และการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum-ARF).

โดยไทยและบังกลาเทศเห็นตรงกันที่จะขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าระหว่างกันอีกสองเท่าตัว ภายในปี 2559 รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างภาคเอกชนทั้ง 2 ฝ่าย และรื้อฟื้นกลไกการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย – บังกลาเทศ หรือ JTC (Thai – Bangladesh Joint Trade Committee) ที่มีอยู่แล้ว จะมีความร่วมมือด้านเกษตร ประมง แรงงาน และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการตั้งคณะทำงานดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ และเห็นพ้องจะขยายระยะเวลาการซื้อข้าวจากไทย โดยรัฐบาลบังกลาเทศจะซื้อข้าวจากรัฐบาลไทย ตามที่ได้ลงนามไว้ในบันทึกความเข้าใจ (MOU)จากเดิมที่จะหมดระยะเวลาในปี 2556 ออกไปอีก 3 ปี โดยบังกลาเทศจะซื้อข้าวจากไทยไม่เกินปีละ 1 ล้านตัน

ส่วนความร่วมมืิอด้านการเชื่อมโยง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างไทย-บังกลาเทศ ทางถนน และการเชื่อมโยงทางทะเล ผ่านท่าเรือจิตตะกอง ท่าเรือทวาย และท่าเรือระนอง เนื่องจากท่าเรือระนองของไทยมีศักยภาพในการขนถ่ายสินค้า และสามารถเป็นประตูการค้าแห่งใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวทางการค้าระหว่างบังกลาเทศและไทยได้

สำหรับประเด็นเรื่องข้าว รัฐบาลบังกลาเทศได้แสดงความสนใจที่จะซื้อข้าวจากไทย ตามที่ฝ่ายไทยเสนอ ซึ่งเป็นไปตามที่ได้ลงนามไว้ในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งรัฐบาลไทยตกลงที่จะขายข้าวและรัฐบาลบังกลาเทศตกลงที่จะซื้อข้าวไม่เกินปีละ 1 ล้านตัน เป็นเวลา 3 ปี (2554-2556) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะขยายอายุของ MOU ดังกล่าวไปอีก 3 ปี

ด้านการท่องเที่ยว บังกลาเทศชื่นชมความสำเร็จและประสงค์ที่จะร่วมมือกับไทยในด้านนี้มากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Medical Tourism และไทยยินดีให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการในการศึกษาเชิงลึก เพื่อพัฒนาภาคการท่องเที่ยวในบังกลาเทศ อีกทั้งประเทศไทยจะพิจารณาแสวงหาโอกาสด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการในบังกลาเทศ

ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายพอใจความร่วมมือด้านการทหารระหว่างสองประเทศ อาทิ ความร่วมมือด้านการฝึกร่วม Cobra Gold อย่างไรก็ตาม ผู้นำทั้งสองเห็นว่าเพื่อรับมือกับภัยคุกคามข้ามชาติในปัจจุบัน ทั้งสองประเทศตกลงให้ส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีด้านการข่าว เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ อาวุธ ยาเสพติต และการก่อการร้าย

สำหรับความช่วยเหลือทางวิชาการ ไทยยืนยันความต่อเนื่องของความช่วยเหลือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเสนอให้ทุนการศึกษาจำนวน 40 ทุนแก่นักศึกษาบังกลาเทศในระดับปริญญาโทในประเทศไทย เพื่อฉลองโอกาสครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

สำหรับความร่วมมือในกรอบภูมิภาคและระหว่างประเทศ ผู้นำไทยและบังกลาเทศพอใจการร่วมมืออย่างใกล้ชิดในกรอบความร่วมมือภูมิภาค และในองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ อาทิ UN ACD ARF ASEM และยินดีที่บังกลาเทศสนใจที่จะยกระดับเป็นประเทศคู่เจรจาอาเซียน และเข้าร่วม East-West Economic Corridor และความร่วมมือแม่โขง-คงคา (Mekong-Ganges Cooperation)

นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองยังย้ำถึงบทบาทสำคัญของ BIMSTEC ในการกระชับความร่วมมือในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งความสำคัญของความตกลงเขตการค้าเสรี BIMSTEC ซึ่งต่างต้องการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนของบังกลาเทศเกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในกรอบองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ขณะเดียวกันผู้นำสตรีทั้งสองยังได้แสดงพันธะต่อการส่งเสริมศักยภาพสตรี การพัฒนา และสวัสดิภาพโดยรวมของสตรีในสังคม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แสดงความชื่นชมที่คณะรัฐมนตรีของบังกลาเทศส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ และมีสตรีถึง 5 คน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียินดีกับความคิดริเริ่มของนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศที่จะจัดการประชุมผู้นำสตรีในปี 2556

y-bt (2)

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางการเกษตร และการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและบังกลาเทศ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรม Pan Pacific ซึ่งเป็นโรงแรมที่พักของนายกรัฐมนตรี

น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยผลการหารือกับนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ว่าทั้งสองประเทศเห็นพ้องความร่วมมือด้านการประมง การเกษตร การเชื่อมต่อเส้นทางระนอง ทวายและจิตตะกอง ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เนื่องจากในแต่ละปีชาวบังกลาเทศได้มาพักรักษาตัวในประเทศไทยจำนวนมาก จึงจะแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ การแพทย์และเภสัชศาสตร์ โดยจะตั้งคณะทำงานดำเนินการในรายละเอียดเรื่องนี้โดยเฉพาะ และทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องความร่วมมือ ด้านการค้า การลงทุน โดยจะร่วมกันลดปัญหาและอุปสรรคที่มีต่อการลงทุน ความร่วมมือด้านแรงงาน ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนในอนาคต

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและบังกลาเทศเห็นพ้องขยายระยะเวลาการซื้อข้าวจากไทยตามที่ลงนามในบันทึกความเข้าใจออกไปอีก 3 ปี โดยบังกลาเทศจะซื้อข้าวจากไทยปีละไม่เกิน 1 ล้านตัน

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีไทยและบังกลาเทศ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางการเกษตร และการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและบังกลาเทศด้วย

ภายหลังงานเลี้ยงอาหารกลางวัน เวลา 16.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติ Hazrat Shahjalal เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย และจะมาถึงยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 19.35 น.

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

ภารกิจนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนต่างประเทศ 2556

Prime Minister Yingluck Shinawatra visited the missions abroad 2013.

มาแล้วตามคำเรียกร้องภารกิจเยือนต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บอกตามตรงนะคะว่าตอนนี้รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชืนวัตร ประเทศไทยนั้นแข็มแข็ง มาแรงเเซงโค้ง อย่างไม่เคยมีมาก่อนเป็นการเชื่อมต่อรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรพี่ชายอย่างไร้รอยต่อเลยทีเดียว จากการเกิดปฏิวัติรัฐประหาร 19ก.ย2549เป็นต้นมาได้เกิดการแสวงหาที่มาความไม่ก้าวหน้าของประเทศไทยเกิดจากอะไร จนกระทั่งบัดนี้ทุกอย่างเครียร์ กระจ่างแจ้งโดยไม่มีอะไรเคลือบแคลง และทั้งโลกได้ผนึกกำลังกันอย่างเหนียวแน่น ของเหล่ายอดขุนพลในประเทศที่ชื่นชอบในระบอบประชาธิบไตย ซึ่งล้วนต่างได้ผ่านสงครามกลางเมืองห่ำหั่นฆ่ากันตายมาแล้วอย่างโชกโชน จึงต้องมาผนึกกำลังกันต่อต้าน สงคราม มันมาแล้ว อีกทั้งใน5-6ปีที่ผ่านมาโลกได้เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศ ดินฟ้าอากาศทำให้ชาวโลกเครียดด้วยมลภาวะเรือนกระจก ฝนตกน้ำท่วม ฝนแล้ง อาหารพืชผัก สัตว์เป็นพิษ เกิดโรคระบาด แผ่นดินไหว ดินถล่ม หิมะตก อุกาบาตถล่มโลก เกิดพายุสุริยะรึฝนกรดขึ้นในหลายๆๆประเทศในแต่ละทวีปอันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก จึงต้องหันมาจับมือกันเพื่อความมั่นคงทางด้านการเมือง เศษฐกิจ การลงทุน ช่วยเหลือกันเมื่อเกิดภัยพิบัติ อาหารขาดแคลน และด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงในโรคภัยใหม่ๆๆ เพื่อแสวงหาหนทาง สันติสุขและรักษาคุณภาพของประชากรโลก ให้สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้ในทุกชาติเผ่าพันธุ์ นั่นเอง

สำหรับประเทศไทย นอกจากท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรจะสะสางงานปูพื้นความแข็งแกร่งในคุณภาพชีวิตให้ประชาชนไทยในด้านสุขภาพ30บาทรักษาทุกโรคแล้ว ค่าครองชีพค่าแรงงานขั้นต้น300บาท/วัน ,ผู้จบปริญาตรี15,000บาท/ด,มีกองทุนสตรีพัฒนาหมู่บ้าน,ส่งเสริมการลงทุนขนาดย่อมSMEและโอทอปให้ยกระดับการบรรจุหีบห่อให้สวยงามมีคุณภาพจากท่านรมต.เทคโนโลยี่ ประเทศเยรมันนี มิตรภาพของเราได้มีจัดอบรมและวิธีการต่างๆๆให้หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ไปเยือนเยรมันนี-ฝรั่งเศสได้เกิดมิตรภาพที่ห่างหายมายาวนานได้หวนกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง ทางด้านฝรั่งเศสได้ให้ความกรุณาในการให้ความรู้ทางด้านแฟชั่น น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ ด้านความงามต่างๆๆ ประเทศสวิสเซอร์เเลนด์ได้กรุณาให้ความรู้ในด้านการรถไฟฟ้าความเร็วสูงซึ่งจะครอบคลุมในประเทศภึง8สายด้วยกัน รวมด้านการท่องเที่ยวการโรงแรม และที่สำคัญศูนย์กลางทางด้านฮับการเงินการคลังของโลก ซึ่งมั่นคงมากในระยายาวของประเทศไทย หากเราไม่มีบารมีและทั่งโลกไม่เชื่อมั่นคงจะไม่ได้รับความกรุณาจากมหาอำนาจโลกทั้ง3ประเทศอย่างแน่นอน เพราะสัจจะนั้นมีเฉพาะคนดี ที่แสวงหาความเจิญและรักในเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ชาติให้สงบ สันติสุข มีอะไรก็เจรจากันอย่างมีมิตรจิตมิตรใจ มีใจนักเลงซึ่งมีหัวใจที่ดำรงไว้ด้วยหลักคุณธรรมอันดี มีความซื่อสัตย์ จริงใจคำไหนคำนั้น

4-5มี.ค2556 นายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยียนราชอาณาจักร สวีเดน-เบลเยี่ยม และทูลเชิญประมุขของทั้งสองราชอาณาจักร มาเยียนประเทศไทยเพื่อติดตามความจริงใจในการวางรากฐานประเทศไทยในด้านต่างๆๆทั้งการปูพื้นฐานคุณภาพชีวิต การกระจายรายได้สู่ประชาชน การสร้างการคมนาคมขนส่ง การสร้างเมืองสีเขียว การรักษาสุขภาพและอนามัยของประชาชน และการขยายงานการเชื่อมโยงอาเซียนให้มีระบบและผลักดันให้เกิดขึ้นตรงตามวัตถุประสงค์ของประชาคมโลก ซึ่งต้องการบ้านสำรอง เมื่อเกิดภัยพิบัติและการพักผ่อน หย่อนใจเพื่อเสริมสร้างพลังใจในการต่อสู้ชีวิตของมนุษยชาติ สืบไป

Thailand PM yingluck shinawatra visit Kingdom of Sweden- Belgium March 4-7 ,2013

5ก.พ 2556 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ให้การต้องรับ นายฌ็อง มาร์ค เอโรต์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส และภริยา พร้อมคณะ

Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed Prime Minister of France Mr.Jean-Marc Ayrault and his wife February 5,2013

13-16มี.ค2556ปธน.สาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี เยือนไทยอย่างเป็นทางการ

Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed. President of the Republic Equatorial Guine March13-16,2013

Crown Prince  Philippe of Belgium and Crown Princess  Mathilde  their visit to Thailand March 17-22,2013 มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม และพระชายา เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทย

Thailand PM yingluck shinawatra welcomed HRH. Prince Philippe of Belgium March 17-22,2013

อีกฝากฝั่งหนึ่งของโลกท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 20-21 ธันวาคม 2555 ณ กรุงนิวเดลี ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการประชุมอาเซียน-อินเดีย สมัยพิเศษ จากนั้น ได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนางชีค ฮาลินา (Sheikh Hasina) นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ระหว่างวันที่ 21-22 ธันวาคม 2555อีกด้วย

20-22ธ.ค2556.นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรพร้อมคณะเยีอนอินเดีย-บังคลาเทศ

2-27 ก.พ2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยีอน สาธารณรัฐเกาหลีใต้-เขตปกครองพิเศษฮ่องกง

25-27ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเยือนสาธารณรัฐเกาหลีใต้-เขตปกครองพิเศษฮ่องกง

28ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยียนมาเลเซีย เจรจาสันติภาพและความร่วมมือด้านต่างๆๆกับนายราจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

28ก.พ2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยียนมาเลเซีย

12มี.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าร่วมประชุมในกรอบของความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (The Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS) ครั้งที่ 5  ณ.เวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

12มี.ค2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าร่วมการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 5 ณ.เวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ารต้อนรับนักธุรกิจและผู้สนใจการลงทุนและในด้านต่างๆๆกับประเทศไทยอาทิเช่น

15 มี.ค2556 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้การต้อนรับนาย Simon Robertson ประธานกรรมการบริษัท Rolls-Royce เพื่อยืนยันขยายการลงทุนอุตสาหกรรมการบินในไทย 

y-  Simon Robertson( Rolls-Royce Plc ) y-  Simon Robertson( Rolls-Royce Plc )  (4) y-  Simon Robertson( Rolls-Royce Plc )  (3)

ทำเนียบฯ 15 มี.ค.- เมื่อเวลา 11.00 น.นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ให้การต้อนรับ นาย Simon Robertson ประธานกรรมการบริษัท Rolls-Royce Plc และคณะผู้บริหารระดับสูงบริษัท เพื่อยืนยันการลงทุนในไทยว่า ประธานกรรมการบริษัท Rolls-Royce Plc ให้ความสนใจการลงทุนในประเทศไทยและได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาล โดยยืนยันที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี เพื่อช่วยปรับปรุงเทคโนโลยีและทักษะในการบินของไทย เพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของอุตสาหกรรมการบินของไทย

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณบริษัท Rolls-Royce ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินและอวกาศของไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค รวมทั้งวางแผนที่จะสร้างนิคมอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน โดยหวังว่าบริษัท Rolls-Royce จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาทั้งสามด้านหลักนี้.-

y-Margaret Chan(who)

 15 มี.ค.2556- นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้การต้อนรับ นางมาการ์เร็ต ชาน (Margaret Chan) ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก

ทำเนียบฯ 15 มี.ค.2556- นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้การต้อนรับ นางมาการ์เร็ต ชาน (Margaret Chan) ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ในโอกาสเดินทางมาเข้าร่วมประชุม Global Policy Group Meeting ที่จังหวัดเชียงใหม่ และนางมาการ์เร็ต ชาน ได้รายงานถึงผลการประชุม Global Policy Group Meeting ที่จังหวัดเชียงใหม่ กับผู้อำนวยการภูมิภาคองค์การอนามัยโลกจาก 6 ภูมิภาค ที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี โดยเฉพาะนโยบายด้านการบริหารจัดการและด้านวิชาการเรื่องสุขภาพ

ในครั้งนี้ นางมาการ์เร็ต ชาน แสดงความชื่นชมนายกรัฐมนตรี ในการดำเนินนโยบายด้านสุขภาพของไทย ซึ่งประสบความสำเร็จทำให้ประชาชนไทยมีความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ และมีระบบการบริหารจัดการสุขภาพอย่างยั่งยืน เป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ยังได้เชิญนายกรัฐมนตรีให้เข้าร่วมงานเปิดตัวรายงานการประเมินขององค์การอนามัยโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างการประชุมใหญ่สมัยสามัญสหประชาชาติ ณ กรุงนิวยอร์ก ในเดือนกันยายนนี้ด้วย

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้แสดงความขอบคุณองค์การอนามัยโลก ในการสนับสนุนการสร้างหลักประกันสุขภาพแก่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การอนามัยโลกเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีของประชาชนทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค.

19 มีนาคม 2556นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้การต้อนรับนายเตียว ชี เฮียน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและประสานกิจการด้านความมั่นคงสาธารณรัฐสิงคโปร์  ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

y- Mr Teo Chee Hian.(Singapore) (2)y- Mr Teo Chee Hian.(Singapore)

19 มีนาคม 2556 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้การต้อนรับนายโอซามุ มาสุโกะ ประธานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการลงทุน เ ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

y- Mr. Osamu - Mitsubishi. y- Mr. Osamu - Mitsubishi. (5)

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

กกต-คณะกรรมการการเลือกตั้ง(Election Commission of Thailand, ECT) …ในสภาวะการณ์…ศักดิ์ศรีมีไหมณ.พ.ศ2556

7มี.ค2556 พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ เผยกรณีมีคำร้องฯในการเลือกตั้งท้องถิ่นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่3มี.ค2556ที่ผ่านมา

“วิธีการแสดงความจริงใจต่อประชาชนนั้นไม่ย­ากหรอก ก็ปฏิบัติไปตามกฎหมาย ตามแนวคิดในระบอบประชาธิปไตย ผมอยากเห็น และเชื่อว่าประชาชนก็อยากเห็น”

3bd (2)เดินหน้าประเทศไทย

บันทึกประเทศไทยวันนี้ในสถาณะการณ์…หัวหน้ากลุ่มRKK (ยุวชนพรรคปชป)ปรากฏตัว

17มี.ค2556 ประชาชนกทมกับการเกียดพรรคประชาธิปปัตย์…

1)ก็บอกแล้วภาคใต้โมเดลพิษณุโลกโมเดล คนจีนภาคใต้ร่วมมุสลิมมลายูยึดประเทศไทยชัดๆๆ แม้แต่พระสงฆ์ยังRKKเลยพระสงฆ์สังกัดพรรคประชาธิปัตย์…ก็จับตาดูโกงเเข็มแข็งแม้สื่อทุกประเภทในไทย…อะเอาเข้าไปชาติพังไม่เป็นไรขอให้พรรคปชปมาโกง…ทำงานไม่เก่งเอาแต่นอน ลองให้ฝนตกซิ…อิอิท่วมไร้เงาคนมาช่วยสมน้ำหน้าต่อไปท่วมเยาวราชเด้อ

2)ใช่ๆๆเราต้องสนับสนุนให้มันชั่วได้ใจ…จะได้เเยกเทพรึมารออก…ฟ้าทดสอบวิทยุใครโดนฟ้าผ่าแสดงว่าทำผิดต่ออุดมการณ์ของประชาชนไทยรวมรถคว่ำตายโหงตายห่า ตายในรัฐสภาไทยและสถานที่ทำงานราชการเเหล่งทำมาหากินที่รีดภาษีและเงินบริสุทธุ์ของประชาชนไทยเค้า…เปี้ยงๆๆบ่อยๆๆจะได้สาสมล่มจมเพราะ…อคติคิดผิดเห็นผิดทำเรื่องไร้สาระให้เป็นสาระ เห็นคนดีเป็นคนไม่ดี การรบครั้งนี้ฝ่ายทุรโยชน์ฝ่ายเการพกับกฤษณะเทพหัวหน้าฝ่ายปาณฑพ..หน้าที่พลเมืองไทยต้องเอามาแจกคนกทม..ซะเเล้ว…คนดีฝ่ายธรรมะต้องมาอยู่ฝ่ายกฤษณะ…ครั้งนี้รบนานอาจ100ปีเริ่มต้นที่ใจกลางเมืองหลวงกรุงเทพมหานครเมื่อฝ่ายปาณฑพ(ชินวัตร)โดนรังแกพระนารายณ์อวตารจะลงมาช่วยพวกเขา…(เพราะกรุงเทพมหานครชื่อยาวตรงตามนั้นที่ร.4ทรงตั้งไว้)

3)มติชนนั้นต่อไปจะเชียรพรรคปชป..สุดลิ่มเพราะไม่ต้องอีแอบอีกแล้ว..(ก็อ.เราโต๊ะข่าวหน้าหนึ่งบรรณาธิการ…สาวกพรรคปชป…นะจ๊ะ..ตอนนั้นครั้งหนึ่ง10ปีที่แล้วอาจารย์ได้ปรารพว่า….จะทำอย่างไรอ.ถึงจะรวยและเป็นสามารถอยู่ในวงการข่าวและเป็นเจ้านายของตนเองได้ซึ่งไม่มีใครครอบงำจากมือมองไม่เห็น…เราตอบว่า…เข้าหุ้นมหาชนซิค่ะ..รวย ฮา….นะอ.ของหนู เดี๋ยวเต๊ะเงินมาให้เอง!!!อ.ก็หากินไปตามกระแส คริ คริ ชิมิ แต่ตอนหน้าหนึ่งมติชน ทำข่าวเสื้อเหลืองมีมีดสปาตาร์ทำร้ายเสื้อแดง ตีเขาในราชดำเนินยุคท่านสมัคร สุนทรเวช อ.ตัดต่อเปลี่ยนเสื้อเหลืองเป็นเสื้อแดงว่าทำร้ายเสื้อเหลืองของอ.นะนะ…มันผิดพวกหนูก็ต้องด่าให้สำนึกในจรรยาบรรณนะแรงไหม…งานนี้คุณธรรมนำชัย ครูอาจารย์ผิดก็ต้องสู้กับฝ่ายคุณธรรมแม้เป็นศิษท์แต่ด้วยความเคารพ…จรรยาบรรณวิชาชีพนักข่าวสำคัญว่าชีวิต นะมีคลิปด้วยนะ อ.แก่แล้วจะมาตายตอนแก่เนี่ยนะ…ในที่สุดครั้งนั้นมติชนก็แพ้ฝ่ายนักสู้ประชาธิปไตย แต่เชื่อไหมครูท่านปลื้มที่สุด แม้ครูมีบ่วงบุญคุนต้องชดใช้อำมาตย์แต่ก็มีศิษท์อย่างเราพิทักษ์ คุณธรรม ยืนยงทนงตน แม้สิ้นลมก็ไม่แพ้อธรรม เดี๋ยวเกิดมาสู้ใหม่ได้ ชิมิ ทำดีอัพเดทขึ้นเรื่อยๆๆ ไม่เห็นเป็นไร คนดีตกน้ำไม่ไหล(พญานาคช่วย)ตกไฟไม่ไหม้(เทวดาป้องกัน))

4)พันธมารเหลือง…ลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ ว่าแล้วเสรี…มาเป็นอีเนียนตัวล่อหลอก

5)เราต้องให้พรรคปชปแสดงความเหี้ยออกมาอาวุธจัดฉากใส่ร้ายเสื้อแดงที่เซนทัลตอนนั้นท่านฑูตประเทศต่างๆๆฮากลิ้งในความเหี้ยของมัน ป่านนี้มันคงเอาอาวุธจัดฉากมีทั้งตำรวจสน.ต่างๆๆร่วมด้วยกับทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ รถถังใหม่เอื่อมอ่อง …น่ำสมเพชไทยฆ่าไทยโดนเขาหลอกให้เสียศักดิ์(ทหารUNทั้งหมดทหารไทยเก่งที่สุด…ได้ทำลายตนเองไปเเล้วทำเองนะขาดสติเชื่อเด็กสร้างบ้านก็แบบนี้)ไปฆ่าพระสงฆ์และเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยในภาคใต้อีกตามเคยหลัง19พ.ค53ก็ตามไล่ฆ่าคนเสื้อแดงตายไปหลายราย พวกทหารกองทัพไทยส่งไปเฝ้าพระสงฆ์ภาคใต้ก็ตัดคอท่านไร้หัวซะเลย ไงละป่านนี้ยังไม่รู้ว่าคนเฝ้าพระนะเเหละฆ่า หลับในกุฏิมีแต่ทหาร(อาวุธครบมือ)กับพระจะใครซะอีกที่ฆ่า ยังไม่รู้จักคิดต้องให้เรียกวิญญานมาเข้าฝันพระในส่วนกลางไหมเนี่ยสาธุ วันๆๆฟังแต่พระพรรคปชปRKK…ป่านนี้พรรคปชปกับสาวกมันยังไม่ยอมรับ,ไม่ยอมเข้าใจความจริง..ยังคงสมคบคิดกันต่อไปทำให้คนสับสน ..ต่อไปได้คงจะได้ไปลี้ภัยอเมริกา,อังกฤษประเทศที่3พร้อมโรฮิงญาแน่ๆๆ งานนี้แยกแผ่นดินกันตายเป็นตายทีเดียว…มันบ้าไม่หยุดใส่ร้ายป้ายสี…แม้…วสันต์ ศาลรธน.ก็ตอแหลแถไปวันๆๆ ไม่มีใครเชื่อน้ำมนต์พวกนี้หลอก…มัน…กร่างไม่หยุดแบบนี้ แส่ไปทุกเรื่องเสือกไปทุกองค์กร บ้ารึเมาอำนาจนะนั้นนะ…คอยดูใครอยู่เบี้องหลังมันอีกละเนี่ย…คอยจับตาดู แม่พ่อไม่เอามันแล้ว เหลือเปรมและแก็งสอำมาตย์แล้วมีใครอีกจับตาดูให้ดี สุเมธ ไปกกต ไม่มีลายเซนต์คำสั่งให้กกตช่วย สุขุมพันธุ์ ทำสั่งปากเปล่า กกตไม่อัดคลิปไว้ งานนี้ กกต คุกๆๆๆแถมคอขาด ก็เตือนตั้งแต่เปิดอนุสาวรีย์ร.8แล้วน่าจะสกิดใจบ้าง สุเทพกับเอ๋อ!!!ก็เจอพ่อเป็นๆๆแล้วยังแอบอ้าง…รักเหมือนเดิม …แสดงว่าแต่ก่อนเอ๋อไม่รักใช่ใหม ทำงานไม่เป็นสัปรดผู้จัดการบริษัทจะโปรดได้ยังไงไม่มีทาง…เหลือแต่ฝ่ายสีฟ้าและบุตรีแหละในครั้งนั้นให้ท้าย….ครั้งนี้ใคร…หญิงไหนจงเผยความจริงออกมา!!! หากพวกศาลหัวแตกแยก3ก๊กยังเชื่ออีกงานนี้โดนหลอกอีกแล้ว ฮา เหมือนทหารราบ11เขาหลอกให้ฆ่าเสื้อแดงเพราะ..ไปหาสั่งปากเปล่า ทหารก็หูเบาทำไปได้ ต่อไปอัดคลิปไว้ขอคำสั่งด้วยซิวะหัดฉลาดๆๆไว้บ้าง แต่พวกศอฉคงไม่มีทางรอด…ตราครุฑนะคำสั่ง…อย่าปฏิเสธงานนี้ทั้งอภิสิทธิ์ และสุเทพ รับผิดชอบเต็มๆๆ รึให้พ่อแม่เข้าคุกขึ้นศาลแทนแบบแม่ของศิริโชคละเนี่ย!!! คนในพรรคปชปนี้ชอบยืมเงินแล้วไม่จ่ายแอบอ้างใช้เล่ห์กลเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการอย่างเดียว…

6)ศาลไทยมันเหี้ยให้สุดๆๆ แบบนี้ ปล่อยให้มีสื่อและพรรคปชปทำร้ายประเทศไทยไม่หยุดทำร้ายใส่ร้ายป้ายสีอยู่แบบนี้ การเลือกตั้งท้องถิ่นตามกติกาพรรคปชปโดยสุขุมพันธุ์ต้องโดนใบแดง ทั้งกกตและสุขุมพันธุ์รู้ว่าตนเองมีคดีขาดคุณสมบัติอาจต้องคดีและลาออกทำให้มีการเลือกตั้งใหม่ในอนาคต แบบนี้ยังไงต้องจ่ายค่าเลือกตั้งใหม่ แบบกรณีอภิลักษณ์ กกตกทมทำอะไรอยู่ป่านนี้กี่ปีแล้วไม่มีการทวงคืนค่าเลือกตั้งใหม่กับอภิลักษณ์ ทำมุบมิบๆๆๆแบบนี้ไม่มีการแจ้งแถลงข่าวให้ประชาชนกทมรู้บ้างว่าอะไรเป็นอะไรทำเป็นแดนสนธยา สุดท้ายความจริงก็หนีไม่พ้นปิดไม่มิดจนได้ น่าอายแทน กกตกทมลาออกน่ะสมควรแล้วละแต่ไม่หยุดทวงเงินอภิลักษณ์ ไม่งั้นทำเฉยอีกมีกรณีที่3-4-5  …แถมสาวกพรรคปชปยุวชนพรรคปชปไปฆ่าตำรวจภาคใต้ตาย4ศพแบบชี้นำโดยพันธมิตรคลื่นสันติอโศกออกสื่อไปทั่วด้วย ..งานนี้CIA(ทหารกองทัพไทย+พรรคปชปและสาวกสนับสนุน)กับFBI(ตำรวจ+ประชาชน)มาแว้ววววว….สงครามกำลังจะเริ่มแบบภาคใต้100ปีก็ไม่จบ หากไม่จัดการฝ่าย อธรรม(แต่ใช้สื่อโหมโฆษณาว่าตนเป็นคนดี) มันเดินแก้ผ้าโชว์ยังไม่รู้อีกเห็นพวกมันก็ขำกลิ้ง!!!…บาปนี้นรกเป็นเบี้องหน้า…เราต้องให้เขาทำเองและได้รับผลเอง นิ่งๆๆให้อธรรมเคลื่อนไหวหากใครยังไม่ตาสว่างเดี๋ยวก็เจอกับตัวเองจะได้สำนึกเองได้…ในสักวัน

7) เมื่อหน้าฝนปีนี้พายุเข้าทั้งปี แถมพายุสุริยะในเดือนมี.คและกลุ่มดาวหางบุกโลกเฉียดโลกอีก งานนี้กรุงเทพมหานครจะรอดเหรอ..เอ๋อมาแบบนี้สารพัดงานเฉพาะหน้าท้ากึ๋นแบบนี้มีแต่แบบไม่คาดคิดทั้งนั้นเลย…ต้องให้น้ำไปท่วมบ้าน กกต..ศาลต่างๆๆปปช สตงขนาดฝนจากฟ้ามาทดสอบยังไม่มีใครทำงานดูดน้ำขัง….สมน้ำหน้าคนกรุงเทพเจอเพศภัยซะบ้างก็ดี มีแต่คนมีกึ๋นจึงจะปลอดภัย…แม้เหล่าคนดีจะลำบากอีกแล้ว ตามกรรมร่วม!!!! น้ำท่วมก็ทำใจเอานะพี่น้อง เตรียมเก็บบ้านให้ข้างล่างโล่งๆๆไว้!!! หากไม่หยุดคนชั่วงานนี้ธรณีสูบมาแน่แม่เอ้ยๆๆๆอย่าหาว่าไม่เตือน ฟ้าก็ผ่าระนาว…อะกรรมทำเองอย่าได้โทษใคร…เขาคนที่เขาโดนฆ่าตายวิญญานเฮี้ยนเขาสาปเเช่งไว้…แรงมากยากจะรอดขนาดพ่อแม่ยังเดี้ยง..ลูกน้องรึจะเหลือ!!!

8)เละเทะไปหมด…งบประมาณแสนๆๆล้าน…ให้เอ๋อเอามาเล่นเฉยเลย…สาธุประเทศไทย อยู่คนเดียวเด้อพวกท่าน ต่อไปความมั่นคงแห่งอาเซียนมา…ความมั่นคงของแหล่งทรัพยากรมา…งานนี้คนสนับพรรคปชปต้องรับกรรม ขนาดรวมอาเซียนและเรื่องในอนาคตต่างๆ..มีแต่คนเสื้อแดงที่รู้….ฮาๆๆๆๆๆโลกนี้กว้างใหญ่ มิใช่กบในกระลาเช่นพรรคปชปและสาวก เท่าที่เห็นการคอรับชั่นในอดีตทำให้ประชาชนโง่ จน เจ็บมานาน พวกเขาตาสว่าง…เมื่อวิกฤติศรัทธาตกต่ำลง …ไม่มีวันที่ความดีจะโน้มกิ่งลงมาเกือกกลั้วความชั่ว …งานนี้ เด้ดขาด …ประชาชนแยกตัวกันออกได้ชัดเจน ยากจะประสานอีกแล้ว

9)ว่าแต่ประเทศที่สนับสนุนมาร์ค อภิสิทธิ์และคนสนับสนุนล้วนกำลังผจญกรรมกัน…หน้าผาแห่งกรรมมีให้กระโดดอีกหลายเเห่ง นับจากนี้ อ้อเพชรต้นเรื่องความซวยนั้นอยู่ที่ไหนใครเอ่ยครอบครอง ติ๊กต็อกๆๆ ก็คนไปงานศพโบว์โชว์…..ไงล่ะ!!!ส่วนพลังงานปตท..ไปทวงที่หุ้นมหาชนเอาเด้อ พวกโง่ทั้งหลาย…ต่างชาติขำกลิ้ง…นังโรสนา หน้าโง่ ไปทวงที่กระทรวงการคลังซิวะ…ฮาๆๆ พันธมารคือพวกที่โกหกตอแหล 40สวแปลว่า…กลุ่มทำแต่เรื่องทำลายชาติไทย(โรสนาคือตัวอย่างคนจีนกินบนเรือนขี้รดหลังคาบ้านของคนที่ให้อาศัยแผ่นดินแล้วออกลูกมาเป็นครอก แย่งชิงทุกอย่างของคนไทยเจ้าของแผ่นดิน) ใครเชื่อพวกนี้ก็ออกลูกเป็นลิง….ส่วนรธน50 กอดขี้ไปนะพวกแก!!!! ทูลขี้หมูไว้บนหัวยังไม่รู้อีก…นึกว่าของล้ำค่าชิมิ ฮาๆๆๆๆๆๆๆ

h-rkkThawon snlx=x

16มี.ค2556 หลังจากการเลือกตั้งทุกๆๆคนที่ตาสว่างประเทศไทยกำลังจับตามองพฤติกรรมของใครบ้างที่ขัดขวางความเจริญของประเทศไทย…ซึ่งคนกทมที่เลือกพรรคเพื่อไทยได้ออกมาเลือกผู้ว่ากทมกันอย่างท่วมท้นกว่า1ล้าน,7หมี่นเสียงซึ่งสูงทำลายสถิติเลยทีเดียว โดยประชาร่วมใจและทุกคนก็หยุดนิ่งทำตามกรอบกติกาบ้านเมือง…เพื่อรอชมพฤติกรรมใส่ร้ายป้ายสีโกหกตอแหล แถไปวันๆๆของพลพรรคปชปและค้านทุกเรื่องรวมทำผิดกฏหมายเลือกตั้งทุกข้อกติกา…แบบเติมๆๆที่เคยทำมากับภาคใต้ กทมและจังหวัดเป้าหมายทางเศษฐกิจเพื่อยึดประเทศไทยของแท้..ร่วมกับพธมที่แยกกันตีแม้กระทั่งการกล่าวในรายการวิทยุว่า…ชั่งอีราตรีแม้พินิตสส.พรรคปชปจะเป็นคนส่งราตรี-วีระเข้าคุก…เขาก็เลือกราชนิกูลเบอร์16ไว้ก่อนแทนการเห็นแก่ไพร่อย่างวีระ-ราตรีกับการใช้คำพูดบิดเบือนต่างๆๆแบบเอาดีใส่ตัวมั่วไปหมดของสำนักสันติอโศก(ขนาดพวกกันเองยังหักหลังซะงั้น)    ธาตุแท้ของพวกเขาได้เผยออกมาให้ชมร่วมASTV,นสพ.ผู้จัดการ,เนชั่นและสื่อไทยทั้งทีวีทุกช่องและสื่อวิทยุของคลื่นทหารก็จะไม่เอ่ยถึงการเลือกตั้งผู้ว่ากทมมากนัก ….เมื่อการเลือกตั้งได้เสร็จสิ้นลงกับไม่รู้คะแนนมาจากไหนกว่า3.8เเสนที่เพิ่มเข้ามาหลังปิดหีบและกำลังเพิ่งจะนับคะแนนเริ่มไม่กี่นาทีเท่านั้น ที่สำคัญ…ประชาชนไทยและทั่วโลกกำลังทดสอบ…   วิกฤติศัรทธาในกกตกลางว่า..จะเลือกตามใจองค์มนตรี สุเมธ  ตันติเวชกุล ที่ดอดเข้าหาก กตกลาง…ว่า…ให้รับไปก่อนใกล้4ปีค่อยสอยรึเปล่าเพราะ..ตามหลักฐานจากการตัดสินของกกตกลางในกรณีเดียวกันของการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยหลายๆๆจังหวัดที่ผ่านมากับกรณีการร้องเรียนในการใส่ร้ายป้ายสีและข้อผิดกฤหมายกติกาการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกทมในครั้งนี้ก็คือ…ใบเเดง....อะวิกฤติศัทราที่เสื่อมจากองค์กรของคมช19ก.ย49นั้นลามไปที่สำนักราชวัง…ในสภาวะฤษีแปลงสารแอบอ้างราชอำนาจ…ไม่ยอมหยุด… ขนาดกูยังไม่ตายนะนี่มึง(เสียงจาก…คำราม)   ขณะเดียวกันในภาคใต้พธมและพรรคปชปที่ต่อต้่นตำรวจได้คาร์บอมตำรวจตาย4นายในขณะที่กลุ่มอื่นๆๆเจรจาแต่หัวหน้าก่อการร้ายตัวพ่อ อภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ,ถาวร เสนเนียม ,สุเทพ เทือกสุบรรณไม่เจรจาสันติวิธี…งานนี้ชี้ชัดเจนแล้วใครกันแน่..ก่อความไม่สงบในขณะนี้…นั้นเอง!!!ในสภาวะการณ์ประเทศไทยเดินหน้าในการร่วมทุนระยะยาวกับมหาอำนาจโลกร่วมเป็นหุ้นส่วนประเทศไทยระยะยาวนั้นนั้น…พรรคปชปกระจอกไปเลยในสายตาชาวโลกจะล้มฝ่ายประชาธิปไตยนั้นคงยากละคราวนี้…ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆสะใจ ประชาชนไทยขุดหลุมฝัง...ศาลรธน ศาลปกครอง ศาลอาญา อุธรณ์ ฏีกา,กกต…ยังบ้าอยู่อีกเหรอ...อนาคตคืออะไร….คิดออกไหมพวกท่าน…รึคอขาดจากคำสั่งประหารไปซะก่อนละ…จึงจะคิดได้…เงาที่ไร้หัว!!!

คุณสมบัติขอผู้มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง

(พรรคเพื่อไทยตรวจสอบด่วนเดี๋ยวยกฟ้องนะหากผู้ยื่นคัดค้านไม่ตรงตามข้อกำหนด ที่มีในบทบัญญัติ และต้องดูแลการฟ้องให้ตรงศาลด้วย)

1.1 ก่อนการประกาศผลเลือกตั้ง

      (1) ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

      (2) ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองซึ่งมีสมาชิกสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น

1.2 หลังประกาศผลการเลือกตั้ง

      (1) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าสิบคนในเขตเลือกตั้งนั้น

      (2) ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งนั้น

      (3) ผู้ว่าราชการจังหวัด ในเขตเลือกตั้งนั้น

      (4) นายอำเภอ ในเขตเลือกตั้งนั้น

ระยะเวลาการยื่นคำร้องคัดค้าน

1. ก่อนวันประกาศผล (หากไม่มีผู้ยื่นคำร้องคัดค้าน เลขาธิการ กกต. จะเสนอให้ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 7 วันทำการนับแต่วันเลือกตั้ง)   

2. ภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง

3. การคัดค้านเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ให้ยื่นภายใน หนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง

การพิจารณาสำนวนการคัดค้านการเลือกตั้ง

1. กกต.จว.พิจารณาและจัดทำความเห็นเสนอกกต.

2. กกต. พิจารณาและ มีมติ

    2.1 กรณี กกต. มีมติก่อนการประกาศผลการเลือกตั้ง ดำเนินการตามมติ กกต. ได้ทันที่    2.2 กรณี กกต. มีมติหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง

          (1) มติให้ยกคำร้อง ดำเนินการยกคำร้องตามมติ กกต.

          (2) มติให้เลือกตั้งใหม่ และหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อพิจารณามีคำสั่งในเรื่องดังกล่าว

 การเลือกตั้ง ส.ส. หรือ ส.ว. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา

– การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ยื่นคำร้องต่อ ศาลอุทธรณ์

ข้อห้ามในการหาเสียง

7 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 18:01 น.

 ข้อห้ามในการหาเสียงตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และอาจถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งถึง 10 ปี   http://news.voicetv.co.th/bangkokvote/62599.html

​หลังลงสมัครรับเลือกตั้งมาหนึ่งสัปดาห์ การหาเสียงยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้สมัครแต่ละคนยังมีกิจกรรมการหาเสียงที่หลากหลายแต่รู้หรือไม่ว่าตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 รวมทั้งประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ระบุถึงข้อปฏิบัติในการหาเสียงไว้ด้วย
สำหรับข้อห้ามในการหาเสียงตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นระบุไว้ว่าผู้สมัครห้ามจัดทำ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ ที่คำนวณเป็นเงินได้แก่หน่วยงานหรือบุคคลอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม ห้ามไม่ให้มีการจัดเลี้ยง โฆษณาหาเสียงด้วยการจัดมหรสพ-การแสดงต่างๆ นอกจากนั้นผู้สมัครยังห้ามหาเสียงในลักษณะหลอกลวง บังคับขู่เข็ญ หรือใช้อิทธิพลคุกคาม จูงใจใส่ร้ายให้เข้าใจผิดในตัวผู้สมัครคนอื่นด้วย
ทั้งนี้หากผู้สมัครคนใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา57 และได้รับโทษตาม มาตรา118 ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ซึ่งระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี ซึ่ง กกต.ได้ย้ำเตือนผู้สมัครทุกคน ให้อบรมทีงานหาเสียงทุกคนด้วย เพราะหากทีมงานกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ผู้สมัครก็จะมีความผิดด้วย
ส่วนข้อห้ามอื่นๆ ในการหาเสียงตามประกาศของ กกต. ยังเตือนไม่ให้ผู้สมัครนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้อง และผู้ที่ประกอบวิชาชีพด้านสื่อมวลชนก็ไม่ควรนำอาชีพสื่อมาเป็นประโยชน์ในการหาเสียง ขณะเดียวกันการหาเสียงผู้สมัครต้องใช้ถ้อยคำที่สุภาพอีกด้วย

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์  พ.ศ. 2550
มาตรา 16  
ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต ผู้กระทำไม่มีความผิด
ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้
ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย

ij เทพียุติธรรม(justictia ) ผู้คุ้มครองโลกให้สมดุล-โทษของการตัดสินลำเอียงผิดอคติรับสินบนไม่ยึดมั่นในความยุติธรรม ก็ต้องเจอดาบเพชรฆาตประหารชีวิต สถานเดียว และไล่ล่าไม่มีที่ซุกหัวนอน ประชาจะลงทัณฑ์ ในไม่ช้า งานเข้าเเว้ว!!

ใบเหลือง – ได้ใบแดง ในการเลือกตั้ง ….?

กรรมการให้ใบเหลือง แปลว่านักการเมืองนั้นเล่นผิดกติกาข้อห้ามในการหาเสียง  -และต้องมีการเลือกตั้งใหม่

กรรมการให้ใบแดง   แปลว่า   นักการเมืองคนนั้นและผู้เกี่ยวข้องเล่นผิดกติกาอย่างร้ายแรง  ห้ามมิให้ลงเลือกตั้งตัดสิทธิ์ และต้องชดเชยค่าเลือกตั้งครั้งใหม่ให้รัฐบาลไทยอีกด้วย

ข้อกำหนดการให้ใบเหลือง-ใบแดงของกกต

ใบเหลือง

การให้ใบเหลืองแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใด  หมายความว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้น เช่น การซื้อสิทธิ ขายเสียง การแจกเงิน สิ่งของ เป็นต้น  แต่เป็นการทุจริตที่ไม่ปรากฏหลักฐานที่เชื่อได้ว่า ผู้สมัครได้เป็นคนกระทำ ด้วยตนเอง  แต่เป็นผู้ได้รับประโยชน์  จึงลงโทษด้วยการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่  ซึ่งผู้สมัครที่ได้ใบเหลืองยังสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้

ส่วนการให้ใบแดง แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง  หมายความว่า    ได้มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้นเช่นเดียวกับกรณีการให้ใบเหลือง  แต่ต่างกันตรงที่ว่าผู้สมัครเป็นผู้กระทำหรือมีส่วนรู้เห็นการทุจริตนั้น      จึงมีผลให้ต้องเสียสิทธิการเลือกตั้งและถูกตัดสินให้เสมือนเป็นผู้ไม่ได้รับการเลือกตั้ง  แม้ได้รับคะแนนเสียง การเลือกตั้งอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับเลือกตั้งก็ตาม

siric_1ss-bk2013-

ภาพตัดต่อจากเฟชบุคของนายศิริโชค โสภา สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์สสพรรคประชาธิปัตย์จ.สงขลาใน ปัจจุบันอดีตเลขานาย ชวน หลีกภัยและอดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์2544 ปัจจุบันนายศิริโชค เป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ รายการ สายล่อฟ้าของพรรคประชาธิปปัตย์ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายเเชนแนล โดยเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินรายการ 3 คน คือ นายศิริโชค โสภา ,นายเทพไท เสนพงศ์ และนาย ชวนนท์ อินทรโกมาลย์(กรรมการบริหารพรรคประชาธิปปัตย์ชุดปัจจุบัน(2556) ซึ่งส่งเบอร์16 มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัฒน์ ลงสมัครเป็นผู้ว่าราชการในครั้งนี้ 3มี.ค 2556เพื่อใส่ร้ายป้ายสีเบอร์9 พล.ต.ต ดร. พงศพัศ พงษ์เจริญและสมาชิกพรรคเพื่อไทยว่า…อย่าเลือกคนเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งไม่เป็นความจริง…ศาลเเพ่งได้ตัดสินคดีความให้เทเวศน์ประกันภัยจ่ายค่าประกันเซนทัลเวริดิ์ เเละเสื้อแดงไม่ได้เผา…เป็นกลุ่มทหารไทยดังข้อมูลนี้

ทหารเต็มห้างและไล่ยิงรปภห้างเซนทัลเวริด์และผู้ค้าภายในห้างออกให้หมด

คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปปัตย์ชุดปัจจุบัน

ในวันที่ 6สิงหาคม พ.ศ2554 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ทางพรรคได้จัดประชุมใหญ่เพื่อคัดเลือกผู้บริหารพรรคชุดใหม่ ภายหลังการเลือกตั้ง3ก.ค2554 มีคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 19 คน ได้แก่

  • นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค
  • นาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน(ดูแลยุทธศาสตร์พรรค) รองหัวหน้าพรรค
  • นาย ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ (ดูแลการเมืองและงานสภา) รองหัวหน้าพรรค
  • นาย จุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก  (ดูแลงานด้านการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรค)  รองหัวหน้าพรรค
  • นาง ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู หรือ แม่เลี้ยงติ๊ก รองหัวหน้าพรรค ภาคเหนือ
  • นาย  อิสสระ สมชัย   รองหัวหน้าพรรค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • นาย กรณ์ จาติกวณิช   รองหัวหน้าพรรค กรุงเทพมหานคร
  • นาย อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค ภาคกลาง
  • นาย ถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรค ภาคใต้
  • นาย   เฉลิมชัย ศรีอ่อน    เลขาธิการพรรค
  • นาย    นิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรค
  • นาย    นราพัฒน์ แก้วทอง รองเลขาธิการพรรค
  • นาย  ศุภชัย ศรีหล้า รองเลขาธิการพรรค
  • นาย  ชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช เหรัญญิกพรรค
  • นาย   นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค
  • นาง  นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ส.ส.ภูเก็ต  นายทะเบียนสมาชิกพรรค
  • นาย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย  กรรมการบริหารพรรค
  • นาย ธนิตพล ไชยนันทน์ กรรมการบริหารพรรค
  • นาง ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมการบริหารพรรค
  • ผ.ศ ดร.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคสำรอง  (อดีตทำงานด้านโฆษกรัฐบาลเงาร่วมกับนายศิริโชค โสภาเคยทำงานให้พรรคประชาธิปัตย์ดังนี้มีตำแหน่งอื่นๆได้แก่ เป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นกรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคม เป็นกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ )

หัวข้อ: เซ็นทรัลเวิร์ด ไม่ได้โดนเสื้อแดงเผา

ตาสว่าง…รุ่นใครเผาเซ็นทรัลเวริดิ์

rkk at CentralRKK ยุวชนพรรคประชาธิปปัตย์)AT 19 พค2553เผาห้างเซนทัลเวริดิ์ร่วมกับทหารไทย(ซึ่งปิดล้อมห้ามคนเข้าไปเด็ดขาดนอกจากกลุ่มพวกตนเอง ตามทฤษฏีการสมคบคิดและเเกนนำเสื้อแดงได้มอบตัวกับตำรวจหมดแล้วรวมสตรีคนสุดท้ายที่เดินออกไปเว้นปชชที่อยู่วัดสระปทุมขราชประสงค์เย็นวันนั้น ทหารไทยบนรางรถไฟฟ้าBTS ก็สังสารหมู่ประชาชนที่วัดสระปทุมตายอย่างน้อย6ศพบาดเจ็บและสูญหายจำนวนมาก

rkk-st19RKKจัดฉากโดยศอฉ.เพื่อใส่ร้ายป้ายสีเสื้อแดง
ข้อห้ามการเลือกตั้ง(6) ห้ามมิให้บุคคลซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยเข้ามีส่วนช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง

st-19bkRKK-PED

ข้อมือPED-RKK

ตาสว่างชัดเจน…พรรคประชาธิปัตย์กับการสนับสนุนพันธมิตรยึดสนามบินดอนเมือง,สุวรรณภูมิ, ทำเนียบรัฐบาล ,7ต.ค51หน้ารัฐสภา เผาเซนทัลดิ์และอื่นๆๆ

ภาพสำเนาใบเกิด “Mark Abhisit Vejjajiva” หัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์ เกิดที่ประเทศอังกฤษ แต่แจ้งกกตไทยว่า…เกิดที่ประเทศไทย…เกิดที่อังกฤษต้องเป็นสัญชาติอังกฤษ…มิได้มีสัญชาติไทย

aj-dk

ลายเซ็นต์ มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัฒน์ mouภ43 สมัยเป็นรมต.ต่างประเทศยุคนาย ชวน หลีกภัยซึ่งเสี่ยงต่อการเสียที่ทัพซ้อนรอบๆๆเขาพระวิหาร

sb_n

คนกรุงเมิน อภิสิทธิ์ ช่วยลูกพรรคหาเสียง

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง3ก.ค2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและสสพรรคปชปเป็นไปอย่างเงียบเหงา(2556 ไม่มีทางชนะการเลือกตั้งเว้นโกงตามเคย)

3ก.ค2554 อภิสิทธิ์ กับผลโพล์ในครั้งนั้น

รวมผลงานผิดกฏหมายการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกทม 2556ของสมาชิกแฟนคลับพรรคปชป

1.bk2013

โปสเตอร์ รักมาร์ค…มาก เลือก16ยกบ้าน

5 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 09:53 น.

“ประชาธิปัตย์”ปรับกลยุทธหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เปิดป้ายหาเสียงใหม่ ชูรัก”มาร์ค” ต้องเลือก “สุขุมพันธุ์”

2.เมื่อวันที่20 ก.พ2556 นาย สุเทพ เทือกสุบรรณสส.พรรคปชปจ.สุราษฏธานีปราศัยใส่ร้ายป้ายสี

st-bk2013 st-2013-02-26_bk2013

3.ดร.เสรี วงศ์มณฑา ชี้นำการเลือกตั้งผู้ว่ากทม2556โดยโพสต์ข้อความจูงใจ,ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นให้ได้รับความเสียหายและให้เข้าใจผิดในเพชบลุ๊คตนเองว่า

sv-2013-02-26_bk

sv-bk2013

4.คอลัมนิสต์ที่เชียร์พรรค ปชป ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นให้ได้รับความเสียหาย

jb2013-02-26_bkjb-2013-02-26-bk

5.บิลลี่ โอแกน-ใส่ร้ายป้ายสี จูงใจให้คนเข้าใจผิด

bo-2013-02-26_bk

การแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ/การเสียสิทธิเลือกตั้ง

ถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้เนื่องจากมีเหตุอันสมควร ให้ไปแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าเจ็ดวันหรือภายในเจ็ดวันนับแต่วันเลือกตั้ง ต่อนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน โดยกรอกแบบ ส.ถ./ผ.ถ.31 หรือทำหนังสือชี้แจงเหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้ และให้ระบุเลขประจำตัวประชาชนและที่อยู่ตามทะเบียนบ้านด้วยตนเอง หรือมอบหมายผู้อื่น หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หากไม่แจ้งเหตุฯ จะต้องเสียสิทธิเลือกตั้ง 6 ประการดังนี้

  1. สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ถ. และ ผ.ถ.
  2. สิทธิร้องคัดค้านการคัดเลือกกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
  3. สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ถ. และ ผ.ถ.
  4. สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
  5. สิทธิเข้าชื่อร้องเรียนขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น
  6. สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอนถอด ส.ถ. หรือ ผ.ถ.

กฎหมาย/ระเบียบ/ประกาศที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

  1. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528
  2. พระราชบัญญัติการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นหรือสภาชิกสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2545
  3. พระราชบัญญัติการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นหรือสภาชิกสภาท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546
  4. พระราชบัญญัติการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นหรือสภาชิกสภาท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2554
  5. ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2554
  6. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง วิธีการหรือลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2551
  7. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง วิธีการหรือลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555
  8. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง แนะนำวิธีการและลักษณะต้องห้ามเกี่ยวกับการเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการลงคะแนนเลือกตั้งฯ พ.ศ. 2551
  9. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  10. ประกาศผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เรื่อง ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  11. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดจำนวนของประกาศหรือป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  12. ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดสถานที่สำหรับปิดประกาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  13. ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดสถานที่สำหรับปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งของผู้รับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  14. มติ กกต. กทม.เรื่องจำนวนผู้ช่วยหาเสียงของผู้รับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  15. แบบฟอร์มแจ้งเหตุอันไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งฯ (แบบ ส.ถ./ผ.ถ. 31)

st-1q0

ณ.วันนี้กกตชุดที่3ของประเทศไทยดำรงตำแหน่งระว่าง พ.ศ.2549 – ปัจจุบันโดยมีนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.คนปัจจุบันซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 5คนดังนี้

 นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
1. นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบงานด้านการบริหารการเลือกตั้ง
2. นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านการสืบสวนสอบสวน
3. นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านกิจการพรรคการเมือง
4. นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านการมีส่วนร่วม (พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากอายุ 70 ปีบริบูรณ์ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552)
4. นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านการมีส่วนร่วม (รับตำแหน่งแทนนายสุเมธ อุปนิสากร

5.  ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง,ลาออกเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2554เพื่อไปดำรงตำแหน่งกรรมการกสทช.

พฤติกรรมศาลรัฐธรรมนูญไทย(วางแผนใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทยหวังให้ยุบพรรคให้ได้)

ภายหลังจากการ รัฐประหาร พ.ศ 2549 ได้มีการตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นมา โดยมีอำนาจตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีตาม รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ต่อมามีการประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ซึ่งมาตรา 300 ได้กำหนดให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เป็น ศาลรัฐธรรมนูญ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ภายหลังจาก การเลือกตั้งพ.ศ2550

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550(ชุดปัจจุบัน)

นาย วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ(26 ตุลาคม พ.ศ.2554- ปัจจุบัน)

นาย จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

นาย จรูญ อินทจาร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

นาย เฉลิมพล เอกอุรุ  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

 นาย ชัช ชลวร  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

 นาย นุรักษ์ มาประณีต  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

 นาย บุญส่ง กุลบุปผา  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

 นาย สุพจน์ ไข่มุกด์  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

  นาย อุดมศักดิ์ นิติมนตรี  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ที่มาของอำนาจตุลาการภิวัตร…ตามคณะปว.19ก.ย2549

การสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2549ก่อนคณะทหารนำโดย พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน      ผบทบในยุคนั้นจะกระทำการปฏิวัติ ยึดอำนาจ พล.ต.ท, ทักษิณ ชินวัตรในวันที่ 19ก.ย2549 ซึ่งเป็นกำเนิด…ตุลาการภิวัตรตราบจนทุกวันนี้(12 มี.ค2556)

รวมพลเส้นทางขบวนเหี้ย…ตุลาการภิวัตร

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา 3 คน ประธานแผนกคดีต่างๆ ในศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา จำนวน 84 คน ได้ลงมติเพื่อสรรหาผู้สมควรเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งจำนวน 10 คน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 138 (2) และ (3) จากจำนวนผู้สมัคร 42 คน เพื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภา ลงมติคัดเลือกเหลือ 5 คน

คณะกรรมการเลือกตั้งชุดนี้จะปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 2 ปี ตามวาระที่เหลืออยู่ของคณะกรรมการเลือกตั้งชุดที่สอง

รายชื่อผู้สมควรเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง 5 คน ตามมาตรา 138 (2)

  1. นาย วิชา มหาคุณ- ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา
  2. นายอุดม เฟื่องฟุ้ง – ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญา กรุงเทพใต้
  3. นาย วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ – ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา
  4. นาย สมชัย จึงประเสริฐ – ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
  5. นาย อภิชาติ สุขัคคานนท์- ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา

รายชื่อผู้สมควรเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง 5 คน ตามมาตรา 138 (3) (ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ทำหน้าที่คัดเลือกแทน คณะกรรมการสรรหาจากตัวแทนพรรคการเมือง ซึ่งไม่มีอยู่ในขณะนี้)

  1.  นายประพันธ์ นัยโกวิท   – รองอัยการสูงสุด
  2. นาย แก้วสรร อติโพธิ – อดีต สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร
  3. นายสุเมธ อุปนิสากร  – ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญา กรุงเทพใต้
  4.  นางสดศรี สัตยธรรม – ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
  5.  นาย นาม ยิ้มแย้ม – อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2549 ที่ประชุมวุฒิสภาลงมติคัดเลือกคณะกรรมการเลือกตั้ง ประกอบด้วย

  1. นายประพันธ์ นัยโกวิท
  2. นายสุเมธ อุปนิสากร
  3. นายอภิชาต สุขัคคานนท์
  4. นาย สมชัย จึงประเสริฐ
  5. นางสดศรี สัตยธรรม

ต่อมา นายสุเมธ อุปนิสากรได้หมดวาระไปเมื่ออายุครบ 70 ปี เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ที่ประชุมวุฒิสภาลงมติคัดเลือกคณะกรรมการเลือกตั้งคนใหม่แทน มีมติด้วยคะแนน 107 ต่อ 11 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง เลือกนายวิสุทธิ์ โพธิแท่น อดีต คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำรงตำแหน่งแทน

กกต.คือใคร ทำหน้าที่อะไร

กกต. หรือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (Election Commission of Thailand, ECT) คือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่ในการควบคุมและจัดให้มีการเลือกตั้งในระดับต่างๆให้มีความเรียบร้อย โปร่งใสและยุติธรรม โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น เป็นต้น 

คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ถูกจัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และต่อมาเมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 องค์กรนี้ก็ยังคงอยู่ เพื่อให้ดูแลจัดการเลือกตั้งในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชาติคือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส) และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว) ไปจนถึงสมาชิกสภาปกครองท้องถิ่นในทุกระดับและการออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

กกต.มีที่มาอย่างไร
กกต. หรือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เกิดจากการสรรหาและคัดเลือกโดยวุฒิสภา เมื่อผ่านการคัดเลือกจะต้องนำเสนอชื่อเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ประกอบไปด้วยกรรมการจำนวน 5 คน (ประธานกรรมการการเลือกตั้ง 1 คน และกรรมการการเลือกตั้ง 4 คน) โดยแต่ละคนจะสามารถดำรงตำแหน่งได้วาระเดียว โดยมีวาระคราวละ 7 ปี โดยจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อหมดวาระหรือเมื่ออายุครบ 70 ปีบริบูรณ์

ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครคัดเลือกเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง

1. ต้องไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

2. ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ

3. ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ

4. ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของราชการส่วนท้องถิ่น

5. ไม่ดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใด

6. ไม่ประกอบวิชาชีพอิสระอื่นใด

หน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญดังนี้
1. ควบคุมและดำเนินการจัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ตามที่กฎหมายกำหนด ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
2. ออกประกาศกำหนดการทั้งหลายอันจำเป็นแก่การปฏิบัติงาน ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งส.ส. และส.ว. กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และกฎหมายการ เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
3. มีคำสั่งให้ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ปฏิบัติการทั้งหลายอัน จำเป็นในการเลือกตั้ง
4. ออกข้อกำหนดเป็นแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ
5. ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งที่ใช้วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้ง และจัดให้มีบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
6. สืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
7. สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือออกเสียงประชามติใหม่ในหน่วยเลือกตั้งหนึ่งหรือทุกหน่วยเลือกตั้ง หรือ สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่เมื่อ มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตการเลือกตั้ง
8. เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร หัวคะแนนและผู้เกี่ยวข้อง
9. การดำเนินคดีในศาลเกี่ยวกับความผิดการเลือกตั้งหรือพรรคการเมือง
10. ประกาศผลและรับรองผลการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติ
11. มีอำนาจแจ้งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการสอบสวนและให้มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาล ไม่ว่าในเรื่องทางแพ่งหรืออาญาหรือทางปกครอง แก่ผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งตลอดจนให้ชดใช้ค่าเสียหาย ในการเลือกตั้งใหม่แก่ผู้ถูกใบแดงและผู้ที่เกี่ยวข้อง
12. การรับรองและการแต่งตั้งผู้แทนองค์กรเอกชนเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการเลือกตั้ง
13. ดำเนินการหรือประสานงานกับหน่วยราชการ ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือสนับสนุนองค์การเอกชน ในการให้การศึกษาแก่ประชาชน เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ตามมาตรา 327 (3) ของกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ระบุว่าหน้าที่ของ กกต. คือการให้การศึกษาแก่ประชาชนเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
14. จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีและข้อสังเกตเสนอต่อรัฐสภา
15. ดำเนินการเรื่องอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
หมายเหตุ ข้อมูลจากเว็บไซต์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ect.go.th)

sskktโปรดสังเกตไปจ.ยโสธรคดีคัดค้านการเลือกตั้งท้องถิ่น ในจ.ยโสธร…

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.คนปัจจุบันซึ่งได้เคยวินิจฉัยคดีใส่ร้ายป้ายสีและอื่นๆๆซึ่งตรงกับการเลือกตั้งผู้ว่ามหานคร2556ในครั้งนี้(ซึ่งกรณีผว.กทม สุขุมพันธ์ บริพัตร3มี.ค2556นั้น กกตกทมท้องถิ่นต้องชี้มูลความผิด ผลการสอบสวนทำสำเนาส่งกกตกลางรวมทั้งคุณสมบัติผู้คัดค้านต้องตรงตามบทบัญญัติ)และนายศิริโชค โสภานั้นคือผู้เกี่ยวข้องกับผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัฒน์โดยเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์…สสพรรคปชปจ.สงขลาและที่สำคัญที่สุด เป็นกรรมการบริหารพรรคปชป(มรว สุขุมพัธุ์ บริพัฒน์ ลงสมัครในนาม สังกัดพรรคปชป…ดูถูกกูนักกูก็พรรคปชปในวันหาเสียงด้วย)

กกต กทม ประกอบไปด้วย

bk-kkt (1)

พล.ต.ท.ทวีศักดิ์  ตู้จินดาประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร
1.นายสุพจน์  ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร
2.พล.ต.ต.สุเทพ  รมยานนท์ 

กรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร

 

3.นายอรรณพ  ลิขิตจิตถะ กรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร
4.ดร.เครือทิพย์  ธีรานุรักษ์ กรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร
7มี.ค2556
พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำกทม. เปิดเผยถึงกรณีมีคำร้องตามความผิดมาตรา 57 (5) แห่ง พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นในรายการข่าวเข้มประเด็นข้น ว่า ได้ดำเนินการสอบสวนมาตั้งแต่ก่อนลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำและหลักฐานประกอบ ระหว่างหาเสียงก็ได้เตือนเป็นระยะว่าระวังเข้าข่ายความผิดมาตรา 57 (5) แต่ก็ยังมีปรากฏเป็นหลักฐานมาร้องเรียนได้ ซึ่งเป็นเรื่องของการใส่ร้ายในขณะหาเสียงเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปตามมาตรา 57 (5) และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งฉบับลงวันที่ 18 ก.พ.2551 เป็นข้อเท็จจริงที่กล่าวเพื่อให้มีผลต่อการได้รับคะแนนเสียงสำหรับการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งในวาระต่างๆ
พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำกทม. เปิดเผยถึงกรณีมีคำร้องตามความผิดมาตรา 57 (5) แห่ง พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นในรายการข่าวเข้มประเด็นข้น เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ว่า ได้ดำเนินการสอบสวนมาตั้งแต่ก่อนลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำและหลักฐานประกอบ ระหว่างหาเสียงก็ได้เตือนเป็นระยะว่าระวังเข้าข่ายความผิดมาตรา 57 (5) แต่ก็ยังมีปรากฏเป็นหลักฐานมาร้องเรียนได้ ซึ่งเป็นเรื่องของการใส่ร้ายในขณะหาเสียงเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปตามมาตรา 57 (5) และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งฉบับลงวันที่ 18 ก.พ.2551 เป็นข้อเท็จจริงที่กล่าวเพื่อให้มีผลต่อการได้รับคะแนนเสียงสำหรับการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งในวาระต่างๆเมื่อถามว่า เป็นการปราศรัยของตัวผู้สมัครหรือคณะ พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการปราศรัยของคณะและการใช้โซเชียลมีเดีย  ซึ่งมีนักรบไซเบอร์ทั้งของ กกต.กลาง และกกต.กทม.คอยดูแลอยู่ ทั้งที่แจ้งเตือนอยู่ตลอดว่าให้ระมัดระวัง แต่ก็ยังมีการเผอเรอ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีตัวตนเกี่ยวข้องกับตัวผู้สมัคร  ส่วนระยะเวลาการสอบสวน ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยเรื่องการสอบสวนและวินิจฉัย มีเกณฑ์ว่า หลังรับคำร้องมีระยะเวลา 20 วัน ในการสอบสวนหาข้อมล พิสูจน์ทราบถึงความแม่นตรงของหลักฐาน ซึ่งหากภายใน 20 วันยังไม่แล้วเสร็จ สามารถขยายไป 15 วันได้ 2 ครั้ง แต่ตามกฎหมายให้ประกาศรับรองการเลือกตั้งภายใน 30 วัน ก็จะทำให้เหลื่อมกันเรื่องเวลา ประกอบกับประกาศ คปค.ย้ำอีกว่าภายใน 30 วัน จึงทำให้จำกัดเวลาให้เร็วขึ้น
ส่วนจะต้องเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลหรือไม่ พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า ต้องเชิญมาให้ข้อมูลแน่ๆ และผู้ที่เกี่ยวข้องก็บอกมาแล้วว่าพร้อมเข้าให้ข้อมูลและยืนยันความบริสุทธิ์ ก็ต้องดูกันว่า จะเข้ามาให้ข้อมูลกันว่าอย่างไร ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากต้องตรวจสอบหลักฐานให้แน่นอนอีกครั้งก่อนเชิญตัวมาให้ถ้อยคำคะแนนเสียงที่ผู้ถูกร้องเรียนได้รับกว่าล้านเสียงมีผลต่อการตัดสินใจหรือไม่ พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า ขอบอกว่า กกต.กทม.มีนักกฎหมาย 4 คน ดูหลักกฎหมายเป็นหลัก จะไม่นำความรู้สึกของคนมาเกี่ยวข้อง การเลือกตั้ง แต่ละครั้งพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ  ข้อห้าม ข้อกำหนดไว้ในกฎหมายพร้อมข้อแนะนำในประกาศ กกต.ที่ผู้ที่สมัครเลือกตั้ง ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือนักการเมืองที่จะเข้ามาสู่อำนาจรัฐเพื่อจะดูแลประชาชนไม่ว่าในท้องถิ่นหรือทั้งประเทศได้พึงระลึกอยู่เสมอว่า พัฒนาการทางการเมืองหรือการหาเสียงจะต้องเปลี่ยนแปลงจากเดิม  ให้ซึมซับวิธีการที่ถูกต้องระบอบประชาธิปไตย ถ้าทุจริตก็ได้ใบแดง และหากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายบางเรื่องก็ต้องใบเหลือง“ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในปี 2554 ก็คาบลูกคาบดอกมาหลายทีแล้ว ตั้งแต่คราวนั้นก็พิจารณากันว่า เมื่อไหร่จะเปลี่ยนแปลงเสียทีวิธีการหาเสียงแบบนี้ ทำให้ประชาชนสับสน การจะเข้าสู่อำนาจรัฐ คุณต้องมีความจริงใจกับประชาชนตั้งแต่เบื้องต้น วิธีการแสดงความจริงใจต่อประชาชนนั้นไม่ยากหรอก ก็ปฏิบัติไปตามกฎหมาย ตามแนวคิดในระบอบประชาธิปไตย ผมอยากเห็น และเชื่อว่าประชาชนก็อยากเห็น”พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ อธิบาย
เมื่อถามว่า หากพิจารณาแล้วปรากฏว่า ต้องเลือกตั้งใหม่ ผู้ที่ถูกร้องเรียนนี้นต้องรับผิดชอบอย่างไรหรือไม่ พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้นั้นดำเนินคดี ซึ่งผู้ที่ถูกดำเนินคดีจะต้องเสียสิทธิการเลือกตั้งพร้อมชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้ง  176 ล้านบาท ที่กทม.ที่ใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งนี้ และกกต.ได้จริงจังกับการปฏิบัติตามกฎหมาย มีให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้วในต่างจังหวัดที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นเงินกว่า 11 ล้านบาท
“กกต.กทม.เป็นเพียงเสนอแนะผลการสอบสวนเท่านั้น เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมายมาตรา 92-94 อย่างไร  ส่วนอำนาจเต็มในการวินิจฉัย หรือที่สิ้นสุดของกระบวนการอยู่ที่ กกต.กลาง” พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าว
 
คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร
ประกอบด้วย  ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร 1 คน และกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร 4 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ตามมาตรา 13 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 ดังนี้
  1. อำนวยการการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติที่กระทำภายในกรุงเทพมหานคร
  2. เสนอแนะการแบ่งเขตเลือกตั้งสำหรับการแบ่งเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งที่ใช้วิธีการแบ่งเขต
    เลือกตั้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  3. รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
  4. เสนอแนะต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อพิจารณาแต่งตั้งบุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติ ตามที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ หรือกฎหมายว่าด้วย
  5. ปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติ

กกต กทม 3มี.ค2556ประกอบไปด้วย

พล.ต.ท.ทวีศักดิ์  ตู้จินดาประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร
1.นายสุพจน์  ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร
2.พล.ต.ต.สุเทพ  รมยานนท์ 

กรรมการการเลือกตั้ง

ประจำกรุงเทพมหานคร

3.นายอรรณพ  ลิขิตจิตถะ กรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร
4.ดร.เครือทิพย์  ธีรานุรักษ์ กรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร

นายชีวินรัฏฐ แก้ววัฒนะบวร
ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กต.กทม.)

เป็นพนักงานสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศระเบียบข้อกำหนด และมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมถึงการปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครมอบหมายหรือมีคำสั่ง

พลเรือโท ณรงค์ ชโลธร นั่ง ประธาน.กกต.ทถ.กทม.

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2555 ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ประชุมเพื่อเลือกกันเองเป็นประธานกรรมการจำนวน 1 คน ซึ่งผลการเลือกกันเอง ได้ พลเรือโท ณรงค์ ชโลธร เป็นประธานกรรมการฯ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย

1.พลเรือโท ณรงค์ ชโลธร ข้าราชการบำนาญ เป็นประธานกรรมการฯ

2.นายชัยธวัช อยู่สำราญ ข้าราชการบำนาญ เป็นกรรมการ

3. นายศิวรัตน์ สุวรรณกาศ ข้าราชการบำนาญ เป็นกรรมการ

4. นายชัยณรงค์ เทียนมงคล ข้าราชการบำนาญ เป็นกรรมการ

5.นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการ และเลขานุการ

แผนภูมิโครงสร้างการจัดแบ่งส่วนงาน
ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร

kkt (1)

12มี.ค2556  พล.ร.ท.ณรงค์ ชโลธร ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เปิดเผย กรณี สน.เพชรเกษม และ สน.ภาษีเจริญ ขออายัดหีบบัตร ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์การลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม.เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า สาเหตุเกิดความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในการใช้สิทธิ อาทิ ชื่อของผู้มาใช้สิทธิซ้ำกัน และการลงลายมือชื่อของผู้มาใช้สิทธิผิดช่อง ซึ่งทาง กกต.ทถ.กทม.จะส่งหนังสือตอบกลับไปยัง สน.เพชรเกษม และ สน.ภาษีเจริญ แจ้งให้ทำหนังสือถึง กกต.กทม.โดยตรง กกต.ทถ.กทม.ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว อีกทั้งไม่มีอำนาจในการเปิดหีบบัตรเลือกตั้งดังกล่าว อำนาจหน้าที่ทั้งหมดเป็นของ กกต.กทม.และ กกต.เท่านั้น

jbk_1

พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธาน กกต.กทม.กล่าวภายหลังการประชุม กกต.กทม.เพื่อพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ว่า ขณะนี้ กกต.กทม.ได้รับคำร้องทั้งสิ้น 20 คำร้อง พิจารณาไปแล้ว 9 คำร้อง ในจำนวนนี้รับเป็นคำร้อง 3 เรื่อง ไม่รับ 4 เรื่อง และมี 2 เรื่องที่ กกต.กทม.มีมติเสียงข้างมากเสนอความเห็นไปยัง กกต.กลาง โดยจะถึง กกต.กลางในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.และผู้มีสิทธิเลือกตั้งร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบการโพสต์ภาพเผาบ้านเผาเมืองของนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในเฟซบุ๊ก รวมถึงการโพสต์ข้อความในลักษณะไม่เลือกเราเขามาแน่ ของ ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ โดยเชื่อว่าจากพยานหลักฐานและการสอบสวนของ กกต.กทม.มีความสมบูรณ์พอที่ กกต.กลางจะพิจารณาได้เลยว่าสมควรที่จะประกาศ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือไม่ ไม่น่าจะต้องมีการส่งให้อนุกรรมการวินิจฉัยเรื่องร้องคัดค้านของ กกต.พิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามติที่มีการเสนอไปยัง กกต.กลาง นั้นความผิดตามที่มีการกล่าวหาโยงไปถึงตัว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังคงเป็นเพียงความผิดของผู้สนับสนุนที่ถือเป็น ผู้ใดตามมาตรา 57(5) ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น ที่ กกต.กทม.เสนอให้ กกต.กลางพิจารณาสั่งดำเนินคดี แต่ทั้งนี้จะมีการประกาศรับรองผล หรือสั่งเลือกตั้งใหม่ ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ กกต.กลางจะพิจารณา

“กกต.กทม.พิจารณาโดยดูองค์ประกอบของกฎหมายเป็นหลัก และเอาข้อเท็จจริงมาปรับ ผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็อย่างนั้น ไม่มีการกดดันจากทั้งผู้ลงคะแนนหรือผู้สมัคร แม้กรณีนี้จะไม่ได้เป็นผู้สมัครดำเนินการเอง แต่เป็นการกระทำของผู้สนับสนุนที่ถือว่าเข้าข่ายเป็นผู้ใดตามกฎหมาย แต่เราก็ต้องดูการกระทำของบุคคลนั้นว่า ทำให้ผู้สมัครได้รับประโยชน์หรือไม่ ผู้ที่กระทำโยงไปถึงการมีตำแหน่งอะไรในพรรค และการกระทำดังกล่าวทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ ถ้าพบว่าเป็นเช่นนั้น ก็ต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น โดยทั้งหมด กกต.กลางจะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งมีทางออก 3 ทาง คือ 1.เห็นชอบว่าการทำดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครจนต้องสั่งให้มีการเลือกตั้ง กกต.ก็ประกาศรับรองผล 2.เห็นว่าควรให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม 3.เห็นว่าควรไม่ประกาศรับรองผล” พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุม กกต.กทม.ยังมีมติรับเรื่องที่นายเรืองไกร ร้องขอให้ตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่า หาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะตั้งปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 31 คน ซึ่งเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด ไว้เป็นคำร้องเพื่อพิจารณาวินิจฉัยแล้ว โดยคำร้องที่เหลืออีก 11 คำร้อง กกต.กทม. จะพยายามพิจารณาให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา 30 วัน ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าในสัปดาห์หน้าจะให้เหลือไม่เกิน 3 คำร้อง แต่ในส่วนที่ร้องนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยใส่ร้าย ยังอยู่ในการตรวจสอบเนื้อหาคำร้องของเจ้าหน้าที่ ยังไม่ได้มีการเสนอที่ประชุมพิจารณา แต่จากที่ตนได้ติดตามข่าวสาร เห็นว่า คำร้องของนายเรืองไกร 2 เรื่องหลังนี่ค่อนข้างมีน้ำหนัก

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับมติ กกต.ที่เสนอต่อ กกต.กลางในวันนี้เป็นมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 1 โดยก่อนหน้านั้นในการพิจารณาคำร้องของนายเรืองไกรมีด้วยกัน 3 ประเด็น ซึ่งประเด็นที่กล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์ ปราศรัย เชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ โดยใช้ถ้อยคำว่า “อภิสิทธิ์ เบอร์อะไร ประชาธิปัตย์เบอร์อะไร เบอร์ 16” นั้น กกต.กทม.มีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง ส่วนประเด็นนายศิริโชค โพสต์ภาพและข้อความเผาบ้านเผาเมือง และประเด็น ดร.เสรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในลักษณะไม่เลือกเราเขามาแน่นั้น ทั้ง 2 ประเด็น กกต.กทม.มีมติ 3 ต่อ 2 เห็นว่ามีน้ำหนักเข้าเกณฑ์ เป็นผู้ใด กระทำการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง

กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำร้องยังไม่แล้วเสร็จ โดยถ้า กกต.กทม.เห็นว่าคดีมีมูลเชื่อมโยงไปถึงตัว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็จะต้องมีหนังสือเรียก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มารับทราบข้อกล่าวหาและทำการชี้แจงเสียก่อน จากนั้น กกต.กทม.จึงจะค่อยพิจารณาและมีความเห็นเสนอไปยัง กกต.กลาง แต่ ณ วันนี้ที่มีมติที่มียังไปไม่ถึงขั้นนั้น ซึ่ง กกต.กทม.นัดประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 14 มี.ค.นี้ เวลา 13.00 น.ซึ่งก็จะมีการพิจารณาเพื่อหามติว่าจะเสนอให้ กกต.กลางประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หรือควรสอบสวนเพิ่มเติม โดยเชื่อว่าไม่น่าจะเสนอให้ กกต.กลางได้ทันในวันเดียวกัน

คำวินิจฉัย กกต.(ส่วน จว.ยโสธร) ในส่วนของข้อกล่าวหา หาเสียงเลือกตั้งในเรื่องต่างๆๆอธิเช่นโดยหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในเรื่องใดเกี่ยวกับผู้สมัครคำวินิจฉัยของกกต.ท้องถิ่นนั้นๆๆ ก่อนนำส่งให้กกตส่วนกลางตัดสิน

http://www2.ect.go.th/download.php?Province=yasothon&SiteMenuID=5711

ประวัติกกต-คณะกรรมการการเลือกตั้ง

ประเทศมีคณะกรรมการการเลือกตั้งมาแล้ว 3 ชุด ประกอบด้วย
กกต.ชุดที่ 1 ดำรงตำแหน่งระว่าง พ.ศ.2540 – พ.ศ.2544
1. นายธีรศักดิ์ กรรณสูต ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
2. นายสวัสดิ์ โชติพานิช กรรมการการเลือกตั้ง ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย
3. นายยุวรัตน์ กมลเวชช กรรมการการเลือกตั้ง ฝ่ายจัดการการเลือกตั้ง
4. นายจิระ บุญพจนสุนทร กรรมการการเลือกตั้ง ฝ่ายกิจการพรรคการเมือง (แทนนายวิสุทธิ์ โพธิแท่น ที่ลาออกไป)
5. นายโคทม อารียา กรรมการการเลือกตั้ง ฝ่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน

กกต.ชุดที่ 2 ดำรงตำแหน่งระว่าง พ.ศ.2544 – พ.ศ.2549
1. พลเอกศิรินทร์ ธูปกล่ำ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (ลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 15 พฤษภาคม 2545)
2. พลตำรวจเอกวาสนา เพิ่มลาภ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (ดำรงตำแหน่งแทน พลเอกศิรินทร์ ธูปกล่ำ)
3. นายจรัล บูรณพันธุ์ศรี กรรมการการเลือกตั้ง ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย
4. นายวีระชัย แนวบุญเนียร กรรมการการเลือกตั้ง ฝ่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน
5. นายปริญญา นาคฉัตรีย์ กรรมการการเลือกตั้ง ฝ่ายบริหารการเลือกตั้ง
6. พลเอกจารุภัทร เรืองสุวรรณ กรรมการการเลือกตั้ง ฝ่ายกิจการพรรคการเมือง (แทนพลเอกศิรินทร์ ธูปกล่ำ)

กกต.ชุดที่ 3 ดำรงตำแหน่งระว่าง พ.ศ.2549 – ปัจจุบัน
1. นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
2. นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบงานด้านการบริหารการเลือกตั้ง
3. นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านการสืบสวนสอบสวน
4. นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านกิจการพรรคการเมือง
5. นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านการมีส่วนร่วม (พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากอายุ 70 ปีบริบูรณ์ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552)
6. นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านการมีส่วนร่วม (รับตำแหน่งแทนนายสุเมธ อุปนิสากร)

คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นอีกองค์กรหนึ่งตามรัฐธรรมนูญที่มีความสำคัญยิ่งต่อระบบการเมืองการปกครองของไทย เนื่องจากมีหน้าที่ในการจัดและควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เรียบร้อย บริสุทธิ์และยุติธรรมนั่นเอง

แนวทางการหาเสียงเลือกตั้ง
ข้อปฏิบัติและข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งควรรู้ของจ.เชียงราย

1.การคัดค้านการรับสมัคร หรือ ไม่รับสมัครเลือกตั้ง ( ม.49,50 )
1.1 การร้องคัดค้านการไม่ประกาศชื่อตนเองเป็นผู้สมัครฯ ผู้สมัครฯ ที่ไม่ได้รับการประกาศชื่อ
หากประสงค์คัดค้าน เนื่องจากเห็นว่าตนเองมีคุณสมบัติ ต้องร้องคัดค้านกรณีดังกล่าวต่อ กกต. จังหวัด ภายในสามวัน
นับแต่วันที่มีประกาศรายชื่อผู้สมัครฯ
1.2 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประสงค์ร้องคัดค้านผู้สมัครฯ ว่าขาดคุณสมบัติ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นต้อง
ร้องคัดค้านต่อ กกต.จังหวัด ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน เพื่อให้ กกต.จังหวัดทำการไต่สวนและวินิจฉัย
2.การร้องคัดค้านการเลือกตั้งว่ามิได้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม ผู้ประสงค์ร้องคัดค้านต้อง
ดำเนินการดังนี้.
2.1 ทำเป็นหนังสือ โดยใช้ถ้อยคำสุภาพ และต้องมีรายละเอียดดังนี้
– วัน เดือน ปี ที่จัดทำคำร้อง พร้อมลงลายมือชื่อผู้ร้องท้ายคำร้อง
– ชื่อ-สกุล ที่อยู่ของผู้ร้อง และหมายเลขโทร(ถ้าหากมี)
– ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของผู้ถูกร้อง
– รายละเอียดเรื่องที่ร้อง วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ
– ระบุพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าทีของรัฐ พร้อมรับรองสำเนา
2.2 การร้องคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้ง หรือกรรมการนับคะแนน
ผู้ร้องจะต้องทำการทักท้วงเหตุที่เห็นว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบนั้นๆ ในขณะปฏิบัติหน้าที่
ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ หรือกรรมการนับคะแนนแล้วแต่กรณีจะต้องบันทึกเหตุแห่งการทักท้วงนั้นและมอบต้นฉบับให้แก่
ผู้ทักท้วงโดยเจ้าหน้าที่เก็บคู่ฉบับไว้ และผู้ทักท้วงต้องนำบันทึกการทักท้วงไปประกอบการร้องคัดค้านด้วย
2.3 ระยะเวลาในการร้องคัดค้าน
ผู้ร้องสามารถร้องคัดค้านได้ตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงหลังวันที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง
แล้วอีกสามสิบวัน (ในกรณีร้องคัดค้านหลัง กกต. ประกาศรับรองผล ผู้มีสิทธิร้องคัดค้านต้องเข้าชื่อร้องคัดค้านไม่น้อย
กว่าสิบคน นอกจากนั้นยังให้สิทธิแก่นายอำเภอท้องที่และผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถร้องคัดค้านได้)
2.4 การฝ่าฝืนข้อห้ามการหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น กระทำเมื่อใดจึงจะถือว่าเป็นความผิด
-เริ่มตั้งแต่ หกสิบวันก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่จะมีการ
เลือกตั้ง แต่หากเป็นการเลือกตั้งเนื่องจากเหตุอื่นให้นับแต่วันที่มีประกาศให้มีการเลือกตั้งเป็นต้นไปจนสิ้นสุดวัน
เลือกตั้ง (ม.57)
2.5 ใครบ้างเป็นผู้มีสิทธิ์ร้องคัดค้าน
2.5.1 ก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิร้องคัดค้าน คือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง,ผู้สมัคร
รับเลือกตั้งประเภทเดียวกันในเขตเลือกตั้งเดียวกัน

2.5.2 หลังจากที่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว

– ผู้มีสิทธิร้องคัดค้านการเลือกตั้งได้แก่ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวมกันสิบคนขึ้นไป, ผู้สมัครประเภทเดียวกัน
ในเขตเดียวกัน หรือผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอท้องที่
2.5.3 การมอบอำนาจให้ผู้อื่นร้องคัดค้านแทน
– กรณีผู้ร้องมีเหตุจำเป็นอาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นร้องแทนก็ได้ โดยทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ที่อยู่
ในฐานะที่ทราบข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งการร้องประกอบสำเนาบัตรฯของทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
2.5.4 คำร้องคัดค้านยื่นที่ไหน
– ผู้ร้องต้องยื่นร้องด้วยตนเอง(เว้นแต่กรณีมอบอำนาจตามข้อ 2.5.3)ยื่นต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้ง
ประจำจังหวัดเชียงราย ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย
2.6 ขั้นตอนการสอบสวนและวินิจฉัย
– ก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง หากสอบสวนแล้วพบว่าผู้สมัครที่ถูกร้องได้รับการเลือกตั้งโดย
ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กกต.สามารถเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ แต่หลังการประกาศ
รับรองผล กกต. ต้องยื่นร้องต่อศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
2.7 ความรับผิดชอบที่ผู้สมัครต้องรับผิดชอบหากถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งและสั่งให้มีการ
เลือกตั้งใหม่
– ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง
– ถูกดำเนินคดีอาญา ซึ่งมีทั้งโทษจำและปรับ
– ชดใช้ค่าจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เต็มจำนวนตามที่ท้องถิ่นได้จ่ายไป
3. แนวทางการหาเสียงที่สามารถทำได้
(1) จัดทำแผ่นประกาศหรือป้ายโฆษณาหาเสียงสำหรับปิดประกาศหรือติดตั้งในที่ ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น
ประกาศกำหนดหรือบริเวณที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอนุญาต
(2) หาเสียงโดยวิธีแจกเอกสารการหาเสียง หรือเทปวัสดุโทรทัศน์ เกี่ยวกับการหาเสียงให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ตามสถานที่ต่างๆ หรือตามงานพิธีการต่างๆ โดยเอกสารหรือเทปฯ สามารถมีชื่อ รูปถ่าย หมายเลขผู้สมัครหรือข้อมูล
ประวัติ เฉพาะเกี่ยวกับตัวผู้สมัคร
(3) ใช้ยานพาหนะในการหาเสียง
(4) ใช้เครื่องขยายเสียงเพื่อช่วยในการหาเสียง(เฉพาะ อบต. ควรขออนุญาตใช้เสียงต่อเจ้าพนักงานผู้มี
อำนาจด้วย เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการใช้เสียงไม่ได้ยกเว้นให้ อบต. แต่ยกเว้นให้ท้องถิ่นประเภทอื่นๆ เข้าใจว่าขณะ
ออกกฎหมายยังไม่มีการจัดตั้ง อบต.)
(5) จัดสถานที่เพื่อทำการโฆษณาหาเสียงด้วยตนเอง โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่
(6) จัดทำประกาศหรือป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยมีชื่อ รูปถ่าย หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร หรือข้อมูล
ประวัติเฉพาะที่เกี่ยวกับตัวผู้สมัคร โดยประกาศควรมีขนาดความกว้างไม่เกิน 30 เซนติเมตร ความยาวไม่เกิน 42
เซนติเมตร หรือป้ายควรมีขนาดความกว้างไม่เกิน 130 เซนติเมตร ความยาวไม่เกิน 245 เซนติเมตร และให้ระบุชื่อ
ตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวน และวัน เดือน ปี ที่ผลิตไว้ด้วย ทั้งนี้ การกำหนดจำนวนของประกาศหรือ
ป้ายดังกล่าวให้เป็นไปตามความเหมาะสมในพื้นที่ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
กำหนด
(7) จัดหาเสื้อผ้า สิ่งของ เลี้ยงอาหารหรือเครื่องดื่มสำหรับบุคคลผู้ช่วยในการหาเสียงเลือกตั้งโดยต้องแจ้ง
รายชื่อและจำนวนบุคคล ผู้ช่วยในการหาเสียงให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงรายทราบก่อนเพื่อ
พิจารณาความเหมาะสม ก่อนวันดำเนินการไม่น้อยกว่า 5 วัน

(8) เสนอชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เช่น
ตำแหน่งรองนายกฯ เลขานุการ เป็นต้น การเสนอชื่อต้องเสนอไม่เกินจำนวนที่สามารถแต่งตั้งได้ตามกฎหมาย
โดยต้องมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกเสนอชื่อ พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่และควรต้องมีการให้ความยินยอมเป็นลาย
ลักษณ์อักษร และส่งหลักฐานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบก่อนนำชื่อผู้นั้นไปใช้โฆษนาหาเสียง
(9) เช่ารายการวิทยุโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง เคเบิลทีวีเพื่อช่วยในการหาเสียง
(10) หาเสียงโดยจัดส่งจดหมาย สื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็คทรอนิคส์ หรือผ่านทางเว็บไซด์ถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
(11) หาเสียงเลือกตั้งร่วมกัน ลักษณะเป็นกลุ่มหรือคณะบุคคล
(12) ใช้ฉายาหรือชื่อเล่นที่เป็นที่รู้จักของบุคคลในท้องถิ่นประกอบการหาเสียง
(13) เปิดเพลง สลับการโฆษณาหาเสียง
(14) กล่าวถึงผลงานของตนในอดีตได้
(15) กล่าวถึงนโยบายที่จะทำหากได้รับการเลือกตั้ง แต่ต้องเป็นนโยบายที่เป็นไปได้จริงและเป็นไปตามอำนาจ
หน้าที่และใช้งบประมาณขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น นั้น ๆ
(16) ไปร่วมงานต่าง ๆ เช่น งานแต่งงาน งานศพ ขึ้นบ้านใหม่ งานบุญ งานเทศกาล ฯลฯ แต่ต้องไม่มีการ
ให้เงินหรือบริจาคใด ๆ
(17) ประกอบอาชีพของตนเองตามปกติ แต่ต้องไม่อาศัยการประกอบอาชีพเอื้อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้ง
(18) จัดทำเอกสารที่มีการกากบาทในช่องลงคะแนนเลือกตั้งให้กับตนเองหรือผู้สมัครอื่นที่หาเสียงร่วมกันได้
แต่การจัดทำเอกสารดังกล่าว ต้องไม่มีขนาดหรือลักษณะคล้ายกับบัตรเลือกตั้ง
4. ข้อห้ามในการหาเสียง
(1) ห้ามจัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณ
เป็นเงินได้แก่ผู้ใด รวมทั้งการให้หรือบริจาคเงินหรือสิ่งของที่มีมูลค่าในวาระต่าง ๆ เช่น งานวันเกิด งานขึ้นบ้านใหม่
งานประเพณีต่าง ๆ
(2) ห้ามให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
แก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถาบันการศึกษา สถานสงเคราะห์ เช่น การบริจาคเงิน การประมูลทรัพย์สินหรือสิ่งของ
ในการกุศลต่าง ๆ
(3) ห้ามทำการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งด้วยการจัดการให้มีมหรสพ หรือ การรื่นเริงต่างๆ รวมทั้งการแสดง
และการละเล่นอื่น ๆ
(4) ห้ามเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด รวมถึงการจัดเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงการประชุม อบรมสัมมนา
ทัศนศึกษาดูงาน เป็นต้น
(5) ห้ามหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายหรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในเรื่องใดอันเกี่ยวกับผู้สมัครใด

siric_1ภาพตัดต่อจากเฟชบุคของนายศิริโชค โสภากรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งส่งเบอร์16 มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัฒน์ ลงสมัครเป็นผู้ว่าราชการในครั้งนี้ 3มี.ค 2556เพื่อใส่ร้ายป้ายสีเบอร์9 พล.ต.ต ดร. พงศพัฒน์ พงษ์เจริญและสมาชิกพรรคเพื่อไทยว่า…อย่าเลือกคนเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งไม่เป็นความจริง…ศาลเเพ่งได้ตัดสินคดีความให้เทเวศน์ประกันภัยจ่ายค่าประกันเซนทัลเวริดิ์ เเละเสื้อแดงไม่ได้เผา…เป็นกลุ่มทหารไทยดังข้อมูลนี้

ทหารเต็มห้างและไล่ยิงรปภห้างเซนทัลเวริด์และผู้ค้าภายในห้างออกให้หมด

หัวข้อ: เซ็นทรัลเวิร์ด ไม่ได้โดนเสื้อแดงเผา

ตาสว่าง…รุ่นใครเผาเซ็นทรัลเวริดิ์

rkk at CentralRKK ยุวชนพรรคประชาธิปปัตย์)AT 19 พค2553เผาห้างเซนทัลเวริดิ์ร่วมกับทหารไทย(ซึ่งปิดล้อมห้ามคนเข้าไปเด็ดขาดนอกจากกลุ่มพวกตนเอง ตามทฤษฏีการสมคบคิดและเเกนนำเสื้อแดงได้มอบตัวกับตำรวจหมดแล้วรวมสตรีคนสุดท้ายที่เดินออกไปเว้นปชชที่อยู่วัดสระปทุมขราชประสงค์

rkk-st19RKKจัดฉากโดยศอฉ.เพื่อใส่ร้ายป้ายสีเสื้อแดง
(6) ห้ามมิให้บุคคลซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยเข้ามีส่วนช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง

ภาพสำเนาใบเกิด “Mark Abhisit Vejjajiva” หัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์ เกิดที่ประเทศอังกฤษ แต่แจ้งกกตไทยว่า…เกิดที่ประเทศไทย…เกิดที่อังกฤษต้องเป็นสัญชาติอังกฤษ…มิได้มีสัญชาติไทย

aj-dk
(7) ห้ามอาศัยตำแหน่งหน้าที่ของข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามามีส่วนช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง
(8) ห้ามโฆษณาหาเสียงโดยวิธี ทา พ่น หรือระบายสีซึ่งข้อความ ภาพหรือรูปรอยใดๆ หรือวิธีการปิดประกาศ ณ ที่รั้ว กำแพง ผนัง อาคาร สะพาน เสาไฟฟ้า หรือต้นไม้ บรรดาซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางการ หรือ ณ บริเวณที่เจ้าของ
หรือผู้ครอบครองทรัพย์สินมิได้อนุญาต เว้นแต่เป็นการปิดประกาศโฆษณาในสถานที่ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองกำหนด
(9) ห้ามเล่นหรือจัดให้มีการเล่นพนันขันต่อใดๆ เกี่ยวกับผลของการเลือกตั้ง
(10) ห้ามรวบรวมบัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นที่ใช้แสดงตนในการไปใช้สิทธิลงคะแนนของผู้มี
สิทธิเลือกตั้งผู้อื่นตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรในระหว่างวันประกาศ ให้มีการเลือกตั้ง ถึงวัน
ถัดจากวันเลือกตั้ง

(11) การโฆษณาหาเสียงโดยการกล่าวถึงนโยบาย ในการที่จะเข้าไปบริหารงานขององค์กรปกครองส่วน

ท้องถิ่นใดๆ ให้กระทำได้ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นงานที่ได้รับกำหนดว่าเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นั้นๆ ตามกฎหมายและการดำเนินการตามนโยบายนั้นจะต้องใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นและมีความเป็นไปได้จริง โดยพิจารณาถึงงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั้น ๆ
(12) ห้ามมิให้ดำเนินการย้ายบุคคลเข้ามาในทะเบียนบ้าน เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งโดยมิชอบ
(13) ห้ามมิให้จัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้งเพื่อการเลือกตั้งหรือนำกลับจากที่เลือกตั้ง
หรือจัดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้งหรือกลับจากที่เลือกตั้งโดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารหรือค่าจ้างที่ต้องเสีย
ตามปกติ เว้นแต่เป็นการจัดยานพาหนะของหน่วยงานของรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
(14) ห้ามมิให้ทำการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งด้วยวิธีการใด ๆ อันเป็นคุณหรือโทษ แก่ผู้สมัครนับตั้งแต่
เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง (เวลา 24.00 น.ของวันเลือกตั้ง)
(15) นับตั้งแต่มีการประกาศกำหนดที่เลือกตั้งห้ามมิให้ผู้ใดนำสิ่งพิมพ์ แผ่นประกาศหรือสิ่งอื่นใดมาปิดหรือ
แสดงไว้ภายในที่เลือกตั้ง เว้นแต่เป็นการดำเนินการตามคำสั่งของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เลือกตั้งตามระเบียบที่ กกต.กำหนด
(16) ห้ามจำหน่ายจ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตเลือกตั้งระหว่าง เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวัน
เลือกตั้งหนึ่งวัน จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
(17) ไม่ควรขึ้นเวทีหาเสียง ตามงานพิธีต่าง ๆ (เนื่องจากงานพิธีต่าง ๆ มักมีการจัดเลี้ยงและรื่นเริงบันเทิงอยู่ ด้วยอาจเป็นเหตุให้กระทำการอันฝ่าฝืนกฎหมาย)
(18)การหาเสียง ห้ามมิให้ผู้สมัครกระทำการหรืออาศัยผู้ใดกระทำการแจกจ่ายเอกสารเกี่ยวกับการหาเสียง เลือกตั้งด้วยวิธีการวางหรือโปรยในที่สาธารณะ
5. จากกรณีการปฏิบัติตาม ข้อ 3.(6)(7)(8) ผู้สมัครต้องปฏิบัติดังนี้คือ
– กรณีตาม(6) ผู้สมัครฯ ต้องประสานกับท้องถิ่นที่สมัครฯสอบถามว่าได้ประกาศกำหนดให้สามารถ
จัดทำแผ่นประกาศ และป้ายโฆษณา แต่ละประเภทมีจำนวนเท่าใด และสามารถปิดประกาศหรือติดตั้งได้ที่ใดบ้าง
– กรณีตาม(7) หากผู้สมัครฯ ประสงค์จะจัดหาเสื้อผ้า สิ่งของประกอบการหาเสียง เลี้ยงอาหารหรือ
เครื่องดื่ม สำหรับผู้ช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัครฯจะต้องแจ้งรายชื่อผู้ช่วยเหลือในการหาเสียง
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบล่วงหน้าก่อนไม่น้อยกว่าห้าวัน ทั้งนี้เพื่อความ
เหมาะสมและเท่าเทียมกัน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ได้กำหนดจำนวนผู้ช่วยในการ
หาเสียงไว้สำหรับผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกหรือผู้บริหารท้องถิ่นแต่ละคนให้สามารถมีผู้ช่วยเหลือในการหาเสียงได้
ไม่เกินจำนวนร้อยละสองของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนเองสมัครรับเลือกตั้ง
(มติ กกต.จว.เชียงราย ครั้งที่ 8 /2554 ลงวันที่ 27 มกราคม 2554 , ประกาศ กกต.จว.เชียงราย ฉบับลงวันที่
27 มกราคม 2554 เรื่อง การแจ้งรายชื่อบุคคลผู้ช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้งและการเสนอชื่อบุคคลที่จะ
แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ )
– กรณีตาม(8) ผู้สมัครนายกฯ หากประสงค์เสนอชื่อบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรองนายกฯตำแหน่ง
เลขานุการฯ เป็นต้น ประกอบการโฆษณาหาเสียง จะเสนอได้ไม่เกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้และต้องมี
หนังสือแสดงความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมส่งเอกสารหลักฐานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ
จังหวัดทราบ
—————————————————

สรุป สั้นๆ กกต. มีอำนาจหน้าที่อยู่ ๓ ประการ ที่ครอบคลุมทั้ง

ด้านบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ

ด้านบริหาร คือ การควบคุมและดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งทั้งการเลือกตั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น

ด้านตุลาการ คือ การสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาด สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ นับคะแนนใหม่รวมทั้งการสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครและสมาชิกสภาที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ด้านนิติบัญญัติ คือ การออกระเบียบ คำสั่ง ข้อกำหนดที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง