Thai ‘PM Yingluck Shinawatra welcomed Brunei’s Sultan Hassanal Bolkiah

30 มิถุนายน 2555( 18.20 น.) The “coordinating Thailand –Brunei Darussalam  We’ll go together “ ณ.บัดNOW.

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ได้ถวายการต้อนรับ สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุส,ซาลาม( กษัตริย์แห่งบรูไน ) ณ บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า  ทำเนียบรัฐบาล ,กรุงเทพมหานคร ,ประเทศไทย

1ก.ค 2555

17.20 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เสด็จออก ณ. พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ,พระบรมมหาราชวัง ทรงรับ สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุส,ซาลาม ,ในวาระโรกาสเสด็จพระราชดำเนินเยียนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะอาคันตุกะของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 29,มิ.ย -2ก.ค 2555

http://www.ch7.com/news/news_royal_detail.aspx?c=1&p=1&d=194249

30 มิ.ย 2555

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ได้ถวายการต้อนรับ สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุส,ซาลาม( กษัตริย์แห่งบรูไน ) ณ บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า  ทรงลงนามพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม  และหารือข้อราชการ ณ ห้องสีงาช้าง เพื่อสานต่อความร่วมมือระหว่างไทยและบรูไนในด้านต่างๆๆ ในระหว่างครั้งเมื่อนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษร์ ชินวัตรการได้  เยือนบรูไนเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2554 ซึ่งได้หารือกันครอบคลุมในหลายสาขา ได้แก่ ด้านการเกษตร อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล พลังงาน แรงงาน และการศึกษา รวมถึง ความร่วมมือในกรอบอาเซียนและการสนับสนุนของประเทศไทยในช่วงที่ประเทศบรูไนจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2556

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม เสด็จฯไปยังห้องสีฟ้า เพื่อร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำ ก่อนเสด็จฯไปโถงกลางตึกสันติไมตรี เพื่อทอดพระเนตรการสาธิตทางศิลปวัฒนธรรมไทย จากนั้น ในเวลา 18.30 น.นายกรัฐมนตรีถวายพระกระยาหารค่ำแด่สมเด็จพระราชาธิบดี ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก

การเสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระราชาธิบดีครั้งนี้จะเป็นการย้ำความสำคัญที่บรูไนมีต่อประเทศไทยและเป็นโอกาสให้ทั้งสองประเทศแสดงเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาความร่วมมือด้านต่างๆ ให้ก้าวหน้าเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศต่อไป

พระองค์ทรงเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 29 แห่งบรูไน ทรงขึ้นครองราชย์ฯ เมื่อวันที่ 1 ส.ค.11 นอกจากนี้ยังทรงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

โดยไทยและบรูไนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 27 สายสัมพันธ์อันใกล้ชิดตั้งแต่ระดับพระราชวงศ์ และฝ่ายบริหารช่วยให้ความสัมพันธ์และความร่วมมือตลอดระยะเวลา 28 ปีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันไทยและบรูไนมีความร่วมมือในสาขาต่างๆ ได้แก่ ด้านการเกษตร ด้านพลังงาน ด้านการศึกษา ด้านแรงงาน และมีโครงการจะขยายความร่วมมือในด้านอุตสาหกรรมฮาลาลให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บรูไนยังเป็นมิตรที่สำคัญของประเทศไทยในกรอบอาเซียนและระหว่างประเทศ โดยมีท่าทีที่สอดคล้องกับไทยในประเด็นระหว่างประเทศต่างๆ

19.00 น. นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแด่สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม

30-6-2012(18.00 pm)

His Majesty Sultan Haji Hassanal Bolkiah Mu’izzaddin Waddaulah, Sultan and Yang Di-Pertuan of Brunei Darussalam, is paying an official visit to Thailand from Friday through Monday, Thai News Agency reported.

The four-day visit has come from the invitation of Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra made during her official visit to Brunei on September 10 last year.

The Sultan will be granted an audience with His Majesty King Bhumibol Adulyadej of Thailand at the Grand Palace on Saturday.

An official welcoming ceremony will be held late this evening at Government House, followed by bilateral discussions with Yingluck.

The intended topics of discussion include various issues of cooperation, particularly in agriculture, education, and the halal food industry.

A dinner in honour of His Majesty the Sultan and Yang Di- Pertuan of Brunei Darussalam will be hosted by the Thai prime minister at the Outer Santi Maitri Building, Government House.

Thailand and Brunei have enjoyed excellent diplomatic relations since 1984. The frequent exchanges of high level visits in the past 28 years have helped expand cooperation between the two countries.

The official visit will provide a good opportunity for Thailand and Brunei Darussalam to further enhance their mutual cooperation for the benefit of their countries and peoples.

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Japan’s Crown Prince Naruhito visit Thailand,Cambodia and Laos

Japanese Crown Prince Naruhito (L) Crown Princess Masako (R)  as Naruhito leaves for Thailand, at their residence Togu Palace in Tokyo on June 25, 2012. Naruhito will visit Thailand,Cambodia and Laos for his week long Southeast Asian tour.

25-june-2012.

Japan’s Crown Prince Naruhito has arrived in Thailand on his first official visit.

The Foreign Ministry says Naruhito is to meet Monday with Prime Minister Yingluck Shinawatra and then with King Bhumibol Adulyadej and Queen Sirikit.

The 53-year-old crown prince is visit on Tuesday toAyutthaya Historical Study Centre, a Buddhist temple and the remnants of an ancient Japanese town in Thailand’s former capital of Ayutthaya.

Japanese Crown Prince Naruhito also is to meet with Japanese businesspeople and citizens living in Thailand during his stay, which ends Wednesday. He will then  visit Camdodia’s Angkor Wat and Laos’s Luang Phabang, both designated as world heritage sites.before returning to Japan on Sunday.

ภารกิจเยือนประเทศไทย     http://www.ch7.com/news/news_royal_detail.aspx?c=1&p=1&d=194068

Japan’s Crown Prince Naruhito holds a garland as he arrives at Don Muang airport in Bangkok June 25, 2012. Crown Prince Naruhito is on a three-day official visit to Thailand.  REUTERS/Chaiwat Subprasom (THAILAND – Tags: POLITICS ROYALS)

ตอนค่ำวันที่25 มิ.ย 2555 เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น เดินทางไปที่พระบรมมหาราชวัง เพื่อร่วมงาน พระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำร่วมกับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ณ พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระบรมมหาราชวัง ,กรุงเทพมหานคร

Japanese Crown Prince Naruhito (L) and Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra(R) attend a welcoming ceremony at Government House in Bangkok, Thailand. Japan’s Crown Prince Naruhito arrived in Thailand Monday for official visit.

วันที่ 25 มิ.ย. 2555 นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับเสด็จฯ เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นและคณะ ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 25-27 มิถุนายนนี้ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้นำเจ้าชายนารุฮิโตะ ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ท่ามกลางสายฝนจึงลดขั้นตอนลงและได้บังคมเชิญ เจ้าชายนารุฮิโตะ ลงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยมทำเนียบรัฐบาลนั้น นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถวายรายงานการลงทุนและความก้้าวหน้าในการทำงานร่วมกับประเทศยี่ปุ่นแด่มกุฎราชกุมาร เจ้าชาย นารุฮิโตะ แห่งญี่ปุ่น ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

นายกฯรับเสด็จเจ้าชายญีปุ่น   http://news.voicetv.co.th/thailand/42834.html

ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า และพระราชทานพระราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท

จากนั้นทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยมและทรงรับฟังรายงานสรุปความใกล้ชิดระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน และญี่ปุ่น ยังเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย

หลังจากเจ้าชายนารุฮิโตะทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม คณะรัฐบาลประเทศไทยมอบของที่ระลึกซึ่งเป็นหุ่นกระบอกเล็กพระ-นาง ทศกัณฑ์ และนางเบญจกาย ซึ่งเป็นตัวละครในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ โอกาสนี้ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นมีพระราชปฏิสันถารกับนายกรัฐมนตรีถึงสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะที่ทรงมีพระอาการดีขึ้นมาก และสามารถทรงงานได้ตามปกติแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีขอพระราชทานพระราชานุญาตในนามประชาชนชาวไทยถวายพระพรแด่สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี ให้ทรงพระเกษมสำราญ

จากนั้น ทรงรับฟังการกราบบังคมทูลรายงานถึงความใกล้ชิดระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายที่มีมายาวนาน และญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยรวมทั้งเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีของไทยให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในปีที่ผ่านมา

โดยขณะนี้ประเทศไทยมีความคืบหน้าในมาตรการป้องกันอุทกภัยและมาตรการบริหารจัดการน้ำในอนาคตเป็นอย่างมาก อาทิ การบริหารจัดการแม่น้ำสายหลักและเขื่อนกักเก็บน้ำสำคัญของประเทศ การพัฒนาแผนการบริหารจัดการน้ำ การเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพของระบบการเตือนภัยและการพยากรณ์อากาศ เป็นต้น

ทั้งนี้ เจ้าชายนารุฮิโตะ เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 25 ถึง 27 มิถุนายนนี้ ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ชาติที่ยืนยาวมานับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และร่วมเฉลิมฉลอง 125 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-ญี่ปุ่น

กำหนดการเยืยนประเทศไทยครั้งนี้นอกจากมาเยียนคณะรัฐบาลไทยแล้ว  พระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชมโบราณสถาน รวมถึงศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น กรุงเทพมหานคร ร่วมพบปะกับคนญี่ปุ่นที่อาศัยในประเทศไทยในวันที่26มิ.ย2555 และเดินทางไปเยืยนประเทศกัมพูชาและประเทศลาวเป็นลำดับต่อไป

ย่ำค่ำวันทรงเดินทางไปพระบรมมหาราชวัง ร่วมรับพระราชทานพระกระยาหารค่ำกับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ณ พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระบรมมหาราชวัง ,กรุงเทพมหานคร

บรรยากาการพิธีต้อนรับเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฏราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ในวาระโอกาสเสด็จเยืยนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ25-27 มิ.ย2555 โดย นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะ ณ.ทำเนียบรัฐบาล ,ประเทศไทย

The “coordinating Thailand – Republic of Guinea. We’ll go together “ ณ.บัดNOW.

26 มิถุนายน 2555

10.40 น.  เสด็จฯ เยี่ยมชมศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

     

11.40 น.  เสด็จฯ เยี่ยมชมวัดมหาธาตุ (Wat Mahathat temple)จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

12.30 น.  เสด็จฯ เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวญี่ปุ่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

13.25 น.  เสด็จฯ ถึงท่าเรือวัดเชิงท่าเพื่อประทับเรือพระที่นั่ง เรืออังสนา (Angsana Cruise) เรือรับรองพิเศษของกองทัพเรือ ในวโรกาสเสวยพระกระยาหารกลางวัน  โดยมี   พลเรือเอก วีรพล  กิจสมบัติ  รองผู้บัญชาการทหารเรือ เฝ้ารับเสด็จฯล่องแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังท่าเรือหอประชุมกองทัพเรือ

15.50 น.  เสด็จฯ ถึงทำเนียบเอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พระราชทานพระราช   วโรกาสให้ผู้แทนชาวญี่ปุ่นที่พำนักในประเทศไทยเข้าเฝ้าฯ โดยมีซุปเปอร์สตาร์ประเทศไทย นาย ธงไชย เเมดอินไตย (เบริดิ์)ให้การต้อนรับ

27-29 june 2012 Japan’s Crown Prince Naruhito  visit Cambodia

27 -6-2012 PHNOM PENH,Cambodia

Japan’s Crown Prince Naruhito met with Prime Minister Hun Sen Wednesday after arriving earlier in the day for a three-day visit to Cambodia. and  inspects an honour guard

After,Speaking  at the Peace Palace, Information Minister Khieu Kanharith told reporters that Hun Sen highlighted Japan’s role as the country’s main donor.

Japan was significantly involved in the Paris Peace Agreements of 1991 and played an important role with the European Union in securing peace in Cambodia in 1998.

In addition to the Kizuna Bridge over the Mekong River in Kampong Cham, Japan has started building a second bridge over the river in Cambodia in Neak Loeung.

Naruhito highlighted the strong cooperation between Japan and Cambodia as well as Hun Sen’s role in reinforcing peace and stability in Cambodia. He also said his visit to Cambodia would further boost cooperation between the two countries.

Khieu Kanarith said that Japan provided $759 million in grant aid to Cambodia from 2004 to 2012 including $76 million for the Khmer Rouge Tribunal since 2005. Japan also provided short and long-term training to 1,609 Cambodians while 192 Japanese volunteers are working in Cambodia.

The information minister recalled that the two countries established diplomatic relations in 1953 and that former prime minister Junichiro Koizum had visited Cambodia in 2000 as well as 2002.

During the visit, which is at the invitation of Hun Sen, the crown prince will also meet with King Norodom Sihamoni.

Born in 1960, Naruhito is the eldest son of Emperor Akihito and Empress Michiko. He became crown prince in 1991 after the death of Emperor Hirohito, posthumously known as Emperor Showa.

Japan’s Crown Prince Visits Cambodia http://www.dailymotion.com/video/xrt318_japan-s-crown-prince-visits-cambodia_news

Japanese Crown Prince Naruhito (L) talks to Cambodian King Norodom Sihamoni during a meeting at the Royal Palace in Phnom Penh on June 27, 2012. Naruhito is on three-day visit to Cambodia. STR, Getty Images

Japanese Crown Prince Naruhito (L) lays flowers at a pagoda in Phnom Penh on June 27, 2012 in front of a memorial to Atsuhito Nakata, a Japanese volunteer who worked for the United Nations election-monitoring program and was killed during an attack in 1993.  Naruhito is on three-day visit to Cambodia.     AFP PHOTO / TANG CHHIN SOTHY        (Photo credit should read TANG CHHIN SOTHY/AFP/GettyImages)

28 june 2012

On Thursday the japan Crown Prince travelled by car to Siem Reap  province  , some 230 kilometres north of the Cambodian capital to visit the world famous Angkor Wat temples and the local market.

29 june 2012

Vice President Bounnhang Vorachit ( left ) accompanies Crown Prince Naruhito .inspects an honour guard of Lao PDR

Japanese Crown Prince Naruhito is on an official visit to Laos from June 29-July 1.

During his stay in Laos , the Crown Prince had meetings with Lao President Chummaly Saynhasone, Vice President Bounnhang Volachit and Prime Minister Thongsin Thammavong.

At the meetings, both sides highlighted friendship and cooperation between the two countries with increase in exchange of high-ranking delegations and Japan ’s official development assistance to Laos .

Crown Prince Naruhito affirmed Japan ’s policy of attaching importance to relations with Laos and thanked Laos for its help to the Japanese people after the earthquake-tsunami disaster last year.

The Lao leaders highly valued the first visit to Laos by the Japanese Crown Prince since the two countries set up diplomatic ties, saying that it contributes to enhancing cooperation between the two countries.

During the visit, the Crown Prince met with Chairman of the Laos-Japan Friendship Association Ponmek Dalaloy and visited cultural establishments in Vientiane .

Laos is the final leg of Crown Prince Naruhito’s three-nation tour of Southeast Asia . Earlier he visited Thailand and Cambodia.

1ก.ค2555

Japan’s crown prince visits Lao world heritage site

H undreds of Luang Prabang officials and residents turned out on Saturday to welcome His Imperial Highness Crown Prince Naruhito of Japan, upon his arrival in Laos’ renown ed World Heritage Site.

Provincial Governor Dr Khampheng Saysompheng led provincial authorities and residents in welcoming the crown prince and his delegation, along with a high-level Lao delegation, at the province’s international airport, a press release from the Lao Ministry of Foreign Affairs said.

Soon afterwards, Dr Khampheng paid a courtesy visit to the crown prince at La Residence Phou Vao.

Dr Khampheng welcomed Crown Prince Naruhito and his delegation, saying he was delighted the crown prince was visiting the world heritage site. His visit would encourage more overseas tourists to explore the northern province, especially from Japan, the press release quoted the governor as saying.

The crown prince praised the authorities and people of Luang Prabang for the way in which they have preserved their customs and traditions, which have been passed down through the generations.

Crown Prince Naruhito and his delegation visited and admired the Luang Prabang National Museum, Wat Xiengthong (Xieng Thong Temple), and the Health Science College where they met the rector, teachers and students.

The government of Japan has supported improvements to the college and funded birth-delivery demonstration rooms as well as providing medical equipment for teaching and learning activities.

His Imperial Highness Crown Prince Naruhito and officials from Laos and Japan attend a baci ceremony.

Dr Khampheng hosted a banquet lunch during a boat cruise on the Mekong River to honour the prince and his delegation, accompanied by other Lao officials.

After the cruise, the crown prince gave an interview to the Japanese media. He expressed his satisfaction and said he highly valued the outcome of his visit to Laos and his meetings with Lao leaders, the press release said.

In the afternoon, the pro vincial authorities held a baci ceremony for the visitors. The baci is an auspicious traditional ceremony, which Lao people throughout the country host to bestow good wishes on guests.

The crown prince returned to Vientiane the same day where he met Japanese nationals employed in various missions in Laos, at the Japanese ambassador’s residence.

Crown Prince Naruhito arrived in Vientiane on Friday on an official visit to Laos in response to an invitation from President Choummaly Sayasone. The prince and his delegation left Vientiane yesterday to return to Japan.

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra welcomed President of the Republic of Guinea.

 http://video.answers.com/discover-the-republic-of-guinea-516948074

24 มิ.ย. 2555( 17.30 น.) นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้การต้อนรับ นายอาลฟา กงเด ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกินี  เนื่องในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน โดยนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้นำประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกินี ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า  ก่อนหารือข้อราชการ พร้อม กับทำพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ จากนั้นเวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกินี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

สำหรับการมาเยือนของปธสาธารณรัฐกินีในครั้งนี้เป็นการมาเยือนในระดับสูงครั้งแรก นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อปี 2526 จึงเป็นโอกาสอันดีในการกระชับความสัมพันธ์ร่วมกันในด้านต่าง ๆ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี อีกทั้งประชาชนของทั้งสองประเทศจะได้มีความรู้ความเข้าใจระหว่างกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาการในด้านต่างๆๆร่วมกันมากขึ้น ในอนาคตอย่าง strong panersในประเทศต่างๆๆของทวีปแอฟริกาเหนือ ที่มีบทเรียนจากรัฐประหารบ่อยครั้งซึ่งปัญหานี้ใกล้เคียงกับประเทศไทยอย่างมาก ที่ทำให้ประชาชนบาดเจ็บ ล้มตาย พิการจำนวนมาก ให้บังเกิดสันติภาพ  ภารดรภาพ ความสันติสุข ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากผู้นำที่มีวิศัยท้ศน์ที่กว้างไกล และมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศชาติ ของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในครั้งนี้ ซึ่งโดดเด่นในเวทีอาเซียนและเป็นผู้นำที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้ความสำคัญต่อการขยายความร่วมมือกับประเทศในทวีปแอฟริกา ด้วยดีเสมอมาและเป็นประเทศที่ผลิตข้าวและอาหารที่สำคัญของโลก

ไทย-กินี หารือร่วมพัฒนาการค้าการลงทุน  http://news.voicetv.co.th/thailand/42670.html

สาธารณรัฐกินีจึงแสดงเจตนารมย์ในการขอร่วมในการเดินไปด้วยกันนี้ และหวังว่าความร่วมมือกันระหว่าง2ประเทศในครั้งนี้จะเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้บังเกิดความสำเร็จขึ้นในภูมิภาคนี้ และประเทศใกล้เคียงจะได้นำไปศึกษา และมีพัฒนาการร่วมอาเซียน + ของ…The “coordinating Thailand – Republic of Guinea. We’ll go together ” ณ.บัดNOW.

ประวัติสาธารณรัฐกินี ( Republic of Guinea;  ฝรั่งเศส: République de Guinée) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ ทวีปแอฟริกา มีพรมแดนด้านทิศเหนือจรด กินีบิสเซา และ เซเนกัล พรมแดนด้านทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือจรด ประเทศมาลี ตะวันออกเฉียงใต้จรด โกตดิวัวร์ ทิศใต้จรด ไลบีเรีย และตะวันตกจรด เซียร์ราลีโอน เป็นแหล่งต้นน้ำของ แม่น้ำไนเจอร์ แม่น้ำเซเนกัล และ แม่น้ำแกมเบีย ชื่อกินี (ในทางภูมิศาสตร์แล้วเป็นชื่อที่ใช้เรียกดินแดนในเขตชายฝั่งตะวันตกของ ทวีปแอฟริกาตอนใต้ของ ทะเลทรายซาฮาร่า และตอนเหนือของ อ่าวกินี) มีต้นกำเนิดจาก ภาษาเบอร์เบอร์ ซึ่งคำว่า กินี แปลว่า”คนผิวดำ”เมืองหลวงชื่อ โกนากรี

สนามเอสตาดิโอเดอบาทา ,สาธารณรัฐกินี

  • เชื้อชาติ ชนเผ่าฟูลา 40% ชนเผ่ามาลินเก้ 30% ชนเผ่าซูซู 20%
  • ศาสนา  อิสลาม85%  ,คริสต์ 8%
  • ประชากร 7,466,200 คน
  • การปกครอง สาธารณรัฐ(Republic )
  • อาชีพ เกษตรกรรม70%นได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าว และข้าวโพด  เป็นต้น

ปัญหาของประเทศ เกิดจากการพัฒนาประเทศเกษตรกรรมไปเป็นการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลทำให้ด้านการเมืองการปกครองไม่มั่นคง เกิดขึ้น จากการพัฒนาภาคเกษตรกรรมไปเป็นอุตสาหกรรมที่จะต้องเปิดรับต่างชาติมาลงทุนโดยชาวตะวันตกที่เป็นเจ้าอาณานิคมมาก่อนเช่นฝรั่งเศสและแก็งส์ร่วมกับทางทหารเช่นสหรัฐอเมริกามาในรูปแบบมนุษย์ชน และทางด้านการเผยเเพร่ศาสนาคริตส์เเย่งชิงประชากรท้องถิ่นที่เป็นชนเผ่าดั้งเดิมที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามตามชาวแอฟริกาทั้งทวีปในยุคล่าอาณานิคม จากการนำวิวัฒนการใหม่ๆๆของชาวตะวันตกมาใช้กับประชาชนท้องถิ่นชาวมุสลิมที่ยังไม่มีความรู้ในโลกกว้าง เมื่อได้อำนาจการปกครองเช่นข้าราชการนอมินีตะวันตกทำให้ในประเทศมีการคอรัปชั่นสูง  เกิดมาเฟียขึ้นโดยนำเอาเด็กหนุ่มๆๆกำลังหลักของประเทศให้มาเป็นพวกโดยเป็นลูกน้องเหมืองแร่และอุตสาหกรรมต่างๆๆมาใช้งานก่อกวนรัฐบาลในรูปแบบต่างๆๆ รวมการให้อาวุธและไม่เชื่อฟังครอบครัวและรัฐบาลตนเองซึ่งเป็นชนเผ่าเดียวกัน เพื่อความอยู่รอดในการใช้ชีวิต

ตามการเสี้ยมของชาติตะวันตก ในรูปแบบต่างๆๆของการขยายอาณานิคมแฝงซ่อนรูปเหล่านี้ จึงไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน การขาดแรงงานมีฝีมือ ประกอบกับสถานการณ์การสู้รบในกินีบิสเซา เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย ซึ่งส่งผลให้มีการอพยพจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในกินี ตั้งแต่ปีพงศ2543 สาธารณรัฐกินียังถูกจัดไว้เป็นลำดับที่ 9 ในตารางประเทศล้มเหลว (failed states) จึงต้องผึ่งพากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank)มาตั้งแต่ พ.ศ2546 ซึ่งก็ยังคงล้มเหลวถูกจัดเป็นประเทศอันดับที่160จาก177 ของสหประชาชาติในการพัฒนามนุษย์ (Human development index-HDI) ต่ำที่สุด ทางด้านสุขภาพ ,การศึกษาและสาธารณูปโภค ก็ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร.

The Prince of Egypt -4/11 https://skydrive.live.com/?sc=photos#cid=E234B0B2FF05073F&id=E234B0B2FF05073F!9927&sc=photos

Native American ~ Spiritual Music  https://skydrive.live.com/?cid=E234B0B2FF05073F&id=E234B0B2FF05073F%219925&sc=photos

 สนามเอสตาดิโอเดอบาทา,สาธารณรัฐกินี

เมื่อพ.ศ 2548สาธารณรัฐกินี ได้สานสัมพันธ์ภาพอันแน่นแฟ้นกับประเทศแอฟริกาใต้ขึ้นหลังจากการเยือนสาธารณรัฐกินีของประธานาธิบดี Thabo Mbeki ในเดือนกรกฎาคม 2548 โดยแอฟริกาใต้ได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงโคนักรีของกินี รวมทั้ง บริษัทเพชร De Beers ได้เข้าไปดำเนินกิจการในสาธารณรัฐกินีอีกครั้ง

สาธารณรัฐกินีประสบปัญหาการอพยพเข้ามาของประเทศเพื่อนบ้าน นับแต่ปี 2543 มีจำนวนผู้อพยพจากเซียร์ราลีโอน ไลบีเรีย กินีบิสเซา เข้ามาในกินีประมาณ 750,000 คน โดยกินีได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เข้ามาแก้ปัญหานี้ ในปัจจุบัน กินียังมีผู้อพยพอยู่ประมาณ 39,000 คน

เมื่อพ.ศ2551 ร้อยเอก Camara ได้กระทำการยึดอำนาจรัฐบาลขึ้น ประชาคมระหว่างประเทศได้ออกมาประณามการยึดอำนาจของร้อยเอก Camara และเรียกร้องให้มีการคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดี Abdoulaye Wade แห่งเซเนกัลได้แถลงที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551 ว่าทุกฝ่ายควรให้การสนับสนุนร้อยเอก Camara โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านไม่ควรแทรกแซงกิจการภายในของกินี แต่ควรให้เวลาสาธารณรัฐกินีผลัดเปลี่ยนอำนาจอย่างสันติ ซึ่งคำแถลงดังกล่าวเป็นที่ประหลาดใจของหลายฝ่าย เนื่องจากสวนทางกับการประณามการยึดอำนาจโดยสหภาพยุโรป สหรัฐฯ รวมทั้งสหภาพแอฟริกา ซึ่งได้ประกาศยุติสมาชิกภาพของกินีในสหภาพ แอฟริกาเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ รัฐบาลของร้อยเอก Camara ยังได้รับการสนับสนุนจากนาย Muammar AL Gaddafi ประธานาธิบดีลิเบียซึ่งได้เดินทางเยือนกินีเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2552 อีกด้วย อีกทั้งรอบๆๆประเทศเพื่อนบ้าน ได้หันไปคบค้าสมาคมกันและได้รับการสนับสนุนในการแก้ปัญหาภายในประเทศอย่างมิตร…ของแอฟริกาใต้และประเทศจีนแบบให้เปล่า

นับจากนั้นทุกประเทศในแอฟริกา จึงต้องหันหน้ามาผึ่งพามิตรแท้ในภูมิภาคเดียวกันและพยายามแสวงหาวิธีการยุติปัญหาการขัดแย้งรวมทั้งทั้งคบหาสมาคมกับประเทศที่เป็นเกษตรกรรมด้วยกันทั่วโลก โดยเฉพาะด้านการผลิตอาหาร เพื่อเลี้ยงดุประชากรทวีปแอฟริกา อย่างจริงใจและมุ่งมั่นในการวางการปกครองให้พึ่งพาตนเองและแสวงหามิตรแท้ ที่หวังดีต่อประเทศมากยิ่งขึ้น เพราะจากการใช้บริการของยุโรปที่ยึดครองประเทศมาอย่างยาวนานนั้น ทำให้ไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อประชากรในประเทศให้มีการศึกษา มีความรู้และมีคุรภาพชีวิตที่ดีขึ้น…

ย้อนรอยอดีตสายสัมพันธุ์ประเทศไทย-สาธารณรัฐกินี

29-8-2551  นายกรัฐมนตรี สมชาย วงค์สวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการเมื่อพ.ศ2551ได้ให้การต้อนรับและร่วมพบปะหารือข้อราชการกับH.E.Mr.Mohammed Sampil  เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐกินี ประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในโอกาสเดินทางมาประเทศไทยณ.ห้องรับรองจันทรเกษม กระทรวงศึกษาธิการ ได้ชื่มชมบทบาทอันโดดเด่นของผู้นำอาเซียนของประเทศไทย และต้องการให้ขยายฐานผลิตเกษตรกรรมและการลงทุนด้านต่างๆๆในสาธารณรัฐกินี ร่วมกับประเทศไทยและอาเซียน อีกทั้งเชิญไปเยียนประเทศพร้อมทั้งให้ขอให้เป็นที่ปรึกษาของการปูพื้นฐานประเทศสาธารณรัฐกินี ให้ก้าวหน้าปชกมีการศึกษา ที่ดีเพื่อยกระดับคุณภาพประชากรให้ดียิ่งขึ้น โดยการเป็นฐานผลิตอาหารของทวีปแอฟริกาต่อไป

Thailand’s Prime Minister Yingluck Shinawatra is  public meeting with Mr.Alpha Kong  the president’s   Repulic Guinea.  June 24, 2012.Government House. Bangkok, Thailand.

 ข้อหารือร่วมกันของทั้ง2ผู้นำมีขึ้น ณ.ห้องสีงาช้าง ในประเด็นการค้า การลงทุน และการพัฒนาในด้านต่างๆๆของทั้ง2ประเทศร่วมกัน  จนก่อให้เกิดการลงนามร่วมกันขึ้น2 ฉบับ ด้วยกัน อาทิ ด้านวิชาการต่างๆๆ  และการจัดตั้งทีมที่ปรึกษาหารือร่วมกันในด้านต่างๆๆที่จะมีขึ้นในอนาคตระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย กับ กระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐกินี

โอกาสนี้ ผู้นำทั้ง2ประเทศได้พบปะกับนักธุรกิจไทยและสาธารณรัฐกินี เพื่อการลงทุนกับสาธารณรัฐกินี โดยเฉพาะสาขา เหมืองแร่ อุตสาหกรรมการเกษตร พลังงาน ก่อสร้างอีกด้วย

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ยิ่งวัตรได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ปธสาธารณรัฐกินี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีขึ้นอย่างอบอุ่นในมิตรภาพอันดีงานและก่อให้เกิดความสัมพันธ์ไมตรีระหว่าง2ประเทศให้แน่นแฟ้นและก้าวหน้าในความร่วมมือในระหว่างกันให้ก้าวหน้ายิ่งๆๆขึ้น รวมทั้งขยายมิตรภาพไปยังแอฟริกาเหนือประเทศต่างๆๆที่จะมีขึ้นในอนาคต ต่อไป.

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกินี  นายอาลฟา กงเด ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า  ทำเนียบรัฐบาล

พิธีลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ (MOU)ทางด้านวิชาการและการปรึกษาข้อราชการระหว่างการต่างประเทศร่วมกันโดยกระทรวงต่างประเทศไทยและสาธารณรัฐกินี

บรรยากาศการเลี้ยงต้อนรับเพื่อเป็นเกียรติแก่ปธ.สาณธารณรัฐกินี  นายอาลฟา กงเด  ซึ่งมีขึ้นอย่างอบอุ่นในมิตรภาพที่จะมีขึ้นในอนาคตและแบ่งปันขยายง strong panersในประเทศต่างๆๆของทวีปแอฟริกาเหนือ ที่จะตามมาอีกด้วย

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

Thai ‘PM Yingluck Shinawatra welcomed Vietnam’s Vice President Nguyen Thi Doan

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้การต้อนรับ รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นางเหวียน ถิ ซวาน  ซึ่งมีกำหนดการเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 20-24 มิถุนายน 2555 และได้มีพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ โดยนำรองปธสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  นางเหวียน ถิ ซวาน ตรวจแถวถวกองทหารเกียรติยศ  ณ.ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ประเทศไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีความสัมพันธุ์ภาพทางด้านต่างๆๆมาอย่างยาวนานประเทศหนึ่งในอาเซียน สำหรับการมาเยือนของรองปธ เหวียน ถิ ซวานในครั้งนี้จึงเป็นการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและยกระดับความร่วมมือในสาขาต่างๆเพิ่มเติมยิ่งๆๆขึ้นด้วยทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และการศึกษา  http://news.voicetv.co.th/thailand/42587.html

Madame Doan officially visit Thailand on June 20-24 as a guest of the Thai government to strengthen bilateral ties, as the two countries are members of the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN).

สำหรับเนื้อหาการหารือร่วมกันในครั้งนี้จะเป้นเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้กับการค้ามนุษย์และการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและการขยายความร่วมมือในการศึกษาฝึกอบรมและวัฒนธรรมสำหรับการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมและภาษาในประเทศไทยที่จะสอนภาษาเวียดนามและส่งเสริมวัฒนธรรมเวียดนาม

และสนับสนุนคนเวียดนามที่อาศัยในประเทศไทยให้ร่วมกันช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับคนในชาติไทยอย่างมิตรที่ดีเช่นเดียวกับมิตรภาพระหว่างทั้งสองประเทศที่มีสัมพันธ์ภาพด้วยดีกันเสมอมาอย่างยาวนาน.

ในครั้งนี้รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นางเหวียน ถิ ซวาน  ยกย่องความสำเร็จของการพัฒนาของประเทศไทยที่ผ่านมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งความพยายามที่พิเศษของมันในการเอาชนะความหายนะน้ำท่วมปีที่แล้ว เธอแสดงความเชื่อของเธอที่ประเทศไทยจะเก็บเกี่ยวความสำเร็จมากขึ้นในการสร้างชาติให้เจริญรุ่งเรืองและเล่นบทบาทที่สำคัญในภูมิภาคและโลก

ซึ่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างมิตรภาพและยินดีให้ความร่วมมือกับประเทศไทยทุกด้าน

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษร์ ชินวัตร กล่าวว่า การเยื่ยมเยียนของรองปธเวียดนาม จะนำไปสู่มิตรภาพและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการได้พบกันในครั้งนี้และหวังว่าทั้งสองประเทศไทยขเวียดนามจะได้รับความร่วมมือกันในทุกๆด้านต่อไปในอนาคต

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้นำรองปธสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  นางเหวียน ถิ ซวาน และคณะเข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรดา อีกด้วย

ในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำรับรองประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล

กำหนดการเยืยนประเทศไทยของ รองประธานธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นางเหวียน ถิ ซวาน ระหว่างวันที่ 20  – 24 มิถุนายน 2555 เพื่อยกระดับสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยวันที่ 23 – 24 มิถุนายนนี้ จะไปปฏิบัติภารกิจ ที่จังหวัดนครพนมและจังหวัดขอนแก่น เช่นการเยี่ยมชมหมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม ณ นครพนม รวมถึงเข้าพบหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมและจังหวัดขอนแก่นด้วย

 

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง

24มิ.ย2555 วันประชาร่วมใจ..ทวงคืนปชตไทยให้คนไทยทั้งแผ่นดิน

พรุ่งนี้ขอเชิญชวน…ประชาชนไทยที่รักความยุติธรรมและต้องการให้ประเทศไทยเดินหน้า..ประชาธิปไตย ได้โปรดกรุณาสวมใส่เสื้อสีแดง ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหนตำบล,อำเภอ,จังหวัดใด,ประเทศใดในโลก ขอท่านได้โปรดช่วยแสดงสัญลักษณ์ สีแดง..ไม่ว่าจะรถยนต์ผูกผ้าแดง ..โบกธงแดง หากมาร่วมที่กรุงเทพมหานครตามที่นัดหมายกันไว้ไม่ได้เนื่องจากติดภาระกิจละก็ ประจำตำเเหน่งณงที่พำนักของท่าน ในบ้าน ในรถ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร  ชายหาด รึในป่า หน้าคอมพิวเตอร์ หลังตู้เย็น นั่งยิ้ม นั่งจูจุ๊บ จ๊วบๆๆก็..ใส่เสื้อแดงช่วยปชชไทย..แดงทั่งแผ่นดินที่ร่วมใจทวงคืน..ประชาธิปไตย.คืนจากเผด็จการศาลรัชธรรมนูญ…และนอมินีคมช19 ก.ย2549 ที่รวบอำนาจจากปชช..ปกปิดแปลงร่างหลอกปชชไทยมากว่า 80ปี…

จนป่านนี้ปชชไทยตาสว่างแล้วและลุกขึ้นมายึดพื้นที่คืนจากอำมายตยาแฝงมาในรูป..ปชตกึ่งทหาร เผด็จการซ่อนรูป…ขอเรียนเชิญทุกๆๆท่าน เจอกันที่ไหนแห่งหนตำบลใด…เห้นคนใส่เสื้อแดงก็ยิ้มทักทายกันด้วยนะค่ะ รับเฉพาะคนจริงใจปชตนะค่ะ ใครไม่สู้ก็อย่าเพิ่งเผยตัว หากพร้อมแล้วไม่เป็นอันตรายต่อตำเเหน่งหน้าที่การงานของท่านละก็…พรุ่งนี้กรุณาสวมใส่สีแดง กกนแดง ยกทรงแดง หมวกแดง รองเท้าแดง โบว์แดง ผ้าผันคอแดง …

รักฉันเท่าที่เธอจะรักได้  http://www.youtube.com/watch?v=62IGas0wmzs&feature=player_embedded

คนไทย2555ร่วมใจ..ทวงคืนปชตกลับมา..นะค่ะ…สู้ๆน้าสู้ตาย สู้ธรรมดา และสู้เบาๆๆ แต่สรุปว่า..ก็สู้หมู่เดียวกัน…นะยิ้มให้หน่อย…ยิ้มสยาม ยิ้มให้สิ่งใหม่ๆๆ ยิ้มให้ศักราชแห่งความสุข ที่ปชชไทยจะร่วมใจกำจัดเสี้ยนหนามปชต…โย่ว…สู้ไปยิ้มไปร้องเพลงไป..ว้าว…อะไรจะดีเช่นนี้โว้ยยยยยยย…คริ คริ

โพสท์ใน ข่าวสารและการเมือง